ไฟรักแรงปรารถนา

โดย: รมย์ธีรา



ตอนที่ 1 : อาจารย์คนใหม่


ตอนต่อไป



            



ยามใกล้ฟ้าสาง ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงเทพ แสงแดดเริ่มสาดส่องเข้ามาในห้องพัก ชายหนุ่มและหญิงสาวกำลังเล่นกิจกรรมรักกันอย่างดูดดื่ม ภายในห้องมีเสื้อผ้าของทั้งสองกระจัดกระจายเต็มไปหมด ราวกับว่าเมื่อคืนคนทั้งสองถอดมันทิ้งอย่างไม่ใยดี เตียงนอนในห้องพักกำลังสั่นไหวเพราะร่างกาย ของทั้งสองขยับเป็นจังหวะ มันสั่นแบบนี้มาตั้งแต่ หัวค่ำของเมื่อวาน

"อ่ะ.....อ๊ะ...." เสียงหญิงสาวคราญครางเมื่อความสุขสุดยอดมาถึงอีกครั้ง ชายหนุ่มเร่งจังหวะส่งเธอไปถึงสวรรค์ก่อน โดยที่ตัวเขายังไม่ได้พักเลย เขายังคงขยับจังหวะเข้าออก ทั้งๆ ที่หญิงสาวเสร็จแล้ว

"อ๊ะ....เซ....ไม่ไหวแล้ว" หญิงสาวเรียกชื่อชายหนุ่ม บอกถึงความทรมานของร่างกายที่เล่นกิจกรรมนี้กันมาทั้งคืนไม่ได้หยุดหย่อน ชายหนุ่มไม่ฟังเสียงเขายังคงใส่จังหวะให้เธอไม่หยุดพัก ความต้องการของเขาไม่เคยพอ ร่างของหญิงสาวสั่นสะท้านไปตามแรงขยับของเขา สองมือก็กอบกุมที่ทรวงอก ดูดกลืนยอดอกอย่างหิวกระหาย

"ไม่....อ๊ะ....พอแล้ว..." หญิงสาวร้องขอเหมือนทาสที่ขอความเมตตาจากผู้เป็นนาย ชายหนุ่มเริ่มทนความเสียวซ่านไม่ไหว เขาเร่งจังหวะเร็วขึ้น

"อ๊า....อ่ะ......อ๊ะ...." หญิงสาวยิ่งครางกระเซ้า ไม่นานหญิงสาวก็ไปถึงจุดหมายอีกครั้ง ชายหนุ่มเองก็เช่นกัน ทั้งสองหายใจหอบด้วยความเหนื่อย ชายหนุ่มยังไม่ถอนตัวเองออกจากร่างกายของเธออารมณ์ของเขายังคงพุ่งพล่าน มือไม้ไม่หยุดลูบไล้เนื้อเนียนนุ่ม

"พอแล้ว เซ เราไม่ไหวแล้ว" หญิงสาวพยายามขยับตัวหนีเขา เหงื่อโทรมกายหายใจหอบหนัก รู้สึกแขนไร้เรี่ยวแรง ขาสั่นระริก

"ไม่...ยังไม่พอ" ชายหนุ่มล๊อคแขนของเธอไว้ด้วยมือของเขา ใบหน้าของเขาเริ่มซุกไซ้ที่ทรวงอกของเธออีกครั้ง

"อ๊า.....เช้าแล้วนะ เราต้องไปเรียน ...แฮ่ก..แฮ่ก" หญิงสาวเงยหน้าพูด เมื่อเขาใช้ปลายลิ้นหยอกล้อเล่นที่ยอดอกของเธอ

"ก็ยังเหลืออีกตั้งหลายชั่วโมงนี่" กายส่วนล่างของเขาเริ่มขยายอยู่ภายใน

กายของหญิงสาว สะโพกของเขาเริ่มขยับอีกครั้ง

"อ๊ะ....พอเถอะ....อึ...อ่ะ" เขาไม่ฟังเสียง จังหวะที่เขาให้เธอมันเริ่มเร็วขึ้นตามอารมณ์ปรารถนาที่ทะยานขึ้นสูงสุด หญิงสาวส่ายหน้าไปมาด้วยความทรมานปนสุข แล้วความเสียวสุดยอดก็เริ่มมาเยือนเธออีกครั้ง หญิงสาวกอดรัดเขาแน่น แล้วหมดสติไปทันที

"อ๊ะ....ไม่ไหวแล้ว" หญิงสาวร่วงลงไปบนที่นอน ชายหนุ่มยังคงไม่หยุดขยับ แต่เขาก็

ต้องชะงักเมื่อเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น  // ตี้ๆๆๆๆ //เขาเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่ที่หัวเตียง มองดูเบอร์ที่โทรเข้ามาแล้วถอนหายใจ

// เฮ้อ // เขาถอนร่างออกจากตัวหญิงสาวที่กำลังสลบอยู่ แล้วเดินออกมานั่งที่โซฟา

"ครับ"

"เซ..อยู่ไหน" เสียงหญิงสาวฟังดูมีอายุหน่อยดังขึ้นท่าทางเกรียวกราด

"ก็อยู่..แถวบ้านแหล่ะครับ" ชายหนุ่มอ้อมแอ้มตอบยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ไหลออกมาจากกิจกรรม

"กลับบ้านเดี๋ยวนี้นะ" เซทำหน้าแหย่เกเอาโทรศัพท์ออกห่างใบหู เมื่อเสียงหญิงผู้นั้นตะวาทลั่น

"เดี๋ยวผมจะเข้าเรียนเลย" ชายหนุ่มอ้าง

"ไม่ได้ กลับมาเดี่ยวนี้" แล้วหญิงสาวคนนั้นก็วางสายไป เซส่ายหัวด้วยความเบื่อหน่าย เขาเดินเข้าไปในห้องน้ำอาบน้ำด้วยความรวดเร็ว แล้วแต่งตัวเดินออกจากห้องพักไปทันที

ในยามเช้าที่สดใสในบ้านหลังหนึ่งชานเมืองกรุงเทพ หญิงสาวหน้าตาสะสวยละม้ายคล้ายมารดายามสาว แต่ก็มีส่วนคมเข้มซึ่งได้มาจากบิดา ทำให้สัดส่วนลงตัวสวยแบบไม่ต้องปรุงแต่งใดๆ เธอกำลังวิ่งลงบันไดมาอย่างรีบร้อน ใส่ชุดเตรียมพร้อมสำหรับการสอนหนังสือวันแรก

"ช้าๆ ก็ได้ลูก เดี๋ยวก็ตกบันไดกันพอดี" ศศิ ก้องเกรียงไกร ย่างเข้าวัย 47 ปี ผู้เป็นแม่มองดูลูกสาวแสนซนของเธอด้วยความเป็นห่วง

"ไม่ได้หรอกค่ะ วันนี้จิวสอนวันแรก ต้องรีบไปเตรียมตัว" หญิงสาวมานั่งที่โต๊ะอาหารคว้าแก้วนมขึ้นมาดื่มอย่างรีบเร่ง

"ใจเย็นๆ ลูกเดี๋ยวก็สำลักตายกันพอดี" ศิพูดด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นลูก

สาวรีบเหลือเกิน

"แน่ใจนะว่าไหวนะ พ่อว่าเรามาทำงานกับพ่อดีกว่านะ" แบงค์ หรือ ธนา ก้องเกรียงไกร ย่างเข้าวัย 48 ปี ผู้เป็นพ่อยังพยายามหาทางหวานล้อมให้ลูกสาวกลับมาทำงานที่บริษัทการสื่อสารของตนเอง

"ไม่เอาหรอกค่ะ จิวไม่อยากทำงานบริษัท จิวอยากเป็นครู อยากหาประสบการณ์อื่นบ้าง" จิว หรือ จรัสรวี ก้องเกรียงไกร ทำสีหน้าเบื่อหน่าย เพราะเหตุผลที่แท้จริงคือตนไม่อยากทำงานที่ไม่ได้ใช้ความสามารถของตัวเอง

"แล้วท่าทางแบบนี้นะเหรอจะไปเป็นครู เด็กที่ไหนจะเชื่อ ครูหน้าเด็กยังกับนักเรียน" ศิมองลูกสาวที่อายุได้ 25 ปี แต่ท่าทางหน้าตายังเหมือนเด็กๆ ที่ไม่รู้จักโต

"แหม...คุณแม่ก็" หญิงสาวหันไปหยิบขนมปังขึ้นมากัดแล้วทำตาเหลือกใส่ผู้เป็นแม่ เธอคิดว่าแม่ยังมองเธอเป็นเด็กอยู่ได้ในเมื่อเธอโตมากพอแล้ว ปริญญา 2 ใบไม่ได้ทำให้เธอดูเป็นผู้ใหญ่สำหรับคนทั้งสองเลย

"เอาเถอะ รีบกินข้าว แล้วก็รีบไปได้แล้ว" ศิรีบตัดบทเมื่อเห็นว่าเวลาปาเข้าไปเกือบ 7 โมงแล้ว กลัวจิวจะขับรถไปทำงานไม่ทัน จรัสรวีลุกขึ้นเดินออกไปที่หน้าบ้าน แล้วหันกลับมา

"ว่าแต่...วันนี้คุณพ่อกับคุณแม่จะออกเดินทางตอนกี่โมงคะ"

"เครื่องออก 4 โมงเย็นนะ" ผู้เป็นพ่อตอบพร้อมกับยิ้มให้

"งั้นจิวก็ไปส่งได้ล่ะซิ" หญิงสาวท่าทางดีใจที่พ่อแม่จะไปดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์กันอีกครั้ง

"ก็ต้องไปส่งซิลูก จิวไม่ไปแล้วใครจะไปส่งล่ะ" ธนาพูดขำๆ เขาเปิดหนังสือพิมพ์อ่าน

"งั้น...จิวไปก่อนนะคะ" เธอเดินกลับมาจูบบอกลาพ่อและแม่ก่อนที่จะขึ้นรถแล้วขับออกไป

สองสามีภรรยาที่ครอบคู่กันมายาวนาน จนมีบุตรสาวเติบโตยืนกอดกันอยู่หน้าบ้าน มองดูลูกสาวสุดที่รักที่เลี้ยงดูมาด้วยความรัก กำลังขับรถออกไปพวกเขาภาคภูมิใจกับลูกคนนี้มาก

กลับมาที่อีกด้านหนึ่ง ชายหนุ่มที่ถูกมารดาโทรขัดจังหวะยามที่กำลังทำกิจกรรมเข้าจังหวะกับหญิงสาว ขับรถมาถึงที่บ้านหลังใหญ่ของตระกูลมัสสึโอกะกลางเมืองกรุงเทพ เขสเดินเข้าไปแล้วนั่งลงที่โต๊ะอาหารเพื่อร่วมทานอาหารเช้ากับพ่อและแม่

"แม่ไม่ยอมนะ เซ" เสียงเพลินจิต มัตสึโอกะ วัย 46 ปี กำลังต่อว่าลูกชายขณะที่กำลังตักอาหารใส่จานให้เขา

"ไม่ยอมอะไรล่ะครับคุณแม่" เซ หรือ พาทิศ มัตสึโอกะ กำลังนั่งทานอาหารเช้าอย่างไม่ใส่ใจคำพูดของมารดาสักเท่าไร

"ถ้าเทอมนี่เซยังสอบตกวิชาภาษาไทยอยู่ล่ะก็ แม่ไม่ยอมจริงๆ ด้วย วิชาอื่นลูกทำได้ดี แต่ทำไมวิชานี่ลูกถึงทำไม่ได้" เพลินมองดูเซที่ไม่ใส่ใจคำพูดของเธอด้วยความหงุดหงิด

"ก็ภาษาไทยมันยากนี่" เซดื่มนมทำหน้าเหมือนเด็กๆ กำลังจะถูกต่อว่า

"ไม่ยากสักหน่อย ทำไมอากิยังทำได้เลย" เพลินทำเสียงเขียวใส่เขา

"ก็นั้นอากิ ไม่ใช่ผม" พาทิศตอบเรียบๆ น้ำเสียงกวนประสาทนิดๆ เขาสนุกที่ได้แกล้งแม่ของตัวเอง

"อย่าเถียงแม่ซิ" เพลินเริ่มขึ้นเสียงทำสายตาดุใส่ลูกชายด้วยความหงุดหงิด

"ก็ได้ แล้วถ้าผมยังสอบไม่ได้ แม่จะทำยังไง" ชายหนุ่มวางช้อนแล้วหันไปมองแม่โดยตรงๆ

เพลินมองดูสายตาลูกชายแล้ว เหนื่อยใจ ช่างเหมือนสายตาของเชนเมื่อครั้งสมัยที่เจอกับเธอใหม่ๆ สายตาที่ทำให้เธอรู้สึกหวั่นใจ ว่าลูกคนนี้ช่างเหมือนพ่อของเขาจริงๆ

"แม่จะตัดค่าขนม ยึดรถ งดเที่ยว งดแข่งรถ จนกว่าจะสอบได้" ผู้เป็นแม่ตัดสินใจยื่นคำขาด

"โห่...ต้องขนาดนั้นเลยเหรอ" เซเอนหลังพิงเก้าอี้ด้วยความขัดใจ อะไรก็ได้แต่ขออย่ายึดรถของตน

"ใช่" เพลินพูดเสียงแข็ง มองหน้าลูกชายด้วยความเหนื่อยใจ ที่ผ่านมาทั้งบิดาและมารดาไม่เคยใช้วิธีนี้เลยสักครั้งเดียว เพราะรู้ดีว่าเป็นของสุดรักสุดหวงของลูกชาย

"อะไรกันสองแม่ลูกเถียงกันเสียงดังเลย" เชนกิ มัตสึโอกะ วัย 54 ปี เดินลงมาจากชั้นสอง มองดูสองแม่ลูกที่กำลังถกเถียงกันอยู่

"คุณเชนก็ดูซิคะ เซตกภาษาไทยทุกเทอมเลย ภาษาของแม่ตัวเองแท้ๆ ถ้าเทอมนี้ไม่ผ่านเพลินไม่ยอมจริงๆ ด้วย คุณต้องจัดการให้เพลินนะ" เพลินรีบหันไปสั่งให้ผู้เป็นสามีจัดการด้วยความหงุดหงิด

"จ้าๆๆๆ" เชนรับคำอย่างว่าง่าย หันมาทำสายตาดุใส่ลูกชาย แล้วนั่งลงที่โต๊ะ

"ว่าไงเรา ไม่ต้องมาทำหน้ามึน ทำแม่โมโหแล้วนะรู้ไหม" น้ำเสียงของเชนแฝงไปด้วยอำนาจเหมือนเคย

"ครับ" พาทิศไม่อาจที่จะต่อล้อต่อเถียงได้เหมือนเพลิน

"เทอมนี้ ห้ามตกวิชานี้เด็ดขาด ถ้าต้องเรียนเสริมก็หาอาจารย์มา เดี๋ยวพ่อจะจ่ายค่าสอนพิเศษให้" เชนยื่นทางเลือกให้ลูกชาย

"ครับ" เซรับคำแต่โดยดี

"ครับ... แล้วทำให้ได้ด้วย ไม่ใช่สักแต่ว่าครับ" ผู้เป็นพ่อกล่าวอย่างเฉียบขาด

เซพยักหน้า เขาไม่กล้าสบตาบิดา

"ระหว่างนี้ พ่อจะยึดรถของแกมาก่อน เป็นการลงโทษ ถ้ากลางเทอมแกทำคะแนนได้ดี พ่อจะคืนรถให้" เชนยื่นคำขาดกับลูกชาย แม่จะไม่อยากทำแต่ก็ต้องทำให้ลูกชายผลักดันตัวเองให้มากกว่านี้

"แต่พ่อ..." ชายหนุ่มพยายามคัดค้าน เขารถการขับรถเป็นชีวิตจิตใจ มัน

เป็นกีฬาที่ท้าทาย และมันก็สามารถดับอารมณ์รุนแรงของเขาได้เป็นอย่างดี

"ไม่มีแต่ พ่อไม่อยากฟังแม่แกบ่น" เชนผ่อนน้ำเสียงลงเหมือนไม่อยากให้เมียรักได้ยิน

"ครับ" คำพูดที่เด็ดขาดของเชนทำให้เซไม่อาจต่อรองได้ นอกจากรับปากเพียงอย่างเดียว

"เพลินจ๊ะ อากิจะมาเมื่อไร" เชนเปลี่ยนเสียงอ่อนหวาน หันไปถามถึงลูกสาวคนโตกับเพลิน

"ก็เห็นว่าเดินแบบอีกสักสองสามงานก็จะมาแล้วล่ะค่ะ" เพลินพูดเสียงใสกับสามีผู้เป็นที่รัก

"ก็อีกกี่วันล่ะ" เชนดึงภรรยาสาวเข้ามาจูบทักทายยามเช้า

"ก็น่าจะสักสองสามอาทิตย์" เพลินเองก็จูบตอบเขา ทำเอาเซต้องเบือนใบหน้าหนีเพราะเบื่อภาพที่พ่อแม่สวีทกันเต็มที

"อืม เราจะได้ไปเที่ยวกันสักที" เชนลูบคางด้วยความตื่นเต้น เขาไม่ได้ไปเที่ยวสองต่อสองกับภรรยาสุดที่รักมานานแล้ว

"พ่อกับแม่ไปเลยก็ได้นี่ครับ ผมอยู่ได้" เซเสนอความคิดเห็นน้ำเสียงเต็มไป

ด้วยเลศนัย

"ไม่ได้ แม่ไม่ยอมให้ลูกอยู่คนเดียวหรอก เดี๋ยวก็เรียนตก กลับดึกพอดี ไม่รู้ได้นิสัยชอบเที่ยวมาจากใคร" เพลินหันไปตวัดสายตามองคู่ชีวิตที่อยู่ด้วยกันมานานหลายสิบปี ทำเอาเซเงียบไปเลย เชนเองก็เช่นกันรู้สึกร้อนๆหนาวๆ กับสายตาของภรรยาที่อายุห่างเป็นสิบปี

ไม่นานหลังจากที่ทานอาหารเช้าเสร็จ เซก็ออกเดินทางไปมหาลัยโดยเชนขับรถไปส่ง เพราะรถเซถูกยึดตามที่ตกลงกันไว้ซึ่งมีผลทันที

"เลิกเรียนแล้วโทรไปบอกสนนะลูก เขาจะได้มารับ" เชนบอกลูกชายก่อนที่เขาจะลงจากรถ

"ไม่เป็นไรครับพ่อ ผมกลับกับเพื่อนก็ได้" เซปฏิเสธ เขาไม่ชอบทำตัวเป็นลูกคนหนูที่ไปไหนมาไหนเองไม่เป็น แค่บิดามาส่งด้วยรถสุดหรูก็รู้สึกหงุดหงิดไม่น้อย

"งั้นเหรอ" เชนมองดูลูกที่กำลังเดินจากไป ก็กลัวว่าลูกชายคนเดียวจะน้อยใจคิดมากที่ตนยึดรถ และบังคับให้ลูกเรียนเริ่มรู้สึกผิด เขาจึงเดินลงจากรถแล้วเดินตามลูกชายมา เซชะงักเมื่อถูกเชนเรียกไว้

"เซ โกรธพ่อกับแม่รึเปล่า"

"เปล่าครับ ผมสมควรโดนอยู่แล้ว" เขามองหน้าบิดาอย่างงงๆ

"ลูกต้องเข้าใจนะ แม่เขาโกรธเพราะเป็นภาษาของเขา แต่ลูกของตัวเองกลับอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้" เชนจับไหล่ลูกชายเป็นการปลอบใจ

"ผมเข้าใจครับ" เซพยักหน้า

"หาคนสอนได้เมื่อไร บอกพ่อนะลูก" เชนลูบหัวลูกชายด้วยความรัก

"ครับพ่อ"

"พ่อไปนะ" เชนที่ตบไหล่เบาๆ สองสามครั้ง แล้วเดินขึ้นรถขับออกไป เซก็เดินไปสมทบกับเพื่อนๆ ที่นั่งรออยู่ที่สวนริมสระ

"รถเป็นอะไรเซ ทำไมไม่ขับมา" เทพ เพื่อนของเซที่มหาลัย เป็นคนรูปร่างหน้าตาดีเป็นเดือนมหาลัย นิสัยเจ้าชู้มาก ฟันผู้หญิงไม่เลือก มองดูเพื่อนที่เดินมาตัวเปล่า

"รถโดนพ่อยึดไว้นะ" เซพูดเรียบๆ แล้วนั่งลงข้างๆ หญิงสาวน่าตาน่ารักที่ชื่อ ฝน หรือ นันนรี เธอดีใจที่เขามานั่งด้วย เธอหอมแก้มซ้ายขวาเขาอย่างพอใจ แต่เซไม่ได้สนใจเท่าไรนัก เขายังคงคุยกับเทพต่อ

"ยึดทำไมล่ะ" เทพรู้สึกแปลกใจ รู้ดีว่าบ้านนี้ตามใจลูกชายแค่ไหน

"ฉันสอบตกภาษาไทย" พาทิศตอบไมค่อยเต็มปากสักเท่าไร

"ฮ่าๆๆ พ่อแกก็เลยยึดรถไว้" เทพได้ยินเหตุผลที่ถูกยึดรถก็ขำออกมาอย่างสะใจ

"เออ ขำอะไรนักหนา" เซหงุดหงิดที่ถูกเพื่อนหัวเราะเยาะ เทพก็รีบหุบปากลงทันทีเมื่อสายตาที่เซมองมากำลังจะเอาเรื่องเขา

"แล้วแกจะทำไงว่ะ" เขาพยายามพูดแบบกลั้นหัวเราะเอาไว้

"ก็หาอาจารย์สอนพิเศษนะ" พาทิศทำหน้าตาเบื่อหน่าย อายุขนาดนี้จะไปหาใครสอนภาษาไทยให้ได้ที่ไหน มีหวังถูกหัวเราะเยาะเอาแน่ๆ

"เหรอ พูดถึงอาจารย์ ฉันได้ข่าวมานะว่าเราได้เปลี่ยนอาจารย์ที่ปรึกษา เป็นอาจารย์คนใหม่ยังสาวและก็สวยด้วย" สายตาของเทพเป็นประกายเมื่อพูดถึงอาจารย์สาวที่ว่า

"เหรอ แล้วไง" เซไม่ได้สนใจเท่าไรนัก เขาคิดอยู่ว่าจะหาใครมาสอนให้เขาดี

"ก็แกไม่อยากรู้เหรอว่าจะสวยสักแค่ไหน" เทพคะยั้นขะยอเพื่อนให้ร่วมวงสนใจ

"ไม่ล่ะ วันนี้เรียนวิชาอะไรวิชาแรกนะ" เซลุกขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ

"ของแกนะภาษาไทย ส่วนของฉันภาษาอังกฤษ" เทพก็บอกตารางเรียน อดเสียดายที่ยุเซไม่ขึ้นเรื่องอาจารย์ ไม่งั้นคงมีอะไรสนุกๆ ทำมากกว่านี้

"เหรอ งั้นฉันขึ้นก่อนนะ" เซทำสีหน้าเบื่อหน่าย แล้วเดินขึ้นตึกเรียนไป โดนทิ้งฝนและเทพให้นั่งอยู่ด้วยกัน

นันนรีทำสีหน้างอนเล็กน้อยที่เซไม่สนใจเธอเลย ทำเหมือนไม่มีตัวตนแม้จะนั่งอยู่ข้างกาย แต่ก็ไม่ใช่เธอแค่คนเดียว เพราะเขาไม่เคยสนใจผู้หญิงคนไหนไม่เคยถูกใจเลยสักคน ที่มีความสัมพันธ์สำหรับเขาก็แค่ความใคร่ไม่มีพันธะผูกพันเลยสักนิดเดียว

พาทิศมองเข้าไปในห้องเรียนที่ตอนนี้มีนักศึกษาประมาณ 10 คนนั่งรอเรียนอยู่ เมื่อเขาเปิดประตูเข้าไปทุกคนเงียบหมด ทุกสายตามองมาที่เขา เซเป็นคนหน้าตาดีมีพี่เป็นนางแบบ คนในมหาลัยรู้จักพอสมควร ทำให้เขาค่อนข้างเป็นจุดเด่น เคยถูกเลือกให้เป็นเดือนคณะ แต่เพราะเขาไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้จึงไม่เข้าร่วมกิจกรรม ตำแหน่งนั้นจึงตกไปอยู่กับเทพแทน

และเขาเองก็รู้สึกชินแล้วที่ถูกคนมองอยู่ตลอด เขาเดินตรงเข้าไปนั่งแถว

สุดท้าย มองดูนาฬิกาด้วยความเบื่อหน่ายอีกครั้ง อีกเป็นชั่วโมงกว่าจะถึงเวลาเรียน เขาฟุบหน้าลงที่แขนแล้วก็หลับไป ด้วยความเหนื่อยล้ากับกิจกรรมของเมื่อคืนที่ผ่านมา

จรัสรวีกำลังนั่งรอเวลาสอนในห้องพักด้วยความตื่นเต้น เธอจะได้สอนเป็นครั้งแรก ใจของเธอเต้นแรงจนแทบจะเก็บอาการไว้ไม่อยู่ และรู้สึกประหม่า นั่งแทบไม่ติดเก้าอี้ มองดูเข้มนาฬิกาที่ดูเหมือนมันจะเดินช้ากว่าใจ ในสมองก็พยายามนึกท่าทางการวางตัวในฐานะอาจารย์

แล้วก็มาถึงเวลา 9 โมงเช้า จึงรีบเก็บของที่จำเป็นแล้วเดินออกจากห้องพักตรงไปสู่ห้องสอนของเธอ เธอยืนมองอยู่หน้าห้องนักศึกษานั่งรออยู่เกือบเต็มห้องแล้ว เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วเปิดประตูห้องเข้าไป ทุกสายตาหันมามองคนใหม่ที่เข้ามา

ด้วยความที่เธอดูอายุยังน้อยทำให้นักศึกษาคิดว่าเธอเป็นนักเรียนเช่นเดียวกัน พวกนักศึกษาจึงไม่ได้สนใจเธอและนั่งคุยกันต่อ จรัสรวีเดินไปที่โต๊ะของอาจารย์ วางของลงด้วยความประหม่ามองดูรอบๆ ห้อง ความเงียบยังไม่เกิดขึ้น อาจารย์สาวหันไปหยิบไมค์ขึ้นมาแล้วพูดขึ้น

"นักศึกษา กรุณาเงียบด้วยค่ะ" แต่ไม่รู้ว่าเสียงเธอเบาหรือไมค์ไม่ดี ทำให้นักศึกษาไม่มีใครหยุดพูดคุยกันเลย อาจารย์สาวยิ่งรู้สึกประหม่ามากขึ้น ยืนกำมือนิ่งอยู่หน้าชั้น แล้วตัดสินใจพูดออกไปอีกครั้ง หรือแทบจะตะโกนออกไปก็ว่าได้

"นักศึกษา กรุณาเงียบด้วยคะ"เสียงที่พูดออกไปดังๆ ใส่ไมค์ ทำเอานักศึกษาหยุดพูดแล้วหันมามองเจ้าของเสียงที่ยืนอยู่หน้าชั้น

หญิงสาวที่ท่าทางไม่น่าจะเป็นอาจารย์กำลังยืนกำไมค์อยู่ สายตาทุกคู่จ้องมองมาที่เธอ จนรู้สึกหวั่นใจ เซที่กำลังหลับอยู่หลังห้องก็ตื่นขึ้นพร้อมกับเสียงนั้นเช่นเดียวกัน เขาหันมองเจ้าของเสียง สายตาอันเฉียบคมของเขาจ้องมองเธอจนเหมือนจะทะลุไปถึงข้างใน

ผู้หญิงคนนี้ น่าสนใจจัง เซคิดในใจ

เมื่ออาจารย์สาวหน้าใหม่เห็นนักศึกษาเงียบลงเธอก็พูดขึ้นต่อ

"ฉันเป็นอาจารย์สอนวิชาภาษาไทย ขอให้ทุกคนเคารพฉันด้วย" เธอพูดพร้อมกวาดสายตาไปรอบๆ อย่างใจเย็น

"วันนี้เป็นวันเปิดเรียนวันแรก อาจารย์ขอเช็คชื่อและแนะนำกฎในการเรียนก่อนนะคะ แล้วค่อยเริ่มบทเรียน" จรัสรวีหยิบเอกสารรายชื่อนักศึกษาขึ้นมา มือของเธอสั่นน้อยๆ แล้วเริ่มอ่านรายชื่อทุกคนที่เธอเรียก เธอจะมองหน้าด้วยเพื่อที่จะได้จำใบหน้าของนักศึกษาของตัวเองได้

// ขจร / ศันสนีย์ / ถวิล / เอกชัย / พาทิศ / เมื่อเธอเรียกถึงเซ เธอเงยหน้ามองหน้าเขาแล้วหยุดนิ่ง

ทำไมเด็กคนนี้ถึงหล่อจัง เธอคิดด้วยความลืมตัว พาทิศเองก็ประสานสายตามองดูเธอเช่นกัน เขาจ้องมองเธอด้วยแววตาลุกวาว มันเหมือนมีแรงดึงดูดทำเอาใจของเธอเต้นแรงไม่เป็นจังหวะอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ความรู้สึกหวิวๆ ที่ท้องน้อยเกิดขึ้น ซึ่งเธอไม่รู้ว่ามันคืออะไร

เธอไม่อาจละสายตาไปจากชายหนุ่มไปได้ จนโทรศัพท์ของนักศึกษาคนหนึ่งดังขึ้น จิวสะดุ้งตื่นจากภวังค์รีบละสายตาออกมาจากชายหนุ่ม เธอสะบัดหน้าไล่ความมึนงงความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้นภายในตัวเธอ เมื่อสายตาของเธอประสานกับสายตาของชายหนุ่ม

หญิงสาวรีบเรียกสติกลับมาแล้วเรียกชื่อต่อ ในขณะที่เซยังคงจ้องมองอาจารย์สาวอย่างไม่ลดละ ด้วยสายตาที่ราวกับเสือขย้ำเหยื่อ ตลอดทั้งคาบที่เธอสอนพาทิศจ้องมองเธอตลอดเวลา อาจารย์สาวแทบไม่กล้าสบตากับเขาอีก เธอ

กลัวจะเสียสมาธิ

และเมื่อจบคาบเรียนเธอก็ให้การบ้านแล้วเก็บของออกไปทันที เธอนั่งลงที่ห้องพักอาจารย์สูดลมหายใจเข้าลึกๆ สายตาของชายหนุ่มยังคงติดตาเธออยู่ มันเป็นสายตาที่รู้สึกน่าดึงดูดใจอย่างประหลาด ทำเอาภายในของเธอรู้สึกปั่นป่วนมวลท้อง

"เป็นอะไรไปจิว ไม่มีสมาธิเลย" หญิงสาวพูดเตือนสติตัวเอง

"เราต้องทำอะไรต่อนะ" เธอหันไปเปิดหารายการสอนต่อไปของเธอ

"อ้อ....เดี๋ยวจะได้เจอนักศึกษาในสังกัดเราแล้ว มีสมาธิเอาไว้” เธอพยายามเบี่ยงเบนความสนใจของตัวเอง แต่ทว่าสายตาของนักศึกษาหนุ่มก็ยังคงวนเวียนอยู่ในสมอง

“สายตาของเด็กคนนั้น... ทำไมนะ..." หญิงสาวรู้สึกแปลกๆ ภายในร่างกาย จิตใจและสมอง ทำไมนะสายตาของเขาคนนั้น ถึงติดตาตรึงความรู้สึกของเธอเหลือเกิน

ขณะเดียวกันชายหนุ่มที่ทำให้จิตใจของอาจารย์สาวร้อนรุ่มก็กำลังเดินออกมาจากห้องเรียน เขารู้สึกสนใจอาจารย์คนนี้เป็นพิเศษ บางอย่างในดวงตาของเธอมันดึงดูดให้เขาอยากค้นหา แววตาใสซื่อบริสุทธิ์ของอาจารย์สาวทำให้เขาอยากทำให้เธอแปดเปื้อนเสียจริงๆ

"วิชาภาษาไทย มันเริ่มเป็นวิชาที่น่าเรียนมากขึ้นซะแล้ว แบบนี้น่าจะให้มาสอนพิเศษตามที่พ่อเสนอนะ" เขาบอกกับตัวเอง ภายในใจคาดหวังจะได้ครอบครองอาจารย์สาว เขาไม่เคยรู้สึกต้องการผู้หญิงคนไหนเท่านี้มากก่อนเลย

หลังจากที่จบคาบเรียนแรก พาทิศก็เดินไปที่ห้องเรียนคาบต่อไปทันที

"ไง เซ" เทพเอ่ยทัก เขานั่งรอเซอยู่ในห้อง เซเดินตรงเข้าไปหาแล้วนั่งลงข้างๆ

"เป็นอะไร ยิ้มแปลกๆ" เทพเห็นท่าทางของเพื่อนมีความสุข

"เปล่า ฉันหาอาจารย์สอนภาษาไทยได้แล้ว" ชายหนุ่มพูดพร้อมกับยิ้มบางๆ ที่มุมปาก

"จริงเหรอ" เทพทำท่าทางสนใจ เขาไม่เคยเห็นแววตาที่เป็นประกายมุ่งมั่นจากเซมากก่อน

"ใช่" พาทิศพยักหน้า เขากำลังคิดถึงใบหน้าและแววตาของเธออย่างโหยหา

"ใครนะจะเป็นอาจารย์ผู้โชคดีคนนั้น" เทพอยากรู้จริงๆ เขามองเซด้วยแววตาเป็นประกาย เหมือนอยากรู้ว่าอะไร และใครทำให้เซถึงมีท่าทางแบบนี้

"วิชาภาษาไทยคาบหน้าแกก็ลองเข้าไปดูหน้าซิ" เซหันไปบอกเพื่อนอย่างไม่คิดอะไร

"แสดงว่าสวยมาก" เทพพูดอย่างรู้ใจเพื่อนของตัวเอง

"มากกว่านั้น" เซพยักหน้า เพราะในความสวยของเธอเขากลับมองเห็นสิ่งอื่นที่ดึงดูดเขามากกว่า

"ทำสายตาแบบนี้ ท่าทางจะพิเศษ" เทพที่พอจะรู้จักนิสัยเพื่อนดีก็เริ่มรู้ทันว่าเพื่อนเขามีแผนการอะไร และเขาก็รู้สึกตื่นเต้นไปด้วย เมื่อรู้ว่าเซคิดอะไรอยู่ เพราะเขามักจะมีส่วนด้วยตลอด

"ว่าแต่จะสวยสู้อาจารย์ที่ปรึกษาคนใหม่ได้รึเปล่า ... นั้นไงพูดถึงก็เข้ามาพอดี" และอาจารย์ที่พวกเขาพูดถึงก็เดินเข้ามา

พาทิศหันไปมองดูอาจารย์สาว สายตาของเขาเป็นประกายอีกครั้ง เมื่ออาจารย์ที่ปรึกษาของเขาเป็นคนๆ เดียวกับอาจารย์ที่สอนวิชาภาษาไทยเมื่อกี้นี้

จรัสรวีเดินเข้าห้องเข้าห้องมาด้วยความหวาดๆ นิดๆ กวาดสายตามองดู

นักศึกษารอบๆ ห้อง แล้วก็ไปสะดุดกับสายตาของนักศึกษาหนุ่มอีกครั้ง

อีกแล้ว...เด็กคนนี้อีกแล้ว... อาจารย์สาวเริ่มเกิดอาการประหม่า เมื่อเห็นสายตาที่จับจ้องมาของเซ ราวกับตนเองเป็นเพียงลูกกวางตัวน้อยๆ ที่กำลังถูกเสือร้ายกลืนกิน

มีสติไว้จิว หญิงสาวเตือนสติตัวเองแล้วเธอก็ค่อยๆ เริ่มแนะนำตัวอย่างช้าๆ โดยพยายามไม่หันไปมองไปทางที่เซนั่งอยู่ ส่วนเซมองอาจารย์สาวไม่วางตา

"เป็นไงเซ อาจารย์ที่ปรึกษาคนใหม่" เทพกระซิบถามเพื่อนเบาๆ

"คนเดียวกัน" น้ำเสียงของเขาแผ่วต่ำแฝงไปด้วยความปรารถนาอันลึกล้ำ

"คนเดียวกับของแกเหรอ เทพหยั่งเสียงถามด้วยความสงสัย

"ใช่" เขาพยักหน้าเบาๆ ยังไม่ละสายตาไปจากอาจารย์สาว ในหัวสมองคิดแผนการบางอย่าง

"ดูใสๆ ดีว่ะ ใช่ไหม" เทพใช้ศอกสะกิดเซด้วยความตื่นเต้น เทพดูสนใจจรัสรวีจนออกนอกน่านอกตา หมายใจจะได้ร่วมมือกับเพื่อนในการคั่วอาจารย์สาวคนสวย

"อือ" พาทิศเริ่มหงุดหงิด พอรับรู้ถึงเจตนาของเพื่อน ที่ไม่ค่อยจะประสงค์ดี

กับสาวๆ เท่าไรนัก ถ้าเป็นผู้หญิงใจแตกทั่วๆ ไปเขาก็ไม่อะไร แต่สำหรับเธอคนนี้สำหรับเขา แตกต่าง

"สนใจล่ะซิ" เทพพูดราวกับรู้ความนัย ของสายตาที่เซมองเธอ

คนถูกถามไม่ตอบ เก็บความรู้สึกเอาไว้ภายในไม่อยากให้ใครได้รับรู้ ถึงความรู้สึกที่แตกต่างของเขา

"บอกไว้ก่อนนะ ของแบบนี้ใครดีใครได้" แววตาของเทพเองก็มาดมั่นที่จะจัดการกับอาจารย์สาว เมื่อได้ยินเพื่อนพูดแบบนั้น เซก็หันไปมอง แววตาของเขาดุดันทันที

"แกมีแฟนอยู่แล้วนี่" น้ำเสียงของเซหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด

"อ้าว ก็ขำๆ เป็นไรไป ให้อาจารย์คนสวยช่วยสอนวิชาเพศศึกษานิดหน่อยเอง หน้าตาแบบนี้อยากรู้จังเวลาอยู่บนเตียงจะเร่าร้อนขนาดไหน" เทพพูดเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา

โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าคำพูดของตัวเองทำให้คนฟังรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันที แม้จะคิดตามไปกับคำพูดของเทพก็ตามที ยามเธอสยายผมจะร้อนแรงแค่ไหน ยามที่เธอเปลือยเปล่าจะน่าเย้ายวนเช่นไร คิดแล้วอารมณ์บางอย่างก็ก่อตัว นี่

ขนาดแค่จินตนาการยังทำให้เขาแทบคลั่ง

"เขาไม่ยอมแกหรอก" เซพูดเหมือนรู้จักนิสัยของเธอดีแล้ว

"ก็ไม่แน่ แกคอยดูก็แล้วกัน หน้าใสๆ แบบนี้ น่าทำให้มีราคีจริงๆ" เทพพูดอย่างมั่นใจในตัวเอง งานนี้ถ้าร่วมมือไม่ได้ ก็ต้องแข่งกันหน่อยว่าใครจะรวบหัวรวบหางได้ก่อนกัน

พาทิศหยุดบทสนทนาเพียงแค่นั้นเพราะเขากลัวว่าถ้าคุยต่อไป เขาอาจเก็บอารมณ์หงุดหงิดไว้ไม่ได้ ดูท่าทางเพื่อนของเขาก็จับจ้องที่อาจารย์สาวเช่นเดียวกัน แต่จุดประสงค์ของเทพดูแล้วร้ายกาจกว่า

หลังจากที่อาจารย์สาวแนะนำตัวและแนะแนววิชาให้นักศึกษาเรียบร้อยก็จบคาบเรียนทันที เธอเก็บของออกจากห้องด้วยความรวดเร็วแต่ก็ดูเหมือนจะช้าไปสำหรับชายหนุ่ม เขาเดินเข้ามาแล้วถือวิสาสะคว้ามือของอาจารย์สาวโดยไม่กลัวเกรงต่อสายตาของเพื่อนนักศึกษาด้วยกัน

อาจารย์สาวตกใจในท่าทีของนักศึกษาหนุ่ม

"อะไรกันนะ เธอ" จรัสรวีสะบัดข้อมือออกทันทีที่ออกจากห้องเรียน

"ผมมีเรื่องจะปรึกษาอาจารย์เขาหันกลับมาพูด ใจจริงเขาแค่อยากให้เธอ

ออกมาจากห้องก่อนที่เทพเพื่อนของเขาจะเดินมาถึงตัว แต่ก็เป็นโอกาสดีที่เขาจะได้รู้จักกับเธอ

"ปรึกษา ก็บอกดีๆซิ จะฉุดกระชากลากอาจารย์ออกมาทำไม" เธอพูดโดยที่ไม่ยอมสบสายตาของเขา

"ผมอยากคุยเป็นการส่วนตัว" พาทิศเดินเข้ามาประชิดตัวของอาจารย์สาว เขาได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของเธอแล้วรู้สึกอดใจไม่ไหว

อาจารย์สาวรีบถอยหนีเมื่อใบหน้าหล่อเหลาของเขาเข้ามาใกล้ ใกล้เสียจนเธอกลัวว่าเข่าจะได้ยินเสียงหัวใจของเธอที่เต้นแรงไม่เป็นจังหวะยามที่สบสายตากัน

"เธอบอกอาจารย์ก็ได้ อาจารย์จะเดินตามออกมา" เธอพูดเสียงอ้อมแอ้ม สายตาของชายหนุ่มเหมือนจ้องลึกไปถึงหัวใจของเธอ

"ก็ได้ ขอโทษ" พาทิศพูดแบบไม่เต็มใจ หญิงสาวรีบเลี่ยงตัวแล้วเดินเข้าห้องพักทันที ชายหนุ่มก็เดินตามเข้าไปในห้องแล้วปิดประตู เห็นอาจารย์สาวนั่งลงที่เก้าอี้พร้อมเก็บข้าวของ

"นั่งซิ มีอะไรว่ามา" จรัสรวีมองหน้าเขาแล้วตั้งใจฟัง ภายในใจอดไม่ได้ที่จะ

รู้สึกว่าเด็กหนุ่มคนนี้หล่อมาก มีเสน่ห์น่าดึงดูด สายตาของเขาเฉียบคม รู้สึกได้ถึงอำนาจในแววตาคู่สวย

"ผมอยากให้อาจารย์สอนพิเศษผม" ชายหนุ่มนั่งลงตามที่เธอบอก เอนหลังพิงอย่างสบายอารมณ์ พร้อมเอ่ยแผนการของตนเอง

"ห๊า...สอนพิเศษ" เธอตกใจกับคำพูดของเขา ระดับนักศึกษามหาวิทยาลัย ไม่น่าจะมีการสอนพิเศษเกิดขึ้นสักเท่าไร

"ใช่ วิชาภาษาไทย" ชายหนุ่มพยักหน้า เขารู้สึกว่าอาจารย์คนนี้ยิ่งอยู่ใกล้เขายิ่งอดใจไม่ไหว ดูเหมือนจะใสซื่อกว่าที่เขาคิดเอาไว้

"ทำไมต้องสอนด้วย" จรัสรวีแปลกใจกับคำพูดของเซ ไม่มั่นใจในจุดประสงค์ของนักศึกษาหนุ่ม

"ผมตกวิชานี่มาหลายเทอมแล้ว ไม่เชื่อก็ดูในประวัติผมซิ" ชายหนุ่มพูดอย่างไม่อาย งานนี้เขาต้องกล้าที่จะบอก เพื่อที่เธอจะได้ตอบตกลง

หญิงสาวมองหน้าเขาแบบไม่เชื่อ แต่ก็เปิดดูประวัตินักศึกษา ผลการเรียนของเขาวิชาอื่นดีหมด ยกเว้นวิชาภาษาไทย

 


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha


แค่เริ่มก็ชอบแล้วววว 😄
โดย Anonymous | 2 years, 7 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
ดีงามพระรามแปดค่ะ ><
โดย Anonymous | 2 years, 8 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
สนุกสุดๆเรยค่ะ
โดย Anonymous | 2 years, 8 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
ตอนแรกก็สนุกคะ
โดย Anonymous | 2 years, 8 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
สนุกค่ะ
โดย Anonymous | 2 years, 10 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
สนุกมากเลยติดตามหาซื้อตลอดเลยค่ะ
โดย Anonymous | 2 years, 11 months ที่ผ่านมา
  • ขอบคุณมากๆ ค่ะ โดย Romteera | 2 years, 10 months ที่ผ่านมา
  • ขอบพระคุณมากๆ ค่ะ โดย Romteera | 2 years, 11 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha