ไฟรักแรงปรารถนา

โดย: รมย์ธีรา



ตอนที่ 8 : การออกค่าย


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

หญิงสาวพยักหน้าเบาๆ ด้วยความอ่อนแรง

"ถ้ายอมรับตั้งแต่แรกก็ไม่ต้องเหนื่อยแบบนี้หรอก ผมตั้งใจว่าจะไม่ทำอะไรจิวจนกว่าจิวจะปรับตัวได้ แต่ก็อดไม่ไหว จิวยั่วผมเอง" ชายหนุ่มยิ้มออกมาแต่ก็ยังเลื่อนกายลงต่ำไปทักทายจุดกระสันของเธอที่กลางลำตัว

"อ๊ะ...ไม่....อ่ะ....อีกแล้ว.....อ่ะ...อาาา" พร้อมเร่งลิ้นของตน ไม่นานร่างของหญิงสาวก็เกร็งกระตุก คาลิ้นของ

ชายหนุ่ม แต่เขายังคงลูบไล้เธออย่างต่อเนื่อง อารมณ์ของเขายังไม่หยุดนิ่งแต่มองดูหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าแล้วท่าทางจะไม่ไหว ลมหายใจของเธอนิ่งแล้ว แสดงว่าสลบไป ชายหนุ่มก็ลุกขึ้นแล้วห่มผ้าให้เธอ เดินเข้าห้องน้ำ

เวลา 9.00 น. หญิงสาวตื่นขึ้นด้วยความรู้สึกปวดเมื่อยร่างกายเงยหน้า

มองนาฬิกา หันไปมองปฏิทิน แล้วก็ถอนหายใจออกมา

"ดีนะที่วันนี้วันเสาร์" เธอหันไปมองที่ว่างข้างกาย มองหาชายหนุ่ม รู้สึกหดหู่ใจเล็กน้อย

"สงสัยจะกลับไปแล้ว" เธอพูดด้วยความน้อยใจ คิดว่าตัวเองเป็นแค่นางบำเรอ เดินช้าๆไปที่ห้องน้ำ แล้วอาบน้ำชำระร่างกาย หลังจากนั้นหญิงสาวก็เดินลงมาชั้นล่าง มองดูประตูบ้านที่ถูกเปิดอยู่ รู้สึกหงุดหงิดใจเล็กน้อย ที่ชายหนุ่มไม่สนใจความปลอดภัยของเธอหญิงสาวหันกลับไปจะไปที่ครัวเพื่อทำอาหารเช้า ก็ชนเข้ากับคนที่ทำให้เธอหงุดหงิดใจ

"อ้าว..." หญิงสาวตกใจคนที่เธอไม่คิดว่าจะอยู่กลับยืนอยู่ตรงหน้า

"ตื่นแล้วเหรอ หิวไหม" ชายหนุ่มพูดเรียบๆ แล้วส่งแก้วกาแฟที่ชงไว้ให้

"เซ..." หญิงสาวรับแก้วมาอย่างงงๆ

"ใช่ ทำไมตกใจอะไรเหรอ" ชายหนุ่มไม่เข้าใจว่าหญิงสาวแปลกใจอะไรนักหนาที่เห็นเขา

"ฉันนึกว่าเธอกลับไปแล้วซะอีก" หญิงสาวยกแก้วขึ้นมาจิบกาแฟ

"ทำไม ดีใจเหรอที่ยังไม่กลับนะ" ชายหนุ่มหมุนตัวกลับไปจัดอาหารที่อยู่บนโต๊ะ

"ปะ..เปล่า ไม่กลับบ้านกลับช่องแบบนี้ พ่อ-แม่ไม่ว่าเหรอ" หญิงสาวก็เดินตามเขามาถึงโต๊ะอาหาร มองดูอาหารเช้าที่เขาทำไว้ให้

"ไม่หรอก" ชายหนุ่มพูดเรียบๆ ก้มหน้าจัดอาหารต่อ

"ทำไมหรือว่าเขาไม่สนใจ" เธอคิดว่าเขาเป็นพวกเด็กมีปัญหาไม่ยอมกลับบ้านกลับช่อง

"ไม่ใช่ บอกเขาว่ามาอ่านหนังสือที่บ้านอาจารย์ ตั้งใจจะสอบให้ผ่าน เขาก็เลยไม่ว่าอะไร" ชายหนุ่มก็อธิบายเพิ่มเติม

"อะไรนะ นี่เธอเอาฉันมาอ้างเหรอ" หญิงสาวรู้สึกไม่สบายใจที่เขาเอาเธอไปเป็นข้อต่อรองที่จะทำตัวเหลวไหล

"เปล่าพูดความจริงตะหาก เดี๋ยวจิวต้องสอนหนังสือให้ผม ส่วนผมก็จะสอนภาษาเกาหลีให้ไง อ๋อ แล้วไม่แน่ผมอาจเป็นอาจารย์สอนจิวตั้งสองวิชา" เขาพูดแล้วยิ้มกับตัวเอง

"วิชาอะไรย่ะ" คนไม่ทันสวนกลับ

"ก็วิชาภาษากายไง จิวยังต้องเรียนรู้อีกเยอะ" ชายหนุ่มมองหญิงสาวสายตารุกวาว จนเธอใจสั่น

"บ้า" หญิงสาวอายหน้าแดงพานคิดไปถึงรสสัมผัสของเขา เธอนั่งลงที่เก้าอี้แก้เขิน

"กินข้าวเถอะ" แล้วเขาก็นั่งลงข้างๆ หยิบช้อนส้อมขึ้นมากินอาหารที่ทำเอาไว้

"แล้วนี่เมื่อวานมาได้ไง นั่งแท็กซี่มาเหรอ" หญิงสาวเองก็เริ่มกินอาหารที่เขาทำ และเธอก็พอใจกับรสชาติมากๆ

"เปล่า...ขับรถมา" ชายหนุ่มพูดด้วยความลืมตัว ยังไม่ได้บอกเธอว่าได้รับอนุญาตให้ขับรถแล้ว

"อ้าวไหนว่า.." หญิงสาวแปลกใจ เพราะถ้าเธอจำไม่ผิด เขาเคยบอกว่าพ่อจะยึดรถจนกว่าจะสอบผ่าน จึงทำให้เธองงว่า เขาจะขับรถมาได้ยังไง

"ก็พ่อยอมให้ขับแล้ว เห็นว่ามีอาจารย์ดีนะ" ชายหนุ่มแก้ตัว

"อ้อ" แล้วทั้งสองก็นั่งกินข้าวโดยไม่พูดอะไรอีก หลังจากที่กินอาหารเสร็จ เซก็เก็บจานชามไปล้าง เขาไม่ยอมให้หญิงสาวทำอะไร เขาเป็นคนทำเองทุกอย่าง

และดูคล่องแคล่วดีกว่าเธอด้วย

แล้วทั้งสองก็เริ่มการสอนภาษาไทย เธอเลือกสอนที่โต๊ะรับแขกหน้าบ้าน ทั้งสองนั่งลงที่พื้นและใช้โต๊ะรับแขนเป็นโต๊ะหนังสือ เซเป็นเด็กหัวเร็ว การถูกสอนแบบตัวต่อตัวแบบนี้ทำให้เขาสามารถก้าวหน้าได้มากขึ้น จนหญิงสาวก็อดทึ่งในความสามารถของเขา เธอมองชายหนุ่มที่กำลังเขียนหนังสืออยู่เงียบๆ

"เป็นไง ผมเก่งขึ้นบ้างไหม" ชายหนุ่มส่งสมุดที่เขาเพิ่งเขียนเสร็จให้กับหญิงสาว

"อือ..เก่ง" หญิงสาวอ่านดูอย่างพอใจ ถึงแม้ลายมือจะยังไม่เข้าที่นักแต่เขาก็สามารถสะกดตัวสะกดถูกแทบทุกคำ

"เก่งนี่ หัวไวเหมือนกัน แบบนี้ถ้าตั้งใจเทอมนี้ต้องผ่านแน่ๆ" หญิงสาวโล่งใจ ตอนแรกเธอคิดว่าเขาจะเป็นพวกเด็กสอนยาก

"ใช่...มีอาจารย์ดี" ชายหนุ่มก้มลงกระซิบที่ข้างหูของหญิงสาว ตอนนี้เขาเลื่อนตัวเองขึ้นมานั่งบนโซฟา โดยหญิงสาวนั่งอยู่ที่พื้นบ้าน

"แน่นอน" หญิงสาวไม่คิดอะไรเธอยังอ่านข้อความตัวสะกดที่เซเขียนอยู่อย่างตั้งใจ

"แบบนี้ต้องตอบแทน" ชายหนุ่มเปลี่ยนน้ำเสียง จากธรรมดาเป็นเร่าร้อนขึ้น หญิงสาวไม่ทันสังเกต

"ไว้ให้เธอคล่องภาษาไทยก่อนแล้วค่อยสอนภาษาเกาหลีให้ฉันก็ได้" เธอเองก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก และยังไม่รู้ทันความคิดและอารมณ์ของชายหนุ่ม

"อันนั้นมันแน่นอนอยู่แล้ว แต่ผมหมายถึงสอนอีกภาษาตะหาก" พูดจบเขาก็รั้งตัวหญิงสาวขึ้นมานั่งที่ตัก

"เอะ..." หญิงสาวไม่ทันระวังตัว รู้อีกทีมือทั้งสองข้างของเขาก็สอดเข้าไปในเสื้อของเธอ รั้งเสื้อชั้นในขึ้นไปเหนือทรวงอก แล้วเขี่ยเล่นที่ยอดเนิน

"เซ...อย่า...อ๊ะ..." หญิงสาวพยายามจะร้องห้าม แต่การปลุกเร้าที่เร่าร้อนและชำนาญของเขาทำให้เธอไม่อาจปฏิเสธได้ ยิ่งยอดอกของเธอมันชูชันพร้อมสู้กับปลายนิ้วของเขาแบบนี้ มันก็ยากที่เธอจะปฏิเสธเขาได้

"ก็ให้รางวัลไง โดยการสอนภาษากายให้" ชายหนุ่มบีบเคล้นทรวงอกของหญิงสาวแรงขึ้น

"อ๊ะ....." แล้วมืออีกข้างก็เลื่อนต่ำลงไปที่ขอบกางเกงอยู่บ้าน ออกแรงดึงนิดหน่อยกางเกงของเธอก็หลุดออกมากองที่ต้นขาพร้อมกับกางเกงในของเธอ

"อ๊ะ....อ่ะ.....อ๊าาา" หญิงสาวคราญครางเมื่อนิ้วของชายหนุ่มสอดเข้าไปในช่องรักของเธอ

"จิวยังต้องเรียนรู้อีกมาก กับภาษากาย" ชายหนุ่มกระซิบที่ข้างหู แล้วดูดเม้นมันอย่างหลงใหล มือก็เคล้าคลึงที่ทรวงอกของเธอ หญิงสาวสะบัดใบหน้าไปมาอย่างเร่าร้อน ผมที่เธอปล่อยสยายตอนนี้มันยุ่งไปหมดตามแรงสะบัด แต่ดูแล้ว Sexy เหลือเกิน

"เซ....เร็ว....ไม่ไหวแล้ว....อ๊ะ...." หญิงสาวเริ่มร้องเรียกให้ชายหนุ่มเร่งมือ ชายหนุ่มเองก็ไม่ขัดพอใจที่เห็นหญิงสาวเร่าร้อนได้ทันใจเขาเหลือเกิน ใช้เวลาปลุกเร้าไม่นาน เหลือก็เพียงแต่เธอจะทนเขาได้มากแค่ไหน

"อะ......อ่ะ.....อ๊าาา" เสียงร้องของเธอดังยาวเมื่อความสุขสูงสุดมาเยือนร่างกาย ร่างของเธอเกร็งกระตุกอย่างต่อเนื่องเมื่อชายหนุ่มไม่หยุดมือ ใบหน้าของเขาแดงก่ำอย่างสกัดกลั้นอารมณ์ของตัวเองไว้ สะโพกของหญิงสาวลอยเหนือต้นขาแล้วขยับอย่างน่าอาย มันเป็นไปตามธรรมชาติ ชายหนุ่มก็ยิ่งขยับนิ้วเร็วและแรงขึ้น ไม่นานเสียงร้องของเธอก็ดังอีกครั้ง

"อะ....อ๊ะ.......อ่ะ....." แล้วร่างบางก็ทรุดลงที่อกกว้างของชายหนุ่มอย่าง

หมดแรงเขาขยับตัวหญิงสาวลงที่โซฟา หญิงสาวหลับตาพริ้มด้วยความเหนื่อยชายหนุ่มลุกขึ้นไปหยิบน้ำมาให้ หญิงสาวรับมาแล้วดื่มอย่างกระหาย

"รางวัลสำหรับอาจารย์ดีเด่นประจำวัน" ชายหนุ่มกระซิบอีกครั้ง แล้วขบที่ใบหูของเธออย่างหมั้นเขียว

เวลาผ่านไปหลายวัน พาทิศแทบจะย้ายมาอยู่ที่บ้านของอาจารย์สาวเขาเข้าออกบ้านเธอเหมือนบ้านตัวเอง เธอสอนภาษาไทยให้กับเขาจนตอนนี้เขาสามารถอ่านเขียนได้คล่องขึ้น ส่วนเขาก็สอนภาษากายให้กับเธออย่างเร่าร้อน เธอเริ่มตอบสนองเขาได้ยาวนานกว่าเดิม

"อ๊ะ.....เซ....พอแล้ว.....อ๊า" หญิงสาวครางลั่น เมื่อชายหนุ่มยังคงมอบบทรักให้เธออย่างต่อเนื่อง

"อีกนิดเดียว จิว....อ๊าาา" ชายหนุ่มคราญคราง โอบกอดร่างหญิงสาวกระชับ ก้มลงดูดเม้นยอดอกของเธออย่างรุนแรง กายส่วนล่างก็ขยับเข้าออกอย่างรวดเร็ว

"เร็ว.....อาา" หญิงสาวขอร้องให้เขาเร่งจังหวะรัก ชายหนุ่มก็ไม่ขัด ไม่นานร่างทั้งสองก็เกร็งกระตุกพร้อมกัน ชายหนุ่มหายใจหอบ เขาเล่นบทรักกับเธอมา

ตั้งแต่เมื่อคืน

"เซ....ไม่ไหวแล้ว เดี๋ยวไปขึ้นรถไม่ทันนะ" หญิงสาวเอ่ยเตือนเมื่อเห็นชายหนุ่มทำท่าจะขยับอย่างต่อเนื่อง

"รู้แล้วน่า" แล้วเขาก็ถอนตัวออกมาจากหญิงสาว ก้มลงจูบที่เนินอก แล้วเดินเข้าห้องน้ำไปหญิงสาวนอนหายใจระรวยด้วยความเหนื่อย กับการเรียนครั้งนี้มันช่างยาวนานและต่อเนื่อง หลังจากที่ทั้งสองอาบน้ำเสร็จ ก็รีบขับรถไปที่มหาลัยทันที

วันนี้เป็นวันที่พวกเขาจะต้องไปเข้าค่ายอาสาตามที่เคยสมัครไว้ชายหนุ่มรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ไปออกค่ายแบบลำบากเป็นครั้งแรกส่วนหญิงสาวรู้สึกหวั่นใจกลัวว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองจะถูกเปิดเผยออกมา เกิดเขาทำอะไรที่มันแสดงออกว่าทั้งสองมีความสัมพันธ์กันระหว่างอยู่ในค่ายละก็ เธอถูกไล่ออกแน่นอน

เวลา 8.00 น ที่มหาลัย

"กรี๊ดๆๆๆ..... พี่เซไปออกค่ายด้วยเหรอ" เสียงนักศึกษารุ่นน้องกำลังกรีดร้องเมื่อเห็นชายหนุ่มขึ้นรถมา แล้วนั่งลงข้างหน้าบริเวณที่พวกอาจารย์จะต้องเป็นคนนั่ง ชายหนุ่มมองนักศึกษารุ่นน้องที่กรี๊ดเขาอย่างไม่ใส่ใจ โบกมือให้เล็กน้อยพอมีมารยา เขาชินแล้วกับการถูกสาวกรี๊ดแบบนี้

จิวเดินตามขึ้นมาถึงกับอึ้งไม่คิดว่าเขาจะเป็นที่ชื่นชอบในหมู่สาวๆ ขนาดนี้ เธอพยายามเอากระเป๋าขึ้นไปเก็บที่ด้านบนด้วยความลำบากเพราะกระเป๋าหนัก ชายหนุ่มเห็นแล้วก็ลุกขึ้นช่วย ทำให้ร่างกายของทั้งสองใกล้กันจนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแต่ละคน

หญิงสาวก็ใจเต้นแรงด้วยความตื่นเต้นเธอไม่คิดว่าตัวเองก็ใจสั่นเพียงเพราะได้สัมผัสเขาแบบผิวเผินเท่านั้น ชายหนุ่มเองก็มองหญิงสาวออกว่าเธอเริ่มง่ายต่อการปลุกเร่าขึ้นเขายิ้มอยู่ในใจหญิงสาวรีบชักมือกลับ แล้วนั่งลงที่เก้าอี้ข้างหน้าเขากับอาจารย์สาวที่ไปด้วยกัน จิตใจเธอรู้สึกร้อนรุ่มเมื่ออยู่ใกล้เขา หญิงสาวหน้าแดงจนอาจารย์ที่นั่งข้างๆสังเกตเห็น

"เอะ...อาจารย์จิว เป็นอะไรรึเปล่าคะ" อาจารย์นกถามด้วยความเห็นเป็นห่วง

"เปล่าค่ะ ทำไมเหรอ" หญิงสาวตกใจจับใบหน้าของตัวเอง

"ทำไมหน้าแดงจัง หรือว่าไม่สบายยังไม่หาย" นกเอื้อมมือมาจับแขนของ

จรัสรวี

"อ้อ...หายแล้วคะ อากาศมันร้อนนะคะ หน้าเลยแดง" เธอยกมือขึ้นพักใบหน้าที่กำลังร้อนของตัวเอง แล้วเบือนหน้าไปทางอื่น

"ร้อนเหรอ..งั้นเดี๋ยวเร่งแอร์ให้ไหม" นกทำท่าจะลุกขึ้นไปปรับแอร์

"ไม่ต้องหรอกคะ" หญิงสาวรีบรั้งข้อมือเอาไว้เพราะเธอไม่ได้ร้อนเพราะอากาศตามที่พูดไป หลังจากที่ออกเดินทางทางผู้จัดก็มีการสัมภาษณ์ผู้ที่เขามาร่วมเดินทางไปในครั้งนี้เป็นกิจกรรมที่ทางนักศึกษาจัด จิวและอาจารย์คนอื่นๆ ต่างนั่งหัวเราะกับคำตอบของนักศึกษาแต่ละคน

ส่วนเซกำลังนั่งหลับอยู่อย่างไม่ใส่ใจคนรอบข้าง แล้วเมื่อพิธีกรมาถามเซซึ่งเป็นคนสุดท้าย ชายหนุ่มก็เปิดเปลือกตาขึ้นมาอย่างช้าๆรู้สึกหงุดหงิดที่มีคนมาขัดจังหวะการนอนของเขา อาจารย์ที่นั่งอยู่ข้างหน้าก็รีบลุกขึ้นแล้วหันมาฟังคำตอบของชายหนุ่มทันที แม้แต่จิวเองก็พลอยสนุกไปกับเขาด้วย

"ตื่นแล้วค่ะ ชายหนุ่มสุดหล่อของเรา" พิธีกรสาวประเภทสองที่ถือไมค์อยู่หันไปบอกคนที่อยู่บนรถสีหน้าตื่นเต้น

ชายหนุ่มกำลังงงว่าเกิดอะไรขึ้น เงยหน้าไปเห็นอาจารย์สาวของตนมอง

อยู่แบบยิ้มๆ ก็กวาดสายตามองทุกคน แล้วก็รู้ทันทีว่าทุกคนกำลังมองมาที่เขาอยู่

"เอ..พี่เซเนี่ยเข้าชมรมของเราเพราะอะไรคะ" พิธีกรถือวิสาสะดึงแขนของชายหนุ่มให้ลุกขึ้น ทำหน้าถูกไถกับแขนอย่างใกล้ชิด ยิ่งทำให้คนบนรถกรี๊ดเข้าไปใหญ่ แม้แต่จิวเองก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้

"กรี๊ด...." นี่เซมีคนชอบขนาดนั้นเลยเหรอ หญิงสาวพูดออกไปเบาๆ ขณะที่ปิดปากหัวเราะแต่ชายหนุ่มก็ยังได้ยินที่หญิงสาวหัวเราะเขา

"เมื่อกี้ถามว่าไงนะ" เขาหันไปถามพิธีกรให้ทวนคำถามใหม่

"อ๋อ...ก็พวกเราอยากรู้ว่าพี่เซเนี่ยเข้าชมรมของเราเพราะอะไรค่ะ" พิธีกรส่งไมค์ไปให้ชายหนุ่ม เขารับมาแล้วยิ้มหันไปสบตาอาจารย์สาวแล้วตอบ

"เพราะ....อาจารย์จิว ผมเข้ามาเพราะอาจารย์จิว" ชายหนุ่มพูดจบก็ส่งไมค์คืนให้กับพิธีกรแล้วนั่งลงที่เบาะนั่ง หันมายิ้มให้กับจิวอย่างสะใจที่ได้แกล้ง

หญิงสาวตกใจสุดขีดที่เขาพูดออกไป ความหมายมันกำกรวม นักศึกษาทุกคนกรี๊ดดังลั่น อาจารย์ที่มาด้วยกลับมองเธอด้วยสายตาตำหนิ

"หมายความว่าไงคะอาจารย์ นี่จะบอกว่าพี่เซของเราแอบรักอาจารย์หรอก" พิธีกรหันมาถามเธออย่างสนใจ โดยที่ไม่รู้เลยว่า อาจารย์คนอื่นๆ กำลังทำท่าจะติเธออยู่ หญิงสาวมองหน้าเซเมื่อจะขอความช่วยเหลือ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้สนใจอะไรนัก นั่งมองเธอแล้วแอบยิ้มที่มุมปาก

"ไม่ใช่คือ..เซ เอ้ยพาทิศหมายถึง..เออ...เขาสอบวิชาภาษาไทยตกตลอด อาจารย์ก็เลยให้เขามาเข้ากิจกรรม เพื่อที่จะได้ช่วยหนุนคะแนนนะ จริงๆ นะอาจารย์ให้มาเพราะเรื่องเรียน เขาจะได้สอบผ่านซะที ไม่งั้นคงได้อยู่เป็นปู่มหาลัยแน่เลย จริงไหมคะ" หญิงสาวรับไมค์มาแล้วแก้ตัวหันไปพยักหน้ากับคนอื่นๆเพื่อให้ได้รับการเชื่อถือ

"อะ..อ้อ...เหรอคะ อาจารย์ อย่างนี้นี่เอง" พิธีกรพยักหน้าเขาใจในความหมาย พร้อมกับคนทั้งรถ แต่อาจารย์คนอื่นๆ ยังคงสงสัยความสัมพันธ์ของคนทั้งสองอยู่ เพราะมีคนเคยเห็นว่าทั้งสองมามหาลัยด้วยกัน และยังมีการสนิทสนมกันเกินงามอีกด้วย

แล้วพิธีกรก็เริ่มทำกิจกรรมอื่นๆต่อ หญิงสาวหันกลับมานั่งที่รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง ที่ถูกเพื่อนอาจารย์มองเธอด้วยสายตาแบบนั้น

            เวลา 11.00 น. แล้วก็มาถึงจุดหมาย โรงเรียนที่พวกเขาจะมาพัฒนาเป็นโรงเรียนเด็กประถมที่อยู่ห่างไกลความเจริญ แถบภาคอีสานแต่ไม่ไกลจากกรุงเทพเท่าไรนักทุกคนลงจากรถ จรัสรวีรีบเอาของแล้วเดินลงไปจากรถทันที โดยที่ไม่ปลุกเซจนกระทั้งพิธีกรสาวประเภทสองเป็นคนปลุก

"พี่เซฮะ..ถึงแล้วฮ่ะ" ชายหนุ่มลุกขึ้นตกใจเล็กน้อยที่เห็นหน้าของพิธีกร เขาลุกขึ้นมองหาจิวไม่เห็นแล้วก็หงุดหงิดที่เธอไม่ยอมปลุกเขา มองออกไปเห็นเธอเดินอยู่ไม่ไกลก็รีบหยิบกระเป๋าแล้วเดินลงจากรถไปหาหญิงสาว เมื่อเดินไปถึงก็ฉุดแขนเธอเอาไว้

"ทำไมไม่ปลุก"

"แล้วทำไมต้องปลุก" หญิงสาวหยุดเดินแล้วหันมามองหน้าเขา พูดฉุนๆ

"โกรธอะไรเนี่ย" ชายหนุ่มยังไม่รู้ความผิดของตัวเอง

"มีหน้ามาถามอีก ดูสิ่งที่เธอพูดบนรถซิ เธอกำลังทำให้ฉันมีปัญหานะ" หญิงสาวโมโหที่เขาไม่ให้เกียรติ์เธอ

"จิวก็แก้ตัวได้ดีนี้" ชายหนุ่มพูดขำๆ ไม่ใส่ใจเท่าไรนัก

"อาจารย์จิว.." หญิงสาวทำเสียงเขียวใส่ แล้วมองไปทางคนรอบข้างอย่างหวาดหวั่น รู้สึกเหมือนถูกจับตามองอยู่ตลอด

"เออ....อาจารย์" ชายหนุ่มเองก็ลืมตัวไป

"ใช่..แก้ตัวได้ดี แต่เธอ...เธอไม่คิดจะช่วยฉันเลยนะ" เธอหันไปทำสายตาตำหนิใส่เขา

"ก็จะช่วยอยู่ แต่เห็นแก้ตัวได้เลยไม่ช่วย" ชายหนุ่มพูดเรียบๆ ไม่เข้าใจว่าเธอจะโกรธอะไรเขานักหนา

"งั้นเหรอ ขอบใจมากนะ ที่อุตส่าห์คิด ที่หลังก็อยากพูดจาแบบนั้นอีก มันจะทำให้ฉันเดือดร้อน" แล้วเธอก็หันตัวกลับจะเดินไปที่ห้องพัก

"นี่พูดดีๆ หน่อยได้ไหม" ชายหนุ่มยังคงดึงแขนเธอเอาไว้ เขาคิดว่าเธอไม่มีเหตุผล

"ทำไมฉันต้องพูดดีๆ กับเธอด้วยพาทิศ" หญิงสาวสะบัดมือออกแล้วหันกลับมาตะคอกใส่เขา ชายหนุ่มตกใจในท่าทีของเธอ แล้วความตกใจก็แปรเปลี่ยนเป็นความโกรธ

"ก็ได้ ถ้าอาจารย์จิวต้องการแบบนั้น ระวังตัวไว้ก็แล้วกัน ตัดเยื่อใยกับผมแบบนี้ ระวังเรื่องแดงออกมาไม่รู้ด้วย คราวหน้าผมไม่รับปากนะ ว่าจะปกปิดได้อีกนานแค่ไหน เพราะเวลาอยู่ใกล้อาจารย์แล้ว มันอดไม่ได้ที่จะมีอารมณ์ อาจารย์เองก็เหมือนกันไม่ใช่เหรอ แล้วรอยที่คอ ที่ตัวนะ ซ่อนเอาไว้ให้ดีล่ะ ระวังจะมีคนเห็น"

เขาพูดใส่เธอด้วยแววตาเย็นชา แล้วรีบเดินจากไป

"เซ..พาทิศ เธอนี่" หญิงสาวหันไปเรียกให้เขาหยุด แต่ชายหนุ่มไม่ฟังเสียง เธอกำมือแน่นด้วยความโกรธ ทั้งที่เขาควรจะง้อเธอแต่กลับทำแบบนี้ใส่แต่ก็รีบเปลี่ยนสีหน้าทันทีที่เห็นอาจารย์นกเดินมาหา

"มีอะไรรึเปล่าคะอาจารย์จิวพาทิศกวนใจอาจารย์เหรอ" นกถามด้วยความสงสัยปนอยากรู้เน้นคำว่ากวนใจเป็นพิเศษ

"อ๋อ เปล่าคะ เขาแค่ขอโทษที่พูดจาดูไม่งามออกไปตอนอยู่ลนรถนะคะ" หญิงสาวบ่ายเบี่ยง แล้วรีบเดินปลีกตัวไปที่พักทันทีทิ้งให้เพื่อนสงสัยในท่าทีของทั้งสองคนอยู่อย่างเงียบๆ

หลังจากที่ทุกคนพักผ่อนที่ห้องพัก ก็มารวมตัวกันที่หน้าเสาธงของโรงเรียนจิวพยายามหลบหน้าเซอยู่ตลอด เธอยังโกรธเขาอยู่ ส่วนเซก็มึนงงกับขั้นตอนเขาไม่รู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง และไม่รู้ว่ามาที่โรงเรียนโทรมๆ นี่เพื่ออะไรนักศึกษาจะมาพัฒนาอะไรที่นี่ได้ มันน่าจะเป็นหน้าที่ของช่างไม่ใช่เหรอ

"นักศึกษา จับฉลากนะครับ เลือกว่าจะต้องไปทำอะไรบ้าง" เสียงอาจารย์คนหนึ่งพูดออกไมค์ แล้วนักศึกษาหลายคนก็เริ่มทยอยกัน เดินไปจับฉลาก เซก็

เดินตามไปแล้วจับขึ้นมาได้

// ทาสี //

"ทาสีเนี่ยนะ จะทำเป็นไหมเนี่ย" ชายหนุ่มเผลอบ่นออกไปเสียงดัง

"มีอะไรรึเปล่าพาทิศ" อาจารย์หนุ่มที่ถือกล่องจับฉลากมองหน้าเขา ด้วยความสงสัย

"เปล่าครับ แล้วผมต้องไปที่ไหน" ชายหนุ่มเลี่ยงถามอย่างอื่นแทน

"ได้งานอะไรล่ะ"

"งานทาสี" พร้อมกับยื่นใบฉลากให้ดู

"อ๋อ .. ไปหาอาจารย์จิวทางด้านข้างของตึกได้เลยนะ" อาจารย์มองแล้วพยักหน้าอย่างไม่ได้คิดอะไร

"เอะ...อาจารย์จิวเหรอฮะ" ชายหนุ่มแปลกใจที่เขาจับได้อยู่กลุ่มของจิว

"ใช่..อาจารย์จิวได้ดูแลคนทาสี ทางนั้นนะ" แล้วเขาก็ชี้ไปทางซ้ายมือของตัวเองซึ่งเป็นทางไปด้านข้างของตึกเรียน

"ขอบคุณครับ" ชายหนุ่มยิ้มที่มุมปากเหมือนโชคเข้าข้างที่ทำให้เขาได้จับฉลากได้อยู่กลุ่มของจรัสรวี เขาเดินมาก็เห็นอาจารย์สาวคนสวยของเขายืนอยู่กำลังทำท่าทางเหมือนวางแผนทาสีที่กำแพง ยกแขนขึ้นลงเหมือนวาดภาพบนอากาศ

เขามองเธอชุดที่เธอสวมใส่อย่างพอใจ เธอใส่ชุดกางเกงขาสั้น โชว์เรียวขายาวสวยได้รูป เสื้อเชิ้ตตัวสั้นๆ ผูกใต้อก โชว์เสื้อสายเดียวที่อยู่ข้างใน ชายเสื้อพอดีกับ ขอบกางเกงขาสั้น เวลายกแขนขึ้นแล้วโชว์ผิวขาวเนียนๆ ของหญิงสาว ผมรวบไว้แบบลวกๆ มันดูช่างดู Sexy อย่างน่าประหลาด ทำเอาชายหนุ่มใจเต้นแรงกับภาพที่เห็น

"อาจารย์ผมต้องทำอะไรบ้าง" ชายหนุ่มเดินเข้าไปทัก หญิงสาวหันหน้ามามองเขา แล้วถอนหายใจ

"นี่..ทำไมไม่ไปจับฉลาก" เธอคิดว่าเขาตามเธอมาถึงที่นี่ ไม่สนใจกิจกรรมที่ต้องเข้าร่วมทำ

"ก็จับแล้ว" ชายหนุ่มมองดูอุปกรณ์ที่เรียงอยู่ข้างหน้าอย่างสนใจ

"ก็ไปที่กลุ่มเธอซิ" เธอหันไปจัดเรียงอุปกรณ์แทน พยายามไม่หันไปมองเขา

"ก็อยู่นี่ไง" ชายหนุ่มหันไปมองหน้าเธอแล้วยิ้มๆ

"อะไรนะ เธอจะบอกว่า.." หญิงสาวตกใจ เธอไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะจับ

ได้มาอยู่กลุ่มของเธอ

"ใช่...โชคดีของผมที่ได้อยู่กลุ่มเดียวกับอาจารย์" ชายหนุ่มยื่นใบฉลากให้เธอดู เพื่อให้เธอรู้ว่าเขาไม่ได้โกหก

"โชคร้ายของฉันละซิไม่ว่า" หญิงสาวรับฉลากที่เขาส่งให้ มองดูอย่างเหนื่อยใจ แล้วส่งคืนเขา

"ก็แล้วแต่จะคิด" ชายหนุ่มรับใบฉลากที่หญิงสาวส่งคืนพร้อมกับมือของเธอ หญิงสาวตกใจจะชักมือกลับ แต่ชายหนุ่มก็จับกระชับไว้อย่างมั่นคง พร้อมกับดึงร่างบางเข้ามาสวมกอดเอาไว้แน่น ใบหน้าเขาก็ซุกไซ้ที่ซอกของเธออย่างหิวกระหาย

"นี่..อย่ามาทำลุ่มลามที่นี่นะ เดี๋ยวมีคนเห็น" หญิงสาวพยายามสะบัดตัวให้หลุดออกจากอ้อมกอดของเขา แต่ดู

เหมือนยิ่งดิ้นก็ยิ่งเข้าทาง แล้วริมฝีปากบางได้รู้ของชายหนุ่มก็จูบเม้มที่ใบหูของหญิงสาว ทำเอาเธอเสียวซ่านไปทั่วทั้งร่างกาย

"นั้น...ก็ขึ้นอยู่กับอาจารย์ ว่าทำตัวดีกับผมไหม" เขากระซิบอย่างแผ่วเบา แล้วเลื่อนใบหน้าไปที่ใบหน้าของเธอ ทำท่าจะจูบ

"อย่า..นะพาทิศ.." หญิงสาวไม่สามารถขยับตัวหนีเขาได้ ในเมื่อเขาจับเธอล็อกไว้อย่างแน่นหนาใบหน้าของทั้งสองใกล้กัน เพียงไม่กี่มิล ริมฝีปากของเขาก็จะประกบปากเธอ

"ทำไมล่ะกลัวเหรอ" ชายหนุ่มพูดใส่ ลมหายใจร้อนๆ รดใบหน้าของเธอ หญิงสาวรู้สึกวูบวาบไปทั้งร่างกาย ใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ

ความต้องการของร่างกายเธอรุนแรงขึ้น ยิ่งได้สัมผัสและใกล้ชิด ใจหนึ่งก็อยากให้เขาถอยห่าง อีกใจก็อยากให้เขารีบเร่งสัมผัสเธอให้มากขึ้น และดูเหมือนเขาจะรู้ใจเธอ ชายหนุ่มค่อยๆ ประทับจูบลงที่ปากเธอ สอดลิ้นเข้าไปเกี่ยวรัดลิ้นเธออย่างเร่าร้อน

"อย่า...อึ...อืม...." มันช่างเป็นจูบที่หอมหวาน จนหญิงสาวเผลอใจไปกันรสจูบของเขาและมันช่างเป็นจูบที่ยาวนานนักสักหรับเธอ แม้จริงๆแล้วมันเป็นแค่ระยะเวลาสั้นเท่านั้นหญิงสาวปล่อยอุปกรณ์ที่ถืออยู่ในมืออย่างหมดแรง แล้วยกมือขึ้นลูบที่เส้นผมของเขาอย่างหลงใหลและลืมตัว

จูบของเขามันทำให้สติเธอขาดสะบั่น ชายหนุ่มรีบถอนปากออกมาเมื่อได้ยินเสียงคนเดินเข้ามา หญิงสาวหายใจหอบหันไปมองตาเสียงฝีเท้าที่กำลังใกล้เขามา ใจเธอก็ยังเต้นไม่เป็นจังหวะรู้สึกอยากให้เขากอดเธอมากกว่านี้ ไม่นานเสียงเจ้าของฝีเท้าที่ทั้งสองได้ยินก็ปรากฏตัวเป็นกลุ่มนักศึกษา 7 คนที่จับฉลากได้ทำงานที่กลุ่มเธอ

"อุ้ย.. ได้อยู่กลุ่มเดียวกับพี่เซด้วย" ท่าทางของนักศึกษารุ่นน้องหลายคนดูดีอกดีใจ ที่เห็นเซอยู่กลุ่มนี้

"อาจารย์จิว ต้องทำไงบ้างครับชายหนุ่มเอ่ยทักหญิงสาว เมื่อเห็นเธอยังยืนนิ่งอยู่เหมือนยังอยู่ในห่วงแห่ง

ความฝันที่เขามอบให้เธอเมื่อกี้นี้ นักศึกษาหลายคนก็รอคำสั่งจากเธออยู่

"อ้อ..เออ..ก็หยิบแปรงนะ เอาสี แล้วก็เริ่มทาได้เลยจ๊ะ" หญิงสาวดุ้งเล็กน้อยแล้ว ปรับสติให้เข้าที่ก้มลงหยิบของที่ตกอยู่ แล้วเริ่มงานทันที

เวลา 20.00 น. หลังจากที่ทุกคนรับประทานอาหารเย็นเสร็จ ก็มีกิจกรรมเล็กน้อยเพื่อให้ความสนุกสนาน โดยที่ไม่บังคับว่าใครจะอยู่หรือกลับไปนอนพักผ่อนเอาแรง หญิงสาวได้รับมอบหมายให้ตรวจดูบริเวณโดยรอบๆเธอถือไฟฉายมองดูบรรยากาศยามค่ำคืนท่ามกลางธรรมชาติที่เธอหลงใหล

โดยที่ไม่รู้เลยว่า ชายหนุ่มผู้สร้างความยากลำบากให้เธอเดินตามมาด้วย

เขาถือโอกาสสวมกอดเธอทางข้างหลังเอาไว้อย่างแนบแน่นหอมที่ซอกคอ

"ออกมาทำอะไรเงียบๆ" เขากระซิบที่ข้างหูของหญิงสาว แล้วส่งลิ้นอุ่นเลียที่ซอกหูของหญิงสาว

"อ่ะ...เซ...อย่านะเดี๋ยวมีใครเห็น" หญิงสาวตกใจที่อยู่เขาก็เข้ามาแบบนี้ การกระทำอันโจ่งแจ้งของเขาทำเอาเธอ

หวาดหวั่น กลัวว่าใครจะเห็นเข้า แล้วจะทำให้เกิดปัญหา และมันดูไม่งามด้วย

"ไม่มีหรอก พวกเขากำลังสนุกอยู่ที่รอบกองไฟ" ชายหนุ่มตอบอย่างมีความหมาย ว่าเธอไม่อาจหนีพ้นเนื้อมือของเขาไปได้

"มะ...มันก็ไม่ทุกคนหรอก....อ๊ะ" หญิงสาวพูดเสียงขาดตอน เมื่อมือของเขาเลื่อนขึ้นมาลูบไล้ที่ทรวงอกของเธอ

เขี่ยเล่นที่ยอดอก ซึ่งตอนนี้มันพยายามชูชันภายใต้เสื้อของเธอสู่ปลายนิ้วของเขา

"ช่างปะไร เห็นก็ดีซิ จะได้รู้ว่าจิวเป็นของผม" ชายหนุ่มรู้ดีว่าจุดอ่อนของเธออยู่ตรงไหนบ้าง ขาของเขาสอดเข้ากลางระหว่างขาของเธออย่างเร่าร้อน ทำเอาหญิงสาวแทบยืนไม่อยู่

"เธอจะบ้าเหรอ ถ้าทุกคนรู้ว่าเรามีความสัมพันธ์กัน ฉันก็ตกงานล่ะซิ"

หญิงสาวใจหายวาบเธอรู้ดีว่าเขาพูดจริงที่อยากให้คนเห็น

"ไม่หรอก ผมเลี้ยงจิวเอง อีกอย่างผมก็อยากให้คนอื่นรู้ ผมรู้นะว่าอาจารย์เวที แอบชอบจิวอยู่ ผมเห็นมันแอบมองจิวอยู่ตลอดเลย" มือที่เขี่ยเล่นยอดอกก็เปลี่ยนเป็นบีบเคล้นทรวงอกอย่างรุนแรงเมื่อเขาพูดถึงอาจารย์เวที วันนี้ทั้งวันเขาเห็นอาจารย์เวทีทำตัวใกล้ชิดสนิทสนมกับเธอมาโดยตลอดเขาเห็นและมองเธออยู่อย่างตลอดเวลา

และยิ่งโกรธมากขึ้นเมื่อมีนักศึกษา บางคนเริ่มเชียร์หญิงสาวกับอาจารย์เวทีคนนั้นให้เป็นแฟนกันจริงๆ และที่สำคัญ เธอไม่ยอมโต้ตอบหรือปฏิเสธ เอาแต่ยิ้มอย่างเดียวมันยิ่งทำให้เขาโมโห

"อ่ะ....จะบ้าเหรอ....อ๊ะ... รู้ได้ไง" หญิงสาวแปลกใจที่เธอไม่รู้ตัวเลยว่าอาจารย์เวทีแอบชอบเธออยู่

"รู้ก็แล้วกัน แล้วผมก็ไม่ชอบสายตาที่มันมองจิวด้วย" ชายหนุ่มหยุดมือรีบพลิกตัวหญิงสาวกับมาจับแขนทั้งสองข้างอย่างรุนแรงความโกรธเริ่มเข้าครอบงำ เมื่อคิดไปถึงสายตาของอาจารย์เวทีที่มองเธอ

"โอ๊ย...เจ็บนะ.." หญิงสาวร้องและสับสนที่อยู่ๆ เขาก็ทำหน้าดุใส่เธอ

ความรู้สึกวาบหวิวที่เกิดขึ้นเมื่อกี้กลายเป็นความหงุดหงิดขึ้นมาทันที เธอมองเขาในความมืดอย่างค้นหา

"มีคนรักก็ดีกว่ามีคนเกลียด" เธอพูดประชดใส่เขา แล้วจ้องมองชายหนุ่ม ด้วยแววตาที่หวาดกลัวเขาอยู่นิดๆ

"อยากให้มันรักรึไง อยากมีอะไรกับมันเหรอ" เขาออกแรงบีบแขนเธอมากขึ้น หญิงสาวใบหน้ายู่ยี่ด้วยความเจ็บ

เขาโมโหที่เธอพูดเหมือนอยากจะรักกับอาจารย์เวทีคนนั้น และไม่เข้าใจความหมายในคำพูดของเธอ ว่าเธอแค่แกล้งพูดประชดเขา

"มีกับคนที่รักเราก็ยังดีกว่ามีกับคนที่ไม่ได้รัก แต่แค่ต้องการเราเท่านั้น" เธอกัดฟันพูดแทรกความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น ด้วยวาจาที่บาดหัวใจตัวเองและหัวใจเขา

"พูดแบบนี้เหรอ...งั้นผมจะทำให้เห็นว่า คนที่รักกับคนที่ต้องการนะมันไม่แตกต่างกันหรอก" เมื่อเขาได้ยินคำพูดของเธอ ซึ่งเป็นคำที่ทำให้ใจเขาเจ็บปวด เขาก็ยิ่งโมโหที่เธอคิดว่าตัวเองไม่มีค่าสำหรับเขา กลับดูเหมือนมองเห็นค่าของคนอย่างอาจารย์เวที

ทั้งๆ ที่เขา ... คิดกับเธอมากกว่าแค่ต้องการ นี่เธอไม่รู้เลยเหรอ ถึงได้เอาความรู้สึกของเขาไปเปรียบเทียบกันกับความรู้สึกของชายคนอื่น  ชายหนุ่มกวาดสายตามองดูรอบๆ มองหาที่เหมาะๆ ที่จะสั่งสอนเธอให้รู้จักคำว่ารักและต้องการ

เมื่อเขาเห็นดงกล้วยที่อยู่ห่างออกไปไม่มาก ดูแล้วไม่น่ามีใครผ่าน ก็รีบจับหญิงสาวกึ่งฉุดกึ่งลากไปที่ดงกล้วย หญิงสาวไม่อาจขัดขืนเรี่ยวแรงของเขาได้ทั้งที่พยายามแล้ว

"เอ๊ะ...เซทำอะไรนะ จะไปไหน" เมื่อมาถึงดงกล้วยที่เขาหมายตาเอาไว้ เขาก็ผลักเธอไปติดกับต้นกล้วยต้นใหญ่

โชคดีที่พื้นดินไม่เฉอะแฉะ ไม่งั้นคงไม่น่าดู ชายหนุ่มก็เข้าประชิดตัวหญิงสาว แก้ปมเสื้อที่ผูกไว้ที่ใต้อกของเธอ แล้วดึงขึ้นลักษณะถอดเสื้อแต่เขาค้างเอาไว้ที่ข้อมือของหญิงสาว ตะวัดปมแล้วผูกอย่างแน่นหนา

แล้วรั้งเสื้อสายเดียวของเธอขึ้นให้หลุดออกจากหัวแต่ค้างไว้ที่ข้อมือทั้งสองของเธอม้วนให้พันทับเสื้อนอกที่ผูกไว้เมื่อกี่นี้ จนเหมือนแขนเธอถูกเชือกมัดไว้ที่เหนือหัวของเธอ กางเกงขาสั้นของเธอถูกเขาดึงทีเดียวก็หลุดออกจากสะโพกไปกองไว้ที่ปลายขาอย่างง่ายดาย

ยิ่งทำให้เธอไม่สามารถขยับขาได้เข้าไปใหญ่ กางเกงในตัวจิ๋วของเธอถูกกระชากทีเดียวขาดติดมือของเขา หญิงสาวไม่เข้าใจว่าเขาเป็นอะไรถึงได้ดูโกรธเคืองเธอแบบนี้

"อ่ะ...อย่านะ...อ๊ะ..." เธอพยายามร้องห้าม แต่เสียงร้องของเธอก็หายไปกับรสจูบที่บดเข้ามาอย่างรุนแรงและเร่าร้อนมือของเขาล้วงเข้าไปปลดตะขอเสื้อชั้นในให้ทรวงอกหลุดออกจากพันธนาการแล้วบีบเคล้น เขี่ยเล่นที่ยอดถัน ทำเอากายหญิงสาวอ่อนแรง

"จิวผิดเองที่พูดออกไปแบบนั้น ผมจะบอกอะไรให้นะ ไอ้คนที่บอกว่ารัก บางครั้งมันก็แค่อ้างว่ารัก แต่จริงๆ มันแค่ต้องการจะฟัน แต่ไอ้คนที่บอกว่าต้องการความหมายจริงๆ แล้วมันอาจลึกซึ้งมากกว่าที่จิวคิดก็ได้ มันอาจหมายถึงต้องการเธอแบบจริงจังต้องการให้อยู่ในชีวิตด้วย ร่วมในชีวิต"

เขาถอนปากออกมาแล้วก้มลงดูดกลืนยอดอกอย่างหิวกระหายและรุนแรงคำพูดของเขาถึงจะดูไม่มีความหมาย ไม่สำคัญแต่จริงๆ แล้วมันลึกซึ้งตอนนี้สมองของหญิงสาวว่างเปล่าเมื่อถูกชายหนุ่มปลุกเร่าอารมณ์ อย่างต่อเนื่องเธอไม่ขัดขืนหรือคิดตามคำพูดที่มีความหมายลึกซึ้งของเขา


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha