ไฟรักแรงปรารถนา

โดย: รมย์ธีรา



ตอนที่ 9 : ความลับที่ไม่ลับ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

แกนกายของเขาสอดแทรกเข้าไปภายในของเธอได้อย่างรวดเร็ว เพราะความพร้อมของร่างกายที่ถูกปลุกเร้ามาเป็นอย่างดี หญิงสาวที่ภายในถูกเสียจดสีอย่างรุนแรงก็ครางไม่หยุดปาก ไม่อาจจะต้านทานความร้อนแรงที่ชายหนุ่มมอบให้อย่างต่อเนื่อง

พายุรักที่ชายหนุ่มมอบให้กับเธออย่างดุเดือด ได้จบลงอย่างรวดเร็วและเร่าร้อน หญิงสาวทรุดตัวลงพื้นดินอย่างหมดแรง ในขณะที่ชายหนุ่มยังไม่หมดความปรารถนา เขารีบถอนตัวออกมาแล้วข่มความรู้สึกที่ยังไม่หมดสิ้นอย่างทรมานหญิงสาวหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาสวมใส่อย่างช้าๆ

ชายหนุ่มยืนมองดูเธอนั่งอยู่ที่พื้นหันไปหยิบกางเกงในที่เขาทำขาดมาเช็ด

คราบรักของเขาออกจากเรียวขาของเธอ แล้วโยนมันทิ้งอย่างไม่ใส่ใจ

"ที่นี่เชื่อรึยังว่าความรักมันก็แค่ข้ออ้าง ถ้ายังไม่เชื่อผมจะทำให้ดูอีกรอบ อาจารย์ก็รู้ว่าผมยังได้อีก" ชายหนุ่มพูดเรียบๆ จัดเสื้อผ้าตัวเองให้เข้าที่เข้าทาง แล้วฉุดเธอให้ลุกขึ้นช่วยจัดเสื้อผ้าเธออีกแรง หญิงสาวไม่ตอบอะไร ก้มหน้าไม่ยอมสบตาเขาเมื่อสติของเธอกลับมาอย่างครบถ้วน

เธอเริ่มคิดไปถึงคำที่เขาพูดออกไปรู้สึกดีใจ เสียใจปนกันอย่างบอกไม่ถูก เพราะในคำพูดของเขามันมีความหมายดีๆ แฝงอยู่ หญิงสาวพยายามค้นหาความหมายของคำ นี่เขาบอกว่าชอบเธอทางอ้อมใช่ไหม เหมือนเข้าข้างตัวเอง แต่ก็รู้สึกอิ่มใจอย่างบอกไม่ถูก

เมื่อทั้งสองจัดแจงเสื้อผ้าให้เขาที่เสร็จเขาก็จูงมือเธอออกจากดงกล้วยทำท่าจะจูงไปที่งานรอบกองไฟแต่หญิงสาวไม่เดินตามเขาไป

"ทำไม" ชายหนุ่มหันมามองเธอด้วยความสงสัย เขาคิดว่าเธอมีปัญหาอะไรอีก

"เราแยกกันตรงนี้ดีกว่า เดี๋ยวใครเห็นว่าเราเดินด้วยกันจะสงสัยเอา" หญิงสาวพูดเรียบๆ มองดูไฟที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึง 50 เมตร

ชายหนุ่มมองเธออย่างค้นหา

"นะ" หญิงสาวทำสายตาวิงวอนใส่ เธออยากให้เขาเข้าใจเธอบ้าง

"ก็ได้ จิวเดินไปก่อนซิ ผมไม่อยากทิ้งจิวไว้คนเดียวในที่มืดๆ" ชายหนุ่มก็รับปากง่ายๆ ออกคำสั่งหญิงสาวด้วยความเป็นห่วงเธอพยักหน้าแล้วเดินเข้าไปที่กองไฟสมทับกับทุกคน เมื่อชายหนุ่มเห็นเธอนั่งลง เขาก็รอสักพักแล้วเธอตามเธอเข้าไปนั่งข้างๆ

"อ๋อ....อย่างนี้นี่เอง ฉันรู้ความลับของพวกเธอแล้ว" ชายหนุ่มคนหนึ่งพูดออกไป สายตามองไปที่เซและจิว ด้วยความประสงค์ร้ายเขาหยิบกางเกงในของจิวที่เซโยนทิ้งเอาไว้ขึ้นมาดูด้วยสายตาหื่นกระหาย

ทั้งสองไม่รู้ตัวเองว่าการกระทำของทั้งคู่ อยู่ในสายตาของคนๆ หนึ่ง และตอนนี้เขารู้แล้วว่าทั้งสองมีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งและแนบแน่น

ในวันต่อมา ทุกคนเข้าร่วมกิจกรรมกันตามปกติ เซที่ไม่เคยทำงานหนักมาก่อนถึงกับเหงื่อตก และเหนื่อยล้า วันนี้เขาต้องซ่อมห้องน้ำ และโชคไม่เข้าข้างที่เขาไม่ได้จับอยู่กลุ่มเดียวกับจิว เขากลับจับได้อยู่กลุ่มอาจารย์เวทีที่เขาเกลียดขี้หน้า

และดูเหมือนอาจารย์เวทีก็เกลียดขี้หน้าเขาเช่นกัน เพราะเขามักจะสั่งให้เซทำงานหนักๆ กว่าคนอื่น บางทีก็มีคำพูดดูถูกเสียดสีเขา

"ไง คุณชายพาทิศ เหนื่อยไหม ที่ต้องมาทำงานตากแดดตากลมแบบนี้นะ คิดซะว่าเป็นการออกกำลังกายก็แล้วกันนะ" เวทีเดินเข้ามาถามชายหนุ่มที่กำลังนั่งพักด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ยน้ำเสียงของอาจารย์หนุ่มฟังดูแล้วกวนประสาทเซเงยหน้าขึ้นมองเขา ถอนหายใจ เขารู้สึกได้ทันทีว่าเวทีต้องการหาเรื่องเขา

"ไม่เหนื่อยเท่าไร ปกติ ผมก็เข้าฟิตเนตเป็นประจำ เลยไม่จำเป็นต้องพึ่งการทำงานใช้แรงเหมือนกรรมกรแบบอาจารย์มาเป็นวิธีการออกกำลังกาย" ชายหนุ่มพูดเรียบๆ ลุกขึ้นยืนเต็มสัดส่วน มองดูเวทีที่สายตาเย็นชา

"นี่เธอกำลังดูถูกงานอาสาให้เป็นงานกรรมกรนะ" เวทีพูดเหมือนกับว่าเขาชอบหน้าที่นี่ซะเต็มประดา ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วเขาเองก็เข้ามาชมรมนี้เพราะจิวเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของชมรม และเขาเคยคิดว่าการได้มาเข้าร่วมทำกิจกรรมกับชมรมนี้อาจจะทำให้เขาและจิวได้สานสัมพันธ์กันได้

"ก็อาจารย์ดูถูกผมก่อน" ชายหนุ่มยังคงตอบเขาอย่างเนิบๆ แต่ก็สังเกตท่าทีของอีกฝ่ายอยู่ตลอด

"หึ... ทำเป็นปากดีไปเถอะ เดี๋ยวก็รู้ว่าใครแน่กว่ากัน" แล้วเวทีก็เดินจากไป ทิ้งให้ชายหนุ่มสงสัยในท่าทีของเขาที่แตกต่างจากเมื่อก่อนเขามองร่างที่จากไปอย่างค้นหา ในสมองเริ่มคิดหนักว่าชายคนนี้จะมาไม้ไหนแต่ที่แน่ๆ ก็คือ อาจารย์เวทีคนนี้ เปิดตัวเป็นศัตรูกับเขาไปเรียบร้อยแล้ว

เวลา 18.00 น. ทุกคนกำลังนั่งกินข้าวกันอยู่ด้วยความเหนื่อยล้ามาทั้งวัน วันนี้จะมีการจัดกิจกรรมขอบคุณและอำลาเหล่าสมาชิกค่ายอากสา จากเด็กที่เรียนโรงเรียนนี้ขณะที่จิวกำลังทานอาหารอยู่ก็มีเด็กคนหนึ่งเดินเข้ามาหา ดึงแขนของหญิงสาว

"อาจารย์คะ...มีคนบอกให้อาจารย์ไปหาเขาที่ดงกล้วยตรงนู้นตอน 3 ทุ่มคะ" แล้วเด็กหญิงก็รีบวิ่งจากไปด้วยความเขินอาย

"เอะ..." หญิงสาวแปลกใจ จะเรียกเธอถามให้รู้เรื่องก็ไม่ทัน เด็กวิ่งไปไกลแล้ว

"ให้ไปหาที่ดงกล้วยตอน 3 ทุ่มเหรอ ใครนะ" หญิงสาวคิดหนัก แล้วก็นึกขึ้นได้ จะมีใครล่ะที่รู้ว่าดงกล้วยที่ว่ามีไว้ทำอะไร

"เซนี่เล่นอะไรอีกนะ บ้าจริงๆ" เธอหันไปมองชายหนุ่มคนที่คิดว่าเป็นคน

ฝากข้อความให้กับเธอด้วยสายตาขุ่นมั่ว คนที่ถูกมองก็หันมาเห็นพอดี จึงสงสัยว่าเธอหงุดหงิดอะไรเขา

เวลา 21.00 น. หญิงสาวเดินถือไฟฉายไปตามที่ชายหนุ่มนัด ทั้งที่เธอไม่ได้อยากมาสักเท่าไร แต่ก็กลัวว่าถ้าไม่มาจะกลายเป็นยั่วโมโหเขา ซึ่งอาจทำให้เขาคิดทำอะไรบ้าๆ ที่ส่งผลเสียกับเธอก็ได้ หญิงสาวสาดส่งไฟอย่างค้นหาผู้นัดหมาย

"เซ....เซ....." หญิงสาวมองหาชายหนุ่มในความมืด ได้ยินเสียงต้นไม้ไหวก็หันไปดูด้วยความตกใจ

"อย่าเล่นบ้าๆ นะ มืดแบบนี้ฉันกลัว..." หญิงสาวพูดเหมือนชายหนุ่มยืนอยู่ในดงกล้วยที่สั่นไหว

"เซ...อยู่ไหนนะ" เธอเดินเข้าไปใกล้ๆ  แล้วไฟฉายของเธอที่สาดส่องอยู่ก็ไปพบกับชายหนุ่มที่กำลังยืนอยู่ // เฮ้อ.. // หญิงสาวถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกที่เจอเขา

"เล่นอะไรก็ไม่รู้เซเนี่ย" ในความมือมิดทำให้เธอมองไม่ออกว่าใครเป็นใคร เธอคิดว่าคนที่ยืนอยู่คือเซจริงๆ

"แหมๆๆๆ... สนิทแนบแน่นกันจนเรียกชื่อเล่นกันเลยเหรอ" ชายหนุ่มที่เธอเห็นค่อยหันตัวกลับมาอย่างช้าๆ มองหญิงสาวสายตารุกวาว

"อาจารย์เวที" หญิงสาวตกใจเมื่อชายที่ยืนอยู่ไม่ใช่เซ เธอเดินถอยหลังสองสามก้าว

"ใช่ ผมเอง อาจารย์จิวคิดว่าใครล่ะ ไอ้เด็กหนุ่มพาทิศนั้นเหรอ" เวทีเดินเข้าตามประชิดหญิงสาว ยิ้มให้กับหญิงสาว มันช่างดูน่ากลัวเหลือเกิน

หญิงสาวหันซ้ายหันขวามองหาชายหนุ่มที่เธอคาดหวังว่าจะมาตามนัด

"ไม่ต้องไปมองหามันหรอก ป่านนี้มันคงกำลังนั่งดูเด็กร้องรำทำเพลงอยู่ที่กองไฟ กับบรรดารุ่นน้องน่ารักที่ผมสั่งให้ไปนัวเนียมันไว้ มันคงจะเคลิบเคลิ้มน่าดู และก็ลืมอาจารย์จิวคนสวยไปแล้วก็ได้" เวทีกล่าวด้วยความสะใจเบาๆ

"คุณมาที่นี่ได้ยังไง" หญิงสาวพยายามบังคับเสียงให้เป็นปกติที่สุดทั้งที่ในใจเริ่มหวาดกลัว

"ก็ผมเป็นคนนัดอาจารย์มาเอง ทำไมจะมาไม่ได้"

"เอะ....." หญิงสาวอึ้ง ใจหายวาบในทันที เริ่มคิดหาทางที่จะหนีออกไป

"ไม่ต้องแปลกใจไปหรอก ผมเองที่สั่งให้เด็กคนนั้นไปบอกอาจารย์" เขาดู

ภาคภูมิใจในแผนการบ้าๆ ที่ล่อเธอให้มาหาเขาที่นี่

"แล้วคุณรู้..." เธอพยายามบังคับเสียงให้เป็นปกติที่สุด

"รู้ซิ ก็ผมเห็นนะว่าอาจารย์ทำอะไรกับนายพาทิศที่นี่นะ" ชายหนุ่มยิ้มอย่างมีชัย ทำสายตาลามเลียหญิงสาวอย่างหื่นกระหาย

"เอะ..อาจารย์เวที" หญิงสาวตกใจที่มีคนเห็นเธอ นึกโกรธชายหนุ่มที่ไม่ยอมฟังเสียงร้องห้ามของเธอ

"พวกคุณคบกันเหรอ" ชายหนุ่มถามอย่างสอดรู้

"เออ..." เธอเดินถอยหลังไปเรื่อยจนสุดทางที่จะถอยแล้ว เพราะมันชนกับต้นไม้ใหญ่

"ไม่ต้องห่วงหรอก ผมจะไม่บอกใคร" ชายหนุ่มก็ยิ่งได้ใจ เดินเข้าประชิดติดตัวหญิงสาว ใบหน้าเขาใกล้เธอจนลมหายใจของเธอชายหนุ่มรดใส่หน้า เธอรู้สึกรังเกียจเหลือเกิน จนเธอต้องเบือนใบหน้าหนี

"ขอบคุณนะคะ" หญิงสาวพูดไม่เต็มปาก เพราะไม่ได้รู้สึกซาบซึ้งไปกับคำพูดของเขา

"แต่ว่าผมคงต้องขออะไรแลกเปลี่ยนสักหน่อย" เขาพูดเสียงต่ำ ก้มลงใกล้หู

ของหญิงสาว

"แลกเปลี่ยน...อาจารย์เวทีต้องการอะไรคะ" หญิงสาวนึกเกลียดตัวเองที่โง่ถามไปได้ ทั้งที่ใจลึกๆ แล้วเธอพอจะรู้ว่าเขาต้องการอะไร

"ก็ตัวอาจารย์ไง ผมนะ แอบชอบคุณมานานแล้วนะ" เวทีเลื่อนมือมาสัมผัสที่เรียวของเขาหญิงสาวอย่างหลงใหล มืออีกข้างก็ลูบที่แขนของเธอ หญิงสาวหมดหนทางที่จะหนี เธอไม่รู้ว่าจะหนีเขายังไงดี

"จิวไม่อยากจะเชื่อเลยว่าอาจารย์เวทีจะเป็นคนแบบนี้" เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนที่ที่ดูสุภาพอ่อนโยน จะกลับกลายเป็นคนแบบนี้ไปได้

"ทุกคนย่อมมีด้านมืดอาจารย์จิว เหมือนคุณไงล่ะ อาจารย์สาวที่ดูเรียบร้อย แต่กลับร่วมรักกับนักศึกษาของตัวเอง" เขาพูดด้วยน้ำเสียงดูถูกหญิงสาว แล้วก้มใบหน้าลงต่ำเข้าหาเธอ

"มัน..ไม่ใช่อย่างนั้น" หญิงสาวหลับตาแน่นด้วยความหวาดกลัว และขยักแขยง ก้าวขาไม่ออก

"ให้ผมนะ แล้วผมจะไม่บอกใครเรื่องนี้" เขาก้มลงสูดดมความหอมของเธอที่ซอกคอ หญิงสาวส่ายหน้าอย่างหมดความอดทน

"อย่าค่ะ..อย่า...ใครก็ได้ช่วยด้วย" เธอผลักเขาออกไปจากตัวด้วยพลังทั้งหมดที่พอจะมี แต่ทำให้ชายหนุ่มเซไปเพียงเล็กน้อย เขาก็โต้ตอบกลับด้วยการโอบกอดหญิงสาวอย่างรุนแรง แล้วซุกไซ้ใบหน้าลงไปที่ซอกคอ และต่ำลงมาที่ทรวงของหญิงสาวอย่างหื่นกระหาย

"เงียบๆ ซิเดี๋ยวก็เสร็จแล้ว" เขาพึมพำพูดเหมือนเธอสมยอม

"อย่า..ปล่อยนะ...เซ...ฮือ...ช่วยด้วย" หญิงสาวพยายามกรีดร้องออกไป น้ำตาไหลอาบลงสองแก้ม

"เรียกให้ตายเด็กนั้นก็ไม่มาช่วยหรอก ป่านนี้มันคงหารุ่นน้องไปนอนด้วยแทนเธอแล้ว" ชายหนุ่มพยายามพูดให้เธอหมดความเชื่อมั่น และยอมเขาแต่โดยดี ชายหนุ่มกระชากเสื้อหญิงสาวฉีกขาด  แล้วล้วงมือเข้าไปสัมผัสที่ทรวงอกของเธอ

"กรี๊ด....อย่า...อ๊ะ...ไม่..เซไม่ใช่คนแบบนั้น..อย่า" หญิงสาวพยายามดิ้นจนสุดแรง แต่ก็ไม่อาจหลุดออกไปจากวงแขนของเขาได้

"เชื่อมั่นกันดีจริงนะ" เขาเห็นเธอเรียกเซแล้วรู้สึกหมั่นไส้ ตัณหาเริ่มเข้าครอบง่ำ

"อย่า...ช่วยด้วย....อือ....อ่วยอ้วย...อือ....." เมื่อเขาเห็นเธอร้องเสียงดังขึ้น

เขาก็ใช้มือข้างหนึ่งปิดปากของเธอ อีกข้างก็คลึงเคล้นที่ทรวงอกอย่างรุนแรงจน

แทบจะแหลกเหลวคามือของเขา ระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังซุกไซ้ที่ทรวงอกของเธอ อยู่หัวของเขาก็ถูกตีด้วยไม้จากใครสักคนที่เขามาช่วยหญิงสาว เวทีหยุดหันกลับไปมองคนตีทันที

"โอ๊ย....ใครว่ะ" เขายกมือขึ้นกุ่มหัวด้วยความเจ็บ มองดูชายหนุ่มที่ตีหัวเขา

"กูเอง" เสียงของชายหนุ่มตะคอกออกไปด้วยความโกรธจัด มองดูหญิงสาวที่สภาพหลุดลุ่ยที่ตอนนี้เธอทรุดตัวลงไปนั่งกองอยู่ที่พื้น ยกมือปิดหน้าแล้วร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว

"พาทิศ" เวทีเรียกชื่อคนที่ตีหัวเขาด้วยน้ำเสียงตกใจ

"ฮือ...เซ" หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มที่ช่วยชีวิตเธอด้วยความดีใจ

"แก...แกทำร้ายฉัน" เวทีชี้หน้าต่อว่าเซ

"เออ..จะทำไม แกกล้าดียังไงมายุ่งกับผู้หญิงของฉัน" เซถือไม้กระชับมือ มองเขาด้วยสายตาดุเดือด

"ผู้หญิงของแกเหรอ...หึหึหึ แกแย่แน่ พวกแกแย่แน่ๆ..ฉันจะไปบอกทุกคนให้รู้ว่าพวกแกมีอะไรกัน" เวทีมองไม่ที่เซถือแล้วหวั่นใจ กลัวว่าเขาอาจจะลงมืออีกครั้ง รีบเลี่ยงตัวออกไปทางด้านข้าง เพื่อหนีให้พ้นจากเขา เซยังคงมองร่างที่ขยับอย่างไม่วางตา

"เชิญเลยถ้าใครจะเชื่อล่ะก็ ไม่กลัวอยู่แล้ว"

"ฝากไว้ก่อนเถอะแก เจอกันที่มหาลัย แกโดนไล่ออกแน่นอน" แล้วเวทีก็วิ่งออกไปทันที ชายหนุ่มเห็นเวทีวิ่งไปจนลับตา เขาก็วางไม้แล้วรีบเขาไปโอบกอดหญิงสาวด้วยความเป็นห่วง มองดูเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นของเธอ แล้วถอดเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกเหลือแต่เสื้อยืดที่ใส่ไว้ข้างใน ใส่ให้เธอทันที

"ฮือ...เซ..ฉันกลัว" หญิงสาวซบใบหน้าลงบนอกกว้างของชายหนุ่ม

"ไม่ต้องกลัวนะ ผมอยู่นี่แล้ว" เขากอดกระชับเธออย่างแนบแน่น

"ฮือ....." หญิงสาวร้องไห้อยู่นาน เขาเองก็ปล่อยให้เธอร้องจนพอใจ

"ไม่เป็นไรแล้วนะ" ชายหนุ่มรู้สึกได้ว่ากายของหญิงสาวเริ่มนิ่งขึ้น ซึ่งก็หมายถึงเธอหยุดร้องไห้หญิงสาวพยักหน้า ปาดน้ำตาที่ไหลลงมา

"ดีขึ้นแล้วใช่ไหม" ชายหนุ่มหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดให้เธอ เธอพยักหน้าอีกครั้ง

"งั้นไปกันเถอะ" เขาค่อยๆ ประครองร่างบางขึ้นมาอย่างช้า ช่วยจัดแจก

เสื้อของเธอให้เข้าที่

"อือ..เซขอบใจนะ เธอรู้ได้ไงว่าฉันอยู่ที่นี่" หญิงสาวดึงแขนเขาไวถามด้วยความสงสัย ว่าเขารู้ได้ยังไง

"ก็เห็นเดินเข้ามา ตอนแรกคิดว่ามาตรวจแบบเมื่อวาน แต่เห็นมานานแล้วเลยแปลกใจ อีกอย่างได้ยินแว่วๆ ว่าไอ้เวทีสั่งให้นักศึกษาสาวๆ เข้ามาวุ่นวายกับผม เลยสงสัย แล้วพอเดินเข้ามาก็เห็นมันกำลังทำร้ายจิวอยู่พอดี อีกอย่างได้ยินเสียงจิวเรียกผมด้วย" ชายหนุ่มอธิบาย แล้วจับมือหญิงสาวไว้แน่น

"ฉันนึกว่า.." หญิงสาวอ้ำอึ้งพูด เธอหวนไปคิดคำพูดของเวที

"ผมจะมั่วอยู่กับสาวล่ะซิ" ชายหนุ่มพูดอย่างรู้ใจเธอ

"ไม่มีทางหรอก คนพวกนั้นเทียบไม่ได้กับจิวเลย ไปกันเถอะ" เขาหันกลับมาลูบหัวหญิงสาวเหมือนเธอเป็นเด็กน้อย จูบที่หน้าผากอย่างอ่อนโยน ขณะนั้นเอง แสงไฟฉายหลายดวงก็สาดส่อเข้ามา ทำเอาทั้งสองชะงักมองดูแขกที่เข้ามาหาพวกเธอ อย่างสงสัย

"นี่มันอะไรกันนะ เธอสองคน" อาจารย์นกเอ่ยปาก แล้วมองดูหน้าตาเสื้อผ้าของทั้งสอง เหมือนผ่านศึกกันมา

อย่างเหน็ดเหนื่อย ไหนจะภาพที่ทั้งสองจับมือถือแขนกันอีกในยามวิกาล

"อาจารย์นก ทุกคน" หญิงสาวพูดออกไปด้วยความตกใจ ว่าทำไมทุกคนถึงเข้ามาหา เธอรีบปล่อยมือเขา

ทันที ส่วนชายหนุ่มเมื่อหันไปเห็นเวทียืนหลบอยู่ข้างหลังก็รู้ทันทีว่าพวกเขามาทำไม

"เป็นอย่างที่อาจารย์เวทีบอกจริงๆ ด้วย" นกหันไปพยักหน้ากับอาจารย์คนอื่นๆ ที่เดินมาด้วย

"เอ๊ะ...อาจารย์เวทีบอกว่าอะไรคะ" หญิงสาวรู้สึกสับสน ไม่ทันกับความคิดของเวที

"คุณสองคนมีอะไรกัน  อาจารย์เวทีมาเห็นเขา เลยซ้อมอาจารย์เวทีที่มาเป็น กขค พวกคุณ" นกชี้แจงทำสายตาดูถูกหญิงสาว ที่ไม่รักศักดิ์ศรีของลูกผู้หญิง

"เอ๊ะ...ไม่ใช่นะ อาจารย์เวทีตะหากที่มาลวนลามฉัน แล้วเซ..พาทิศก็มาช่วย" หญิงสาวตกใจที่ทุกคนเข้าใจเธอแบบนั้น รีบลนลานปฏิเสธ

"ไม่จริงดูซิ อาจารย์เรียกชื่อเล่นพาทิศอย่างสนิทสนมเกินกว่าที่อาจารย์จะเรียกนักศึกษา" เวทีกลัวจะความแตก รีบพูดออกไปให้ทุกคนจับผิดกับคำพูดของ

หญิงสาวซึ่งดูเหมือนทุกคนก็เห็นด้วย

"ไม่นะคะ อาจารย์นก ไม่จริง" หญิงสาวยังคงพยายามชี้แจง หันไปมองเซให้ช่วยพูดแต่ดูเหมือนเขาจะนิ่งเฉยเขารู้ดีว่าพูดไปก็คงไม่มีใครเชื่อแน่นอน สาตาของเซกำลังจับจ้องไปที่เวทีอย่างเคียดแค้น

"อย่าแก้ตัวเลยอาจารย์จิว พวกเราสงสัยมานานแล้ว เราเคยเห็นคุณมาด้วยกันกลับด้วยกัน" อาจารย์อีกคนที่ดูมีอาวุโสที่สุดพูดขึ้น

"นั้นก็..." หญิงสาวพูดไม่ถูก ไม่รู้จะแก้ตัวว่ายังไงดี หันไปมองชายหนุ่มข้างกายอย่างจนปัญญา

"พอเถอะจิว พูดไปก็ไม่มีใครเชื่อ" เขาเอ่ยออกมาเรียบๆ น้ำเสียงไม่ใส่ใจกับคำพูดของอาจารย์ทุกคน

"ดูซิ เรียกกันสนิทปากเชียว" อาจารย์หลายคนแสดงออกอย่างไม่พอใจ ท่าทีของทั้งสอง

"ไม่นะ เซเธอนั้นแหล่ะเงียบ เธอมาช่วยฉันนะ" หญิงสาวยังพยายามที่จะหาข้อแก้ตัว

"พูดไปก็ไม่มีใครเชื่อจะพูดไปทำไม" ชายหนุ่มหันไปตะวาทใส่ที่เธอยังดื้อ

ดึงแก้ตัวอยู่ได้

"ทำผิดแล้วยังไม่รู้ตัวอีก" อาจารย์นกว่ากล่าว ขณะที่หันไปทำท่าทางประครองอาจารย์เวทีด้วยความเป็นห่วง

"พวกเราไม่ได้ทำอะไรผิด" เซตะคอกใส่เสียงดัง อย่างไม่เกรงกลัว

"ก็เห็นๆ อยู่ แถมอาจารย์เวทีก็เป็นพยานดูซิถูกเธอตีหัวแตกแบบนี้นะ" อาจารย์นกชี้มาที่ท่าทางของเขาและเธอ

"หึ...สิ่งที่พวกอาจารย์เห็นอาจจะไม่ใช่อย่างที่พวกอาจารย์คิดก็ได้" ชายหนุ่มส่ายหน้ามองดูอาจารย์นกด้วยสายตาดูถูกเธอ

"เธอหมายความว่าไง" อาจารย์อาวุธโสกล่าวอย่างสงสัยในคำพูดของเขา

"ก็หมายความอย่างที่พูดนั้นแหล่ะ" พาทิศทำน้ำเสียงห้วนๆ อย่างไม่มีความเคารพหลงเหลืออยู่

"นี่เธอคิดว่าตัวเองถูกใช่ไหม" อาจารย์อาวุธโสชี้มาที่เขาลักษณะตักเตือนสติ

"ใช่ หึ...ผมจะตีหัวเขาทำไม ถ้าเขาแอบดูเราสองคนพลอดรักกันอย่างดูดดื่มจริง สู่หนีไปฟ้องพวกอาจารย์เลยไม่ดีกว่าเหรอ จะได้เห็นกันจังๆ ไปเลยนะ"

อาจารย์หลายคนพยักหน้า เหมือนจะเห็นด้วยในคำพูดของเขา

"ว่าไงคะอาจารย์เวที"

"เออ ก็ผมจะหนีออกมา แล้วพาทิศไหวตัวทันเลยคว้าผมไว้แล้วตีหัว" เขาแก้ตัวน้ำขุ่นๆ แต่ก็มีอาจารย์บางคนเห็นด้วย

"โกหกหน้าด้านๆ แกตะหากที่ล่อลวงจิวมาที่นี่ แล้วพยายามจะขมขืนจิวนะ" ชายหนุ่มเริ่มหมดความอดกลั้น จึงพูดความจริงออกมา

"อะไรนะ" อาจารย์ทุกคนตกตะลึงให้คำพูดของเขา หันกลับมามองเวทีกันเป็นตาเดียว

"ไม่ใช่นะ ... ไม่จริง...มันสองคนตะหากที่มาพลอดรักกัน เมื่อคืนก็มา ฉันเห็น" เวทีรีบปฏิเสธ สีหน้าเลิกลัก

"แก..." ชายหนุ่มทนไม่ได้กับคำโกหกก็ทำท่าจะเขาหาด้วยความฉุนเฉียว

"อย่าเซพอเถอะ" หญิงสาวรีบห้ามชายหนุ่ม ที่ท่าทางเริ่มขาดสติ จะเข้าไปทำร้ายเวที

"เอาล่ะพอได้แล้วทั้งคู่ ในเมื่อเรื่องมันมาถึงขั้นนี้ใครผิดใครถูกเดี๋ยวก็รู้กัน" อาจารย์นกตัดบท เธอกลัวว่าพวกนักศึกษาจะสงสัยแต่ตามมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น

"พวกเราไม่ผิดจริงนะคะ" หญิงสาวพยายามเป็นครั้งสุดท้ายที่จะให้ทุกคนเชื่อเธอ

"งั้นในเมื่อพวกเธอยืนยันว่าไม่ผิด งั้นก็ไปเจอกันที่ห้องสอบสวนของมหาลัยก็แล้วกัน ไม่ว่าเรื่องวันนี้ใครจะผิดใครจะถูก อาจารย์จิวกับพาทิศก็ต้องถูกสอบเรื่องความสัมพันธ์อยู่ดี" อาจารย์นกทำสายตาปรามหญิงสาวให้เงียบๆ

"แต่ว่า..." เธอไม่รู้จะพูดยังไงดี เธอกลัวว่าถ้าถูกสอบสวน ความลับจะต้องถูกเปิดเผยแน่นอน

"ไม่มีแต่ อาจารย์จิว คราวนี้โชคดีนะที่นักศึกษายังไม่มีใครรู้ใครเห็น อาจารย์เวทีไม่โผล่ออกไปกลางวง เขามาบอกพวกเราเงียบๆ" อาจารย์พูดเหมือนเวทีมีบุญคุณกับพวกเขา

"หึ กลัวความจริงล่ะซิไม่ว่า" ชายหนุ่มหงุดหงิดเข้าไปใหญ่ ส่ายหน้าอย่างไม่เชื่อหูตัวเองว่าพวกอาจารย์เข้าข้างเวที

"พาทิศนี่เธอลบหลู่อาจารย์นะ" อาจารย์นกดูจะออกรับแทนเวทีจนออกนอกหน้า

"หึ คนชั่วๆ แบบนี่ผมไม่นับถือเป็นอาจารย์หรอก" ชายหนุ่มพูดอย่างไม่

กลัว แถมยังทำท่าทางอยากจะซัดหน้าอาจารย์หนุ่มให้หายแค้น

"เซอย่าพูดแบบนั้น" หญิงสาวหันไปปรามชายหนุ่ม

"กลัวอะไรจิว" เขาหันกลับมาดุใส่หญิงสาว

"เก่งกล้านักนะพาทิศ ขอให้เก่งตอนอยู่ในห้องสอบสวนด้วยก็แล้วกัน ความสัมพันธ์ของพวกเธอถูกเปิดเผยแน่นอน" อาจารย์อาวุธโสมองดูก็รู้ทันที่ว่าทั้งสองต้องมีความสัมพันธ์กันลึกซึ้งซึ่งมันช่วยเสริมคำพูดของเวทีให้ดูน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น

"ด้าย..ไว้เจอกันที่ห้องสอบสวน วันนี้พวกผมขอตัวกลับก่อน ไม่ขอกลับกับไอ้คนเลวๆ ยังมันหรอก ไปจิว" ชายหนุ่มหันไปมองกลุ่มอาจารย์อย่างช้าๆ ดึงมือหญิงสาวให้ออกมาจากดงกล้วย

"เซ...อย่า" หญิงสาวพยายามรั้งตัวเองเอาไว้ ไม่ให้ตามเขาไป เธอกลัวว่าเรื่องราวมันจะบานปลายยิ่งถ้าเขาฉุดเธอไปด้วยกันแบบนี้ แต่ก็สู้แรงเขาไม่ได้

"จะอยู่ในมันปล้ำอีกรึไงห๊า..." ชายหนุ่มหันมาขึ้นเสียงใส่เธอด้วยความหงุดหงิด

"ปะ...เปล่า" หญิงสาวส่ายหน้าน้ำตาคลอ

"งั้นก็ไปเซ่..." เขาหันกลับมาตะวาทลั่น ทำเอาหญิงสาวพูดไม่ออก ได้แต่เดินตามเขาไป หลังจากที่ร่างทั้งสองเดินไปจนลับตา อาจารย์นกก็หันมาพูดกับเวทีและคนอื่นๆ

"ร้ายกาจจริงๆ นะคะ เด็กคนนี้" ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยกับเธอ

"พาผมไปหาหมอเถอะครับ" เวทีพูดเสียงอ่อย กุมหัวด้วยความเจ็บ

"อุ้ย...อาจารย์ไม่เป็นอะไรนะคะ" อาจารย์นกและอาจารย์คนอื่นหันกลับมาสันใจเวที ด้วยความเป็นห่วง

"ไม่ครับ" แล้วทุกคนก็ช่วยกันพาเขาไปหาหมอ ท่ามกลางความตกใจของนักศึกษาหลายคนที่อยู่ก็เห็น พาทิศและอาจารย์สาวจูงมือกันเก็บข้าวของกลับ และยังมีอาจารย์เวทีที่ถูกประครองออกมาจากชายป่า เด็กหลายคนเริ่มซุบซิบกันไปต่างๆ นาๆ

หญิงสาวรู้สึกอายมากแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ถ้าเธอยู่ที่ก็ไม่ปลอดภัย เวทีคงตามราวีเธอไม่เลิก หรือไม่ก็ต้องโดนอาจารย์คนอื่นๆ ทำท่าทางดูถูกใส่เธออย่างแน่นอน แล้วนี่เธอจะทนสอนต่อไปได้อยู่อีกเหรอ ทำงานมาได้เดือนกว่าก็มีปัญหาต้องลาออก

เธอจะทำยังไงดีจะบอกพ่อแม่ยังไงกัน ถึงจะกลับไปทำงานที่บ้านได้ไม่มีปัญหาก็ตามแต่ว่าเธอก็รู้สึกไม่สบายใจที่เรื่องราวเกิดขึ้นแบบนี้ แล้วเซล่ะ เขาจะทำยังไง เขายังเรียนอยู่นะ เธอมองแผ่นหลังของชายหนุ่ม สมองก็คิดหนักด้วยความสับสน และไร้ทางออก

เวลา 22.30 น. หลังจากที่ทั้งสองเก็บของเสร็จ ชายหนุ่มก็หยิบโทรศัพท์

ขึ้นมาโทรหาสนให้มารับพวกเขากลับกรุงเทพ

"ครับ...คุณเซ" เสียงทุ่มของชายหนุ่มผู้เป็นคนสนิทให้กับบ้านเขามาเป็น

เวลานาน

"คุณสนครับ ช่วยส่งคนมารับผมหน่อยที่โรงเรียน XXX จังหวัด XXX ตอนนี้เลยนะครับ" ชายหนุ่มพูดเรียบๆ แล้วตัดสาย หันไปจูงมือจิวออกไปจากโรงเรียน โดยไม่เกร็งกลัวต่อสายตาคนรอบข้าง เขารู้แต่ว่าตอนนี้ต้องพาเธอออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด

"ไปเถอะจิว" หญิงสาวก็เดินตามเขาต้อยๆ โดยที่ภายในใจเริ่มคิดหนัก

"เซ....เราจะทำยังไง ฉันจะไปสู่หน้าพ่อแม่ฉันยังไงดี มีเรื่องแบบนี้" หญิงสาวเอ่ยออกไปเสียงสั่นเครือ เธอกลัวว่าพ่อแม่จะรู้ โดยเฉพาะเรื่องนี้

"ช่างเถอะ...คิดไปตอนนี้ก็ปวดหัวเปล่าๆ ไว้ให้ถึงตอนเผชิญหน้าก่อนค่อยว่ากัน ผมเองก็เดือนร้อนไปไม่น้อยกว่าจิวหรอก" ชายหนุ่มตัดบท เขารู้ว่าเธอคิดมาก แต่เขาไม่อยากคิดอะไรในตอนนี้เขาเองก็แย่ไปไม่น้อยไปกว่าเธอ ถ้าพ่อแม่เขารู้เขา อาจจะถูกให้กลับเกาหลีเลยก็ได้ หรืออาจถูกสั่งไม่ให้เจอเธออีกต่อไป

"เซ..." หญิงสาวมองดูแผ่นหลังของชายหนุ่มที่จูงมือเธอเดินอยู่ข้างหน้าเธอคิดว่าเขาไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับเรื่องที่เกิดขึ้น

"ผมไม่อยากสนใจอะไรทั้งนั้นตอนนี้ ผมสนใจแต่จิว เจ็บมากไหม" และดูเหมือนเขาจะรู้ใจเธอ เขาหยุดเดินและหันมามองเธอ ดูรอยช้ำที่เวทีทำเอาไว้ เขาเพิ่งสักเกตว่า เวทีทำเนื้อตัวเธอเขียวช้ำไปหมด

"ไม่..." หญิงสาวส่ายหน้า มองดูดวงตาคู่สวยของเขาในความมืด ด้วยความรู้สึกดีใจหรือเสียใจอย่างบอกไม่ถูก ที่ชายคนนี้มายืนอยู่เคียงข้างเธอ

เวลาเที่ยงคืนเศษ รถ BMW สีน้ำเงินคันหรูก็มาจอดเทียบ ชายหนุ่มที่ดูมีอายุเดินลงมาจากรถในชุดลำลอง ดูเหมือนเซที่โทรไปจะปลุกชายคนนี้จากการหลับ เขาเดินตรงมาหาทั้งสอง หยิบกระเป๋าแล้วยกขึ้นรถ

"เกิดอะไรขึ้นครับคุณเซ ทำไมเรียกมาซะดึกดื่น" สนถามด้วยความเป็น

ห่วง กวาดตามองดูทั้งสองคน เห็นหญิงสาวท่าทางสะบักสะบอมก็เป็นห่วง และภายในใจคิดว่าจะต้องไปเจอเรื่องร้ายๆ มา

"ไม่มีอะไรครับ ผมแค่อยากกลับ" ชายหนุ่มตอนเรียบๆ ไม่อยากให้สนรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

"แล้ว หนูคนนั้นเป็นอะไรรึเปล่า ท่าทางไม่ดีเลย" เขาหันไปเจาะจงถามหญิงสาว

"ไม่ค่ะ จิวเหนื่อยๆ เพลียๆ นะคะ ทำงานอาสาก็เป็นแบบนี้แหล่ะ" หญิงสาวไม่กล้าพูดอะไรออกไป หลบสายตาของสนที่จ้องลึกไปถึงข้างใน เหมือนจะรู้ว่าในว่าเกิดอะไรขึ้นกับทั้งสองคน

"ครับ แล้วจะไปส่งที่ไหนดี" เมื่อเห็นคนทั้งสองไม่บอกอะไร เขาก็เปลี่ยนเรื่องพูด

"ไปที่บ้านจิวเลย แล้วเดี๋ยวรบกวนส่งคนไปเอารถผมกับรถจิวมาส่งที่บ้านด้วยนะครับ" ชายหนุ่มดึงตัวหญิงสาวเขามาโอบกอด ลูบหัวเธออย่างอ่อนโยน

"ได้ครับ คุณเซ" สนรับปากง่ายๆ แล้วขับรถออกไปด้วยความรวดเร็วทันที หญิงสาวก็พิงไหล่กว้างของชายหนุ่ม ภายในใจเธอคิดเรื่องบางอย่าง ที่จะหนีปัญหาวุ่นวายแบบนี้ ชายหนุ่มเองก็เช่นกัน เขาเองก็กำลังคิดที่จะทำอะไรสักอย่าง ที่จะไม่ให้เธอต้องถูกไล่ออกจากการเป็นอาจารย์

เวลา ตี 2 กว่าๆ รถคันหรูก็มาจอดที่หน้าบ้านของจิว หญิงสาวเดินลงไปเปิดประตูบ้าน เซและสนลงไปหยิบกระเป๋า

"คุณเซครับ คุณอากิจะมาถึงในอีก 2 ชั่วโมง คุณจะไปรับเองหรือจะให้ผมไปรับ" สนถามเพราะรู้ดีว่าพี่น้องสองคนนี้รักและสนิทกันมาก และทุกครั้งที่อากิเดินทางมา เซจะต้องเป็นคนไปรับมาส่งทุกครั้ง

"เดี๋ยวผมไปเองครับ ถ้างั้นไปส่งผมที่มหาลัยก็แล้วกัน ผมจะเอารถไปรับเอง แล้วก็ฝากเอารถจิวกลับด้วยนะ"

พาทิศพูดเรียบๆ รู้สึกดีใจที่อากิมาตอนที่เขากำลังต้องการคนปรึกษา

"ได้ครับไม่ต้องห่วง" แล้วสนก็ยืนรออยู่ที่รถ พาทิศเดินตามจิวขึ้นไปในบ้าน หญิงสาวเปิดห้องนอนแล้วนั่งลงที่เตียงด้วยความเหนื่อยล้าและกลุ้มใจ

"จิวพักผ่อนนะ ผมขอไปทำธุระก่อนแล้วจะกลับมาใหม่" ชายหนุ่มเดินไปวางกระเป๋า แล้วหันมาบอกหญิงสาว

"อือ..." เธอรับคำเขาด้วยสมองอันหนักอึ้ง และไม่ได้สนใจว่าเขาจะไปธุระที่

ไหน

"พรุ่งนี้เราจะไปมหาลัยด้วยกันนะ" ชายหนุ่มนั่งลงที่เตียงข้างๆ เธอ จับมือด้วยความเป็นห่วง

"อือ..." หญิงสาวพยักหน้าบฃเบาๆ ตอนนี้ไม่อยากคิดอะไร

"จิวอยู่คนเดียวได้นะ" ชายหนุ่มมองสายตาเลื่อนลอยของเธอด้วยความเป็นห่วง

"อือ...เซไปธุระเถอะ" เธอหันมามองเขาพยายามทำเสียงให้เป็นปกติที่สุด ทั้งที่ในใจรู้สึกอยากจะซบอกเขาแล้วร้องไห้ออกมา ด้วยความอัดอั้นตันใจแล้วชายหนุ่มก็เดินออกจากห้อง หันกลับมามองเธออีกครั้ง แล้วปิดประตู

เวลา ตี 4 ที่สนามบินสุวรรณภูมิ หญิงสาวหน้าตาน่ารัก รูปร่างน่ามองเพราะสัดส่วนที่แสนจะน่าอิจฉา หน้าอกหน้าใจแม่ให้มาแบบล้นเหลือ เอวคอดกิ่ว สะโพกงอนงาม กำลังเดินลงมาจากเครื่อง ลากกระเป๋าเดินทางขนาดกลางมาด้วยหนึ่งใบ กำลังมองหาใครสักคนที่น่าจะมารับเธอ

"อากิ" เซตะโกนเรียกอยู่ไม่ห่าง อากิหันไปเห็นก็ยิ้มด้วยความดีใจ แล้วเดินเร็วๆ เข้าไปหา คนเรียกเธอ เซเองก็เช่นกัน เขาเดินไปหาอากิ

"เซ......คิดถึงจัง" เมื่อทั้งสองมาถึงก็โผกอดกันด้วยความคิดถึง

"เดินทางเหนื่อยไหม" ชายหนุ่มถามเรียบๆ พยายามซ่อนแววตาเศร้าหมองเอาไว้

"ไม่ เอ๊ะ เซ เธอดูแปลกไปนะ" แต่พี่สาวคนสวยก็ยังรู้อยู่ดี เขารู้จักน้อยชายคนนี้ดีเกินกว่าใครเธอมองดูแวบเดียวก็รู้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้กำลังมีปัญหา

"เครียดๆ เหนื่อยๆ นะ เพิ่งกลับมาจากต่างจังหวัดด้วย" ชายหนุ่มยิ้มแห้งๆ ทีเขาไม่อาจปกปิดความจริงกับเธอได้

"เหรอ มีอะไรบอกมาซิ" อากิเปลี่ยนความรู้สึกทันที ด้วยความเป็นห่วงน้องชาย

"ไปหาร้านกินข้าวกันก่อนเถอะ" ชายหนุ่มจึงชวนเธอไปที่อื่น หันไปลากกระเป๋าเธอ

"ได้" อากิเดินควงแขนชายหนุ่มด้วยความเคยชิน แล้วเดินเคียงคู่ไปกับเขาท่าทางกะหนุงกะหนิง

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha