ไฟรักแรงปรารถนา

โดย: รมย์ธีรา



ตอนที่ 16 : หัวใจที่ถูกเติมเต็ม


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

"ไหน ขอดูหน่อยสิ" อากิจับข้อมือของเขาเข้ามาดูอย่างไม่ระวัง ทำให้นิ้วของเธอไปโดนรอยเขียวเต็มๆ

"โอ๊ย....เจ็บนะ" กรร้องออกมาด้วยความเจ็บ

"อุ้ย...ขอโทษ"  อากิตกใจจึงปล่อยมือเขาออกไป มองดูสีหน้าเขาคงจะเจ็บจริงๆ

"ยัยแสบ เจ็บนะ" ชายหนุ่มกุมข้อมือไว้แล้วเป่าเบาๆ เราวกับมันช่วยให้หายเจ็บได้

"อย่ามาทำเป็นสำออยหน่อยเลย ตอนต่อยไม่รู้จักคิด" หญิงสาวจับข้อมือเขากลับมา คราวนี้นุ่มนวลกว่าเดิม มองดูรอยช้ำ แล้วรู้สึกสยองอากิหันไปหยิบ

กล่องยาที่เธอวางไว้เมื่อวานที่เคาเตอร์ แล้วหยิบยานวดมาทาให้เขาอย่างเบามือ

"อ้าว...ก็ช่วยคนยังต้องคิดอะไรด้วยล่ะ" กรมองหญิงสาวที่กำลังทายาให้เขาอยู่อย่างหลงใหล ใบหน้าของเธอดูจริงจัง ชายหนุ่มเข้าไปมองใบหน้าด้านข้างของเธอใกล้ๆ อย่างลืมตัวว่าน้องชายตัวแสบของเธอยังนั่งอยู่ แต่ดูเหมือนว่าเซจะสนใจแต่แฟนสาว จนลืมพี่สาวแสนสวยไปแล้ว

"พวกบ้าพลัง" เพียงพิศบ่นออกไปเบาๆ ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นสบตาเขา เธอรู้ว่ามันคงใกล้กันมาก เพราะเธอรู้สึกได้ถึงลมหายใจของเขาที่รดลงมาที่ซอกคอ มือของเธอสั่นน้อยๆ ตอนที่นวดข้อนิ้วให้กับเขา ความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อวานเริ่มกลับมา

ชายหนุ่มมองดูอาการของหญิงสาวอย่างพึงพอใจ หันไปมองเซกับจิวที่นั่งอยู่ไม่ห่าง เซดูไม่สนใจอากิเท่าไรนักซึ่งนั่นเขาก็รู้สึกพอใจที่เซเป็นห่วงจิวจริงๆ เขาจึงออกอุบาย

"นี่ฉันว่าเราออกไปหาอะไรกินกันเถอะ" กรชวนอากิ ที่กำลังเก็บยาลงกล่อง

"ไม่เอาหรอก" อากิไม่กลัวไปกับเขาเพราะกลัว

"ไปเถอะน่า พวกเขาคงอยากอยู่กันตามลำพังมากกว่า" กรสะกิดให้อากิดู

เซที่กำลังมองจิวอย่างไม่วางตา

"อืม...ก็ได้ นี่ถ้าไม่ใช่เพื่อน้องนะ ฉันไม่ไปกับนายหรอก" อากิหันไปมองแล้วก็อดไม่ได้ที่จะเห็นด้วยกับชายหนุ่ม น้องชายของเธอคงต้องการอยู่ลำพังกับแฟนสาว มากกว่าจะมีพี่สาวและเพื่อนชายมานั่งอยู่ด้วย

หลังจากที่ทั้งสองออกไปจาก ห้องจิวก็ค่อยๆ รู้สึกตัวขึ้นมา พาทิศยังคงใช้ผ้าซับที่ใบหน้าของเธออยู่อย่างอ่อนโยน แววตาของเขาเป็นห่วงหญิงสาวอย่างเห็นได้ชัด

"เซ...." จรัสรวีเปิดเปลือกตาขึ้นมามองชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า รู้สึกเหมือนฝันไป

"ผมเองจิว" ชายหนุ่มจับมือหญิงสาวขึ้นมา ลูบที่ใบหน้าของตัวเองให้เธอรู้สึกว่าไม่ใช่ความฝัน แต่เป็นความจริง ตัวจริงที่จับต้องและสัมผัสได้

"จิวไม่ได้ฝันไปใช่ไหม" จรัวรวีบังคับมือที่สั่นเทาลูบที่ใบหน้าและเนื้อตัวของชายหนุ่ม

"..........อือ........" แทนคำตอบใดของเขา ชายหนุ่มจรดจุมพิตลงไปที่ริมฝีปากของเธออย่างหนักแน่นและดูดดื่มสอดปลายลิ้นเข้าไปเกียวกระหวัดกับลิ้นของหญิงสาว เพื่อให้เธอรู้ถึงรสสัมผัสที่เร่าร้อนและไม่ได้ฝันไปอย่างที่เธอคิด เซถอนจูบออกมาแล้วมองหน้าเธอ

"เซ...จิวกลัว" น้ำตาของหญิงสาวไหลออกมาเป็นทางด้วยความดีใจ โผเข้ากอดชายหนุ่มอีกครั้ง

"ไม่เป็นไรนะ ผมขอโทษที่ทำให้จิวต้องเจอแต่เรื่องร้ายๆ" พาทิศลูบหัวปลอบใจหญิงสาว เธอคงสะเทือนใจและหวาดกลัวมาก

"จิว คิดถึงเซเหลือเกิน" เธอพร่ำบอกเสียงอู้อี้เพราะซบหน้าอยู่ที่ไหล่กว้างของชายหนุ่ม ความรู้สึกอบอุ่นเกิดขึ้นทันที หลังจากที่ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาเธอรู้สึกหนาวเหน็บ

"ผมก็คิดถึงจิวมาก" เขาเองก็รู้สึกเช่นเดียวกัน เหมือนหาจุดยืนของตัวเองได้เมื่อเจอเธอ ความว่างเปล่าและโดดเดียวไม่หลงเหลืออยู่ เพียงแค่กอดเธอเท่านั้นไม่ต้องการอะไรอีกแล้วเพียงแค่นี้เขาก็มีความสุข ได้พบกันเพียงแค่นี้ได้เจอหน้า

มันก็เหมือนโลกที่เคยดูมืดมนกลับสดใสขึ้นมาในวินาทีที่ได้เจอเธอ คำพูดมากมายอยากจะเอ่ย แต่ก็ไม่สามารถพูดออกมาได้ เพราะมันเยอะจนเรียบเรียงไม่ถูก ทั้งสองกอดกันอยู่ไม่กี่นาที แต่ในความรู้สึกมันช่างยาวนานเหมือนกอดกันเป็นร้อยปีร้อยชาติก็ว่าได้

หญิงสาวรั้งร่างของตัวเองออกจากอ้อมกอดของเขา เธอมีคำถามมากมายอยากจะถาม ซุกตัวเองเข้าซบอกกว้างที่เธอคิดถึงมานาน เซเอนหลังพิงที่โซฟาแล้วโอบกอดเธอด้วยความรู้สึกอิ่มเอมหัวใจ

"เซ นี่มันเกิดอะไรขึ้นทำไมเราได้เจอกัน" หญิงสาวถามด้วยความมึนงง พยุงตัวเองออกจากอ้อมอกของชายหนุ่ม มองเขาอย่างค้นหา

"เมื่อวานผมเจอกรที่ผับ" ชายหนุ่มลูบหัวหญิงสาวอย่างหลงใหล มองเธอด้วยแววตาลึกซึ้ง

"เซมาเที่ยวเหรอ" เธอรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยที่เซยังมีอารมณ์มาเที่ยวอยู่

"ใช่ อากิอยากมานะ ความจริงผมไม่ได้อยากมาหรอก มาแล้วก็คิดถึงจิว ไม่สนุกเหมือนเมื่อก่อน แต่อากิมันที่ไทยแล้วยังไม่ได้เที่ยว ปกติจะพาไปตลอด แต่คราวนี้ไม่ได้ไป อากิเลยงอนต้องพามา" เขาพยายามอธิบายให้เธอเข้าใจ

"แล้วพอมาเที่ยวก็เลยเจอกรเหรอ" หญิงสาวมองหน้าชายหนุ่มเหมือนยังไม่ค่อยเชื่อเท่าไรว่านี่คือความจริง

"ใช่ กรก็เข้าใจผิดเหมือนจิวเนี่ยแหล่ะ คิดว่าผมมีอารมณ์มาควงสาว เลยใส่ผมซะหลายหมัดเลย" เซตอบแล้วเขี่ยไรผมที่ปกคลุมใบหน้าของเธอออก มองแววตาที่เขาคิดถึง

"จริงอ่ะ กรเนี่ยนะ" จรัสรวีไม่อยากจะเชื่อ ว่ากรวู่วามถึงขึ้นทำร้ายเซ หญิงสาวมองรอยเขียวช้ำที่มุมปากของเขา ด้วยความเป็นห่วง ตอนแรกคิดว่าเป็นรอยของวันนี้ที่เขาทะเลาะกับเทพ

"ใช่ กรห่วงจิวมาก จนบางทีผมอดไม่ได้ที่จะหึง" เซหันไปทำตาดุใส่เธอ เขาคิดหึงเธอจริงๆ แม้แต่ตอนที่เธอกอดกับกรเมื่อกี้นี้

"บ้า แล้วยังไงต่อล่ะ" เธอตีที่อกของเขาเบาๆ เชิงหยอก และดีใจที่รู้ว่าเขาหึงเธอ

"ก็พอคุยกันรู้เรื่องก็เลยวางแผนกันให้กรพาจิวออกมา" เขายิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน ดีใจทีได้เห็นเธออีกครั้ง แม้จะเป็นแค่เวลาสั้นๆ

"ไม่เห็นกรบอกอะไรเลย" หญิงสาวหันไปมองที่ประตู เหมือนคาดโทษไว้กับกรที่ไม่ยอมบอกความจริง ตอนที่ชวนเธอออกมาเที่ยว ไม่งั้นเธอก็คงยอมมาตั้งแต่แรก แล้วบางทีอาจไม่ต้องเจอเทพก็ได้

"ที่ไม่บอกเพราะกรกลัวจิวจะดีใจจนทำแผนแตกนะ" ชายหนุ่มแก้ตัวแทนกร อย่างน้อยเขาก็ช่วยให้ทั้งสองได้เจอกัน

"จิวดีใจมากเลยล่ะ" เธอซุกตัวลงไปในอ้อมกอดของชายหนุ่มอีกครั้ง เมื่อรู้ความจริงทุกอย่าง

"ผมก็ดีใจ" ชายหนุ่มโอบกอดตอบเธอแน่น จนรู้สึกได้ว่าตัวของหญิงสาวเริ่มร้อนผ่าว จนเขากลัวว่าเธอจะไม่สบายไปอีก ใจของเขาเต้นแรงเมื่อเธอนอนซบอยู่บนอกเขา เธอนอนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย คิดไปถึงเรื่องการกลับไปที่บ้าน แล้วเธอก็กลัว

"เซเราหนีกันเถอะ หนีไปไหนก็ได้ ที่ๆ มีแต่เราสองคน" หญิงสาวผุดลุกขึ้นมาจนเซตกใจ ใบหน้าเธอดูร้อนรน

"จิว..." เซแทบจะไม่เชื่อหูตัวเองว่าคำพูดนี้ออกมาจากปากของเธอ หญิงสาวที่เรียบร้อยอ่อนหวานคิดจะหนีตามผู้ชายที่รัก ทิ้งพ่อ-แม่ที่ดี แสนดีไป

"นะ จิวอยากอยู่กับเซ ไม่รู้ว่ากลับไปบ้านแล้วจะมีโอกาสออกมาอีกรึเปล่า" เธอจับตัวเซเขย่า คะยั้นคะยอให้เขาทำตามที่เธอคิดเอาไว้

"ตอนนี้อย่าเพิ่งคิดถึงเรื่องนั้นเลยจิว ผมว่าจิวนอนก่อนนะ รู้สึกว่าจิวตัว

ร้อนนะ" เขามองดูเธอที่อาจกำลังเพ้อเพราะพิษไข้

"เซ จิวพูดจริงนะ" จรัสรวีปัดมือของเขาออก เธอทำสีหน้าจริงจัง เธอคิดทำอย่างที่พูดจริงๆ

"อือ... ผมรู้ นอนนะคนดี จิวตัวร้อนอีกแล้ว เดี๋ยวออกมาเที่ยวอีกไม่ได้หรอก" ชายหนุ่มมองหน้าหญิงสาวแล้วรู้สึกไม่สบายใจ นี่เธอคิดไปกันใหญ่ เขาโน้มตัวหญิงสาวกึ่งบังคับให้นอนลงมาที่อกของเขา ลูบหัวให้เธอหลับ แล้วเลิกคิดฟุ้งซ่าน

ไม่นานหญิงสาวก็หลับไปด้วยความสุขสมอย่างมีความสุข เธอไม่ได้หลับอย่างสบายใจแบบนี้มาเป็นเดือน จนเธอคิดว่าอยากจะหลับแล้วไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย เพราะกลัว... กลัวว่าตื่นขึ้นมาแล้วจะต้องจากเขาไป และกลัวว่าจะจากกันครั้งนี้จะไม่ได้เจอกันอีกจริงๆ

มาทางด้านอากิและกร หลังจากที่ทั้งสองออกมาจากห้อง ก็พากันกดลิฟต์ลงมาข้างล่าง อากิมองดูรอบๆ คอนโดของกรอย่างสนใจ เธอไม่คิดว่าเขาจะมีคอนโดส่วนตัวใช้ ท่าทางของชายหนุ่มก็ดูธรรมดา ไม่น่าจะร่ำรวยอะไร แต่คอนโดที่เขาอยู่มันดูหรูจนไม่น่าเชื่อ

น่าตาของชายหนุ่มก็หล่อเหลาเอาการ แววตาที่ดูเย็นชาเป็นบางครั้ง หรือบางครั้งก็ดูขี้เล่น เจ้าชู้นิดๆ รู้สึกมีเสน่ห์อย่างน่าประหลาด ชวนให้เธอแอบมองอยู่บ่อยครั้ง สงสัยในบุคลิกของชายหนุ่มอยู่เงียบๆ พาใจสั่นทุกครั้งที่ได้สบสายตาหรือมีปากเสียงกัน

"มองอะไรของเธอ" ชายหนุ่มรู้สึกว่าถูกจ้องมองอยู่นานจนอดไม่ได้ที่จะต้องถาม

"เปล่า" เพียงพิศเพิ่งรู้สึกตัวว่าเธอมองเขาอยู่นาน หน้าของเธอแดงเมื่อถูกจับได้

"ก็เห็นอยู่ว่ามอง" กรกฤตขมวดคิ้วอย่างสงสัย ยิ่งเห็นเธอหน้าแดงก็ยิ่งอยากรู้ว่าคิดอะไร

"ก็สงสัย" หญิงสาวพูดไปเรื่อย เหมือนกำลังคิดเหตุผลว่าเธอมองเขาทำไม

"สงสัยอะไร" กรเองก็สงสัยในความสงสัยของเธอ

"ก็เปล่า แล้วนี่เราจะไปไหนกัน" อากิรีบเปลี่ยนเรื่องพูด เมื่อลิฟต์ลงมาถึงชั้นหนึ่งพอดี

"ก็ไปเซเว่นก็พอ หาอะไรกิน เธอไม่หิวเหรอ” ชายหนุ่มชี้ไปทางเซเว่นที่อยู่

ฝั่งตรงข้างของตึก

"ก็หิว ไม่ขับรถไปเหรอ" อากิไม่เดินออกมาจากลิฟต์อย่างไม่แน่ใจว่าจะเดินไป

"เดินไปก็ได้ใกล้ๆ" กรเห็นเธอยืนนิ่งก็เข้ามาเรียก ดันหลังเธอให้ออกจากลิฟต์

ทั้งสองเดินมาอย่างทิ้งระยะห่างกัน ความจริงอากิเป็นคนทิ้งระยะห่างเองมากกว่า ส่วนกรอยากจะเดินใกล้เธอจะตาย แต่เห็นหญิงสาวเดินลิ่วไม่ยอมรอก็ขี้เกียจรีบเดินตาม เพราะยังไงก็ไปที่เดียวกันเมื่อมาถึงเซเว่น อากิเดินเลือกซื้อของกินให้ทั้งตัวเองและน้องชาย

ส่วนกรกฤตก็ซื้อของไม่มากนอกจากเครื่องดื่ม เขาไม่หิวเท่าไร มองดูหญิงสาวที่ท่าทางกำลังสนุกกับการซื้อของ แล้วก็ขำ นึกในใจว่าเธอคงหิวจัด พอมาถึงตอนจ่ายเงินเขาก็ชิงจ่ายส่วนของอากิอย่างเป็นสุภาพบุรุษ หญิงสาวยิ้มให้เล็กน้อยด้วยความพอใจ

แล้วถือถุงเดินออกจากร้าน รื้นค้นหาของกินในถุงเหมือนเด็กๆ ชายหนุ่มเห็นแล้วรู้สึกเอ็นดู หญิงสาวคนนี้คงถูกเลี้ยงดูมาอย่างเอาใจ ทำอะไรไม่เป็นมีน้องชายจอมหวงคอยดูแล แล้วดูท่าทางพ่อของเธอก็คงหวงลูกสาวอยู่ไม่น้อยเลยที่เดียว

อากิร้นค้นหาของกินอย่างไม่สนใจและไม่ทันระวัง จังหวะพอดีกับรถที่กำลังวิ่งลงสะพานมาอย่างรวดเร็ว เธอเดินก้าวลงถนนโดยไม่ยอมดูรถ กรที่เดินตามมาพอดีเห็นรถที่กำลังขับเข้ามาหาเธอด้วยความเร็ว ก็รีบเข้าไปคว้าตัวหญิงสาวเอาไว้อย่างสุดแรงรั้ง ร่างของเธอเข้ามาแนบอกแล้วล้มลงไปที่ฟุบบาทข้างๆ

"กรี๊ด........" อากิกรีดร้องด้วยความตกใจ รถคันนั้นวิ่งผ่านไปโดยไม่เลี้ยวกับมาดู

"อากิเป็นไงบ้าง" กรลุกขึ้นถามหญิงสาวในอ้อมกอดด้วยความตกใจ เธอดูหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กรพยุงร่างของหญิงสาวลุกขึ้นยืน และช่วยปัดฝุ่น

"ขอบใจนะ" หญิงสาวพูดเสียงสั่นๆ

"เดินระวังหน่อยซิ ดึกๆ แบบนี้ คนขับส่วนใหญ่เมาทั้งนั้น" กรพูดเชิงตำหนิ แต่เขาหวังให้เธอตอบโต้เขาด้วยคำพูดที่ร้ายกาจเหมือนเช่นเคย แต่ร่างบางกลับเงียบคงจะกลัวมากจริงๆ กรรู้สึกว่าตัวเองพูดแรงไป ก็หันไปคว้ามือของหญิงสาวขึ้นมาจับ จะจูงพาข้ามถนนด้วยความหวังดี

"ปะ...ปล่อยนะ" เพียงพิศสะบัดมือที่เขาจับ ตาของเธอเริ่มแดงเหมือนจะร้องไห้ เธอยืนนิ่งกอดอก เธอมองดูถนนอย่างหวาดๆ จะข้ามอีกก็ไม่กล้า กลัวรถขับมาเร็วๆอีก

"เดี๋ยวก็รถชนหรอก" กรส่ายหน้านึกขำในใจ หันไปคว้ามือนุ่มนิ่มของหญิงสาวดึงเข้ามาหนีบไว้ทำเหมือนเป็นแขนของตัวเอง

อากิพยายามดึงมือเธอกลับมา แต่ก็ทำไม่ได้ได้แต่เดินตามเขาข้ามถนนไปด้วยความรู้สึกแปลกๆ ชายหนุ่มพาเธอมานั่งที่ม้าหินหน้าคอนโด เขายังไม่อยากขึ้นไปขัดจังหวะคนทั้งสอง ประกอบกับเข้าต้องการที่จะอยู่กับหญิงสาวข้างกายตามลำพังโดยไม่มีน้องชายของเธออยู่

กรกฤตนั่งจิบเครื่องดื่มแล้วมองหน้าเธอ หญิงสาวแกะของกินที่อยู่ในถุงไม่ยอมมองหน้าเขา เธอวางหน้าไม่ถูก รู้สึกร้อนผ่าวเมื่อถูกชายหนุ่มมอง สายตาเหมือนกำลังแผดเผาเรือนร่างของเธอให้ร้อนรุ่ม มันเกิดขึ้นอีกแล้วความรูสึกแบบนั้น

"ดีใจจังที่เซได้เจอหัวใจสักที" แล้วเสียงหวานก็พูดทำลายความเงียบขึ้น เธอไม่อยากนั่งนิ่งให้เขามองเธออยู่เงียบๆ

"แล้วเมื่อไรอากิจะเจอหัวใจบ้างล่ะ" ชายหนุ่มหยอดคำหวานใส่อย่างชำนาญ แววตาที่เขามองเธอมันหยาดเยิ้มและไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทนสบตากับเขาได้

"อะไร หัวใจของอากิไม่หายไปสักหน่อย" อากิหน้าแดงกับความหมายของคำพูดเขา

"แล้วอยากให้หายไหมล่ะ" เขาขยับตัวเข้าไปใกล้หญิงสาว ทำทีเป็นหยิบขนมในถุงออกมากิน

"ไม่" อากิเบือนใบหน้าไปทางอื่น มองดูถนนที่ว่างเปล่าอย่างไม่มีจุดหมาย

"สองคนนั้นคงกำลังมีความสุขกัน" เพียงพิศพยายามเปลี่ยนเรื่องไปพูดถึงคู่รักที่น่าสงสาร เธอไม่อยากให้กรพูดถึงเธอสักเท่าไร

"แล้วอากิอยากมีความสุขเหมือนพวกเขาไหม" คำพูดกำกวมของกร ทำให้หญิงสาวทำหน้าไม่ถูก

ทำไมนะ เขาต้องวกมาเรื่องของเธอทุกครั้งไป หญิงสาวคิดในใจด้วยความหงุดหงิด หญิงสาวเงียบอีกครั้ง ชายหนุ่มเองก็เงียบตาม แต่ที่เขาเงียบเพราะเขากำลังนั่งจ้องเธออย่างหลงใหล ซึ่งเธอรู้สึกไม่สบายใจ เธอนั่งเงียบกับใครไม่ค่อย

เป็น

"แล้วนายทำงานอะไรเนี่ย" อากิพยายามคิดหาเรื่องคุยที่เขาจะไม่สามารถวกมาหาเธอได้ โดยการถามเรื่องของเขาเสียเอง

"ขายตัว" กรกฤตรีบตอบด้วยความรู้สึกอยากแหย่เธอเล่นสนุก

"จริงเหรอ นายมี...เออ เขาเรียกว่าอะไรนะ แม่หม้ายเลี้ยงเหรอ" ร่างบางข้างกายก็พาซื่อ หันมามองหน้าชายหนุ่มในทันทีด้วยความสนใจ หลังจากที่เธอไม่กล้ามองหน้าเขา

"สมองเธอนี่ไร้สาระจังเลยนะ" กรกฤตหัวเราะออกมาเบาๆ แอบได้เห็นหน้าเธอตรงๆ ก็ดีใจ ยกนิ้วชี้ทิ่มไปที่หน้าผากโหนกนูนของหญิงสาว โทษฐานที่เธอเชื่อคนง่ายซะเหลือเกิน ใครบอกอะไรก็เชื่อหมด

"อ้าว...ก็นายบอกว่าขายตัว" อากิจับตรงจุดที่เขาใช้นิ้วทิ่มทำหน้ายู่ใส่เขา

"แล้วเชื่อทำไมล่ะ" ชายหนุ่มขำ ยกเครื่องดื่มขึ้นดื่ม

"อ้าว...แล้วตกลงนายทำงานอะไรกันแน่" อากิหันไปมองกรทำสายตาดูถูกเล็กน้อย ยังไม่ค่อยเชื่อว่าเขาไม่ได้ขายตัว

"ก็ธุรกิจส่วนตัว" เขาบอกเรียบๆ ลุกขึ้นบิดกายด้วยความเมื่อยขบ

"เกี่ยวกับอะไรเหรอ" อากิหันมาฟังเขาอย่างสนใจ เธอรู้สึกดีขึ้นที่เขาไม่วกมาเรื่องของเธอ

"เกี่ยวกับการติดตั้งเครือข่ายสื่อสารต้องประสานงานกับบริษัทของบ้านจิวนะ" กรมองดูนาฬิกาที่บอกเวลา ตี 3 เขาเริ่มรู้สึกว่าได้เวลากลับบ้านของจิวแล้ว

"เหรอ งั้นก็รู้จักกับจิวมานานแล้วนะซิ" อากิป้อนคำถามอย่างไม่หยุดด้วยความลืมตัว ทั้งที่ตอนแรกก็แค่หาเรื่องคุย ตอนนี้กลับกลายเป็นอยากรู้อยากเห็น

"อือ พ่อแม่เป็นเพื่อนกันนะตั้งแต่สมัยเรียน" กรหยิบถุงขนมของเธอขึ้นมา ดึงแขนเธอขึ้นเป็นการบอกว่าถึงเวลาต้องกลับขึ้นไปบนห้องของเขาแล้ว ซึ่งเธอก็ไม่ได้สนใจอะไรเธอสนใจเรื่องของเขามากกว่า

"แล้วทำไมไม่ชอบจิว" หญิงสาวยังข้องใจในความสัมพันธ์ ก็สนิทสนมกันขนาดนั้นมันไม่มีใจให้กันถือว่าแปลก จรัสรวีก็น่าตาน่ารัก แถมกรกฤตก็ยังดูห่วงใยมากไม่น้อยเลย

"ก็เคยชอบ แต่จิวไม่ชอบตอบ แล้วฉันก็ไม่ชอบบังคับใคร อาจเป็นแค่ความผูกพันที่รู้จักกันมานานมากกว่า เธอนี่ถามมากจังนะ แล้วเธอล่ะ มีแฟนรึยัง" กรตอบไปตรงๆ แล้วหันไปย้อนถามคนช่างสงสัย สอดรู้เรื่องของเขามาก็มาก ถึง

เวลาที่เขาจะรู้เรื่องของเธอกลับบ้างล่ะ

"ไม่มี เซหวงฉันจะตาย ขืนมีแฟน เซเอาตายแน่" อากิทำหน้าเหมืองเซ็งสุดๆ ที่มีน้องชายขี้หวง ประสบการณ์ความรักแบบน่ารักๆ ไม่เคยได้สัมผัส

"อะไรกัน ตัวเองมีความสุขกับสาวๆ ได้ แต่ไม่ยอมให้พี่สาวมีความสุขบ้าง" กรพูดยิ้มๆ เธอเริ่มจะพูดเรื่องของเธอออกมาบ้าง ขณะทั้งสองเดินเข้าไปในลิฟต์

"นั่นซิ ใจร้ายว่าไหม" เพียงลืมตัวว่าเธอไม่ควรเผลอพูดออกไปให้กรฟัง

"แล้วอากิอยากมีไหมล่ะ" กรกฤตหันไปมองอากิซ่อนความเจ้าเล่ห์ไว้ในแววตาที่ดูอยากรู้ของเขา

"ก็อยากซิ อากิอยากมีความรัก อยากทำอะไรหลายๆ อย่าง" หญิงสาวพาซื่อ เธอกำลังคิดวาดฝันถึงคนรักของเธอ

"เหรอ แล้วมีความรักแล้วอยากทำอะไรอีก" เสียงของกรเริ่มต่ำลง เข้าไปถามเธอใกล้ขึ้น คาดหวังจะได้เป็นชายในฝันของหญิงสาว

"ก็อยากทำแบบที่คู่รักเขาทำกัน อยากรู้ความรู้สึก" อากิยืนพิงที่ลิฟต์ แล้วยิ้มเหมือนกำลังคิดอะไรเพลินๆ จนไม่รู้ว่ากรเข้ามาใกล้ๆ

"จริงเหรอ" กรยกมือทั้งสองข้างขึ้นยันผนังลิฟต์เอาไว้

"อือ....อุ้ย" อากิเหมือนเพิ่งตื่นจากความฝัน เธอเงยหน้ามาเห็นใบหน้ากรเข้ามาใกล้ เธอตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง

"อยากรู้จริงๆ เหรอ" กรกระซิบที่ริมหูของหญิงสาว เขาไม่ได้คิดอยากจะทำอะไรเธอ แค่อยากจะแกล้งเธอเท่านั้น ยิ่งรู้ว่าเธอยังอ่อนต่อโลกก็ยิ่งน่ารักน่าแกล้ง แถมเวลาเธอน่าแดงแล้วเขารู้สึกชอบเป็นพิเศษ

"เอ๊ะ... กรทำอะไรนะ" หญิงสาวถอยชิดกำแพงเข้าไปอีกทั้งที่ยืนชิดอยู่แล้ว กายของเธอสั่นน้อยๆด้วยความกลัว ใจของเธอเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ จนกลัวว่าเขาจะได้ยิน

"ก็จะบอกให้ไง ว่าความรักมันเป็นยังไง" กรขยับกายเข้าประชิดหญิงสาว สอดขาเข้าไประหว่างขาของเธอ สอดมือข้างที่ไม่ได้ถืออะไรเข้าไปที่หลังของหญิงสาวเหมือนโอบกอด

"กะ....กร" อากิรู้สึกเหมือนร่างกายไม่มีแรงจะต่อต้าน ได้แต่เบือนใบหน้าหนีอย่างหวั่นๆ

"มันจะทำให้ใจอากิเต้นแรงและเร็ว รู้สึกตื่นเต้นเวลาได้อยู่ใกล้ๆ ใจหวิว หายใจไม่ค่อยออก เหงื่อแตกเล็กน้อย รู้สึกร้อนรุ่ม ลำคอแห้งผาก เหมือนอยู่ท่ามกลางทะเลทราบที่กระหายน้ำอย่างรุนแรง" กรกฤตรั้งกายของเธอเข้ามาแนบชิดใช้ปลายจมูกถูเล่นกับปลายจมูกเธอ

ชายหนุ่มทำท่าเหมือนจะจูบแต่ก็ไม่จูบล้อปลายจมูกเล่นอยู่นั้นแหล่ะ ทำเอาคนกระหายน้ำอยากจะลิ้มลองรสชาติ ริมฝีปากแห้งฝากตามที่เขาพูด

"กร...." อากิเรียกเขาเสียงสั่นสมองว่างเปล่า คิดไปถึงคำพูดของกรที่กรอกหูอยู่ เธอรู้สึกแบบนั้นจริงๆ จนเธออยากจะให้เขาจูบเธอเร็วๆ เพื่อความรู้สึกนั้นมันจะได้หายไป หรือ เธออาจจะรู้สึกดีขึ้นกว่านี้

// ... ติ้ง ... // เสียงลิฟต์ดังขึ้นเหมือนระฆังช่วย กรถอนตัวเองออกมาจากหญิงสาวอย่างเสียดาย ร่างของอากิที่ยังไม่ทันตั้งสติก็ร่วงลงไปที่พื้นอย่างหมดแรง

"แบบนี้แหล่ะ ความรู้สึกของความรัก หึหึ เดินไหวรึเปล่า" ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งลงมองหน้าของหญิงสาว เธอหน้าแดงหายใจหอบ เขาอดขำในความน่ารักและไร้เดียงสาของเธอไม่ได้

"งั้นเดี๋ยวช่วย" กรทำท่าจะพยุงเธอขึ้นยืน อากิรู้สึกอายแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี

"ไม่ต้อง" เธอสะบัดแขนเขาออกกัดปากแน่นด้วยความเขินและอายที่ถูก

ชายหนุ่มแกล้งแบบนั้น เธอไม่มองหน้าเขารวบรวมกำลังทั้งหมดผลักชายหนุ่มออกไป แล้วลุกขึ้นวิ่งออกไปจากลิฟต์อย่างรวดเร็ว ด้วยความรูสึกร้อนรุ่มอย่างบอกไม่ถูก

"น่ารักจริงๆ" กรกฤตมองร่างงามที่วิ่งออกไปอย่างพอใจ รู้สึกติดใจกลิ่นหอมอ่อนที่ตัวของเธอ ท่าทางน่ารักแบบนี้ที่เขาไม่ได้เจอมานานแสนนาน เขาเดินตามร่างหญิงสาวเข้าห้องไปติดๆ เมื่อเปิดประตูเข้าไปไม่เห็นเธออยู่ในห้อง แต่เห็นไฟห้องน้ำเปิดอยู่ แสดงว่าอยู่ในห้องน้ำ

แล้วหันไปมองคู่รักที่นั่งอยู่ที่โซฟา ทั้งสองยังคงนั่งอยู่แต่หลับใหลด้วยกันทั้งคู่ กรเดินเข้าไปจับตัวของหญิงสาวรู้สึกว่าร้อนนิดๆ แสดงวาเธอมีไข้อีกแล้ว ยังดีที่เซไม่ได้ทำอะไรเธอไม่งั้นเธอคงทรุดมากกว่านี้แน่ กรหันไปจับตัวของไอ้กระดูกอ่อนเพื่อปลุก

คนถูกปลุกสะดุ้งตื่น กรยกมือขึ้นปิดปากให้เขาเงียบๆ เอาไว้ เพราะกลัวจิวจะตื่นตาม พาทิศกำลังคิดถึงเรื่องที่เธอบอกว่าจะให้หนีตาม จนไม่รู้เผลอหลับไปตอนไหน เขาหันไปมองหญิงสาวที่หลับอยู่คาอกก็ค่อยๆ จับร่างของเธอนอนลงที่โซฟาในท่าที่คิดว่าสบายที่สุด

แล้วลุกขึ้นมานั่งที่เคาเตอร์กับกร มองหาพี่สาวแล้วไม่เห็นหันไปมองคนพาไปสายตาดุๆ คิดว่ากรทำอะไรเธอ กรชี้ไปทางห้องน้ำ ชายหนุ่มก็พยักหน้าเข้าใจโดยไม่ได้คิดอะไร ไม่นานอากิก็เดินออกมาเห็นเซตื่นแล้วก็รู้สึกโล่งใจที่ไม่ต้องอยู่กับกรตามลำพัง

"ฉันต้องพาจิวกลับแล้วล่ะ" กรกฤตพูดเบาๆ โดยไม่อยากให้จิวตื่น

"จะปลุกเหรอ" เพียงพิศเดินมาแล้วถามมองหน้ากรและเซสลับกันไปมา

"อือ ปกติเวลาไปเที่ยวก็จะกลับเวลาประมาณนี้ กลับช้ากว่านี้เดี๋ยวงานเข้า" ชายหนุ่มพยักหน้า

"ได้ แต่นายลงไปรอข้างล่างก่อนได้ไหม ฉันขอคุยกับจิวตามลำพังอีกสักพักนะ แล้วเดี๋ยวตามลงไป" เซหันไปมองหญิงสาวที่หลับอยู่ด้วยพิษไข้ มองเธอด้วยความเสียดาย อยากจะอยู่ต่อแต่ก็ทำไม่ได้ เขายังติดค้างคำตอบที่เธอถามเอาไว้ก่อนที่จะหลับไป

"ได้ อย่าช้านะ" กรกฤตพยักหน้าอย่างเข้าใจ คงอยากจะบอกลากันเป็นการส่วนตัว

แล้วเดินไปเก็บของออกจากห้องไป เพียงพิศหันไปมองน้องชายเธอไม่

อยากลงไปกับกร แต่ก็ไม่อยากอยู่ขัดความสุขน้อง ทั้งสองคงอยากล่ำลากันตามลำพัง เธอเดินตามกรออกไปอย่างไม่เต็มใจ ยิ่งเห็นชายหนุ่มยืนรอเธออยู่หน้าลิฟต์ก็ยิ่งรู้สึกไม่อยากเดินไปหา

หญิงสาวกลัวว่าเขาจะทำอะไรเธออีกในลิฟต์อีก เพราะความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ยังไม่หมดไป แต่เธอก็รู้สึกใจชื่นเมื่อเห็นคนเดินออกจากห้องมากำลังจะลงลิฟต์ ทั้งสามจึงลงลิฟต์ไปด้วยกัน อากิรู้สึกโล่งอกที่เธอไม่ต้องอยู่ตามลำพังกับเขา

ส่วนกรก็รู้สึกเสียดายที่มีคนออกมาทำงานตั้งแต่เช้ามืด พอออกมาจากลิฟต์เธอก็วิ่งตรงไปที่รถ แล้วขึ้นไปรอน้องชายในรถทันที มองกรที่เดินช้าไปที่รถของตัวเองเช่นกัน เขาหันมาขยิบตาให้อากิก่อนที่จะขึ้นรถไป อากิมองกรเหมือนเป็นคนโรคจิต

ทางด้านคู่รักที่ต้องบอกลา มือหนาสัมผัสกายหญิงสาวแผ่วเบา กระซิบเรียกหาเสียงแผ่ว แต่ร่างบางก็ไม่วายสะดุ้งตื่น ผะวาหาชายคนรักแล้วกอดราวกับเจอฝันร้าย ชายหนุ่มโอบกอดตอบอย่างปลอบใจ เธอคงกลัวสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงความฝันเท่านั้นเอง

“จิวนึกว่าฝันไป” หญิงสาวเอ่ยเสียงสั่นระคนดีใจ

“จิวไม่ได้ฝัน เราได้เจอกันจริงๆ” ชายหนุ่มช่วยย้ำ เขาเองก็ไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นความจริง

“แต่... เวลาของเราหมดแล้วนะ...สำหรับวันนี้” แล้วพูดต่อรู้สึกจุกขึ้นมาที่อก สะเทือนใจที่ต้องจากลา การบอกลามันยากเหลือเกิน

“จิวไม่อยากกลับ” หญิงสาวส่ายหน้า เหมือนตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะไม่แยกจากเขาอีก

“ไม่ได้ จิวต้องกลับ กลับเพื่อจะได้มาเจอกันใหม่” ชายหนุ่มจับใบหน้างามขึ้นมากล่าวเชิงบังคับ พร้อมให้ความหวังกับเธอสำหรับวันข้างหน้า

“ทำไมเราไม่...” จรัสรวียังคงพยายามโยมน้าวชายหนุ่ม เหมือนเป็นสาวแรกรุ่นที่มีรักแรกขาดสติยั้งคิด

“ไม่ได้ เพราะมันไม่ทำให้พ่อแม่จิวรับรู้ว่าผมรักจิวแค่ไหน มันก็เหมือนจิวหลงผมจนหัวปักหัวปำ และผมไม่อยากให้พวกท่านคิดแบบนั้น ผมอยากให้พวกเขารู้ว่าผมรักจิว และพร้อมที่จะเล่นไปตามเกมของพวกท่าน” แต่ชายหนุ่มมีความคิดพอที่จะยืนกราน

“ไม่รู้อีกนานแค่ไหนจะได้เจอกันอีก” น้ำเสียงของเธอเศร้าหมองลงกว่าเดิม น้ำตาคลอเบ้าสะอืดเบาๆ

“นานแค่ไหนก็จะรอ ผมจะรอ และรักจิวคนเดียว” ชายหนุ่มปานน้ำตาออกจากพวงแก้มอุ่นทั้งสอง มองสายตาหวานซึ้งและจริงจัง

“อื้อ...” หญิงสาวพยักหน้าเบาๆ น้ำตายังคงไหลอย่างต่อเนื่องไม่อาจจะหยุดได้ ริมฝีปากบางสั่นระริก หัวใจของเธอเต้นแรงจนแทบจะขาดใจ

“เชื่อผมนะคนดี จิวต้องเข้มแข็ง” ชายหนุ่มกล่าวเสียงแผ่วแต่แฝงไปด้วยความหนักแน่น ประคองใบหน้างามด้วยมือทั้งสองข้าง แม้ในใจของเขาเองก็หวั่นไหว อ่อนแอ และหวาดกลัวไม่ต่างอะไรกับเธอ แต่...เขาไม่อาจแสดงความอ่อนแอออกมาให้เธอเห็น เพราะจะยิ่งทำให้เธอเศร้ายิ่งกว่าเดิม

“อื้อออ...” หญิงสาวหลับตาให้หยาดน้ำใสๆ ไหลออกมา พยักหน้าถี่ๆ พยายามจะเชื่อมั่นตามที่เขาพูด แต่หัวใจก็หวั่นไหวเหลือเกิน

พาทิศดึงร่างบางเข้ามาสวมกอดไว้แนบแน่นราวกับจะเป็นร่างเดียวกัน ยิ่งเขากอดแน่นเท่าไร ร่างบางก็ยิ่งสะท้านมากเท่านั้น เหมือนยิ่งปลอบก็ยิ่งร้อง ชายหนุ่มเองก็นัยน์ตาร้อนผ่าว แต่พยายามอดกลั้นเอาไว้ให้ได้มากที่สุด เขาต้อง

เข้มแข็งเพื่อเธอ

ไม่ว่าอีกนานแค่ไหนที่พวกเขาจะได้เจอกันอีก ไม่ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร เขาจะจดจำคืนนี้เอาไว้ จดจำอ้อมกอดที่แสนรัก ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้าไปในจิตใจของทั้งสอง เพราะยามที่โดดเดียวจะได้ระลึกถึงความอบอุ่นยามที่ได้อยู่ด้วยกัน

ไม่นานพาทิศกับจรัสรวีก็เดินออกจากคอนโด ตาของหญิงสาวบวมและแดงก่ำตามคาด บ่งบองให้คนที่รออยู่ด้านล่างได้รับรู้ว่าเธอร้องไห้อีกแล้ว พาทิศเองก็ตาแดงๆ เขาจับมือเดินไปส่งหญิงสาวที่รถ เธอโผเข้ากอดก่อนจากเขาเป็นการล่ำลา

"เซ...จิวไม่อยากไปเลย" เธอร้องไห้ออกมาอีกครั้ง ครั้งที่เท่าไรไม่รู้

"ไปเถอะ ไม่นานเราต้องได้เจอกัน จะเช้าแล้วเดี๋ยวพวกเขาสงสัยนะ" พาทิศรั้งร่างหญิงสาวออกจากอ้อมกอด ลูบหัวเธออย่างอ่อนโยน เขาเองก็เสียใจไม่น้อยที่ต้องลาจาก แต่พยายามไม่แสดงความเสียใจออกมา ชายหนุ่มเปิดประตูดันร่างของเธอเข้าไปในรถของกร จูบเธอแนบแน่นอีกครั้งก่อนจาก

"กรรีบพาจิวไปเถอะ" แล้วหันไปบอกกรให้รีบออกรถไป ก่อนที่เขาจะ

เปลี่ยนใจพาเธอหนี

กรกฤตพยักหน้า ดึงหญิงสาวเข้ามาในรถแล้วล็อกไว้ รีบขับออกไปทันที

"เซ..." หญิงสาวตะโกนเรียกยอดดวงใจในรถเสียงดัง ร้องไห้ออกมาเหมือนจะไม่ได้เจอกันอีก สองมือบางวางที่กระจกใสหน้าผากเนียนกระแทกลงไปที่กระจกเบาๆ ปากก็ร้องเรียกหาชายหนุ่มไม่หยุด จนกระทั่งร่างของเขาลับสายตา น้ำเสียงเธอก็แหบแห้ง อากาศหนาวเย็นถึงขั้วหัวใจก่อตัวขึ้นอีกครั้ง

พาทิศมองรถของกรกฤตขับออกไปจนลับสายตา หัวใจของทั้งสองเจ็บปวดอีกแล้ว เขากลับเดินไปที่รถอย่างเหม่อลอย เข้าไปนั่งกำมือแน่นเหมือนตัดสินใจอะไรผิดไปหรือเปล่า ถ้าเขาพาเธอหนีจะมีความสุขกว่านี้ใช่ไหม แล้วต่อไปล่ะ ระยะยาวจะมีความสุขจริงหรือ

"ขับไหวไหมเซ อากิขับให้ไหม" เพียงพิศถามด้วยความเป็นห่วงน้องชาย เห็นเขาดูยังไม่พร้อมที่จะจากลา

"ไหวอากิ ไม่ต้องห่วงหรอก" ชายหนุ่มตอบรับง่ายๆ แล้วขับรถออกไปจากคอนโดของกรทันที

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha