ไฟรักพิศวาสร้อน(จบแล้ว)

โดย: ปลายทางฝัน



ตอนที่ 1 : ตอนที่1...การกลับมาของอนาคิน(1)


ตอนต่อไป

1


การกลับมาของอนาคิน


 


          ณ...บ้านเปรมอนันต์ฤา


ยัยหนูแต่งตัวเสร็จหรือยังลูก เดี๋ยวจะไม่ทันไปรับพี่เขานะลูก เพียงตะวันสาวน้อยวัย ยี่สิบเอ็ดปี รีบเร่งวิ่งลงมาจากชั้นบนของบ้านหลังใหญ่ วันนี้เธอสวมเดรสสีชมพูอ่อน ช่างดูขับกับผิวขาวอมชมพูของเธอ ดูงดงามสมส่วนไปทั้งร่าง สวยสะดุดตาแก่ผู้พบเห็นยิ่งนัก แพทชยามองบุตรสาวตัวน้อยด้วยความชื่นชม


ตะวันพร้อมแล้วค่ะคุณแม่ขา สาวน้อยหน้าแฉล้มส่งยิ้มหวานให้มารดา และเดินเข้าไปสวมกอดอย่างออดอ้อน ราวกับเด็กหญิงตัวเล็กๆ เมื่อสิบก่อน


ไปกันเถอะแพท เดี๋ยวรถจะติดเสียก่อน ธีระวัฒน์ตะโกนเรียกภรรยากับบุตรสาวให้รีบขึ้นรถ


ค่ะพี่ธี ไปเถอะยัยหนู แพทชยาจูงมือบุตรสาวคนสวยขึ้นรถเบนซ์คันหรู รถจึงค่อยๆ เคลื่อนออกจากบ้านหลังใหญ่ มุ่งตรงไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อไปสมทบกับครอบครัวอัครภาค


ต้อนรับการกลับมาของอนาคิน อัครภาค บุตรชายคนเดียวของกานต์ธิดาและภาคี สิบสี่ปีเต็ม ที่ชายหนุ่มจากบ้านเกิด ไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศ จนจบปริญญาเอก เขาได้ขออนุญาตบิดาสะสมประสบการณ์ ในเชิงธุรกิจ ที่ต่างประเทศต่อ เมื่อประสบผลสำเร็จเมื่อไหร่ เขาถึงยอมเดินทางกลับประเทศไทยเพื่อรับช่วงดูแลธุรกิจต่อจากบิดาและสิ่งสำคัญที่สุดคือ ชายหนุ่มรอให้เพียงตะวันเติบโตพอที่จะใช้ชีวิตร่วมกับเขาได้ ถ้าเขาขืนอยู่ใกล้ๆ เธอ กลัวจะห้ามใจตัวเองไม่ไหว เพราะน้องน้อยของเขาทั้งน่ารัก น่าทะนุถนอมเหลือเกิน จนเขาอยากรักแทบขาดใจ


ธิดาเครื่องตาคินลงจอดกี่โมงล่ะ แพทชยาหันไปถามเพื่อนรัก ที่ได้แต่จ้องมอง ช่องทางเดินของผู้โดยสารขาเข้า แทบจะไม่สนใจคนรอบๆ ข้างเลยด้วยซ้ำ


สิบเอ็ดโมงครับคุณแพท ตอนนี้ธิดาเขาคงไม่สนใจใครมากกว่าลูกชายตัวดีเขาหรอกครับ ภาคีอดแซวภรรยาสุดที่รักไม่ได้ แต่ใบหน้าของชายสูงวัยกลับมีรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุข รู้สึกปลาบปลื้มในความสำเร็จของบุตรชายที่เขาเลี้ยงมากับมือตั้งแต่แบเบาะ


ก็ธิดาตื่นเต้นที่ได้เจอลูกนี่คะ หรือว่าพี่คีย์ไม่ดีใจที่ลูกของเรากลับมา กานต์ธิดาสะบัดค้อนใส่สามีของเธอ คนกำลังอารมณ์ดีๆ อยู่ ชอบมาแหย่ทำให้เธออารมณ์เสียเป็นประจำ


ดีใจสิครับ ลูกพี่ทั้งคน และเขาก็เป็นความภูมิใจของพี่เหมือนกัน เมื่อเห็นภรรยากำลังชักสีหน้าไม่พอใจใส่ ภาคียิ้มเจื่อนๆ เข้าไปโอบไหล่เธออย่างเอาใจ


หนูตะวันล่ะลูก ตื่นเต้นหรือเปล่าจ๊ะ กานต์ธิดาหันไปให้ความสนใจ ว่าที่ลูกสะใภ้ในอนาคต ที่เธอได้จับจองตัว ไว้ให้บุตรชายสุดที่รักของเธอเป็นที่เรียบร้อยแล้วก่อนที่จะมีใครคว้าตัดหน้าไปเสียก่อน


ตื่นเต้นค่ะคุณป้า หญิงสาวหันมายิ้มหวานจนตาหยี พร้อมตอบกลับเสียงใส รอยยิ้มยังคงกระจ่างไปทั่วใบหน้าเรียวสวย เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข การรอคอยที่แสนทรมานของเธอใกล้สิ้นสุดลง อีกไม่กี่นาทีข้างหน้า


เรียกแม่สิจ๊ะ หนูตะวันนี่ แม่สอนกี่ครั้งก็ไม่รู้จักจำ น่าตีจริงๆ เชียวเด็กคนนี้ กานต์ธิดาอดที่จะตำหนิสาวน้อยตรงหน้าเธอไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้จริงจังอะไร น้ำเสียงแฝงด้วยความเอ็นดูเสียมากกว่า


ค่ะคุณแม่ สองสาวต่างวัยกุมมือกัน จ้องมองช่องทางเดินของผู้โดยสารขาเข้าอย่างไม่ละสายตา


นั่นตาคินใช่หรือเปล่าธิดา แพทชยาชี้ไปที่ช่องทางเดินของผู้โดยสารขาเข้าด้วยความตื่นเต้นไม่แพ้กัน เพราะเธอก็รักและเอ็นดูอนาคินเหมือนลูกคนหนึ่ง


การปรากฏตัวของอนาคิน เรียกความสนใจจากกลุ่มบรรดาสาวๆ ที่ยืนบริเวณนั้น ได้เป็นอย่างดี แต่ในสายตาของเขา ไม่มีไว้มองใคร แม้แต่สาวสวยที่กำลังเดินข้างกายเขาอยู่ตอนนี้ก็ตาม


ตาคินลูกแม่ อนาคินโผเข้ากอดมารดาไว้แน่น และหอมแก้มทั้งสองข้างของท่าน ด้วยความคิดถึง เขากับมารดามีโอกาสเจอกันเพียงแค่ปีละครั้งเท่านั้น เพราะบิดาของเขามีงานรัดตัวตลอดเวลา จนแทบไม่มีเวลาว่าง พามารดาบินมาหาเขาที่อังกฤษ เคยมีครั้งหนึ่งที่มารดาขอเดินทางมาเพียงลำพัง แต่บิดากลับยืนกรานปฏิเสธเสียงแข็งไม่ยอมท่าเดียว เหตุผลง่ายๆ ที่เขาได้ยินมาตั้งแต่เล็กจนโต นั้นคือขาดมารดาไม่ได้ จนเขากับมารดาต้องยอมจำนนต่อเหตุผล


และตัวเขาเองก็ใช่ว่าจะมีเวลาว่างบินกลับเมืองไทย เพราะต้องเอาเวลาทั้งหมดไปทุ่มเทศึกษางาน หวังจะกลับไปพัฒนาบริษัท สามารถนำพาบริษัทให้ทัดเทียมกับประเทศมหาอำนาจได้ เพื่อจะได้เปิดสาขาใหม่ที่ต่างประเทศ ให้เป็นที่ยอมรับของชาวต่างชาติ


ชายหนุ่มเริ่มต้นทำงานตั้งแต่พนักงานระดับล่างสุด จนก้าวมาสู่ระดับผู้บริหาร จนได้ตำแหน่งหนุ่มนักธุรกิจไฟแรงมาครอบครองเมื่อต้นปีที่ผ่านมา


พอแล้วตาคิน แกกอดเมียพ่อนานไปแล้ว ภาคีเดินเข้าไปแทรกตรงกลางสองแม่ลูกที่กำลังแสดงความรักต่อกัน และหันไปสวมกอดบุตรชายบ้าง ด้วยความคิดถึง และตบลงบนบ่าของบุตรชายเบาๆ ก่อนขยับร่างถอยออกมาให้คนอื่นเข้ามาทักทายบ้าง


อนาคินหันไปทักทายทุกคนด้วยความคิดถึง และสะกดสายตาไว้ที่น้องน้อยเพียงตะวันแต่เพียงผู้เดียว อยากจะเข้าไปกอดร่างเล็กแทบขาดใจ แต่รู้สึกเกรงใจ บิดามารดาของหญิงสาวที่กำลังยืนจ้องมองอยู่


จำน้องได้มั้ยตาคิน หนูตะวันไงลูก เพียงตะวันยกมือไหว้ และยิ้มหวานให้ชายหนุ่มในดวงใจ อย่างเอียงอาย หัวใจดวงน้อยๆ เต้นแรงไม่เป็นจังหวะ เมื่อชายหนุ่มส่งยิ้มมาให้


จำได้สิครับคุณแม่ ชายหนุ่มไม่ยอมละสายตาจากใบหน้าเรียวสวย ยิ่งเธอยิ้มเอียงอาย ไร้การเสแสร้ง ยิ่งเป็นภาพที่ตรึงสายตาเขาไว้ จนเขาอยากจะเข้าไปลูบไล้พวงแก้มชมพูแดงระเรื่อของหญิงสาวเหลือเกิน แต่ก็พยายามหักห้ามใจไว้ รอให้ถึงเวลาอันควร


คินขา จะไม่แนะนำให้แอนนี่ได้รู้จัก คุณพ่อคุณแม่ และญาติพี่น้องของคุณหรือค่ะ สาวสวยเดินเข้ามากอดแขนแกร่ง และออดอ้อนเรียกความสนใจจากชายหนุ่มที่เธอรัก เพราะเขาได้แต่ให้ความสนใจ สาวน้อยหน้าหวานตรงหน้าตลอดเวลา จนไม่สนใจคนรอบๆ ข้าง ทำให้เธอรู้สึกไม่ค่อยถูกชะตากับเด็กสาวคนนี้ ตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นหน้า


ขอโทษทีแอนนี่ ผมดีใจที่ได้เจอญาติๆ จนลืมคุณไป อนาคินหันมายิ้มเจื่อนๆ ให้หญิงสาว อย่างรู้สึกผิด เพียงตะวันมองทั้งคู่อย่างสงสัย รู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาทันที เมื่อเห็นทั้งสองหยอกล้อกันอย่างสนิทสนม


ตาคิน กานต์ธิดาเสียงเขียวใส่บุตรชาย ด้วยความไม่ชอบใจ


ครับคุณแม่ เอ่อ...แอนนี่ นี่คุณพ่อกับคุณแม่ของผม และนั่นน้าธี แม่แพท และก็ตะวันครับ สาวสวยยกมือไหว้อย่างนอบน้อม หวังเรียกคะแนนความเอ็นดูในสายตาของบิดามารดา และญาติๆ ของชายหนุ่มที่รัก แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล


หวัดดีจ้ะหนู ภาคีเอ่ยทักทายเพื่อนสาวของบุตรชาย ตามฉบับผู้ใหญ่ที่ใจดี ส่วนกานต์ธิดาเธอไม่พูดอะไร นอกจากรับไหว้เฉยๆ กลับถึงบ้านเมื่อไหร่ คงต้องซักฟอกลูกชายตัวดีสักหน่อย เธอหันไปมองว่าที่ลูกสะใภ้คนสวย ที่กำลังมองบุตรชายเธอตาละห้อย ช่างน่าสงสารเหลือเกิน


แม่ว่าเรารีบกลับกันเถอะตาคิน แม่รู้สึกเหนื่อยๆ อนาคินหันไปเอ่ยลาเพื่อนสาว ก่อนจะรีบเข็นรถเดินตามบิดามารดาไปที่ลานจอดรถอย่างรีบเร่ง


แพทอย่าลืมงานฉลองเย็นนี้นะจ๊ะ กานต์ธิดาหันไปกำชับเพื่อนรัก ก่อนขึ้นรถตามสามีไป


บรรยากาศภายในรถดูอึมครึมจนน่าอึดอัด อนาคินหันไปสะกิดแขน และกระซิบกระซาบบิดาเบาๆ ท่านเพียงแต่ส่ายหน้าให้เท่านั้น ทำให้เขาได้แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจหลังจากนั้นก็นั่งเงียบไปตลอดทางจนถึงบ้านอัครภาค ทันทีที่อนาคินก้าวเท้าลงจากรถ ชายหนุ่มมองสำรวจไปรอบๆ บริเวณ ด้วยความคิดถึง ภาคีเดินเข้าตบบ่าบุตรชาย ให้เดินตามเข้าไปในบ้าน


ตาคินอย่าพึ่งขึ้นห้อง แม่ขอคุยอะไรด้วยหน่อยสิ กานต์ธิดาเดินนำบุตรชายเข้าไปนั่งที่ห้องรับแขก


แต่ว่า...ตาคินพึ่งกลับมาเหนื่อยๆ นะธิดา ให้ลูกไปพักผ่อนก่อนดีกว่ามั้ย


ธิดาจะคุยกับตาคิน พี่คีย์ห้ามยุ่ง เมื่อถูกภรรยาสุดที่รักตวาดให้ ภาคีทำหน้าจ๋อยถึงกับพูดอะไรไม่ออก


คุณแม่มีอะไรจะคุยกับผมหรือครับ ร่างสูงทรุดตัวนั่งลงข้างๆ มารดา รอรับฟังอย่างตั้งใจ


แม่จะให้เราหมั้น


คุณแม่/ธิดา สองหนุ่มต่างวัยถึงกับเบิกตากว้าง ด้วยความตกใจในคำพูดของกานต์ธิดา


ไม่!ผมไม่ยอม ผมจะไม่หมั้นกับใครทั้งนั้น อนาคินลุกยืนปฏิเสธเสียงแข็ง หัวเด็ดตีนขาดอย่างไงเขาจะไม่หมั้นเด็ดขาด เรื่องนี้ก็ไม่มีใครมาสามารถบังคับเขาได้ และมารดาเขาช่างชอบสรรหา พาสาวๆ หลายคนมาแนะนำให้เขารู้จัก ล้วนมีคุณสมบัติเพียบพร้อมไปทุกอย่าง แต่เขาก็ปฏิเสธทุกครั้ง เพราะเขาได้มอบใจให้น้องน้อยเพียงตะวันแต่เพียงผู้เดียวและตลอดไป


แล้วคินจะไม่ถามแม่สักหน่อยเหรอ ว่าแม่จะให้หมั้นหมายกับใคร กานต์ธิดาพยายามพูดกับบุตรชายอย่างใจเย็นที่สุด


ไม่ครับคุณแม่ ผมไม่อยากรับรู้หรือว่ายุ่งเกี่ยวอะไรกับผู้หญิงคนนั้น แต่ก็คงไม่พ้นพวกผู้หญิงไร้ยางอาย ถึงได้กล้าเสนอตัวให้ผู้ชาย ทั้งที่ไม่เคยเห็นหน้า หรือว่ารู้จักนิสัยใจคอกันมาก่อน อนาคินรู้สึกเกลียดชังผู้หญิงที่มารดาต้องการให้หมั้นหมาย ทั้งที่ไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน แม้แต่ชื่อเขายังไม่อยากจะได้ยิน ให้อารมณ์ขุ่นมัวไปมากกว่านี้


ตาคิน! ทำไมถึงปากคอเราะร้ายแบบนี้ นิสัยเหมือนพ่อเราไม่มีผิด ปากร้าย ชอบทำร้ายจิตใจผู้หญิงเป็นที่หนึ่ง กานต์ธิดาหันไปพูดกระทบสามีที่นั่งรับฟังอยู่อย่างสงบเสงี่ยม


โธ่!ธิดาจ๋า ไม่เห็นจะเกี่ยวกับพี่ตรงไหนเลยนะ


เกี่ยวสิ ก็พ่อลูกกัน ถอดนิสัยกันมาไม่มีผิดเพี้ยน ทำให้ภาคีถึงกับอึกอักเถียงไม่ออก เป็นลูกไม้ที่หล่นไม่ไกลต้นจริงๆ


พอเถอะครับคุณพ่อคุณแม่ อย่าทะเลาะกันเพราะผมเลยครับ อนาคินรีบร้องห้าม ก่อนจะมีเรื่องบานปลายไปมากกว่านี้ ทำให้เขารู้สึกผิด ที่ทำให้บิดามารดาทะเลาะกันเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่อง เป็นเพราะผู้หญิงไร้ยางอายคนนั้นคนเดียว ชายหนุ่มมิวายกล่าวโทษตัวต้นเหตุของเรื่อง


เอาล่ะ แม่อยากรู้ว่าลูกมีเหตุผลอะไรที่จะปฏิเสธการหมั้นหมายครั้งนี้ ไม่แน่นะ ถ้าลูกรู้ว่าเธอเป็นใคร ลูกอาจจะรีบให้แม่ไปสู่ขอ พรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำ


เอ่อ...ผมมีคนรักแล้วครับ ทันทีที่อนาคินพูดจบ เสียงของตกดังขึ้นที่หน้าห้องรับแขก ทำให้ทุกคนถึงกับหยุดชะงัก


อ้าวหนูตะวันนั่นเอง ภาคีร้องทักหลานสาวสวยด้วยความแปลกใจ ส่วนอนาคินถึงกับดีใจจนออกนอกหน้า รีบเดินเข้าไปหาสาวน้อยหวานใจของเขาทันที


ขอโทษค่ะที่ตะวันมาขัดจังหวะ คือตะวันลืมมอบของขวัญให้พี่คินค่ะ ขอต้อนรับการกลับบ้านนะคะพี่คิน ชายหนุ่มเอื้อมไปรับ แถมจับมือสาวน้อยไม่ยอมปล่อยส่งสายตาหวานเชื่อมให้อย่างไม่เกรงใจใคร


ขอบคุณครับตะวัน เสียงกระแอมของบิดาดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกตัว ยิ้มออกมาด้วยความเก้อเขิน


หนูตะวันมานั่งใกล้ๆ แม่สิลูก กานต์ธิดากวักมือเรียกสาวน้อยหน้าหวานเข้ามานั่งข้างๆ


อยู่ทานข้าวเที่ยงกับแม่ก่อนนะลูก ใบหน้าสวยดูหมองเศร้าจนเห็นได้ชัดเจน กานต์ธิดาจึงยกมือขึ้นโอบกระชับอย่างปลอบโยน


วันนี้ตะวันคงอยู่ทานด้วยไม่ได้ค่ะคุณแม่ พอดีตะวันนัดกับเพื่อนไว้


ยกเลิกนัดกับเพื่อนไม่ได้เหรอตะวัน อยู่คุยกับพี่ก่อนสิครับ อนาคินทรุดตัวนั่งลงข้างๆ ร่างเล็ก


คงไม่ได้หรอกค่ะพี่คิน งั้นตะวันขอตัวก่อนนะคะคุณแม่ คุณลุง หญิงสาวหันไปลาบุคคลที่เคารพรักทั้งสอง


เดี๋ยวพี่เดินไปส่งที่รถนะครับ อนาคินถือวิสาสะจับข้อมือเล็ก ก็จะพาเดินออกไปจากห้องรับแขกทันที ด้วยไม่สนใจสีหน้างุนงงของบุพการีทั้งสอง


ตะวันจะมางานเลี้ยงต้อนรับการกลับมาเย็นนี้หรือเปล่า ชายหนุ่มรีบเดินไปเปิดประตูรถเบนซ์คันหรูให้เธอตามแบบฉบับ สุภาพบุรุษที่พึงกระทำต่ออิสตรี


ขอบคุณค่ะ หญิงสาวก้าวเท้าไปขึ้นนั่งบนรถเป็นที่เรียบร้อย โดยมีอนาคินปิดประตูรถตามหลังให้


ตะวันยังไม่ตอบคำถามพี่เลย ว่าเย็นนี้จะมาหรือเปล่า อนาคินเห็นความลังเลในดวงตาคู่สวย เหมือนเธอกำลังคิดหนัก


ตะวันไม่แน่ใจว่าจะทำธุระเสร็จทันหรือเปล่าค่ะ


ธุระของตะวัน คงมีความสำคัญมากกว่าพี่ชายคนนี้ใช่มั้ย ชายหนุ่มรู้สึกน้อยใจ ที่เธอไม่ให้ความสำคัญ


เอ่อ...ถ้าทำธุระเสร็จแล้ว ตะวันจะรีบมาค่ะ แค่เห็นแววตาที่ตัดพ้อของชายที่รัก ทำให้หญิงสาวปฏิเสธเขาไม่ลง


จริงๆ นะตะวัน แล้วพี่จะรอ เพียงตะวันฝืนยิ้มให้ชายหนุ่มก่อนจะขับรถออกไป


 


เพียงตะวันขับรถมุ่งหน้าไปยังบ้านของปริมพิตาเพื่อนสนิทที่เธอไว้ใจที่สุด แถวชานเมืองนนทบุรี เพื่อปรับทุกข์ ธุระสำคัญนั้น เธอใช้เป็นเพียงเป็นข้ออ้างเท่านั้นเอง ยิ่งเธอเห็นเขา กลัวจะเผลอแสดงความอ่อนแอออกมาให้ชายหนุ่มสมเพชเวทนาก็เป็นได้


ตะวัน! เกิดอะไรขึ้น ร้องไห้ทำไม เพียงตะวันโผเข้ากอดเพื่อนรัก และร้องไห้สะอึกสะอื้นปานคนขาดใจ ราวกับเด็กน้อยที่กำลังหลงทางกับแม่ก็ไม่ปาน


โอ๋ โอ๋ ไม่ร้องนะตะวัน ค่อยๆ พูด บอกฉันสิว่าเกิดอะไรขึ้น เพียงตะวันยิ่งปล่อยโฮออกมา อย่างหนักกว่าเดิม จนปริมพิตาไม่รู้จะปลอบเพื่อนรักอย่างไงดี คงต้องปล่อยให้สงบลงเองและประคองเพื่อนรักเดินเข้าไปข้างในบ้านหลังเล็กของเธอ


เอ่อ...พี่คินเขากลับมาแล้วนะปริม เพียงตะวันเอ่ยออกมาเป็นคำแรกหลังจากร้องไห้สงบลง บอกด้วยน้ำเสียงแหบๆ


เธอควรดีใจไม่ใช่เหรอตะวัน ปริมพิตามองหน้าเพื่อนรักด้วยความงุนงง เพราะเพียงตะวัน ได้แต่นับวันรอเวลานี้ เพื่อจะได้พบชายอันเป็นที่รัก แทนที่จะมีความสุข แต่กลับมานั่งร้องห่มร้องไห้เสียอยู่แบบนี้


แล้วเธอควรให้ฉันดีใจเหรอปริม พี่คินเขาปฏิเสธหมั้นกับฉัน เพราะเขามีคนรักอยู่แล้ว


อะไรนะ!ตะวัน พี่คินของเธอมีคนรักแล้วงั้นเหรอ เป็นไปไม่ได้ เธอฟังมาผิดหรือเปล่าตะวัน ปริมพิตาลุกขึ้นยืน และอุทานออกมาสุดเสียงด้วยความตกใจ ก่อนจะค่อยๆ ปรับระดับเสียงลง ยิ้มแหยๆ และค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งข้างๆ เพื่อนรักดั่งเดิม


ใช่ปริม ฉันได้ยินมากับหูตัวเอง ฉันมันโง่เอง หลงทึกทักไปเองว่าเขามีใจให้ ช่างน่าสมเพชตัวเองจริงๆ เพียงตะวันซบไหล่เพื่อนรักอย่างหมดเรี่ยวแรง ยิ่งคิดก็เจ็บปวดไปทั่วหัวใจ ราวกับว่าใครเอามีดมาเฉือนที่หัวใจของเธอ


อ้าว...แล้วที่พี่คินของเธอ สั่งห้ามเธอคบใครล่ะ แบบนี้มันหมายความว่าอย่างไงกันแน่ ปริมพิตาไม่เข้าใจในตัวอนาคินสักเท่าไหร่ ทำเหมือนต้องการกักขังหัวใจเพียงตะวันไว้ ทั้งที่ตัวเองกลับไปมีใครก็ได้ ช่างไม่ยุติธรรมเอาสักเลย


ฉันไม่รู้ปริม ฉันไม่รู้อะไรทั้งนั้น เพียงตะวันได้แต่ส่ายหน้าปฏิเสธไม่รับรู้อะไร ใบหน้าที่เคยสวยใสนองไปด้วยคราบน้ำตา จนปริมพิตาเอื้อมมือไปเช็ดให้อย่างอ่อนโยน ตอนนี้เพียงตะวันรู้สึกปวดใจอย่างแสนสาหัส เมื่อถูกคนที่เธอรักปฏิเสธการหมั้นหมาย แค่นั้นคงไม่เจ็บเท่ากับการที่เขามีคนที่รักอยู่ข้างกาย


ฉันว่าเธอควรกลับไปถามเขาให้รู้เรื่องนะตะวัน งั้นก็ต้องค้างคาใจอยู่แบบนี้ มีแต่ความทรมานไม่จบ ไม่สิ้น เพียงตะวันเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเพื่อนรักอย่างครุ่นคิด ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดเพื่อเรียกขวัญกำลังใจให้กับตัวเอง ใช่ เธอควรกลับไปถามเขาให้รู้เรื่อง ทุกคำพูดและการกระทำของอนาคิน แสดงออกมาทั้งห่วงหาและอาทรณ์กับเธอ ราวกับคนรักก็ไม่ปาน ถึงเขาไม่พูด แต่การกระทำทุกอย่างบ่งชี้ได้ชัดเจน ไม่ใช่เธอละเมอเพ้อพกไปเอง


ก็ได้ปริม คืนนี้ฉันต้องไปถามพี่คินให้รู้เรื่อง คืนนี้เธอต้องค้นหาคำตอบที่ค้างคาอยู่ในใจให้ได้ แม้คำตอบจะโหดร้ายแค่ไหนก็ตาม เธอต้องยอมรับมันให้ได้เช่นกัน ดีกว่าจะถลำลึกไปกว่านี้


ต้องอย่างนี้สิเพื่อนรัก ปริมพิตาขยับตัวเข้าไปโอบไหล่เพื่อนรักให้กำลังใจ เพียงตะวันหันมาฝืนยิ้มเจื่อนๆ ให้กับปริมพิตา ความมั่นใจของเธอขาดหายไปเกือบครึ่ง ตั้งแต่รู้ว่าชายหนุ่มมีเจ้าของหัวใจตัวจริงอยู่ข้างกาย และไม่ใช่เธออย่างแน่นอน


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha