ไฟรักพิศวาสร้อน(จบแล้ว)

โดย: ปลายทางฝัน



ตอนที่ 2 : ตอนที่1...การกลับมาของอนาคิน(2)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


 “ขอบใจเธอมากนะปริม เธอเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับฉัน เพียงตะวันมองเพื่อนรักอย่างซาบซึ้งใจ และเข้าใจตัวเธอในทุกๆ เรื่อง


แล้วฉันล่ะ สองสาวสวยหันขวับไปดูต้นเสียงทันที


นายโจ ใครเชิญนายมาที่บ้านไม่ทราบ พอรู้ว่าเป็นใคร ปริมพิตาถึงกับทำหน้างอเป็นปลายจวัก สะบัดหน้าหนีทันที


ก็มาตามเสียงหัวใจเรียกร้องสิครับคนสวย หนุ่มหล่อมาดเซอร์ทำหน้าทะเล้นใส่เพื่อนสาว แถมยิ้มออกมาด้วยความสุขใจ ที่ได้เห็นหน้าเง้างอของคนตัวเล็ก


พอๆ สองคนนี้ เจอหน้ากันทีไร เป็นทะเลาะกันทุกทีสิน่า จะคุยกันดีๆ บ้างไม่ได้หรือไง เพียงตะวันถึงกับส่ายหน้าให้เพื่อนรักทั้งสองคนของเธออย่างเบื่อหน่าย คนหนึ่งชอบแหย่ คนหนึ่งชอบงอน ช่างเข้ากันได้ดีจริงๆ


ตะวันดูนายโจสิ ปริมพิตาตวัดหางตามองอย่างไม่พอใจ แทบอยากจะเข้าไปข่วนใบหน้าหล่อๆ เหลือเกิน แต่ก็ไม่สามารถทำได้อย่างใจคิด ได้แต่ทำเสียงฮึดฮัดอย่างขัดใจ


ฉันไม่ได้ทำอะไรเธอสักหน่อยปริม ร้องโวยวายอยู่ได้ ยัยขี้ฟ้อง ชายหนุ่มยิ้มๆออกมาอย่างกวนอารมณ์คนมอง พอใจกับท่าทางแสนงอนของหญิงสาว และทรุดตัวนั่งลงข้างๆ คนตัวเล็ก แบบแนบชิด จนเธอต้องขยับหนีออกห่าง เพราะรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก ใจเต้นแรงเมื่อได้สัมผัสถึงไออุ่นจากเรือนกายของชายหนุ่ม ใจหวิวๆ เมื่อได้กลิ่นน้ำหอมชายผสมกลิ่นกายของเขา เป็นความรู้สึกที่ยากเกินจะอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้


ถอยออกไปสินายโจ จะมานั่งเบียดฉันทำไม ที่ก็ออกเยอะแยะ ปริมพิตาแกล้งโมโหกลบเกลื่อนความรู้สึกเขินอายของตัวเอง ดันร่างใหญ่ให้ออกห่างจากตัวเธอให้มากที่สุด


โจ หยุดแกล้งยัยปริมได้แล้วก็รู้ๆ อยู่ว่ายัยปริมขี้โมโห ก็ยั่วให้เขาโกรธอยู่ได้ ทั้งคู่เป็นไม้เบื่อ ไม้เมากันมาตั้งแต่ตอนที่รับน้องปีหนึ่งจนถึงปัจจุบัน และก็เป็นแบบนี้ตลอดมา จนเพื่อนๆ ต่างระอาใจกันไปตามๆ กัน


ครับนางฟ้า ธนพลหันไปขานรับเสียงหวาน จนทำให้ใครบางคนแอบน้อยใจอยู่ลึกๆ


โจนายมีธุระกับปริมหรือไง ถึงได้มาหาปริมถึงที่บ้านได้ ปกตินายไม่ค่อยว่าง คิวแน่นไม่ใช่เหรอ เพียงตะวันอดแขวะเพื่อนหนุ่มไม่ได้ เพราะธนพลเป็นหนุ่มหล่อ เจ้าเสน่ห์ มีสาวๆ มาให้ควงไม่ซ้ำหน้า จนเธอเห็นแล้วระอาใจ


เปล่า ฉันมีธุระกับนางฟ้าต่างหาก ออกไปคุยด้วยกันหน่อยสิ ชายหนุ่มจูงมือเพียงตะวันเดินออกไป โดยไม่สนใจ หญิงสาวอีกคนที่มองตามด้วยสายตาที่เจ็บปวด ไม่รู้สองคนนั้นมีเรื่องสำคัญอะไรคุยกัน ถึงไม่อยากให้เธอได้รับรู้ เขาคงเห็นเธอเป็นคนไม่สำคัญสินะ เสียงหยอกล้อกันดังแว่วเข้ามา หญิงสาวจึงรีบกะพริบตา ไล่ละอองน้ำตาออกไปทันที ก่อนสองคนนั้นจะเดินเข้ามา


มาแล้วครับคนสวย ธนพลเดินยิ้มร่าเข้ามาหาเพื่อนสาวอย่างอารมณ์ดี จนเธอต้องสะบัดหน้าหนี ก่อนจะเผลอไผลไปกับรอยยิ้มของชายหนุ่ม


ปริมฉันคงต้องกลับก่อนนะ เย็นนี้ต้องไปงานเลี้ยงที่บ้านพี่คินอีก ไปนะโจ มีอะไรค่อยโทร.มาหาแล้วกัน


ครับนางฟ้า เดี๋ยวฉันเดินไปส่งที่รถ ส่วนปริมพิตารู้สึกเหมือนตัวเธอเป็นส่วนเกิน จึงค่อยๆ เดินตามหลังไปอย่างช้าๆ ด้วยใบหน้าที่เศร้าหมอง


ปริมเดี๋ยวคืนนี้ฉันโทรหานะ ไปก่อนนะโจ เพียงตะวันโบกมือให้เพื่อนรักก่อนจะขึ้นรถไป


หลังจากเพียงตะวันเคลื่อนรถออกไป ปริมพิตาตัดสินใจหันหลังเดินกลับเข้าบ้านทันที เธอไม่คิดว่าชายหนุ่มจะมีเหตุผลอยู่ต่อ เพราะคนสำคัญของเขาได้กลับไปแล้ว


ปริมรอฉันด้วยสิ จะรีบไปไหน หนุ่มหล่อวิ่งไปดักหน้าเพื่อนสาว กลัวเธอจะหนีหายเข้าบ้านไปเสียก่อน


ทำไมนายยังไม่กลับอีก จะอยู่อีกทำไม ปริมพิตาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบออกมา ช่างเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับหัวใจโดยสิ้นเชิง


เอะอะเธอก็จะไล่ฉันลูกเดียว ฉันคงน่ารำคาญ ในสายตาเธอมากสินะปริม ชายหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ รู้สึกน้อยใจในตัวเพื่อนสาว


ใช่ นายอยากจะไปไหนก็ไปเลย เหม็นขี้หน้า ชิ โน่น!ไปหาบรรดากิ๊กของนายสิ ป่านนี้เขาคงรอนายแย่ หญิงสาวพูดประชดประชันชายหนุ่ม ด้วยความน้อยใจ ที่สะสมมานาน และรีบหันหลังให้เพื่อนชายทันที ก่อนที่จะเผลอแสดงความอ่อนแอออกมาให้เขาสมเพช


ได้!ถ้าเธออยากให้ฉันไปมานักล่ะก็ ฉันก็จะไป ไปหาน้องเชอร์รี่ตามที่เธอต้องการ พอใจเธอหรือยังปริมพิตา ทันทีที่ได้ยินเสียงรถแล่นออกไป หญิงสาวถึงกับทรุดตัวนั่งลงกับพื้น อย่างหมดเรี่ยวแรงน้ำตาที่เก็บกักไว้เริ่มไหลรินออกจากดวงตาคู่สวย เขาก็คงเห็นเธอเป็นแค่เพื่อนคนหนึ่งเท่านั้น ตัดใจเสียแต่ตอนนี้ ดีกว่าถลำลึกลงไปอีก ขอให้เก็บรักนี้ไว้ในส่วนลึกของหัวใจเท่านี้ก็น่าจะเพียงพอแล้ว สำหรับคนที่แอบรักอย่างเธอ


 


งานเลี้ยงต้อนรับการกลับมาของอนาคิน จัดขึ้นที่บ้านอัครภาค มีผู้คนมากหน้าหลายตา มาร่วมแสดงความยินดีกับความสำเร็จของชายหนุ่ม ส่วนมากจะเป็นพวกแวดวงนักธุรกิจซะเป็นส่วนใหญ่


แพท หนูตะวันมากันแล้วเหรอจ๊ะ วันนี้หนูตะวันสวยมากนะลูก กานต์ธิดาพูดกับเด็กสาวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน พร้อมกับมองด้วยสายตาที่ชื่นชม แต่รู้สึกเสียดายอยู่ไม่น้อย ที่ไม่มีโอกาสได้สาวน้อยตรงหน้า มาเป็นลูกสะใภ้ เพราะบุตรชายของเธอมีคนรักไปเสียก่อน และตัวเธอก็ไม่อยากพรากความรักของใคร รู้ซึ้งว่าการพลัดพรากจากคนที่เรารัก ว่ารู้สึกเจ็บปวดและทรมานใจมากแค่ไหน ต่อไปคงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของอนาคินเอง หน้าที่ของคนเป็นแม่ ก็คงดูอยู่ห่างๆเท่านั้น


ขอบคุณค่ะคุณแม่ หญิงสาวยิ้มอย่างเอียงอาย เมื่อถูกผู้ใหญ่ที่เธอนับถือเหมือนแม่คนที่สองชม สายตาหวานซึ้งมองไปรอบๆ งาน หวังว่าจะเจออนาคินที่หน้างาน อยากจะถามเรื่องค้างคาใจให้กระจ่าง แต่กลับไม่เจอตัวแม้แต่เงา ไม่รู้เขาหายไปไหน แต่ก็อายเกินกว่าที่จะถามถึงชายหนุ่ม เหมือนกานต์ธิดาจะรู้ใจเธอ


พี่คีย์ แล้วตาคินหายไปไหนคะ กานต์ธิดาหันไปถามสามีของเธอ ที่กำลังยืนคุยอยู่กับธีระวัฒน์ อยู่บริเวณใกล้ๆ


อ๋อตาคิน พาเพื่อนไปคุยที่ศาลาข้างหลังบ้านน่ะธิดา


หนูตะวันช่วยไปตามพี่เขาหน่อยสิลูก บอกว่าได้เวลาเปิดงานแล้วจ้ะ หญิงสาวรีบขอตัว และเดินออกไปตามชายหนุ่มทันที แต่ก็รู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย ว่าทำไมถึงต้องพาเพื่อนไปคุยกันในที่มืดๆ แบบนี้ด้วย


ทำไมถึงมานั่งคุยกันไกลจัง เพียงตะวันบ่นพึมพำไปตามทาง และเดินลัดเลาะสนาม เดินตรงไปยังที่ศาลานั่ง ตามที่ภาคีบอกกล่าว ภาพที่เห็นตรงหน้า ทำให้หญิงสาวถึงกับหยุดชะงัก ยืนแข็งเป็นหิน ไม่สามารถขยับเขยื้อนก้าวขาออกไปได้ กับภาพที่เห็น เป็นการย้ำเตือนให้เธอตื่นจากความฝัน ใบหน้าที่เคยสดใสกลับมีสีหน้าที่เศร้าสลดจนเห็นได้ชัดเจน


พี่คิน หญิงสาวเปร่งเสียงเรียกชื่อชายหนุ่มเบาๆ ราวกระซิบ แต่นั่นทำให้อนาคินรับรู้ถึงการมาของหญิงสาว เขาจึงค่อยๆหันไปดู ถึงกับตกใจชาวาบไปทั้งร่าง เมื่อเห็นน้องน้อยยืนมองอยู่ จึงรีบผลักเพื่อนสาวออกให้ห่างกายทันที


ตะวัน ชายหนุ่มรีบเดินตรงดิ่งเข้ามาหาทันที ด้วยสีหน้าที่ซีดเผือด ความรู้สึกเหมือนว่าตัวกำลังนอกใจคนรัก และไม่รู้จะเริ่มต้นอธิบายเรื่องนี้อย่างไร


ตะวันขอโทษค่ะที่เข้ามาขัดจังหวะความสุขของพี่คินกับคนรัก คุณแม่ให้มาตามเข้าไปในงาน บอกว่าถึงเวลาเปิดงานแล้ว ตะวันมีเรื่องพูดแค่นี้ เชิญพี่คินกับคนรักตามสบายค่ะ งั้นตะวันขอตัวก่อน หลังจากนั้นหญิงสาวรีบก้าวเท้าฝืนเดินออกไปจากที่นั่นโดยเร็วที่สุด ก่อนที่เธอเผลอจะแสดงความอ่อนแอออกมา ให้ทั้งสองคนนั้นสมเพชเวทนา ความรู้สึกภายในใจของเธอตอนนี้ช่างเจ็บปวดแสนสาหัส พร้อมกับน้ำตาที่เก็บกักไว้ ก็ค่อยๆ ไหลรินออกมาไม่หยุด ถึงเธอจะคอยปาดทิ้งครั้งแล้วครั้งเล่าก็ตาม ขาเรียวแทบไม่มีเรี่ยวแรงเดินต่อไป แต่หัวใจสั่งให้ ก้าวเดินไปข้างหน้า หนีภาพบาดตาเหล่านั้นไปให้ไกลที่สุด


 


งานเลี้ยงผ่านไปได้ด้วยดี พร้อมกับเปิดตัวประธานบริษัทคนใหม่คืออนาคินทายาทคนเดียว ของตระกูลอัครภาค และชายหนุ่มก็เป็นที่ยอมรับในบรรดาผู้ถือหุ้น และคณะกรรมการผู้บริหารของบริษัท เพราะชายหนุ่มได้พิสูจน์ตัวเองว่ามีศักยภาพในการบริหารงานมากแค่ไหน รางวัลนักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงได้การันตีความสามารถได้เป็นอย่างดี


หลังจากส่งแขกเสร็จเรียบร้อย อนาคินเริ่มมองหาน้องน้อยของเขา แต่เดินหาจนทั่วงานแล้วกลับหาไม่เจอแม้แต่เงา จนเขารู้สึกหงุดหงิด ใจเริ่มร้อนรุ่ม อยากจะอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้น ให้หญิงสาวเข้าใจ


แม่แพทครับ น้องไปไหน ผมตามหาจนทั่วงานแล้วก็ไม่เจอ อนาคินรีบเดินตรงเข้าไปถามมารดาของเพียงตะวันทันที ด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก


น้องขอตัวกลับไป ตั้งแต่คินขึ้นไปบนเวทีแล้วล่ะลูก เพื่อนเขามารับไปน่ะ หนุ่มหล่อขมวดคิ้วเป็นปมอย่างไม่ชอบใจ แต่ไม่กล้าแสดงอารมณ์ด้านมืดออกมา ไม่รู้เพื่อนที่ว่าเป็นผู้หญิงหรือว่าผู้ชาย แต่เขาก็ไม่กล้าถามอะไรออกมา


น่าเสียดาย น้องน่าจะอยู่ร่วมแสดงความยินดีกับความสำเร็จของผมสักหน่อย ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วๆ ราวว่ากำลังน้อยใจในตัวหญิงสาวอยู่ ที่ไม่เห็นความสำคัญ ในความสำเร็จของเขา ทั้งที่เขาอยากให้เธอมายืนอยู่ข้างกายเขาตลอดงาน


เดี๋ยวแม่จะบอกน้องให้นะ คินไม่ต้องคิดมากหรอกลูก แพทชยาเห็นสายตาเศร้าๆ ของชายหนุ่มรุ่นลูกก็รู้สึกสงสารจับใจ และอดตำหนิบุตรสาวในใจไม่ได้ ไม่รู้ว่าจะรีบร้อนไปไหนกัน น่าจะอยู่ให้จบๆ งานไปก่อน


เอ่อ...แม่แพทครับ พรุ่งนี้ให้น้องมาพบผมที่บริษัทได้หรือเปล่าครับ ผมอยากจะทานข้าวกับน้องสักมื้อหนึ่ง เมื่อเพียงตะวันหลีกเลี่ยงที่จะเจอหน้าเขา เขาคงต้องเข้าทางมารดาของหญิงสาวนี่แหละ ชายหนุ่มกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจ


แม่คงรับปากคินตอนนี้ไม่ได้ คงต้องถามน้องดูก่อน


แพทกลับกันเถอะ ดึกมากแล้ว พี่เป็นห่วงยัยหนูด้วย ไม่รู้กลับมาหรือยัง


ค่ะพี่ธี แม่กลับก่อนนะตาคิน เรื่องน้องเดี๋ยวแม่จะบอกให้ แพทชยาหันไปบอกชายหนุ่มก่อนกลับ


น้ากลับก่อนนะตาคิน อนาคินเดินไปส่งว่าที่พ่อตาแม่ยายเขาในอนาคตที่รถ ก่อนจะกลับเข้าในบ้าน ยืนลังเลอยู่สักพัก ก่อนตัดสินใจโทรหาเพียงตะวัน อยากรู้ว่าเธอไปไหนกันแน่ ถึงได้กล้าหนีออกจากงานเลี้ยง โดยไม่บอกเขาสักคำ น่าจะจับมาลงโทษเสียให้เข็ด ชายหนุ่มรอสายเพียงไม่นาน


ตะวันอยู่ไหน เสียงเข้มกรอกลงตามสายทันที ก่อนที่ปลายสายจะพูดอะไรออกมา


แกเป็นใครวะ โทรมาหานางฟ้าของฉันทำไมฮะ เมื่อได้ยินว่าผู้ชายรับสายแทนหญิงสาว อนาคินถึงกับโกรธจนหูอื้อ ตาลายไปหมด มันเป็นใคร กล้าดีอย่างไง มาเรียกน้องน้อยของเขาว่านางฟ้า ชายหนุ่มคิดแล้วขบเคี้ยวขบฟันด้วยความโมโห


แกเป็นใครวะ กล้าดียังไงมารับสายแทนเพียงตะวัน อนาคินเค้นเสียงถาม ขบกรามเป็นสันนูน นัยน์ตาแทบลุกเป็นไฟ ความหึงหวงเริ่มเข้าครอบงำจิตใจจนระงับไว้ไม่อยู่


ฉันเป็นใคร แล้วมันเกี่ยวอะไรกับแกด้วยวะ น้ำเสียงยียวนตอบกลับมา ทำให้อนาคินควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ กำมือทั้งสองข้างไว้แน่น ยืนสั่นเทิ้มไปทั้งร่างใหญ่ โกรธที่หญิงสาวไปกับผู้ชายคนอื่น โกรธที่ไม่รักษาสัญญาที่เธอเคยให้ไว้กับเขา ชายหนุ่มถึงกับเหวี่ยงโทรศัพท์มือถือไปกระแทกฝาผนังห้องรับแขกสุดแรง หล่นลงกับพื้น แตกละเอียดแทบไม่มีชิ้นดี


ทำไมตะวัน? ทำไมทำกับพี่แบบนี้! พี่ไม่ยอม อนาคินแผดเสียงตะโกนลั่นห้องรับแขกด้วยความคับแค้นใจ แทบจะระเบิดออกมาเป็นจุณ ใจร้อนรุ่มเหมือนโดนไฟเผาผลาญ


ตาคินเป็นอะไรลูก กานต์ธิดาวิ่งหน้าตาตื่นลงมาดูบุตรชายด้วยความเป็นห่วง ภาคีก็ตกใจไม่แพ้กัน


คุณพ่อผมขอกุญแจรถหน่อย อนาคินไม่สนใจที่จะตอบคำถามมารดา เพราะอารมณ์ของเขาตอนนี้กำลังเดือดพล่านจนไม่พร้อมที่จะตอบคำถามใคร


แกจะไปไหนตาคิน พ่อไม่ให้แกไปไหนทั้งนั้น อารมณ์แบบนี้ จะออกไปข้างนอกได้ยังไง ภาคีพูดเสียงเครียดใส่บุตรชาย


ผมจะไปจัดการคนผิดสัญญา ตอนนี้อนาคินไม่คิดจะฟังเสียงใครทั้งนั้นถ้าเขาไม่ได้จัดการกับคนผิดสัญญาคืนนี้ เขาคงนอนไม่หลับเป็นแน่


ลุงสมชายอยู่ไหน ลุงชาย!” อนาคินตะโกนเรียกลูกน้องคู่ใจของบิดาเสียงดังลั่นบ้าน ทำให้บรรดาสาวใช้ที่กำลังเก็บของที่อยู่สนามถึงกับตกใจ แตกตื่นกันเป็นแถว


มีอะไรครับคุณหนู สมชายพึ่งอาบน้ำเสร็จ วิ่งหน้าตาตื่นออกมา


ลุงสมชายกุญแจรถอยู่ไหน ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงห้วนสั้น มีสีหน้าที่บึ้งตึง ราวกับว่ากำลังจะไปฆ่าใคร ช่างถอดแบบเจ้านายของเขาออกมาไม่มีผิดเพี้ยน


เอ่อ...กุญแจรถแขวนไว้ที่ห้องครัวครับคุณหนู อนาคินรีบวิ่งตรงไปที่ห้องครัวทันที โดยไม่สนใจเสียงห้ามปรามของบิดามารดา


ตาคินบอกพ่อสิ ว่าเกิดอะไรขึ้น ภาคีเดินเข้าไปขวางบุตรชายที่หน้าประตูรถ


พ่อหลีกทางให้ผม ผมจะรีบไป อนาคินกล่าวเสียงเครียดใส่บิดา ที่ท่านมายืนขวางทางเขา


ไม่! ถ้าแกไม่ยอมบอกพ่อ ว่าจะไปไหน พ่อจะยืนขวางแกอยู่แบบนี้แหละ ภาคียืนประจัญหน้ากับบุตรชาย จนอนาคินทนไม่ไหวจึงตัดสินใจเดินเลี่ยงออกไปที่ประตูหน้าบ้านทันที เมื่อเอารถออกจากบ้านไม่ได้ เขาจึงเรียกใช้บริการรถแท็กซี่แทน จะขอร้องบิดาก็ดูจะเปล่าประโยชน์ อย่างไรท่านก็คงขวางทางเขาถึงที่สุด แต่ในใจเขาตอนนี้ร้อนรุ่มไปหมด ต้องการถามเพียงตะวันให้รู้เรื่อง ทำไมเธอถึงกล้าขัดคำสั่งเขา คำพูดของเขาไม่มีความหมายกับเธอหรือว่าอย่างไร


 


พี่คีย์คะ ตาคินเป็นอะไรไปคะ ภาคีหันไปโอบกอดภรรยาอย่างปลอบใจ ที่ยืนหน้าซีดอยู่ข้างๆ คงตกใจในการกระทำของบุตรชายอยู่ไม่ใช่น้อย


เดี๋ยวพี่จะรอถามแกเอง ธิดาขึ้นไปพักผ่อนเถอะ ภาคีกล่าวกับภรรยาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน เพราะเขารู้ว่าเธอคงช็อกอยู่


ธิดาคงนอนไม่หลับหรอกค่ะ ถ้าตาคินยังไม่กลับบ้าน กานต์ธิดาเข้าไปสวมกอดสามีไว้แน่น กลัวบุตรชายจะเกิดอันตราย


ขึ้นห้องเถอะธิดา เดี๋ยวพี่พาไป ดูสิหน้าซีดแทบไม่มีสีเลือด วันนี้ธิดาก็เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว มัวแต่วุ่นๆ กับงานตาคินทั้งวัน ควรจะพักผ่อนได้แล้วรู้มั้ย ไม่ต้องห่วงตาคินหรอก เดี๋ยวแกก็กลับมาเอง ภาคีประคองภรรยาเดินขึ้นห้องอย่างทนุถนอม


ไม่รู้แกโกรธใครนะคะพี่คีย์ ภาคีลูบไล้แผ่นหลังบางของภรรยาอย่างปลอบใจ เพียงไม่นานกานต์ธิดาก็ผล็อยหลับไปด้วยความเพลีย


แต่ภาคีกลับนอนไม่หลับ เพราะเป็นห่วงบุตรชาย ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงได้โกรธดั่งพายุบุแคมแบบนี้ เป็นใครกันที่มีอิทธิพลเหนือจิตใจบุตรชายเขาแบบนี้ ถึงกับควบคุมสติอารมณ์ของตัวเองไม่อยู่ แม้แต่คนเป็นพ่ออย่างเขา ก็ยังไม่สามารถห้ามได้ ภาคีค่อยๆ ยกแขนภรรยาออกจากลำตัวทีละข้าง ก่อนจะลุกออกจากห้องไป เพื่อรอบุตรชายกลับ


 


 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha


لسولحاررگهتصایث
โดย Anonymous | 3 years, 4 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha