ไฟรักพิศวาสร้อน(จบแล้ว)

โดย: ปลายทางฝัน



ตอนที่ 4 : ตอนที่2...คนผิดสัญญา&ยอมเธอผู้เดียว(2)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


อนาคินกลับมาถึงบ้าน รู้สึกแปลกใจเมื่อเห็นบิดายังนั่งอยู่ห้องรับแขก ด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึม

คุณพ่อยังไม่นอนอีกหรือครับ” คำพูดของบุตรชาย ทำให้ภาคีรู้สึกหมั่นไส้ เป็นคนก่อเรื่องแท้ๆ ยังไม่รู้สึกรู้สา ว่าพ่อแม่จะเป็นห่วงแค่ไหน

แกยังมีหน้ามาถามพ่ออีกเหรอ ว่าทำไมยังไม่นอน ลูกชายออกจากบ้านไปแบบนั้น จะให้พ่อนอนหลับลง ได้อย่างหึ ตาคิน” อนาคินถึงกับพูดไม่ออก ในสิ่งที่เขาได้กระทำลงไป

เอ่อ...ผมขอโทษครับพ่อ” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงอ่อยๆ อย่างสำนึกผิด

อย่าเอาอารมณ์มาอยู่เหนือเหตุผลนะตาคิน เราเป็นนายคนแล้ว หัดใจเย็นๆไว้บ้าง” ภาคีอดตำหนิบุตรชายไม่ได้ ช่างเหมือนเขาตอนหนุ่มๆ ไม่ผิด แบบนี้เขาเรียกว่าเชื้อไม่ทิ้งแถว

ครับผมจะจำไว้

แล้วมันเกิดอะไรขึ้น ถึงได้หุนหันพลันแล่นออกไปแบบนั้น รู้มั้ยว่าแม่เราตกใจมาก ถ้าแม่เราไม่เพลียหลับสักก่อน ก็คงได้นั่งรอเราเหมือนกัน” ภาคีถามบุตรชายเสียงขรึม

เอ่อ...คือว่า” ชายหนุ่มไม่รู้จะเริ่มต้นพูดเรื่องนี้กับบิดาอย่างไงดี

ถ้าไม่พร้อมจะเล่าให้พ่อฟังตอนนี้ก็ไม่เป็นไร พรุ่งนี้ก็ไปขอโทษแม่เขาซะหน่อยแล้วกัน แม่เขาคงช๊อคไปเหมือน” อนาคินรู้สึกว่าตัวเองเป็นลูกแย่ ที่ทำให้พ่อแม่ทุกข์ ใจ ต่อไปนี้เขาคงต้องหัด ควบคุมอารมณ์ให้มากกว่านี้ เพราะไอ้นายโจคนเดียว อนาคินโยนความผิดให้ชายหนุ่มที่ไม่ได้เห็นหน้าทันที

ครับพ่อ” อนาคินขานรับ

ใครกันที่ทำให้แกควบอารมณ์ไม่ได้แบบนี้ แม่หนูแอนนี่หรือเปล่า

“No No! ไม่เลยครับพ่อ คนนั้นแค่เพื่อนผมเท่านั้น” อนาคินรีบปฏิเสธทันควัน จริงสิ เขายังไม่ได้อธิบายให้เพียงตะวันเข้าใจ ว่าเขากับแอนนิต้าเป็นแค่เพื่อนเท่านั้น ในอดีตอาจจะเคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกัน ก็แค่อารมณ์ชั่ววูบ ที่เขาไม่ได้ตั้งใจให้เกิด

เอ้...สาวคนไหนกันที่ทำให้แกสติแตกได้ขนาดนี้ พ่อชักอย่างรู้แล้วสิ” อนาคินถึงกับอมยิ้มทันที นึกถึงใบหน้าหวานซึ้งของเจ้าของหัวใจเขา ไม่รู้ป่านนี้จะนอนหลับหรือยัง

ผมขอเวลาให้แน่ใจกว่านี้สักหน่อยครับ แล้วผมจะพาเธอมาแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่รู้จัก ผมรับรอง ว่าคุณพ่อกับคุณแม่ถูกใจแน่นอนครับ” อนาคินถึงกับระบายยิ้มเต็มใบหน้า นึกอนาคตอันใกล้ เขากับเธอใช้ชีวิตร่วมกัน

ถ้าแกรักใครชอบใคร พ่อก็ยินดีด้วย เพราะแกโตที่จะมีครอบครัวแล้ว แม่แกคงไม่ปลื้มใครไปมากกว่าหนู...” ภาคีหยุดชะงักทัน ไม่อยากให้บุตรชายต้องคิดมาก

ใครหรือครับพ่อ” อนาคินถามบิดาด้วยความสงสัย

            “ไม่มีอะไรหรอก แกก็รีบขึ้นนอนเถอะดึกแล้ว พ่อก็จะขึ้นนอนเหมือนกัน เดี๋ยวแม่แกตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจอ จะยุ่ง” อนาคินอดขำไม่ได้ เพราะบิดาเกรงใจมารดาเป็นที่สุด

แกไม่ต้องมาหัวเราะพ่อเลยตาคิน” เขาเห็นบุตรชายกำลังกลั้นหัวเราะไว้จนหน้าแดงก่ำ ช่างไม่ไว้หน้าพ่อตัวเองเลย

แกแต่งงานได้เมียเมื่อไร แล้วแกจะรู้สึก

ไม่มีวันครับคุณพ่อ ไม่มีใครมาข่มผมได้ทั้งนั้นผมรับรอง” ชายหนุ่มกล่าวกับบิดาเสียงแข็งด้วยมั่นใจในตัวเอง ทั้งที่เขาไม่รู้อนาคตล่วงหน้า ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

พ่อจะคอยดู ไปเถอะตาคินดึกแล้ว แกก็เหนื่อยทั้งวัน พรุ่งนี้ต้องเริ่มวันแรกไม่ใช่เหรอ พ่อบอกให้พักก็ไม่ยอมพัก ไม่รู้จะรีบไปถึงไหน” ภาคีอดบ่นบุตรชายไม่ได้

คุณพ่อเหนื่อยมาทั้งชีวิต ผมอยากให้คุณพ่อพักผ่อนบ้าง หรือพาคุณแม่ไปพักผ่อนเกาะแสนรักสักอาทิตย์สองอาทิตย์ก็ดีนะครับ” เพราะบิดาเขาเหนื่อยมาตลอดชีวิต แทนที่เรียนจบแล้ว เขาควรจะรีบกลับมาช่วยท่านบริหารงาน แต่กลับยื่นเวลาออกไปอีก เขาเป็นลูกที่แย่จริงๆ

ไว้ค่อยคุยกันอีกที พ่อขอตัวขึ้นนอนก่อนแล้วกัน แกรีบๆขึ้นนอนด้วยล่ะ

ครับพ่อ

 

เช้าของวันใหม่ อนาคินรีบตื่นนอนลงด้านล่าง เพื่อจะมาขอโทษมารดากับเรื่องเขาก่อไว้ เห็นมารดากำลังปรุงอาหารอยู่กับแม่บ้านอยู่ในห้องครัวใหญ่ เขายกปลายนิ้วชี้แตะริมฝีปาก ห้ามให้ใครพูดอะไรขึ้นมา

คุณแม่ทำอะไรอยู่ครับ หอมจัง” อนาคินเข้าไปสวมกอดมารดาอย่างเอาใจ ราวกับเด็กชายอนาคินเมื่อครั้งเยาว์วัย

แม่ทำข้าวต้มทรงเครื่องของโปรดคินไงลูก” อนาคินถึงกับสะอึก แม้เขาจะทำผิดพลาดอะไรมา ท่านไม่เคยตำหนิหรือต่อว่าเขาให้เสียน้ำใจเลยสักครั้ง มีแต่พูดปลอบใจและคอยให้กำลังใจอยู่เสมอ

คินขอโทษเรื่องเมื่อคืนที่ทำให้คุณแม่ตกใจ คินสัญญาว่าจะไม่ทำอีกครับ” กานต์ธิดาละจากงานที่ทำอยู่ หันมาคุยกับบุตรชายอย่างจริงจัง

แม่ว่าเราไปคุยกันที่ห้องอาหารดีกว่า ที่นี่คงไม่ค่อยสะดวก” อนาคินประคองมารดาที่เขารักเดินตรงไปที่ห้องอาหารทันที

มีปัญหาอะไรหรือเปล่าลูก ไม่สบายใจอะไรปรึกษาแม่ได้นะ แม่ยินดีช่วยลูกของแม่เสมอ” อนาคินทรุดตัวเข้าไปโอบเอวบางมารดาไว้ออดอ้อน

ไม่มีอะไรหรอกครับ ทุกอย่างเคลียร์กันเข้าใจแล้วครับ คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงผมขอโทษนะครับคุณแม่ กับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ต่อไปผมสัญญาว่าจะไม่ให้มีเหตุการณ์อย่างเมื่อคืนเกิดขึ้นอีกครับ” กานต์ธิดาลูบไล้ศรีษะบุตรชายด้วยความเอ็นดู แม้เวลาจะผ่านกี่ปี อนาคินยังเป็นบุตรชายตัวน้อยของเธอเสมอ

ถ้าลูกยังไม่พร้อมเล่าตอนนี้ก็ไม่เป็นไร แต่ขอให้ลูกไว้ว่ายังมีแม่คนนี้อยู่ข้างๆ ลูกเสมอจ๊ะ” อนาคินกราบลงที่ตักของมารดา ด้วยความซาบซึ้งใจ

ขอบคุณครับคุณแม่ คินดีใจที่ได้เกิดมาเป็นลูกคุณแม่ครับ

แม่ก็ดีใจจ๊ะ คินคือทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับแม่เหมือนกัน เรื่องหมั้น ถ้าลูกไม่อยากหมั้นก็ไม่เป็นไร เพื่อความสุขของลูก แม่ยอมผิดคำพูดสักครั้ง” ชายหนุ่มกอดรัดมารดาด้วยความดีใจ

ขอบคุณครับคุณแม่ ขอบคุณจริงๆ ครับ รับรองผมจะหาลูกสะใภ้ถูกใจคุณแม่แน่ครับ” เสียงกระแอมดังขึ้น ทำให้สองคนแม่ลูก หยุดแสดงความรักต่อกันทันที

พอแล้วตาคิน กอดเมียพ่อนานไปแล้ว” ภาคีเดินตรงข้าไปดึงแขนบุตรชายให้ลุกขึ้น

โธ่พ่อครับ เมียพ่อ แต่แม่ผมนะครับ” สองหนุ่มต่างวัยแย่งกันกอดหญิงอันเป็นที่รักประจำบ้าน

ปล่อยเดี๋ยวนี้ตาคิน” ภาคีพยายามแกะแขนบุตรชายออก อนาคินยิ่งแกล้งเข้าไปกอดมารดาไว้แน่น

พอแล้วค่ะพี่คีย์ พอแล้วตาคิน เล่นกันเป็นเด็กๆ ไปได้กานต์ธิดาส่ายหน้ากับท่าทางหวงเกินเหตุของสามี

ก็พี่หวงนี้ ไม่อยากให้ใครมากอดธิดานานๆ” อนาคินถึงกับส่ายหน้ากับความขี้หวงเกินเหตุของบิดา ไม่ใช่ว่าท่านพึ่งเป็น ท่านเป็นมานานแล้วตั้งแต่เขาจำความได้

คินแม่ว่าลูกควรจะไปกราบ คุณปู่ คุณย่าที่บ้านสวน สักหน่อยนะ” กานต์ธิดาเอ่ยกับบุตรชายด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน

ใช่ตาคิน คุณย่าแกบ่นคิดถึงแกทุกวัน จนพ่อนี้หูชาไปหมดแล้ว” ทำให้อนาคินคิดถึงคุณย่าจอมเฮี้ยบของเขา ท่านรักเขามาก มีครั้งหนึ่งที่เขาทะเลาะกับเพื่อนร่วมชั้น ถึงขนาดชกต่อยกัน ทำให้ทางโรงเรียนต้องเชิญผู้ปกครองให้ไปพบ ทำให้เขาถูกบิดาลงโทษ แต่คุณย่าภาดามาช่วยห้ามไว้เสียก่อน ทำให้เขารอดพ้นจากการถูกลงโทษวุดหวิด

ชวนหนูตะวันได้ด้วยสิตาคิน คุณย่าท่านบ่นคิดถึงเหมือนกัน” อนาคินยิ้มออกมาทันที จริงสินะ เขาจะได้มีเวลาอยู่กับเธอมากขึ้น ยิ่งคิดก็ยิ่งมีความสุข

จริงด้วยสิครับ คุณแม่ครับช่วยโทรไปชวนตะวันให้ผมหน่อยนะครับ” ชายหนุ่มหันไปมารดาออดอ้อนทันที เพราะเขารู้ดีว่าเพียงตะวันเกรงใจมารดาของเขาแค่ไหน เขารู้วาเธอไม่กล้าปฏิเสธแน่

ได้สิจ๊ะ” กานต์ธิดาจุดประกายความคิดขึ้นมาทันควัน แบบนี้เธอคงมีความหวังที่จะได้หนูน้อยเพียงตะวันมาเป็นลูกสะใภ้สินะ แบบนี้เธอรอช้าไม่ได้แล้ว จึงรีบลุกออกจากห้องอาหารทันที

วันนี้แกไปบ้านสวนแทนแล้วกัน อาทิตย์หน้าค่อยเริ่มงานดีกว่าพ่อว่า” อนาคินพยักหน้า ยอมรับความคิดเห็นของบิดา

ครับคุณพ่อ” อนาคินคอยชะเง้อมองมารดาว่าเมื่อไหร่จะกลับสักที

มองอะไรหึ ตาคิน” อนาคินยิ้มเก้อ ที่เผลอแสดงอาการมากเกินไป จนบิดาสังเกต

เอ่อ...เปล่าครับคุณพ่อ แล้วช่วงนี้งานที่บริษัทยุ่งมากหรือเปล่าครับ” อนาคินเฉไฉเปลี่ยนเรื่องอื่นทันที

ไม่ค่อยยุ่งเท่าไหร่ ทุกอย่างดูลงตัวทุกอย่างเราไม่ต้องห่วง” ภาคีตบบ่าบุตรชายเบาๆ ด้วยความภาคภูมิใจ ช่างเหมือนเขาตอนหนุ่มๆ ไม่มีผิด งานต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง

คุยอะไรกันอยู่จ๊ะสองหนุ่ม” อนาคินรีบลุกไปประคองมารดาอย่างเอาใจ ท่านเพียงแต่ระบายยิ้มอ่อนๆ ให้ ไม่ได้เอ่ยอะไรออก

คุยเรื่องานกันนิดหน่อยจ๊ะ แล้วหนูตะวันว่าอย่างไงบ้างล่ะธิดา” อนาคินมองบิดาอย่างขอบคุณ ราวกับว่าท่านไปนั่งอยู่กลางใจเขา

ตกลงสิค่ะพี่คีย์ มือชั้นนี้แล้ว ถ้าธิดาลงมือขอร้องทั้งที มีหรือที่หนูตะวันจะกล้าปฏิเสธ” ถ้าได้พูดถึงสาวน้อยนามว่าเพียงตะวันเมื่อไหร่ ภรรยาเขาจะยิ้มมีความสุขทุกที

จริงหรือครับคุณแม่” อนาคินรู้สึกตื่นเต้นจนระงับเสียงไม่อยู่ บุพการีทั้งสองหันมามองด้วยความสงสัย กับความดีใจเกินเหตุของบุตรชาย

ใช่จ๊ะ แล้วทำไมเราต้องตื่นเต้นขนาดนั้นด้วยล่ะ” กานต์ธิดามองบุตรชายอย่างจับผิด

เอ่อ...ก็ผมดีใจที่ได้เจอคุณปู่ คุณย่านี้ครับ ไม่ได้เจอทันมาหลายปีแล้ว ไม่รู้ท่านเป็นอย่างไงบ้าง” อนาคินหาคำโกหกได้เนียนที่สุด หวังว่าบิดามารดาเขาจะเชื่อในคำพูดของเขา

แม่นึกว่าคินดีใจที่น้องไปด้วยเสียอีก” กานต์ธิดารู้สึกผิดหวังไม่น้อย

ก็ดีใจนิดหน่อยที่มีน้องนั่งไปเป็นเพื่อนคอยบอกทาง ถ้าผมขับรถไปเองมีหวังได้หลงทางแน่เลยครับ” อนาคินพยายามปั้นสีหน้าให้ดูเรียบเฉยที่สุด

โธ่ ถ้าคินกลัวหลง เดี๋ยวแม่ให้ลุงสมชายขับรถไปส่งเองก็ได้ จะได้ไม่ต้องรบกวนหนูตะวันเขา” อนาคินถึงร้อนตัวทันที กลัวจะไม่มีโอกาสอยู่กับสาวเพียงลำพัง

แล้วใครจะขับรถให้คุณพ่อครับ อีกอย่างหนึ่งคุณย่าบ่นคิดถึงตะวันด้วยนี้ครับ ให้ตะวันไปด้วยนะดีที่สุดแล้วครับ” ชายหนุ่มรีบอธิบายเหตุผลให้มารดาคล้อยตาม ในความคิดเขา

ก็แม่เห็นคินไม่ค่อยจะดีใจที่จะให้น้องไปด้วย แม่เลยไม่อยากฝืนใจ” กานต์ธิดาพูดลองใจบุตรชาย ว่ายังจะฟอร์มจัดอีกหรือเปล่า

คินไม่ได้บอกสักคำว่าฝืนใจ” อนาคินแกล้งตัวเสียงอ่อยๆ ถ้ามารดาเกิดเปลี่ยนใจยกเลิกนัด มีหวังกินแห้วแน่งานนี้

ให้หนูตะวันนั่งรถไปเป็นเพื่อนตาคินนะดีแล้วธิดา เพราะหนูตะวันขับรถไปที่นั้นออกบ่อย” ภาคีแย้งขึ้นทันที

ใช่ครับคุณแม่” อนาคินรีบสนับสนุนคำพูดของบิดา เพราะไม่อยากให้โอกาสหลุดลอยไป แต่กระทำของชายหนุ่มไม่อาจจะหลุดรอดสายตา คนที่อาบน้ำร้อนมาก่อน อย่างภาคีได้ ต้องมีอะไรแอบแฝงอยู่ แต่เขาไม่รู้ว่าคืออะไร

ค่ะพี่คีย์ งั้นคินเข้าไปรับน้องที่บ้านตอนสิบโมงแล้วกัน รีบทานข้าวเถอะจ๊ะ

ครับคุณแม่” อนาคินขานรับแล้วยิ้มอย่างมีความสุข ก้มหน้ารับประทานอาหารต่อ อย่างเงียบๆ

 

อนาคินรีบขับออกมารับเพียงตะวันก่อนเวลาครึ่งชั่วโมง แต่หญิงสาวยังทำธุระส่วนตัวยังไม่เสร็จ ทำให้เขาต้องนั่งคุยกับบิดามารดาหญิงสาวเพื่อข้ามเวลา เพียงไม่นานเพียงตะวันเดินลงด้วยชุดเดรสสั้นสีชมพู ช่างน่ารักน่าทะนุถนอมในสายตาอนาคิเหลือเกิน มองเธอแทบจะกลืนกิน โดยไม่เกรงใจบุพการีทั้งสองของเธอเลยสักนิด หญิงสาวเดินเข้ามาหาชายหนุ่มอย่างรีบเร่ง

ทำไมพี่คินมาก่อนเวลาค่ะ ตะวันเตรียมตัวแทบไม่ทัน” หญิงสาวทำปากยื่นออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ จนอนาคินแทบอย่างจะเข้าไปจูบคนแสนงอนนัก

พี่ขอโทษนะครับคนดี” อนาคินเข้าไปสวมกอดหญิงสาวอย่างออดอ้อน

ไปกันได้แล้วจ๊ะ งอนกันเป็นเด็กๆ ไปได้ยัยหนู” แพทชยาต่อว่าบุตรสาวอย่างไม่จริงจัง

ค่ะคุณแม่ คุณพ่อขาตะวันฝากงานด้วยนะคะ” เพียงตะวันเดินเข้าไปสวมกอดบิดาอย่างออดอ้อน เหมือนทุกครั้งเวลาออกจากบ้าน

ห่วงงานจริงๆ นะยัยหนู เดี๋ยวพ่อดูให้” เพียงตะวันโบกมือลาบิดามารดาเธอก่อนขึ้นรถตามอนาคินไป แต่หญิงสาวยังคอยบ่นว่าห่วงตลอดทาง

เอี้ยด!” เสียงเบรกรถกะทันหัน ทำให้ใบหน้าหญิงสาวแทบจะไปจูบข้างหน้ารถ

พี่คิน!” หญิงสาวหันมองหน้าชายหนุ่มด้วยความตกใจ เขาเกิดบ้าอะไรขึ้นมา

ถ้าตะวันห่วงงานมากนักล่ะก็ พี่จะขับพาไปส่งที่บ้าน แค่บ้านสวน พี่ขับรถไปคนเดียวก็ได้ จะหลงก็ช่างมัน” ชายหนุ่มพูดด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึม และเบนสายตามองออกไปนอกรถ ที่มีรถวิ่งผ่านไปมาอย่างไม่ขาดสาย เพียงตะวันรู้สึกผิดที่ทำให้บรรยากาศเสีย จึงขยับตัวเข้ากอดแขนอนาคินอย่างออดอ้อน

พี่คินขา ตะวันขอโทษน้า ตะวันห่วงงานไปหน่อย เราไปต่อกันเถอะค่ะ” คนขี้น้อยใจยังนั่งนิ่งไม่พูดอะไร

ตะวันสัญญาว่าจะไม่พูดถึงเรื่องงานอีกนะคะ นะ” หญิงสาวเอาใบหน้าสวยถูไถไปมาที่ต้นแขนแกร่งของชายหนุ่มราวกับลูกแมวขี้อ้อน อนาคินรู้สึกร้อนวูบวาบช่องท้องแกร่งทันที จึงกระแอมเสียงเตือนสติตัวเอง

แน่ใจนะที่พูด” ชายหนุ่มปลายหางตามองหญิงสาวแว่ปหนึ่ง ก่อนจะมองไปข้างหน้า

แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ ป่านนี้คุณย่าคงจะชะเง้อรอใหญ่แล้ว

ก็เพราะใครล่ะที่ทำให้ช้า” ชายหนุ่มมิวายตำหนิคนข้างกาย แถมยังเก๊กเสียงขรึม กลบเกลื้อนอารมณ์ของตัวเอง

หลังจากนั้นชายหนุ่มก็เงียบไปตลอดทาง เพียงตะวันก็ได้แต่คอยชำเลืองเป็นระยะ และยิ้มให้คนแสนงอน แต่ก็น่ารักมากในสายตาหญิงสาว

มีอะไรน่าขำหึ ตะวัน” ถึงเขานิ่งเฉย แต่เขาเห็นทุกการกระทำของหญิงสาว เพียงแต่ไม่พูดอะไรออกเท่านั้นเอง

ตะวันแค่นึกถึงเรื่องตลกบางเรื่องเท่านั้นเองค่ะ พี่คินอย่าใส่ใจเลยค่ะ ใกล้ถึงแล้วนี้ค่ะ เลี้ยวขวาตรงซอยข้างหน้าค่ะ” เพียงตะวันรีบเปลี่ยนเรื่องพูดทันที ถ้าเขารู้ว่าเธอแอบขำ มีหวังโกรธเธอเพิ่มมากขึ้นเป็นแน่

ไม่ได้มาเสียนาน เปลี่ยนไปมากเลยทีเดียว” อนาคินพึมพำกับตัวเองเบาๆ

14 ปีเต็มค่ะ ก็คงเปลี่ยนไปตามกาลเวลา ก็พี่คินไม่ยอมกลับเมืองไทยเลย ทำให้คนที่นี่เขาบ่นคิดถึง” หญิงสาวอดน้อยใจไม่ได้ ถึงเธอกับเขาจะคุยทางโทรศัพท์บ้าง แว็บแคมบ้าง แต่ไม่เหมือนเจอหน้ากันจริงๆ

ร่วมถึงตะวันด้วยหรือเปล่าครับ” ชายหนุ่มเอื้อมไปกุมมือหญิงสาวไว้ที่ตักแกร่ง เพียงตะวันถึงกับหน้าแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย กับการกระทำที่แสนอบอุ่นของเขา ช่างมีอิทธิพลต่อจิตใจหญิงสาวเหลือเกิน ซึ่งไม่ต่างจากชายหนุ่มเหมือนกัน ทั้งสองจับมือกันเงียบๆ ตลอดทาง และไม่พูดอะไรออกมาจนถึงบ้านสวน

 

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha