ไฟรักพิศวาสร้อน(จบแล้ว)

โดย: ปลายทางฝัน



ตอนที่ 9 : ตอนที่5...ความรู้สึกที่ซ่อนเร้นอยู่ในใจ(1)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

5

ความรู้สึกที่ซ่อนเร้นอยู่ในใจ

 

          หลังจากงานหมั้นของเพียงตะวันผ่านพ้นไป ธนพลก็หายเงียบไปจากชีวิตปริมพิตาเช่นกัน แม้โทรศัพท์ไม่เคยคิดจะโทรหาเธอเลยสักครั้ง เพราะเขาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ปกติทุกคืนหลังท่องราตรีเสร็จ ระหว่างที่ขับรถกลับบ้าน เขามักจะโทรมาก่อกวนเธอแทบทุกคืน ไม่ยอมให้เธอวางสายจนกว่าเขาจะนอนหลับสนิท และมีการข่มขู่อีกสารพัดตามมาจนเธออ่อนใจ แต่ก็มีความสุขทุกครั้งที่พูดคุยกัน ถึงแม้ส่วนใหญ่จะมีแต่เรื่องทะเลาะกันก็ตามที เธอเคยพยายามคิดที่จะตัดใจจากชายหนุ่มหลายต่อหลายครั้ง แต่ไม่เคยตัดใจจากเขาได้สำเร็จสักที

คุณปริมเป็นอะไรครับ หรือว่าอาหารที่นี่ไม่อร่อยครับปริมพิตาสะดุ้งตื่นจากภวังค์ความคิดทันที รีบหันมาสนใจชายหนุ่มตรงหน้าแทน

คะคุณเคน เอ่อ...ปริมขอโทษค่ะ พอดีเครียดเรื่องานนิดหน่อยค่ะ ว่าแต่คุณเคนมาทานอาหารที่นี่บ่อยหรือค่ะหญิงสาวชวนพูด พร้อมกับสายตามองไปรอบๆ ร้าน อาหารฝรั่งเศส ช่างดูหรูหรา ไฮโซ ไม่เหมาะสมกับคนฐานะอย่างเธอเข้ามานั่งซะจริงๆ

ใช่ครับ เป็นร้านประจำของครอบครัวผมครับ เอ่อ...คุณปริมครับ คุณแม่ผมท่านอยากชวนคุณปริมไปทานอาหารที่บ้านสักมื้อ คุณปริมจะรังเกียจหรือเปล่าครับเควินกลั้นใจพูดออกมา รอลุ้นว่าหญิงสาวจะตอบตกลงหรือปฏิเสธออกมา

ปริมหรือคะหญิงสาวรู้สึกแคลงใจ ว่าเธอไปรู้จักสนิทสนมกับมารดาเควินตอนไหน ถึงขั้นชักชวนเธอไปรับประทานอาหารที่บ้านของเขา

ใช่ครับ หวังว่าคุณปริมคงไม่ปฏิเสธนะครับถ้าเขาพูดในลักษณะนี้ เหมือนบีบบังคับกลายๆ แล้วใครจะกล้าปฏิเสธได้ หญิงสาวแอบเหน็บแหนมชายหนุ่มอยู่ในใจ

เอ่อ...คือว่าหญิงสาวถึงกับอ้ำอึ้ง มองไปรอบๆ ร้าน หวังหาตัวช่วยให้รอดพ้นจากสถานการณ์ที่อึดอัดในใจของเธอตอนนี้ ดวงตากลมใสไปสะดุดอยู่ที่ร่างสูงใหญ่ของอนาคิน ซึ่งกำลังควงแขนกับผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาที่ร้านอาหาร อย่างสนิทสนมจนน่าหมั่นไส้

เอ๊ะ...นั้นคุณอนาคินนี่ค่ะ ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครกัน ปริมรู้สึกคุ้นๆ หน้าจังค่ะ เหมือนเคยเห็นที่ไหน

อ๋อ....ผู้หญิงที่มากับนายคินชื่อแอนนิต้าครับ เขาเป็นเพื่อนนักเรียนที่อังกฤษของผมกับนายคิน คุณปริมอาจจะเคยเห็นเขาในงานหมั้นของนายคินนะครับ

อ๋อ...ปริมจำได้แล้วค่ะ สาวสวยชุดแดงคนนั้นนั่นเองทั้งสองหนุ่มสาวหยุดสนทนากันทันที เมื่อเห็นอนาคินกำลังเดินมาที่โต๊ะ

เคนทำไมออกมาทานข้าว ไม่โทรไปชวนกันบ้างวะอนาคินเข้ามาตบไหล่เพื่อนรักเบาๆ เป็นการทักทาย ก่อนจะหันมาทักทายหญิงสาวที่นั่งร่วมโต๊ะ

สวัสดีครับคุณปริม

สวัสดีค่ะคุณอนาคิน แล้วตะวันไม่มาด้วยหรือคะปริมพิตาแกล้งถามขึ้นมา และปลายหางตา มองสาวสวยที่เกาะแขนคู่หมั้นของเพื่อนรักเธออย่างไม่ชอบใจ

เปล่าครับ ตะวันไม่ได้มาด้วย ผมโทรไปชวน เขาก็ปฏิเสธบอกว่าไม่ว่าง เพราะงานยุ่ง

ตะวัน...เวลาเขาจะทำอะไร ก็ทุ่มเทเสมอค่ะ แม้แต่เรื่องความรักปริมพิตาพูดขึ้นมาเพื่อเตือนสติอนาคินให้รู้สึกตัว

นั่งด้วยกันสิคินแอนนี่เควินรีบชักชวนทั้งสองคนนั่งร่วมโต๊ะทันที เพราะกลัวแอนนิต้าจะสร้างปัญหา จนทำให้อนาคินกับคู่หมั้นต้องเข้าใจผิดกัน

รบกวนด้วยนะเคน คุณปริม เชิญครับแอนนี่อนาคินเลื่อนเก้าอี้ให้แอนนิต้านั่งลงข้างๆ ปริมพิตา

ขอบคุณค่ะแอนนิต้ารู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก ที่มาเจอก้างชิ้นใหญ่ทั้งสองชิ้น จนทำให้เธอหมดโอกาสที่จะอยู่กับอนาคินเพียงลำพัง

เชิญตามสบายนะ อยากจะสั่งอะไรก็สั่งทานได้เลย มื้อนี้ฉันเลี้ยงเองเควินกวักมือเรียกพนักงานเสิร์ฟ เพื่อสั่งอาหารเพิ่ม

ไม่เป็นไรหรอกเคน แชร์กันออกดีกว่า เหมือนที่เราเคยทำประจำอนาคินรู้สึกเกรงใจเพื่อนรักไม่น้อย จึงพูดขัดขึ้นมา

เคนเขาอยากจะเลี้ยง ก็ปล่อยเขาเลี้ยงเถอะค่ะคินขา พาสาวสวยมาทานข้าวทั้งที จะแชร์กันออกได้ยังไงค่ะ อายเขาแย่แอนนิต้าอดที่จะแขวะ และแอบเบะปากให้ชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความหมั่นไส้ เควินคอยเป็นก้างขวางคอเธอเรื่องอนาคินเสมอ เขารู้ทันความคิดของเธอทุกเรื่อง จนเธอรู้สึกเกลียดชังเขาเข้ากระดูกดำ แต่ไม่สามารถทำอะไรเขาได้เลย

ไว้คราวหน้าชวนน้องตะวันมาด้วย นายค่อยเลี้ยงคืนแล้วกันเพื่อนแอนนิต้ากำมือทั้งสองข้างไว้แน่น พยายามสะกดกลั้นอารมณ์โกรธของตัวเองไว้ข้างใน รู้สึกเจ็บใจที่เควินเอ่ยถึงศัตรูหัวใจของเธอในเวลานี้

โอเค ไว้คราวหน้าฉันจะเลี้ยงนายคืน ไม่รู้ตะวันจะว่างมาด้วยหรือเปล่านะสิ แต่ฉันก็จะพาตัวเขามาจนได้นั่นแหละ ตัวเล็กแค่นั้นทำให้อนาคินอดยิ้มออกมาไม่ได้ เมื่อนึกถึงคู่หมั้นคนสวยของเขา ตั้งแต่ถูกเขาจูบแทบละลายในห้องนอน หลังจากวันนั้นเธอก็คอยแต่หลบหน้า เขาโทรศัพท์ไปหาก็ไม่ว่างรับสาย อ้างสารพัดว่างานยุ่งบ้าง ติดประชุมบ้าง จนเขาแทบจะบุกไปหาเธอถึงที่ทำงาน เพราะทนความคิดถึงไม่ไหว

คิดถึงเขาก็ไปหาสิวะ นั่งยิ้มเหมือนคนบ้าอยู่ได้เควินอดแซวเพื่อนรักไม่ได้ และอยากเตือนสติผู้หญิงบางคน ที่คิดแต่จะแย่งคนรักของคนอื่นตลอดเวลา ให้รู้สึกตัวเสียบ้าง เพราะเขารู้มาตลอดว่าเพียงตะวันคือรักแรกและรักเดียวของอนาคิน เพราะอนาคินคอยแต่พร่ำเพ้อถึงเพียงตะวันให้เขาฟังอยู่บ่อยๆ

นายไม่ต้องมาแซวฉันเลยเคน ถ้านายมีคนที่นายรักเมื่อไหร่ นายจะเข้าใจความรู้สึกฉันอนาคินรู้สึกอายที่ถูกเพื่อนรักจับความคิดได้ ใบหน้าคมแดงก่ำลามไปถึงใบหู จึงรีบกระแอมเสียงขึ้นกลบเกลื่อนความเขินอายของตัวเอง แอนนิต้าแทบอยากร้องกรี๊ดออกมาอย่างคับแค้นใจ เมื่อรู้ว่าชายหนุ่มที่รักมีใจให้ศัตรูหัวใจอย่างเพียงตะวัน เธอจะทนใจเย็นอยู่เฉยเป็นมดแดงแฝงมะม่วงไม่ได้อีกแล้ว ต้องรีบลงมือทำอะไรสักอย่างก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

ฉันก็อยากเจอคนที่ใช่เหมือนนายเหมือนคินเควินพูดจบ ก็หันไปมองปริมพิตาที่กำลังนั่งเหม่อลอยออกไปข้างนอกร้าน เขารู้สึกว่าหญิงสาวไม่ร่าเริงเหมือนทุกครั้งเจอหน้ากัน ถามคำก็ตอบคำ เหมือนกำลังมีเรื่องไม่สบายใจอยู่

คุณปริมครับ

.....หญิงสาวยังนั่งนิ่งเงียบ จนเขาต้องสะกิดแขนเบาๆ ทำให้ร่างบางสะดุ้งเฮือก

คะ คุณเคนว่าอะไรนะคะ

คุณปริมเป็นอะไรครับ เหมือนมีเรื่องไม่สบายใจเควินเอ่ยถามหญิงสาวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน และรู้สึกเป็นห่วงหญิงสาวอยู่ไม่น้อย จนปริมพิตาฝืนยิ้มออกมา เพราะรู้สึกผิดที่ไม่ให้ความสนใจชายหนุ่มตรงหน้าเท่าที่ควร กลับไปคิดถึงคนที่ไม่เคยเห็นค่า

ปริมเครียดเรื่องงานนิดหน่อยค่ะหญิงสาวยกนาฬิกาข้อมือเรือนสวยขึ้นมาดูเวลา และเบิกตากว้างทันทีด้วยความตกใจ

ตายจริง! ใกล้เวลาเข้างานแล้วสิคะ งั้นปริมขอตัวกลับก่อนนะคะหญิงสาวหันไปหยิบกระเป๋าคู่กาย พร้อมแฟ้มเอกสาร แล้วลุกขึ้นยืน

งั้นเดี๋ยวผมไปส่งที่บริษัทดีกว่าครับเควินรีบลุกขึ้นตามหญิงสาวทันที

ไม่ต้องหรอกค่ะคุณเคน อยู่คุยกับคุณอนาคินและคุณแอนนิต้าเถอะค่ะหญิงสาวส่งสายตาอ้อนวอนให้ชายหนุ่ม ซึ่งเควินยอมพยักหน้า เข้าใจความหมายที่หญิงสาวสื่อมาทางสายตาได้ดี

ก็ได้ครับแอนนิต้ารู้สึกขัดใจไม่น้อย อุตส่าห์ดีใจที่จะมีโอกาสได้อยู่กับอนาคินเพียงลำพัง

ดิฉันขอตัวก่อนนะคะคุณอนาคิน คุณแอนนิต้าปริมพิตาเอ่ยลาแล้วรีบเดินออกไปที่หน้าร้านอย่างรีบเร่ง จนไปชนผู้หญิงคนหนึ่งที่เดินสวนมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ

ว้าย! ยัยบ้า เดินยังไงไม่ดูทาง ห่ะเสียงแหลมสูงกรีดเสียงร้องออกมาด้วยความไม่พอใจสุดขีด ปริมพิตารีบย่อตัวลงเก็บกระเป๋าและเอกสารที่หล่นลงพื้นทันที

วิเกิดอะไรขึ้นปริมพิตาถึงกับหยุดชะงักทันที เพราะจำเสียงนี้ได้ขึ้นใจ จึงค่อยเงยหน้าขึ้นมาดู ชายหนุ่มก็รู้สึกตกใจไม่แพ้กัน เขากำลังย่อตัวลงมาช่วยสาวร่างเล็กที่ทำให้เขานอนไม่หลับตั้งหลายคืน ถึงแม้เขาจะมีผู้หญิงมาให้ควงไม่ซ้ำหน้า แต่ก็ไม่สามารถลืมผู้หญิงชื่อปริมพิตาได้สักที เขาก็ไม่เข้าใจความรู้สึกตัวเองเหมือนกัน รู้สึกทุรนทุรายเมื่อไม่ได้เห็นหน้าหรือได้ยินเสียง แต่เสียงชายหนุ่มอีกคนดังเข้ามาแทรก ทำให้ธนพลชะงักและถอยห่างออกมา

คุณปริมเป็นอย่างไรบ้างครับเควินรีบเข้ามาช่วยหญิงสาวเก็บของทันที และช่วยประคองเธอขึ้นมาอย่างอ่อนโยน จนธนพลยืนมองตาขุ่น แทบอยากจะเข้าไปแยกร่างทั้งสองคนให้ออกจากกัน แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ กำมือทั้งสองข้างไว้แน่น ขบกรามเป็นสันนูน พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ที่ขุ่นเคืองไว้ในใจ มองมือชายหนุ่มลูกครึ่งที่โอบไหล่หญิงสาวตาเขม็งด้วยความไม่พอใจเป็นที่สุด

ปริมไม่เป็นไรค่ะคุณเคน งั้นปริมขอตัวก่อนนะคะปริมพิตาเหลือบตาไปมองธนพลแวบหนึ่ง ก่อนจะหันหลังเดินออกไป

เดี๋ยว! เธอยังไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น เธอต้องชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดให้ฉันก่อน

เดี๋ยวผมรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมดให้เองเควินล้วงกระเป๋าสตางค์ออกจากกระเป๋ากางเกง เตรียมหยิบเงินขึ้นมา แต่ปริมพิตารีบร้องห้าม พร้อมจับมือชายหนุ่มไว้ก่อน

ไม่ต้องจ่ายหรอกค่ะคุณเคน ในเมื่อปริมก็ผิด และผู้หญิงคนนี้ก็ผิด ถือว่าเจ๊ากัน โอเคมั้ยคะ

ไม่! ฉันไม่ผิด ยังไงแกต้องรับผิดชอบ งั้นฉันจะแจ้งความจับแก นังหน้าจืดสาวสวยกรีดเสียงร้องออกมาด้วยความไม่พอใจสุดขีด

เชิญ!”

พอได้แล้ววิ เรื่องมือถือผมจะซื้อเครื่องใหม่ให้คุณเอง ไปทานข้าวกันเถอะผมหิวแล้วธนพลรีบตัดบทเพื่อตัดความรำคาญ ไม่อยากให้เรื่องต้องบานปลายไปถึงตำรวจ และจุดที่เขายืนอยู่ เริ่มเป็นที่สนใจของผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาพอสมควร

ก็ได้ค่ะ ถือว่าโจขอร้องนะคะ วิถึงยอมยกโทษให้นังบ้านี้หญิงสาวเขย่งปลายเท้ายื่นหน้าไปจุ๊บปลายคางเขาด้วยความดีใจ จนปริมพิตาต้องรีบเบือนหน้าหนีภาพบาดตา

ไปเถอะชายหนุ่มเดินเข้าไปภายในร้าน ผ่านหน้าปริมพิตาไป ราวกับไม่มีตัวตน ไม่มีค่าพอที่เขาจะชายตามอง ทำให้เธอรู้สึกเจ็บจนแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

ผมขับรถไปส่งคุณปริม ที่บริษัทดีกว่าครับเควินเห็นสีหน้าหญิงสาวไม่สู้ดีนัก จึงขันอาสาทันที

ปริมกลับเองได้ค่ะ คุณเคนกลับไปที่โต๊ะดีกว่าค่ะ ปล่อยคุณอนาคินอยู่ตามลำพังกับคุณแอนนิต้านานๆ ไม่ดีค่ะชายหนุ่มพยักหน้าเข้าใจ

ถึงบริษัทแล้ว ช่วยโทรบอกผมด้วยนะครับ ผมเป็นห่วงปริมพิตาฝืนยิ้มให้ชายหนุ่ม ก่อนจะเดินออกไป หญิงสาวหันกลับไปมองภายในร้านอาหารอีกครั้งหนึ่ง ด้วยแววตาที่เศร้าหมอง เห็นภาพของสองหนุ่มสาว กำลังหยอกล้อกันอย่างมีความสุข

ค่ะ ปริมไปก่อนนะคะ

 

เวลาผ่านไปสองอาทิตย์เต็มๆ ที่เพียงตะวันหลบเลี่ยงที่จะเจอหน้าเขา จนทำให้อนาคินทนคิดถึงเธอไม่ไหว จึงต้องไปดักรอหญิงสาวถึงที่บริษัท ดูสิว่าคราวนี้จะหนีหน้าเขาได้อีกหรือเปล่า

สวัสดีค่ะคุณอนาคินเลขาสาวรีบลุกขึ้นมาต้อนรับคู่หมั้นของเจ้านาย ด้วยสีหน้าตกใจเล็กน้อย

สวัสดีครับ ตะวันอยู่ในห้องใช่มั้ยหญิงสาวยืนนิ่งมองหน้าชายหนุ่มอย่างลังเล ซึ่งอนาคินไม่รอช้า รีบเดินไปเปิดประตู เข้าไปในห้องทันที โดยไม่สนใจฟังเสียงเรียกเลขาสาว และกดปิดล๊อคประตูห้องทำงานทันที เพียงตะวันเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารทันที ที่ได้ยินเสียงปิดเปิดประตูห้องทำงาน

พี่คินหญิงสาวครางเรียกชื่อชายหนุ่มราวละเมอ รีบลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว

ใช่พี่เอง ตะวันยังจำคู่หมั้นคนนี้ได้ด้วยเหรอชายหนุ่มพูดด้วยสุ้มเสียงน้อยอกน้อยใจ แล้วค่อยๆ ก้าวเท้าเดินเข้าไปหาหญิงสาวอย่างช้าๆ เข้าไปสวมกอดทันทีด้วยความคิดถึง สองอาทิตย์ที่ไม่ได้เห็นหน้า ไม่ได้ยินเสียง คิดถึงแทบขาดใจ

คิดถึงนะครับ เสียงทุ้มนุ่มกระซิบข้างใบหูเล็กน่ารักของเธอเบาๆ แขนเรียวเล็กยกขึ้นโอบรอบเอวหนาไว้หลวม ซุกใบหน้าไว้แนบอกแกร่ง และคอยฟังเสียงหัวใจของกันและกัน

ตะวันไม่มีวันลืมพี่คินได้หรอกค่ะ แม้เวลาจะผ่านไปกี่ปีแล้วก็ตามหญิงสาวเอ่ยขึ้นมาหลังจากเงียบไปนาน ใครจะลืมเจ้าของหัวใจของตัวเองได้ เพียงตะวันพูดพึมพำกับตัวเองอยู่ในใจ

แต่ตะวันจงใจหลบหน้าพี่ โทรมาก็ไม่ยอมรับสาย พี่ก็น้อยใจเป็นนะเพียงตะวันอดขำร่างใหญ่ แต่ใจน้อยไม่ได้ ทั้งคู่พากันไปนั่งที่โซฟาใหญ่กลางห้องทำงาน

ก็ช่วงนี้ตะวันงานยุ่งจริงๆ นี่คะหญิงสาวรีบอธิบายกลัวชายหนุ่มจะเข้าใจผิด อนาคินเอื้อมมือขึ้นไปลูบไล้ใบหน้าเนียนอย่างหลงใหล ยกร่างเล็กมานั่งบนตักอุ่น

พี่คิน เดี๋ยวใครมาเห็นค่ะร่างบางพยายามฝืนตัวลุกขึ้น แต่ลำแขนแกร่งกลับกอดรัดรอบเอวบางไว้แน่น จนไม่สามารถขยับเขยื้อนได้

ตะวันไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น พี่ล็อกประตูห้องทำงานเรียบร้อยแล้วครับ ไม่มีใครมารบกวนเราเวลานี้แน่มือเล็กทุบบนอกแกร่งด้วยความหมั่นไส้

พี่คินเจ้าเล่ห์ที่สุดอนาคินประคองใบหน้าสวยหวานของเธออย่างอ่อนโยน ปลายจมูกคมถูไถไปทั่วใบหน้า กดแนบแก้มเนียนทีละข้างอย่างสุดใจ ใบหน้าเธอถึงกับร้อนผ่าวด้วยความเขินอาย

พี่คินขาปากเรียวบางขานเรียกชายหนุ่มช่างหวานจับใจ หลับตาพริ้มลงอัตโนมัติ เมื่อชายหนุ่มโน้มใบหน้าหล่อเข้ามาใกล้ๆ ใจเธอเต้นแรงแทบไม่เป็นจังหวะ

คิดถึงอนาคินพรมจูบไปทั่วใบหน้าหญิงสาวอย่างแผ่วเบา ก่อนจะมาหยุดที่ริมฝีปากบาง ชมพูแดงระเรื่อ เชยคางมนหญิงสาวขึ้นสบตา ประคองใบหน้าหญิงสาวด้วยสองมือของเขาเอง และก้มจุมพิตที่เปลือกตาบางของหญิงสาวอย่างอ่อนโยน ก่อนจะเลื่อนลงมาหยุดนิ่งที่ริมฝีปากชมพูแดงระเรื่ออีกครั้ง กลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงลำคอ อย่างยากลำบาก ใช้ปลายนิ้วแกร่ง เกลี่ยริมฝีปากบางที่กำลังเผยอขึ้นมาอย่างเบามือ ก้มขบเม้มริมฝีปากล่างเบาๆ เป็นหยอกเย้า จนหญิงสาวสะดุ้งเฮือก ปลายลิ้นร้อนค่อยๆ สอดแทรกเข้าไป ตวัดลิ้นกวาดไปรอบๆ โพรงปากนุ่มของหญิงสาว ดูดรัดปลายลิ้นเล็กอย่างดูดดื่ม และเนิ่นนานอย่างไม่รู้จักพอ จนร่างบางสั่นสะท้านไปทั้งร่าง คนมากประสบการณ์อย่างเขา ทำให้สาวน้อยเคลิบเคลิ้มไปกับรสจูบของเขาได้ไม่ยาก จนครางเสียงแผ่วออกมาจากลำคอเนียนงามระหงเบาๆ ความรู้สึกที่คิดถึงและโหยหาจากก้นบึ้งของหัวใจ ค่อยๆ เผยออกมา ด้วยความคิดถึงสุดหัวใจ เผลอจูบตอบชายคนรักโดยไม่รู้ตัว ตวัดแขนเล็กโอบกอดรอบคอชายหนุ่มเพื่อหาที่ยึด

ก๊อก ก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น เรียกสติของเพียงตะวันกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง

เอ่อ...หญิงสาวงุดหน้าต่ำลง รู้สึกเขินอายในการกระทำของตัวเอง พยายามหลบสายตากรุ้มกริ่มของชายหนุ่ม เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง ทำให้อนาคินต้องผละออกจากร่างบางที่หอมกรุ่มด้วยความเสียดาย ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินไปเปิดประตูแทนหญิงสาว ที่ได้แต่นั่งก้มหน้าด้วยความอาย ช่างน่ารัก น่าเอ็นดูในสายตาของเขายิ่งนัก อยากจะจับมาจูบให้ลืมอายอีกสักครั้งหนึ่งแต่คงไม่ใช่เวลานี้

เชิญเข้ามาสิคุณบุษบาอนาคินเปิดประตูกว้าง เพื่อให้เลขาสาวเดินเข้ามา และเดินตามไปนั่งลงข้างๆ คู่หมั้นคนสวย ยกแขนแกร่งขึ้นโอบไหล่ร่างบางไม่ยอมปล่อย จนหญิงสาวรู้สึกเขินอายเลขาคนเก่งของเธอไปไม่น้อย ซึ่งกำลังมองเธอด้วยแววตาที่ล้อเลียน

พี่คิน ขยับออกไปก่อนสิคะ ตะวันอายพี่บุษนะเพียงตะวันหันไปกระซิบข้างๆ ใบหูอนาคินเบาๆ

ไม่เห็นต้องอายหรอกตะวันจ๋า จริงมั้ยคุณบุษบาชายหนุ่มมิวายหาแนวร่วมอีกต่างหาก

เอ่อ...ค่ะบุษบายิ้มให้กับความน่ารักของคู่หมั้นเจ้านายสาว ช่างเหมาะสมกันเหลือเกิน ราวกับกิ่งทองใบหยก ใครเห็นก็คงอิจฉาตาร้อนกันไปตามๆ กัน ทำไมแฟนเธอถึงไม่น่ารักแบบคุณอนาคินบ้างนะ

เห็นมั้ยคุณบุษบายังเห็นด้วยเลยนะตะวัน งั้นพี่ขอตัวกลับก่อนดีกว่านะครับ ตะวันจะได้คุยงานกับคุณบุษบาสะดวกขึ้น เที่ยงนี้พี่จะมารับไปทานข้าว และห้ามปฏิเสธด้วยรู้มั้ยครับเขาหันไปบีบจมูกรั้นของหญิงสาวด้วยความเอ็นดู

ค่ะพี่คินเสียงหวานขานรับอย่างไม่มีบิดพลิ้ว เรียกรอยยิ้มจากชายหนุ่มได้เป็นอย่างดี

พี่ไปนะชายหนุ่มจรดริมฝีปากอุ่นลงแก้มเนียนนุ่มก่อนจะลุกออกไป เพียงตะวันเบิกตาโพลง ไม่คาดคิดว่าชายหนุ่มจะกล้าทำเรื่องหน้าอับอายต่อหน้าเลขาสาว จนเธอต้องกระแอมเสียงกลบเกลื่อนความอายของตัวเอง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha