ไฟรักพิศวาสร้อน(จบแล้ว)

โดย: ปลายทางฝัน



ตอนที่ 10 : ตอนที่5...ความรู้สึกที่ซ่อนเร้นอยู่ในใจ(2)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


 

แอนนิต้าเดินทางมาหาอนาคินถึงที่บริษัท หวังว่าจะชวนชายหนุ่มออกไปรับประทานอาหารเหมือนเคย แต่ก็พบแต่ความผิดหวังอย่างรุนแรง ใบหน้าสวยถึงกับบึ้งตึง แต่เธอพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ หันไปถามเลขาสาวหน้าห้องของชายหนุ่มอีกครั้ง จนได้รู้ว่าเขาพาคู่หมั้นสาวไปรับประทานอาหาร ที่ร้านอาหารชื่อดังแห่งหนึ่งแถวชานเมือง เธอจึงรีบตามไปที่นั่นทันทีโดยไม่รีรอ

 

อุ้ย! บังเอิญจังค่ะคินอนาคินมองอดีตคู่ควงด้วยความแปลกใจ ที่มาเจอเธอที่นี่ ทำไมโลกช่างกลมแบบนี้

อ้าวแอนนี่ คุณมาทานอาหารที่นี่เหมือนกันหรือครับ แล้วคุณมากับใครล่ะอนาคินมองไปด้านหลังของหญิงสาวแต่กลับไม่เจอใคร

แอนนี่นัดเพื่อนไว้ค่ะ แต่เพื่อนแอนนี่สิคะ เบี้ยวนัด จนทำให้แอนนี่ต้องรอเก้อสิคะแอนนิต้ารอจังหวะ หวังให้ชายหนุ่มเชิญร่วมโต๊ะ

ตะวันมาพอดีอนาคินรีบลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินไปหาคู่หมั้นสาวทันที

ผมคงต้องกลับก่อนนะแอนนี่ ไปเถอะครับตะวัน เดี๋ยวจะรถติดชายหนุ่มประคองคู่หมั้นสาวเดินออกจากร้านอาหารโดยไม่สนใจอดีตคู่ควงเลย แม้แต่น้อย เพราะเขามีคนสำคัญที่ต้องดูแล

คินนะคิน มาเสียเที่ยวจริงๆ หวานกันเข้าไปเถอะ อีกหน่อยจะหวานไม่ออกใบหน้าสวยทำหน้าบิดเบี้ยวอย่างไม่สบอารมณ์ มองตามสองหนุ่มสาว ด้วยสายตาที่ริษยา

 

ระหว่างที่นั่งรถกลับ เพียงตะวันได้แต่นั่งเงียบไปตลอดทาง นั่งครุ่นคิดถึงข่าวคาวของคู่หมั้นหนุ่มกับหญิงสาวที่เธอเจอที่ร้านอาหาร ข่าวเริ่มหนาหูเหลือเกินว่าทั้งสองเคยคบหากันตอนที่เรียนอยู่อังกฤษ ไม่รู้ว่ามีมูลความจริงมากแค่ไหนกัน แล้วเขายังรักกันอยู่หรือเปล่า หญิงสาวคอยตั้งคำถามกับตัวเองอยู่ในใจ

เป็นอะไรครับตะวัน ทำไมเงียบไปหืมชายหนุ่มเอื้อมมือหญิงสาวขึ้นมาจุมพิตหลังมือนุ่มเบาๆ จนเธอต้องรีบชักมือกลับ แต่ชายหนุ่มกลับไม่ยอมปล่อย

พี่คิน ปล่อยมือตะวันก่อนสิคะ

พี่อยากจับมือตะวันไว้แบบนี้ รู้สึกอุ่นใจเหมือนตะวันคอยอยู่ข้างๆ พี่ตลอดเวลาคำพูดของชายหนุ่ม ทำให้หญิงสาวรู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก

ตะวันก็นั่งอยู่ข้างๆ พี่คินตอนนี้อยู่แล้วนี่คะ พี่คินพูดแปลกๆเพียงตะวันเอียงหน้าถามชายหนุ่มอย่างไม่เข้าใจ

ไม่ใช่แค่ตอนนี้ พี่อยากให้ตะวันคอยเคียงข้างพี่ตลอดไป ได้มั้ยคนดีเขายกมือนุ่มขึ้นจุมพิตอีกครั้ง ก่อนจะหักพวงมาลัย หักมุมเลี้ยวเข้าข้างทาง

พี่คินจอดทำไมค่ะหญิงสาวเงยหน้าขึ้นมามองชายหนุ่มอย่างเต็มตา มองเขาด้วยความงุนงง

ตะวันยังไม่ตอบคำถามพี่เลยครับ ตะวันจะอยู่เคียงข้างพี่ตลอดไปได้มั้ยเพียงตะวันใจเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ เหมือนเขากำลังขอความรักจากเธอ

ตะวันครับชายหนุ่มเชยปลายคางหญิงสาวขึ้นมาสบตาเขา เพราะเธอคอยแต่หลบสายตาเขาอยู่ร่ำไป

พี่คินเพียงตะวันขานเรียกชื่อชายหนุ่มเบาๆ อนาคินถึงกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ รู้สึกอยากจูบหญิงสาวขึ้นมาเอาดื้อๆ ความรู้สึกแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับใครมาก่อน ชายหนุ่มใช้ปลายนิ้วเกลี่ยริมฝีปากบางเบาๆ ก่อนโน้มใบหน้าหล่อเข้าไปหาหญิงสาวอย่างช้าๆ เพียงตะวันหลับตาพริ้มลง เผยอริมฝีปากบางออกมาเล็กน้อย ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู ก่อนจะก้มลงจูบริมฝีปากบางอย่างแผ่วเบา ดูดดื่มแฝงด้วยความเร่าร้อน ค่อยๆ สอนหญิงสาวให้ได้เรียนรู้ไปอย่างช้าๆ ตวัดแขนเรียวเล็กกอดรอบคอชายหนุ่ม เผลอจูบเขาด้วยความเต็มใจ หญิงสาวสั่นสะท้านไปทั้งร่าง เพราะรสจูบแสนเสน่หาที่เขามอบให้ เธอไม่เคยคาดคิดว่าการจูบกันจะแสนวิเศษได้ถึงเพียงนี้ เขาค่อยๆ ถอนจูบออกอย่างช้าๆ และรู้สึกเสียดายอยู่ไม่น้อย แต่ที่นี่ไม่ใช่สถานที่เขาจะกระทำการอันไม่ควรกับหญิงสาวแบบนี้ ถ้ามีพวกนักข่าวมาเห็น อาจจะทำให้หญิงสาวและวงศ์ตระกูลเสียชื่อเสียงก็เป็นได้

พี่คินหญิงสาวรีบเบี่ยงตัว ออกจากอ้อมกอดของชายหนุ่มทันที ที่เป็นอิสระ แล้วงุดหน้าต่ำลง หลบหลีกสายตาแพรวพราวของเขาด้วยความเขินอาย ที่เผลอไผลไปจูบตอบเขาอย่างน่าไม่อาย เธอสะดุ้งโหยงเมื่อชายหนุ่มเอื้อมมากุมมือเธอไว้

ว่าไงครับคนดี ตอบพี่ได้หรือยัง ว่าจะยอมอยู่เคียงข้างพี่ตลอดไปได้มั้ยเขายกมือเล็กขึ้นมาจุมพิตเบาๆ แล้วสายตาคมมองหญิงสาวไม่ละสายตา

ค่ะเพียงตะวันขานรับเบาๆ ราวกับเสียงกระซิบ อนาคินดึงคนตัวเล็กมากอดไว้ด้วยความสุขใจ ก้มจุมพิตลงที่ขมับหญิงสาวเบาๆ โดยไม่พูดอะไรอีก ทั้งสองหนุ่มสาวยังสวมกอดกันแน่นิ่ง ถ่ายทอดความรู้สึกที่มีอยู่ในใจให้แก่กัน อย่างเงียบๆ โดยไม่ต้องพูดอะไรออกมา

เอ่อ...พี่คินกลับกันเถอะค่ะเพียงตะวันเรียกสติตัวเองให้ตื่นจากภวังค์ความฝัน ฝันที่เธอไม่อยากตื่นขึ้นมา อยากกอบโกยช่วงเวลาดีๆ นี้ไว้ให้เนิ่นนานที่สุด

พี่ยังอยากอยู่กับตะวันต่อนี้ครับชายหนุ่มออดอ้อนเหมือนเด็กๆ จนเธออดอมยิ้มไม่ได้ พี่คินของเธอช่างน่ารักเหลือเกิน

เรามีหน้าที่ต้องไปทำนี่คะพี่คิน พี่คินก็ต้องกลับไปทำงานเหมือนกันค่ะอนาคินจำใจขับรถไปส่งเพียงตะวันที่บริษัท ก่อนกลับเขาตักตวงความหวานจากริมฝีปากบางไม่ยอมหยุด จนเธอห้ามปรามไว้ เพราะริมฝีปากเธอบวมเป่งจนเห็นได้ชัดเจน

 

ช่วงเย็นหลังเลิกงาน ปริมพิตาขับรถคู่ใจมุ่งตรงมายังห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่ง ใกล้ๆ บ้าน เพื่อจับจ่ายซื้อของใช้ภายในบ้าน และเป็นความบังเอิญที่เธอมาห้างเดียวกับธนพล เขากำลังเดินควงสาวสวยผ่านหน้าเธอไป ราวกับคนที่ไม่รู้จักกัน หญิงสาวถึงกับเหลียวหลังมองตามจนสุดสายตา ด้วยใบหน้าที่เศร้าหมอง เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมชายหนุ่มถึงเฉยชากับเธอนัก

ฉันคงเป็นคนอื่นสำหรับนายแล้วสินะ นายโจหยาดน้ำตาเริ่มไหลรินออกจากดวงตาคู่สวย ด้วยความน้อยใจในตัวชายหนุ่ม เจ็บจนก้อนสะอื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ

คุณปริม มาซื้อของที่นี่เหมือนกันหรือครับเควินรีบเดินตรงเข้ามาทักทายหญิงสาวด้วยความดีใจ หลายวันแล้วที่เขาไม่ได้พบหน้าเธอ

สวัสดีค่ะคุณเควินปริมพิตายกมือไหว้ชายหนุ่ม และฝืนยิ้มออกมา แต่แววตากลับหม่นหมอง

ครับ คุณปริมมาซื้อของกับใครครับเควินหวังว่าหญิงสาวจะมาเพียงลำพัง เพราะนั่นจะทำให้เขามีโอกาส ได้พูดคุยกับหญิงสาวสะดวกขึ้น

เอ่อ...ปริมมาคนเดียวค่ะ คิดว่าจะซื้อของใช้เข้าบ้านสักหน่อยค่ะหญิงสาวฝืนยิ้มตอบชายหนุ่มกลับไป ด้วยน้ำเสียงเหนื่อยๆ

คุณปริมไม่สบายหรือเปล่าครับ ดูหน้าซีดๆ ขอโทษนะครับชายหนุ่มเอื้อมมือไปแตะตามหน้าผากและซอกคอของหญิงสาวด้วยความเป็นห่วง เป็นช่วงเวลาที่ธนพลเดินกลับมาทางเดิม หวังจะกลับมาคุยกับปริมพิตาให้รู้เรื่อง หลายวันแล้วที่เขาคิดถึงเธออย่างทรมานใจ คิดถึงแทบขาดใจ แต่ด้วยความน้อยใจที่เธอเห็นคนอื่นดีกว่าเขา ทำให้เขาแกล้งหมางเมินใส่เธอ หวังให้หญิงสาวกลับมาง้องอนเขาเหมือนเคย พยายามทำใจแข็งไม่ยอมโทรศัพท์ไปหาหญิงสาวก่อนให้เสียฟอร์ม เพราะโดยปกติแล้ว เขามักจะโทรไปก่อกวนหญิงสาวแทบทุกคืน หลังจากเที่ยวสังสรรค์ตามประสาหนุ่มโสด ที่รักการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ ธนพลตัดสินใจเดินหันหลัง ถอยกลับไปโดยที่หญิงสาวไม่รู้ตัว

ปริมแค่เหนื่อยๆ ค่ะ กลับไปพักผ่อนก็คงหายหญิงสาวรู้สึกขอบคุณในความห่วงใยของชายหนุ่มที่มอบให้

ให้ผมขับรถ ไปส่งที่บ้านดีกว่าครับชายหนุ่มรีบขันอาสาทันที กลัวหญิงสาวจะไปเป็นอะไรกลางทาง

ไม่เป็นไรค่ะ ปริมขับรถกลับเองได้ค่ะคุณเคน ขอบคุณคุณเคนมากนะคะที่เป็นห่วง งั้นปริมขอตัวกลับก่อนดีกว่าค่ะปริมพิตาตัดสินใจกลับบ้าน แทนที่จะไปซื้อของต่ออย่างที่ตั้งใจไว้ เพราะตอนนี้เธอรู้สึกตัว ร้อนๆ หนาวๆ ราวกำลังจะเป็นไข้

ครับ หวังว่าเราคงได้เจอกันอีกนะครับ

ค่ะหลังจากนั้นหญิงสาวก็มุ่งตรงไปที่ลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าทันที เพื่อเดินทางกลับบ้าน แต่เรียวขาเล็กเริ่มอ่อนแรงลงทุกที แต่ฝืนใจเดินต่อไป ระหว่างที่กำลังเปิดประตูรถนั้น สติของเธอเริ่มดับวูบลงทันที

ปริม!” และเป็นช่วงจังหวะ ที่ธนพลกำลังพาคู่ควงเดินกลับมาที่รถพอดี เห็นปริมพิตากำลังเป็นลมล้มลงข้างๆ รถ จึงสลัดแขนคู่ควง วิ่งหน้าตาตื่น เข้ามาหาหญิงสาวทันทีด้วยความเป็นห่วง

โจนั่นคุณจะทำอะไรหญิงสาวถามชายหนุ่มด้วยความไม่พอใจ

คนเป็นลมไม่เห็นหรือไงวิเสียงห้วนสั้นๆ ตอบกลับ รู้สึกหงุดหงิดในตัวคู่ควงคนใหม่พอสมควร

ก็ช่างมันสิคะ เดี๋ยวยามก็มาเจอเองค่ะโจ เราต้องรีบไปงานวันเกิดเพื่อนคุณนะคะสาวสวยนามว่าวิยะดาดึงแขนชายหนุ่มให้ลุกขึ้น แต่เขากลับสะบัดทิ้งอย่างไม่ไยดี ดวงตาคมตวัดสายตามองหญิงสาวอย่างไม่พอใจ

วิผมไม่คิดเลยว่าคุณจะใจจืดใจดำได้ถึงขนาดนี้หญิงสาวยักไหล่อย่างไม่แคร์ในคำพูดของชายหนุ่ม

คุณกลับไปเถอะวิยะดา และต่อไปนี้เราก็ไม่มีอะไรต้องเกี่ยวข้องกันอีกธนพลช้อนร่างบางขึ้นในวงแขนแกร่ง พาหญิงสาวขึ้นไปนั่งบนรถ ปรับเบาะรถให้เอนลง สามารถให้หญิงสาวนอนได้สบายขึ้น

ไม่นะโจ คุณจะทิ้งวิ เพราะนังผู้หญิงคนนี้เหรอ วิไม่ยอมหญิงสาวกรีดเสียงร้องออกมาด้วยความไม่พอใจ โดยไม่แคร์สายตาผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา

เพราะผมทนพฤติกรรมของคุณไม่ได้ต่างหากวิยะดา ขอให้เราจากกันด้วยดีชายหนุ่มไม่สนใจเสียงกรีดร้องของหญิงสาว ตอนนี้เขาห่วงที่สุด คงไม่พ้นคนตัวเล็กของเขา

โจ!! หยุดมาคุยกันให้รู้เรื่องเธอวิ่งไปดักหน้าชายหนุ่มที่กำลังเปิดประตูรถด้านคนขับอยู่ เธอไม่มีวันที่จะปล่อยให้ชายหนุ่มหลุดมือเธอไปได้ เขาทั้งหล่อทั้งรวย มีแต่สาวๆ ที่จ้องที่จะจับเขากันทั้งนั้น และเธอก็เป็นหนึ่งในนั้น ความสัมพันธ์ของเขากับเธอกำลังจะไปได้สวย เธอเองก็มั่นใจว่าสามารถทำให้เขาหลงเธอได้ในไม่ช้า แต่ดูจะผิดพลาดไปหมด เพราะผู้หญิงคนนี้คนเดียว

ผมว่า ผมพูดให้คุณเข้าใจชัดเจนแล้วนะวิ ผมขอตัว

ทำไมคุณต้องห่วงนังนี่ด้วยโจ เรียกยามมาก็หมดเรื่องหญิงสาวตั้งข้อสังเกตการแสดงออกของชายหนุ่ม ตั้งแต่เห็นผู้หญิงคนนี้นอนเป็นลมที่ข้างรถ

คุณอยากรู้มากใช่มั้ยว่าทำไมผมถึงทิ้งเขาไม่ได้ และทำไมผมถึงได้ห่วงเขามากมายขนาดนี้ ผู้หญิงคนนี้คือผู้หญิงที่ผมชอบ ทีนี้คุณคงเข้าใจแล้วใช่มั้ยวิยะดาวิยะดาถึงกับยืนอึ้งไปชั่วขณะ ไม่คาดคิดเลยว่าหญิงสาวที่ทะเลาะกับเธอที่ร้านอาหารคือคนรักของชายหนุ่ม วันนั้นเขาก็ไม่ได้แสดงอาการออกมาให้เห็นว่ารู้จักยัยผู้หญิงตรงหน้านี้ ใจเธอตอนนี้เริ่มเดือดพล่าน มองหญิงสาวที่นอนอยู่ในรถด้วยแววตาที่ริษยา

ไม่จริงหญิงสาวส่ายหน้าไม่ยอมรับความจริง กับสิ่งที่เกิดขึ้น รวดเร็วจนเธอไม่ทันได้ตั้งตัว

ธนพลขับรถออกไป โดยไม่สนใจเสียงกรีดร้องของอดีตคู่ควง ชายหนุ่มพาปริมพิตามาที่คลินิกของลูกพี่ลูกน้องของเขา

เป็นไงบ้างวะไอ้หมอ ปริมเขาเป็นไงบ้างธนพลถามด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรน ยืนเฝ้าดูอยู่ไม่ยอมให้ห่างกาย มองใบหน้าซีดเซียวของหญิงสาวด้วยความเป็นห่วง

ไม่เป็นอะไรมากหรอก แค่ร่างกายอ่อนเพลีย คงจะพักผ่อนน้อย คนนี้หรือเปล่าวะ ที่แกเพ้อหาได้ทุกวัน แสดงว่าแกลืมยัยอัมแล้วสิใบหน้าของธนพลถึงกับแดงก่ำลามไปถึงลำคอ เริ่มทำหน้าไม่ถูก ที่แสดงอาการห่วงใยคนตัวเล็กมากเกินไป จนโดนจับได้

เอ่อ ไม่ต้องถามมากหรอกแก รีบตรวจไปสิ ฉันจะได้พาเขากลับบ้านไปพักผ่อนชายหนุ่มเริ่มโมโหกลบเกลื่อนเขินอาย

ไม่คิดว่าคนหน้ามึนอย่างแกจะเขินเป็นนะเนี่ยนายแพทย์หนุ่มอดแซวญาติผู้น้องของเขาไม่ได้

เร็วสิวะธนพลตะคอกเสียงใส่นายแพทย์หนุ่มภายในห้องตรวจเสียงดังลั่น แต่สายตาคมกลับมองไปที่หญิงสาวไม่วางตา รู้สึกเป็นห่วงเธอเหลือเกินจนนั่งไม่ติด

เสร็จแล้ว เดี๋ยวฉันสั่งจ่ายยาให้ แกไปรอรับที่เคาน์เตอร์ได้เลย

ขอบใจมากไอ้หมอธนพลออกไปเพียงไม่นาน แพรตางอนงามเริ่มกะพริบ มองไปรอบๆ ห้อง

ฟื้นแล้วเหรอครับคุณคุณหมอหนุ่มผู้ใจดี ยิ้มให้หญิงสาวอย่างอ่อนโยน หญิงสาวค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง

ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ

คุณเป็นลมที่ลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าครับ

แล้วใครพาฉันมาที่นี่คะ

ฉันพาเธอมาเองปริมหญิงสาวรีบหันไปมองที่ต้นเสียงทันที

นายโจหญิงสาวครางเรียกชื่อชายหนุ่ม ที่เธอคิดถึงเขาทุกลมหายใจ นอนร่ำร้องไห้หาเขาทุกคืน

ใช่ฉันเอง หรือนึกว่าฉันเป็นไอ้หน้าหล่อของเธอหรือไงชายหนุ่มอดที่จะประชดหญิงสาวไม่ได้

คุณเคนไม่ใช่ของฉันสักหน่อย นายอย่ามากล่าวหามั่วๆ นะนายโจพอได้ยินเสียงหวานปฏิเสธความสัมพันธ์กับศัตรูหัวใจ จึงแอบยิ้มร่าออกมาทันที รู้สึกดีใจจนเนื้อเต้น นายแพทย์หนุ่มถึงกับส่ายหน้าให้กับคนฟอร์มเยอะ

งั้นเรากลับกันเถอะ ขอบใจมากนะไอ้หมอปริมพิตาหันไปยกมือไหว้ขอบคุณนายแพทย์หนุ่ม

ขอบคุณค่ะคุณหมอหญิงสาวระบายยิ้มออกมา จนทำให้นายแพทย์หนุ่มถึงกับตาพร่ามัวทันที จนทำให้ธนพลเกิดอาการหวงรอยยิ้มของหญิงสาวขึ้นมาทันที มองนายแพทย์หนุ่มตาขวาง

ไปกันเถอะ เธอจะได้กลับบ้านไปพักผ่อนธนพลประคองหญิงสาวลงจากเตียงคนไข้อย่างอ่อนโยน

ไม่ต้องประคองหรอก ฉันเดินเองได้หญิงสาวรีบปฏิเสธ และพยายามผลักไสชายหนุ่มให้ออกห่าง เพราะไม่ชินกับการแสดงออกของชายหนุ่ม

จะให้ฉันประคองหรือให้อุ้มดี เลือกเอาปริมชายหนุ่มหน้ามุ่ย รู้สึกขัดใจที่เธอปฏิเสธความหวังดีของเขา มีแต่สาวๆ อยากให้เขาเข้าใกล้กันทั้งนั้น มีแต่ปริมพิตานี่แหละ ชอบถอยห่าง ไล่เขาทุกครั้งที่อยู่ใกล้

คนบ้าอำนาจหญิงสาวบ่นพึมพำเบาๆ รู้สึกอายนายแพทย์หนุ่มที่ยืนยิ้มอยู่ใกล้ๆ ทำให้จำใจ ต้องให้ธนพลประคองไปที่รถ

เธอจะแวะทานข้าวก่อน หรือว่ากลับบ้านเลยล่ะปริมชายหนุ่มหันไปถามหญิงสาว หลังจากนั่งบนรถเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

กลับบ้านเลยดีกว่า รู้สึกเพลียๆ อยากนอนพักธนพลเอี้ยวตัวไปปรับเบาะให้หญิงสาว จนเธอตกใจ ใบหน้าทั้งสองห่างกันแค่คืบ ลมหายใจอุ่นๆ แทบจะรดหน้าของกันและกัน

เอ่อ...หญิงสาวถึงกับหน้าแดงระเรื่อ ผลักอกชายหนุ่มออกทันที ด้วยความเคอะเขิน ชายหนุ่มก็รู้สึกไม่แพ้กัน ไม่เคยใจเต้นแรงแบบนี้มาก่อน มีปริมพิตาเป็นคนแรกที่ทำให้เขารู้สึกแบบนี้ และรีบปรับเบาะรถให้หญิงสาวนอนสบายที่สุด

นอนหลับพักผ่อนเถอะ ถึงบ้านเมื่อไหร่ แล้วฉันจะปลุกเธอเองปริมพิตาหลับตาพริ้ม มีรอยยิ้มแต่งแต้มไปที่มุมปากออกมาโดยไม่รู้ตัว ธนพลก็เช่นกัน เขาก็ยิ้มอย่างมีความสุขตลอดทางจนถึงบ้านหญิงสาว

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha