ไฟรักพิศวาสร้อน(จบแล้ว)

โดย: ปลายทางฝัน



ตอนที่ 12 : ตอนที่6...บุรุษพยาบาลประจำตัวปริมพิตา(2)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


 นายรู้ได้ยังไง ว่าประธานบริษัทคนใหม่ไม่มาทำงาน อย่าทำเป็นเดาส่งเดชหน่อยเลยหญิงสาวเดินเลี่ยงออกไปที่ประตู แต่เขากลับเดินไปขวางทางเธอไว้

เอ๊...นายจะขวางฉันไว้ทำไม คนยิ่งรีบๆ อยู่หญิงสาวตวาดแว้ดใส่ทันที ด้วยความไม่พอใจ ยิ่งเธอรีบๆ อยู่ด้วย

ก็ฉันนี่แหละประธานคนใหม่หญิงสาวถึงกับหยุดชะงัก เงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มให้เต็มตา ก่อนจะส่ายหน้าไม่เชื่อในคำพูดของเขา

อย่ามาอำหน่อยเลย ฉันไม่เชื่อนายหรอก พูดออกมาได้ว่าเป็นประธานบริษัทคนใหม่ ชิ เป็นประธานหนุ่มคาสโนว่า น่าเชื่อกว่าตั้งเยอะหญิงสาวอดที่จะแขวะพ่อคนเสน่ห์แรงไม่ได้ สะบัดหน้าหนี เดินไปที่ตู้รองเท้าที่หน้าประตูทันที

ไม่เชื่อใช่มั้ยปริม ได้เดี๋ยวฉันโทรหาคุณลีลาวดีเลขาท่านประธานคนเก่า เพื่อยืนยันให้เธอดูปริมพิตาเดินกลับมาหาชายหนุ่มอีกครั้ง เพราะไปสะดุดชื่อเลขาของประธานบริษัทเข้าอย่างจัง

นายไปรู้จักพี่วดีตอนไหน หรือว่านายเคยจีบพี่วดีมาก่อนหญิงสาวถามออกมาด้วยความแปลกใจ หรือว่าที่เขาพูดคือเรื่องจริง

เดี๋ยวก็รู้ชายหนุ่มล้วงโทรศัพท์มือถือต่อสายถึงเลขาสาวทันที และกดเปิดลำโพงนอกเพื่อให้ปริมพิตาได้ยินด้วย เดี๋ยวจะหาว่าเขาโกหกอีก

คุณลีลาวดีนี่ผมธนพลนะชายหนุ่มกรอกเสียงลงไปตามสาย มองปริมพิตาอย่างท้าทาย แถมยักคิ้วกวนๆ ให้หญิงสาวอีกต่างหาก

ท่านประธานจะเดินทางมาถึงกี่โมงคะปริมพิตาถึงกับหน้าจ๋อย เดินเลี่ยงไปนั่งที่โซฟา ส่วนชายหนุ่มก็ถือโอกาสสั่งงานเลขาต่อทันที หลังจากคุยธุระเสร็จ ชายหนุ่มเดินกลับเข้ามาในห้องรับแขกอีกครั้ง และทรุดตัวนั่งลงข้างๆ หญิงสาว โอบกอดรอบเอวบาง ฉวยหอมแก้มเนียนหนึ่งฟอดใหญ่อย่างสุขใจ

          เธอเชื่อหรือยังว่าฉันไม่ได้โกหก หืมปริมชายหนุ่มก้มกระซิบที่กกหูขาวของหญิงสาวเบาๆ สร้างความปั่นป่วนให้แก่หญิงสาวเป็นอย่างมาก

เชื่อแล้วปริมพิตาตอบเสียงอ้อมแอ้ม ปล่อยให้ชายหนุ่มโอบกอดไว้ รู้สึกอบอุ่นเมื่อได้อยู่ในอ้อมกอดของเขาแบบนี้

ปริมธนพลกระซิบข้างใบหูหญิงสาวเบาๆ จนเธอต้องเอียงหน้ามองอย่างสงสัย

เราลองคบกันดีมั้ยหญิงสาวหันขวับมามองชายหนุ่มอย่างเต็มตาด้วยความแปลกใจ หรือเขามาแกล้งเธอเล่นกันแน่

โจปริมพิตาขานเรียกชื่อชายหนุ่มราวกับละเมอ มือหนาเกลี่ยแก้มหญิงสาวอย่างอ่อนโยน ปริมพิตาเงยหน้าขึ้นมาประสานตากับชายหนุ่มเข้า ราวดั่งว่ากำลังต้องมนต์สะกดของกันและกัน

ว่าไงหึปริม ตกลงนะ เสียงทุ้มนุ่มจนหญิงสาวคล้อยตาม

แน่ใจนะที่พูด ไม่ใช่แค่หลอกกันเล่นหญิงสาวพอมีสติบ้าง ถามเขากลับไป

แน่ใจสิ ฉันไม่เคยแน่ใจอะไรเท่านี้มาก่อนปริมชายหนุ่มดึงร่างบางขึ้นมานั่งบนตัก ซึ่งหญิงสาวก็ไม่ได้ปฏิเสธ ตวัดแขนเรียวโอบรอบคอชายหนุ่ม

เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนหรือเปล่า ทำให้นายตัดสินใจแบบนี้หญิงสาวถามเขาเบาๆ ก้มหน้างุดลงด้วยความเขินอาย ถึงแม้เธอจะจำอะไรไม่ได้ แต่ก็ยังรู้สึกอายกับเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่ดี

เรื่องเมื่อคืน...อะไรเหรอปริมชายหนุ่มถามด้วยความงุนงง จนหญิงสาวสะบัดตัวออกจากอ้อมกอดอย่างแง่งอน แต่ชายหนุ่มกลับรั้งร่างบางไว้ไม่ยอมปล่อย

นี้นายลืมไปแล้วใช่มั้ย ที่นายทำกับฉันเมื่อคืน ปล่อยสิเธอพยายามแกะมือเขาออก และมีสีหน้าที่บึ้งตึงปรากฏบนใบหน้าหญิงสาวจนเห็นได้ชัดเจน

อ๋อเรื่องที่เป็นเมียฉันนะเหรอธนพลยิ้มล้อหญิงสาว ด้วยสายตาเจ้าชู้ จนเธอรู้สึกหมั่นไส้

ไม่ใช่สักหน่อยหญิงสาวเบือนหน้าไปทางอื่นอย่างเอียงอาย แก้มแดงระเรื่อเหมือนลูกเชอรี่ จนชายหนุ่มทนไม่ไหวกับความน่ารักของหญิงสาว ก้มหอมแก้มเนียนหนึ่งฟอดใหญ่

เอ๊ะ!...คนฉวยโอกาสปริมพิตาหันมาต่อว่าเขาอย่างเง้างอน อยู่ใกล้ชายหนุ่มทีไร ก็มีแต่เสียเปรียบอยู่ร่ำไป

ก็เธอน่ารักนี่ปริมชายหนุ่มยิ้มทั้งใบหน้าและสายตาให้คนตัวเล็กในอ้อมกอดเขาด้วยความสุขใจ

นายโจบ้า!” หญิงสาวทุบอกเขาด้วยความเขินอาย เมื่อสบตากรุ้มกริ่มชายหนุ่มรู้สึกใจเต้น แทบทะลักออกมา

หึ เขาชมก็หาว่าเขาบ้า ตกลงว่าอย่างไง เป็นแฟนกันนะชายหนุ่มประคองใบหน้าเนียนสวยนั้นขึ้นมาสบตา เพราะหญิงสาวคอยแต่หลบสายตาเขาตลอดเวลา

แต่นายมีแฟนแล้วไม่ใช่เหรอหญิงสาวมองเขาด้วยแววตาเศร้าๆ เธอเทียบกับสาวๆ ของเขาไม่ได้เลย พวกเธอทั้งสวย ทั้งหุ่นดีราวกับนางแบบ จนเธอแอบอิจฉาอยู่ลึกๆ

ฉันไม่เคยมีแฟนเธอก็รู้ ตั้งแต่ฉันเลิกกับอัม ฉันก็ไม่เคยคบใครเป็นตัวเป็นตนสักที เธอก็เห็นหญิงสาวมองหน้าชายหนุ่มอย่างครุ่นคิด สิ่งที่เขาพูดออกมาก็ถูกทุกอย่าง

ถ้านายคิดจะมาเป็นแฟนกับฉัน นายต้องเลิกยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงทุกคน นายทำได้หรือเปล่าปริมพิตาจ้องหน้าชายหนุ่มตาเขม็งอย่างตาไม่กะพริบ อยากรู้ว่าเขาจะตอบว่าอย่างไร ถ้าเขาบอกว่าไม่ ทุกอย่างก็คงจบ เธอคงทนไม่ได้ ที่จะเห็นเขาควงใครไปไหนต่อหน้าต่อตา แค่ทุกวันนี้เธอก็เจ็บมากพออยู่แล้ว

ได้สิแค่นี้สบายมากชายหนุ่มตอบออกมาด้วยความมั่นใจ ไม่มีความลังเลในสายตา

นายจะรับผิดชอบฉันเรื่องเมื่อคืนใช่มั้ยโจ

ไม่ใช่หรอก มีเหตุผลมากกว่านั้น แต่ฉันยังบอกเธอไม่ได้ตอนนี้ใบหน้าหวานขมวดคิ้วเป็นปมด้วยความสงสัย

ทำไมถึงบอกไม่ได้ นายขอฉันเป็นแฟนอยู่นะ ห้ามมีความลับด้วยหญิงสาวคาดคั้นชายหนุ่มให้เขาพูดออกมา

ขอให้ฉันมั่นใจให้มากกว่านี้อีกสักหน่อย ฉันจะบอกเธอเป็นคนแรกปริม ฉันสัญญาชายหนุ่มมีสีหน้าเคร่งเครียดราวกับว่ามีเรื่องคิดไม่ตก

ก็ได้ฉัน ไม่เซ้าซี้นายก็ได้หญิงสาวไม่อยากให้ชายหนุ่มที่เธอรักทำหน้าเศร้าแบบนี้ นั้นทำให้เธอคอยทุกข์ใจไปกับเขาด้วย

ขอบใจนะปริมธนพลจรดริมฝีอุ่น ลงหน้าผากเนียนได้รูปของหญิงสาวอย่างอ่อนโยน ปริมพิตากอดรอบคอชายหนุ่มไว้ แล้วเอาคางมนเกยไว้ที่ไหล่กว้างของเขา รู้สึกอุ่นใจทุกครั้งที่ใกล้ อยากกอดเขาไว้แบบนี้นานๆ

โจ

หืมว่าไงปริมมือหนาลูบไล้แผ่นหลังบางไปมา

เมื่อคืนทำไมฉันเอ่อ...หญิงสาวอายเกินกว่าจะพูดคำนั้นออกมา พอนึกถึงเรื่องนี้ทีไร ก็ทำให้ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

ฉันทำไมปริม ชายหนุ่มผลักหญิงสาวออกห่างกายเล็กน้อย มองหน้าแดงระเรื่อ ช่างน่ารักน่าจูบในสายตาชายหนุ่มเหลือเกิน

เอ่อ...คือว่าเมื่อคืน...โอ้ย!ฉันไม่พูดแล้วหญิงสาวสะบัดตัวแล้วจะลุกขึ้น เธอเปลี่ยนใจกะทันหัน ไม่กล้าถามเขาขึ้นมาดื้อๆ ถามไปก็ทำให้ตัวเองอายเปล่าๆ ธนพลส่ายหน้าให้กับคนขี้อาย เดินเข้าไปสวมกอดเธอจากด้านหลัง อดใจไม่ได้ที่จะก้มจุมพิตที่แก้มเนียนใส

เมื่อคืนทำไมหืม ปริม มีอะไรที่ยังข้องใจอยู่ เราก็เหมือนเป็นคนๆ เดียวกันแล้วนะ

เอ่อ...คือว่าเมื่อคืนทำไมฉันถึงไม่รู้สึกตัวเลยล่ะ เขาบอกว่า เวลามีอะไรกันครั้งแรกจะเจ็บไม่ใช่เหรอ หญิงสาวพูดเสียงอ้อมแอ้มอยู่ในลำคอ แต่ชายหนุ่มพอจับใจความได้ ทำให้รู้สึกผิดอยู่ไม่น้อยที่โกหกเธอไปแบบนั้น แต่เขาไม่อยากเสียเธอไปให้ใครจริงๆ

เอ่อ...คือว่าธนพลไม่รู้จะเริ่มต้นอธิบายเรื่องนี้อย่างไรดี ใจหนึ่งเขาก็ไม่อยากโกหก กลัวเรื่องจะบานปลายลุกลามไปกันใหญ่ แต่ถ้าเขาสารภาพผิดตอนนี้ มีหวังถูกคนตัวเล็กงอนไม่หายแน่ ยิ่งแสนงอนอยู่ด้วย และเขาพึ่งได้แอบไปสร้างหลักฐานเท็จมาสดๆร้อนๆ หลังจากหญิงสาววิ่งเข้าไปในห้องน้ำได้เพียงไม่นาน เสียงข้อความในโทรศัพท์มือถือของหญิงสาวก็ดังขึ้น เพราะความอยากรู้อยากเห็น จึงยอมเสียมารยาท กดเปิดดูทันทีอย่างไม่รีรอ พอเห็นว่าศัตรูหัวใจอย่างเควินส่งข้อความแสดงความห่วงใยมาให้หญิงสาว ธนพลถึงกับมีแววตาลุกโชนขึ้นมาทันที ด้วยความไม่ชอบใจเป็นอย่างมาก เหมือนว่ากำลังจะถูกแย่งของรักของหวงไป เขาคงต้องทำอะไรสักอย่าง เพื่อไม่ให้สูญเสียปริมพิตาให้แก่ศัตรูหัวใจอย่างเควินไป ถึงขนาดยอมลงทุนทำเรื่องน่าอาย โดยการเอาคัตเตอร์ที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของหญิงสาว มากรีดนิ้วตัวเอง เพื่อสร้างรอยเลือดบนเตียงนอนของหญิงสาว เพื่อให้สมจริงกับเรื่องที่เขาโกหกมากขึ้น เพราะเขารู้จักนิสัยของปริมพิตาดี ว่าจะไม่ยอมปักใจเชื่ออะไรง่ายๆ โดยไม่มีหลักฐานมายืนยัน ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่น เขาคงไม่ต้องลงทุนทำอะไรมากมายขนาดนี้ แต่เพราะเธอเป็นคนพิเศษสำหรับเขา ความรู้สึกแบบนี้ไม่เคยเกิดกับเขามาก่อน หลังจากถูกแฟนสาวหักอกไปอย่างเลือดเย็น จนเขาคิดว่าชาตินี้คงไม่สามารถที่จะรักผู้หญิงคนไหนได้อีกแล้วในชีวิต นอกจากมารดาผู้ให้กำเนิด แต่ปริมพิตาเป็นคนที่ทำให้ความคิดเขาเปลี่ยนไป อย่างไรซะเธอต้องรับผิดชอบ

ว่าไงโจ ทำไมนายถึงเงียบไปหญิงสาวพลิกตัวแหงนหน้าขึ้นมาถามเขาด้วยความสงสัย ชายหนุ่มสูดลมหายใจเขาลึกๆ เรียกกำลังใจให้กับตัวเอง

เธอคงเบลอๆ เพราะฤทธิ์ยาที่ไอ้หมอจัดให้ทานนั่นแหละ ทำให้ไม่รู้สึกตัวชายหนุ่มลอบถอนหายใจเบาๆ เพื่อไม่ให้หญิงสาวจับสังเกตได้

ทำไมนายถึงต้องทำกับฉันแบบนั้นด้วย เราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอโจ หญิงสาวหลุบตาต่ำลง มองไปที่แผ่นอกแกร่งของชายหนุ่มแทน เพื่อปิดซ่อนความเขินอาย กระด้างปากที่จะพูดเรื่องนี้ขึ้นมา แต่ก็สงสัยในเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่ไม่น้อย

เพื่อนมีอะไรด้วยกันก็ถมเถไป อย่างยัยจิ๊บกับไอ้แจ๊คไง เธอยังจำได้หรือเปล่า ตอนที่กลุ่มเรา นัดกันไปฉลอง กันตอนเรียนจบที่พัทยาไงหญิงสาวพยักหน้า เพราะเธอยังจำเรื่องนั้นได้ดี แบบนี้คงไม่มีความหมายกับเขาสินะ หญิงสาวดันตัวออกจากอ้อมกอดชายหนุ่ม รู้สึกน้อยใจขึ้นมาทันที ในเมื่อเรื่องที่เกิดขึ้นไม่มีค่า มีความหมายสำหรับเขา เธอก็ไม่จำเป็นต้องฝืนใจเขา ให้คบหากับเธอต่อไป

นายกลับไปเถอะโจ ต่อไป...ไม่ต้องมาที่นี่อีกพอพูดจบหญิงสาวรีบวิ่งขึ้นห้องไปทันที ชายหนุ่มถึงกับยืนอึ้งไปชั่วขณะ พอตั้งสติได้ จึงรีบวิ่งตามไปดักหน้าหญิงสาวไว้ก่อน

ปริม มาคุยกันให้รู้เรื่องก่อนสิ เป็นอะไรไปอีกล่ะ ฉันตามอารมณ์เธอไม่ทันแล้วรู้มั้ยหญิงสาวพยายามแกะมือชายหนุ่มออกจากแขนเรียวเล็ก เพราะตอนนี้เธอยังไม่พร้อมจะคุยอะไรกับเขาทั้งนั้น ยิ่งเห็นหน้าก็ยิ่งเจ็บปวด

แค่นี้ยังไม่ชัดเจนพออีกหรือไงธนพล ไปสิ!กลับไปซะ และไม่ต้องมาเหยียบที่นี่อีกปริมพิตาเบือนหน้าหนี ขอบตาเริ่มร้อนผ่าว แทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

ไม่ ฉันไม่กลับชายหนุ่มกระชากหญิงสาวกอดไว้แน่น จนเธอแทบกระดุกกระดิกตัวไปไหนไม่ได้เลย ได้แต่ร้องอู้อี้ที่ซอกคอแกร่ง

ปริม เราพูดกันเข้าใจแล้วไม่ใช่เหรอหึ บอกฉันสิว่าเกิดอะไรขึ้นชายหนุ่มยังกอดรัดหญิงสาวไม่ยอมปล่อย

ปล่อยสิ! ฉันเกลียดนาย ได้ยินมั้ยว่าฉัน... คำว่าเกลียดถูกปากอุ่นดูดกลืนเข้าไปในลำคอ เขารู้สึกแปลบแทบทนไม่ได้ บดขยี้ริมฝีปากบางอย่างเร่าร้อนแทบหายใจไม่ทัน ชาวาบไปทั้งร่าง ก่อนผลักร่างบางออกอย่างเสียดาย

อย่าพูดคำนี้ออกมาอีก ถ้าไม่อยากถูกจูบชายหนุ่มกดเสียงต่ำ พยายามควบคุมอารมณ์ไม่ให้แตกกระเจิงไปมากกว่านี้ ไม่รู้ว่าทำไมคนตัวเล็ก ถึงได้มีอิทธิพลกับเขามากมายถึงเพียงนี้ ทุกครั้งที่อยู่ใกล้ๆ ก็ทำให้เขาเกือบควบคุมอารมณ์ใฝ่ต่ำของตัวเองไม่อยู่แทบทุกครั้ง

...ร่างบางหลุบตาต่ำลง ก้มมองแผ่นอกแทน ปิดซ่อนความอาย ใบหน้าแดงระเรื่อเป็นลูกเชอร์รี่ รู้สึกใจเต้นแรงตลอดเวลา

ได้ยินที่พูดหรือเปล่าปริมชายหนุ่มเชยคางมนให้เงยหน้าขึ้นมาสบสายตา ก่อนจะจุมพิตลงตรงหน้าผากเนียนได้รูปของหญิงสาวอย่างอ่อนโยน

ว่าไงหืมใบหน้าหล่อขยับเข้าแนบชิดใบหน้าเนียนใส ปลายจมูกคมถูไถไปตามร่องแก้มอย่างอ่อนโยน ใบหน้าหญิงสาวถึงกับร้อนผ่าวด้วยความเคอะเขิน

โจเสียงหวานขานเรียกชายหนุ่มราวกระซิบ ปากอุ่นแนบชิดริมฝีบางอย่างอดใจไม่ไหว

อย่าเสียงร้องห้ามเปลี่ยนเป็นเสียงครวญครางเข้ามาแทนที่ ปลายลิ้นอุ่นเข้าไปสำรวจโพรงปากนุ่มของหญิงสาวอย่างรัญจวนใจ ลิ้นร้อนตวัดไปทุกซอกทุกมุมภายในโพรงปากของหญิงสาว เก็บเกี่ยวความหอมหวานอย่างไม่รู้จักเบื่อ แขนเรียวเล็กตวัดรอบคอแกร่ง แหงนหน้าขึ้นรับจุมพิตอย่างเต็มใจ ตวัดลิ้นนุ่มส่งไปทักทาย อย่างกล้าๆ กลัวๆ ชายหนุ่มถึงครางเสียงออกมาด้วยความพึ่งพอใจ เสียงโทรศัพท์บ้านดังขึ้น เรียกสติให้หญิงสาวกลับคืนมาอีกครั้ง รีบหันหลังให้ชายหนุ่มด้วยความเขินอาย พอตั้งสติได้ จึงรีบเดินลงไปรับโทรศัพท์ที่เคาน์เตอร์ทันที

ปริมพิตาพูดค่ะเสียงหวานกรอกเสียงตามสายลงไป ธนพลเดินมาซ้อนด้านหลังของหญิงสาว และคอยตะแคงหูฟัง ว่าใครโทรมาหาเธอตั้งแต่เช้ากัน

คุณปริมเป็นยังไงบ้างครับ ผมเป็นห่วงแทบแย่ โทรเข้ามือถือคุณก็ไม่ยอมรับสาย

ปริมขอโทษค่ะคุณเคนพอรู้ว่าใครโทรมาหาเธอ ธนาพลไม่รอช้ากระชากโทรศัพท์จากมือหญิงสาวด้วยความหึงหวง และกระแทกหูโทรศัพท์วางลงตรงแป้นดังโครม ด้วยความโมโห แค่นั้นยังไม่พอเดินตรงไปดึงสายโทรศัพท์บ้านออกทันที ป้องกันมารหัวใจ โทรเข้ามาหาหญิงสาวอีก

นี้มันจะมากไปแล้วนะ นายทำแบบนี้เสียมารยาทมากรู้มั้ย ฉันยังคุยกับคุณเคนไม่รู้เรื่องเลยหญิงสาวหันไปตวาดเสียงแว้ดๆใส่ชายหนุ่มด้วยความไม่พอใจสุดๆ

ฉันขอสั่งห้ามเธอติดต่อกับเจ้าหมอนั่นอีก นี่เป็นคำสั่งชายหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียด พยายามสะกดอารมณ์ความหึงหวงของตัวเองไว้ ไม่ให้แสดงออกมามากเกินไป

นายมันบ้าไปแล้วโจ

ใช่ฉันมันบ้า ฉันมันบ้า ก็เพราะเธอไงปริมพิตาชายหนุ่มรวบตัวหญิงสาวมากอดไว้แน่น จนเธอดิ้นขัดขืน แต่อย่างไรก็ไม่สำเร็จ เขายิ่งกอดกระชับแน่นขึ้น

ปล่อยฉันสิ ฉันอึดอัดนะโจหญิงสาวดิ้นขลุกขลักในอ้อมกอดของชายหนุ่ม แหงนมองหน้าเขาอย่างขัดใจ

ปริมเธอรู้มั้ย ว่าฉันชอบเธอมากนะ ฉันไม่อยากสูญเสียเธอไปให้ใครทั้งนั้น เข้าใจมั้ยปริมปริมพิตาถึงกับเบิกตาโพลงด้วยความตกใจสุดขีด ในคำสารภาพของธนพล เธอไม่คาดคิด คาดฝันมาก่อน ว่าจะได้ยินคำนี้จากปากของชายหนุ่มที่เธอแอบรัก ถึงไม่ใช่คำสารภาพรัก แค่ชอบเธอก็ดีใจ จนระงับอาการไม่อยู่แล้ว อยากร้องกรี๊ดออกมาดังๆ ให้ลั่นบ้าน แต่ก็ไม่กล้าพอ

โจนายพูดอะไรออกมารู้ตัวหรือเปล่าเธอถามราวกับเสียงละเมอ ธนพลผลักหญิงสาวออกจากอ้อมกอดเล็กน้อย มองหน้าคนตัวเล็กให้เต็มตา ยิ้มให้หญิงสาวอย่างอ่อนโยน

ฉันรู้ตัวดีทุกอย่างปริม ฉันบอกไม่ได้ว่าเริ่มต้นชอบเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ยิ่งนานวัน ยิ่งเพิ่มทวีคูณขึ้นทุกวัน อย่างไม่มีวันสิ้นสุดทั้งสองหนุ่มสาวจึงตกในภวังค์ห้วงแห่งความรัก ปากอุ่นจรดลงที่แก้มเนียนใสแดงระเรื่อด้วยความเอ็นดู

นายพูดเรื่องจริงใช่มั้ยโจมือเล็กลูบไล้แก้มสากๆ ของชายหนุ่มไปมา อย่างอ่อนโยน

ต้องพิสูจน์ยังไงเธอถึงจะเชื่อหืม ปริม หรือว่าต้องแบบนี้ชายหนุ่มพูดจบเริ่มปฏิบัติการ การพิสูจน์คำพูดของตัวเองทันที จนหญิงสาวไม่ทันได้ตั้งตัว ดวงตาหวานซึ้งเบิกตากว้าง เมื่อปากอุ่นเข้าประกบริมฝีบางของเธออีกครั้ง ปลายลิ้นอุ่นเข้าไปสำรวจโพรงปากนุ่ม ซึ่งเขารู้ดีว่าหวานเพียงใด ปลายลิ้นอุ่นตวัดหยอกเย้าปลายลิ้นนุ่ม ก่อนจะตวัดเกี่ยวลิ้นเล็ก ดูดเล็มความหอมหวานของโพรงปากนุ่มอย่างไม่รู้จักพอ สร้างความหวาบหวามให้แก่หญิงสาวเป็นอย่างมาก ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อน จนทำให้หญิงสาวถึงกับเคลิบเคลิ้มตาม ยกแขนเรียวโอบกอดรอบคอชายหนุ่ม แหงนหน้าขึ้นรับจูบของเขาอย่างเต็มใจ เผลอจูบตอบกลับไปอย่างไร้เดียงสา เสียงกดกริ่งดังขึ้นที่ประตูหน้าบ้าน ทำให้ทั้งสองหนุ่มสาวผละออกจากกันโดยอัตโนมัติ

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha