ไฟรักพิศวาสร้อน(จบแล้ว)

โดย: ปลายทางฝัน



ตอนที่ 13 : ตอนที่7...ความสุขล้นใจ&ลางร้ายที่กำลังมาเยือน(1)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


7

ความสุขล้นใจ&ลางร้ายที่กำลังมาเยือน

 

          ก่อนจะเดินลงไปเปิดประตูหน้าบ้าน ปริมพิตามิวายหันมากำชับธนพลอีกครั้ง ว่าห้ามเดินลงไปด้านล่าง จนกว่าเธอจะคุยกับแขกที่หน้าบ้านเสร็จเรียบร้อยก่อน เพราะเธอยังไม่พร้อมจะตอบคำถามใครๆ ว่าทำไมชายหนุ่มถึงได้มาอยู่ที่บ้านเธอในเวลานี้

ปริมเป็นอะไรหรือเปล่า ฉันโทรมาก็ไม่ยอมรับสาย เมื่อเช้าพี่เคนโทรมา บอกว่าอยู่ดีๆ เธอก็ตัดสายทิ้งไปเพียงตะวันถามเพื่อนรักทันทีที่เดินเข้ามาภายในบริเวณบ้าน โดยมีคู่หมั้นหนุ่มโอบรอบเอวไม่ยอมห่าง จนหญิงสาวต้องสะบัดค้อนให้บ่อยๆ

ฉันไม่สบายนิดหน่อยน่ะตะวัน ตอนนั้นฉันคงหลับอยู่ เลยไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ปริมพิตาแก้ตัวเสียงอ้อมแอ้ม ใบหน้าแดงระเรื่อกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ

สงสัยจะไม่สบายจริงๆ ดูสิหน้าแดงมากเลยปริม เดี๋ยวฉันกับพี่คินจะพาไปหาหมอนะเพียงตะวันจูงมือเพื่อนรัก ให้เดินตามไปที่รถ ที่เธอจอดไว้ที่หน้าบ้าน แต่ปริมพิตาขืนตัวไว้

เอ่อ...ฉันไปหาหมอมาแล้วจ้ะตะวัน

เหรอ งั้นเข้าบ้านไปพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวฉันพาไปนะเพียงตะวันเข้าไปประคองเพื่อนรักที่ยืนหน้าซีดด้วยความเป็นห่วง

ไม่ต้องหรอกตะวัน เธอกลับไปทำงานเถอะปริมพิตารีบปฏิเสธเป็นพัลวัน กลัวเพียงตะวันจะเข้าไปเจอธนพลภายในบ้าน มีหวังเธอถูกซักไซ้ไล่เรียงเป็นการใหญ่เป็นแน่

ฉันจะปล่อยให้เธออยู่คนเดียวได้ยังไง ยิ่งเธออยู่คนเดียวแบบนี้ด้วยเพียงตะวันมองเพื่อนรักด้วยความสงสัย เหมือนกำลังมีเรื่องอะไรปิดบังเธออยู่ คอยหลบสายตาเธอตลอดเวลาที่พูดคุยกัน

ไม่ต้องหรอกนางฟ้า เดี๋ยวฉันดูแลปริมเขาเองต้นเสียงของชายหนุ่ม ทำให้ปริมพิตาแทบล้มทั้งยืน อนาคินรีบถลาเข้าไปรับไว้ทันที ธนพลก็ตกใจไม่แพ้กัน รีบวิ่งเข้าไปประคองแฟนหมาดๆ ออกมาจากอ้อมแขนของอนาคินด้วยความหวงแหน

โจนายมาทำไมบ้านยัยปริมตั้งแต่เช้า หรือว่านายมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อคืน ดูแต่งตัวสิเพียงตะวันมองเพื่อนรักทั้งสองคนด้วยความงุนงง หรือว่าเธอตกข่าวอะไรไป

โจอย่าปริมพิตาส่ายหน้า และรีบร้องห้ามชายหนุ่ม กลัวเขาจะพูดอะไรออกมาให้เธอต้องอับอายขายหน้า เพียงตะวันและคู่หมั้น มองชายหนุ่มอย่างวิงวอน

ใช่ฉันมาตั้งแต่เมื่อคืน ฉันเจอปริมเป็นลมที่ลานจอดรถของห้าง เลยพาเขาไปหาหมอ และนอนเฝ้าเขาทั้งคืน กลัวเขาจะเป็นอะไรตอนกลางคืนธนพลก้มมองคนในอ้อมกอดด้วยแววตาที่ห่วงใย

ทำไมไม่โทรบอกกันสักคำโจ เห็นฉันเป็นคนนอกหรือไงเพียงตะวันอดตำหนิเพื่อนรักไม่ได้ รู้สึกน้อยใจในการกระทำของเพื่อนรักอยู่ไม่น้อย

เปล่านะนางฟ้า ฉันเห็นเธอกำลังยุ่งๆชายหนุ่มรีบอธิบายทันที กลัวเพื่อนรักจะคิดมาก

เอ่อ...ปริมเป็นคนขอร้องโจ ไม่ให้บอกตะวันเองแหละ ไม่อยากให้เธอต้องเป็นห่วงน่ะ งานที่บริษัทก็ยุ่งพอดูอยู่แล้ว ฉันก็ไม่ได้เป็นอะไรมากด้วย อย่าโกรธโจเลยนะตะวันเพียงตะวันรู้สึกแปลกใจในท่าทีที่เปลี่ยนไปของปริมพิตา ที่พูดเหมือนกำลังจะแก้ตัวให้ธนพลอยู่เป็นนัยๆ มองหน้าทั้งสองคนสลับกันไปมา

ฉันก็ไม่ได้โกรธอะไรหรอก แค่น้อยใจเธอทั้งสองคนเท่านั้นแหละ

ตะวันรีบกลับกันเถอะ พอดีพี่นึกได้ว่านัดลูกค้าไว้ตอนเที่ยงอนาคินสะกิดต้นแขนคู่หมั้นสาวเบาๆ ชายหนุ่มเห็นสีหน้าลำบากใจของปริมพิตากับธนพล เหมือนมีเรื่องที่ไม่อยากเปิดเผยให้เพียงตะวันได้รับรู้ จึงอยากช่วยคลี่คลายสถานการณ์

ตายจริง! ตะวันทำให้พี่คินเสียเวลาเลย โจฝากดูแลปริมด้วยนะเพียงตะวันหันไปฝากฝังปริมพิตาให้ธนพลดูแล ก่อนจะเดินตามคู่หมั้นหนุ่มไปที่รถ

พี่คินส่งตะวันที่ป้ายรถเมล์ก็ได้ เดี๋ยวตะวันต่อรถไปที่บริษัทเองหญิงสาวเสนอความคิดเห็นด้วยความหวังดี แต่อนาคินกลับไม่สนใจที่จะรับฟัง ชายหนุ่มเบนรถออกนอกเส้นทาง จนหญิงสาวรู้สึกผิดสังเกต

พี่คินจะไปไหนคะ นี้ไม่ใช่เส้นทางเข้าเมืองนี่คะชายหนุ่มขบขันกับท่าทางที่ตื่นตระหนก ของน้องน้อยของเขา

พี่คิน!” เสียงตวาดแว้ดด้วยความไม่พอใจ ที่ไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน ชายหนุ่มเพียงแต่ยิ้มกริ่มให้เธอเท่านั้น

ถ้าพี่คินไม่ตอบ ตะวันจะโทรไปหาคุณแม่ธิดาเดี๋ยวนี้ หญิงสาวเอาชื่อมารดาอันเป็นที่รักของเขามาอ้างหวังให้ชายหนุ่มยอมบอก

ไม่ต้องเอาชื่อแม่พี่มาขู่ พี่ไม่กลัวหรอก เดี๋ยวถึงที่หมายตะวันก็รู้เองแหละ ใจเย็นๆ สิครับสาวน้อยหญิงสาวรู้สึกขัดใจ สะบัดหน้าหนีมองออกไปนอกรถ อนาคินเอื้อมมือไปขยี้ผมหญิงสาวด้วยความเอ็นดู

พี่คินขา จะไม่บอกให้ตะวันได้รู้สักนิดเหรอค่ะหญิงสาวหันมากอดลำแขนแกร่งของชายหนุ่ม อย่างออดอ้อน เหมือนทุกครั้งเวลาต้องการอะไร

คราวนี้ไม่สำเร็จหรอกตะวันหญิงสาวถึงกับทำหน้าเง้างอใส่คู่หมั้นหนุ่มอย่างไม่ชอบใจ

ตะวันไม่เห็นอยากรู้ ชิหญิงสาวผละจากแขนชายหนุ่ม มองไปตามเส้นทาง อยากรู้เหมือนกันว่าเขาจะพาเธอไปที่ไหนกันแน่ เจ็บใจที่หลงกลเขาอีกจนได้ หลอกเธอว่ามีนัดกับลูกค้า คนเจ้าเล่ห์ หญิงสาวแอบต่อว่าชายหนุ่มอยู่ในใจ เพียงตะวันเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนได้ยินเสียงคลื่นกระทบฝั่ง มองหาคนขับรถกิตติมศักดิ์ของเธอแล้วก็ไม่เจอ ไม่รู้เขาหายตัวไปไหน หญิงสาวเดินลงจากรถ ยืนมองดวงตะวันที่กำลังจะลาลับขอบฟ้า ยืนมองด้วยความสดชื่น โดยไม่รู้ว่าคนเจ้าเล่ห์มายืนมองแผ่นหลังบางด้วยความเสน่หา สวมกอดร่างบางจากด้านหลังทันที จรดริมฝีปากอุ่นลงบนแก้มเนียน วนกลับมาจุมพิตที่ซอกคอขาวอย่างหลงใหล ยิ่งนานวัน ยิ่งอยากครอบครองทั้งตัว และหัวใจของหญิงสาว จนแทบทนไม่ไหว

อย่าค่ะ...พี่คินหญิงสาวร้องห้ามเสียงสั่น กลัวใจจะเผลอไผลไปกับสัมผัสที่อ่อนโยน ที่ชายหนุ่มมอบให้

ทำไมหืมตะวัน เราเป็นคู่หมั้นกันแล้วนะมือปลาหมึกสอดเข้าไปใต้เสื้อตัวบางของหญิงสาว จนเจ้าของเสื้อจับไว้แทบไม่ทัน

พี่คิน อย่าค่ะ อย่าทำเหมือนตะวันเป็นผู้หญิงไร้ค่าแบบนั้นหญิงสาวหันมาเผชิญหน้ากับคู่หมั้นหนุ่ม มองเขาด้วยสายตาตัดพ้อ

ตะวันพี่ขอโทษ พี่ห้ามใจตัวเองไม่อยู่ เมื่ออยู่ใกล้ๆ กับตะวัน ยกโทษให้พี่นะคนดีเขาก้มจุมพิตริมฝีปากบางๆ ลูบไล้แก้มเนียนอย่างอ่อนโยน มองหญิงสาวด้วยสายตาเว้าวอน

ตะวันไม่เคยโกรธพี่คินได้เลย ตะวันเพียงแต่ไม่อยากเป็นผู้หญิงใจง่ายในสายตาพี่คินค่ะอนาคินดึงเพียงตะวันมากอดไว้แนบอก ด้วยความรักสุดหัวใจ มอบให้ผู้หญิงชื่อเพียงตะวันคนเดียวเท่านั้น ก้มจุมพิตเรือนผมสลวยเบาๆ แอบสูดกลิ่นผมหอมกรุ่นของหญิงสาวเข้าเต็มปอดอย่างชื่นใจ

ตะวันเป็นผู้หญิงที่มีค่าที่สุด ในสายตาพี่คินคนนี้เสมอ อย่ามองตัวเองด้อยค่า อย่างนั้นสิครับคนดี ตะวันอยากดูตะวันตกดินริมทะเลไม่ใช่เหรอครับเพียงตะวันแหงนหน้าขึ้นมองปลายคางเขียวครื้มของชายหนุ่ม ก่อนจะเขย่งปลายเท้า ยื่นหน้าไปจุมพิตเบาๆ เป็นการขอบคุณ

ขอบคุณนะคะพี่คินหญิงสาวหันไปมองดวงตะวันที่กำลังลาลับขอบฟ้า ด้วยความชื่นชม อุ่นใจทุกครั้งที่อยู่ในอ้อมกอดของอนาคิน เธออยากเก็บเกี่ยวช่วงเวลาดีๆ ให้ยาวนานที่สุด

พี่ว่าไปหาอะไรทานกันเถอะ ตะวันคงหิวแย่แล้ว ตะวันยังไม่ได้ทานอะไรมาตั้งแต่เที่ยงนี้ครับชายหนุ่มเอาใจใส่ทุกอย่างในตัวหญิงสาว คอยห่วงหาอาทรเธอตลอดมา นั้นยิ่งทำให้เธอรักเขามากขึ้นกว่าเดิม มองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยแววตาซาบซึ้งใจ

อนาคินได้แอบจองร้านอาหารไว้ โดยที่หญิงสาวไม่รู้เรื่องแต่อย่างใด หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ พนักงานเสิร์ฟเดินถือช่อดอกไม้มายื่นให้ชายหนุ่มถึงโต๊ะ หญิงสาวมองด้วยความแปลกใจ และสร้างความประทับใจ ให้แก่หญิงสาวเป็นอย่างมาก

ของตะวันครับหญิงสาวรู้สึกปลาบปลื้มใจจนน้ำตาคลอ ลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินเข้าไปหอมแก้มชายหนุ่มหนึ่งฟอดใหญ่ เป็นการขอบคุณกับความน่ารักของชายหนุ่มที่ทำให้เธอได้ถึงขนาดนี้

ขอบคุณค่ะพี่คิน

สองหนุ่มสาวเดินโอบกอดกัน เดินเล่นริมหาดยามค่ำคืน เป็นวันแรมขึ้นสิบห้าค่ำซึ่งเป็นวันที่พระจันทร์เต็มดวง สว่างไปทั่วท้องฟ้ายามค่ำคืน

พี่เต็มใจทำเพื่อตะวัน ถ้าตะวันมีความสุขพี่ก็ดีใจ เราไม่ค่อยมีเวลาให้กันแบบนี้เลยชายหนุ่มหยุดเดิน เชยปลายคางมนขึ้นมารับจุมพิตที่แสนหวานปนความเร่าร้อนที่เขามอบให้ ไม่รู้นานเท่าไหร่ ที่ทั้งสองหนุ่มสาวยังจูบกันอย่างดูดดื่มและเนิ่นนาน จนเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นมาขัดจังหวะ ทำให้ทั้งสองคนผละออกจากกันอย่างเสียดาย ชายหนุ่มมิวายก้มลงจูบเรียวปากบางอีกครั้งก่อนจะล้วงโทรศัพท์มือถือมากดรับสายเสียไม่ได้ ทั้งที่อยากจะจูบหญิงสาวให้ชุ่มช่ำใจ ให้นานเท่าที่จะทำได้ โอกาสแบบนี้ ไม่ได้เข้ามาหาเขาบ่อยนัก

ครับแม่ ผมอยู่กับน้องครับหลังจากวางสายจากมารดา ชายหนุ่มหันกลับไปมองน้องน้อยของเขา ที่ยืนห่อไหล่ด้วยความหนาวเหน็บยามค่ำคืน จึงเดินเข้าไปสวมกอดหญิงสาวจากด้านหลัง ไว้ในอ้อมกอด จรดริมฝีปากอุ่นลงที่แก้มเนียนอย่างสุขใจ

ไปหาที่พักเถอะตะวัน ดึกแล้ว ตะวันคงง่วงแย่แล้วชายหนุ่มมองคนตัวเล็กในอ้อมกอดด้วยความเป็นห่วง

ตะวันยังไม่โทรไปบอกที่บ้านเลย เดี๋ยวคุณพ่อคุณแม่จะเป็นห่วงค่ะหญิงสาวมีแววตาที่กังวลใจอยู่ไม่น้อย

ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นหรอกครับ พี่ขออนุญาตท่านทั้งสองเรียบร้อยแล้วครับ ไปเถอะครับทั้งสองคนเข้าไปพักโรงแรมระดับห้าดาวของพัทยา ได้ห้องพักเป็นห้องสวีท เหลือห้องเดียวเท่านั้น ทำให้เพียงตะวันจำใจต้องเข้าพักร่วมกับคู่หมั้นหนุ่ม โดยที่หญิงสาวไม่รู้หรอกว่าอนาคินได้แอบจองห้องไว้ล่วงหน้า โดยที่หญิงสาวไม่ระแคะระคายอะไร

ตะวันเข้าไปอาบน้ำก่อนเถอะ ดึกแล้ว จะได้พักผ่อนหญิงสาวหยิบเสื้อคลุมที่โรงแรมจัดเตรียมไว้ให้ เดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อชำระร่างกายอย่างอ้อยอิ่ง อยู่ในห้องน้ำนานสองนาน รู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก ไม่กล้าออกจากห้องน้ำ จนชายหนุ่มต้องเดินเข้ามาเคาะประตู ทำให้เธอถึงกับสะดุ้งเฮือก ค่อยๆ แง้มประตูห้องน้ำออกมา ก้าวเท้าออกมาด้วยชุดคลุมสีขาวอย่างไม่ค่อยมั่นใจ เพราะภายใต้เสื้อคลุม เธอไม่ได้สวมใส่ชิ้นน้อยที่ห่อหุ้มของหวงเธอไว้ จึงทำให้เธอขาดความมั่นใจไปอย่างสิ้นเชิง รู้สึกเบาหวิวอย่างบอกไม่ถูก เริ่มตีหน้าไม่ถูก เมื่อสายตาคมกำลังจ้องมาที่เธอกำลังยืนอยู่

เอ่อ...พี่คินหญิงสาวหน้าแดงระเรื่อ ไม่กล้าเอ่ยถามชายหนุ่มขึ้นมาดื้อๆ เกิดอาการประหม่าขึ้นมาทันที ยิ่งเห็นชายหนุ่มก็อยู่ในชุดคลุมสีขาวเหมือนเธอด้วย ทำให้ไม่กล้าเอ่ยถามอะไรขึ้นมา

ว่าไงครับชายหนุ่มลุกจากที่นอน เดินเข้าไปหาคนตัวเล็ก ที่ยืนนิ่งอยู่ที่กลางห้อง

เปล่าๆ ค่ะ พี่คินไปอาบน้ำเถอะค่ะหลังจากชายหนุ่มเข้าไปในห้องน้ำได้ไม่นาน หญิงสาวเริ่มมองหาที่นอนสำหรับคืนนี้ ไม่กล้าพอที่จะนอนร่วมเตียงเดียวกับชายหนุ่ม เห็นโซฟาตัวใหญ่ที่ติดอยู่มุมห้อง จึงจุดประกายความคิดทันที รีบเดินไปหยิบหมอนใบหนึ่งที่เตียงนอน และล้มตัวลงนอนที่โซฟาก่อนที่ชายหนุ่มจะออกมาจากห้องน้ำเสียก่อน มองประตูห้องน้ำ อย่างระแวดระวัง เผลอหลับลงไปด้วยความอ่อนเพลีย


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha