ไฟรักพิศวาสร้อน(จบแล้ว)

โดย: ปลายทางฝัน



ตอนที่ 14 : ตอนที่7...ความสุขล้นใจ&ลางร้ายที่กำลังมาเยือน(2)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


อนาคินเดินออกจากห้องน้ำมา มีเพียงผ้าขนหนูสีขาวพันกายผืนเดียวเท่านั้น สายตาคมมองไปที่เตียงนอนคิงไซส์ขนาดใหญ่ มีเพียงแต่ความว่างเปล่า ปราศจากร่างเล็กที่เขาคิดว่าเธอน่าจะนอนพักผ่อนเป็นที่เรียบแล้ว สายตาคมไปสะดุดกับร่างเล็กที่โซฟาตัวใหญ่มุมห้อง กำลังนอนหลับตาพริ้มอย่างมีความสุข แถมระบายยิ้มที่มุมปาก

สงสัยกำลังฝันดีอนาคินช้อนร่างบางขึ้นมาไว้ในวงแขนแกร่ง พาไปที่เตียงนอน วางลงอย่างทะนุถนอม ก้มลงจุมพิตที่หน้าผากเนียนได้รูปอย่างอ่อนโยน ดึงผ้าห่มผืนหนามาคลุมร่างบาง ก่อนจะไปจัดการกับตัวเอง ล้มตัวลงนอนข้างๆหญิงสาว ในสภาพเปล่าเปลือย ด้วยความเคยชิน จนลืมคิดไปว่า ไม่ได้นอนที่ห้องเพียงลำพัง ดึงร่างเล็กมาหนุนแขนแกร่ง รั้งร่างบางเข้ามาโอบกอดไว้แนบกาย ไล้ไปตามแก้มเนียนใสอย่างอ่อนโยน ลากผ่านริมฝีบางสีชมพูแดงระเรื่อ ซึ่งเขารู้ดีว่าหอมหวานแค่ไหน ถึงกับอดใจไม่ไหว ก้มจุมพิตริมฝีปากบางที่กำลังเผยอขึ้นเล็กน้อย ราวกับว่ากำลังเชิญชวนเขา ให้เข้าไปลิ้มลอง ชายหนุ่มค่อยๆ เล็มริมฝีปากบางที่หวานปานน้ำผึ้งอย่างช้าๆ เพียงตะวันรู้สึกเหมือนกำลังล่องลอยในห้วงความฝัน ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา เบิกตาโพลง ตกใจชาวาบไปทั้งร่าง ดิ้นรนหลบหลีกริมฝีปากอุ่น มองชายหนุ่มด้วยแววตาตื่นตระหนก

พี่คินหญิงสาวครางเสียงเรียกคู่หมั้นเสียงสั่น

ตะวันจ๋า...พี่ขอชายหนุ่มมองหญิงสาวอย่างเว้าวอน หวังให้เธอเห็นใจ ส่วนด้านมืดในกายเริ่มตื่นตัว แนบชิดร่างบางยิ่งขึ้น ทำให้หญิงสาวถึงกับขนลุกเกรียว เขานิ่วหน้าด้วยความทรมาน แทบอยากจะกระชากเสื้อคลุมที่ปิดเรือนร่างบางออกให้รู้แล้วรู้รอดไป แต่กลัวกวางน้อยของเขาจะหวาดกลัวยิ่งกว่าที่เป็น

อย่าค่ะพี่คินขา...มัน...ไม่ถูกต้องหญิงสาวปฏิเสธเสียงตะกุกตะกัก ค่อยๆ ขยับห่างจากร่างใหญ่ทีละนิด แต่ชายหนุ่มกับขยับกายขึ้นคล่อมร่างบาง แทบขยับตัวไปไหนไม่ได้ มือเล็กดันแผ่นอกแกร่งไว้ หญิงสาวมองไปรอบๆ ห้อง หวังจะหาตัวช่วย รอดพ้นจากสถานการณ์ที่ตรึงเครียดในขณะนี้

เราหมั้นกันแล้วนะครับคนดี อีกไม่นานก็จะแต่งงานกัน จะเป็นอะไรไป ถ้าเราจะรักกันชายหนุ่มพยายามหว่านล้อมให้หญิงสาวยอมมอบกายให้เขา ถ้าไม่ได้ครอบครองเธอคืนนี้ เขาคงนอนไม่ได้เป็นแน่

แต่งงานหรือคะเพียงตะวันแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ว่าชายหนุ่มจะพูดถึงเรื่องแต่งงานขึ้นมา ทั้งที่เขากับเธอมีเหตุจำเป็นที่ต้องหมั้นหมายกันเท่านั้น เธอไม่ทราบถึงเหตุผลที่ชายหนุ่มยอมหมั้นกับเธออย่างง่ายดาย ด้วยสาเหตุอันใดกันแน่

ใช่ครับ นะครับคนดีเพียงตะวันแหงนหน้าขึ้นมาสบตาอันร้อนแรงของคู่หมั้นหนุ่ม เธอไม่ได้ไร้เดียงสาขนาดถึงกับอ่านสายตาเขาไม่ออก ว่ากำลังต้องการอะไร

ตะวันไม่อยากให้คุณพ่อคุณแม่ต้องผิดหวังในตัวตะวันค่ะพี่คินอนาคินจรดริมฝีปากอุ่นบนเรือนผมที่หอมกรุ่นของหญิงสาวอย่างอ่อนโยน

 ตะวันชายหนุ่มกัดฟันพูด พร้อมสะกดอารมณ์ตัวเองที่กำลังค้างกลางอากาศ ทำไมเธอถึงได้ใจแข็งขนาดนี้นะ

ให้ตะวันมีความภาคภูมิใจบ้างนะพี่คินหญิงสาวช้อนสายตามองหน้าชายหนุ่มอันเป็นที่รัก ด้วยแววตาที่หวาดหวั่น

พี่ขอโทษ พี่คินขอโทษนะคนดี พี่จะไม่บังคับตะวันอีก ถ้าตะวันไม่ยอมชายหนุ่มมีแววตาที่เศร้าสลด ดึงร่างเล็กมากอดไว้แน่น รู้สึกเสียใจที่ทำให้เธอหวาดกลัว ลูบไล้แผ่นหลังบางอย่างปลอบโยน ให้เธอคลายความหวาดกลัว

นอนเถอะครับคนดี ดึกมากแล้วชายหนุ่มก้มกระซิบร่างเล็กที่เอาแต่ซุกหน้าที่อกแกร่งของเขา จุมพิตที่เรือนนุ่มเบาๆ เพียงไม่นานหญิงสาวก็พล่อยหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย เผลอสะดุ้งเป็นพักๆ ชายหนุ่มได้แต่โทษตัวเอง ที่ทำให้เธอหวาดกลัวจนจิตตกไปแบบนี้

พี่ขอโทษนะครับคนดีชายหนุ่มกระซิบที่กกหูขาวของเธอเบาๆ เมื่อเห็นหญิงสาวหลับสนิท ชายหนุ่มจึงค่อยๆ หลับตาม กอดร่างบางไม่ยอมปล่อย ราวกับว่ากลัวเธอจะหายไป

อากาศเย็นๆ ยามเช้าทำให้เพียงตะวันรู้สึกเหน็บหนาว ขยับกายเข้าโอบกระชับร่างใหญ่ไว้แนบสนิท ใบหน้าซุกที่ซอกคอแกร่งของชายหนุ่ม ลมหายใจอุ่นๆ ของหญิงสาวเป่ารดซอกคอแกร่ง จนทำให้เจ้าของร่างรู้สึกตัวลืมตาขึ้นมา ก้มมองร่างเล็กในอ้อมกอดและระบายยิ้มออกมาด้วยความสุข คงมีสักวันที่เขามีโอกาสตื่นขึ้นมาตอนเช้า มีร่างเล็กในอ้อมกอดแบบนี้ทุกวัน แต่คงไม่นานเกินรอ เขาคงต้องรวบรัดหญิงสาวให้แต่งงานด้วย โดยเร็วที่สุด แค่คิดก็มีความสุขแล้ว ชายหนุ่มขยับห่างจากร่างบางอย่างเสียดาย แต่เขาจำเป็นต้องลงไปหาซื้อเสื้อผ้าและของใช้จำเป็นให้คู่หมั้นคนสวย เพราะเขาไม่ได้บอกให้หญิงสาวเตรียมตัวล่วงหน้า ถ้าขืนบอกไป หญิงสาวคงปฏิเสธ และเอาเรื่องงานมาอ้างอยู่ร่ำไป จนไม่มีเวลาเป็นส่วนตัว

ชายหนุ่มออกไปเพียงไม่นาน เพียงตะวันก็รู้สึกตัว ตกใจเมื่อไม่เห็นคนที่นอนโอบกอดเธอทั้งคืน หญิงสาวถึงกับน้ำตาคลอออกมาโดยไม่รู้ตัว กลัวชายหนุ่มจะหนีกลับกรุงเทพโดยไม่ยอมบอกเธอ สายตาหวานซึ้งไปสะดุดกับกระดาษโน้ตสีเหลืองอ่อน แปะที่หน้ากระจก จึงรีบลุกไปดึงออกมาอ่าน

พี่ลงไปซื้อของแป๊บหนึ่งนะตะวัน อาบน้ำรอพี่ที่ห้องนะครับ เดี๋ยวพี่กลับมา หญิงสาวถึงกับระบายยิ้มออกมาอย่างโล่งอก เธอต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ คิดว่าเขาหนีกลับไปก่อนต่างๆ นานา

 

สองวันที่อยู่ทะเล สองหนุ่มสาวต่างเก็บเกี่ยวความสุขให้ได้มากที่สุด เพราะถ้ากลับกรุงเทพไป คงไม่มีเวลาอยู่กันตามลำพังเช่นนี้ เพราะเขาและเธอต่างมีงานให้ต้องรับผิดชอบ จนแทบไม่ค่อยมีเวลาเจอกัน

พี่ไม่อยากกลับกรุงเทพเลยตะวันจ๋าอนาคินโอบไหล่เพียงตะวันไว้หลวมๆ นั่งมองดวงตะวันที่กำลังจะลาลับขอบฟ้า ซึ่งหญิงสาวก็มีความรู้สึกไม่ต่างจากชายหนุ่มเช่นกัน ซบใบหน้าลงบนอกแกร่ง มองไปข้างหน้าอย่างเลื่อนลอย เมื่อชายหนุ่มเห็นหญิงสาวเอาแต่นิ่งเงียบ จึงก้มลงมอง มือเรียวสะอาดไม่แพ้ผู้หญิงเชยปลายคางมนขึ้นมาสบตาคม มองคนในอ้อมกอดด้วยแววตาหวานฉ่ำ ก้มฉกจุมพิตริมฝีปากบางอย่างหนักหน่วงและเร่าร้อน แขนเรียวเล็กคล้องคอชายหนุ่มให้โน้มลงมาหาเธอให้มากที่สุด จูบตอบเขาด้วยความโหยหา ความต้องการของชายหนุ่ม ยิ่งทวีคูณเพิ่มขึ้น แรงปรารถนาในกายเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว แล่นพลุ่งพล่านในกายไปทั่ว จุดสำคัญตื่นตัวขึ้นมาทันที โดยที่หญิงสาวไม่ต้องลงมือทำอะไรเลย มือหนาค่อยๆ สอดไปใต้กระโปรงสีหวานของหญิงสาว โดยที่เจ้าตัวยังไม่รู้สึกตัว ว่าถูกรุกล้ำอาณาเขตที่หวงแหน มัวหลงใหลในรสจูบที่ชายหนุ่มมอบให้ ราวว่ากำลังอยู่ในห้วงแห่งความฝัน อ่อนระทวยในอ้อมกอดของเขา เมื่อถูกสัมผัสกลางใจหญิงสาว ถึงกับสะดุ้งเฮือกขึ้นมาทันทีทันใด ทำให้สติกลับคืนมาอีกครั้ง รีบผลักไสชายหนุ่มออกทันที นั่งสั่นทิ้มไปทั้งร่าง

พี่คินเธอเรียกคู่หมั้นเสียงสั่น เกือบไปแล้ว เกือบเผลอใจไปกับสัมผัสที่ชายหนุ่มปรนเปรอให้จนได้

ตะวันพี่ขอโทษ พี่ห้ามใจตัวเองไม่อยู่ชายหนุ่มรีบขอโทษหญิงสาวเสียงตะกุกตะกัก กลัวเธอจะโกรธจนไม่มองหน้า

ตะวันก็ผิดที่ให้ความร่วมมือพี่คินค่ะเพียงตะวันกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา รู้สึกเขินอายในสิ่งที่ได้กระทำ

ตะวันไม่ผิดหรอกครับชายหนุ่มยิ้มด้วยความเอ็นดู ดึงร่างเล็กมากอดไว้แนบกาย จุมพิตที่แก้มเนียนเบาๆ

เราไปทานข้าวกันเถอะ จะได้รีบขึ้นไปพักผ่อน พรุ่งนี้เช้า ต้องออกเดินทางตั้งแต่เช้ามืดอนาคินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ประคองคู่หมั้นคนสวยขึ้นมาอย่างทะนุถนอม

ค่ะพี่คินเพียงตะวันระบายยิ้มอ่อนๆ ให้คู่หมั้น เธอเองก็ไม่อยากกลับกรุงเทพเหมือนกัน กลัวว่าความสุขที่กำลังมีอยู่เต็มเปี่ยม จะหลุดลอยหายไป รู้สึกสังหรณ์ใจอย่างบอกไม่ถูก สิ่งสำคัญ เธอกลัวจะสูญเสียชายอันเป็นที่รักให้ใคร ทั้งที่เธอรู้ตัวดี ว่าเขาไม่ใช่ของเธอตั้งแต่แรก ยิ่งนานวัน เธอยิ่งรักเขาเพิ่มขึ้นทุกวัน ไม่มีวันลดน้อยถอยลงไปเลย เธอไม่รู้เลยว่าทำไมถึงได้รักผู้ชายคนนี้มากมายเหลือเกิน เพียงตะวันกอดกระชับลำแขนแกร่งไว้แน่น จนอนาคินก้มมอง ยิ้มให้ด้วยสายตาที่อ่อนโยน

 

หลังจากกลับจากทะเลเพียงสองอาทิตย์ อนาคินกับเพียงตะวันก็เริ่มไม่ค่อยมีเวลาให้แก่กัน เช่นวันก่อน เพราะต้องมีหน้าที่ ที่ต้องรับผิดชอบ เวลาหยุดก็ไม่เคยตรงกันเลยสักครั้ง มีความคิดถึงและข้อความซึ้งๆ ที่มีให้กันเท่านั้น ทำให้แอนนิต้าเริ่มเข้ามาแทรกกลางในชีวิตของทั้งสอง พยายามสร้างข่าวเป็นมือที่สาม ให้ทั้งสองเข้าใจผิดกัน ช่วงแรกๆ เพียงตะวันไม่ได้คิดอะไร เพราะยังเชื่อใจคู่หมั้นเสมอ เพราะเขาเคยบอกเธอว่า แอนนิต้าเป็นเพียงเพื่อนเท่านั้น ไม่มีอะไรเกินเลยต่อกัน ข่าวคาวยิ่งหนาหูขึ้นทุกวัน ทำให้หญิงสาวอดหวั่นใจไม่ได้ ยิ่งคู่หมั้นขาดการติดต่อไปแบบนี้ เธอนั่งเหม่อลอยทุกครั้งเวลาอยู่เพียงลำพัง

 

กานต์ธิดาก็เช่นกัน รู้สึกกังวลใจกับ ข่าวของบุตรชายที่ขึ้นหน้าสังคมเกือบทุกวัน หวังว่าจะรอให้เจอหน้าเพื่อซักถาม ก็กลับดึกเกือบทุกคืน

ธิดาจะแต่งตัวไปไหนแต่เช้าภาคีพึ่งกลับจากการออกกำลังกายตอนเช้า เดินเข้ามาในบ้าน สวนกับภรรยาเข้าพอดี เห็นสีหน้าเธอไม่สู้ดีนัก

ธิดาจะไปหาตาคินที่บริษัทสักหน่อยค่ะพี่คีย์ ลูกชายตัวดีของพี่คีย์สิคะ ขยันเป็นข่าวเกือบทุกวันกานต์ธิดาอดที่จะบ่นลูกชายตัวดีไม่ได้

ตาคินก็ลูกธิดาเหมือนกันนะครับ นั่งรอพี่ตรงนี้ก่อนดีกว่า พี่ขอตัวไปอาบน้ำแต่งตัวก่อน แล้วจะไปเป็นเพื่อนภาคีประคองภรรยาสุดที่รัก ไปนั่งรอที่ห้องรับแขก

อย่าให้ธิดา รอนานนะคะพี่คีย์ งั้นธิดาไปก่อนจริงๆ ด้วยกานต์ธิดากำชับสามีที่กำลังจะเดินขึ้นไปชั้นสองของตัวบ้าน

ครับที่รัก

 

พอมาถึงบริษัททำให้กานต์ธิดาพลาดจากการพบหน้าบุตรชาย เพราะมีนัดสำคัญกับลูกค้า จึงเดินทางไปหาว่าที่ลูกสะใภ้แทน และได้ชักชวนออกมารับประทานอาหารข้างนอก และคอยแก้ตัวแทนบุตรชายที่นิ่งเฉยไม่ยอมมาอธิบายให้คู่หมั้นเข้าใจ แต่เหมือนคำแก้ตัวจะไม่เป็นผล เมื่อเห็นลูกชายตัวดี เดินควงแขนกับผู้หญิงที่ขยันเป็นข่าวด้วย เดินเข้ามาภายในร้านอาหาร เพียงตะวันมองคู่หมั้นอย่างตัดพ้อ เมื่อเห็นทั้งคู่เดินควงกันเข้ามาที่โต๊ะอย่างสนิทสนม

ไงพ่อตัวดี กว่าจะเจอตัวได้นะ กานต์ธิดาอดแขวะบุตรชายไม่ได้ ปลายสายตามองหญิงสาวที่ยืนเกาะแขนบุตรชายของเธออย่างสนิทสนม ราวกับไม่แคร์ใคร แม้แต่คู่หมั้นชายหนุ่ม

คุณแม่ก็รู้ว่าผมงานยุ่งอยู่นะครับช่วงนี้อนาคินจ้องมองคู่หมั้นสาว ที่ได้แต่ก้มหน้ารับประทานอาหารโดยไม่สนใจเขาแม้แต่น้อย น่าจะจับมาจูบลงโทษเสียให้เข็ด

สวัสดีครับตะวัน สบายดีหรือเปล่าคำเอ่ยทักทายชายหนุ่มช่างห่างเหิน จนทำให้เพียงตะวันถึงกับสะอึก และแอบน้อยใจอยู่ลึกๆ ยกมือไหว้อนาคินกับแอนนิต้า และฝืนยิ้มออกมา

ตะวันสบายดีค่ะ คุณแม่คะ ตะวันคงต้องขอตัวกลับก่อนนะคะ พอดีมีประชุมช่วงบ่ายค่ะเพียงตะวันหันไปเอ่ยลากานต์ธิดากับภาคีทันที ถ้าอยู่นานกว่านี้ คงกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่เป็นแน่

ทำไมรีบกลับล่ะลูก ไม่อยู่คุยกับพี่เขาก่อนหรือจ๊ะกานต์ธิดาหันไปพูดกับว่าที่ลูกสะใภ้ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน จนทำให้ใครบางคนที่อยากเป็นลูกสะใภ้จนตัวสั่น มองหญิงสาวด้วยสายตาที่ริษยา

คุณแม่ไม่ได้ยินหรือครับ ว่าเขามีประชุม ผมคงไม่มีความสำคัญพอ ที่เขาจะมีเวลาให้ จะรั้งเขาไว้ทำไมครับอนาคินอดประชดคู่หมั้นคนสวยไม่ได้ ที่เธอไม่อยากจะเจอหรือคุยกับเขา แต่คำพูดคำนี้ เพิ่มสร้างรอยร้าวภายในใจหญิงสาวเพิ่มมากขึ้น น้ำตาแทบเล็ดออกมา

ไว้ตะวันไปกราบคุณแม่กับคุณลุงที่บ้านนะคะหญิงสาวลุกขึ้นยืน หยิบกระเป๋าแบนด์เนมขึ้นมาคล้องแขน รีบเดินออกจากร้านอาหารไป โดยไม่หันกลับมามองที่ร้านอีก จนอนาคินทนไม่ไหว เตรียมตัวจะเดินตามคู่หมั้นสาวออกไป แต่กลับถูกแอนนิต้ารั้งแขนไว้เสียก่อน ทำให้เขาหมดโอกาสตามเธอ ทรุดตัวลงนั่งร่วมโต๊ะกับบิดาและมารดาอย่างจำใจ

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha