บ้านไร่ฉ่ำสวาท

โดย: พลอยเฟื่อง



ตอนที่ 7 : สาวปริศนา - 2


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ร่างเล็กรีบกระถดหนีหน้าตาตื่นก็ได้ยินเสียงหัวเราะร่วนของคนที่ลืมตาขึ้นมาและกำลังดึงกางเกงขึ้นขมวดปมกลับที่เอว มองมาที่เธอเหมือนขบขันเสียเต็มประดา

น้ำรักไงล่ะ เอ็งไม่รู้จักหรือไง อ๊ะๆ อย่าทำรังเกียจ ของดีนะนั่น ลองชิมดูสิ อร่อยนะ

นายเคยกินหรือไง...อี๋

ป่าว...มีคนเคยบอกมา  เห็นเขาว่าเอาทาหน้านี่ หน้าใสกิ๊กเด้งดึ๋งดั๋งเหมือนก้นเด็กเชียว ลองดูสิ

ไอ้คนบ้าเอ๊ย! ทุเรศจริงๆ

ด่าเหรอ?...กล้าด่าเดี๋ยวมีจับปล้ำ

ข่มขู่ไปเสียงแข็ง ทำเอาคนถูกขู่ผวาน้อยๆ เพราะหมอนี่มันบ้าดีเดือด เกิดเอาจริงขึ้นมาจะซวยเอาได้

เสร็จธุระแล้วก็รีบไปสิ ขืนอยู่ต่อเดี๋ยวมันแข็งเด่ขึ้นมาใหม่ ข้าคงได้จับเอ็งปล้ำจริงๆ

ร่างเปรียวจึงรีบลุกขึ้น ค้อนขวับคนขู่ ก่อนจะก้าวเท้าเดินเร็วๆ จนกลายเป็นวิ่งแล้วหายไปในความมืด

ใครวะ?”

สิงหาถามกับตัวเองอย่างงงงันไม่หาย ลองว่าได้จับเต็มไม้เต็มมืออย่างนี้ คงไม่ใช่ผีสางนางไม้เป็นแน่ อาจจะลูกคนงาน หรือเมียคนงานแถวนี้กระมัง

โชคดีจังที่มีมือนุ่มๆ พาไปเยือนสวรรค์ คืนนี้เขาคงได้นอนหลับฝันดีทั้งคืน เสียดายว่าเห็นหน้าไม่ชัดเจนนัก เจอกันตอนกลางวันก็ไม่มั่นใจว่าจะจำหน้าได้ แต่มือนิ่มๆ กลิ่นตัวหอมๆ นี่ ยังไงก็ไม่ลืมหรอก

และครั้งหน้าหากบุญพาวาสนาส่งให้ได้มาเจอกันอีก เขาสัญญาว่าจะต้องกล่อมจนเจ้าหล่อนยอมสนุกด้วยกันแน่ๆ

 

 

อ้คนทุเรศเอ๊ย...บ้าจริง

พิมลภัสบ่นอย่างหัวเสียเมื่อกลับมาถึงห้องนอนของตัวเองบนเรือนหลังใหญ่ เธอรีบตรงเข้าห้องน้ำล้างมือล้างไม้ขัดถูอย่างรังเกียจ ถูจนมือแดงเถือก เมื่อพลิกดูจนแน่ใจว่าสะอาดสะอ้านดีแล้วก็เบาใจ

เธอเพิ่งอายุเต็มสิบแปดปี กำลังเรียนชั้นปีที่หนึ่งในมหาวิทยาลัย แต่กลับไม่เคยมีประสบการณ์กับเพศตรงข้ามมาก่อน เพราะเรียนโรงเรียนหญิงล้วนมาตลอด แถมระบิลก็หวงเธอมาก สั่งห้ามเด็ดขาดไม่ให้มีแฟนจนกว่าจะเรียนจบ  ในขณะที่เพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆ ต่างก็มีคนรัก หรือต่อให้ไม่มี แต่ก็พูดคุยเรื่องนี้กันอย่างโจ๋งครึ่มสนุกปาก เป็นเธอเสียอีกที่ต้องคอยเงี่ยหูฟัง และกระมิดกระเมี้ยนเวลาที่อยู่ท่ามกลางวงสนทนาเรื่องทะลึ่งตึงตังพวกนี้

พิมลภัสไม่ใช่คนขี้ริ้วขี้เหร่ แต่เป็นเพราะป้ารัชนี พี่สาวของแม่ซึ่งดูแลเธอค่อนข้างเข้มงวด คอยไปรับไปส่งตลอดตั้งแต่ชั้นมัธยมปลาย ตอนที่บิดาต้องออกจากงานบริษัทเอกชนที่ทำอยู่ เพื่อมาช่วยดูแลไร่ให้พี่ชายที่ล้มป่วยเป็นอัมพาตและก็ไม่มีทายาทที่ไหนอีก

สี่ปีที่ไร่อินทรีทอง ทำให้ระบิลห่างเหินจากเธอ แต่ท่านก็พยายามไปหาเธอทุกเดือน โทรศัพท์พูดคุยกันเกือบทุกวัน และช่วงปิดเทอมก็จะรับเธอมาอยู่ที่นี่เพื่อจะได้ใกล้ชิดท่าน

ในระยะหลังมานี้เอง ที่เธอเริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง พ่อไม่ได้โทรหาเธอบ่อยเหมือนเคย เมื่อเธอถามท่านก็อ้างว่างานยุ่ง เธอเองก็เชื่ออย่างนั้นมาตลอด กระทั่งเมื่อหัวค่ำนี้เอง ที่เธอได้เห็นว่าอะไรเป็นอะไรกับตาตัวเอง

ยัยน้ำทิพย์ที่มีศักดิ์เป็นป้าสะใภ้ของเธออย่างไม่เป็นทางการเพราะไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับลุงระบือ กำลังลักลอบมีสัมพันธ์สวาทลึกซึ้งกับน้องชายสามีตัวเอง เธอไม่รู้ว่าทั้งสองคนคบชู้สู่ชายกันมานานแค่ไหนแล้ว เพราะพักอาศัยอยู่กับป้ามาตลอด ปิดเทอมนานๆ ครั้งถึงจะได้มาที่นี่ แล้วก็มารู้เรื่องบัดสีบัดเถลิงที่เกิดขึ้นเข้าโดยไม่ตั้งใจ

มารดาของเธอเสียชีวิตตั้งแต่เธออายุสิบสองปี พิมลภัสเองก็ไม่ได้หวงห้ามที่บิดาจะมีผู้หญิงคนใหม่ แม้ท่านจะให้สัญญากับเธอเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะไม่มีใครมาแทนที่แม่ของเธอก็ตามเถอะ แต่เธอก็ไม่ปรารถนาจะได้ผู้หญิงร่านสวาทที่ทำตัวเป็นนางพระยาเทครัวรวบกินหัวกินหางทั้งพี่ทั้งน้องอย่างยัยน้ำทิพย์มาเป็นแม่เลี้ยงเด็ดขาด

พิมลภัสเชื่อว่าระบิลไม่คิดจริงจังกับผู้หญิงคนนั้นแน่ ด้วยฐานะทางสังคม ด้วยนิสัยใจคอ ด้วยรูปลักษณ์ท่าทางที่เจ้าหล่อนแสดงออก ผู้หญิงกร้านโลกอย่างนั้นไม่เหมาะจะมาเป็นเมียเชิดชูออกหน้าออกตาอวดใครทั้งนั้น

ตอนนี้นายระบิลคงไม่รู้ว่า เธอได้ล่วงรู้ความลับอันมืดดำของท่านเข้าแล้ว

พ่อนะพ่อ

บ่นพึมด้วยความผิดหวังในตัวคนที่มองเห็นเป็นฮีโร่ ให้ความเคารพรักและศรัทธามาตลอด แต่กลับหน้ามืดตามัวพ่ายแพ้ให้กับไก่แก่แม่ปลาช่อนเข้าจนได้ มิหนำซ้ำยังเป็นผู้หญิงที่อยู่ในฐานะน่ากระอักกระอ่วนใจ

พ่อเธอไม่มีทางรักยัยนั่นเด็ดขาด แต่ถ้าหลงเพราะเรื่องอย่างว่าน่ะพอจะเข้าใจได้ อย่าว่าแต่บิดาเธอซึ่งเมียตายไปหลายปีเลย เพื่อนหลายคนของเธอก็เคยพูดถึงเรื่องนี้

เซ็กส์นะเป็นยิ่งกว่ายาเสพติด ลองว่าได้ลองแล้วจะติดใจถอนตัวไม่ขึ้น

คำพูดเชิญชวนสะกิดสะเกาต่อมอยากรู้อยากเห็นให้เกิดขึ้นอย่างแรงกล้า อย่าว่าแต่บิดาของเธอเลย ตอนที่ไปเดินเล่นข้างล่าง แล้วเดินเฉียดบ้านพักคนงาน เธอได้ยินเสียงครวญครางระงมจึงสอดส่ายสายตามองหาด้วยความสงสัย และก็เห็นไอ้ผู้ชายคนนั้นกำลังช่วยตัวเองอยู่...ทุเรศสายตาชะมัด

ทำไมคนพวกนี้ถึงหลงใหลเรื่องอย่างนี้กันนักนะ

แล้วมาทำอะไรมืดๆ ค่ำๆ หรือว่ามาแอบถ้ำมองคนเขาเอากัน

ทำตัวทุเรศไม่พอ...ความคิดยังทุเรศ...พูดจาทุเรศอีก เธอไม่มีทางทำอย่างนั้นหรอก แล้วหมอนั่นบังคับให้เธอ...

ก้มลงมองมือตัวเองอย่างขยะแขยง

น้ำรักไง...เอ็งไม่รู้จักหรือ...อ๊ะๆ ทำรังเกียจ ของดีนะนั่น ลองชิมดูสิ อร่อยนะ

คนบ้า ใครจะไปกินของอย่างนั้น

ว่าพร้อมกับเช็ดมือที่เสื้อแรงๆ นิ้วมือที่สะอาดแล้วป้ายปาดถูกคราบเหนียวเหนอะบางอย่างจึงยกขึ้นมาดู นิ่งคิดชั่วครู่ก็นึกออกว่า ไอ้เมือกเหนียวๆ ที่ติดมือนี่อะไร

เขาว่าเอาทาหน้านี่ หน้าใสกิ๊ก เด้งดึ๋งเหมือนก้นเด็กเชียว ลองดูสิ

อี๋...”

ร้องออกมาอย่างรังเกียจ ก่อนจะเปิดก็อกน้ำ กำลังจะเอานิ้วมือจ่อใต้สายน้ำที่พรูแรง

แต่แล้วความอยากรู้อยากเห็นก็ทำให้เธอชะงัก ยกนิ้วมือขึ้นมาดู หัวคิ้วเรียวกดต่ำ มองอย่างสนเท่ห์ใจ

ความสงสัยอย่างแรงกล้าจึงดึงมือมาจ่อจมูกลองดมฟุดฟิด ก่อนจะแลบลิ้นออกมา ลองแตะๆ นิ้วมือเข้าที่ปลายลิ้น

ไม่เห็นมีรสชาติอะไรเลย...กลิ่นคาวๆ ไม่น่าพิศมัยสักนิด อร่อยตรงไหน ไอ้หมอนั่นมันหลอกเธอแน่ๆ

แหวะ...ทำบ้าอะไรน่ะพิมรีบวักมือล้างปากพร้อมกับล้างมือให้สะอาดหมดจดอีกครั้งหนึ่ง ถูสบู่แรงๆ แถมยังแปรงฟันสองรอบกระทั่งมั่นใจว่าน้ำรักของหมอนั่นไม่ติดอยู่ตรงไหนของตัวเธอแล้ว

มือเรียวกระตุกดึงสายเสื้อคลุมออก ถอดทิ้งลงเสียในตะกร้า เธอคงไม่นุ่งไม่ใส่เสื้อตัวนี้ซ้ำอีก ด้วยความรู้สึกขยะแขยง

เอามือขึ้นมาดูอีกครั้ง ลองดมฟุดฟิดจนแน่ใจว่ามีแต่กลิ่นสบู่ แต่ก็ยังอุตส่าห์จดจำกลิ่นคาวๆ นั่นได้ แถมอะไรที่มือได้สัมผัส มันพองคับขยับขยายอย่างไม่น่าเชื่อ ของผู้ชายใหญ่โตขนาดนั้น แล้วถ้าเข้าไปในตัวเธอ คงจะเจ็บจุกน่าดู

แต่ไอ้เสียงครวญครางซี้ดซ้าดเหมือนกับทานของเผ็ดร้อน ดูไม่เหมือนคนเจ็บปวดเลยสักนิด...แต่มันลืมโลกต่างหาก

ไม่ลอง ไม่รู้ แต่ลองดู แล้วจะติดใจ

คำพูดสุดท้ายของเพื่อนๆ ดังวนอยู่ในหัวก่อนจะค่อยๆ หลับตาลง คงมีสักวันที่เธอจะรู้ว่ามันจริงเท็จแค่ไหน...แต่คงไม่ใช่ในเร็ววันนี้


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha