บ้านไร่ฉ่ำสวาท

โดย: พลอยเฟื่อง



ตอนที่ 8 : ลองสวาท


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ลองสวาท

 

 

ตั้งใจทำงานหน่อยสิวะ เจ้านายมองอยู่

ชาติชายเดินมาตบกะบาลจนหัวแทบจะทิ่มลงบนกองมันสำปะหลัง สิงหาจึงกลับมาตั้งอกตั้งใจกับการยกเข่งมันขึ้นรถกระบะเพื่อจะเอาไปส่งโรงงาน

แต่เช้าจรดเที่ยงเขาพยายามมองหาอีสาวใจกล้าคนเมื่อคืนนี้ แต่ก็ไม่เจอ ไม่มีคนไหนรูปร่างหน้าตาใกล้เคียง แม้ว่าจะเห็นไม่ชัดในความสว่างของแสงจันทร์ในเวลากลางคืนก็ตามทีเถอะ แต่มันก็ต้องให้ความรู้สึกคุ้นๆ อยู่บ้าง อย่างน้อยก็เสียงที่ปลอมแปลงไม่ได้

เป็นบ้าอะไรของเอ็งวะ เข้าไปป้อคนโน้นทีคนนี้ที บอกแล้วไงว่าผู้หญิงพวกนี้มีลูกมีผัวกันหมดแล้ว เดี๋ยวบรรดาผัวๆ ของมันก็มาเตะเข้าหรอกลูกพี่ลูกน้องของเขาเปิดฉากอบรมทันทีที่ไปรับจานข้าวมื้อกลางวันมานั่งกินด้วยกันใต้ร่มไม้

เอาน้ำไหมพี่ชาติ

ไอ้หนุ่มคนหนึ่งโยนขวดน้ำมาให้ชาติชายที่คว้ามือรับไว้ได้พอดิบพอดี

ขอบใจเว้ยไอ้หมาน มาสิ มานั่งกินข้าวตรงนี้ด้วยกัน

ตามสบายเลยพี่ จะไปนั่งกินกับเมียตรงนู้น ไม่รู้นังสายบัวมันงอนอะไรฉัน ไม่พูดไม่จาด้วยมาแต่เช้า

ชาติชายทำหน้าอิหลักอิเหลื่อ ก่อนจะยิ้มๆ พยักพเยิดหน้าให้

เออๆ รีบไปเอาใจมันเหอะ

ก่อนจะสอนคนอื่น น่าจะสอนตัวเองก่อนน๊าคนเรา

พูดขึ้นมาลอยๆ

เฮ้ย! เอ็งว่าอะไรวะ?”

ชาติชายหันขวับมาถามอย่างหาเรื่อง

เปล่านี่พี่ ฉันก็พูดไปเรื่อยเปื่อยว่าคนบางคนน่ะ ดีแต่สอนคนอื่น แต่ไม่รู้จักดูตัวเองเล้ย ว่าไอ้ที่ด่าๆ คนอื่นเขาน่ะ ตัวเองทำทั้งนั้น

ชาติชายมองตาขวางอย่างหวาดระแวงว่าลูกพี่ลูกน้องจะรู้อะไรมา

เออ อยู่ที่นี่ก็รู้จักเก็บปากเก็บคำด้วยโว้ย ไม่งั้นจะโดนหมัดกระแทกปากไม่รู้ตัว

รีบปรามเอาไว้ เสียวๆ สันหลังประสาคนมีชะนักติดหลัง

ฉันต้องกลัวใครล่ะพี่ มีพี่ชายเป็นถึงหัวหน้าคนงาน ใครๆ ก็เกรงใจ

ว่าพร้อมกับตักข้าวเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างมีความสุขที่พูดให้คนสันหลังหวะสะอึกได้

เออ ถึงข้าจะใหญ่ยังไงก็ยังเป็นขี้ข้ากินเงินเดือนเขาเว้ย

แล้วตกลงตอนนี้ใครเป็นเจ้าของไร่ตัวจริงที่จ่ายตังค์ให้เราล่ะพี่”  ถามอย่างสงสัย รู้สึกไอ้ไร่อินทรีทองนี่มันมีอะไรลึกลับซับซ้อนแปลกๆ

ก็นายระบิลน่ะสิ นายระบือจะทำอะไรได้วะชาติชายตอบพร้อมตักข้าวใส่ปาก

นายระบือทำอะไรไม่ได้เลยหรือพี่ แล้วอย่างนี้จะกินจะอยู่อะไรยังไงล่ะ คงลำบากแย่

ก็มีพยาบาลพิเศษที่นายระบิลจ้างมาดูแล ก็ได้แค่นั่งอยู่ในรถเข็น เดินไม่ได้ ยิ่งสองสามปีหลังมานี่ อาการยิ่งมีแต่ทรุดลงๆ คงเพราะแกแก่ลงด้วยมั้ง

อย่างนี้คุณน้ำทิพย์ไม่หงุดหงิดแย่หรือ? ผัวบ่อมิไก๊อย่างนี้ กลางค่ำกลางคืนมาคงได้แต่ตะกายฝา

ชาติชายแทบสำลักข้าวหันขวับมาจ้องหน้าคนพูดเขม็งก่อนจะกระซิบเสียงเครียดลอดไรฟัน

ไอ้ห่าสิง ถามบ้าอะไรวะ ปากเอ็งนี่นะจะพาจนทั้งเอ็งทั้งข้า

ก็ฉันสงสัยนี่นา

ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้

เอ่อ...สงสัยก็เก็บเอาไว้ในใจ ไม่ต้องพูดออกมาหรอกนะเรื่องของเจ้านายน่ะ อยู่ๆ ไป อะไรเป็นอะไรเอ็งก็จะรู้เองนั่นแหละ

ชาติชายพูดจาทิ้งปริศนาไว้ให้เสียอย่างนั้น

สิงหาจึงนั่งกินข้าวไปเงียบๆ สายตาก็สอดส่ายมองหาผู้หญิงคนนั้นทีคนนี้ที มีหลายคนเลยที่เอาผ้าเคียนหน้าไว้ แถมยังสวมหมวกทับเพราะกลัวแดดจึงทำให้ไม่เห็นใบหน้า แต่ตอนกินข้าวทุกคนก็ถอดออกหมด แต่ก็ไม่มีใบหน้าไหนที่เขารู้สึกคุ้นตาเลยแม้แต่คนเดียว

คนงานในไร่มีเท่านี้หรือพี่?”

ก็มีเยอะอยู่ แยกย้ายกันไปทำงานในไร่นี่แหละ เอ็งถามทำไม?”

เปล่า...ก็เห็นว่าไร่อินทรีทองออกจะใหญ่โตกว้างขวาง นึกว่ามีคนงานแค่นี้

มีเยอะสิ ถ้าคนงานที่อยู่ในไร่ก็สักสี่ห้าสิบคนได้ ที่จ้างรายวันมาเช้าเย็นกลับอีกหลายคันรถ หลังๆ คุณระบิลแกให้จ้างเหมาเป็นงานๆ ไป คนงานในไร่ไม่ค่อยรับประจำ มันเปลืองหลายอย่าง ไหนจะค่าอยู่ ค่ากินอีก

สิงหาผงกหน้ารับฟังอย่างสนใจ ตักข้าวเข้าปากไป เชื่อว่าที่ยังหาอีสาวปริศนาเมื่อคืนไม่พบ เพราะเจ้าหล่อนอาจจะทำงานที่ไหนในไร่ก็เป็นได้

แล้วนายระบือแกไม่มีลูกหรือ?”

ไม่มีหรอก แกบ้างาน ไอ้ที่ล้มหมอนนอนเสื่อไปนานก็เพราะทำงานหนักนั่นแหละ

เมียยังสาวยังสวยอยู่แท้ เป็นฉันคงเอาเช้าเอาเย็นไม่สนใจงานการหรอก

ไอ้ทะลึ่ง...คุณน้ำทิพย์เพิ่งเข้ามาอยู่ไม่กี่ปี ก่อนนายระบือล้มเจ็บไม่นาน

พี่ชายถลึงตาใส่

งั้นไอ้ที่ล้มเจ็บนี่ เพราะงานหรือเพราะเมีย

ชาติชายมองคนช่างซักตาขวาง ก่อนจะตะคอกใส่

เอ๊ะ! ไอ้นี่ เอ็งจะอยากรู้อะไรนักหนาเรื่องของเจ้านายโว้ย

บ่นงึมงำไป

แหม! พี่ก็ ฉันจะต้องอยู่ที่นี่อีกเป็นปี มีอะไรที่สมควรรู้ ฉันก็อยากรู้

เอ่อ...นี่มันไม่ใช่เรื่องที่เอ็งสมควรรู้ เพราะอยู่ๆ ไปเดี๋ยวก็รู้เองแหละ เอ็งควรจะสนใจใส่ใจว่าทำงานอะไรยังไง เผื่อนายจะเห็นใจขึ้นเงินเดือนให้เร็วๆ

พี่ชายว่าอย่างรำคาญ

สิงหาจึงก้มหน้าก้มตาทานข้าวต่ออย่างเซ็งๆ นึกอยากเจอผู้หญิงคนเมื่อคืนอีกครั้ง ชื่อเสียงเรียงนามอะไรก็ไม่ได้ถามเสียด้วย ครั้นจะลองถามเอากับชาติชายก็กลัวจะโดนพี่ชายจับไต๋ได้ว่าเขาก่อเรื่องตั้งแต่วันมาถึง

 

 

อ้ว....อ่า...ตรงนั้นแหละ ตรงนั้น...อ่า...อู้ว์

เสียงร้องครางระงมท่ามกลางความมืดสลัวของยามค่ำคืน ปลุกเธอให้สะดุ้งตื่นขึ้นมา

พิมลภัสลืมตาในความมืด สดับรับฟังเสียงครวญครางที่ยังดังระงมหู ความอยากรู้อยากเห็นทำให้เธอเลิกผ้าห่มออกไปให้พ้นตัว ก่อนจะย่องแผ่วเบาไปชิดที่ฝาผนังของห้องนอนติดกัน แล้วแนบสายตาลงที่รอยแยกของไม้

ดวงตาของเธอเบิกโพลงเมื่อเห็นภาพของหญิงชายเนื้อตัวเปล่าเปลือยที่โรมรันพันตูกันอย่างดุเดือดถึงพริกถึงขิงช่างไม่อายผีสางเทวดา

อ่า...อย่างนั้น...ตรงนั้นแหละ...อู้ว์...”

ให้ตายเถอะ พ่อก็รู้ว่าเธอนอนอยู่ห้องข้างๆ นี่เอง ทำไมถึงได้กล้าพานังผู้หญิงร่านสวาทนั่นมาทำบัดสีบัดเถลิงกันในห้องนอน

ตอนนี้ทั้งสองคนกำลังนัวเนีย ผลัดกันรุกผลัดกันรับอย่างมัวเมาในตัณหาราคะชนิดลืมโลกและคงลืมสนใจสิ่งรอบตัว รวมทั้งห้องข้างๆ ว่ามีเธออยู่

ซี้ด...ผัวขา...กระแทกลงมาหนักๆ เลยค่า...อู้ว์...อย่างนั้นแหละ อู้ว์...ให้แรงอีก...แรงอีก

เสียงเรียกร้องเร่งเร้าให้บั้นท้ายสอบส่ายซัดเข้าใส่ร่างที่อ้าขาอล่างฉ่างแอ่นตัวเด้งรับเด้งสู้


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha