บ้านไร่ฉ่ำสวาท

โดย: พลอยเฟื่อง



ตอนที่ 14 : เตลิดเพริดแพร้ว


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

เตลิดเพลิดแพร้ว

 

 

นื้อวัวย่างหมักสูตรพิเศษอร่อยลิ้นสมคำเชิญชวนของเจ้าหนุ่มคาวบอยหน้าคมหุ่นล่ำที่เธอเห็นเป็นขวัญใจสาวๆ ยิ่งตอนที่สิงหาขออนุญาตขึ้นไปร้องเพลงบนเวที ก็เรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดจากคนงานกลุ่มใหญ่

ผมขออนุญาตมอบเพลงนี้ให้กับคุณหนูพิมเจ้าของวันเกิดนะครับ หน้าอาจจะไม่หล่อ เสียงอาจจะไม่ดี แต่ขอร้องเพลงนี้ออกจากหัวใจ ชอบไม่ชอบยังไง ปรบมือเป็นกำลังใจด้วยนะครับ

พิมลภัสอึ้งไปนิดๆ ไม่คิดว่าจะได้รับมอบเพลงวันเกิดจากคนงานหนุ่มที่เธอแอบต้องตาต้องใจ และไม่แน่ใจว่าเขาจะจำเธอได้หรือเปล่า แต่หญิงสาวก็เลือกที่จะเก็บอาการเอาไว้

สิงหาดีดกีต้าร์เป็นเพลงวันเกิด คนอื่นๆ ร่วมร้องเพลงประสานเสียงกับ สายตาคมกล้าที่ยามนี้หวานหยดสื่อความหมายมองมาที่เธอ สลับกับมองคอร์ดกีต้าร์ในมือ จบเพลงด้วยเสียงปรบมือกราวตามคำออดอ้อนของคนร้องแต่ต้น พิมลภัสยิ้มอย่างเป็นสุขใจที่มีคนร่วมอวยพรวันเกิดให้มากมายทีเดียว

ดอกไม้ค่ะคุณหนูพี่

มาลัยดึงดอกกุหลาบสีแดงในแจกันดอกไม้บนโต๊ะยื่นให้เธอเอาไปให้เป็นรางวัลมันหน่อยพยักพเยิดหน้าแนะนำ

พิมลภัสจึงรับดอกไม้นั้นมา ก่อนจะลุกเดินเอาไปให้สิงหาตามมารยาท มือใหญ่ยื่นมารับไปพร้อมคำขอบคุณ เขาแอบจับมือนิ่มนั่นก่อนจะปล่อยอย่างแสนเสียดายเมื่อกลัวจะมีคนจับพิรุธได้ พิมลภัสรู้สึกร้อนผะผ่าวตรงที่มือสัมผัสแตะต้องกัน รอยยิ้มนั่นดูมีความหมายอะไรเคลือบแฝง แต่เธอเลือกที่จะมองข้าม กลับมานั่งที่โต๊ะดังเดิมวางมาดเป็นคุณหนูผู้สูงศักดิ์และไว้ตัวแห่งไร่อินทรีทอง

ส่วนเพลงนี้ ผมขอมอบให้กับพี่ๆ น้องๆ ทุกคนที่จากบ้านไกลมาทำงานที่ไร่ และอาจจะเคยรู้สึกอย่างเดียวกันกับผม

เสียงกีตาร์ดังขึ้น ก่อนที่สิงหาจะคลอเพลงเดือนเพ็ญด้วยน้ำเสียงที่สะกดคนฟังให้มีอารมณ์ร่วมไปกับเนื้อเพลงและน้ำเสียงที่ฟังดูเศร้าคิดถึงบ้าน แม้แต่ตัวเธอเองได้ฟังแล้วยังรู้สึกเหงาตามไปด้วย

จบเพลงนั้นสิงหาได้รับเสียงปรบมือเกรียวกราว มีผู้ใหญ่หลายคนรวมถึงบิดาเธอให้รางวัล ก่อนจะขอให้เล่นเพลงอื่นๆ ต่อ ซึ่งเขาก็ไม่ขัดข้องแต่อย่างใด

รูปลักษณ์ที่น่าสนใจ ทำให้ผู้ชายหน้าเข้มบนเวทียิ่งมีเสน่ห์จับตาต้องใจเธอมากขึ้นไปอีก กระทั่งเผลอยิ้มให้เขาไม่รู้ตัว และมีหลายครั้งที่สิงหาสบตากับเธอตรงๆ ทอดสายตาคล้ายกับจะบอกว่าทุกบทเพลงที่ร้องนั่นมอบให้กับเธอ

กว่างานจะเลิกก็ดึกพอควร เมื่อส่งแขกเหรื่อทั้งหมดกลับเรียบร้อยพิมลภัสก็ขึ้นไปผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าอาบน้ำนอน แต่พลิกซ้ายป่ายขวายังไงก็ยังนอนไม่หลับ ภาพของใครบางคนก่อกวนความรู้สึกจนทำให้จิตใจไม่สงบ กอปรกับได้ยินเสียงกระเส่าครวญคราง เสียงเตียงที่ถูกขย่มดังจากห้องติดกัน ยิ่งทำให้เธอกระสับกระส่ายมากขึ้นไปอีก ความปรารถนาอย่างแรงกล้าภายในกายบังเกิด จนต้องรีบหลบเลี่ยงแอบลงมาเดินเล่นรับลมเย็นด้านล่าง ในเวลาดึกสงัดที่ใครๆ ก็พากันหลับใหลไปหมดแล้ว

และทั้งๆ ที่รู้ว่าแถวนี้มันอันตราย เธอเคยเจอผู้ชายหื่นกามบังคับให้ช่วยเขาสำเร็จความใคร่ แต่ในห้วงเวลาที่ความคิดสับสนก็พาให้เธอเดินเรื่อยเปื่อยมาถึงห้องแถวบ้านพักคนงานกลางดึกกลางดื่น

ที่นี่เงียบสงัด มีไฟส่องสว่างเหนือเสาตรงลานกว้างหน้าห้องแถวสองฟากที่หันหน้าเข้าหากันเพียงหลอดเดียวและมันก็ริบหรี่เต็มที

เธอไม่รู้ว่าตัวเองคิดอะไรอยู่ หรือหวังจะเจอเจ้าคนทะลึ่งนั่นซึ่งวันนี้รู้แล้วว่าเขาชื่อสิงหาอีกสักครั้งหนึ่ง

ยอมรับว่าพิมลภัสสนใจคนงานหนุ่มหน้าคมคายคนนี้เป็นพิเศษ เขามีเสน่ห์ที่เย้ายวนอย่างบุรุษเพศ รูปร่างสูงใหญ่บึกบึนเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อแข็งแรงอย่างผู้ชายแท้ๆ และยังจะนิสัยห่ามห้าวออกจะป่าเถื่อน

บ้าจริง...นี่เธอคิดอะไร

คุณหนูหลานสาวเจ้าของไร่แต่กลับใฝ่ต่ำสนใจไอ้หนุ่มคนงานนี่นะ

รู้ไปถึงไหนอายไปถึงนั่น...น่าขันชะมัด เลิกคิดอะไรไร้สาระแล้วกลับไปนอนเสียดีกว่า อีกไม่กี่นาทีก็จะผ่านพ้นคืนวันเกิด วันที่ดูจะไม่มีความหมายกับใครอย่างแท้จริง

ดูสิขนาดบิดาที่จัดงานเลี้ยงให้เธอใหญ่โต ยังไม่ทันพ้นคืนนี้แท้ๆ ท่านก็ยังแพ้แรงกิเลสตัณหากลับไปมั่วกับยัยน้ำทิพย์อีกจนได้ ไม่อยากคิดเลยว่า หากคุณลุงระบือที่นอนแซ่วอยู่แต่บนเตียงรับรู้เรื่องนี้เข้า จะเสียใจแค่ไหนกัน

ใบหน้านวลแหงนขึ้นมองแสงของพระจันทร์กลางท้องฟ้าที่กลับมาสว่างเจิดจ้าอีกครั้งยามที่เมฆก้อนใหญ่เคลื่อนคล้อยผ่านไป

แสงจันทร์นวลยวนใจข้า คิดถึงถิ่นที่จากลา คิดถึงท้องนา บ้านเรือนที่เคยเนา...เรไร ร้องดังฟังว่า เสียงเจ้าที่เฝ้าครวญหา ลมเอยช่วยพา กระซิบข้างกาย

เสียงเพลงเหงาๆ ฟังแล้วเศร้าจับจิต ด้วยน้ำเสียงที่คุ้นหูแว่วแหวกความเงียบของยามค่ำคืน ทำให้เท้าที่กำลังจะเดินกลับบ้านพักชะงักงันลง ก่อนจะเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ

เพลงที่คุ้นเคย น้ำเสียงที่คุ้นหู ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นใคร

ยังไม่หลับไม่นอนอีกหรือไง หึ! พ่อศิลปินเนื้อหอมพูดประชดด้วยความหมั่นไส้ที่เห็นสาวๆ ล้อมหน้าล้อมหลังให้ความสนใจเขาเหลือเกิน ความอยากรู้อยากเห็นพาสองเท้าก้าวเดินไปหาที่มาของเสียง แล้วก็พบว่ามันดังมาจากคนที่กำลังอาบน้ำอยู่ที่ลานกว้างใกล้กับห้องน้ำ ซึ่งตรงนั้นมีคันโยกน้ำบาดาลสำหรับสูบเอาน้ำใต้ดินขึ้นมาใช้สอย

ร่างสูงใหญ่ยืนตระหง่านท่ามกลางแสงจันทร์นวล ทั้งเนื้อทั้งตัวมีเพียงผ้าขาวม้าผืนเดียวเคียนเอวอยู่ เขากำลังฟอกถูสบู่บนเนื้อตัวเกือบเปลือยเปล่านั่นพร้อมกับครวญเพลงอย่างสบายอารมณ์ โดยไม่รู้ว่าได้สะกดให้เธอหยุดมองอย่างตกตะลึง

ลำคอหนาบ่าแข็งแรงแผงอกที่ล่ำสันขาววอกไปด้วยฟองสบู่ ซิกแพ็กซ์แน่นที่หน้าท้องเป็นคลื่นลอนชัดเจน ต่ำลงมาคือเอวสอบที่เหน็บชายผ้าขาวม้าหมิ่นๆ และในยามที่เปียกปอนผืนผ้าก็แนบสนิทติดตรึงไปกับทุกสัดส่วนของร่างกายโดยเฉพาะส่วนกึ่งกลางตัวที่เห็นนูนเป็นลำชัดเด่นเต็มสองตาอยู่ระหว่างต้นขาแข็งแรง

พิมลภัสกลืนน้ำลายอย่างคอแห้ง เสียววูบที่หว่างขาเกิดอารมณ์ขึ้นมาโดยฉับพลันเพียงแค่เห็นเรือนร่างที่เกือบเปลือยเปล่าเท่านั้น

เธอต้องบ้าไปแล้ว บ้าไปแน่ๆ หลังจากที่เจอไอ้หื่นคนที่ยืนช่วยตัวเองในวันนั้น เธอก็เฝ้าแต่เก็บเอาภาพของเขาไปคิดฝัน และก็ช่วยปลดปล่อยตัวเองด้วยสารพัดวิธีเท่าที่พอจะคิดออก แต่ลึกๆ เธอก็ยังอยากจะมีประสบการณ์กับผู้ชายจริงๆ ลองกับของจริงๆ เนื้อหนังมังสาของมนุษย์เพศผู้ อยากรู้ว่ารสชาติมันเป็นยังไง แตกต่างจากที่ช่วยตัวเองไหม ทำไมใครต่อใครถึงได้ชอบนักที่จะร้องครางเสียงหลง ปลดปล่อยตัวเองสุดกู่อย่างเร่าร้อนไปกับมัน

แต่ด้วยความอาย และความเป็นลูกผู้หญิงที่ถูกสอนสั่งให้รักนวลสงวนตัว จึงยังได้เก็บกดตัวเองไว้ใต้ภาพของคุณหนูผู้ไร้เดียงสา ทั้งๆ ที่จริงเธอก็คือคนที่มีเลือดเนื้อชีวิต และความต้องการตามธรรมชาติ

ภาพเงาคนที่ตะคุ่มหลังพุ่มไม้ฉายทาบลงบนพื้น ทำให้มือที่กำลังขัดถูเนื้อตัวชะงักไปนิดหนึ่ง

ดวงตาคมเขม้นมองพอเห็นเงาของผมยาวๆ ก็มั่นใจว่าเป็นผู้หญิงแน่ สิงหาแอบกระหยิ่มยิ้ม เพราะแสนจะภาคภูมิใจในรูปร่างของตัวเอง ไม่ขัดข้องที่จะแบ่งปันให้ใครดูเป็นบุญตา และดูเหมือนว่าเขาจะคาดเดาได้ด้วยว่าเป็นใคร

ในไร่แห่งนี้ไม่มีอีสาวคนงานที่ไหนจะสวมชุดคลุมยาวๆ อย่างนี้นอนกันหรอก นอกจากเธอคนนั้นคนเดียว...คุณหนูพิม

ร่างสูงเปลี่ยนทิศทางหันหน้าไปทางพุ่มไม้ ก่อนจะใช้ขันจ้วงน้ำตักราดรดลงจากศีรษะลงสู่ปลายเท้าเนื้อตัวเปียกฉ่ำ เขาทิ้งขันสลัดเส้นผมที่เต็มไปด้วยละอองน้ำราวกับสดชื่นมีความสุขอยู่ในโลกส่วนตัว

แอบปลดปมผ้าขาวม้าที่อุ้มน้ำไว้จนชุ่มจนร่วงหล่นลงไปกองอยู่แทบเท้า ร่างเปลือยเปล่ายังคงฮัมเพลงอย่างมีความสุข พิมลภัสหน้าร้อนวูบมองท่อนเนื้อลำเขื่องที่มือเล็กของเธอยังกำไม่รอบ 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha