บ่วงร้ายซ่อนรัก

โดย: รมย์ธีรา



ตอนที่ 2 : พยาบาลคนใหม่


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป



            



"สวัสดีค่ะ...คุณณัฐ" หญิงสาวมีอายุหน่อยเดินเข้ามาทักทายเขา ด้วยท่าทางที่สนิทสนมกันเป็นอย่างดี

"สวัสดีครับป้าแอ๋ว" ชายหนุ่มทักทายหญิงสูงไวด้วยความเคารพ

"แล้วไหนคะ พยาบาลคนใหม" ป้าแอ๋วถามพร้อมมองหา

เกล็ดแก้วได้ยินหญิงคนนั้นถามถึงก็รีบไปหาทันที

"สวัสดีคะ เกล็ดแก้วค่ะ เรียกสั้นๆ ว่าแก้วก็ได้" หญิงสาวแนะนำตัวเองด้วยความสุภาพ

"สวัสดีคะ คุณแก้ว" ป้าแอ๋วมองเธอแล้วยิ้มอย่างอ่อนโยน จนหญิงสาวรู้สึกอบอุ่น

กับรอยยิ้มนั้น

"คุณแก้วนี้ป้าแอ๋ว เป็นคนดูแลบ้านนี้ครับ ป้าแอ๋วแล้วน้องรินละครับ" ณัฐชาแนะนำทั้งสองอีกครั้ง พลางเอ่ยถามถึงน้องสาวของเจ้าของบ้าน

"อยู่ในห้องค่ะ วันนี้อากาศเย็นจัด คุณรินเลยตัวรุ่มๆ ดูเหมือนจะไม่สบาย คุณริว

แกก็พะวงห่วงไม่อยากจะไปประชุม" ทั้งสองคุยกับขณะพาแก้วไปหา เด็กสาวที่เธอต้องดูแล

แล้วก็มาถึงห้องของรินที่ทั้งสองพูดถึง รินพักอยู่ชั้นล่าง เพื่อให้สะดวกกับการไปไหนมาไหนด้วยรถเข็น

แก้วเดินเข้าไปในห้องนอน เป็นห้องนอนที่ถูกตกแต่งไปด้วยสีชมพูหวานและดูสะอาดตา แก้วหันไปมองเด็กสาวที่อยู่บนเตียงอายุคราวๆน่าจะช่วงสิบกว่าๆ

หน้าตาของเธอดูน่ารักน่าเอ็นดู แต่ใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อเพราะพิษไข้ตามที่ป้าแอ๋วบอก และยังมีหญิงสาวอีกคนที่กำลังเช็ดตัวให้กับเธอนั่งอยู่บนที่นอนข้างๆ แววตาของเธอดูเป็นห่วงอาการของเด็กสาวมาก แก้วเดินเข้าไปดูอาการตามนิสัยเธอจับตัวก็รู้ว่าร้อนพอสมควร

"ไข้ขึ้นนานรัยังคะ" เกล็ดแก้วหันไปถามหญิงสาวที่กำลังเช็ดตัวให้ด้วยความเป็นห่วง ความเป็นพยาบาลเข้าสิงในทันที

"ก็ไม่นานค่ะ เมื่อตอนบ่ายนี้เอง อากาศมันเปลี่ยนไปมา เช้าหนาว กลางวันร้อน บ่ายเย็น น้องรินเลยปรับตัวไม่ทันนะคะ" เสียงหวานตอบสั้นๆ ถอดออกห่างมาเพื่อให้พยาบาลทำหน้าที่ของเธอ

"เหรอคะ แล้วให้ยาอะไรแล้วบ้างคะ" แทนคำตอบเธอหยิบยาส่งให้พยาบาลสาวสวยดู แก้วดูแล้ววางลงพร้อมตรวจอาการของเด็กสาวเพิ่มเติม

"ณีใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัวให้แล้ว แต่ไข้ยังไม่ค่อยลงเลย" หญิงสาวผู้ดูแลตอบอย่าง

รู้สึกไม่สบายใจ

เกล็ดแก้วเอื้อมมือไปแตะน้ำในกะละมัง แล้วหยิบผ้าขนหนูที่มีใยผ้าหยาบๆ ทำให้เวลานำไปเช็ดตัวจะแดงและเจ็บ เพราะผิวสัมผัสที่ไม่นุ่มนวลเช็ดแรงก็ไม่ได้ไข้ก็ยิ่งไม่ลง

"งั้นป้าแอ๋วคะ แก้วขอน้ำเย็นจัดสักกะละมังได้ไหมคะ แล้วก็ผ้าผืนใหม่ด้วยขอที่นุ่มๆเป็นผ้านาโนได้ยิ่งดี" เกล็ดแก้วหันไปบอกป้าแอ๋วทันทีเพื่อทำการพยาบาลเบื้องต้น

"ได้คะ" ป้าแอ๋วออกไปเอาของตามที่เธอสั่งทันที

ในขณะที่เธอกำลังวัดไข้ของเด็กสาวอีกครั้งอยู่นั้น ชายเจ้าของบ้านก็กำลังมองดูเธอจากนอกห้อง เขาเห็นเธอทางด้านหลัง กำลังมองเธอพยาบาลอาการป่วยให้น้องสาวอยู่อย่างพึงพอใจ ไม่นานของที่เธอสั่งก็ถูกวางไว้ข้างๆ หญิงสาวใช้ผ้าชุบน้ำเย็นแล้วเริ่มเช็ดที่ใบหน้า

"เดี๋ยวซิคุณ น้องรินหนาวอยู่นะคะ ทำไมเอาน้ำเย็นเช็ดตัวล่ะ" เสียงของหญิงสาวคนนั้นค้าน แต่แก้วไม่ฟังเสียงเธอใช้ผ้าชุบน้ำเธอให้ทั่วใบหน้าจนคนถูกเช็ดริมฝีปากสั่นระริก

"คนป่วยที่ดูหนาวนะ จริงๆแล้วหนาวนอกแต่ร้อนใน เห็นไหมคะ ว่าเหงื่อออก เราต้องลดอุณหภูมิภายในร่างกายของผู้ป่วยให้ได้มากที่สุด จนกว่าผู้ป่วยจะรู้สึกตัว" พยาบาลสาวเช็ดตามเนื้อตัวด้วยการย้อนรูขุมขน ตั้งแต่แขนขาแผ่นหลังที่มีป้าแอ๋วช่วยขยับตัวให้

หลังจากที่แก้วเช็ดตัวได้ไม่นานร่างที่สั่นของเด็กสาวก็ค่อยนิ่งขึ้น เกล็ดแก้วห่มผ้าให้เพื่อให้ความอบอุ่น หยิบปรอดมาวัดไข้อีกครั้งผลปรากฏว่าไข้ลงทันตา

"พี่ชายคะ" เด็กสาวลืมตาขึ้นมาเอ่ยเรียกพี่ชายของเธอ ชายหนุ่มได้ยินน้องสาวเรียกก็รีบเดินเข้าไปหา เกล็ดแก้วเดินถอยห่างออกมาจากห้อง ยืนรอข้างนอกโดยที่ยังไม่ทันเห็นหน้าของเจ้านายของเธอเลย

"ว่าไงริน พี่อยู่นี่" ชายหนุ่มว่าที่เจ้านายของเธอทรุดตัวนั่งลงที่เตียงข้างๆ เด็กสาว

ที่ป่วยจับมือบางที่ยังสั่นน้อยๆด้วยความห่วงใย

"พี่ชายยังไม่ไปเหรอ" คำพูดแหบพร่าออกมาจากริมฝีปากที่แห้งผากของเด็กสาว

"ยัง พี่เป็นห่วงริน" ชายหนุ่มสีหน้ากังวลใจลูบใบหน้าของน้องสาวอย่างอ่อนโยน

"รินไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวก็หาย พี่ชายรีบไปเถอะ รินไม่อยากให้พี่เสียงาน" เด็กสาวฝืนยิ้มออกมา

"ได้ เดี๋ยวพี่ไป นอนซะนะ รินหลับเมื่อไรพี่ก็จะไปทันที" ชายหนุ่มรับปากน้อยสาว ภายในใจยังห่วงพะวงไม่อยากจาก

แล้วเด็กสาวก็ค่อยๆ หลับไปตามคำสั่งของผู้เป็นพี่ชาย ลมหายใจที่ถี่กระชั้นค่อยๆ ผ่อนลงเป็นจังหวะสม่ำเสมอ แล้วชายหนุ่มก็เดินออกมาจากห้อง เพื่อไปขอบคุณพยาบาลสาวที่มาทันเวลา รู้สึกโล่งใจถ้ามีพยาบาลเก่งๆมาอยู่เป็นเพื่อนน้องรักแทนตนเอง

"ต้องขอบคุณคุณมานะ คุณ....." ราเชนหยุดพูดแค่นั้นเมื่อหันมาเห็นใบหน้าของพยาบาลสาวที่ดูแลน้องสาวตน

"เธอ...." เขาชี้หน้าเธออย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา ความชื่นชมและพอใจเมื่อครู่ลดระดับลงฮวบทันที

"นาย....." หญิงสาวเองก็เช่นกันที่ตกใจไม่แพ้เขา นายจ้างของเธอคือผู้ชายไร้มารยาทคนนั้นนั่นเอง

"อ้าว รู้จักกันแล้วเหรอ" ณัฐชาพูดขึ้นลอยๆ อย่างอารมณ์ดี โดยไม่รู้เลยว่าการเจอกันครั้งก่อนของทั้งสองไม่สู้ดีนัก

"เธอเองเหรอที่เดชส่งมานะ" ริวพูดพร้อมทำสายตาชิงชัง เขาเปลี่ยนท่าทีทันที

หญิงสาวไม่ตอบกัดปากแน่น ใจอยากจะต่อล้อต่อเถียงให้สมอยาก แต่ด้วยเพราะเขาคือนายจ้างที่ให้ค่าตอบแทนสูงจนทำให้เธอไม่อยากจะพลาดงานนี้

"หึ สงสัยเดชมันจะหาใครไม่ได้แล้วจริงๆ ถึงส่งพยาบาลไม่มีฝีมือแบบนี้มาให้"

ชายหนุ่มพูดจาดูถูก ลืมไปว่าเพราะแก้วทำให้น้องสาวของเขาไข้ลดลงทันที

หญิงสาวอดทนกับคำดูถูกของเขา เธอไม่อยากจะทำให้พี่หมอของเธอเสียชื่อ

"อ้าว ริวทำไมพูดแบบนั้นล่ะ" ณัฐชาพูดเมื่อเห็นเพื่อนเริ่มพูดจาไม่ดีใส่พยาบาลคนสวย

"ป้าว่า คุณแก้วเขาเก่งนะคะ ดูซิมาแป็บเดียวคุณรินก็ไข้ลดเลย" ป้าแอ๋วเองก็มึนงงกับวาจาของเจ้านายหนุ่ม ปกติเขาเป็นคนสุภาพกว่านี้

ริวไม่ยอมฟังใครทั้งนั้น ยิ่งการแต่งตัวของเธอวันนี้ก็ไม่เหมือนมาเริ่มงานวันแรก คงอยากจะมาจับเขาอีกล่ะสิ เขามองหญิงสาวด้วยความหงุดหงิดแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เดินออกไปคุยข้างนอก

หญิงสาวหลับตานิ่งพยายามข่มอารมณ์ของตนเองไว้ เพราะไม่อยากให้หมอเดชเดือดร้อน

"ว่าไง ครับคุณริวเพื่อนรัก" เสียงของหมอเดชทักทายเพื่อนอย่างอารมณ์ดี ถ้าเขาเดาไม่ผิดริวคงจะเจอพยาบาลคนสวยของเขาที่ส่งไปให้แล้ว

"แก ไอ้หมอ แกส่งใครมา" เสียงของราเชนหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด

“ก็มือดีไง" แต่คนฟังกลับอารมณ์ดีเหมือนอยากจะแกล้งให้คนโทรหาอารมณ์ขึ้นกว่าเก่า

"มือดีบ้าบออะไรละ แกก็รู้ฉันชอบคนเรียบร้อย" ชายหนุ่มหันไปมองหญิงสาวที่ยืนสงบสติอารมณ์อยู่ในบ้านอย่างขัดใจ

"ก็เรียบร้อยนะมันทำงานไม่ดี แต่คนนี้นะถึงจะแต่งตัว Sexy ไปหน่อย แต่ขอบอกนะว่าเก่งมาก และฉันก็เชื่อใจด้วย" หมอหนุ่มประกันคุณภาพของเธอ

"แต่ฉัน..."  ริวลังเลใจเขาอยากจะได้มือดีมาดูแลน้องสาว แต่เธอคนนี้นะเหรอมือ

ดีที่เพื่อนของเขาไว้ใจ

"ถ้าแกไม่รับคนนี้ ฉันก็จะไม่หาให้แล้ว" ทรงเดชยืนยันคำขาด

"เออ ก็ได้ ฉันรับไว้ก่อนเพราะฉันต้องไปประชุม เดี๋ยวฉันกลับมาเราค่อยคุยกัน" ริวยกมือขึ้นดูนาฬิกาแล้วถอนหายใจ

"คิดดีดีนะ คนนี้ฉันรับรองว่าดีที่สุด" หมอเดชย้ำอีกครั้งเขาเองก็ห่วงใยน้องสาวของเพื่อนรักไม่แพ้กัน

"ไม่ต้องมาขายมาก แค่นี้นะ" แล้วริวก็วางสายทันทีเดินกลับเข้าไปอย่างหงุดหงิด

"เธอ อยู่ดูแลรินได้ วันนี้ฉันรีบไป เดี๋ยวฉันจะมาจัดการกับเธอทีหลัง ณัฐฝากรินด้วยนะ" ชายหนุ่มออกคำสั่งกับทุกๆคน กล่าวจบก็เดินจากไปด้วยท่าทางที่ใหญ่โต

หญิงสาวรู้สึกโล่งอกมองดูเจ้านายหนุ่มที่เดินไปรู้สึกเหนื่อยใจขึ้นมาทันที ณัฐเกาหัวด้วยความงงกับท่าทางของเพื่อนสนิท

"อะไรของมันว่ะไอ้นี่ ขอโทษด้วยนะครับที่เพื่อนผมมันเสียมารยาท" ณัฐหันมาขอโทษหญิงสาวแทน

"ไม่เป็นไรคะ" หญิงสาวส่ายหน้า รู้สึกเหมือนเธอจะทำงานที่นี่ได้ไม่นานเสียแล้ว

"อ้อ ผมลืมแนะนำ นี่คุณเณริณี หรือคุณณี เป็นนักโภชนาการของน้องรินครับ" ณัฐชาจึงต้องมีมารยาททำหน้าที่แนะนำคนอื่นๆแทนเจ้าของบ้านไปก่อน

"สวัสดีค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักคะ" เณริณียิ้มทักทายพยาบาลคนใหม่ด้วยความชื่นชม ความสวยของเธอทำให้เธอรู้สึกอายเพราะตนเองดูธรรมดาและหมองหม่นไปเลย

"เช่นกันค่ะ" เกล็ดแก้วฝืนยิ้มให้ กับเหตุการณืเมื่อครู่ทำเอาเธอยังยิ้มไม่ค่อยออกเท่าไรนัก

"แล้วน้องริน.." แก้วพูดพร้อมกับชี้ไปในห้องที่เธอเพิ่งออกมา

"ใช่ครับนั้นน้องริน น้องสาวสุดที่รักของเจ้าริวมัน เธอเป็นเด็กอ่อนแอตั้งแต่เด็ก

ทานอะไรไม่ค่อยได้แพ้ง่ายด้วย แล้วยิ่งมาเกิดอุบัติเหตุ เลยต้องดูแลเป็นพิเศษนะครับ คุณณีจะเป็นคนดูแลเรื่องอาหารการกินของเธอ ส่วนคุณก็ดูแลเรื่องสุขภาพ" คนมารยาทดีแต่ไม่ใช่เจ้าของบ้านอธิบายเพิ่มเติม

"อ้อ เหรอคะ" หญิงสาวพยักหน้าอย่างเข้าใจในอาการของเด็กสาว

"ไปครับ เดี๋ยวผมพาไปที่ห้องพัก ริวให้ป้าแอ๋วจัดให้แล้วล่ะ" ณัฐแสดงตัวเป็นเจ้าของบ้านซะเองเมื่อเห็นว่าเจ้าของบ้านตัวจริงไม่อยู่แล้ว ทั้งสองก็เดินขึ้นชั้นสองของบ้านไป

"ค่ะ ขอบคุณค่ะ คุณณัฐดูเข้าออกที่นี้ดีจังนะคะ" หญิงสาวมองดูณัฐที่ท่าทางคุ้นเคยกับที่นี่ยังกับเป็นเจ้าของซะเอง

“ผมเป็นกับริวตั้งแต่สมัยเรียนครับ พี่หมอของคุณก็เหมือนกัน เราสามคนเป็นเพื่อนรักกัน"

"อ้อ" หญิงสาวพยักหน้าไม่อยากจะเชื่อว่าพี่หมอของเธอจะรู้จักคนกักขฬะแบบนั้น

"ดูท่าทางคุณแล้วกับริวคงเคยเจอกันมาก่อนใช่ไหมครับ" ณัฐอดไม่ได้ที่จะสงสัยกับท่าทางที่ทักทายกันในลักษณะนั้นของทั้งสอง

"ก็ทำนองนั้นค่ะ" แก้วตอบแบบสงวนท่าทีหวั่นเพื่อนรักของคนปากร้ายจะเอาไปฟ้องให้ต้องมีปากมีเสียงกันอีก

"แล้วก็เจอกันในลักษณะที่ไม่ดีด้วยใช่ไหมครับ" ณัฐพูดอย่างรู้จักเพื่อนของเขาดี เพราะเพื่อนของเขาไม่ชอบผู้หญิงแต่งตัวจัดจานแบบแก้ว

หญิงสาวยิ้มเจื่อนๆ หวนนึกไปถึงคำพูดของชายหนุ่มก็ทำเอาอารมณ์เสียขึ้นมา

อีกครั้ง

"ผมพอจะเข้าใจล่ะ ดูจากการแต่งตัวริวมันคงไปเสียมารยาทกับคุณ" ชายหนุ่ม

คาดการณ์ได้อย่างถูกต้อง

หญิงสาวไม่ตอบ

"คืออย่างนี้ครับ ริวเพื่อนผมนะมันไม่ชอบผู้หญิงแต่งตัวจัดจ้านนะครับ เออ..ไม่ได้ว่านะครับ" ชายหนุ่มพยายามอธิบายให้หญิงสาวเข้าใจ

"เพื่อนคุณก็เลยตัดสินคนที่การแต่งตัวของเขาโดยที่ไม่ได้ดูถึงความสามารถของเขาใช่ไหมคะ" เกล็ดแก้วหันไปถามเชิงดูถูกความคิดของคนๆนั้น

“ก็ประมาณนั้น" ณัฐชาพยักหน้าเบาๆ

"งั้นฉันพอจะเข้าใจแล้วค่ะ ไม่เป็นไรค่ะคุณณัฐ แก้วคงอยู่ไม่นานหรอก เดี๋ยวพอเพื่อนคุณกลับมา เขาคงให้พี่หมอหาคนใหม่มาให้ ขอตัวนะคะ แก้วอยากจะเปลี่ยนเสื้อผ้า" พูดจบหญิงสาวก็เข้าห้องไปโดยที่ไม่สนใจ ณัฐที่กำลังจะบอกลาเธอ

เจ็บใจนัก ว่าเราต่างๆ นาๆ นี่ถ้าไม่ติดว่าเป็นนายจ้างนะ ฮืม... หญิงสาวคิดแล้วเดินไปมาอยู่ในห้อง

ใจเย็นไว้ เขาคงให้เราอยู่ไม่นานหรอกโอ้ย หงุดหงิดจริงๆ เลย หลังจากที่เธอสงบสติอารมณ์อยู่สักพักเธอก็เดินออกมาจากห้องพักเดินลงไปดูอาการของเด็กสาว

"อ้าว..คุณแก้ว" หญิงสาวที่เป็นคนเช็ดตัวให้กับรินเอ่ยทักทายเธอ

"เรียกแก้วเฉยๆ ก็ได้ค่ะ น้องรินเป็นยังไงบ้างคะ" แก้วยิ้มให้แล้วเดินเข้าไปหาที่ข้างเตียงของริน

"ก็ดีขึ้นแล้วค่ะ" ณีมองดูเด็กสาวที่กำลังหลับอย่างทรมานเพราะพิษไข้

"คุณณีต้องดูแลตลอดเลยเหรอคะ" แก้วนั่งลงที่เก้าอี้ข้างเตียงมองดูรอบๆ ห้อง

อย่างสนใจ

"ก็ไม่หรอกคะ แค่เวลาเธอป่วยนะ ส่วนใหญ่ณีจะอยู่เป็นเพื่อนซะมากกว่า" หญิงสาวท่าทางเรียบร้อยตอบสั่นๆ

"เหรอคะ แล้วคุณณีทำงานกับเออ... คุณริวมานานแล้วเหรอคะ" เกล็ดแก้วได้

โอกาสสอบถามเรื่องภายในด้วยความอยากรู้

"ก็ปีกว่าเองคะ เพราะคนเก่าขอลาออกไปแต่งงานค่ะ"

"แล้วพยาบาลคนก่อนล่ะคะ" หญิงสาวรู้สึกแปลกใจที่ทำไมชายคนนี้ถึงเปลี่ยนพยาบาลบ่อยทั้งที่น้องสาวก็ไม่ได้เป็นอะไรมากนัก

"อยู่ได้ไม่นานหรอกคะ คุณริวแกเป็นคนเจ้าอารมณ์ รักน้องมาก ส่วนใหญ่พยาบาลคนก่อนๆ แรกๆก็ดูแลน้องรินดี พอหลังก็ออกไปแนวจะจับแกมากกว่า แต่ก็ไม่เห็นเคยเห็นคุณริวโมโหแบบเมื่อกี้เลยนะคะ" เณริณีเปิดปากบอกอย่างไม่ปิดบัง

เกล็ดแก้วยิ้มบางๆ ที่มุมปาก แต่ก็พยักหน้าให้กับคำพูดของณี

"คุณริวแกชอบผู้หญิงเรียบร้อยนะคะ คุณแก้วคงจะดูขัดใจแกนิดหน่อย แกเลยโมโห" เณริณีพูดแก้ตัวเพราะกลัวแก้วจะเสียใจ

"ไม่เป็นไรหรอกคะ แก้วไม่คิดมากหรอก คุณไปไปพักเถอะคะ เดี๋ยวแก้วอยู่ต่อเอง" พยาบาลสาวยิ้มให้อย่างเป็นมิตร

"ขอบคุณนะคะ เกรงใจจังคุณแก้วเพิ่งมาถึงแท้ๆ ต้องมาดูแลน้องรินซะแล้ว" เณริณีอึกอัก แม้จะรู้สึกอ่อนล้าเพราะเมื่อคืนแทบไม่ได้นอน ต้องคอยดูแลรินที่มีไข้ขึ้นๆลงๆอยู่ทั้งคืนแทนพยาบาลที่ยังไม่มา

"ไม่เป็นไรคะ มันเป็นหน้าที่ของแก้ว" เกล็ดแก้วหยิบผ้าบนหน้าผากเด็กสาวขึ้นมาชุมน้ำใหม่ แล้วพับวางลงที่หน้าผากอีกครั้ง

"งั้นณีไปก่อนนะ" เมื่อเห็นคนทำงานอยากทำตามหน้าที นักโภชนาการสาวก็ลุกขึ้นแล้วออกไปจากห้อง

พยาบาลสาวนั่งมองใบหน้าของเด็กสาวที่กำลังหลับอยู่ด้วยพิษไข้ก็อดสงสารไม่ได้

เฮ้อ...งานเข้าซะแล้วเรา มาถึงก็เป็นไข้เลย ว่าแต่ทำไมเด็กสาวน่ารักอย่างเธอ ถึง

มีพี่ชายนิสัยแย่กันนะ เธอคิดในใจ

เวลาผ่านไป 2 วันอาการของรินก็เป็นๆ หายๆ แก้วดูแลเด็กสาวแทบจะตลอดเวลา จนตัวเธอแทบจะไม่ได้กินไม่ได้นอน เพราะต้องคอยเช็ดตัวให้เธอตลอด เธอไม่ยอมให้ณีเปลี่ยนเวรบ้างเลย เพราะเธอกลัวว่าณีจะทำไม่ถูก แค่ดูจากการวันที่เธอมาครั้งแรก ก็พอจะรู้ว่าณีไม่มีความรู้ด้านการพยาบาลทำเป็นแต่อาหารอย่างเดียว ยาที่เธอขอจากทรงเดชไปก็ยังส่งมาไม่ถึง ทำให้ไม่มียาดีๆ ที่จะทำให้ไข้ของเด็กสาวลดลงไปได้

"แก้ว...มีของส่งมาให้คะ" เณริณีเดินเข้าไปมาภายในห้องนอนของเด็กสาวพร้อมกับกล่องพัสดุ

"ขอบคุณคะคุณณี มาสักที" เกล็ดแก้วเห็นเข้าก็ดีใจ ลุกขึ้นไปรับแล้วรีบแกะหีบห่อ

"อะไรเหรอคะ" คนเอามาให้อยากรู้ยืนมองอย่างสนใจ

"ยานะคะ" พยาบาลสาวตอบพร้อมหยิบอุปกรณ์ออกมาอย่างชำนาญ

"ยาอะไรคะ" เณริณียังไม่เข้าใจ ยาที่บ้านก็มีอยู่เห้นป้อนให้ตลอด แล้วทำไมต้องสั่งยาใหม่มาเพิ่มด้วยนะ

"ก็ยาของน้องรินนะคะ เป็นยานอก แก้วโทรบอกอาการพี่หมอ เขาเลยส่งยาตัวนี้มาให้ ถ้าฉีดยาตัวนี้แล้วยังไม่หาย คงต้องพาไปแอดมิดเพื่อตรวจเลือดหาไวรัสอื่นๆ"

พยาบาลสาว

"แล้วน้องรินจะไม่แพ้ยาเหรอ แกยิ่งแพ้ง่ายๆอยู่" เณริณีบอกด้วยน้ำเสียงกังวล รู้ดีว่าเด็กสาวอ่อนแอแค่ไหน

"คิดว่าไม่ค่ะ เพราะพี่หมอแกเป็นคนจ่ายยาให้ แกน่าจะรู้ดีเกี่ยวกับสุขภาพของน้องริน" พยาบาลสาวชี้แจ้งให้เณริณีสบายใจ

นักโภชนาสาวพยักหน้าอย่างเข้าใจ มองดูแก้วฉีดยาให้รินอยู่เงียบๆ

เวลาผ่านไปอีกสามวัน ราเชนกำลังขับรถขึ้นเขาเพื่อกลับบ้าน เขาโทรถามอาการน้องสาวจากทางบ้าน

ตลอดเวลา ได้รู้ข่าวว่าแก้วดูแลเธออย่างดีจากปากของป้าแอ๋ว แต่เขาก็ยังไม่ชอบเธออยู่ดี เขายังอยากได้พยาบาลคนใหม่ เขาหยิบโทรศัพท์โทรหาเพื่อนสนิทเพื่อปรึกษา

"ว่าไงริว กลับมาแล้วเหรอ" หมอเดชรับสายแล้วทักทายเพื่อนสนิท

"ใช่" ราเชนตอบกลับสั้นๆ

"แล้วโทรมาเนี่ยมีอะไร"

"ไอ้หมอ ฉันโทรมาหาแกเรื่องแม่พยาบาลคนสวยของแกนะ"

"ทำไมล่ะ" เมื่อพูดถึงเกล็ดแก้วหมอเดชก็ชักน้ำเสียง เขารู้ดีว่าหลายวันที่ผ่านมาแก้วทุ่มเทดูแลรินดีแค่ไหน เพราะไม่ว่าอาการเป็นอย่างไร แก้วจะอัพเดตให้เขารู้ตลอดเวลา

"ฉันอยากเปลี่ยน" ชายหนุ่มยังคงมีจุดมุ่งหมายเดิม เธอคงทนอยู่ร่วมบ้านกับผู้หญิงใจแตกแบบนั้นไม่ได้

"ฉันบอกแกแล้วไงว่าถ้าแกไม่เอาคนนี้ ฉันก็ไม่หาให้แล้ว แล้วแก้วไปทำอะไรให้แก" ทรงเดชพูดเสียงหงุดหงิดเริ่มทนไม่ได้กับเพื่อนที่เรื่องมากเหลือเกิน

"ก็ดูแต่งตัวซิ เป็นพยาบาลแต่แต่งตัวยังกับไปเดินแบบ ปากก็ร้าย ใจก็ร้อน แล้ว

จะมาดูแลน้องฉันได้ไง" ชายหนุ่มมีอคติกับหญิงสาวทันทีทั้งที่ยังไม่รู้เลยว่าเธอเป็นคนยังไง

"แกเห็นเขาทำงานแล้วเหรอ" หมอเดชย้อนถามคนรู้ไม่จริง

"ก็...ยัง..." ราเชนอ้ำอึ้งตอบ แต่ก็คิดไม่ออกว่าคนแบบนั้นจะทำงานดีได้สักแค่ไหน

"แล้วแกตัวสินเขาได้ไง" หมอหนุ่มถามอย่างท้าทายเพื่อน

“ก็นิสัยมันก็ต้องอยู่กับการทำงานซิ" คนมีอคติยังคงยืนกรานความคิดของตนเอง

"แต่คนนี้ไม่ แน่นอน" ทรงเดชยืนยันหนักแน่น เขารู้จักแก้วดีที่สุด

"แกรู้ได้ไง" ริวย้อนถามอย่างไม่เชื่อคำพูดของเพื่อน

"ฉันร่วงงานกับเขามาฉันรู้ แกให้โอกาสเขาทำงานให้แกเห็นหน่อย" ทรงเดชพยายามเกลี่ยกล่อมให้ริวยอมรับแก้วเข้าทำงาน

"แต่..." ชายหนุ่มลังเลใจอยู่ นึกถึงวันที่หล่อนมาทำงานวันแรก ก็พยาบาลน้องสาวจนไข้ลงได้ทันที แต่ถึงยังไงก็ไม่ชอบการแต่งตัวของเธอยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห

"ไม่มีแต่ เชื่อฉัน น้องแกต้องการผู้หญิงคนนี้ ดูซิมีใครบ้างวีดีโอคอลมาบอกอาการให้ฉันดูอาการของน้องริน เพื่อจ่ายยาให้ แล้วน้องแกหายป่วยบ้าง"

"ก็ยัง....." ราเชนคิดหนัก

"แกลบอคติที่มีต่อเธอแล้วมองในการทำงานซิ ใจเย็นๆ หน่อย" ทรงเดชพยายามพูดให้เพื่อนเปิดใจ

"ทำไมแกถึงหาคนอื่นมาไม่ได้ว่ะ" ชายหนุ่มยังคงหนักแน่นที่จะปฏิเสธหญิงสาวคนนี้

"ก็ไม่หาโว้ย แกมันเรื่องมาก ไม่มีใครเขาอยากทำกับแกแล้ว" หมอเดชเองก็ยืนยันหนักแน่นเช่นกัน ที่จะให้แก้วทำงานต่อเขาตอบริวอย่างอารมณ์เสีย

"แล้วทำไมคนนี้ถึงยอมทำ" ชายหนุ่มกระชากน้ำเสียง เขาไม่เข้าใจว่าทำไม่ถึงไม่มีใครอยากทำงานกับเขานักหนา เขาก็แค่ต้องการคนที่ดีที่สุดสำหรับน้องสาวของเขาเท่านั้นเอง

"เพราะเขาไม่รู้ว่าแกบ้าไง แล้วก็เขาต้องการใช้เงินด้วย" หมอเดชบอกอีกครั้ง

"หึหึ สุดท้ายก็เงิน" ชายหนุ่มคิดไปถึงหญิงสาวที่จะเอาเงินไปแต่งตัวสวยๆ งามๆ โดยลืมไปว่าคนนี้เป็นคนๆเดียวกันกับที่หมอเดชเคยบอกว่าเอาเงินไปรักษามารดาที่ป่วยหนัก

"มันไม่เหมือนกันนะริว" หมอเดชจับน้ำเสียงที่ดูถูกหญิงสาวของริวได้ก็รีบออกตัว

"ก็เหมือนกันหมดนั้นแหล่ะ" ชายหนุ่มทำน้ำเสียงหงุดหงิด เหมารวมไม่ฟังคำอธิบายเพิ่มของเพื่อนรัก ผู้หญิงกับเงินมันคือของคู่กัน

"เชื่อฉันเถอะว่าคนนี้ไม่เหมือน" หมอเดชมั่นใจในความดีของหญิงสาวที่มีอย่างเต็มเปี่ยม

"ดูแกอยากให้ฉันเชื่อใจยัยคนนี้จังนะ" แต่ชายหนุ่มไม่มีทางเชื่อตามที่บอก ก็ภาพที่เห็นมันฟ้องว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงที่ดีๆ ผู้หญิงดีๆที่ไหนแต่งตัวเหมือนง่ายๆแบบนั้น

"ก็เขาเป็นคนดี ถ้าแกไม่มีอคติ" หมอหนุ่มต่อว่าเพื่อนที่เอาความไม่พอใจส่วนตัวมาตัดสิน

"เออ ก็ได้ คำก็อคติ สองคำก็อคติ" จนสุดท้ายราเชนก็ออกปากยอมรับ ก็เสื้อผ้าหน้าผมของเธอมันทำให้เขาปลื้มเธอไม่ลงจริงๆ

"ก็มันจริงนี่ ตกลงแกจะรับไหม" ทรงเดชถามครั้งสุดท้าย พร้อมที่จะดึงแก้วกลับหากเพื่อนสนิทไม่ยอมรับเธอจริงๆ แต่ก็จะไม่หาพยาบาลให้ใหม่ตามใจปรารถนง่ายๆอย่างแน่นอน

"แกบังคับนี่ ไม่รับได้ไง แต่แกต้องดูคนใหม่สำรองไว้ด้วยนะ ถ้าเผื่อฉันทนไม่ได้จริงๆ" ราเชนจำยอม หวั่นเพื่อนจะไม่หาคนใหม่มาแทนให้จริงๆ

"ไม่รับปากโว้ย แค่นี้นะ งานเข้าแล้ว" หมอเดชรีบตัดสายเมื่อเห็นเพื่อเริ่มใจอ่อนยอมให้แก้วทำงาน

"เออ ก็ได้" ราเชนวางสายด้วยความหงุดหงิดใจที่มันไม่เป็นไปตามที่เขาคิดไว้ งานนี้ต้องหาข้อปกพร่องไปฟ้องเพื่อนหมอ เพื่อปลดเธอออกจากการเป็นลูกจ้างให้ได้

กลับมาทางบ้านบนเขา ตอนนี้อาการของเด็กสาวก็ดีขึ้นมาก หลังจากผ่านการดูแลอย่างใกล้ชิด จากแก้วพยาบาลสาวผู้ทุ่มเทสุดตัว

"ดีจัง วันนี้ยังไม่มีไข้เลย" เกล็ดแก้วพูดออกมาด้วยความโล่งใจ หลังจากที่กังวล

กับอาการป่วยของเธออยู่เกือบสัปดาห์

"เป็นไงบ้างแก้ว" เณริณีเดินเข้ามาหาแก้วที่กำลังวัดไข้ให้รินอยู่ด้วยความเป็นห่วง

"คิดว่าคงหายแล้วค่ะ วันนี้แก้ววัดไข้แล้วยังไม่มีไข้เลย" หญิงสาวหันไปบอกณีสีหน้าของเธอดูเหนื่อยล้า

"ดีจัง คุณริวคงโล่งใจ แกโทรมาถามตลอดเลยนะว่ารินเป็นไงบ้าง วันนี้กลับมาคงเป็นข่าวดี" ณีพูดน้ำเสียงดีใจ

ในขณะที่แก้วตกใจที่วันนี้ริวกำลังจะกลับมา

"คุณริวกลับวันนี้เหรอ" แต่อารมณ์ของเธอก็เปลี่ยนไป เมื่อรู้ว่าเจ้านายปากเสียของเธอกำลังจะกลับมา

"ใช่ ใกล้จะถึงแล้วด้วยมั้ง แก้วดูแลน้องรินจนลืมวันลืมคืนไปเลยนะ วันๆ ณีไม่เห็นออกจากห้องบ้างเลย ณีว่าแก้วไปพักเถอะ" ณีพูดกับแก้วด้วยความเป็นห่วงเธอสักเกตหน้าตาแก้วไม่สู้จะดีนัก

"แก้วไม่เป็นไรหรอก แก้วนะแข็งแรงจะตาย แต่เดี๋ยวขอแก้วไปล้างหน้าก่อนนะ เดี๋ยวจะมาดูอาการใหม่" หญิงสาวพยายามที่จะฝืนตัวเองเอาไว้

"ได้ซิ" นักโชนาการสาวพยักหน้ารับปาก เดินไปดูสีหน้าของเด็กสาวที่ดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

เกล็ดแก้วเดินออกจากห้องไปจากห้องก็ต้องตกใจ เมื่อคนที่พูดถึงเมื่อครู่ปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า ราวกับมีมนต์เรียกมา

"ไง จะไปไหนไม่ทราบ คิดจะอู้เหรอ" ริวพูดลอยๆ แหย่ประสาทเธอ

หญิงสาวมองหน้าแต่ไม่โต้ตอบ เธอพยายามเดินเลี่ยงให้พ้นเขา แต่ถูกมือที่เหมือนคีมดึงแขนอันอ่อนล้าของเธอเอาไว้

"โอ้ย..นี่คุณเจ็บนะ" หญิงสาวร้อยเสียงหลงเหมือนเขาจับข้อมือเธอแน่นจนร้าวไป

ทั้งแขน

"ก็ถามว่าจะอู้เหรอ" ชายหนุ่มกัดฟันพูดใส่เธอมองหญิงสาวท่าทางดูถูก บทสนทนาของพวกเขาเบามากเพื่อไม่ให้ใครได้ยิน แต่แล้วณีก็เดินออกมาจากห้องพอดี

"อ้าว คุณริว มาเร็วจัง" หญิงสาวเอ่ยทักทายเจ้านายอย่างสนิทสนม ชายหนุ่มรีบซ่อนแขนที่จับแก้วไว้ด้านหลัง

"ผมทราบข่าวว่ารินอาการดีขึ้นก็เลยดีใจรีบกลับมานะ" เขาตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่ต่างจากที่คุยกับเกล็ดแก้วโดยสิ้นเชิง

"คุณแก้วเขาดูแลคุณรินไม่ห่างเลยคะ" ณีกล่าวชื่นชมแก้วให้ชายหนุ่มฟังอย่างจริงใจ

"ผมทราบแล้วครับ ทั้งคุณณี ป้าแอ๋ว หรือแม้กระทั้งเพื่อนผมทั้งสองคนก็พูดให้ผมฟังแล้ว เชิญคุณณีตามสบายครับ เดี๋ยวผมคุยธุระเสร็จ แล้วจะเข้าไปดูน้องเอง" ริวพูดสี

หน้ายิ้มแย้มผิดกับมือข้างหลังที่กำลังบีบแขนหญิงสาวจนเขียวไปหมด

พูดกับเณริณีจบเขาก็ฉุดกึ่งกระชากเธอเข้าไปในห้องทำงาน แล้วเหวียงเธอลงไปที่โชฟาของเขา แล้วเดินไปปิดประตูห้องเพื่อกันไม่ให้ใครได้ยิน

"โอ้ย..นี่คุณทำบ้าอะไร" หญิงสาวรู้สึกเวียนหัวที่ถูกเหวียงแรงขนาดนั้น และเพราะต้องอดหลับอดนอนหลายวันติดกัน ทำให้ตอนนี้เธอเริ่มอ่อนล้าและหมดแรง

"เราต้องคุยกัน" ชายหนุ่มพูดเสียงหนักสายตาดุดันราวจะกินเลือดกินเนื้อ

"ฉันไม่คุยกับคุย" หญิงสาวลุกขึ้นพยายามจะเดินผ่านเขาไปที่ประตู เพราะยังไม่พร้อมที่จะพูดคุยเรื่องน่าปวดหัว แต่ถูกชายหนุ่มผลักลงไปอีกครั้งอย่างไม่สนใจคำแย้งของหญิงสาว

"นี่คุณ...จะเอายังไงเนี่ย เกลียดขึ้หน้าฉันก็ให้ฉันไปซิ ยังไงคุณก็ต้องไล่ฉันออกอยู่

ดี" หญิงสาวเริ่มไม่สบอารมณ์ที่ชายหนุ่มเอาแต่ผลักเธอ

"อันนั้นมันแน่นอนอยู่แล้ว แต่ผมต้องตกลงกับคุณก่อน" ชายหนุ่มยืนกอดอกขวางเธอไว้กับประตูห้อง

"ตกลงอะไรไม่ทราบ" หญิงสาวมองหน้าชายหนุ่มที่ตอนนี้เริ่มจะเลือนลางเพราะเธอกำลังจะเป็นไข้

"คุณจะไปได้ ก็ต่อเมื่อผมหาคนใหม่มาแทนคุณได้" ชายหนุ่มชี้หน้าสั่งเธอน้ำเสียงก้าวร้าว

"ทำไมฉันต้องอยู่ด้วย ในเมื่อเจ้าของบ้านเขาไม่อยากให้อยู่" หญิงสาวส่ายหน้าอย่างไม่อยากจะอยู่ต่อ

"เพราะน้องผมต้องการพยาบาลดูแล และคุณก็เป็นพยาบาลคนเดียวที่นี่" ชายหนุ่มยกเหตุผลด้านสุขภาพของน้องสาวที่เขาไม่อาจจะขาดเธอได้ในตอนนี้


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha