บ่วงร้ายซ่อนรัก

โดย: รมย์ธีรา



ตอนที่ 3 : เกลียดขี้หน้า


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป



            



"ก็คุณณีไง" หญิงสาวชี้ไปทางคุณณีที่ดูแลรินมาก่อน

"คุณก็เห็นว่าเธอไม่รู้เรื่องอะไรนอกจากอาหาร" ชายหนุ่มมีเหตุผลพอตัว ถ้านักโภชนาการของเขาเป็นเรื่องงานพยาบาลอยู่บ้างก็คงไม่ต้องจ้างสองคนให้มาดูแลน้องสาวอยู่แบบนี้หรอก

หญิงสาวนิ่งคิดหนักเธอไม่อยากอยู่บ้านหลังเดียวกับเขา เพราะเธอรู้ว่าเขาต้องมีพูดจากระทบเธอแน่ แต่อีกใจก็สงสารริน เธอกำลังจะดีขึ้นถ้าเธอไปใครจะมาดูแลเธอแทน คนที่จะวินิฉัยอาการคนไข้แล้วโทรไปบอกหมอได้ตรงนั้นมีน้อยนัก และรินก็ต้องการคนแบบนี้อยู่ที่นี้ไม่งั้นเด็กคนนี้ อาจตายได้เพราะไปส่งหมอไม่ทัน

"ผมจะให้เงินคุณเพิ่ม ถ้าคุณอยู่จนกว่าคนใหม่จะมาได้" ริวยื่นข้อเสนอเพิ่ม เมื่อเห็นหญิงสาวคิดหนักเขารู้ดีว่าเธอต้องการใช้เงิน ตามที่เดชบอกจึงรีบเสนอเงินสูงให้เธออยู่ต่อ ภายในใจยิ้มเยาะอย่างดูถูก

"ฉันจะให้คำตอบคุณทีหลัง ตอนนี้ฉันขอไปพักก่อน" หญิงสาวจนปัญญาจะ

หาทางออก ตอนนี้ร่างกายอ่อนล้า สมองมึนงง

พยายามขอตัวตอนนี้เธอไม่อยากคิดอะไร เพราะเธอรู้สึกหนักหัวไปหมด ร่างกายที่เจออากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยแล้วยังต้องดูแลอาการคนป่วยให้ห้องที่อากาศไม่ได้ถ่ายเท แถมยังแทบจะไม่ได้กินไม่ได้นอน แล้วยังถูกเขาเหวียงไปมา ทำให้เธอรู้สึกเวียนหัวเธอพยายามลุกขึ้นอีกครั้งเพื่อไปจากห้อง

"คำตอบนะให้วันหลังได้ แต่นี่ ยังไม่ 5 โมงเลย จะไปนอนได้ไง" ริวดึงหญิงสาวไว้อีกครั้งไม่ให้ออกไปจากห้อง

หญิงสาวพยายามออกแรงดิ้นให้หลุด แต่ยิ่งดิ้นเขาก็ยิ่งออกแรงบีบแขนเธอแน่นขึ้น

"ปล่อยนะคุณ ฉันเจ็บ" หญิงสาวสะบัดมือแต่ยิ่งสะบัดก็ยิ่งไม่หลุด และโลกในหัวของเธอก็ยิ่งหมุน

"ก็คุณจะไปพักได้ไง ในเมื่อยังไม่ถึงเวลา คิดจะอู้เหรอ ตอนนี้คุณยังทำงานให้ผมอยู่นะ" ชายหนุ่มต่อว่าหญิงสาวที่กำลังทำท่าทางจะไปพักผ่อนเขาตั้งใจจะบีบให้เธอลาออกเองเขาจะได้ไม่ต้องถูกเดชว่า

"ฉันรู้แล้วนะ ตอนนี้ขอพักก่อนได้ไหม ฉันเหนื่อย" หญิงสาวพูดออกมาเสียงดังด้วยความรู้สึกที่เริ่มจะทนไม่ไหว

"อย่ามาแสดงหน่อยเลย คุณทำไม่สำเร็จหรอก เพราะที่นี่ไม่มีผู้ชายคนไหนโง่พอจะหลงกลคุณ แล้วก็ไม่ต้องมาแต่งตัวไปโชว์ใครด้วย ผมเห็นแล้วอุจาตตา" เขาพูดใส่หน้าเธอด้วยความหงุดหงิด มองดูเสื้อผ้าหญิงสาวที่ใส่อยู่มันน้อยชิ้นนัก

"นี่คุณเกลียดอะไรฉันนักหนา ฉันแต่งตัวแบบนี้มันหนักหัวคุณเหรอ" หญิงสาวเริ่มไม่เข้าใจว่าเขาเป็นอะไรกันแน่อยากให้เธออยู่ต่อแต่ก็ต่อว่าเธอต่างๆนาๆ

"มันไม่หนักหรอก แต่ผมกลัวว่าน้องผมจะเอาอย่างคุณ เพราะมันตัวอย่างที่ไม่ดี" มุมปากของชายหนุ่มกระตุกด้วยความหงุดหงิด

"คุณนี่มันนอกจากโรคจิต แล้วยังไร้สาระจริงๆ เลยนะ" หญิงสาวส่ายหน้าคำพูดของเขสยิ่งทำให้เธอรู้สึกปวดหัว

"เธอนี่ปากดีจริงๆเลยนะ" เขาออกแรงบีบแขนเธอมากยิ่งขึ้น สายตาของเขามองเธอด้วยความแข็งกร้าว

หญิงสาวเริ่มรู้สึกเวียนหัวมากขึ้น จนกระทั้งสติของเธอค่อยๆ ดับลูบลง

ชายหนุ่มตกใจที่อยู่ๆ ร่างที่ขัดขืนเขาค่อยๆ อ่อนปวกเปียกแล้วทรุดลงไปที่พื้น

"นี่เธอ..." ชายหนุ่มเรียกหญิงสาวที่ไม่ได้สติ ทั้งๆ ที่ยังดึงแขนเธอเอาไว้ แต่ร่างของเธอลงไปกองอยู่ที่พื้น แล้วก่อนที่ชายหนุ่มจะทำอะไร ประตูห้องทำงานของเขาก็ถูกเปิดออก

"ตายแล้ว...คุณแก้ว"  เสียงป้าแอ๋วเรียกด้วยความตกใจ เมื่อเห็นเจ้านายตัวเอง

กำลังยืนในลักษณะทำร้ายหญิงสาวอยู่ ริวรีบปล่อยแขนเธอที่เขาจับไว้ มือสองข้างของเธอร่วงลงสู่พื้นทำให้ร่างกายของเธอกอดอยู่ที่พื้นทันที ป้าแอ๋วรีบเข้าไปประครองขึ้นมา

"คุณริวทำอะไรเธอคะ" หญิงสูงวัยเงยหน้าถามเจ้านายหนุ่ม

"ผะ...ผมเปล่านะป้า ก็คุยกันอยู่ดีๆ เธอก็เป็นลมไปเลย" ริวรีบแก้ตัว เพราะเขาเองก็กำลังงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  ไม่คิดว่าสิ่งที่เธอบอกว่าเหนื่อยมาก เธอจะเหนื่อยถึงขนาดเป็นลมล้มพับไป

ขณะที่ป้าแอ๋วกำลังประครองร่างหญิงสาวก็หันไปดุชายหนุ่มที่กำลังยืนตะลึงอยู่ด้วยสายตาตำหนิ

"อ้าว..คุณริวยืนงงอะไรล่ะคะ มาอุ้มไปที่ห้องเธอซิ ดูซิเนี่ยตัวร้อนเชียว" ป้าแอ๋วสั่ง

ชายหนุ่มพลันได้สติรีบเดินเข้าไปช้อนตัวของหญิงสาวขึ้นมาแล้วเดินไปที่ห้องของเธอทันที เขาวางร่างของเธอลงบนที่นอนแล้วเดินถอยห่างออกมาจะห้องนอนของหญิงสาว ปล่อยให้ป้าแอ๋วเป็นคนดูแลเธอแทน ไม่นานป้าแอ๋วก็เดินออกมาจากห้อง

"เป็นไงบ้างครับป้า ต้องเรียกหมอไหม" ชายหนุ่มถามอาการด้วยความห่วงใย และแปลกใจว่าทำไมพยาบาลสาวของเขาถึงได้ป่วยแบบนี้

"คงไม่ต้องหรอกค่ะ เธอคงเหนื่อยนะ ดูแลคุณรินติดต่อกันหลายวัน แทบจะไม่ได้กินไม่ได้นอนเลย ร่างกายแกคงไม่ไหว" ป้าแอ๋วทำสายตาดุ หันไปมองร่างบางแล้วสงสารเธอทุ่มเทกับการดูแลคนอื่นจนล้มป่วยไป

"เหรอครับ" ริวพยักหน้าอย่างเข้าใจเริ่มรู้สึกผิดที่รุนแรงกับเธอ

"ไม่ต้องมาทำหน้าเศร้าเลยนะคุณริว ป้าว่าคุณต้องทำอะไรเธอแน่เลย" ป้าแอ๋วพูดอย่างรู้ทันชายหนุ่มที่เธอเลี้ยงมากับมือ

"โธ่ ป้าผมจะไปทำอะไรเธอ" ชายหนุ่มตีหน้าซื่อทำไม่รู้เรื่องอะไร

"คุณริวคะ เธอดูแลคุณรินดีมากเลยนะ ป้าไม่โกหกหรอก หรือคุณคิดว่าป้าโกหกคุณ" ป้าแอ๋วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"ก็เปล่าครับ ผมก็แค่คุยเรื่องสัญญาว่าจ้างนะ" ชายหนุ่มอ้ำอึ้งพูดไม่ถูก ไม่รู้ว่าทำไมพฤติกรรมของเขาที่แสดงกับเธอจะต้องก้าวร้าวทุกครั้งไป

"สัญญาว่าจ้าง หึ เด็กโกหก ป้าเห็นรอยที่ข้อมือเธอด้วยนะ เดี๋ยวตีตายเลยคุณริวนี่" หญิงสูงวัยส่ายหน้า เธอเช็ดเนื้อตัวหญิงสาวจนได้เห็นความผิดที่เขาทำเอาไว้

ริวรีบเดินหนีเมื่อเห็นป้าแอ๋วทำท่าจริงจัง ถึงป้าแอ๋วจะมีฐานะเป็นเพียงคนดูแลบ้าน แต่ริวก็ให้ความรักและเคารพนับถือเหมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง เพราะแกเป็นคนเลี้ยงเขามาตั้งแต่เด็กๆ ทำให้ป้ารู้จักนิสัยของริวดีเป็นพิเศษ ริวเดินเลี่ยงไปหาน้องสาวที่ห้องนอน เธอกำลังตื่นอยู่พอดี ณีเห็นเขาเดินเข้ามาก็เดินออกมาจากห้องเพื่อให้พี่น้องได้อยู่ตามลำพังสองคน

"คุณณี" ชายหนุ่มเรียกหญิงสาวก่อนที่จะเดินพ้นออกไปจากห้อง

"ค่ะ คุณริว" หญิงสาวชะงัก หันไปรับคำเขา

"เดี๋ยวต้มข้าวต้มให้คุณแก้วด้วยนะ เธอไม่สบายพักผ่อนอยู่ในห้องนอนนะ ผมฝากคุณด้วย" ชายหนุ่มกล่าวน้ำเสียงเรียบๆ

"อ้าว แก้วไม่สบายเหรอคะ" ณีตกใจกับคำสั่งของเจ้านายหนุ่ม

"ใช่" ริวพยักหน้าพยายามปรับสีหน้าให้เรียบเฉย เหมือนไม่ใช่คนต้นเหตุที่ทำให้เธออาการหนักขึ้น

"ว่าแล้วเชียว เห็นหน้าตาซีดๆ อยู่เฝ้าน้องรินไม่ห่างเลย ณีเตือนแล้วแท้ๆ ดูซิไม่สบายซะเอง" ณีพูดขึ้นลอยๆ โดยที่ไม่ได้คิดอะไร แล้วเดินออกจากห้องไปแต่คำพูดของเธอกลับทำให้คนบางคนรู้สึกผิดขึ้นมาทันที

"พี่ชายคะ" เสียงเด็กสาวเรียกหา เธอคือ รินรดา ชนะวรรณ น้องสาวสุดที่รักของ

เขานั่นเอง

"ไง สาวน้อยเป็นไงบ้าง" ริวทักทายน้ำเสียงอ่อยโยนเดินไปนั่งข้างเตียงของเธอ

"กลับมาแล้วเหรอ" เด็กสาวเอื้อมมือไปจับที่แขนของพี่ชายพร้อมกับรอยยิ้ม

"จ๊ะ กลับมาแล้ว" ชายหนุ่มมองเด็กสาวแววตาเป็นประกายสดใส คนเดียวในครอบครัวที่เขามีอยู่

"รินคิดถึงพี่จัง" เด็กสาวออดอ้อนพี่ชายที่รัก

"พี่ก็คิดถึงรินนะ" เขาพูดพร้อมกับก้มลงหอมแก้ม น้องสาวด้วยความเอ็นดู

"เมื่อกี้รินได้ยินว่าพี่แก้วไม่สบายเหรอคะ" เด็กสาวมองหาคนที่พยาบาลตนมาทั้ง

คืน รู้สึกเหมือนได้ยินแว่วๆจากณีว่าเธอคนนั้นไม่สบาย

"ก็นิดหน่อยนะ” พี่ชายตอบไม่เต็มปากเต็มคำ

"พี่แก้วดีมากเลยนะคะ รินตื่นมาก็เห็นเธอเช็ดตัวให้รินอยุ่ทุกครั้งเลย" รินรดาเอ่ยอย่างชื่นชมจากใจ ทุกครั้งที่เธอรู้สึกตัวก็จะเห็นพยาบาลคนใหม่นั่งอยู่ข้างกายเสมอเลย

"เหรอจ๊ะ" ชายหนุ่มลูบหัวน้องสาวด้วยความรัก อีกคนแล้วที่ยืนยันความดีของพยาบาลสาวจอมแซ่บ

"พี่ริวให้พี่แก้วอยู่ต่อนะคะ อย่าใจร้ายกับพี่แก้วนัก" เด็กสาวพูดจารู้ทันนิสัยของพี่ชาย ก็เห็นการแต่งตัวของพยาบาลคนเก่งก็พอจะเดาออกว่าจะต้องเจอกับอะไรบ้าง

"ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ เห็นพี่เป็นยักษ์รึไง" ชายหนุ่มยิ้มอย่างอ่อนโยนมองดูน้องสาวที่พูดถึงพยาบาลของเธออย่างชื่นชม

"รินเป็นน้องพี่นะ รู้อยู่ว่าพี่ไม่ชอบผู้หญิงแต่งตัวแบบนี้" เด็กสาวถอนหายใจกับพี่ชายที่ฝังใจกับอดีตที่ผ่านมา

"รู้ดีนักนะเรา" ชายหนุ่มดีดหน้าผากของน้องสาวอย่างเอ็นดู

"นะคะ นะนะนะ" เด็กสาวออดอ้อนพี่ชายของเธออีกครั้ง

"ต้องดูก่อนนะ ว่าพี่แก้วคนดีของน้องรินนะ จะดูแลน้องรินของพี่ได้ดีแค่ไหน" ริวยิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับน้องสาว

"งั้นคงไม่ต้องห่วงคะ พี่แก้วต้องดูแลรินได้ดีแน่นอน" รินรดากล่าวอย่างมั่นใจ เธอไม่เคยรู้สึกถูกชะตาและอบอุ่นใจขนาดนี้มาก่อนกับใครเลย

"พี่ก็เห็นรินพูดแบบนี้กับทุกคนนั้นแหล่ะ" พี่ชายส่ายหน้า น้องสาวของเขาอ่อนต่อโลกนัก เห็นใครทำดีด้วยเข้าหน่อยก็เอาใจช่วยเต็มร้อย

"แหม...พี่ชายก็" สองพี่น้องหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน ชายหนุ่มป้อนข้าว

น้องสาวเสร็จก็จัดการให้ยาตามที่ถูกจัดเอาไว้ แล้วเดินออกมาจากห้องเมื่อน้องสาวของ

เขาหลับไป เขาตั้งใจจะไปดูอาการของแก้ว แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเสียงณีดังขึ้น

"คุณริวจะทานอาหารเลยไหมคะ"

"เออ... ก็ได้ครับคุณณี" ชายหนุ่มจึงเปลี่ยนใจ เดินลงไปที่ห้องอาหารเขานั่งที่โต๊ะอาหาร

"คุณณีไม่ทานด้วยกันเหรอ" ชายหนุ่มเห็นโต๊ะใหญ่โตแต่มีเพียงเขาเท่านั้นที่นั่งอยู่

"ไม่ละคะ ณีทานเรียบร้อยแล้ว" หญิงสาวตอบอย่างเจียมตัว ไม่บ่อยนักที่เธอจะนั่งทานข้าวกับเขา ส่วนใหญ่จะจัดการตนเองพร้อมกับป้าแอ๋ว

"แล้ว เออ..ของ..." ชายหนุ่มพูดอึกอัก ใจอยากจะถามถึงของพยาบาลคนสวย แต่ก็ไม่อยากจะเอ่ยปากกลัวจะเสียฟอร์ม

"อ้อ ของคุณแก้วณีเตรียมไว้ให้แล้วค่ะ ตามที่คุณริวสั่ง เห็นแกยังไม่ฟื้น เลยวางไว้ข้างๆ" เณริณีตอบราวกับรู้ใจ ก็ในบ้านหลังนี้จะมีใครให้ถามถึงอีกล่ะ

ชายหนุ่มพยักหน้ารับรู้ แล้วก้มหน้ากินอาหารต่อ หลังจากที่ชายหนุ่มกินอาหารเสร็จ เขาก็ออกไปตรวจงานที่โรงไม้ ไม่ได้อยู่หลายวันไม่รู้คนงานจัดการงานตามที่สั่งส่งไป

ให้โรงงานของณัฐชาตามกำหนดหรือเปล่า โชคดีที่ทำงานสายเดียวกันทำให้ฝากมาดูแล

กันได้อยู่เวลาต้องเดินทาง

เวลาผ่านไปยามค่ำคืนมาถึง หลังจากที่ทุกคนเข้านอนกันหมด เขาก็เดินเข้าบ้านมองซ้ายมองขวาไม่เห็นใครก็เดินเขาไปหาหญิงสาวในห้องนอน เขาเห็นชามข้าวต้มที่ณีนำมาให้วางอยู่มันยังไม่ลดลงเลยสักนิดเดียว แสดงให้เห็นว่าหญิงสาวยังไม่ได้ลุกขึ้นมากิน

ราเชนเดินเข้าไปหาใกล้ๆ เอื้อมมือไปสัมผัสหน้าผากของหญิงสาว ก็รู้สึกว่าตัวเธอยังร้อนอยู่ไม่น้อย แล้วสายตาก็สะดุดตรงต้นแขน ที่มีรอยช้ำจากฝีมือของเขาเองก็อด

ไม่ได้ที่จะรู้สึกผิด เขานั่งลงที่เก้าอี้ข้างเตียงเขียไรผมของเธอที่รกอยู่บนใบหน้างาม

ทำไมเธอต้องเป็นคนแบบนี้ด้วยนะ ถ้าเธอไม่ใช้ผู้หญิงแบบนี้ฉันคงรู้สึกดีกับเธอ

ไม่น้อยเลย ชายหนุ่มคิดราวกับปรารถนาร่างบางตรงหน้า แต่ก็กล่าวหาหญิงสาวว่าเธอ

เป็นสาวใจง่ายอย่างที่เคยเจอมา

"อืม...." หญิงสาวเริ่มขยับตัวเมื่อรู้สึกถึงปลายนิ้วเย็นๆของชายหนุ่ม

เขาลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจ เพราะกลัวว่าเธอจะตื่นขึ้นมาเห็นเขานั่งเฝ้าเธอ ก็หันไปมาด้วยความทำอะไรไม่ถูกจนไปชนเก้าอี้ที่วางอยู่ล้มลงไปเสียงดัง เกล็ดแก้วตกใจเสียงก็สะดุ้งตื่น ลืมตาขึ้นมามองหาที่มาของเสียงแล้วก็เห็นชายหนุ่มยืนอยู่

"นี่คุณ เข้ามาทำไมในห้องฉัน" หญิงสาวชันกายลุกขึ้นนั่งที่เตียงรู้สึกมึนงงเล็กน้อยเพราะพิษไข้ยังไม่หมดลง

"ผมมาดูว่าคุณยังไม่ตายไง" ชายหนุ่มทำเสียงแข้งพูดจาประชดประชันใส่เธอ

"ไม่ต้องห่วงหรอก คนอย่างฉันไม่ตายง่ายๆ แน่นอน" หญิงสาวมองค้อนเขา รู้สึกหงุกหงิดที่ตื่นมาก็ต้องเจอคนกวนประสาทยิ่งทำให้ปวดหัวเข้าไปใหญ่

"เหรอ แล้วใครล่ะที่เป็นลมไปเมื่อตอนบ่ายนะ" ชายหนุ่มยิ้มที่มุมปากมองใบหน้างามที่ไร้เครื่องสำอางอย่างพอใจ หญิงสาวคนนี้เมื่อไร้สิ่งปกปิดใบหน้าเธอดูสวยน่ามองอย่างไม่น่าเชื่อ

"ก็ ฉันบอกแล้วไงว่าเหนื่อย คุณตะหากที่รั้งฉันไว้นะ" หญิงสาวพูดกลบเกลื่อนพยายามลุกขึ้นจากเตียง

"อ้าว...แล้วนี่จะไปไหน" ชายหนุ่มมองดูท่าทางของหญิงสาวอย่างไม่แน่ใจว่าเธอจะลุกขึ้นไหว

"ก็จะไปดูอาการน้องคุณไง เดี๋ยวก็หาว่าอู้อีก" เกล็ดแก้วพูดจริงแต่ไม่ได้เพราะ

กลัวเขาจะหาว่าอู้ แต่เพราะเป็นห่วงอาการของเด็กสาวมากกว่า

"จะไปได้ไง ก็คุณไม่สบายอยู่" เขาพูดด้วยความเป็นห่วงอย่างลืมตัว

"คุณว่าอะไรนะ" หญิงสาวแปลกใจที่ได้ยินเขาทักแบบนั้นมองหน้าเขาอย่างไม่

เชื่อหู

"ก็คุณไม่สบายอยู่จะไปดูอาการน้องผมได้ไงล่ะ" ชายหนุ่มพูดอีกครั้งชัดๆ คราวนี้ตัวเขาเองเริ่มจะรู้แล้วว่าหลุดปากพูดอะไรออกไป

"คุณเป็นห่วงฉันเหรอ" หญิงสาวย้อนถามอย่างหยันๆ วูบหนึ่งที่รู้สึกถึงความอ่อนโยนที่เขามีให้ ชายคนนี้อาจจะไม่ใช่คนแข็งกร้าวอย่างที่เธอคิดก็ได้

"ก็ เปล่าผมแค่ไม่อยากให้คุณเข้าไปเพราะน้องผมกำลังอ่อยแออยู่ เดี๋ยวก็ติดคุณขึ้นมาจะทำไง ผมเป็นห่วงน้องผมตะหาก" ชายหนุ่มรู้สึกตัวรีบเปลี่ยนเรื่องกลบเกลื่อนทันที

"ก็แล้วไป ฉันนึกว่าคุณเป็นห่วง กำลังคิดอยู่ว่าสงสัยโลกจะแตก ถ้าคุณเป็นห่วงฉันจริงๆ" แล้วความคิดของเธอก็ลอยหายไป ยังไงเขาก็ห่วงใครไม่เป็นหรอก โดยเฉพาะเธอ

"ไม่มีทางหรอก คนอย่างผมเนี่ยนะจะเป็นห่วงคุณ ก็แค่มาดูว่ายังไม่ตายเท่านั้นแหล่ะ ผมไปล่ะ อ้อแล้วก็กินข้าวซะด้วยนะ คุณณีเขาอุตส่าห์ทำมาให้" พูดจบชายหนุ่มก็เดินออกไปจากห้อง ปิดประตูดังโครมทำเอาคนที่อยู่ในห้องสะดุ้งแล้วส่ายหน้ากับท่าทางของชายหนุ่ม

ผู้หญิงอะไรปากร้ายชะมัด ชายหนุ่มคิดในใจ

หญิงสาวมองเขาด้วยความรู้สึกแปลกๆ แล้วหันไปดูอาหารที่วางไว้ข้างๆ เอื้อมมือไปสัมผัสที่ชามมันเย็นหมดแล้ว เธอหยิบชามแล้วลุกออกมาจากห้อง ด้วยท่าทางอ่อนแรงเห็นเขาเปิดทีวีทิ้งไว้ ส่วนตัวเองก็กำลังนั่งจ้องโทรศัพท์ เหมือนกำลังเล่นโซเชียวอยู่

บ้าจริง ทำไมไม่รู้จักหลับรู้จักนอนนะ เธอเดินผ่านเขาแกล้งทำเป็นมองไม่เห็น

"จะไปไหนนะ ดึกๆดื่นๆไม่หลับไม่นอน” เสียงของชายหนุ่มดังขึ้น แม้เขาจะไม่มีตาหลัง แต่เขาก็หูไวพอที่จะได้ยินเสียงฝีเท้าของคนเดินอยู่ หันไปมองเห็นร่างบางเดินท่าทางอ่อนแรง

“ไม่ได้มาดูลู่ทางหรอกน่า” หญิงสาวตอบกลับราวกับรู้ใจ เขาคงคิดว่าเธอ

อยากจะออกมาเดินกลางดึกแบบนี้นักล่ะสิ

“พูดจาร้อนตัว ฉันหมายถึงเธอไม่สบายอยู่ยังจะมาเดินไปมาอยู่ได้" ชายหนุ่มแสยะปากใส่

"จะไปอุ่นข้าวตัม มันเย็นหมดแล้วจะให้กินยังไงล่ะ" หญิงสาวยกถาดอาหารให้ชายหนุ่มดู

"ก็เรียกเด็กให้มาทำก็ได้นี่ มะ..." ชายหนุ่มเสนอพร้อมทำท่าทางจะเรียกให้ แต่หญิงสาวรีบเดินมาปิดปากเขาไว้ด้วยความลืมตัว

"นี่ไม่ต้องเลยนะ เรื่องง่ายๆ แค่นี้เองฉันทำได้" แล้วหญิงสาวก็เดินจากไป ส่ายหน้าด้วยความหงุดหงิดที่ชายหนุ่มกวนประสาทเธอ

"งั้นก็ตามใจ แต่อย่าทำไฟไหม้บ้านฉันล่ะ" ชายหนุ่มยังไม่วายตะโกนแหย่หญิงสาว แต่เธอทำเป็นไม่ได้ยินเสียงที่เขาพูด

ชายหนุ่มนั่งเล่นโทรศัพท์รอจนหญิงสาวกินข้าวเสร็จ หลังจากที่เธอล้างจานแล้วหญิงสาวก็กลับเข้าห้องไปด้วยความอ่อนเพลีย ชายหนุ่มเห็นเธอดับไฟในห้องจึงเข้าห้องตัวเองตามไป

เช้าวันรุ่งหญิงสาวตื่นมาตั้งแต่เช้า เธอไปดูอาการของรินทันทีที่ที่วัดไข้ของตัวเองเสร็จ เด็กสาวยังหลับอยู่เกล็ดแก้วพยายามทำให้เงียบและเบามือที่สุด แต่สุดท้ายเธอก็รู้สึกตัวขึ้นมา พร้อมกับส่งยิ้มหวานให้อย่างพอใจ พยายามชันกายขึ้ยมานั่งโดยมีเกล็ดแก้ว

ช่วยพยุง

"เมื่อวานได้ข่าวว่าพี่แก้วไม่สบายหายแล้วเหรอคะ" รินรดาถามเสียงสดใสสีหน้าของเธอดีขึ้นมาก

"หายแล้วคะ" แก้วพยักหน้ามองดูรินที่อ่อนโยนท่าทางแตกต่างจากพี่ชายของเธออย่างสิ้นเชิง

"รินรู้สึกไม่ดีเลยที่ทำให้พี่แก้วป่วย" เด็กสาวกล่าวอย่างรู้สึกผิด เพราะความอ่อนแอของตนทำให้คนอื่นเดือดร้อน

"โธ่..น้องรินคะ น้องรินไม่ใช่คนที่ทำให้พี่แก้วป่วยสักหน่อย อากาศที่นี่เย็นมาก พี่ไม่ชินเลยป่วยนะคะ" หญิงสาวพูดปลอบใจรู้สึกดีที่เห็นเด็กสาวน่ารักน่าเอ็นดูแบบนี้

"เหรอคะ .... เออ ... พี่แก้วคะ วันนี้รินออกไปเดินสูดอากาศข้างนอกได้ไหมคะ" รินขออนุญาตแก้วเพราะเธอเบื่อเต็มทีกับการอยู่แต่ในห้องนอน

"อืม พี่ว่ายังดีกว่าค่ะ อากาศข้างนอกยังเย็นอยู่ ไว้สักตอนบ่าย พี่ค่อยพาออกไปนะ" หญิงสาวมองดูปรอดที่วัดออกมาแม้จะไม่มีไข้ แต่ก็ไม่อยากวางใจ

"จริงๆนะคะ" น้ำเสียงของเด็กสาวดีใจจนเกล็ดแก้วขำออกมาเบาๆ

"จริงคะ" แก้วพยักหน้าทำสีหน้าจริงจัง และระหว่างที่สองสาวกำลังคุยกันอยู่ ก็ถูกขัดจังหวะจากคนที่เปิดประตูเข้ามา

"คุยอะไรกันอยู่สาวๆ" เสียงริวดังขึ้นเอ่ยทักทายผู้ที่อยู่ในห้อง แอบแปลกใจเล็กน้อยที่คนที่กับรินเป็นพยาบาลสาวของเขา นึกว่าเป็นเณริณีเสียอีก

หญิงสาวได้ยินเสียชายหนุ่มก็รีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ แล้วทำท่าทางจะเดินออกจาก

ห้อง

"อ้าว พี่แก้วจะไปไหนคะ" รินรดาหันไปเรียกหา เมื่อพี่ชายของเธอเดินเข้ามานั่ง

แทนที่

"พี่จะโทรไปรายงานพี่หมอค่ะ พี่จะโทรไปบอกว่าน้องรินไม่มีไข้แล้ว" แก้วพูดจากลบเกลือนทั้งที่ใจจริงอยากจะหลบหน้าเขามากกว่า

"งั้นอย่าลืมที่เรานัดกันนะคะ" เด็กสาวยังคงทวงสัญญาพร้อมกับส่งยิ้มให้

"ค่ะ" แก้วรับคำแล้วก้มหน้าเดินออกไปเพื่อที่จะได้ไม่ต้องมองหน้าคนที่เพิ่งเดินเข้ามา

"เฮ้อ..เหนื่อยใจจัง อีตาบ้านี่วันๆ ไม่ไปไหนรึไงนะ" หญิงสาวบ่นเบาๆ ด้วยความอึดอัด เมื่อออกมานอกห้องนอนของริน

"ใครบ้าคะ" เณริณีบังเอิญเธอเดินมาได้ยินแก้วบ่นก็เอ่ยถามพร้อมกับยิ้มๆ

"อ้อ..เปล่าคะ" เกล็ดแก้วส่ายหน้าโบกมือบอกปัดกลบเกลื่อน

"ดีขึ้นแล้วเหรอคะคุณแก้ว" ณีมองดูสีหน้าของแก้วที่ยังดูซีดอยู่เล็กน้อย

"ค่ะ ดีขึ้นแล้ว ..... เออ...คุณณีคะ" พยาบาลสาวพยักหน้าตอบกลับ พลางหันไปปิดประตูห้องนอนของเด็กสาวแล้วกระซิบถาม

"ว่าไงคะ" ณีงงกับท่าทางของแก้วที่เดินเข้ามาทำท่าทางราวกับมีความลับอะไรจะคุยกับเธอ

"คุณริวไม่ไปไหนเหรอคะ" แก้วมองซ้ายมองขวาถามเธอเบาเหมือนกลัวใครจะได้ยิน

"อ้อ หมายถึงทำงานเหรอคะ" นักโภชนาการสาวมองหน้าคนถามอย่างงงๆ

"ใช่คะ" เกล็ดแก้วพยักหน้าอีกครั้งแล้วยิ้มให้

"โรงงานคุณริวอยู่ในป่าค่ะ ที่บ้านเป็นออฟฟิต นานๆ จะเข้าไปสักที" คนอยู่มานานกว่าตอบอย่างรู้ดี

"อ้อ เหรอคะ" แก้วพยักหน้าเบาๆ แอบทำหน้าเซ็งเล็กน้อยที่เขาไม่ไปไหน

ณีเดินถอยออกมาเมื่อเห็นริวเดินออกมาจากห้องของรินและตรงมาหาพวกเธอ

"คุณณี ได้เวลาอาหารของน้องรินแล้ว" เสียงหนักๆ ของชายหนุ่มดังขึ้น ทำเอาหญิงสาวที่อยากรู้อยากเห็นสะดุ้งเล็กน้อย

"ค่ะ" ณีพยักหน้าแล้วรีบเดินเลี่ยงไปทันที ราเชนยืนมองแก้วจากข้างหลังด้วยสายตาจับผิด

"อยากรู้เรื่องฉันทำไม" เขาเอ่ยถามเหมือนกับว่าเธอเป็นคนร้าย

"ไม่ได้อยากรู้" หญิงสาวกัดปากพยายามคิดหาวิธีออกไปจากตรงนี้

"ก็ได้ยินอยู่ว่าถามถึงฉัน" ชายหนุ่มพูดราวกับว่าเธออยากจะรู้เรื่องของเขาซะเต็มประดา

"ก็แค่อยากรู้ว่านอกจากมาต่อว่าคนอื่นแล้ว วันๆคุณทำอะไรเป็นบ้าง" หญิงสาวหันไปมองหน้าเขาเต็มตารู้สึกหงุดหงิดกับน้ำเสียงของเขา แล้วทำท่าจะเดินหนีทันทีเหมือนไม่อยากจะเห็นหน้า

"เรายังคุยกันเมื่อวานไม่จบ" แต่ชายหนุ่มก็คว้าข้อมือของเธอเอาไว้

"คุยอะไร" หญิงสาวถอนหายใจเขาจะเอาอะไรกับเธออีกเนี่ย

"เรื่องงาน ตกลงเธอจะว่ายังไง"

"ฉันจะอยู่ต่อก็ได้ เพราะสงสารน้องริน แต่คุณต้องหาคนมาแทนฉันให้เร็วที่สุด" หญิงสาวตอบอย่างหนักใจ ถ้าไม่ติดว่าเด็กสาวขาดพยาบาลไม่ได้จริงๆ เธอเก็บของกลับกรุงเทพไปแล้ว

"เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง เดชกำลังหาให้" ชายหนุ่มโกหก ทั้งที่เขาตะหากต้องหาทาง

ให้เธออยู่ไม่ได้

"งั้นก็ดี ฉันขอตัว" หญิงสาวสะบัดมือคีมของชายหนุ่มออก

"เดี๋ยว" แต่เขายังคงตรึงแขนของเธอเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย

"อะไรอีกล่ะ" เธอหันมาถามอย่างหงุดหงิด ต้องการอะไรจากเธอนักหนานะผู้ชายคนนี้

"ไม่สบายนะ หายแล้วเหรอ" ชายหนุ่มเอ่ยถามเสียงแข็งๆ

"หายแล้ว ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันไม่เอาไข้ไปติดน้องคุณหรอก" เธอเองก็เชิดหน้าตอบเช่นกัน แอบใจเต้นแรงเล็กๆกับคำถามของเขา

"งั้นก็ดีแล้ว ตอนบ่ายที่จะพาน้องผมไปเดินเล่นน่ะ เรียกผมด้วยนะ" ราเชนออก

คำสั่ง เพราะเป็นปกติอยู่แล้วที่เขาจะต้องออกไปเดินเล่นกับน้องสาวสุดที่รัก

"คุณจะไปด้วยเหรอ" คนยังไม่รู้เรื่องทำตาโตใส่

"ใช่ ทำไม" ชายหนุ่มพยักหน้าแล้วทำสายตาดุๆถามกลับ

"เปล่า" หญิงสาวทำเสียงแข็งๆตอบ แล้วสะบัดมือเดินจากชายหนุ่มไปทันที ส่วนตัวเขาก็เดินไปที่ห้องทำงาน

ชายหนุ่มทำงานไปเรื่อยจนลืมเวลา หันไปอีกทีก็เห็นน้องสาวของเขากำลังนั่งอยู่บนรถเข็นชมทิวทัศน์

อยู่กับหญิงสาวที่เขาไม่ชอบหน้า

อะไรกัน บอกแล้วให้มาเรียก

โธ่....โว้ย ชายหนุ่มสบทออกมาอย่างหัวเสีย แล้วรีบเดินออกไปทันที ณีกำลังเข็นรถเข็นให้กับเด็กสาว ส่วนแก้วกำลังชื่นชมกับธรรมชาติอยู่ ก็ตกใจเมื่อชายหนุ่มมาคว้าแขนเธอไว้

"นี่คุณอะไรนะ" หญิงสาวหันไปถามด้วยความตกใจ

"บอกแล้วใช่ไหมว่าให้เรียกด้วย" เขาพูดผ่านไรฟันออกมาด้วยความหงุดหงิด ทำไมเธอถึงไม่ทำตามที่เขาสั่ง

"อ้าว อยากมาเดินกับน้องก็ทำไมไม่ดูเวลาเองล่ะ" หญิงสาวยอกย้อนตอบกลับอย่างไม่สนใจข สะบัดมือหนีจากเขาทันที

"เธอนี่มัน..." ชายหนุ่มชี้หน้าเธออย่างขัดใจ หญิงสาวต่อล้อต่อเถียงเขาตลอดเวลา

"พี่ชาย มาแล้วเหรอคะ" เขาถูกขัดจังหวะเมื่อน้องสาวเรียกชายหนุ่มรีบปล่อยแขนเธอทันที

"ไงคนเก่ง ออกมานานๆ เดี๋ยวไม่สบายหรอก" ชายหนุ่มรีบเดินเข้าไปหาน้องสาว

ทันที พลางพูดเชิงตำหนิพยาบาลสาว

"ไม่หรอกค่ะ พี่แก้วให้รินใส่หมวกไว้" เด็กสาวส่ายหน้า ส่งมือไปจับหมวกบนหัวแล้วยิ้มหวานให้กับพี่ชาย

"ดูซิ ไม่มีใครเรียกพี่เลย เลยออกมาช้า" ชายหนุ่มตั้งใจพูดประชดใส่พยาบาลสาวอีกครั้ง

"พี่แก้วจะไปเรียกแล้วค่ะ แต่น้องเป็นคนไม่ให้เรียกเอง เห็นพี่ชายงานยุ่ง" น้องสาวตอบเสียงใส

ราเชนหันไปมองหญิงสาวที่เขาคาดโทษไว้ หญิงสาวไม่มองหน้าเขาแต่หันไปมองที่อื่น เพราะไม่อยากสบตา เณริณีรู้หน้าที่ไม่อยากอยู่ตอนที่พี่น้องอยู่ด้วยกัน เธอจึงเดินเข้าบ้าน แก้วเห็นณีปลีกตัวไปก็จะเดินตามเข้าไปบ้าง แต่ถูกเรียกไว้

"จะไปไหนละคุณ ไหนบอกจะพารินไปเดินเล่นไง" ราเชนทำเสียงเขียวใส่ คงคิดจะอู้ล่ะสิ

"ก็คุณมาแล้วก็พาน้องไปซิ" เกล็ดแก้วตอบกลับ ทำไมเขาจ้องแต่จับผิดเธออยู่ได้

นะ

"อ้าว ก็คุณสัญญากับเธอไว้ไม่ใช้เหรอ ฉันแค่มาอาศัยไปด้วย" ชายหนุ่มแหย่ประสาทกลับ

หญิงสาวมองหน้าเขาพยายามอดกลั้นอารมณ์ไว้ เพราะไม่อยากให้รินรู้ว่าเธอและเขาไม่ถูกกัน

"พี่ณัฐ" เสียงของรินรดาทำลายบทสนทนาของทั้งคู่ เมื่อเธอทักทายเพื่อนของพี่ชายที่เดินเข้ามา

"ว่าไงจ๊ะ น้องรินหายดีแล้วเหรอ ถึงออกมาข้างนอกนะ" ณับชาทักทายน้องสาวของเพื่อนรักน้ำเสียงสดใส

"ค่ะ ดีขึ้นแล้ว ได้พี่แก้วดูแลดี" เด็กสาวหันไปชื่นชมแก้วมองด้วยสายตาเป็นประกาย

แก้วยิ้มรับคำชมตามมารยาท เธอเห็นริวหันไปสนใจเพื่อนอยู่ก็เดินเข้าบ้านไปเงียบๆ

"มาได้ยังไงนะ" ราเชนกล่าวทักเพื่อนสนิท ก็เพราะไม่บ่อยนักที่เขาจะขับรถขึ้นเขามาหา ยกเว้นตอนที่เขาไม่อยู่ก็จะฝากฝังดูแลน้องสาวและโรงงาน

"ก็มาดูแกว่ากินคุณแก้วพยาบาลคนสวยไปรึยังนะซิ อ้าว...แล้วไปไหนแล้วล่ะ" ณัฐมองหาพยาบาลสาวที่เขาตั้งใจจะมาหาเธอ

"เข้าบ้านไปแล้วมั้ง ช่างเขาเถอะว่าแต่นายเหอะ มีอะไร อย่าบอกนะว่ามาเยี่ยมน้องฉันนะ" ริวพูดอย่างรู้ทันเพื่อนสนิท

"แหม แกก็ของดีดีแบบนี้หาดูยากนะ" ณัฐต่อยที่อกของเพื่อนแกมหยอก

"ทีหลังไม่ต้องเอาน้องฉันมาอ้างเลยนะ" เจ้าของบ้านส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ เพื่อนรักเจ้าชู้ไม่เลิก เห็นคนสวยๆไม่ได้

"คุยอะไรกันคะ พี่ๆ รินไม่เห็นรู้เรื่องเลย" เด็กสาวทำหน้าซื่อไม่เข้าใจที่ณัฐและริวคุยกัน

"อ้อ ไม่มีอะไรหรอกจ๊ะ ว่าแต่รินเข้าบ้านนะ เดี๋ยวไม่สบายอีก" ชายหนุ่มรีบเข็นรถของน้องสาวเข้าบ้านทันที

"ค่ะ" แล้วเขาก็เข็นรถเข็นของเธอเข้ามาในบ้านแล้วส่งต่อให้กับณี เพื่อพารินไปพักผ่อน

"ฉันจะมาถามแกเรื่องงานเลี้ยงรุ่นในวันอาทิตย์นี้ แกจะไปไหม" ณัฐชาถามต่อ สายตายังคงสอดส่องมองหาพยาบาลคนงามของตน

"ดูก่อนฉันขอดูอาการน้องสาวฉันก่อนว่าดีขึ้นรึยัง" ราเชนตอบอย่างไม่ใส่ใจจะไป

ร่วมงาน เขาเป็นคนไม่ชอบงานสังสรรค์แบบนั้นสักเท่าไร เวลาไปก็ต้องปั้นหน้าใส่ ฟังกลุ่มเพื่อนๆอวยฐานะของตนเอง

"แล้วแกจะว่าอะไรไหมถ้าฉัน จะมาชวยคุณแก้วไปเป็นคู่ควง" ชายหนุ่มจองเจ้าชู้เอ่ยถามด้วยใบหน้ายิ้มอย่างมีเล่ห์นัย

เณริณีที่ได้ยินชัดเจนก็ชะงัก หันกลับมามองเจ้าของเสียงด้วยความรู้สึกขมขื่นใจ แล้วหันกลับมาก้มหน้าเข็นรถของรินเข้าไปในห้องนอน

"แล้วแกมาขอฉันทำไม ไปถามเจ้าตัวเขาซิ" คำถามของเพื่อนสนิท ทำเอาราเชนรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา กระชากหางเสียงใส่ณัฐชา

"อ้าว ก็แกเป็นนายเขา ฉันก็ต้องขอแกก่อนซิ" คนถามทำทางเป็นเข้าตามตรอกออกตามประตู


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha


ชอบมากมายอ่านแล้วว่างไม่ลงเลยค่ะ
โดย Anonymous | 3 years, 1 month ที่ผ่านมา
  • ขอบคุณมากๆ ค่ะ โดย Romteera | 3 years, 1 month ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha