บ่วงร้ายซ่อนรัก

โดย: รมย์ธีรา



ตอนที่ 5 : สองต่อสอง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป



            



“ก็หล่อนอยากไปเองนี่ แล้วนี่แกมาถึงนานแล้วเหรอ" ชายหนุ่มพูดเหมือนไม่แคร์ แต่ใจจริงเขาก็คิดเหมือนเดชว่าทำไมเขาถึงไม่ไล่ให้เธอกลับไป แต่อารมณ์ตอนนั้นของเขา

อยากจะแกล้งเธอจริงๆ

"ใช่ ก็มาพร้อมน้องรินแหล่ะ"

"แล้วรินล่ะ" ริวมองหาน้องสาวที่ตอนนี้น่าจะออกมารับเขาแล้วเมื่อรู้ว่าเขากลับมา

"หลับไปแล้ว ไม่ไหวจะรอแกกลับ" เดชยังไม่เปลี่ยนสายตาที่มองดูริวแบบดุๆ ที่แกล้งแก้วซะจนเธอกลับมาในสภาพนั้น

"ไปนั่งดื่มกันในห้องดีกว่า" ริวเองก็รู้ดีถึงอารมณ์ของเพื่อน รีบพาเขาไปดื่มเหล้าทันที จะได้เปลี่ยนเรื่องพูดด้วย

"ไปซิ" เดชพนักหน้าแล้วเดินตามริวเข้าไปในห้องทำงานที่มีเหล้ามากมายหลายชนิดรอพวกเขาดื่มอยู่

เช้าวันรุ่งขึ้น หญิงสาวตื่นขึ้นมาด้วยความปวดเมื่อยร่างกายไปหมดทั้งแขนและ

ขา เธอแทบจะไม่มีแรงที่จะยกขาก้าวลงจากเตียงนอน หญิงสาวพยายามเดินกระแผลกออกมาจากห้องนอนด้วยความยากลำบาก

"อ้าว แก้วทำไมเดินแบบนั้นล่ะ" หมอเดชเดินออกมาจากห้องพอดี เห็นหญิงสาวในสภาพแบบนั้นก็ตกใจ

"พี่หมอ แก้วเจ็บขาคะ สงสัยเมื่อวานจะเดินมากไปหน่อย" หญิงสาวยิ้มเจือนๆ พยายามประครองตัวเองดินลงบันไดด้วยความยากลำบาก

"ไหนดูซิ...มาเดี๋ยวพี่ช่วยพยุง" เดชเสนอตัวด้วยความมีน้ำใจ เขาค่อยๆ พยุงหญิงสาวออกมาจนถึงห้องอาหาร ที่มีริว น้องรินและณีกำลังนั่งกินอยู่

"อ้าว พี่แก้วเป็นอะไรไปคะ" คำทักทายของรินทำให้ชายหนุ่มหันไปมองหญิงสาว เขาเองยังแปลกใจที่วันนี้หญิงสาวสวมกางเกงขายาว ซึ่งมันผิดนิสัยการแต่งตัวของเธอ

“ปวดขาค่ะ เดินเมื่อวานมากไปหน่อย วันนี้เลยระบม” หญิงสาวตอบหน้าเจื่อนๆ

"แล้วนี่มียาทาไหมคะเนี่ย"

"มีค่ะ ไม่ต้องห่วง" หญิงสาวตอบขณะที่กำลังนั่งที่เก้าอี้ โดยมีหมอหนุ่มนั่งข้างๆ

"หึ เธอจะมาโทษฉันไม่ได้นะ เธออยากตามไปเอง" ราเชนรีบออกตัวเพราะกลัวเธอจะมาตำหนิ

"นี่ ฉันยังไม่ได้พูดต่อว่าอะไรคุณเลยนะ ไม่ต้องร้อนตัวหรอก" หญิงสาวตวัดสายตาใส่

"แก้วเดี๋ยวกินข้าวเสร็จแล้วพี่ขอดูขาหน่อยก็แล้วกันนะ" หมอเดชเอ่ยอย่างหวังดี

"ไม่เป็นไรคะ พี่หมอ แก้วว่าคงไม่เป็นอะไรมาก" พยาบาลสาวรู้ตัวเอง ตอบปัดอย่างเกรงใจ

"ไม่ได้หรอกขอพี่ดูหน่อย อย่าดื้อซิ" ทรงเดชพยายามเสนอตัวช่วยหญิงสาว

"โธ่..พี่หมอ แก้วไม่เป็นไรจริงๆ" แต่เธอเองก็ปฏิเสธเพราะคิดว่าไม่เป็นอะไรมาก

"งั้นก็ตามใจ" หมอเดชไม่อยากฝื่นใจแก้ว รู้ดีว่าเธอนิสัยยังไง

หลังจากที่ทานอาหารเช้าเสร็จ คนอื่นในบ้านก็ลงไปที่ตัวเมืองกัน เหลือแต่ริวที่

ต้องทำงาน ส่วนแก้วไปไม่ได้เพราะยังเจ็บขาอยู่ เธอเดินออกมานั่งหน้าบ้าน ดึงขากางเกงขึ้นมาแล้วหยิบยามาทา ชายหนุ่มที่กำลังทำงานอยู่ในห้องทำงานหันมาเห็น เขาสังเกตูเห็นขาเธอดูเป็นริ้วรอยเต็มไปหมด บางที่ก็เขียวช้ำเพราะอาจถูกกิ่งไม้ดีตีไปบ้าง เขาจึงตัดสินใจเดินลงไปหาเธอที่หน้าบ้าน

"ไง เป็นไงบ้างล่ะ" เขาเดินเข้าไปทัก หญิงสาวรีบดึงขากางเกงลงเพื่อปดปิดร่อยรอยไม่ให้เขาเห็น เพราะกลัวเขาจะสมน้ำหน้าเธอ

"ก็ไม่เป็นอะไรนี่" เธอทำหน้าตาเหมือนไม่เจ็บปวดอะไร

"ก็เห็นเดินเป๋อยู่ ยังจะมาบอกว่าไม่เป็นอะไรอีก ไหนเอาขามาดูซิ" ชายหนุ่มนั่งลงตรงหน้าเธอจับขาของเธอ

"ไม่ต้อง" หญิงสาวดึงขากลับอย่างไว้ตัว

"เธอนี่อย่าดื้อซิ" ชายหนุ่มมองดูเธออย่างขัดใจ

"ก็บอกว่าไม่ต้อง นายไม่ใช่หมอนะ" หญิงสาวพยายามเบี่ยงตัวหนีเขา

"เธอก็ไม่ใช่" ชายหนุ่มเริ่มขึ้นเสียงทำไมเธอถึงดื้อขนาดนี้

"แต่ฉันก็เป็นพยาบาล" หญิงสาวกล่าวราวกับเหนือกว่า

"เป็นพยาบาลแล้วทำไมไม่ทายา"

"ก็ทาอยู่ นายเดินเข้ามาทำไมล่ะ" เกล็ดแก้วพูดใส่ชายหนุ่มอย่างกล่าวหา

"ก็เดินมาดูว่าพิการรึยัง" ชายหนุ่มหงุดหงิดที่เขาอุตส่าห์เป็นห่วงแต่เธอกลับต่อว่า

เขา

"ยังย่ะ" พยาบาลสาวกระชากน้ำเสียงใส่ ก็คำพูดของเขามันไม่ได้แสดงถึงความเป็นห่วงแม้แต่นิดเดียว

"ไหนเอาขามาดูซิ" ราเชนเริ่มหงุดหงิด ที่เธอไม่ยอมให้เขาดูขา เลยดึงขาเธอมาซะแรงด้วยความลืมตัว

"โอ้ย...เจ็บนะ" หญิงสาวร้องยกมือกุมขาแน่น

"ฉันขอโทษ ก็..ก็เธอดิ้นเองนี่" ชายหนุ่มตกใจรีบปล่อยขาเธอ

"ช่างเถอะ ฉันผิดเอง" หญิงสาวพูดน้ำตาคลอ

"ไหนมาดูซิ" ชายหนุ่มเห็นแล้วก็สงสารคุกเข่าลงที่ตรงหน้าเธอแล้วพูดอย่างอ่อนโยน เขายกขาหญิงสาววางลงที่หน้าขาของตัวเองแล้วเปิดดูล่องรอย ขาเธอเหมือนถูกใครเอาอะไรมาฟาดเต็มไปหมด แล้วเขาก็หยิบยามาทาให้อย่างแผ่วเบา หญิงสาวพลางคิดในใจว่าเขาอ่อนโยนกับคนอื่นก็เป็น

"ไปเถอะ เข้าบ้าน ดูท่าทางฝนจะตก" ชายหนุ่มชวนเมื่อทายาให้เธอเสร็จ

หญิงสาวพยายามลุกเดินเข้าบ้า นตั้งใจจะขึ้นไปนอนพักบนห้องนอน เพราะเธอกินยาเข้าไปทำให้รู้สึกง่วงนอน ชายหนุ่มเดินตามมาห่างๆ เพื่อคอยดูไม่ให้เธอล้มแต่ก็ไม่ได้เข้าไปพยุงหรือแตะตัวเธอ

"สงสัยคงใส่กระโปรงสั้นไม่ได้แล้วมั่ง" ชายหนุ่มพูดจาแหย่ประสาทเธอ

"ไม่มีทาง เดี๋ยวก็หาย ไม่ต้องมาขู่ฉันหรอก" หญิงสาวส่ายหน้ารู้ดีว่าเขาตั้งใจให้เธอโมโห

"วันงานเลี้ยงเธอจะหายทันเหรอ" ชายหนุ่มทำเสียงสูงหยั่งเสียงถามหญิงสาว หวังใจให้เธอไปงานเลี้ยงไม่ได้

"ทำไมจะหายไม่ทัน อีกตั้งหลายวัน" ร่างบางตอบอย่างไม่ได้คิดอะไร ก็แผลแค่นี้เองไม่ได้หนักหนา

"งั้นก็ดีแล้ว ฉันไม่อยากให้ณัฐเพื่อนฉันเสียใจที่เธอจะไปไม่ได้" ชายหนุ่มรู้สึกแปลกๆ ในหัวใจ เมื่อเธอพูดออกมาแบบนี้

"เสียใจทำไม" หญิงสาวที่ยังไม่รู้ว่าณัฐชาแอบชอบเธออยู่

"ก็เขารอให้เธอแต่งตัวสวยๆ ควงคู่เขาไปงานเลี้ยงไง" ชายหนุ่มเบ้ปาก หญิงสาว

คนนี้จะต้องนุ่งน้อยห่มน้อยไปงานเลี้ยงอย่างแน่นนอน

"อ้อ ที่แท้ก็เรื่องนี้เอง" หญิงสาวเบ้ปาก ชายหนุ่มคงอยากจะจิกกัดเธอเรื่องเสื้อผ้าอีกล่ะสิ

"ว่าแต่เธอมีชุดแล้วเหรอ" ราเชนหยั่งถาม ไม่เข้าใจตัวเองเขาจะอยากรู้ไปทำไมว่าเธอมีเสื้อผ้าออกงานแล้วหรือยัง

"ยัง จะมีได้ไง ได้ออกไปไหนบ้างล่ะ" ร่างบางกระชากน้ำเสียงถาม

"แล้วจะใส่อะไรไปล่ะ" เขาถามเหมือนจะอยากรู้ แต่มันค้านๆใจอย่างไรไม่รู้

"ไม่รู้ เดี่ยวก็ดูก่อน อาจจะยืมคุณณีก็ได้" หญิงสาวยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ

"ณีเนี่ยนะจะมีชุดพวกนั้น เขาดูเรียบร้อยจะตาย ไม่ได้เออ ...จัดจ้านอย่างคุณ" ชายหนุ่มหันไปมองเธออย่างมีความหมาย

"ว่าใครจัดจ้านไม่ทราบ" เกล็ดแก้วฉุนกับน้ำเสียงของเขาที่ทำเหมือนจะดูถูกเธอ

"ก็เธอไง" ชายหนุ่มตอบ แต่ครั้งนี้ไม่ได้มีความหมายจะต่อว่า แค่ผู้หญิงสองคนในบ้านไม่ได้มีรสนิยมการแต่งตัวที่เหมือนกัน จะยืมเสื้อผ้ากันใส่ได้อย่างไร

"นี่คุณ การที่ฉันชอบใส่ชุดแบบนั้นไม่ได้หมายความว่านิสัยจะต้องร่านยั่วผู้ชายนะ" หญิงสาวพยายามให้ชายหนุ่มมองเธอมุมมองใหม่

"แล้วใส่ทำไม" แต่ดูเหมือนจะไม่ช่วยสักเท่าไร ความคิดของเขายังคงคับแคบเหมือนเดิม

"ก็ชอบนี่"

"แล้วจะให้ผมทำยังไง ผู้หญิงส่วนใหญ่ที่เจอแต่งตัวแบบคุณก็เป็นแบบนั้นทั้งนั้น" ชายหนุ่มตอบอย่างเหมารวม

"ก็ไม่ใช่ฉันก็แล้วกัน" หญิงสาวตอบอย่างมั่นใจ เธอไม่ใช่อย่างที่เขาคิดอย่างแน่นอน

"ก็ดูกันต่อไป" ชายหนุ่มยิ้มมุมปาก เขาเองก็อยากจะรู้ว่าเธอจะไม่เป็นอย่างที่เขาคิดจริงๆ เหรอ

"ขอบคุณ" หญิงสาวพูดแผ่วเบาเมื่อเขาพาเธอมาส่งถึงห้องนอน

"พูดเป็นด้วยเหรอคำนี้นะ" ชายหนุ่มไม่วายพูดจาแบบนี้กับหญิงสาว

"คุณนี่ จะพูดดีดีกับฉันบ้างได้ไหม เกลียดอะไรฉันนักหนา" หญิงสาวส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ เขาจงเกลียดจงชังอไรเธอนักหนา

"ก็พูดดีดีแล้ว ผมมันคนป่าคนดอยนะคุณ จะให้พูดจาเหมือนเจ้าณัฐอย่างคนเมืองได้ไงล่ะ แล้วผมก็เป็นของผมแบบนี้" ชายหนุ่มยกตัวอย่างเปรียบเทียบอย่างขัดใจ เธอจะคาดหวังอะไรกับเขานักหนา ที่ทำอยู่ก็ว่าดีที่สุดแล้วนะสำหรับคนอย่างเธอ

"เชอะ ที่กับน้องสาวยังพูดดีๆ ได้เลย" หญิงสาวทำเมินหน้าหนีราวกับน้อยใจ

"ก็น้องผม ผมรักนี่" ชายหนุ่มตอบตรงๆ

"อ้อ คุณจะบอกว่าจะพูดดีๆ กับคนที่รักเท่านั้นใช่ไหม" แต่หญิงสาวกลับโมโหกับคำพูดของชายหนุ่ม เพราะเขาเกลียดเธอใช่ไหม ถึงต้องพูดจาและทำอะไรทำร้ายจิตใจกัรแบบนี้ ทั้งๆ ที่เธอยังไม่รู้เลยว่าเธอไปทำอะไรให้เขาถึงเกลียดเธอ

"ก็ประมาณนั้น" ชายหนุ่มตอบอย่างไม่คิด และคำตอบของชายหนุ่มทำเอาเธอหงุดหงิด

"งั้นก็ดีแล้วฉันจะได้รู้ไว้ว่าคุณเกลียดฉัน เพราะฉันก็เกลียดคุณ" แล้วหญิงสาวก็ปิดประตูห้องใส่เขา ชายหนุ่มยืนงงว่าเธอโมโหอะไรเขา เธอเองก็งงเหมือนกันว่าทำไมใจของเธอมันหงุดหงิดเขานัก

ชายหนุ่มเดินมาดูที่หน้าบ้าน เห็นท้องฟ้าสีแดงแสดงว่าฝนเริ่มตั้งเค้าทำท่าจะตก

ก็รีบหยิบโทรศัพท์โทรหาทรงเดชทันทีด้วยความเป็นห่วงน้องสาวของตัวเอง กลัวจะต้องตากฝนและล้มป่วย เลยตั้งใจวาถ้าฝนตกจริงๆ ก็ไม่อยากจะให้ขับรถฝ่าฝนมา

และเมื่อเขาโทรบอกเดชเสร็จ ฝนก็ตกลงมาอย่างหนักทันที ชายหนุ่มรีบวิ่งไปปิดประตูและหน้าต่างตามห้องต่างๆ เพราะกลัวฝนจะสาด ฝนตกหนักลมพัดแรง ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทำเอาหญิงสาวที่นอนเล่นอยู่ในห้องตกใจ รีบเดินออกมาหาชายหนุ่ม

"คุณ..นี่คุณ" เธอะโกนเรียกเขาอย่าลืมตัว

"อะไร" ริวตะโกนขึ้นมาจากข้างล่าง

"เกิดอะไรขึ้นนะ" หญิงสาวตะโกนถาม

"ฝนตกซิ ถามได้" ชายหนุ่มตะโกนกลับมาอย่างขัดใจ กับคำถามของเธอ

"ก็รู้แล้ว แล้วทำไมตกแรงแบบนี้" หญิงสาวได้ยินเสียงฟ้าร้องดังกระหึ่มก็เริ่มหวาดกลัว

"จะรู้ไหมล่ะ"

"แล้วคุณทำอะไรอยู่" หญิงสาวพยายามมองหาเขาจากข้างบน ชายหนุ่มจอมกวนประสาทอยู่ส่วนไหนของบ้าน

"ปิดประตูหน้าต่างอยู่ จะถามอีกนานไหม" เสียงของชายหนุ่มยังคงตอบเธอ

กลับมาอยู่

"ไม่ถามแล้วก็ได้" หญิงสาวจึงไม่ถามอะไรอีก เพราะไม่อยากจะทะเลาะด้วย ได้แต่ยืนรออยู่บนชั้นสองเหมือนไม่กล้าขยับตัวไปไหน แต่ไม่นานชายหนุ่มก็เดินขึ้นมาหาเธอที่ชั้นสอง เนื้อตัวของเขาเปียกชุ่มเพราะฝนที่กระหน่ำสาดเข้ามาภายในบ้าน

"อะไรของเธอถามอยู่ได้ วุ่นวายจริง" ชายหนุ่มทำสีหน้าหงุดหงิดที่หญิงสาวเอาแต่เรียกถามเขาจนเขาไม่เป็นอันปิดหน้าต่าง ตัวถึงได้เปียกแบบนี้

"ก็ตกใจนี่เหมือนพายุเข้าเลย" หญิงสาวตอบอ้อมแอ้มมองดูท้องฟ้าที่มืดครึ้ม

"ก็คงใช่" ชายหนุ่มพยักหน้ามองดูท้องฟ้าเช่นเดียวกันกับเธอ

"แล้ว...กรี๊ด..." คำถามของหญิงสาวถูกขัดด้วยเสียงฟ้าผ่าดังลั่นแล้วไฟภายใน

บ้านก็ดับลงหญิงสาวตกใจผวาเข้ากอดชายหนุ่มทันที

ขณะที่ฝนกำลังตกหนัก ชายหนุ่มกอดหญิงสาวที่กำลังตกใจเพราะเสียงฟ้าผ่า และความมืดมิดที่เกิดขึ้นภายในบ้าน หลังไฟดับลงถึงแม้จะยังเป็นตอนกลางวันก็ตาม แต่ถ้าบนภูเขาแบบนี้เวลาที่ฝนตกท้องฟ้าก็จะมืดมิดเป็นธรรมดา แต่หญิงสาวที่เพิ่งมาจากเมืองใหญ่ก็จะไม่ชินกับสถานการณ์แบบนี้

"อะไรนะคุณ" หญิงสาวถามแทบจะเสียงกระซิบ

"ไฟดับ" ชายหนุ่มเองก็กระซิบตอบ

"รู้แล้ว แล้วทำไมบ้านมืดแบบนี้" หญิงสาวพยายามเพ่งสายตามองดูภายในบ้านเธอมองไม่เห็นอะไรเลย

"ก็ถ้าคุณปล่อยผม ผมก็จะไปดูได้ว่าทำไมไฟถึงดับ" เขากระซิบตอบหญิงสาวพลั้นรู้สึกตัว ก็รีบถอนตัวออกจากอ้อมกอดเขาในทันทีใบหน้าของเธอรู้สึกร้อนผ่าว

"รออยู่นี่นะ อย่าไปไหน" เสียงของเขาสั่งเธอ

"จะไปไหน" หญิงสาวใจหายวาบนี่เขาจะทิ้งเธอไปไหน

"จะไปเอาไฟฉายในห้องนอน" แล้วเขาก็เดินในห้องนอนของตัวเองไม่นานแสงไฟจากไฟฉายก็สว่างขึ้น เขาเดินมาหาหญิงสาวที่ยืนรออยู่

"ไป" เสียงชายหนุ่มดังขึ้นห้วนๆ เชิงเอ่ยชวน

"ไปไหน" หญิงสาวหันไปมองคนถือไฟฉายอย่างงงๆ

"ไปข้างล่าง หรือจะยืนอยู่ตรงนี้มืดๆ ล่ะ เพราะผมจะไปดูไฟ"

"อ้าวเหรอ ไปซิ" หญิงสาวพยักหน้าพยายามลุกขึ้นยืน

ชายหนุ่มก็เข้าช่วยพยุงเธอลงมาชั้นล่าง พาเธอไปนั่งที่โชฟาในห้องนั่งเล่น แล้วทำท่าจะเดินออกไปพร้อมไฟฉาย

"เดี๋ยวคุณจะไปไหน" แต่ร่างบางไม่ยอมปล่อยมือจากชายเสื้อของชายหนุ่ม

"ไปดูไฟว่าทำไมมันตัด" เขามองเธอที่ทำไมถึงวุ่นวายกับเขาจัง

"ฉันไปด้วย" หญิงสาวพยายามเดินตามเขาไปด้วย

"จะไปทำไม พิการแบบนี้ ไปก็เกะกะ" ชายหนุ่มมองดูสภาพของเธอที่ยังไม่สมประกอบดี

"นี่ฉันไม่ได้พิการนะ" หญิงสาวเสียงแข็งขึ้นมาทันที

"แล้วไปเนี่ย จะช่วยอะไรฉันได้" ชายหนุ่มส่ายหน้ากับความดื้อรั้นของหญิงสาว

"ก็ถือไฟก็ได้นี่" หญิงสาวชี้ไปที่ไฟฉายราวกับว่ามันเป็นสิ่งที่สำคัญที่เธอต้องทำ

"ไม่ต้อง ฉันถือเองได้ อยู่นี่แหล่ะ" ชายหนุ่มชี้ลงไปที่โชฟาเชิงบอกให้เธอนั่งอยู่กับที่

"แต่..." หญิงสาวลังเล เธอไม่อยากจะทะเลาะกับเขาในสถานการณ์แบบนี้

"อะไรของคุณ" ชายหนุ่มหันไปถามเธออย่างขัดใจ

"ฉันกลัว" หญิงสาวพูดเสียงสั่นๆ ยอมรับกับเขาครั้งแรกว่ากลัว เพราะบ้านหลังนี้ไม่ใช่บ้านเธอ ทำให้เธอไม่เคยชินกับสภาพที่เกิดขึ้น

"กลัวอะไร" ชายหนุ่มน้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อย

"ก็บ้านมันมืด ฉันไม่คุ้นนี้ ข้างนอกก็ป่า" ถ้าเขาสามารถเห็นเธอในความมืดได้ เขาคงเห็นสายตาที่หวาดกลัวของหญิงสาว

"เธอนี่ท่าทางไม่น่าจะกลัวอะไรเลยนะ แต่กลัวอะไรไร้สาระ" ชายหนุ่มส่ายหน้าพยายามมองดูหญิงสาวในความมืด

"ขอไฟฉายให้ฉันได้ไหม" เธอชี้ไปที่ไฟฉายของชายหนุ่มน้ำเสียงของเธอวิงวอน

เขา

"แล้วผมจะไปดูไฟยังไงล่ะ ไม่ใช่หมานะที่มองเห็นในความมืดนะ" ชายหนุ่มยังไม่วายพูดจาไม่ดีใส่เธออย่างลืมตัว

"ก็..." ก่อนที่หญิงสาวจะพูดจบชายหนุ่มก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา แล้วเปิดให้มีไฟแล้วส่งให้เธอ

"เอา นี่ ที่นี้ก็มีไฟไม่มืดแล้ว" หญิงสาวรับมาแล้วถือไว้เหมือนเครื่องบูชาอะไรสักอย่าง ดูเหมือนเธอจะลืมไปว่ามือถือของเธอก้มีไฟฉายเหมือนกัน

"นี่อย่าไปนานนะ" เสียงสั่นๆ ของหญิงสาวดังส่งท้ายมา

"ไม่นานหรอก" ชายหนุ่มรับปาก มองดูเธอที่มีไฟฉายจากมือถือ เห็นแววตาของเธอที่ดูหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด

"จะรู้ได้ไงว่าไม่นาน" หญิงสาวเซ้าซี่เขาไม่เลิกลา

"เรื่องมากจริงเลยเธอนี่" เขาเดินมากดอะไรที่โทรศัพท์สองสามทีแล้วส่งกลับให้เธออีกครั้ง

"นี่จับเวลาไว้ รับรองไม่เกิน 10 นาที"

หญิงสาวรับไปแล้วก็พยักหน้าเข้าใจ ชายหนุ่มเห็นแล้วก็นึกขำในใจ แล้วเขาก็เดินไปดูห้องไฟตามที่บอก

เวลาผ่านไปไม่นาน หญิงสาวนั่งรอที่โชฟาเริ่มรู้สึกร้อนรน ชายหนุ่มหายไปไม่ถึง 2 นาที หญิงสาวก็เริ่มจิตตกเมินการจับเวลาในมือถือ เอาแต่เพ่งสายตามองหาเขาในความืด

"ไปไหนนะ ทำไมนานจัง" หญิงสาวหันไปมาด้วยความกลัวภายนอกยังคงมืดมิด พยายามจ้องออกไปในความมืดเหมือนค้นหาเสียงลมพัดแรงทำให้ต้นไม้ไหวไปมา ส่งเสียงน่าหวาดกลัวดูน่าขนลุกขนที่กายของหญิงสาวลุกชัน เหงื่อแตกเต็มใบหน้า เธอค่อยๆ

พยายามลุกขึ้นจากที่นั่ง แล้วเดินออกตามหาเขา

"นี่คุณ...นี่" หญิงสาวร้องเรียกไม่มีเสียงตอบจากเขา มีแต่เสียงลมและฝนที่กระหน่ำตกลงมาอย่างไม่หยุดหย่อน

เธอเดินถือมือถืออย่างไร้จุดหมายและลืมเวลาในมือถือที่เดินอยู่

"นี่คุณ อยู่ไหนนะ" หญิงสาวเรียกเสียงเริ่มสั่นเธอกำลังคิดฟุ้งซ่าน คิดว่าเขาแกล้งเธอแอบหนีออกไปข้างนอก ทิ้งเธอให้อยู่คนเดียวกับความว่างเปล่า

"นี่...คุณ...อย่าทำแบบนี้นะ" ผ่านไปสักพักหญิงสาวก็เห็นเงาอะไรแวบๆ เธอหันไปมาด้วยความผวา

"ใครนะ" หญิงสาวพยายามเดินไปดูตรงที่เงาปรากฏแต่แล้วก็ไม่เจอใคร เธอหันกลับมาก็ต้องตกใจสุดขีด

เมื่อแขนของเธอถูกมืออันเย็นเฉียบจับไว้

"กรี้ดๆๆ...อย่าเขามานะ...อย่าๆๆ" ร่างนั้นเข้ากอดรัดเธอไว้แน่น เพราะเห็นเธอ

กำลังตกใจอย่างหนักแทบขาดสติ

"อย่านะ....ปล่อย" หญิงสาวก็ยิ่งดิ้นด้วยความตกใจกลัวสุดขีด

"นี่เธอเป็นบ้าอะไร ร้องโวยวายอยู่ได้" เสียงชายหนุ่มดังขึ้นในความมืด เจ้าของอ้อมกอดที่ทำให้เธอตกใจ

"นี่นายเองเหรอ" หญิงสาวดิ้นสักพักก็หยุดพยายามมองคนที่จับเธอไว้

"ก็ใช่นะซิ" ชายหนุ่มตอบ รู้สึกได้ถึงความหวาดกลัว ร่างบางสั่นระริก ไม่หลงเหลือความเก่งกาจเอาไว้เลย

หญิงสาวพยายามเพ่งมองหน้าของเขาในความมืดชายหนุ่มหันไปหยิบไฟฉายที่ตกไปตอนเธอดิ้น แล้วเอามาส่องให้เธอมองเห็นใบหน้าเขา

"คนบ้า นายแกล้งฉัน บ้าที่สุด" เมื่อหญิงสาวเห็นหน้าของเขาชัดเจน ก็ทุบที่อกต่อ

ว่าเขามากมาย เสียงเธอเริ่มสะอึกสะอื้น

"อะไรของเธออีกเนี่ย มาทุบฉันทำไมเจ็บนะ" เขาพยายามจับแขนหญิงสาวเอาไว้ไม่ให้ทำร้ายเขา

"ก็นายนั้นแหล่ะ แกล้งฉัน" เกล็ดแก้วต่อว่ากระชากเสียงใส่

"ฉันแกล้งอะไรเธอ" ชายหนุ่มถอนหายใจหนักๆ กับความวุ่นวายของหญิงสาวไม่เลิก

"ก็หายไปไหนมาตั้งนานสองนาน" ร่างบางเตรียมต่อว่าเขาที่คิดแกล้งทิ้งให้เธออยู่ในบ้ามืดๆเพียงลำพัง

"นานบ้าบออะไร ฉันเพิ่งไปไม่ถึง 10 นาทีเลยนะ" ชายหนุ่มส่ายหน้ากับคำโวยวายของเธอ

"อยากมาหลอกฉันนะ" ถ้ามีแสงไฟคงได้เห็นหญิงสาวมองค้อนเขาจนตาแทบจะ

หลุดออกมา

"งั้นก็ดูเวลาที่โทรศัพท์ซิ" เขาพูดพร้อมให้เธอดูเวลาในโทรศัพท์ เขาพูดถูกเวลาเพิ่งเดินไปไม่ถึง 7 นาทีด้วยซ้ำ

หญิงสาวรู้สึกอายที่แสดงท่าทีหวาดกลัวให้เขาเห็น ชายหนุ่มพยายามทำเป็นไม่สนใจ เพราะเขารู้ดีว่าแค่นี้เธอก็อายมากพออยู่แล้ว

"นั่งเถอะ" เขาชวนหญิงสาวนั่งที่โชฟา หญิงสาวก็เดินกะแพลกไปนั่งก้มหน้าไม่กล้าสบตาเขา ปาดน้ำตาที่ไหลออกมาเขาก็ทรุดตัวลงนั่งข้างๆ เธอเพราะกลัวว่าหากเกิดอะไรขึ้นอีก หญิงสาวดูเหมือนจะควบคุมสติตัวเองไม่ได้ จะตกใจกับเหตุการณ์จนวิ่งหนีตะเลิดไปอย่างน้อยเขานั่งใกล้ๆ ก็พอจับตัวเธอเอาไว้ได้

"ไฟนะ สงสัยจะอีกนานเลย" ชายหนุ่มทำเป็นหาเรื่องพูด

"ทำไมล่ะ" หญิงสาวใจหายวาบเธอต้องอยู่ในสภาพแบบนี้อีกนานเลยเหรอ

"ก็ดูเหมือว่าฟ้าที่ผ่าลงมาน่าจะไปผ่าต้นไม้ แล้วมันก็คงล้มโดนเสาไฟ" ชายหนุ่มสันนิฐานเหตุการณ์ภายนอกที่เกิดขึ้น

"แล้วนายรู้ได้ไง" พยาบาลสาวไม่เชื่อคำพูดของชายหนุ่ม ตามประสาคนเมืองที่

ไม่คุ้นเคยกับการอยู่ป่าอยู่ดอย

"ก็แถวนี้ก็เป็นแบบนี้แหล่ะ" ชายหนุ่มเคยชินกับสถานการณ์แบบนี้

"เป็นบ่อยเหรอ" ร่างบางตาโตใส่ ดูเขาไม่ใส่ใจกับการที่ไม่มีไฟนานๆเลยสักนิดเดียว

"ก็ช่วงที่มีพายุนะ" ชายหนุ่มตอบสั้นๆ หญิงสาวชักจะถามมากขึ้นทุกที

"แล้วอีกนานไหม" คนตื่นเต้นกับเหตุการณ์ถามไม่หยุดปาก เธอคุมตัวเองไม่ค่อยได้เลยกับเหตุการณ์แบบนี้

"ไม่รู้ซิ ถ้าฝนตกหนักมากก็นานๆ เพราะมันจะทำลายเส้นทางขึ้นมาที่นี่ด้วย" ชายหนุ่มยักไหล่ ชักอยากจะเลิกหาเรื่องชวนคุยให้เธอหวาดกลัวน้อยลงเสียแล้ว

"งั้นคนข้างล่างก็ขึ้นมาไม่ได้นะซิ" เกล็ดแก้วหวาดหวั่นอีกครั้ง นึกภาพตามกับสิ่งที่เขาพูดถึง น้ำป่าตัดถนนหนทางอันน่ากลัว ต้นไม้ใหญ่ล้มกีดขวางทาง ตัดคนบนเขาและคนในเมืองออกจากกัน

"คงงั้นแหล่ะ" คนเคยชินตอบสั้นๆอย่างไม่ใส่ใจ

"แล้วน้องรินล่ะ" หญิงสาวที่ยังไม่รู้ว่ารินรดาจะไม่กลับขึ้นเขาในคืนนี้ ก็ชักเป็นห่วงคนที่กำลังเดินทางกลับบ้าน

"อยู่ที่ตัวเมืองนะ อยู่กับหมอไม่เป็นไรหรอก วันนี้คงนอนที่บ้านณัฐ" ชายหนุ่มตอบอย่างรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าเป็นอย่างดี

"เหรอ" หญิงสาวพยักหน้า แล้วทั้งสองก็เงียบลงอีกครั้ง เสียงฟ้าฝนที่ยังคงกระหน่ำลงมา ทำเอาหญิงสาวรู้สึกหวาดกลัวสะดุ้งอยู่เป็นพักๆ แต่ยังดีที่มีเขาอยู่ด้วย

อย่างน้อยก็มีเพื่อน

เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง ฝนที่กระหน่ำตกลงมาเริ่มเบาบางลง ขณะที่ไฟฟ้ายังคง

ดับสนิทอากาศก็เริ่มเย็นลง แล้วเวลาค่ำคืนอันน่ากลัวก็มาถึง หญิงสาวนั่งกอดเข่าในความ

มืดนั่งมองไฟฉายที่ดูเหมือนกำลังหรีลงเพราะถ่านที่กำลังลดน้อยลงทุกที

"นี่นาย"

"อะไร" ชายหนุ่มสะดุ้งขึ้นมา กับเสียงของหญิงสาวที่อยู่ๆ ก็ดังขึ้น

"ฉันคิดไปเองหรือว่าไฟฉายมันไฟอ่อนลง" หญิงสาวถามอย่างซื่อ

"สงสัยจะเปิดนานไป ถ่านใกล้จะหมด" ริวเพิ่งสังเกตเห็นในสิ่งที่เธอบอกเขาหยิบไฟฉายขึ้นมาเขย่าดู

"แล้วจะทำไงล่ะ" หญิงสาวพูดเสียงสั่น เริ่มหวาดกลัวอีกครั้ง ความมืดมิดทำให้ใจของเธอหวาดผวา

"เดี๋ยวฉันจะไปหยิบเทียนมาก็แล้วกัน" ชายหนุ่มลุกแต่ก็ถูกหญิงสาวดึงเอาไว้

"ฉันไปด้วย" ไม่เอาอีกแล้วกับการที่ต้องอยู่คนเดียวในความมืด

ชายหนุ่มมองหน้าเธอในความมืดแล้วก็ส่งมือให้เธอจับ เขาเข้าใจว่าเธอคงจะหวาดกลัวมาก จึงยอมให้เธอตามไปด้วยแต่โดยดีหญิงสาวลุกขึ้นเกาะแขนเขาแน่นแล้วเดินตามเขาไปข้างบน

"เดินไหวใช่ไหม" ชายหนุ่มถามอย่างไม่แน่ใจ จะให้พยุงกันไปตามทางมืดๆ มีหวังคงพากันล้มไม่เป็นท่า

"ไหว" ใบหน้างามพยักหน้าแรงๆ ตอนนี้ความเจ็บถูกความกลัวเข้าครอบงำ

เขาถามเพราะเป็นห่วงกลัวเธอจะเจ็บขา ตอนนี้ทั้งสองแทบจะทำสัญญาสงบศึกกันโดยปริยาย ชายหนุ่มไม่อยากให้หญิงสาวกลัวและโดดเดียวไปมากกว่านี้ ส่วนหญิงสาวก็อาศัยเขาเป็นหลักที่อบอุ่นชั่วคราว เธอเองก็รู้สึกว่าเขาอ่อยโยนกับเธอมากขึ้นชายหนุ่ม

เดินขึ้นไปชั้นสอง

"เธอกลัวความมืดเหรอ" เขาถามระหว่างทางไปห้องนอนเขา

"เปล่านะ" หญิงสาวทำเป็นเสียงแข็งปฏิเสธ

"เนี่ยเหรอบอกว่าไม่กลัวนะ" ชายหนุ่มองดูมองของหญิงสาวที่มักจะสะดุด จับเขาแน่นทุกครั้งที่ฟ้าร้อง

"ก็นี้มันกลางป่านะ" หญิงสาวมองดูรอบบ้านอย่างหวาดๆ

"แต่ก็อยู่ในบ้านนี่" ชายหนุ่มขำกับความคิดของหญิงสาว อยู่ในบ้านกลางป่าจะไปน่ากลัวอะไรนักหนา

"ก็ใช่ แต่ฉันไม่คุ้นนี่น่า"

"เธอกลัวอะไรเป็นด้วยเหรอ" ชายหนุ่มพยายามบังคับเสียงให้ปกติ ไม่ให้ดูเหมือนดุเธอมาก เพราะกลัวเธอจะกลัวไปกันใหญ่

"กล้วซิ กลัวฝนตกหนักๆ แบบนี้ด้วย" หญิงสาวจับคอเสื้อกระชับแน่น

"กลัวทำไมไม่ได้ไปยืนอยู่กลางฝนซะหน่อย" ชายหนุ่มหันมามองหน้าเธอแบบงงๆ

"พ่อฉันตายด้วยอุบัติเหตุตอนฝนตกหนักแบบนี้แหล่ะ" หญิงสาวสารภาพออกไปตรงๆ กับเขาว่าทำไมเธอถึงกลัวฝนแบบนี้

"งั้นเหรอ เสียใจด้วยนะ เมื่อไรล่ะ" ชายหนุ่มฟังอย่างรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ

"ก็ตั้งแต่ตอนฉันยังวัยรุ่นอยู่เลย" หญิงสาวตอบ ภายในใจสั่นไหวยามที่พูดถึงเรื่องนี้

"เธออยู่ในเหตุการณ์ด้วยเหรอ" ชายหนุ่มชายตามองดูหญิงสาวสังเกตท่าทางของเธอ

"ใช่" หญิงสาวพยักหน้าอย่างขมขื่น คิดถึงภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหมือนครั้ง

อดีตพ่อของเธอเสียไปต่อหน้าต่อตา

"กลัวแย่เลยล่ะซิ" ราเชนเองก็พลั้นคิดไปถึงอุบัติเหติที่เกิดขึ้นกับน้องสาว

"ก็ช่วงหนึ่งนะ แทบจะไม่กล้าขึ้นรถอีกเลย" หญิงสาวตอบสั้นๆ แล้วก็ถึงห้องนอน

ของชายหนุ่ม

มันเป็นครั้งแรกของเธอที่ได้เห็นห้องนอนเขา หญิงสาวพยายามมองภายในห้องในความมืด ห้องของเขาดูเป็นระเบียบมาก ตกแต่งด้วยสีฟ้า ดูเหมือนจะเป็นสีที่เขาชอบนอกจากเตียงกับตู้เสื้อผ้าแล้ว ก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไรนอกเหนือจากนี้

ชายหนุ่มหยิบเทียนมาหมัดหนึ่งจากหัวเตียง แล้วหันมาก็ชนกับหญิงสาวที่เดินตามเขาเข้ามาอย่างติดๆ ทำให้ร่างของทั้งสองคนชนกัน

"โอ้ย..." เขาเหยียบเท้าเธอเข้าอย่างจัง หญิงสาวที่เจ็บเท้าอยู่แล้วก็ร้องออกมาเสียงดังลั่น กระโดดหนีแต่กลับเสียหลักจะล้มลง

ชายหนุ่มตกใจรีบคว้าร่างของเธอเอาไว้ แต่ก็ล้มลงไปด้วยกันที่เตียงนอน ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มทับทาบอยู่บนตัวของหญิงสาว ในลักษณะนี้ทำให้สัดส่วนทุกสัดส่วนมันอยู่ในที่ที่เหมาะเจาะกันอย่างพอดิบพอดี ใบหน้าของเขาก็แทบจะชนกับใบหน้าของเธอ

ลมหายใจของเขารดที่ใบหน้าของเธอ ทำเอาความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้น ความรู้สึกที่หญิงสาวอย่างเธอไม่เคยรู้สึก ทุกสัดส่วนของเขาและเธอแนบสนิท เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่วินาที แต่มันดูยาวนานสำหรับชายหนุ่มและหญิงสาวทั้งสองคน

ราเชนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของเธอ ก็เผลอสูดดมเข้าไปเต็มปอด แล้วเสียงฟ้าก็ดังขึ้น

..... // เปรี้ยง// .....

"....กรี๊ด...." หญิงสาวผวากอดเขาด้วยความตกใจทำให้สองร่างยิ่งแนบแน่น

"ไม่ต้องกลัวนะ" ชายหนุ่มกระซิบ

เมื่อสัมผัสได้ว่ากายของหญิงสาวสั่น หัวใจของเธอเต้นแรง แล้วชายหนุ่มก็เริ่มเคลิบเคล้มกับความหอมของกลิ่นตัวอ่อนๆ เธอ เขาเลื่อนใบหน้าก้มลงจะจูบที่ริมฝีปากของเธอ ใจของเธอเต้นแรงจนกลัวว่าเขาจะได้ยินเสียง แต่อารมณ์ของเขาก็ถูกทำให้ชะงัก เมื่อไฟในห้องนอนสว่างขึ้น สองตาประสานกัน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha