บ่วงร้ายซ่อนรัก

โดย: รมย์ธีรา



ตอนที่ 7 : โฉมงาม


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป



            



"เปล่า ฉันก็แค่ให้คุณณัฐเพื่อนคุณได้มองเห็นความสวยของคุณณีบ้าง" หญิงสาวกระซิบบอก

"โดยการจับคุณมีแต่งตัวแบบเธอนะเหรอ" ชายหนุ่มองดูชุดที่ณีสวมใส่ถึงจะสวยแต่ก็ไม่เหมาะกับเธอ

"นี่นาย ไก่นะมันงามเพราะขน คนก็งามเพราะแต่งนะ ความสวยกับผู้หญิงนะเป็นของคู่กัน หรือคุณจะไม่ยอมรับว่าคุณณีสวย" หญิงสาวพยายามเปลี่ยนทัศนะคติของชายหนุ่มที่มีต่อเสื้อผ้าแบบนี้

"ก็สวยแต่.." ชายหนุ่มพูดไม่ออก

"แต่คุณก็ไม่ชอบผู้หญิงแต่งตัวแบบนี้ใช่ไหมล่ะ เชอะ พวกชอบมองคนแต่

ภายนอก" หญิงสาวที่รู้ทันความคิดของเขาที่มีอคติกับเสื้อผ้าแบบนี้

"เธอนี่พูดมากจริงเลย" ราเชนส่ายหน้าแต่ก็ไม่พูดอะไรมาก ทั้งสองหยุดบทสนทนากับเมื่อณัฐและณีเดินกลับมาที่โต๊ะ

"อ้าว ริว คุณแก้วมาได้ไงครับเนี่ย" ณัฐเอ่ยทักทายแก้วอย่างอารมณ์ดี

"ฉันเปลี่ยนใจนะ ส่วนแก้วเขากลัวแกเสียใจเลยมา" ริวเองก็กลบเกลื่อนให้ไปในทางเดียวกัน

"โธ่..คุณแก้ว ผมเข้าใจครับว่าคุณเจ็บขา ผมไม่คิดมากหรอก" ณัฐโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ เพราะตอนนี้เขามีอย่างอื่นให้ใส่ใจมากกว่า

หญิงสาวยิ้มให้กับณัฐพอเป็นมารยาท

"เป็นไงบ้างณี สนุกไหม" หญิงสาวเอ่ยถามเมื่อณีมานั่งข้างๆเธอ

"สนุกจ๊ะ แล้วแก้วดีขึ้นแล้วเหรอ" ณีหน้าแดงนิดๆ รู้สึกเขินเมื่อริวมาด้วย

"จ๊ะ แก้วกลัวณีไม่มีเพื่อนนะ"

"คุณณี ณัฐเพื่อนผมดูแลคุณณีดีไหม" ริวถามณีชายตามองดูเพื่อนชายที่ดูท่าทางจะเปลี่ยนสายตาที่มองณีไปโดยสิ้นเชิง

"เออ ดีค่ะ คุณริว" ณีรู้สึกอายที่ถูกริวถามแบบนั้น เธอยกแก้วไวน์ขึ้นดื่มทีเดียวหมดแก้ว ทำเอาริวเริ่มจับสังเกตได้ตามที่แก้วบอกจริงๆ

"โอ้โห...ณี ดื่มเก่งจัง" เสียงแก้วทักที่ณียกแก้วไวน์ดื่มอย่างเอาเป็นเอาตาย

"นี่เธอ..." เสียงริวกระซิบเรียกแก้วเขามองดูท่าทีของณีที่ดูเขินผิดปกติ

"อะไร" หญิงสาวขานตอบด้วยน้ำเสียงรำคานหน่อยๆ

"คุณณีชอบณัฐเพื่อนผมใช่ไหม" ชายหนุ่มเพิ่งรู้สึกตัวว่านักโภชนาการสาวแอบชอบเพื่อนของเขา

"อยากรู้ก็ดูเอาเองซิ" แก้วส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ ชายคนนี้ไม่รู้เรื่องอะไรเลย

"ก็แค่บอกมาว่าใช่ไหม" ชายหนุ่มหงุดหงิดเขาขี้เกียจที่จะสังเกตแค่อยากจะรู้

ความจริง

"เออ..ใช่ พอใจรึยัง" แก้วตอบอย่างตัดความรำคาน

"ทำไมผมไม่เคยรู้เลยล่ะ" ชายหนุ่มขมวดคิ้วด้วยความสงสัย

"ก็นายมันโง่ไง วันๆ สนใจอะไรบ้าง นอกจากด่าผู้หญิงแบบฉันไปวันๆ ขอตัวนะคะแก้วอยากไปห้องน้ำ" หญิงสาวหลอกด่าชายหนุ่ม แล้วเธอก็เดินไปทันทีมาปล่อยให้เขาไม่มีโอกาสต่อว่าเธอกลับ

"เธอนี่..." ราเชนรู้ตัวแต่ก็ตอบกลับไม่ทัน

"ริว แล้วน้องรินล่ะ" เสียงเดชขัดขึ้นอีกครั้ง เมื่อเห็นทั้งสองเลิกพูดคุย

"ดีนี่ ก็ยังส่งฉันก่อนมาอยู่ ป่านนี้คงหลับไปแล้วล่ะ" ชายหนุ่มหันไปคว้าแก้วเหล้าขึ้นดื่ม แล้วอยู่ๆ ก็มีใครบางคนเข้ามาทักทายเขา

"ไง ริว" เสียงชายหนุ่มอีกคนหน้าตาหล่อเหลาท่าทางกรุ่มกริ่ม แม้ท่าทางเหมือนจะมาทักเพื่อนเก่า แต่สายตากลับจับจ้องร่างบางที่เพิ่งลุกจากไป

"อ้าวว่าไง เอก" ริวทักทายกลับ เขาคือเพื่อนรุ่นเดียวกัน

"แหม...ไม่เจอกันนานมีแฟนสวยนะ" เอกพูดพร้อมกับยิ้มให้อย่างมีเล่ห์นัย

"อ้อ เธอไม่ใช่แฟนฉันหรอก" ริวรีบปฏิเสธ เขายังไม่เข้าใจว่าเอกจะถามเขาทำไม

"จริงเหรอ" ท่าทางของเอกดีใจที่รู้ว่าแก้วไม่ใช่แฟนของเขา

"ใช่ แค่เออ...พยาบาลที่ดูแลน้องสาวนะ พามาเปลี่ยนบรรยากาศ" ริวพยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจ

"เหรอ ถ้างั้นฉันคงจะขอเธอเต้นรำได้ซิ" เอกหมายหมั่นปั้นมืออย่างคาดหวัง

"เออ ได้ตามสบายเลย ถ้าเธอโอเคนะ" ชายหนุ่มตอบตกลง แต่ก็รู้สึกคันๆ ภายในจิตใจ

ไม่นานหญิงสาวก็เดินออกมาจากห้องน้ำกลับมานั่งที่โต๊ะ แล้วเอกภพก็เดินเข้า

มาหาเธอทันทีอย่างไม่รอช้า

"ขอโทษนะครับ คุณเออ..." ชายหนุ่มทักทายเชิงขอรู้จักชื่อหญิงสาว

"แก้วคะ" แก้วรีบแนะนำตัวเองทัน อย่างมีมารยาทและรู้งาน

"ผมเอกภพครับ หรือเอกก็ได้ เป็นเพื่อนของริว ไม่ทราบว่าพอจะให้เกียรติ์เต้นรำกับผมสักเพลงได้ไหมครับ" คำขอของเพื่อนเอาที่ทำเอาภายในใจของริวคาดหวังให้แก้วปฏิเสธ

"ได้ซิคะ เป็นเกียรติ์ของแก้วมากกว่า" แล้วหญิงสาวก็รับคำเชิญ ทำเอาริวถึงกับกำแก้วไวน์นิ่งด้วยความรู้สึกหงุดหงิดที่เธอยอมไปง่ายๆ ขนาดนี้ ทั้งที่ไม่รู้จักคนที่มาขอเต้นด้วยเลยสักนิดเดียว ทรงเดชเองก็เช่นกันเขามองดูแก้วที่เดินออกไปเต้นรำกับเอกด้วยหัวใจที่เจ็บปวด

ทางด้านณีก็กำลังนั่งมึนด้วยฤทธิ์ไวน์ที่ดื่มไปเพียงแก้วเดียว ใบหน้าของเธอแดงจัด ลมหายใจกระชั้นถี่ เริ่มทรงกายไม่ค่อยอยู่เท่าไรนัก

"คุณณีเป็นอะไรไหมครับ หน้าแดงเชียว" ณัฐถามด้วยความเป็นห่วง มองดูใบหน้าที่แดงระเรื่อองหญิงสาวอย่างห่วงใย

"เออ ม่ายแน่จายคะ คือณีรู้สึก...ปวดหัวจัง" หญิงสาวพยายามนั่งทรงตัวให้อยู่กับเก้าอี้

"ผมว่าคุณณีคงจะเมาแล้วล่ะ" เดชทักขึ้นมา เพราะเห็นณีหน้าแดงหลังจากดื่มไวน์เข้าไป

"อะไรกันเดชคุณณีดื่มไปแก้วเดียวเองนะ" ณัฐบอกอย่างไม่เชื่อว่าณีจะเมาเพียงเพราะเหล้าแก้วเดียว

"นี่ณัฐ ก็ถ้าคุณณีเขาคออ่อนครึ่งแก้วก็เมาแล้ว" เดชมองดูท่าทางของณีที่ดูแล้ว

เป็นอาการของคนเมาชัดๆ

"คุณณีพอไหวไหม" ณัฐหันไปมองหน้าหญิงสาวที่กำลังกุมขมับอยู่ด้วยความมึน

"เออ ฮ่าๆๆๆ ไหวซิคะ คูณณัฐ ณีม่ายเป็นไรมากหรอก เชิญคูณณัฐ ไปสนุกเถอะค่ะ อย่าอยู่กับโคนน่าเบื่ออย่างณีเลย" หญิงสาวพูดออกไป แต่ไม่ได้ตรงกับสภาพของเธอเลยสักนิด เพราะท่าทีของเธอดูโซเซมาก นั่งยังไม่ค่อยอยู่

ณัฐต้องประครองหลังไว้ให้

"ณัฐฉันว่าแกพาคุณณีกลับไปก่อนดีกว่า" เดชเสนอความคิด มองดูณีที่ท่าทางไม่ไหวแล้ว

"ฉันก็ว่างั้นแหล่ะ เสียดายจัง ว่าจะขอแก้วเต้นรำสักหน่อย" ณัฐบ่นออกมาแล้วหันไปมองแก้วที่กำลังเต้นรำอยู่ และดูเหมือนว่าจะยังมีอีกหลายคนที่มารอต่อคิว เพราะเธอดูสวยสะดุดตากว่าใครทุกคนในที่นี้

"เอาน่าคุณณีมากับแก แกไม่พากลับแล้วใครจะพากลับ" เดชส่ายหน้าอย่างเบื่อหน่าย เพื่อนของเขาโลภมากจริงๆ

"เออๆๆ ก็ได้...ริว...ริว ไอ้ริว" เขาหันไปเรียกเพื่อนที่กำลังนั่งเหมอมองไปที่แก้วอยู่ แล้วเขาก็รู้สึกตัวเมื่อณัฐเรียกเสียงดัง

"ฉันจะพาคุณณีกลับไปก่อน ดูท่าจะเมาแล้ว" ชายหนุ่มตอบเมื่อเพื่อนสนิทหันกลับมามีสติที่จะฟัง

"อ้อ..ได้ซิ แล้วส่งให้ถึงบ้านฉันนะ ไม่ใช่ส่งโรงแรม ยังไงเขาก็เป็นคนของฉัน" ริวพูดดักเพราะรู้นิสัยเพื่อนดี

"เออน่า ฉันไม่ทำอะไรเขาหรอก ไปแล้วนะริว เดช" แล้วณัฐก็ประครองณีออกจากงานไป

ดูเหมือนตอนนี้ริวไม่ได้สนใจอะไรใครนัก นอกจากมองแก้วที่กำลังเต้นรำอยู่กับ

บรรดาเพื่อนของเขาอย่างสนุกสนาน เธอมีเสน่ห์และโดดเด่นที่สุดภายในงาน ราวกับ

ดอกไม้แสนสวยที่มีเหล่าแมลงมาตอม ซึ่งก็ทำให้เขาหงุดหงิดใจยิ่งนัก

"ทำเป็นพูดว่า ไม่เหมือนใคร สุดท้ายก็เอาไม่เลือก" ชายหนุ่มพูดเบาๆ อยู่คนเดียว

"บ่นอะไรของแกริว" เดชมองหน้าริวที่พูดอะไรอยู่คนเดียว

"เปล่า แกดูซิ แม่พยาบาลคนสวยของแกนะ หึ เต้นไปกับใครเรื่อยเลย" ชายหนุ่มพูดไปก็ดื่มไปอย่างขัดใจ

"อ้าว แกนี่ก็แปลก คนมาชวนเต้นรำก็ต้องตกลงตามมารยาทซิ" เดชเองก็ไม่ชอบที่แก้วออกไปเต้นกับคนอื่น แต่เขาก็ไม่ใช่คนไม่มีเหตุผล

"ก็..นั้นแหล่ะ ปฏิเสธบ้างก็ได้นี่" ชายหนุ่มตอบเหมือนอยากจะให้เธอได้ยินนัก

"อ้าว ก็เขาสวยใครก็อยากเข้าใกล้" เดชมองดูแก้วที่หมุนตัวไปมากับคู่เต้นรำของเธอ

"หึหึ ไม่ใช่ฉันคนหนึ่งนะ" ริวพูดอย่างมั่นใจกับความรู้สึกของตัวเอง

"แน่ใจเหรอ" เดชมองดูริวอย่างค้นหา สายตาและท่าทางของเพื่อนสนิท ดูเหมือนจะไม่พอใจกับการไปเต้นรำของแก้วเท่าไร ไม่ใช่เพราะไม่ชอบแต่ดูเหมือนขัดใจที่ไม่เต้นกับเขามากกว่า

"แน่ใจ" ริวตอบอย่างมั่นใจ แต่สายตายังคงจ้องไปที่เธอ

"งั้นแกจะใส่ใจเขาทำไม เขาจะทำอะไรกับใครก็ช่างเขาซิ ทำงานไม่บกพร่องก็พอแล้ว นอกเสียจากแกสนใจเขา" ทรงเดชกล่าวอย่างดักทาง

"บ้าเหรอ ก็ฉันเห็นแล้วมันขัดหูขัดตานี่" ริวยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มอย่างต่อเนื่อง

"ง้านเหรอ แล้วแกเอาเขามาใส่ใจทำไมให้มันหงุดหงิด หัวใจเปล่าๆ อย่าคิดมาก

ให้มันเปลืองใจตัวเองซิ ริว" เดชที่เริ่มจะจับสังเกตท่าทางของริวออกก็เริ่มพูดให้คนหัวใจหงุดหงิดได้รู้ตัว

คำพูดของเพื่อนทำเอาชายหนุ่มชะงัก หันหน้ากลับมาแล้วนั่งนิ่งพยายามไม่หัน

กลับไปมองที่เธออีก สนใจงั้นเหรอ นั้นซิ เขาจะสนใจผู้หญิงแบบนี้ทำไมเธอไม่มีค่าพอที่จะอยู่ภายในใจของเขาได้ เหมือนคนๆ นั้น หมอเดชมองเพื่อนอย่างค้นหา จังหวะเดียวกับที่แก้วกลับมานั่ง

"เป็นไงแก้วสนุกไหม" ทรงเดชถามอย่างอารมณ์ดี

"สนุกค่ะ พี่หมอ แต่ไม่ไหวเต้นแล้ว" แก้วพยักหน้าพลางหยิบแก้วเกล้าขึ้นดื่มอย่างกระหาย

"ก็แก้วสวยที่สุดเลยนี่ ใครๆก็อยากเต้นด้วย" เดชเอ่ยปากชอบอกไปจากใจ พยาบาลคนสวยของเขาสวยจริงๆ

"พี่หมอก็ เอะ แล้วณีล่ะคะ" หญิงสาวมองหาณีและณัฐที่หายไปจากโต๊ะ

"กลับไปแล้วนะ เห็นว่าเมาเจ้าณัฐเลยไปส่ง" เดชพูดยิ้มๆ หญิงสาวพยักหน้าอย่างเข้าใจ เธอรู้สึกพอใจที่อย่างน้อยณีกับณัฐก็มีโอกาสอยู่ด้วยกันสักพัก

"ฉันจะกลับแล้ว" ริวกระดกไวน์แก้วที่อยู่ในมือให้หมดแล้วลุกขึ้น

"อ้าว ทำไมล่ะ เพิ่งมาเอง" เดชถามแบบงงๆ

"แกก็รู้ว่าฉันไม่ค่อยชอบงานแบบนี้ ส่วนเธอจะอยู่ต่อก็ได้นะ ฉันไม่ว่า ให้เดชไปส่งก็แล้วกัน" ชายหนุ่มพูดอย่างไม่ใส่ใจ

"อ้าว ได้ไงล่ะนายก็ ฉันมากับนายนะก็ต้องกลับกับนายซิ" หญิงสาวประท้วง และพร้อมที่จะกลับพร้อมเขาเหมือนกัน

"ก็ฉันเห็นเธอยังสนุกอยู่กับเออ..บรรดาผู้ชายอยู่ เลยไม่อยากขัด" คำพูดของเขา

ทำเอาเดชสำลักไวน์ที่ดื่มเข้าไป แล้วมองหน้าเพื่อนตัวเอง ว่าทำไมถึงพูดจาแบบนี้

"นี่พูดให้ดีดีหน่อยซิ ฉันเต้นตามมารยาทนะ" หญิงสาวเองก็โมโหที่เขาพูดจาแบบ

นี้ใส่เธอ

"เรื่องของเธอ จะตามมารยาทหรือมารยาก็แล้วแต่ สรุปจะกลับไหม ถ้ากลับก็ตามมา" แล้วเขาก็เดินไปอย่างไม่รีรอหญิงสาวกำมือแน่นด้วยความโกรธจัด

"พี่ว่ากลับไปเถอะ แก้ว ไม่มีอะไรหรอก มันเมานะ รู้อยู่ว่าปากมันเป็นแบบนี้" เดชเองก็ก็ไม่เข้าใจว่าริวเป็นอะไรไปแต่เขาคิดว่าให้แก้วกลับไปจะดีที่สุด

"ก็พอรู้คะพี่หมอ แต่ไม่คิดว่าจะปากหมาได้ขนาดนี้ ว่างๆ สงสัยพี่หมอต้องพาเพื่อนคนนี้ไปผ่าหมาออกจากปากซะบ้างแล้ว แก้วขอตัวนะคะ" แล้วหญิงสาวก็รีบวิ่งตามเขาไปในใจของเดชรู้สึกพอใจที่แก้วโต้ตอบริวได้แรงพอๆ กัน

ทรงเดชมองดูชายหญิงที่จากไปด้วยความรู้สึกบางอย่าง เขารู้สึกแปลกๆ กับสายตาของทั้งสองคน

มาทางด้านณีและณัฐ เขาขับรถถึงบ้านบนเขา ซึ่งหญิงสาวที่ดื่มไวน์ก็หลับไปตั้งแต่ยังไม่ครึ่งทาง ชายหนุ่มเดินอ้อมมาเปิดประตูเรียกหญิงสาว

"คุณณีครับ" เขาจับใบหน้างามของเธอเขย่าไปมา

"อือ..." หญิงสาวกำลังหลับอยู่เพราะฤทธิ์ไวน์ที่ดื่มเข้าไป ใบหน้าของเธอแดงนิดๆ เธอดูสวยและ Sexy มากในตอนนี้ ทำไมเขาไม่เคยเห็นเธออยู่ในสายตาเลย เขาตัดสินใจอุ้มเธอขึ้นไปบนบ้านให้เปิดประตูห้องนอนเธอ แล้ววางเธอลงบนเตียง กำลังจะหันตัวเดินออกมาแต่ก็ต้องชะงัก เมื่อผมของเธอเกี่ยวพันกับกระดุมเสื้อของเขา

"โอ้ย....อือ..." เสียงหญิงสาวร้องด้วยความเจ็บ แล้วรู้สึกตัวขึ้นมามองใบหน้าที่กำลังอยู่ใกล้ใบหน้าเธอ ฤทธิ์เหล้ายังคงอยู่ ชายหนุ่มก้มหน้าลงไปเพื่อไม่ให้ผมเธอดึงรั้งอีก

ใบหน้าของเขาใกล้ชิดกับใบหน้าของเธอ มือก็พยายามแกะกระดุมเสื้อของตัวเอง

แล้วผมของเธอก็หลุดออกจากเสื้อของเขา หญิงสาวมองใบหน้าของชายที่เธอหลงรักมานาน เธอคิดว่ากำลังฝันไป หญิงสาวมองใบหน้าชายหนุ่มด้วยความเคลิ้บเคล้ม ชายหนุ่มเองก็เช่นกันชายหนุ่มก้มหน้าลงจูบที่ปากเธออย่างผ่าวเบา แล้วสอดลิ้นเข้าไป

เกี่ยวรัดลิ้นเธออย่างดูดดื่ม

"คุณณี วันนี้คุณสวยจัง" ชายหนุ่มเอ่ยปากชมเมื่อถอนปากออกมา ใจเขาไม่ได้คิดจะทำอะไรเธอไปมากกว่านี้

เพียงแต่เมื่อครู่ความอวบอิ่มของริมฝีปากสีนูดมันเชิญชวนให้ลิ้มลอง แล้วกลิ่นกายของเธอหอมเหลือเกิน และเธอก็ดูสวยมากทำให้เขาเกือบจะควบคุมตัวเองไม่ได้หญิงสาวที่กำลังคิดว่าตัวเองกำลังฝันไปก็ยิ้มออกมา เอื้อมมือจับใบหน้าของเขาแล้วกระซิบข้างหูของเขา

"คุณณัฐคะ"

"ครับ คุณณี" ชายหนุ่มก็กำลังตื่นเต้นกับสิ่งที่กำลังจะได้ยิน สายตาของทั้งสองประสานกันหัวใจของทั้งสองเต้นแรง

"ณี..รัก...คะ...นะโอ้ก...." หญิงสาวพูดไม่ทันจบก็อาเจียนออกมารดเขาเต็มๆ แล้วหมดสติไป ชายหนุ่มตกใจรีบลุกขึ้นมาทันที

"โธ่...คุณณี..บ้าจริงเชียว" ชายหนุ่มบ่นด้วยความหงุดหงิด แต่ก็ยังสงสัยว่าเธอกำลังจะบอกรักใคร เขาเหรอ

แต่ก่อนที่เขาจะคิดเรื่องนี้เขาก็ต้องเดินออกมาหา มาเช็ดทำความสะอาด เพราะตอนนี้กลิ่นอาเจียนของเธอ ทำเอาเขาเริ่มที่จะทนไม่ไหว

"หมดมู้ดเลยเรา" ณัฐบ่นไปทำความสะอาดไป

"คุณณัฐ อะไรคะเนี่ย" เสียงป้าแอ๋วดังขึ้นจากหน้าห้อง เพราะได้ยินเสียงรถกลับเข้ามา

"อ้อ คุณณีนะครับ เธอเมาแล้วอาเจียนออกมาชายหนุ่มตอบใบหน้าสะอิดสะเอียดกับกลิ่นไม่พึงประสงค์

"ตาย..แล้วหนูณีทำไมเป็นแบบนี้ล่ะ คุณณัฐไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเถอะคะ

เดี๋ยวทางนี้ป้าจัดการเอง" หญิงสูงวัยกล่าวด้วยความตกใจ

"เออ ขอบคุณครับป้า เดี๋ยวผมกลับเลยดีกว่า ถอดเสื้อไปคงไม่เป็นอะไร" ชายหนุ่มรีบถอดเสื้อออกแล้วปล่อยให้ป้าแอ๋วจัดการกับเธอ

"เอางั้นเหรอคะ" ป้าแอ๋วตอบอย่างไม่แน่ใจนัก

"ครับ ยังไงก็ฝากป้าดูแลคุณณีด้วยนะครับ" ชายหนุ่มพยักหน้าแล้วเดินจากไปอย่างเสียอารมณ์

"ได้ค่ะ ขับรถดีดีนะคะ"

แล้วณัฐก็ขับรถออกไปจากบ้านทั้งที่ยังข้องใจกับคำพูดของณีอยู่ ใจของเขาเริ่มอยากรู้ว่าณีแอบรักใครอยู่ เธอจะสารภาพรักกับใครกันนะ เขาหรือเปล่า หรือว่าริว

กลับมาทางด้านริวและแก้วที่กำลังจะกลับ บรรยากาศภายนอกโรงแรมฝนกำลังตกหนัก ชายหนุ่มกำลังรอรถจากพนักงานฝากรถ หญิงสาววิ่งมาทันชายหนุ่มกำลังรอรถพอดี เธอยืนข้างๆ เขาแล้วหายใจหอบด้วยความเหนื่อย แล้วรถก็มาถึง เขาก้าวเท้าเดินไปขึ้นรถเธอเองก็รีบเปิดประตูตามขึ้นไปเขาออกตัวไปด้วยความรวดเร็ว ทำเอาหญิงสาวตกใจคาดเข็มขัดนิรภัยแทบไม่ทัน

"นายขับเบาๆ หน่อยซิ" หญิงสาวร้องเสียงหลง

เขาไม่ตอบแต่ยิ่งขับเร็วขึ้น ในสมองเห็นแต่ภาพของเธอกำลังเต้นรำกับบรรดา

เพื่อนเขาในงานเมื่อครู่ ฝนก็ตกหนักขึ้น ความเร็วของเขาก็ไม่ได้ลดลงเลยหญิงสาวเริ่มรู้สึกกลัว เธอเริ่มคิดถึงตอนอุบัติเหตุ ที่เกิดขึ้นกับพ่อเธอ หญิงสาวหันไปมองหน้าเขา

"นายช้าหน่อยซิ ฉันกลัวนะ" หญิงสาวน้ำเสียงสั่นขึ้น สองมือจับที่ยึดภายในตัวรถเอาไว้มั่น

"กลัวอะไร ทีแบบนี้มาทำเป็นกลัว อย่ามาแสดงหน่อยเลย" ชายหนุ่มหันกลับมา

ตอบเสียงกร้าวสายตาดุดัน

"อะไรของคุณนะ อยู่ๆ ก็บ้าขึ้นมา" หญิงสาวมึนงงที่อยู่ๆ เขาก็มาทำท่าทางแบบนี้ ทั้งที่ตอนแรกคิดว่าจะคุยดีๆ กันได้อยู่แล้วเชียว

"บ้าเหรอ" เขาเหยียบความเร็วรถให้เพิ่มขึ้นคำพูดของเธอทำให้ฉุน

"ขอร้องล่ะ ฉันกลัวจริงๆ" เสียงหญิงสาวเริ่มใจคอไม่ดี แต่เขาไม่ได้ใส่ใจด้วยความเร็วเกือบ 180 บวกกับทางขึ้นเขา ความเร็วของรถไม่ได้ลดลงเลย เส้นทางก็ไม่ใช่ธรรมดาลดเลี้ยวเคี้ยวคด ดูแล้วน่าหวาดเสียว

"นายเป็นบ้าอะไรนะ" หญิงสาวหันไปตวาทใส่เขาด้วยความกลัว

"ฉันเหรอบ้า เธอนั้นแหล่ะบ้า" ชายหนุ่มเองก็ไม่ลดเสียงยิ่งเธอตะโกนเขาก็ยิ่งตะโกนใส่เธอกลับ

"ฉันทำอะไรให้นายห๊า..." หญิงสาวไม่เข้าใจว่าเธอไปทำอะไรกับเขา

"ก็เธอทำเป็นบอกว่าเธอแตกต่าง แต่สุดท้ายก็ไม่ต่างกับคนอื่น" ชายหนุ่มพูดทำทีเป็นขมขื่น

"ไม่ต่างยังไง ฉันไม่เข้าใจ" หญิงสาวมองหน้าค้นหาความหมายในคำพูดของชายหนุ่ม

"เธอก็ยังไปเต้นยั่วกับบรรดาผู้ชายไม่เลือกหน้า" ชายหนุ่มกัดฟันตอบกลับ

สายตามองถนนแต่ในแววตามีแต่ภาพบาดใจ

"นายจะบ้าเหรอ ฉันทำไปเพราะตามมารยาทนะ" เกล็ดแก้วชี้มาที่ตัวเองอย่างมึนงง

"มารยาทเหรอ ฉันไม่เชื่อเธอหรอก สันดารผู้หญิงอย่างเธอนะ" ชายหนุ่มยิ้มเยาะ

"หยุดนะ นายจะว่าอะไรฉันนะ ฉันยังไม่ได้ไปเอากับใครเลยนะ" หญิงสาวแผดเสียงดังลั่นไม่ลดน้อยไปกว่ากัน

"ก็ไม่แน่หรอก ทำเป็น ไม่ๆๆ แต่สุดท้ายก็..." ชายหนุ่มพูดไม่จบแต่กวาดสายตามองดูเธออย่างดูถูก

"สุดท้ายอะไร" หญิงสาวถามอย่างท้าทายคำตจ่อท้ายของประโยค

"สุดท้ายความร่านมันก็ออกมา" เขาด่าเธออย่างเผ็ดร้อน จนหญิงสาวโกรธจัด

"ร่านเหรอ ฉันไม่ได้ร่านนะ อย่ามาว่าฉัน" เธอตะโกนตอบโต้เข้าด้วยความโกรธจัด

"อ้อ ว่าไม่ได้ พูดความจริงแล้วรับไม่ได้ใช่ไหม" เขาหัวเราะเยาะเธอ

"นายจะบ้ารึไง นายไม่รู้จักฉันด้วยซ้ำ อย่ามาว่าฉันนะ" หญิงสาวชี้หน้าอย่างคาดโทษชายหนุ่ม

"ฉันไม่อยากจะรู้จักผู้หญิงสำส่อนอย่างเธอหรอก" ชายหนุ่มส่ายหน้าแสยะปากใส่

"กล้าดียังไงมาว่าฉันสำส่อน" มือของหญิงสาวเกาะที่ตัวรถแน่นด้วยความกลัว แต่ปากก็ยังไม่หยุดพูดจาตอบโต้เขาอย่างดุเดือด

"ทำไมจะว่าไม่ได้"

"กะอีกแค่ฉันไปเต้นรำกับคนที่มาขอฉันเนี่ยนะ"

"ก็ไม่แน่หรอกถ้าเธอไม่ได้มากับฉัน เธออาจจะไปไหนต่อไหนแล้วก็ได้" ชายหนุ่มคิดไปไกล

"นายกำลังดูถูกฉันนะ" หญิงสาวกัดฟันแน่นด้วยความโกรธจัด มือกำที่ยึดรถไว้แทบจะบีบให้หักคามือออกมา

"ฉันดูถูกแล้วตะหาก หึหึ คำก็ว่าไม่ได้สองคำก็ว่าไม่ได้ ยอมรับความจริงไม่ได้มากกว่ามั้ง" ยิ่งเขาพูดเขาก็ยิ่งขับรถเร็วขึ้นตอนนี้หญิงสาวเองก็ทั้งกลัวทั้งโกรธ

"ฉันเกลียดนาย เกลียดๆๆๆๆ เกลียดที่สุด" หญิงสาวโมโหสุดขีดทุบตีที่ไหล่เขา

อย่างแรง ชายหนุ่มพยายามประครองรถไม่ให้เสียหลัก อีกมือก็พยายามจับมือเธอเอาไว้ให้

หยุดทุบตีเขา

"ฉันก็เกลียดผู้หญิงอย่างเธอเหมือนกัน" แล้วเขาก็เร่งความเร็วให้มากขึ้น หญิงสาวกลัวความเร็วมากก็หยุดทุบตีเขา หญิงสาวเริ่มสติแตก เธออยากจะกระโดดลงจากรถให้รู้แล้วรู้รอด เธอไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่แต่ที่รู้ๆ ตอนนี้ความกลัวกำลังเข้าครองงำเธอ

"พอเถอะ จอดรถ ได้โปรด ฉันไม่อยากไปกับคุณแล้วจอดๆๆ" จนหญิงสาวหันไปตะคอกใส่เขา

"อ้อ ไม่อยากไปกับฉันใช่ไหม เธอคงจะอยากไปกับผู้ชายคนอื่นซินะ ได้ซิ" ชายหนุ่มจอดรถทันที

หญิงสาวก็แน่เหมือนกัน เธอรีบลงจากรถด้วยความรวดเร็ว ปิดประตูรถใส่เขาเสียงดัง ชายหนุ่มก็ยิ่งโมโห เขาก็ออกตัวไปทันที ทิ้งหญิงสาวไว้กลางถนนเพียงคนเดียวตามลำพัง

หลังจากที่หญิงสาวลงมาจากรถก็ร้องไห้ด้วยความกลัว เธอรู้สึกสับสนไม่รู้ว่าเขาโกรธเกลียดอะไรเธอนักหนา เธอรู้แต่ว่าเธอไม่ต้องการไปกับรถที่ขับด้วยความเร็วแบบนี้ ฝนที่กำลังกระหน่ำตกลงมาเสื้อผ้าของหญิงสาวเปียกโชก ชุดสีขาวที่เธอสวมใส่เมื่อเปียกน้ำ

มันทำให้เห็นทะลุอะไรไปถึงไหนต่อไหน ชุดที่แนบเนื้ออยู่แล้วก็ยิ่งแนบเนื้อเขาไปอีก หญิงสาวทรุดตัวลงที่พื้นแล้วกอดเข่าร้องไห้ เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแต่ก็ไม่มีสัญญาณ แถมโทรศัพท์ก็ยังเปียกฝน ยิ่งทำให้เธอรู้สึกหดหู่เข้าไปอีกเธอไม่รู้จะไปไหนดี

อยู่ท่ามกลางป่าเขาแบบนี้ใครจะช่วยเหลือเธอได้ นอกจากตัวเธอเองหญิงสาวตัดสินใจเดินลงเขา ไปตามถนนเธอเดินลงด้วยความหวาดกลัว เสียงฟ้าฝนทำเอาเธอผวา แต่เธอก็พยายามฝืนใจเดินต่อไป เธอเดินมาได้สักพักก็มาถึงจุดพักรถของทางขึ้นเขา

หญิงสาวเดินเข้าไปหลบฝนในศาลาด้วยความหนาวสั่น มองดูสภาพตัวเองแล้วเริ่มรับไม่ได้ ชุดที่เธอสวมใส่ตอนนี้มันไม่เหมาะกับสถานการณ์แบบนี้เลย เธอนั่งกอดเข่าร้องไห้ด้วยความกลัว คิดถึงแม่ที่กำลังป่วยคิดถึงพ่อที่ตายจากไปนานแล้ว เธอทำเวรทำกรรมอะไรถึงต้องมาเจอเรื่องเลวร้ายแบบนี้

หลังจากที่หญิงสาวลงจากรถไป แล้วเขาขับออกมาชายหนุ่มมองเธอกลับมาทางกระจกหลัง ภายในใจรู้สึกสับสน ทั้งหงุดหงิด ทั้งโกรธ ขับรถมาได้สักพักก็นึกถึงวันที่เขาและเธออยู่กันตามลำพัง ความหวาดกลัวของหญิงสาวเวลาฝนตกหนักอุบัติเหตุที่เธอเคยเล่าให้ฟัง

และความกลัวของเธอทำให้เขาคิดได้ว่าทำไมเธอถึงได้ต่อว่าเขาขนาดนั้น ทำเอาชายหนุ่มตัดสินใจไม่ถูกใจหนึ่งสั่งให้โกรธแล้วขับต่อ แต่อีกใจหนึ่งกลับบอกให้กลับไปรับเธอ เขาชั่งใจอยู่สักพักใหญ่ มองดูรถที่สวนลงไป นึกไปถึงชุดที่เธอสวมใส่ ว่ามันจะดูโป้แค่ไหนเมื่อเปียกฝน

"โธ่..โว้ย.....ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย" เขาตะโกนออกไปด้วยความรู้สึกเกลียด

ตัวเอง แล้วเขาก็ตัดสินใจเบรครถและกลับไปรับเธอทันที

ราเชนขับรถไปที่จุดที่ปล่อยเธอลงแต่ก็ไม่เห็นหญิงสาวก็ขับรถตามลงไปเรื่อยจนเลยจุดพักรถที่หญิงสาวนั่งอยู่แล้วก็รู้สึกเห็นอะไรแว๊บๆ ขาวๆ เขาก็รีบเลี้ยวรถกลับไปดูเขาขับไปจอดรถดูว่าใช่หญิงสาวรึเปล่า แล้วตามที่เขาคิดหญิงสาวกำลังนั่งร้องไห้อยู่ที่ศาลา

เธอหันมามองแสงไฟของรถที่ขับเข้ามาจอด แต่มองไม่เห็นเขาเพราะแสงไฟแยงตา เธอเห็นแค่เงาคนดำๆ เท่านั้น แล้วรถคันนั้นก็ดับไฟชายหนุ่มเดินลงมาจากรถวิ่งมาหาเธอ เข้ามาที่ศาลาเขามองดูหญิงสาวที่เนื้อตัวเปียกโชค ใบหน้าเต็มไปด้วยคราบน้ำตา

และชุดของเธอก็ดูโป้เปลือยเหลือเกิน เวลาเปียกน้ำแบบนี้ ความรู้สึกเขาตอนนี้ทั้งหงุดหงิดและสงสารหญิงสาว เขาถอดเสื้อสูทของเขาแล้วคลุมให้

"ขึ้นรถ" เขาพยายามดึงร่างหญิงสาวให้ขึ้นมาที่รถ

"ไม่" หญิงสาวตะคอกกลับ สะบัดมือของเขาออก พร้อมกับโยนเสื้อของเขากลับไปอย่างไม่ใยดี

"แล้วจะนั่งอยู่ที่นี่รึไง" ชายหนุ่มพูดเสียงหนักๆ

"มันก็เรื่องของฉัน" หญิงสาวเมินหน้าหนีปาดน้ำตา

เขาหยิบเสื้อขึ้นมาแล้วคลุมร่างเธออีกครั้ง

"ไม่ต้อง ฉันไม่ต้องการเสื้อนาย" เธอดึงเสื้อของเขาออกไปอีกครั้ง

"โธ่...ใส่ไว้เถอะน่า ชุดเธอนะมันเห็นไปถึงไหนแล้ว" ชายหนุ่มก็ยังพยายามเอาเสื้อคลุมร่างของเธอยู่

"มันก็เรื่องของฉัน" ปากของเธอสั่นด้วยความหนาวและโกรธ

"เธอนี่มัน ทำไมถึงเป็นคนแบบนี้นะ" ชายหนุ่มเหนื่อยใจกับการต่อปากกับเธอ

"ทำไมฉันเป็นยังไง ยังไงนายก็เกลียดฉันอยู่แล้วนี่" หญิงสาวตะคอกกลับ มอง

แววตาชายหนุ่มอย่างค้นหาเหตุผลของความเกลียดชัง

"ขึ้นรถก่อนได้ไหม" ชายหนุ่มหันไปมองดูรถที่ขับผ่านไป พยายามใจเย็นโน้มน้าวเธอ

"ไม่" หญิงสาวยังคงยืนยันหนักแน่น

"เธอจะนั่งตัวเปียกแบบนี้นะเหรอ" เขาจับข้อมือของหญิงสาวแน่น คราวนี้ออกแรงยึดไว้ไม่ยอมปล่อย เธอเองก็พยายามสะบัดเขาสุดแรง แต่แรงของผู้หญิงก็ไม่อาจสู้แรงของผู้ชายได้ เขาพยายามบังคับให้เธอสวมเสื้อเขา แล้วลากเธอขึ้นมาบนรถ

"ปล่อยนะ ปล่อยซิ" แต่หญิงสาวก็ดิ้นอย่างสุดกำลัง จนชายหนุ่มต้องอุ้มกึ่งกอดเธอเอาไว้แน่น แล้วยกขาเธอขึ้นจากพื้น ให้เธอไม่สามารถสู้เขาได้อีก ได้แต่พยายามแกว่งขาไปมา และยิ่งเธอทำแบบนั้น ร่างของหญิงสาวเบียดแนบชิดกับตัวเขา

"คนบ้า ปล่อยฉันนะ ไอ้คนบ้า ฉันเกลียดนาย... ฯ ..." หญิงสาวพยายามต่อว่าเขามากมาย จนเขารู้สึกรำคาญเขาอยากจะให้เธอหยุดพูด แต่สองมือเขาก็ไม่ว่างจะปิดปากเธอ ใบหน้าของเธอใกล้ชิดกับใบหน้าของเขา สัดส่วนที่แนบชิดทำให้เขามิอาจห้ามตัวเองได้แล้ว

ราเชนก็ก้มลงจูบที่ปากของเธอ หญิงสาวตกใจที่อยู่ๆ เขาก็ทำแบบนั้น เธอหยุดดิ้นทันทีด้วยความตะลึง ชายหนุ่มสอดลิ้นเขาไปควานหาลิ้นนุ่มของเธอ ไม่นานเขาก็เจอมันแล้วเกี่ยวรัดเล่นอย่างชำนาญ จูบที่เร้าร้อนของชายหนุ่มทำเอาหญิงสาวร้อนวาบไปทั้งตัว

แต่ด้วยความที่เป็นจูบแรกของเธอ ทำให้หญิงสาวทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะต้องตอบโต้ยังไง สมองสั่งให้เธอขัดขืนเขาแต่ก็ไม่มีเรียวแรงที่จะต้านทาน ได้แต่สมยอมทั้งๆ ที่ใจไม่อยาก จูบแรกที่เธอรักษามานาน ถูกเขาชิงไปอย่างง่ายๆ เขาเองก็รู้สึกได้ว่าเธอจูบไม่เป็น ซึ่งมันทำให้เขารู้สึกดีมาก แล้วสติของเธอก็ค่อยๆ หลงไหลไปกับจูบของเขา

"อืม..." เสียงครางในลำคอของชายหนุ่มดังขึ้น อย่างพึงพอใจไม่นานมือของเขาที่กอดรัดเธอแน่นก็ค่อยๆ ผ่อนแรงลงตามอารมณ์ที่กำลังหลุดลอยไป

// เปรี้ยง... // แล้วเสียงฟ้าผ่าก็ดังขึ้น ทำให้ทั้งสองตื่นจากการจูบที่ยาวนาน เขาปล่อยตัวหญิงสาวทันทีเมื่อรู้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป หญิงสาวที่ถูกปล่อยพลันได้สติก็ตบฉาดไปที่หน้าของเขาอย่างเต็มแรง ใบหน้าของเขาหันไปตามแรงมือของหญิงสาว

"คนสารเลว" หญิงสาวต่อว่าเขาแล้วรีบหนีวิ่งออกไปทางถนน

"จะไปไหน" ชายหนุ่มพลันได้สติก็รีบวิ่งตามไปจับตัวเธอเอาไว้

"ก็ไปจากนายไงล่ะ นายมันคนทุเรศ ฉวยโอกาส" หญิงสาวต่อว่าเขาน้ำตาไหลออกมาด้วยความเสียใจ

"ไม่ต้องพูดมาก ขึ้นรถ" ชายหนุ่มอุ้มหญิงสาวตัวลอย แล้วกลับมาที่รถ ก่อนจะ

ปล่อยตัวเธอออก เขาก็ดึงเนคไทออกมาผูกแขนเธอไว้แน่น เพื่อไม่ให้เธอสามารถเปิดประตูรถแล้ววิ่งหนีไปอีก ดันตัวเธอให้ไปนั่งอยู่ด้านข้างคนขับแล้วสตาร์ทรถขับออกไปทันที

"นายมันบ้า เลว ชั่ว ฉันเกลียดนายได้ยินไหม" หญิงสาวยังไม่หยุดโวยวาย มือที่ถูกมัดอยู่ก็ยังมาทุบตีเขาด้วยความโกรธจนชายหนุ่มรำคาญ หันไปจับข้อมือของเธอที่ถูกเขามัดเอาไว้ กระชากเข้ามาใกล้ๆ หน้าเขา แล้วขู่เธอท่าทางจริงจัง

"ถ้าเธอยังไม่หยุดร้องโวยวาย ฉันจะจูบเธออีก แล้วคราวนี้มันจะไม่จบที่จูบแน่นอน ฉันรับรอง"

"นายจะทำอะไรฉัน" หญิงสาวดึงเสื้อสูทมาคลุมตัวเองไว้อย่างหวาดกลัว

"ก็ทำอย่างที่ผู้ชาย ผู้หญิงเขาทำกันไง" ชายหนุ่มหันไปข่มขู่เขาเริ่มมั่นใจว่าเธอยัง

ไม่เคยอย่างแน่นอน

"นาย..." หญิงสาวเสียงสั่นยิ่งกว่าตอนที่เขาขับรถหวาดเสียว

"ทำไม ในป่าในเขาแบบนี้แหล่ะดีเธอน่าจะชอบ" ชายหนุ่มพูดคำรามใส่เธอ ทำสายตามองดูเสื้อผ้าของเธออย่างหื่นกระหายเพื่อขู่ให้เธอหวาดกลัวแล้วเงียบไปหญิงสาวได้ยินแบบนั้นก็เงียบทันที แต่ยังหายใจแรงอยู่ด้วยความเหนื่อย สายตายังมองเขาด้วยความโกรธเคือง

หลังจากที่หญิงสาวขึ้นรถมาครั้งนี้ ชายหนุ่มลดความเร็วของรถลง เพื่อให้หญิงสาวไม่รู้สึกกลัว แต่เขาก็รำคาญสายตาของเธอที่ยังคงจ้องมองมาที่เขาอยู่ไม่วางตา

"เธอจะมองฉันไปถึงไหน"

"เรื่องของฉัน" หญิงสาวพูดเสียงห้วนๆ

"เรื่องของเธอไม่ได้เพราะมันหน้าของฉัน ถ้าเธอยังไม่เลิกมองฉันอีกนะ ฉันจะขับให้เร็วขึ้นกว่านี้" เขาพูดพร้อมเหยียบคันเร่ง

"ฉัน..เกลียด...นาย" หญิงสาวพูดช้าๆ ชัดๆ แล้วหันหน้ากลับไปมองทางด้านข้างแทน น้ำตาของเธอไหลออกมาอีกครั้ง เมื่อนึกไปถึงจูบที่เขาจูบเธอ ทำไมเธอถึงยอมอ่อนไหวกับรสจูบของคนๆ นี้ จูบแรกที่เธอพยายามรักษามันมาเพื่อมอบให้กับคนที่เธอรัก กลับต้องมาเสียไปให้กับผู้ชายกักขฬะแบบนี้ 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha