บ่วงร้ายซ่อนรัก

โดย: รมย์ธีรา



ตอนที่ 8 : จอมอสูร


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป



            



หญิงสาวพยายามปาดน้ำตาออกไม่ให้เขาเห็น แต่มันก็ไม่มีประโยชน์ เขาเห็นหมดทุกอย่างและยังติดใจในรสจูบของเธออีกด้วย ไม่นานเขาก็ขับรถมาถึงหน้าบ้าน หญิงสาวยังคงนั่งนิ่งอยู่เขาลงจากรถอ้อมมาเปิดประตูให้กับเธอ แต่หญิงสาวไม่ยอมลงจากรถดีดี เธอยังคงนั่งอยู่กำมือแน่น

"เข้าบ้าน" ชายหนุ่มเห็นเธอไม่ยอมลงง่ายๆ ก็ดึงแขนเธอพยายาม บังคับให้เธอลง แต่หญิงสาวก็พยายามขัดขืน

"อย่ามายุ่ง"

"เธอจะดื้อกับฉันทุกเรื่องเลยใช่ไหม แม้แต่เรื่องเข้าบ้านเนี่ย" ชายหนุ่มพูดด้วยความขัดใจ

"เรื่องของฉัน"

"ถ้าเธอไม่ลงรถดีๆ ฉันจะจูบเธออีก ในรถนี่แหล่ะ" ชายหนุ่มข่มขู่อีกครั้ง ได้ทีรู้จุดอ่อนก็สนุกขึ้นมาทันที

หญิงสาวได้ยินแบบนั้นก็มองหน้าเขาตาขวาง รีบลงมาจากรถทันทีได้ผลกว่าที่เขาคิด เธอคงกลัวที่เขาจะจูบเธอเอามากๆ ชายหนุ่มยิ้มอยู่ในใจ

หญิงสาวเดินลงมาสองสามก้าว ด้วยความที่ฝนตกอยู่ทำให้พื้นที่เป็นดินมันเปียกและเฉอะแฉะไปหมด รองเท้าส้นสูงคู่งาม ส้นแหลมของเธอก็จมลงไปที่พื้นดิน ทำให้หญิงสาวเดินลำบาก จนเสียหลักเกือบล้มลงไป

ชายหนุ่มที่เดินตามมาคว้าเธอเอาไว้อย่างทันท้วงที ก่อนที่ร่างเธอจะถึงพื้น แล้วช้อนร่างงามของเธอขึ้นมาอุ้มไว้อย่างมั่นคงหญิงสาวหันไปมองหน้าของเขาในความมืด

"ฉันอุ้มเธอไปดีกว่า เดี๋ยวล้มอีก แล้วถ้าไม่ยอมนะ ฉันจะจูบเธอมันตรงนี้แหล่ะ" เขารีบพูดดัก เพราะเห็นหญิงสาวทำท่าจะไม่ยอม

"นายมัน..." ริมฝีปากงามอ้าจะต่อว่าอีกครั้ง

"แล้วก็อย่ามาด่าฉันนะ" ชายหนุ่มทำเสียงเขียวใส่

หญิงสาวโกรธที่เขาใช้เรื่องนี่มาขู่เธอ เธอรู้สึกโมโหที่เผยให้เขารู้จุดอ่อนของเธอ จนเขาเอามาเล่นงานเธอ ชายหนุ่มอุ้มหญิงสาวขึ้นบ้าน แล้วพาเธอขึ้นไปส่งบนห้องนอนของเธอ แล้ววางร่างหญิงสาวลงบนเตียงแกะเนคไทที่มัดเธอเอาไว้ออก

แล้วเดินออกไปจากห้องหลังจากที่เขาออกไป หญิงสาวขว้างเสื้อสูทของเขาไปที่ประตูห้องนอน แล้วพยายามจะกรีดร้องด้วยความโกรธแต่ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะเธอกลัวว่าคนอื่นๆ จะได้ยิน ไม่นานน้ำตาของเธอก็ไหลออกมาอีกครั้ง หญิงสาวนอนกอดหมอนร้องไห้ เธอไม่เคยเจอผู้ชายที่ปฏิบัติกับเธอร้ายกาจแบบนี้ หญิงสาวร้องไห้อยู่นาน จนกระทั้งหลับไปทั้งๆ ที่ตัวยังเปียกอยู่

เช้าวันรุ่นขึ้น ชายหนุ่มตื่นมารับประทานอาหารตามปกติกับน้องสาว เมื่อคืนเขาเองก็แทบจะนอนไม่หลับเพราะมัวแต่คิดถึงจูบของเธอเมื่อคืน คำถามมากมายผุดขึ้นในหัวสมอง นั่นจูบแรกของเธอใช่ไหม ไม่ประสีประสาขนาดนั้น แล้วทำไมถึงเพิ่งมีจูบแรกล่ะ เขาคิดวนไปวนมาทั้งคืนจนนอนไม่หลับ

"พี่ชายคะ งานเมื่อคืนสนุกไหมคะ" เสียงน้องสาวทักทายทำให้ชายหนุ่มเลิกคิดถึงจูบหวานเมื่อคืน

"สนุกจ๊ะ" ชายหนุ่มพยักหน้ามองดูน้องสาวที่ยังสุขภาพแข็งแรงดีอยู่

"พี่ณัฐขอพี่ณีเต้นรำไหมคะ" รินรดาถามด้วยความลุ้นราวกับดูละคร

"เต้นนะ หลายเพลงเลยล่ะ" ชายหนุ่มตอบตรงโดยไม่ได้คิดอะไร

"จริงเหรอคะ ดีใจจัง" รินยิ้มออกมาด้วยความดีใจที่ณีมีโอกาสใกล้ชิดกับณัฐ

"ดีใจอะไรนักหนา" ชายหนุ่มมองดูน้องสาวที่อารมณ์ดีเหลือเกิน

"ก็ดีใจนี่คะ พี่ณีนะแอบชอบพี่ณัฐมาตั้งนาน" เด็กสาวเปิดปากให้พี่ชายได้รับรู้ความจริง

"น้องรู้ด้วยเหรอ" ชายหนุ่มแปลกใจที่น้องสาวรู้ความในใจของณีด้วย

"รู้ซิคะ เขารู้กันทั้งนั้นแหล่ะ" รินพยักหน้าอย่างมีความสุข

"แต่พี่เพิ่งรู้เมื่อวานเองนะ" ชายหนุ่มรู้สึกว่าตัวเองโง่ขึ้นมาทันที

"ก็วันๆ พี่ชายทำแต่งานนี่คะ สนใจอะไรใครบ้าง" เด็กสาวพูดเชิงบ่นๆ

"อ้าว...ว่าพี่ซะงั้นเลย" ชายหนุ่มส่ายหน้าที่น้องสาวโอกาสว่าเขาซะเอง

"แล้วพี่ชายได้เต้นรำกับพี่แก้วไหมคะ" คราวนี้รินหันมาสนใจเรื่องของเขาและแก้วบ้าง เธอเองก็รู้สึกอยากจะลุ้นคู่นี้ให้คบกันเหลือเกิน ก็ไม่บ่อยนักที่พี่ชายจะยอมเปิดห้องของมารดา แล้วหยิบเสื้อผ้าให้ผู้หญิงใส่ ปกติแล้วจะเมินเฉยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น

"ไม่หรอก น้องก็รู้ว่าพี่ไม่ค่อยชอบออกงาน" ชายหนุ่มส่ายหน้าอย่างหลบสายตา

ของน้องสาวแสนฉลาด

"โธ่..พี่แก้วแต่งตัวสวยจะตาย ไม่ยอมขอเต้นรำ พี่ชายนี่ไม่เอาไหนเลย" รินส่าย

หน้าท่าทางเบื่อหน่ายที่มีพี่ชายแบบนี้

"โธ่..ทำไมว่าพี่อยู่เรื่อยเลยล่ะ" ชายหนุ่มขมวดคิ้วขำน้องสาว

"ก็มันจริงนี่คะ" ระหว่างที่สองพี่น้องกำลังคุยกัน ณีก็เดินลงมาจากห้องพักท่าทางของเธอดูยังเมาค้างตั้งแต่เมื่อคืน

"อ้าว...คุณณีเป็นยังไงบ้างครับ ดีขึ้นรึยัง" ราเชนหันไปทักทายนักโภชนาการสาวที่เสียท่าไวท์เมื่อคืนไปเพียงแก้วเดียวเท่านั้น

"ดีขึ้นแล้วค่ะ" หญิงสาวรู้สึกอายที่เธอทำตัวแบบนั้นให้เขาเห็น

"พี่ณีเป็นอะไรคะ" รินที่ยังไม่รู้เรื่องอะไรก็ถามขึ้นอย่างงๆ

"เมื่อคืนพี่เออ ไม่สบายนิดหน่อยนะคะ" ณีกลบเกลื่อนไม่อยากให้รินรู้ว่าเธอเมา

"ดื่มน้ำผึ้งผสมน้ำมนาวหน่อยซิคุณณี มันจะช่วยให้หายปวดหัวนะ" ริวหันไปแนะนำ เขาคิดว่าณีคงไม่รู้ว่าวิธีการแก้เมาค้างทำยังไง

"ขอบคุณค่ะ คุณริว แล้วแก้วล่ะคะ" หญิงสาวเดินไปหยิบเครื่องดื่มแก้เมาค้างตามที่ริวบอกแล้วมองหาแก้ว

"จริงด้วยค่ะพี่ชาย รินยังไม่เป็นพี่แก้วลงมาเลย" รินเองก็แปลกใจที่ยังไม่เห็นพยาบาลคนสวยของเธอลงมา

"งั้นเหรอคะ เมื่อคืนพวกพี่กลับดึก พี่แก้วของน้องรินคงยังไม่ตื่นนะ" ชายหนุ่มตอบอย่างไม่ใส่ใจ แต่พลั้นคิดไปถึงรสจูบที่แสนหวานของเมื่อคืน

"อ้อ พี่แก้วคงสนุกน่าดูเลยนะคะ" คำพูดของรินทำเอาชายหนุ่มเปลี่ยนอารมณ์ เขาไม่ตอบนึกไปถึงภาพที่เธอกำลังเต้นรำกับผู้ชายคนอื่นในงานเมื่อคืนและเรื่องที่เกิดขึ้น

"พี่ชายคะ" เสียงใสๆ ของรินยังคงถามเขาอย่างต่อเนื่อง

"ว่าไง" ชายหนุ่มเองก็ขานตอบอยู่ตลอด แต่กลับไม่มีใจจะตอบคำถามน้องสาว

"พี่แก้วใส่ชุดคุณแม่ได้พอดีเลยนะคะ" คำพูดของรินทำเอาริวชะงัก และอารมณ์เปลี่ยนไปเลย

"เอะ นั้นชุดของคุณแม่ของน้องรินเหรอคะ" ณีตกใจเธอไม่ค่อยได้ยินเรื่องนี้บ่อยนัก

"ใช่คะ" รินพยักหน้า

"ไม่น่าเชื่อเลยว่าคุณแม่น้องรินจะมีสุดสวยๆ แบบนี้" ณีพยักหน้าอย่างชื่นชม เธอเองก็ยังว่าแก้วสวยเลยเมื่อคืน

"คุณแม่รินเป็นคนชอบแต่งตัวเหมือนพี่แก้วนี่แหล่ะค่ะ แต่งตัวเก่ง สนุกสนานร่าเร่ง แล้วก็.." รินกำลังพูดถูกแม่อย่างมีความสุข แต่ก็ถูกขัดโดยพี่ชายของเธอเอง

"น้องริน พี่ว่าน้องรีบๆ กินข้าวให้เสร็จได้แล้วนะ" ชายหนุ่มแสดงสีหน้าไม่พอใจที่ได้ยินรินพูดถึงแม่

"งั้น... เออ... เดี๋ยวณีไปดูแก้วก่อนนะคะ" ณีเห็นสถานการณ์ไม่ดีเธอก็ขอรีบตัวขึ้นไปหาแก้วทันที

หลังจากที่เณริณีเดินจากไป ราเชนก็หันไปดุน้องสาวเสียงหนักๆ

"พี่เคยบอกแล้วใช่ไหม ว่าไม่ต้องการให้รินพูดถึงผู้หญิงคนนั้น" ชายหนุ่มยกแก้วกาแฟขึ้นดื่มอย่างหงุดหงิด

"ค่ะ พี่ชาย" รินพยักหน้าอย่างสำนึก

"รินจำไม่ได้เหรอ ว่าที่รินต้องเป็นแบบนี้เพราะใคร ไม่ใช่เพราะผู้หญิงใจง่ายคนนั้นเหรอ" ชายหนุ่มกำมือแน่นด้วยความโกรธ

"พี่ชายคะ นั่นแม่เรานะคะ" รินพูดแย้งเมื่อเห็นริวกำลังจะพูดถึงแม่ให้ทางไม่ดี

"พี่จะเคารพเขาเป็นแม่ ก็ต่อเมื่อเขาทำตัวให้สมกับเป็นแม่ของเรา สำหรับพี่แม่

ของเราตายไปแล้ว ป้าแอ๋ว พาน้องรินไปพักผ่อนได้แล้ว" ชายหนุ่มพูดจบ เขาก็เดินออกไปจากห้องกินข้าวทันที รินน้ำตาคลอด้วยความเสียใจที่ถูกพี่ชายดุ ป้าแอ๋วรีบก้าวเข้ามาดูแลรินทันที

"โธ่..คุณริน อย่าร้องไห้เลยคะ คุณรินก็รู้ว่าพี่ชายไม่ชอบให้คุณรินพูดเรื่องนี้" ป้าแอ๋วปาดน้ำตาของรินด้วยความสงสาร

"รินทราบค่ะป้า แต่ริน.." รินสะอึกสะอื้นร้องไห้ เธอไม่ชอบเลยเวลาพี่ชายของเธอดุเธอแบบนี้

"พอเถอะค่ะ ไปเดินเล่นกับป้าดีกว่า" แล้วป้าแอ๋วก็พาเด็กสาวออกไปข้างนอกบ้าน แต่ก่อนที่ทั้งสองจะเดินออก ก็ได้ยินเสียงณีตะโกนออกมา

"แย่แล้วค่ะ แย่แล้ว" เสียงตะโกนของณีดังไปถึงข้างนอก ริวเดินเข้ามาดูทันที

"อะไรนะคุณณี ร้องเอะอะเสียงดัง" ชายหนุ่มดุเสียงหนักอารมณ์โมโหของเขายังไม่จางหาย

"แก้วค่ะ แก้ว..." เมื่อได้ยินณีเอ่ยชื่อแก้ว ราเชนก็ใจหายวาบ รีบถามหน้าตาตื่น

"ทำไมแก้วเป็นอะไร"

"แก้ว แก้วไม่สบายค่ะ ตัวร้อนมากเลย" ณีบอกเร็วจนลิ้นแทบพันกัน

ชายหนุ่มได้ยินดังนั้น ก็รีบวิ่งขึ้นบันไดไปดูทันทีด้วยความร้อนรน

ป้าแอ๋ว ณี และน้องรินมองดูท่าทีของชายหนุ่มอย่างมึนงง ว่าทำไมเขาถึงดูร้อนอกร้อนใจขนาดนี้ ชายหนุ่มวิ่งเข้าไปในห้อง เห็นหญิงสาวนอนขดตัวสั่นเป็นลูกนกอยู่บนที่นอน เธอยังคงสวมเสื้อผ้าชุดเดิม ชายหนุ่มทรุดตัวนั่งลงข้างๆ ความรู้สึกที่มีผิดต่อเธอเริ่มเกิดขึ้น ล้วงมือหยิบโทรศัพท์โทรหาเพื่อนสนิท

"ว่าไงริวโทรมาหาแต่เช้าเชียวนะ" เสียงหมอเดชงัวเงียยังไม่ตื่นดีรับสาย

"เดี๋ยวอีกสักชั่วโมงแกมาเจอฉันที่โรงพยาบาลในตัวจังหวัดหน่อยซิชายหนุ่ม

กล่าวน้ำเสียงเคร่งเครียด

"อ้าว.... ทำไมล่ะ น้องรินเป็นอะไร" ทรงเดชใจหายวาบคิดว่าน้องสาวของริวเป็นอะไรไป

"น้องรินไม่ได้เป็นอะไร แต่แก้วเป็น"

"ยัยแก้วเนี่ยนะ แก้วเป็นอะไร" หมอเดชพูดอย่างไม่เชื่อหู

"เออ ไม่สบายมีไข้ ดูเหมือนไข้จะสูงมากด้วย" ชายหนุ่มจับหน้าผากของหญิงสาว รู้ได้ทันทีว่าเธอตัวร้อนมาก

"เออ ๆๆ เดี๋ยวเจอกัน" ทรงเดชรับปากแทบจะผุดลุกจากเตียงทันทีที่วางสาย

เณริณีที่ถืออ่างน้ำและผ้าเช็คตัวเดินเขามาเห็นพอดี แอบมองอยู่หน้าห้องเธอมองดูเจ้านายหนุ่มกำลังมองหญิงสาวด้วยสายตาที่ดูเปลี่ยนไปจากเดิม สายตาของเขามันช่างอ่อนโยนเหลือเกิน เธอไม่เคยเห็นเขาทำสายตาแบบนี้กับใครเลยนอกจากน้องสาวของเขา

และก่อนทีณีจะเดินเข้าไปเธอก็ทำเป็นพูดเสียงดัง ให้ชายหนุ่มได้ยินว่ากำลังจะมีคนเดินเข้าไป

"ป้าแอ๋ว ณีจะเอาผ้าไปเช็ดตัวให้แก้วนะคะ"

ชายหนุ่มได้ยินแบบนั้นก็รีบ ลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินออกมานอกห้อง ก็เจอณีอยู่หน้าห้องพอดี ตีหน้าเคร่งใส่

"ณี เดี๋ยวคุณจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าให้แก้วด้วยนะ เดี๋ยวผมจะพาแก้วไปโรงพยาบาล" พูดจบชายหนุ่มก็เดินจากไป เก็บซ่อนความกระวนกระวายใจไว้ได้อย่าง

มิดชิด

"ค่ะ คุณริว" แล้วหญิงสาวก็เดินยิ้มเข้าไปในห้อง มองดูเพื่อนร่วมงานที่กำลังหลับด้วยพิษไข้อยู่ แล้วก็สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อคืน แก้วถึงป่วยแบบนี้แล้วอะไรทำให้ริวที่ดู

เหมือนจะไม่ค่อยชอบหน้าแก้ว ถึงมองดูเธอด้วยสายตาแบบนี้

หลังจากที่ณีจัดการเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้แก้ว แล้วริวก็เดินเข้ามาอุ้มร่างหญิงสาวที่ซมพิษไข้ไม่ได้สติไปขึ้นรถ แล้วขับรถออกไปจากบ้านทันที เขาขับรถลงเขาด้วยความเร็วสูง ไม่นานเขาก็มาถึงที่โรงพยาบาล โดยมีเดชเตรียมรับผู้ป่วยไว้อยู่แล้ว ริวอุ้มหญิงสาววางลงบนเตียงผู้ป่วย

จากนั้นก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหมอ ส่วนตัวเขายืนรออยู่หน้าห้องตรวจ ผ่านไปไม่นาน ทรงเดชก็ออกมาจากห้องตรวจ

"เป็นยังไงบ้างหมอ" ราเชนถามอาการของหญิงสาวด้วยความร้อนใจ

"ตอนนี้ไข้สูงมาก คงต้องให้อยู่ที่นี่สักพัก แล้วก็เช็ดตัวให้บ่อยๆ ไข้จะได้ลดลง" หมอหนุ่มตอบสั้นๆ

"ได้ หนักมากเลยเหรอหมอ" ชายหนุ่มผู้ทำผิดชักสีหน้า

"ก็หนักอยู่ ไข้ตั้งเกือบ 40 องศา เสี่ยงช๊อคเอาง่ายๆ เดี๋ยวฉันจะย้ายไปห้องพักฟื้น นายค่อยไปเยี่ยมเขาที่นั้นก็แล้วกัน"

"ได้ๆๆ"

"ว่าแต่เมื่อคืนไปทำอะไรมา วันนี้ไข้ถึงขึ้นขนาดนี้" หมอเดชถามเพื่อนสนิทด้วยความอยากรู้ ปกติแล้วแก้วเป็นคนแข็งแรง

แต่คนถูกถามไม่ยอมตอบหลบสายตายิ่งทำให้จับผิด

"ริวบอกมานะแกทำอะไรแก้ว" เดชมองเพื่อนด้วยสายตาคาดคั้น

"ฉันเปล่า" ริวปฏิเสธเสียงแข็ง

"ฉันไม่เชื่อหรอก" เดชส่ายหน้าอย่างไม่เชื่อคำพูดของริว

"ก็เมื่อคืนฝนตก เลยเปียกฝนนะ" ชายหนุ่มอ้ำอึ้งตอบ

"แล้วทำไมถึงเปียกฝนในเมื่อขับรถมา" คนเป็นหมอสวมวิญญาณนักสืบทันที

"เออ..คือ เราทะเลาะกันนิดหน่อยนะ ฉันขับรถเร็วแล้วแก้วเขากลัวนะ" ชายหนุ่มสารภาพออกมาแค่เสี้ยวเดียวเท่านั้น

"อ้อ ใช่แก้วกลัวเวลาขับรถแล้วฝนตกแบบนี้ แล้วแค่นี้เองนะเหรอ" เดชมองเพื่อนอย่างค้นหา

"ก็แค่นี้แหล่ะ แกจะให้แค่ไหนล่ะ" ริวพยายามหลบสายตาของเดช

"ก็ไม่รู้ซิ ฉันเห็นตอนแกออกจากงานดูหงุดหงิดแก้ว เลยคิดว่าจะมากกว่านี้" เดชพยายามค้นหาความจริงจากสายตาของคนร้าย

"ไม่มีอะไรหรอกน่า แกก็รู้นิสัยฉันอยู่" ราเชนโบกมือปัด ให้เชื่อว่าคนอย่างเขาไม่มีทางทำอะไรผู้หญิงแบบนั้นแน่นอน

"ก็เพราะรู้ไง ถึงได้คิดว่าแกทำอะไรเขา" แต่หมอเดชกลับคิดไปอีกทาง ก็เพราะแก้วเป็นผู้หญิงแบบนี้ริวไม่ชอบน่ะสิ ถึงได้กลัวว่าจะทำอะไรที่ไม่ควรทำ

"ฉันไม่ได้ทำอะไรเขาก็แล้วกัน" ริวยืนยันหนักแน่น

"ก็ดีแล้ว แก้วนะเป็นคนน่าสงสาร แกไม่รู้หรอก" หมอหนุ่มถอนใจหนักๆ พร้อมส่ายหน้าเบาๆ

"แกรู้จักเขาดีจังนะ" ริวจับน้ำเสียงที่ดูห่วงใยแก้วจากเดชได้รู้สึกคันที่หัวใจ

"แน่นอนเรารู้จักกันมานาน" เดชพยักหน้ามองดูริวเหมือนกำลังสืออะไรบางอย่างให้เขารู้

"เดี๋ยวฉันไปโทรบอกณีที่บ้านก่อน ป่านนี้คงเป็นห่วงแย่แล้ว" ราเชนรีบเปลี่ยนเรื่อง หวังเพื่อนรักจะบอกว่าแอบชอบเธอคนนั้น มันทำให้เขารู้สึกปวดใจ

"เออ ฉันก็จะไปจัดการเรื่องของแก้วให้เอง" ทรงเดชพยักหน้าให้กับคนบ่ายเบี่ยง

ริวพยักหน้าแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาบอกให้ณีรู้ว่าเขาจะต้องนอนเฝ้าแก้วที่นี่ หลังจากริวโทรบอกณีเสร็จ เขาก็เดินไปเฝ้าหญิงสาวในห้องพัก เดชแอบมองดูท่าทางของเพื่อนอยู่ห่างๆ เห็นเพื่อนเขามองแก้วด้วยสายตาอ่อนโยนมันเป็นสายตาที่คนรักจะมองให้กัน และริวก็ไม่เคยมองแบบนี้กับผู้หญิงคนไหนนอกจากน้องสาวของตัวเอง และเดชเองก็กำลังคิดเหมือนณีว่าสายตาของริวที่มองแก้วมันเปลี่ยนไป

ทางด้านณัฐหลังจากงานเลี้ยง เขาก็ยังคงสงสัยเรื่องที่ณีเมาแล้วกำลังจะบอกรักใคร คำพูดของเธอมาค้างคาใจเขาเหลือเกิน ชายหนุ่มจึงตัดสินใจ ขับรถไปที่บ้านของริวบนภูเขา ในตอนสายเขาขับรถมาจอดหน้าบ้านเห็นณีกำลังเข็นรถให้กับน้องรินอยู่ ก็จอกรถแล้วเดินเข้าไปหาทันที

"อ้าว พี่ณัฐ สวัสดีค่ะ" รินรดาทักทายเพื่อนพี่ชายคนสนิทน้ำเสียงสดใส

"สวัสดีค่ะ คุณณัฐ" ณีเองก็ทักทายเขาเสียงสดใสเช่นกัน เธอจำเรื่องเมื่อคืนไม่ได้เพราะคิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนเป็นเพียงความฝัน แต่ถึงยังนั้นเธอก็รู้สึกอายตัวเองที่ในฝันทำแบบนั้นกับเขาไป หญิงสาวไม่กล้าสบตาเขา เธอเอาแต่ก้มหน้าก้มตาอย่างเดียว

"สวัสดีจ๊ะน้องริน สวัสดีครับ คุณณี" ชายหนุ่มทำน้ำเสียงกรุ่มกริ่มใส่เมื่อเรียกชื่อหญิงสาว

"พี่ณัฐมาหาพี่ริวเหรอคะ" เด็กสาวเอ่ยถามเพราะปกติไม่เห็นจะมาบ่อยแบบนี้

"เปล่าหรอกจ๊ะ พี่มาหาคนอื่นนะ" ณัฐมพูดพร้อมชายตามองมาที่ณี

รินเห็นแล้วก็รู้ความหมายทันทีว่าณัฐมาหาใคร ส่วนณีก็เข้าใจว่าคนอื่นที่ณัฐพูด

ถึงคือ แก้ว

"ดีขึ้นแล้วเหรอครับ เมื่อคืนคุณดูเมามาก ผมไม่รู้ว่าคุณคออ่อนขนาดนั้นไม่งั้นคงไม่ให้ดื่ม" ณัฐหันไปถามอาการเมาค้างของหญิงสาว

"เอะ พี่ณีเมาเหรอคะ เมื่อวานนะ" รินงงๆ ในเมื่อณีบอกว่าเธอไม่สบาย แต่พอณัฐมาบอกกลายเป็นว่าเธอเมา

"เออ ค่ะ น้องริน" หญิงสาวอายที่รินรู้ว่าเธอเมา เธอไม่อยากเสียภาพจน์เพราะใน

สายตาของทุกคนจะมองว่าเธอเป็นสาวเรียบร้อยอ่อนหวาน และไม่อยากให้รินเอาเยี่ยงอย่าง

"แล้วนี้ ริวกับคุณแก้วไม่อยู่เหรอครับ" ณัฐมองหาเจ้าของบ้านและคนอื่นๆ แปลกใจที่บ้านดูเงียบ

"พี่แก้วไม่สบายคะ พี่ริวพาไปส่งโรงพยาบาลเมื่อเช้านี่เอง" รินรดาตอบพลางนึกเป็นห่วงพยาบาลสาวของตน

"อ้าว เหรอครับ" ณัฐแปลกใจที่อยู่ๆ แก้วก็ไม่สบายขึ้นมาเฉยๆ

"ถ้าคุณณัฐอยากหาเธอคงมาเสียเที่ยวแล้วละค่ะ เสียใจด้วยนะค่ะ" ณีพูดเชิงน้อยใจ พยายามหันหน้าไปทางอื่น

เพื่อหลบสายตาที่จ้องมองมาอย่างแสดงออกของเขา

"แหม คุณณีครับ ผมไม่ได้มาหาคุณแก้วสักหน่อย ทำเป็นน้อยใจไปได้" ณัฐเน้นเสียงคำว่า น้อยใจ เพื่อแหย่ดูอาการหญิงสาว และก็ได้ผลเธอหน้าแดงจัด แม้แต่รินเองก็ยังดูออก ว่าณีกำลังอาย

"ป้าแอ๋วคะ ป้าแอ๋ว" รินรดาหันไปตะโกนเรียกป้าแอ๋วให้มาหาเธอ

"ว่าไงคะ คุณริน" ป้าแอ๋วเดินออกมาจาบ้านแล้วมาหารินทันที

"พารินไปทานของหวานหน่อยคะ" เธอวางแผนให้ณัฐและณีมีโอกาสอยู่กันตามลำพัง

"ได้คะ" หญิงสูงวัยรู้ไม่ทันเกมก็ทำตามคำสั่งแต่โดยดี

"เออ น้องรินเดี๋ยวพี่พาไปเองคะ" ณีเสนอตัวพาไปเพื่อเลี่ยงที่จะอยู่กับณัฐตามลำพัง

"ไม่ต้องหรอกคะ พี่ณีอยู่กับพี่ณัฐไปก่อนนะ เดี๋ยวรินมา ไปค่ะป้าแอ๋ว" รินพูดแล้ว

หันไปพยักหน้าให้ป้าแอ๋วมาพาเธอไป

หลังจากที่รินเรดาข้าบ้าน เณริณีก็ทำท่าจะเดินตามเข้าไป รู้สึกทำตัวไม่ถูก แต่ก็ถูกณัฐจับแขนเอาไว้ ดึงให้หันมาเผชิญหน้ากับเขาตรงๆ

"เดี๋ยวซิครับ" เสียงนุ่มของเขาเรียกไว้ ทำเอาคนฟังใจสั่นไหวยิ่งกว่าเดิม

หญิงสาวไม่ตอบไม่กล้าสบตาเขาด้วยซ้ำ

"จะรีบไปไหน อยู่คุยเป็นเพื่อนผมก่อนสิ" ชายหนุ่มพูดใส่เธอเสียงออดอ้อน ตั้งแต่เธอแปลงร่างเป็นโฉมงามเมื่อคืนให้เขาเห็น ดูเหมือนชายหนุ่มจะมองเธอในมุมใหม่ มุมที่ทำให้เขาเผลอไผลใจไปโดยไม่รู้ตัว

"ไปดูน้องรินค่ะ" ณีตอบอย่างสงวนคำ

"น้องรินมีป้าแอ๋วดูแลอยู่แล้ว ไม่เป็นไรหรอก ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณนะ" ชายหนุ่มไม่สนใจยังคงยึดแขนของเธอเอาไว้แน่น

"เรื่องคุยเหรอคะ" หญิงสาวใจเต้นแรงชายหนุ่มคิดจะพูดะไรกับเธอ

"เมื่อคืนนะเรายังคุยค้างไว้อยู่เลย" ชายหนุ่มซ่อนยิ้มมองดูท่าทางของเธอที่ดูเหมือนจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อคืนนี้

"เรามีเรื่องคุยอะไรที่คุยค้างกันอยู่เหรอคะ" หญิงสาวทำท่างง เท่าที่เธอจำได้เธอแทบไม่ได้คุยอะไรกับเขาเลย

"มีซิครับ เมื่อคืนคุณกำลังจะบอกอะไรบ้างอย่างกับผมก่อนที่คุณ เออ... จะอาเจียนออกมา" ชายหนุ่มอมยิ้ม

"เอะ คุณรู้ได้ไง ณีฝันไปไม่ใช่เหรอ" หญิงสาวตกใจที่เขารู้เรื่องในฝันของเธอ

"หึหึ คุณไม่ได้ฝันไปหรอก" ชายหนุ่มขำ หญิงสาวจำเรื่องเมื่อคืนไม่ได้จริงๆ

"ไม่ใช่นะ ณีฝันไป" หญิงสาวยยังงงที่เขาพูดอยู่ และยังไม่เชื่อว่าเป็นความจริง

"จะให้ผมเอาเสื้อที่คุณทำเลอะมาให้ดูไหม ผมยังไม่ได้ส่งซักเลยนะ"

หญิงสาวมองนัยตาของชายหนุ่ม เธอเริ่มทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นนี่เราไม่ได้ฝันไปเหรอเนี่ย เรากำลังจะบอกรักเขาจริงๆ หญิงสาวคิด แล้วเธอก็รู้สึกว่าใบหน้าร้อนผ่าวด้วยความอาย เธอไม่เคยอับอายขนาดนี้มากก่อนเลย

ชายหนุ่มมองใบหน้าหญิงสาวที่ตอนนี้เธอกำลังเขิน เขารู้สึกเอ็นดูเธอเธอจัง เธอดูน่ารักขึ้นจริงๆ ทำไมเขาไม่เคยเห็นเธออยู่ในสายตาเลยนะ

"จำได้รึยังครับคุณณี" ชายหนุ่มเตือนเธออีกครั้ง

หญิงสาวอ่ำอึ้งไม่กล้าพูดอะไรออกไป เธอก้มหน้าและพยายามดึงมือให้หลุดออกจากมือของเขาที่จับเธออยู่ แต่ก็ไม่เป็นผล เขาเปลี่ยนมาจับข้อมือเธอเป็นโอบกอด หญิงสาวใจเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น เธอไม่เคยถูกใครกอดแบบนี้มาก่อน โดยเฉพาะเขาคนที่เธอไม่คิดว่าจะเห็นเธออยู่ในสายตา กลับมากอดเธอ

"ถ้าคุณไม่พูดให้จบประโยคเมื่อคืน ผมก็จะกอดคุณอย่างนี้นี่แหล่ะ ให้น้องริน ป้าแอ๋ว หรือใครก็ได้มาเห็น คุณจะได้อายยิ่งกว่านี้แน่" ณัฐพูดขู่เธอ แต่ภายในใจยิ้ม นึกหวังคำตอบคือเป็นการบอกรักตน ทำไมนะเขาถึงอยากฟังคำนั้นจากปากของเธอจัง

"อ้อ แล้วอย่าคิดโกหกผมนะ ผมว่าผมดูออกว่าคุณโกหกรึเปล่า เพราะตอนนี้ใจของคุณอยู่ใกล้ใจของผมเหลือเกิน" เขากระซิบที่ข้างหูทำเอาหญิงสาวรู้สึกร้อนวาบไปทั้งตัว

"ว่าไงคุณณี บอกผมได้รึยัง" ชายหนุ่มเห็นอาการของเธอแล้วก็อดขำไม่ได้ หญิงสาวช่างดูไร้เดียงสาเหลือเกินในเรื่องนี้

"เออ..ณี" หญิงสาวพูดไม่ออก เธออายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนี ทำไมอยู่ๆ เขาถึงทำท่าทางเจ้าชู้ใสเธอกันนะ

"งั้นถ้าคุณไม่บอก ผมก็จะคิดเอาเองนะว่าคุณชอบผมนะ ชายหนุ่มรีบมัดมือชกอย่างไม่ใส่ใจ

"ห๊า...." หญิงสาวหันควับไปมองหน้าเขาสายตาทั้งสองประสานกัน

"แล้วในเมื่อคุณชอบผม มันก็คงไม่น่าแปลกที่ผมจะกอดคุณ หรือทำอะไรมากกว่านี้" ชายหนุ่มยื่นหน้าไปหอมแก้มเธอ กายของหญิงสาวสั่นด้วยความไม่เคยถูกใครถูกเนื้อต้องตัวมาก่อน หญิงสาวพยายามดิ้นให้หลุดออกจากอ้อมกอดของเขา

"อย่าค่ะ คุณณัฐ อย่าทำแบบนี้ คุณไม่ได้ชอบณี คุณมาทำแบบนี้ไม่ได้นะ" เธอเองก็รักศักดิ์ศรีของตัวเองไม่อยากจะเปลืองตัว ถึงแม้เขาจะเป็นคนที่เธอชอบก็ตาม

"ก็คุณชอบผม แล้วคุณรู้ได้ไงว่าผมไม่ชอบคุณ" ชายหนุ่มเองก็ไม่หยุดคาดคั้นเธอ ยังคงหอมแก้มซ้ายทีขวาที เพื่อให้เธอยอมบอกความจริงกับเขา

"คุณชอบแก้วนี่คะ" หญิงสาวพูดเสียงสั่นๆ เหมือนจะร้องไห้

"ผมเคยบอกเหรอว่าชอบแก้ว" เขาชะงักแล้วมองหน้าหญิงสาวตรงๆ แต่เธอไม่ยอมสบตา

"ท่าทางคุณแสดงออกชัดจะตาย" เธอพูดเชิงน้อยใจที่ไม่เคยอยู่ในสายตาของเขา

"แสดงว่าคุณสังเกตผมอยู่ตลอดเลยซินะ น่ารักจัง" แล้วเขาก็ขโมยจูบเธออีกครั้ง

แต่หญิงสาวหลบใบหน้าหนีเขา เริ่มดิ้นแรงขึ้นเธอรู้สึกเสียใจที่เขาเห็นความรู้สึกเป็นของเล่น แล้วยังมาทำรุ้มร่ามกับเธอแบบนี้ ทั้งๆ ที่ไม่ได้คิดอะไรกับเธอ คิดแล้วหญิงสาวก็น้ำตาไหลออกมาด้วยความน้อยใจ แต่ยิ่งเธอดิ้นมากเท่าไรชายหนุ่มก็ยิ่งแกล้งขโมยจูบเธอมากเท่านั้น

"อย่านะ คุณณัฐ ได้โปรด" ชายหนุ่มชะงักเมื่อได้ยิ่งเสียงที่สั่นเครือของหญิงสาวหนักกว่าเดิม

"คุณณี ร้องไห้ทำไม" ชายหนุ่มเปลี่ยนจากโอบกอดเป็น จับที่แขนสองข้างของเธออย่างอ่อนโยน ปาดน้ำตาที่ไหลออกมาให้

"คุณณัฐใจร้าย ฮือ.. ใจร้ายที่สุด" หญิงสาวร้องไห้ออกมาอย่างไม่อาจอดกลั้น ที่

ถูกเขาทำเหมือนเธอเป็นของเล่น

"อะไร ผมใจร้ายอะไร" ชายหนุ่มึนงงเขาทำอะไรผิดไปเหรอ เธอน่าจะดีใจที่เขาทำแบบนี้ไม่ใช่รึไง

หญิงสาวไม่ตอบผลักเขาออกห่าง แล้ววิ่งเข้าบ้านไปภายในใจของเธอกำลังคิดว่าณัฐชอบแก้ว แต่มาทำดีกับเธอเพราะสงสาร ในขณะที่ภายในใจของชายหนุ่มกำลังสนใจเธอ เขาเดินตามเข้าไปหาณีเพื่อคุยให้รู้เรื่อง ก็ถูกขัดด้วยเสียงโทรศัพท์ของตัวเอง

ราเชนโทรมาสั่งให้เขาเอาเสื้อผ้าลงไปให้ที่โรงพยาบาลเพราะต้องเฝ้าไข้แก้ว เมื่อณัฐวางสายแล้วเดินเข้าไปในบ้านหาป้าแอ๋วตามที่ริวบอก โดยทิ้งเรื่องของณีไว้ก่อนภายหลัง หลังจากที่ณัฐได้เสื้อผ้าจากป้าแอ๋ว เขาก็ขับรถออกไปทันที ณีแอบมองเขาอยู่ห่างๆ ภายในใจเธอกำลังน้อยใจที่พอเรื่องของแก้ว ชายหนุ่มก็รีบไปทันที

ณ โรงพยาบาลกลางเมืองเชียงใหม่ ราเชนกำลังนั่งมองหน้าหญิงสาวที่กำลัง

หลับอยู่ด้วยความเป็นห่วง ระหว่างที่เขากำลังจ้องมองอยู่ หญิงสาวก็ค่อยๆ รู้สึกตัวขึ้นมา พยายามลืมตาอันหนักอึ้งอย่างช้าๆ มองดูรอบๆ ห้อง ด้วยความมึนงง

ปวดหัวจัง ทำไมไม่มีแรงแบบนี้นะ หญิงสาวคิด เธอค่อยๆ พยุงตัวขึ้นมานั่ง ชายหนุ่มเห็นเธอขยับตัวก็รีบเข้ามาประครองไว้ด้วยความหวังดี

"เป็นยังไงบ้าง" ชายหนุ่มถามด้วยความเป็นห่วง เขาประครองเธอนั่งแล้วนั่งลงบนเตียงข้างๆ เธอ ใบหน้าของหญิงสาวแดงจัดเพราะความร้อนของอาการที่เกิดขึ้น จับเนื้อจับตัวเธอว่ายังร้อนอยู่รึเปล่า หญิงสาวที่ยังมึนด้วยพิษไข้ก็พยายามปัดป้องมือเขาออกไป เธอรู้สึกเวียนหัวจนอยากจะอาเจียน

"นี่เธออย่าดิ้นซิ ฉันจะจับดูว่าตัวยังร้อนอยู่ไหม" ชายหนุ่มคิดว่าเธอยังโกรธเคืองไม่อยากให้ถูกเนื้อต้องตัว

"ปล่อยฉัน" เธอพยายามลุกออกจากเตียงนอน เพื่อไปห้องน้ำ

"นี่ไม่สบายแล้วยังดื้ออีกนะ" ชายหนุ่มชักหงุดหงิด จะโกรธเคืองอะไรก็น่าจะดูเวลาสักหน่อย

"ฉันไม่ได้ดื้อ ฉันคลื้นไส้อยากจะอาเจียน" หญิงสาวทำหน้าเหมือนอยากจะร้องไห้ ปิดปากท่าทางคลื้นไส้อย่างหนัก

"อ้าวเหรอ" ชายหนุ่มได้ยินดังนั้นก็รีบกุรีกุจอประครองเธอไปที่ห้องน้ำ หญิงสาวก็อาเจียนออกมาทันที

"เป็นไงบ้างดีขึ้นไหม" ชายหนุ่มลูบหลังให้เธอด้วยความเป็นห่วง

หญิงสาวพยักหน้า เธอลุกขึ้นมาแล้วก็หน้ามืดอีกชายหนุ่มก็ช้อนตัวเธอ อุ้มมาวางไว้ที่เตียง แล้วรีบรินน้ำแล้วส่งให้เธอ หญิงสาวรับแล้วดื่มด้วยความกระหาย

"นายเป็นอะไร" เกล็ดแก้วมองเขาด้วยความงง อยู่ๆก็มาทำดีกับเธอ

"ฉันเหรอ ไม่นี่ เธอนั้นแหล่ะเป็น เธอนะไม่สบาย" ชายหนุ่มชะงักกับคำถามที่เธอถามเขา

"ฉันรู้ว่าฉันไม่สบาย แต่นายนะเป็นอะไรรึเปล่า ผีเข้าเหรอ" หญิงสาวถามอย่างยียวน

"ผีเข้า อะไรของเธอ" ราเชนยังไม่เข้าใจความหมายในคำพูดของหญิงสาว เธอจะมากวนประสาทอะไรตอนไม่สบายนะ

"ก็อยู่ๆ ก็มาทำดีกับฉัน" หญิงสาวมองชายหนุ่มอย่างไม่แน่ใจ

"ฉันก็แค่เห็นเธอป่วยเลยมาดูแลมาเป็นบุรุษพยาบาลไง" ชายหนุ่มตอบสั้นๆ โดยไม่ได้คิดอะไร

"หึ คนอย่างนายนะเหรอ จะมาดูแลฉัน" หญิงสาวเชิดปากพูด เธอยังไม่หายโกรธเขาทั้งเรื่องที่ทิ้งเธอที่กลางถนน และเรื่องจูบ

"ทำไม" คนใจร้ายถามกลับเสียงห้วนๆ ป่วยแบบนี้ยังจะปากเก่งใส่เขาอีก

"ก็นายเกลียดฉันนี่" หญิงสาวเมินหน้าหนีน้ำตาคลอ ไปทำอะไรให้นักหนาถึงต้องใจร้ายกับเธอนักนะ

"ฉันก็แค่ ไม่อยากให้เธอมาตายในบ้านเท่านั้นเอง" ชายหนุ่มก็ปากแข้งกลับ ทั้งที่ในใจห่วงเธอแทบแย่


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha