บ่วงร้ายซ่อนรัก

โดย: รมย์ธีรา



ตอนที่ 9 : บุรุษพยาบาล


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป



            



"อ้อเหรอ ไม่ต้องห่วงหรอกนะคนอย่างฉันไม่ตายง่ายๆ หรอก โดยเฉพาะตายในบ้านนาย" ได้ยินแบบนั้นหัวใจของเกล็ดแก้วก็ปวดร้าวขึ้นมาทันที

"เธอนี่ไม่สบายแล้วยังอวดเก่งอีกนะ เดี๋ยวเถอะ" ชายหนุ่มชี้หน้าอย่างคาดโทษ

"เดี๋ยวทำไม" หญิงสาวมองดูชายหนุ่ม เขาคิดจะรังแกอะไรเธออีก

"เดี๋ยวก็จูบอีกหรอก" ชายหนุ่มทำหน้าขึงขังใส่เธอ แล้วโน้มตัวลงไปหา

"คิดว่าฉันกลัวเหรอ" หญิงสาวท้าทายเขา แต่ในใจหวั่นๆ

"เธออยากให้ฉันจูบเธออีกใช่ไหมล่ะ ติดใจล่ะสิ" ชายหนุ่มขยับตัวเข้าหาเธอ ภายในใจคาดหวังจะได้จูบอีก

"พูดอะไรบ้าๆ" เธอเริ่มถอยตัวเองลงที่เตียง เมื่อเห็นเขาทำท่าทางเอาจริง ทำให้ตอนนี้เธอมีลักษณะกึ่งนั่งกึ่งนอน

"ก็เธอคงจะติดใจ เพราะมันเป็นจูบแรกไง" ชายหนุ่มจับที่ริมฝีปากทำท่าทางสุขใจที่ได้จูบแรกของเธอมา

"พูดบ้าๆ จูบแรกอะไร" หญิงสาวทำเป็นกลบเกลื่อน เขาจะรู้ได้ยังไงว่านั้นเป็นจูบแรกของเธอ

"หรือจะเถียง ฉันรู้นะว่าเธอจูบไม่เป็น" ชายหนุ่มโน้มตัวลงไปอีกท่าทางมีชัย

"นะ...นายจะทำอะไรนะ" หญิงสาวก็ยิ่งถอยแต่เธอถอยจนมาสุดหมอนแล้ว นอกเสียจากเธอจะแทรกตัวลงไปในเตียงได้

"กลัวเหรอ" ชายหนุ่มถามเสียงแผ่วเบาแทบจะกระซิบ

"ฉันเนี่ยนะกลัวนาย เกลียดมากกว่า" หญิงสาวเถียงเสียงสั่นๆ ชายหนุ่มหัวเราะในใจ

"งั้นจูบอีกสักทีดีไหมเนี่ย" ชายหนุ่มสนุกสนานที่ได้แกล้งหญิงสาว

"นายอย่ามาทำอะไรบ้าๆ นะนี่โรงพยาบาล" หญิงสาวเริ่มหวั่นใจ ว่าเขาจะทำอะไรเธอจริงๆ พิษไข้ก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกปวดหัวแทบจะระเบิด เขามาทำแบบนี้เธอก็ยิ่งทั้งกลัวและปวดหัว

ชายหนุ่มโน้มหน้ามาจนจะถึงริมฝีปากเบาของเธอ ที่เขาติดใจรสชาติอันหอมหวานของจูบนั้น หญิงสาวใจเต้นรัว เธอพยายามหันหน้าหนีเขา ภายในใจอยากจะกรีดร้อง แต่ก็ไม่มีเสียงออกมาเหมือนถูกสายตาของเขาสะกดเอาไว้ ใบหน้าของทั้งสองใกล้กัน จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ร้อนผ่าวของกันและกัน

แต่แล้วชายหนุ่มก็ชะงักเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูห้อง เขารีบถอยใบหน้าออกมาด้วยความรวดเร็ว รู้สึกเสียดายที่จะไม่ได้แกล้งหญิงสาวต่อ แต่หญิงสาวกลับรู้สึกโล่งใจ ที่เขาออกไปได้ใจของหญิงสาวเต้นไม่เป็น จังหวะชายหนุ่มเดินไปเปิดประตูห้องพักก็เจอเพื่อนสนิททั้งสองคนมาหา ทั้งสองเดินเข้ามาเดชเดินมาตรวจอาการของหญิงสาว

"เป็นไงครับคุณแก้ว" ณัฐชาเดินเข้ามาถามไถ่อาการด้วยความเป็นห่วง เห็นหน้า

เธอแดงจัดแสดงว่าไข้สูงน่าดู

"ก็ดีขึ้นแล้วค่ะคุณณัฐ ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ" แก้วฝืนยิ้มใบห้าของเธอแดงทั้งพิษไข้และอารมณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่

"แล้วไปทำอะไรมาครับถึงเป็นไข้ขนาดนี้" คนมาเยี่ยมถามต่อด้วยความอยากรู้

"เออ แก้วโดนฝนนะค่ะ" หญิงสาวตอบไม่ถูก เธอไม่สามารถบอกใครได้ว่าเธอไม่สบายพราะอะไร

"เหรอครับ" ณัฐพยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจ

"เป็นอะไร แก้วหน้าแดงจัง" mi’เดชถามด้วยความสงสัยตามนิสัยของหมอ เพราะวัดไข้แล้วก็ไม่ได้หนักหนาเท่าไร พยาบาลสาวสวยของเขาแข็งแรงฟื้นตัวได้เร็ว

"สงสัยคงพิษไข้นะคะ พี่เดช อาการแก้วเป็นไงบ้างคะ" หญิงสาวรีบเปลี่ยนเรื่องพูดทันที

"ก็ดีขึ้นแล้วล่ะ ไข้ลดลงแล้ว" หมอหนุ่มตอบสั้นๆ นึกตกลงดีที่คนไข้กลับถามอาการตัวเอง

"เหรอคะ แล้วแก้วจะออกได้เมื่อไรคะ"

"อะไรกันครับคุณแก้ว เพิ่งจะเข้ามา จะออกแล้วเหรอ" ณัฐมองดูเธออย่างไม่แน่ใจว่าหญิงสาวจะหายได้เร็ว

"แก้วไม่อยากอยู่นานๆ นะค่ะ" หญิงสาวตอบทั้งชีวิตในการเป็นพยาบาลก็อยู่โรงพยาบาลตลอดเวลา จึงเบื่อหน่ายที่จะต้องอยู่เป็นคนป่วย

"คงต้องอยู่จนกว่าจะหายสนิทนะ เพราะไม่งั้นเดียวเอาไปติดน้องริน" เดชเองก็

ยืนยันหนักแน่นว่าเธอต้องอยู่ต่อ

"เหรอคะ" หญิงสาวพยักหน้าอย่างเข้าใจ แอบผิดหวังเล็กๆ

"ไม่เป็นไรหรอก อยู่โรงพยาบาลไม่ต้องกลัวนะ ริวมันก็เฝ้าอยู่" ทรงเดชพูดแหย่ประสาททั้งสองคน

"นั้นแหล่ะที่กลัว" หญิงสาวพูดเบาๆ ไม่มีใครได้ยินเธอมองดูตัวเองก็อดสงสัยไม่ได้ ว่าใครเปลี่ยนชุดให้เธอเพราะเธอจำได้ว่าเธอยังไม่ได้เปลี่ยนชุดเลยตั้งแต่กลับมาจากงานเลี้ยง

"พี่หมอคะ" หญิงสาวไม่แน่ใจสะกิดหมอหนุ่มถามเบาๆ

"ว่าไง" คนถูกสะกิดไม่ได้ตอบเบาดั่งใจของหญิงสาวเลยสักนิด

"พยาบาลเปลี่ยนชุดให้แก้วเหรอคะ" ใบหน้าคนถามแดงระเรื่อขึ้นมาอีก ทำถามของเธอทำเอาหนุ่มๆ มองหน้ากันไปมา

"อ้อ.." ก่อนที่เดชจะพูดความจริง เขาก็ถูกขัดจากชายหนุ่มที่ขโมยจูบเธอ

"ฉันเปลี่ยนเอง" ราเชนลอยหน้าลอยตาออกรับ

"ห้า..." เสียงเพื่อนทั้งสองและหญิงสาวดังพร้อมกัน โดยเฉพาะคนป่วยทำตาโดยใส่อย่างไม่อยากจะเชื่อคำพูดของเขา

"เดี๋ยวๆๆ นะ ฉันจำได้ว่า..." หมอเดชพยายามจะพูดความจริง แต่พูดไม่จบก็ถูกมือของเพื่อนสนิทปิดปากแล้วลากออกมา ณัฐชาไม่อยากตกข่าวก็รีบตามออกมาทันที

"นี่แกอย่าบอกนะว่าแกเปลี่ยนชุดให้คุณแก้วจริงๆนะ" ณัฐชารีบถามด้วยความตกใจ

"เปล่า" ชายหนุ่มส่ายหน้าสองมือล่วงกระเป๋า

"อะไรของแก ไปโกหกเขาทำไม" ณัฐชาชักแปลกๆกับพฤติกรรมของเพื่อนสนิท

"ฉันก็แค่อยากแกล้งนะ" ชายหนุ่มตอบสั้นๆ ทำไมงั้นเหรอเขาก็ไม่เข้าใจตัวเอง

เหมือนกัน

"แค่นั้นจริงๆ เหรอ" ทรงเดชถามและมองอย่างค้นหา เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าริวจะไม่ชอบหน้าแก้ว ตามที่ริวเคยพูดเอาไว้

"แกคิดอะไรกับเขาใช่ไหม" เดชถามตรงประเด็นทันที

"บ้าเหรอ ฉันเนี่ยนะจะไปชอบผู้หญิงอย่างนั้น" ชายหนุ่มขมวดคิ้วใส่คำกล่าวหาของเพื่อนสนิท

"ทำไม แก้วเป็นผู้หญิงยังไง" หมอเดชฉุนกับคำพูดของริวที่ทำเหมือนแก้วเป็นผู้หญิงไม่ดี

"ก็แต่งตัวจัดจ้าน ปากจัด แล้วก็.." ชายหนุ่มชะงักหยุดพูด ทันทีเมื่อคิดไปถึงจูบเมื่อคืนอีกครั้ง จูบที่ทำให้เขารู้สึกว่าเธอไม่ได้เป็นอย่างที่เห็น

"แล้วก็อะไร" เพื่อนทั้งสองคนถามพร้อมกัน

"ก็..ก็นั้นแหล่ะ ฉันไม่ได้ชอบสักหน่อย ไอ้ณัฐตะหากที่ชอบ" ราเชนรีบโบ้ยไปให้เพื่อนทันที

"อ้าว ฉันเปล่านะ ฉันไม่ได้ชอบเขา ก็แค่ชื่นชมเขาสวยดี" ณัฐรีบปฏิเสธ ตอนนี้เขาสามารถปฏิเสธได้เต็มปาก

เพราะเขามีเป้าหมายใหม่

"อ้าว...ก็ตอนแรกแกชอบเขานี่" ริวแปลกใจเพื่อนของเขาเปลี่ยนใจได้ราวกับเปลี่ยนเสื้อผ้า

"นั้นมันตอนแรก แต่ตอนนี้ไม่ได้ชอบ แค่ชื่นชมเท่านั้น แกนั้นแหล่ะไอ้ริว ที่ดูแข็งกระด้างกับคุณแก้ว ยุ่งวุ้นวายกับเขามากเกินไป ระวังจะไปรักเขาไม่รู้ตัว" ณัฐที่พอจะรู้ทางเพื่อนของตัวเองก็รีบพูดทันที

"ไม่มีทาง คนอย่างฉันไม่มีทางรักแก้วแน่นอน" ชายหนุ่มพูดจามาดมั่น เขายังคง

ฝังใจกับเรื่องใจอดีต

"ริว แก้วกับแม่แกนะไม่เหมือนกันนะ ฉันรับรอง" หมอเดชพูดเตือนสติ

"มันก็ไม่แน่หรอก" ถึงแม้ปากริวจะพูดไปว่าไม่แน่ใจ แต่ภายในใจ เขาเริ่มจะแน่ใจว่าแก้วแตกต่าง เรื่องที่เธอแต่ง

ตัวเหมือนแม่ของเขา นิสัยใจคอดูเผินๆ อาจคล้ายๆ กัน แต่สิ่งที่ทำให้รู้สึกว่าแตกต่างกันที่ริวคิดก็คือ เธอจูบไม่เป็น ส่วนแม่ของเขานั้น จูบใครก็ได้ไม่เลือกหน้า พูดง่ายๆ ว่าเจ้าชู้นะเอง

แม่ของริวเจ้าชู้มากจนกระทั่งทิ้งพ่อของริวไป และเป็นสาเหตุให้รินพิการ ซึ่งเพราะเรื่องนี้ทำให้ริวฝั่งใจกับผู้หญิงไปซะทุกคน และเรื่องที่เขาฝั่งใจนี่เองที่ทำให้เขาหลงรักแก้วโดยไม่รู้ตัว ทั้งสามเดินเข้ามาอีกครั้งแต่เห็นหญิงสาวหลับไปแล้ว ณัฐและเดชก็ขอตัวกลับก่อน ทิ้งให้ริวอยู่เฝ้าหญิงสาวไปตามลำพัง

ชายหนุ่มนั่งอ่านหนังสือระหว่างที่เฝ้าหญิงสาว จนกระทั่งเวลาดึกดื่นเขาก็ไปอาบน้ำในห้องน้ำ ระหว่างที่เขาอาบน้ำอยู่หญิงสาวก็ค่อยๆ รู้สึกตัว พิษไข้ของเธอกำลังเล่นงานอย่างหนัก ทั้งที่เมื่อเช้าดีขึ้นแล้วแท้ๆ แต่ตกดึกกับจับไข้หนักขึ้น

"น้ำ...ขอน้ำหน่อยซิ" หญิงสาวพยายามร้องเรียกหาใครสักคนที่อยู่ในห้องเธอรู้สึกลำคอแห้งผาก แต่เพราะพิษไข้ทำให้เธอไม่มีแรงจะทำอะไร เธอพยายามพลิกตัวรินน้ำแต่มือเธอก็สั่นจนทำแก้วตกลงมาแตก

// เพล้ง //

ชายหนุ่มที่อาบน้ำอยู่ตกใจ ก็รีบนุ่งผ้าเช็ดตัวออกมา เห็นหญิงสาวสาวพยายามจะลงมาจากเตียงนอน เพื่อลงไปเก็บเศษแก้วที่แตกอยู่ที่พื้น

"ทำอะไรของเธอนะ" ราเชนเห็นก็รีบเดินอ้อมไปจับตัวเธอเอาไว้ไม่ให้ลงไป

"ปล่อยฉันนะ" หญิงสาวพยายามสะบัดแขนที่เขาจับเอาไว้ทั้งๆ ที่ร่างกายไร้แรง

จะต้านทาน

"บอกมาก่อนว่าจะทำอะไร" ชายหนุ่มพูดเสียงหนักๆ ไม่เข้าใจว่าเธอกำลังทำอะไร

"ฉันจะเก็บแก้วที่แตกไง" หญิงสาวพูดเสียงหอบๆ เหมือนเหนื่อยแรงที่จะอ้าปากพูด

"ไม่ต้อง เดี๋ยวฉันเก็บให้ เธอนอนอยู่เฉยๆ เถอะ" ชายหนุ่มพยายามรั้งร่างบางให้นอนลงที่เตียง

"ไม่ เดี๋ยวฉันทำเอง" หญิงสาวดื้อร้นพยายามลุกขึ้นให้ได้

"เอ๊ะ พูดไม่รู้เรื่องจริง" เขาผลักหญิงสาวอย่างแรงลงไปนอนที่เตียงด้วยความลืมตัว

"โอ้ย..นายนี่ทำดีดีไม่ได้รึไง" ความแรงทำให้หญิงสาวมึนหัวหนักเข้าไปอีก

"ก็เธอพูดไม่รู้เรื่อง บอกว่าไม่ต้องก็ไม่ต้องซิ" ชายหนุ่มพูดน้ำเสียงหงุดหงิด

หญิงสาวก็ไม่ได้ขยับตัวเพิ่มเพราะเธอยังมึนหัวอยู่ ชายหนุ่มเดินไปเรียกแม่บ้านให้เข้ามาทำความสะอาด แล้วเข้าไปอาบน้ำต่อสักพักชายหนุ่มก็อาบน้ำเสร็จ แล้วเดินมาหาแก้วทั้งๆ ที่ยังไม่แต่งตัว หญิงสาวไม่กล้าหันไปมองเขา เธอเมินหน้าไปมองทางอื่น

"เมื่อกี้จะเอาอะไร" ชายหนุ่มยืนท้าวเอวด้วยผ้าเช็ดตัวที่นุ่งอย่างหมิ่นเหม่

"เปล่า" หญิงสาวส่ายหน้ากัดปากนิ่งไม่ยอมหันไปมองชายหนุ่ม

"อ้าวก็เห็นๆ อยู่ว่าจะเอาอะไรบอกมาซิ" ชายหนุ่มพยายามพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุด แต่ก็ยังดูเหมือนดุเธออยู่ดี

"ฉันหิวน้ำ" หญิงสาวหลับตาตอบอย่างเหนื่อยใจ ชายหนุ่มคงไม่เลิกถามถ้าเธอยังไม่ยอมตอบ

"ก็แค่เนี่ย" ชายหนุ่มก็หันไปรินน้ำให้ แล้วส่งให้เธอ

"หน้าไม่อาย" หญิงสาวรับไปดื่ม แล้วต่อว่าเขาแทนคำขอบคุณ

"นี่ คุณขอบคุณผมด้วยคำนี่เนี่ยนะ" ชายหนุ่มมองหน้าหญิงสาวอย่างงงๆ

"ก็นายทำไมไม่แต่งตัวก่อนล่ะ" หญิงสาวเบื่อนใบหน้าหนีเขาไม่อยากจะมอง

"ทำไม ไม่กล้ามองเหรอ" ชายหนุ่มมองดูตัวเองแล้วก็เข้าใจ แต่ก็ไม่ได้แสดงความอายให้เธอเห็น

"ฉันไม่อยากเสียลูกนัยตาตะหาก" หญิงสาวแสยะปากใส่

"ไม่เคยเห็นมากกว่ามั้ง" เขาทำเป็นแหย่ประสาทเธอ เพื่อสืบให้รู้ว่าแก้วจะเป็นอย่างที่เขาคิดไว้รึเปล่า

"ใช่ ไม่เคย แล้วก็ไม่อยากเห็นด้วย" หญิงสาวยอมรับออกไปตรงๆ อย่างรำคานใจ

"น่าสนใจแฮะ" เขารู้สึกพอใจกับคำตอบของเธอ

"อะไร" หญิงสาวหันมามองหน้าเขา

"ก็ที่บอกว่าไม่เคยเห็นนะ" ยิ่งพูดก็ยิ่งอยากรู้เข้าไปใหญ่

"ทำไม นายคิดว่าฉันเคยเห็นนักหรือไร ไอ้สัดส่วนผู้ชายอย่างคุณน่ะ" หญิงสาวกระชากน้ำเสียงใส่คนมองเธอผิดๆ

"ก็ดูท่าทางคุณออกจะเจนโลก" ชายหนุ่มตอบออกไปตรงๆ

"เหรอย่ะ งั้นก็รู้ไว้ซะด้วยนะ ว่าฉันไม่ใช่อย่างที่นายคิด" หญิงสาวพูดอย่างภาคภูมิใจกับตัวเอง

"ก็ดีแล้วจะได้รู้ไว้" แล้วเขาก็เดินไปเลือกหยิบเสื้อผ้าจะใส่ หญิงสาวพลันนึกขึ้นได้เรื่องที่คุยค้างไว้ เมื่อก่อนที่เธอจะหลับไป

"นี่นาย" น้ำเสียงของเธอแผ่วต่ำเหมือนไม่แน่ใจว่าจะถามดีมั้ย

"อะไร"  คนกำลังจะใส่เสื้ออยู่ขานตอบห้วนๆ

"นายเปลี่ยนชุดให้ฉันจริงๆ เหรอ"

ชายหนุ่มชะงักแล้วนึกขำในใจ เธอคงกังวลมากที่รู้ว่าเขาเป็นคนเปลี่ยนชุดให้เธอ

"ใช่ ทั้งเปลี่ยน ทั้งเช็ด ทุกซอก ทุกมุมเลยล่ะ" ชายหนุ่มใช่น้ำเสียงเย้ายั่วเธอ สิ้นเสีนงของเขาสักพัก หมอนใบใหญ่ที่หญิงสาวหนุนหัวก็ถูกขว้างใส่เขาอย่างเต็มแรง ชายหนุ่มหัวปักไปที่หน้าโชฟาทำให้ผ้าขนหนูที่เขานุ่งอยู่หลุดลงไปกองที่พื้น

"นี่เธอทำอะไรนะเจ็บนะ" เขายกมือกุมหัวแล้วหันไปหาเธอเต็มตัว อวดสัดส่วนที่ควรปกปิดไว้อย่างไม่ได้ตั้งใจ

"คนบ้า คนฉวยโอกาส เลวที่สุด" หญิงสาวต่อว่าเขา เธอเสียใจที่ถูกคนอย่างเขาฉวยโอกาสตอนที่เธอไม่ได้สติ เธอร้องไห้ออกมา

"ร้องไห้ทำไมเธอนี่" ชายหนุ่มตกใจรีบเข้าไปดู

"อย่าเข้ามานะ ไอ้ชีเปลีอย" หญิงสาวต่อว่าเขาเสียงดังที่ชายหนุ่มเข้ามาทั้งๆ ที่ไม่ยมแต่งตัว แถมผ้าขนหนูก็หลุดออกไปแล้ว

"นี่เธอใจเย็นๆ ซิ เรื่องแค่นี้เอง" ชายหนุ่มรีบหันไปนุ่งผ้าขนหนูแล้วเดินมาหาเธออีกครั้ง

"แค่นี้เหรอ ฮือ...นายมันเลว นาย..มัน...ฮือ.." หญิงสาวปิดหน้าร้องไห้รู้สึกเหมือนร่างกายสกปรก

"อ้าวๆๆ ร้องเข้าไป ร้องให้ตายก็ไม่ช่วยให้ย้อนอดีตไปได้หรอก" ชายหนุ่มขำที่แกล้งเธอสำเร็จ เขาพยายามโอบกอดปลอบเธอแต่หญิงสาวพยายามผลักเขาให้ออกห่าง

"อย่ามายุ่งกับฉัน ฉันเกลียดนาย ฮือ..."

ชายหนุ่มนั่งลงข้างๆ เธอที่เตียงนอน เขาเริ่มทำอะไรไม่ถูกเมื่อเห็นหญิงสาว

ร้องไห้อย่างเอาเป็นเอาตาย

"นี่เธอ ใจเย็นๆ ซิ" เขาโอบกอดเธออีกครั้ง เธอก็ยังขัดขืนอยู่แต่คราวนี้เขาโอบกอดเธอได้ถนัดว่าเดิม หญิงสาวทุบตีเขาที่อก แต่ก็ไม่ได้แรงมากเท่าไรเพราะเธอไม่สบายอยู่ เลยเหมือนแค่ผลักเขาไปมาเขาเองก็ออกแรงกอดเธอมายิ่งขึ้น แล้วพยายามฝืนร่างเธอให้

ซบลงที่อกกว้างของเขา

"โอ้ๆๆ อย่าร้องนะ" ชายหนุ่มทำเป็นแกล้งปลอบใจ ใบหน้าของเขาพยายามกลั้นหัวเราะเอาไว้ สักพักร่างที่กำลัง

ร้องไห้อยู่ก็ค่อยๆ นิ่งไป ชายหนุ่มเห็นเธอเงียบผิดสังเกตก็พยายามเรียกหญิงสาว

"นี่เธอ...เธอ" ไม่มีเสียงตอบจากเธอ เขาพลิกร่างของเธอขึ้นมาหญิงสาวหมดสติไปแล้ว คงเพราะเสียใจ ตกใจ และด้วยพิษไข้ทำให้เธอทนไม่ไหว เขาค่อยๆ วางร่างของลงบนที่นอนแล้วห่มผ้าให้ แล้วกลับไปแต่งตัวต่อจากนั้นก็หลับไปข้างๆ เตียงของหญิงสาว

เช้าวันรุ่งขึ้น ชายหนุ่มตื่นเมื่อพยาบาลเดินเอาอาหารมาส่งให้กับคนป่วย แต่หญิงสาวยังไม่ตื่นนอน ชายหนุ่มจึงไปอาบน้ำจัดการตัวเองก่อนที่จะปลุกให้เธอตื่นมากิน

"แก้ว....กินข้าว" เขาปลุกเธอด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนขึ้นกว่าเก่า มองดูใบหน้างามที่กำลังหลับสนิทด้วยความห่วงใย

หญิงสาวรู้สึกตัวขึ้นมาด้วยเสียงเรียกของเขา วันนี้เธอรู้สึกดีขึ้นกว่าเมื่อวาน หัวที่ปวดมากก็ไม่ปวดแล้วเธอลืมตาขึ้นมาเห็นใบหน้าของริว ก็รู้สึกอยากจากแทรกแผ่นดินหนี

"กินข้าวได้แล้ว" ชายหนุ่มก็ทำปั้นหน้าเครียดใส่เธอ

หญิงสาวก็กินตามที่เขาสั่งโดยไม่ได้พูดอะไรภายในใจเธอคิดว่า ตั้งแต่เธอมาอยู่ที่นี่ก็มีแต่เสียกับเสีย นอกจากเงินที่ได้เยอะหน่อย แต่ดูเหมือนมันจะไม่คุ้มกับสิ่งที่เธอต้องเสียไป ทั้งเรื่องจูบ เรื่องที่เขามาฉวยโอกาสกับเธอ แล้วยังต้องมานั่งต่อล้อต่อเถียงกับเขา

อีก

ไหนจะถูกดูถูกถากถางมากมายจากผู้ชายคนนี้ เขาเกลียดเราแล้วจะอยู่ไปทำไม ยิ่งคิดเธอก็ยิ่งเครียด ยิ่งอยากกลับไปอยู่ที่กรุงเทพแล้วน้ำตาของเธอก็ไหลออกมาอีกครั้ง เริ่มกินข้าวไม่ลงหมู่นี้เธอร้องไห้บ่อย ทั้งคิดถึงแม่ และสมน้ำหน้าตัวเองที่ตัดสินใจผิดๆ

ที่มาทำงานที่นี่

ชายหนุ่มเห็นหญิงสาวเริ่มไม่ค่อยกินก็เดินมาดูเห็นเธอร้องไห้อีก เขาก็เริ่มคิดหนัก นี่เขาแกล้งเธอแรงไปรึเปล่า ทำไมเธอถึงร้องไห้อีกแล้ว

"เป็นอะไรไป" ริวถามน้ำเสียงอ่อนโยน

"ฉัน อยากกลับบ้าน ไปหาแม่ ฉันคิดถึงแม่" หญิงสาวปล่อยโฮออกมาด้วยความรู้สึกกดดันกับเรื่องที่เจอมา เธอเริ่มรู้สึกท้อกับท่าทีอันร้ายกาจของเขาเธอไม่เคยรู้สึกแย่อย่างนี้มาก่อนเลยในชีวิต

"กลับบ้าน กรุงเทพนะเหรอ" ชายหนุ่มทวนคำรู้สึกใจหาย ที่อยู่ๆหญิงสาวก็พูดออกไปแบบนี้ ทั้งที่ดูแลแล้วเธอน่าจะเป็นคนที่เข้มแข็งพอสมควร

"ใช่ ให้ฉันกลับเถอะนะ ขอร้องล่ะ ฉันอยากกลับบ้านแล้ว" หญิงสาวบอกชายหนุ่มด้วยท่าทางวิงวอนทั้งน้ำตา

ชายหนุ่มอึ้งพูดไม่ออก เขาไม่รู้ว่าจะพูดว่าอะไรดี เขากำลังงงที่เธอพูดออกมาแบบนี้ อะไรที่ทำให้ผู้หญิงที่เข็มแข็งอย่างเธอถึงร้องไห้อย่างเอาเป็นเอาตาย เพราะเขา เพราะจูบ หรือเพราะคำพูดที่เขาต่อว่าเธอไปต่างๆ นานา เขาพูดอะไรออกไปบ้าง เธอถึงเป็นได้ขนาดนี้ นี่เขาใจร้ายกับเธอขนาดนั้นเลยเหรอ

จนเธอถึงขั้นเริ่มอยู่ไม่ได้ เรียกร้องที่จะกลับไปในที่ที่เธอได้จากมา แล้วเขาจะทำยังไงดี ทำไมเขารู้สึกคันยิบๆ ที่หัวใจเมื่อเธอพูดว่าจะจากเขาไป ความรู้สึกนี่มันอะไรกันมันเกิดขึ้นได้อย่างไร มันไม่ควรเกิดขึ้นไม่ใช่เหรอโดยเฉพาะกับผู้หญิงคนนี้ คนที่เขาคิดว่าเขาเกลียดเธอแล้วเขาควรจะทำยังไงดี เธอถึงจะอยู่ต่อและหยุดร้องไห้

"ฉัน..ไม่ให้ไป" ชายหนุ่มพูดออกไปอย่างยากลำบาก สับสนภายในใจหนึ่งอยากให้อยู่ อีกหนึ่งอยากให้จาก

"อะไรนะ" หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมามองเขา ใบหน้าของเธอช่างดูทรมานเหลือเกิน

"ฉันไม่ให้เธอไป" ชายหนุ่มแค้นคำพูดออกไปอย่างทรมาน

"ทะ..ทำไมล่ะ นายเกลียดฉันนี่ ฉันไปนายก็น่าจะดีใจ" หญิงสาวฟังคำตอบของชายหนุ่มอย่างไม่เข้าใจ

"เออ...ก็..ถ้าเธอไป แล้วน้องรินล่ะ" ชายหนุ่มพยายามหาเหตุผลและค้นหาสิ่งที่ทำให้เขาเจ็บแปล็บที่หัวใจ

"นายก็หาคนอื่นมาซิ" หญิงสาวมองหน้าเขาใบหน้าเธอเต็มไปด้วยคราบน้ำตา

"ไม่ได้ เดชบอกไว้ว่าเธอเป็นพยาบาลที่ดีที่สุด แล้วฉันก็ต้องการสิ่งที่ดีที่สุดให้กับน้อง" ชายหนุ่มยกรินมาเป็นข้ออ้าง

"ฉันขอร้องล่ะ นะให้ฉันกลับไปเถอะ" หญิงสาวอ้อนวอน เธอไม่อยากอยู่ต่อ เพราะเธอไม่รู้จะทนความใจร้ายของเขาได้อีกนานแค่ไหนชายหนุ่มเองก็ไม่อยากให้เธอไปเพราะเขาเองก็ยอมรับว่าเธอเป็นพยาบาลที่ดีตามที่เดชบอก และเขาก็กลัวว่าเธอไปแล้วจะไม่กลับมาอีกเลย ซึ่งมันทำให้เขารู้สึกเหมือนมีอะไรสักอย่างกำลังทิ่มแทงใจอยู่

"ถ้าฉันให้เธออยู่ต่อ เธอต้องการเท่าไร" ชายหนุ่มยื่นข้อเสนอ เขาคิดว่าเงินน่าจะซื้อเธอได้

"ไม่..ฉันไม่ต้องการเงินของนาย" หญิงสาวส่ายหน้าเงินมากแค่ไหนเธอก็ไม่ต้องการ เพราะมันซื้อศักดิ์ศรีเธอคืนกลับมาไม่ได้ในเมื่อมันเสียไปแล้ว

"แล้วเธอต้องการเท่าไร" ชายหนุ่มพยายามควบคุมตัวเอง เขาอยากจะรู้นักว่าเธอเป็นอะไรไป

"นายคิดว่าเงินซื้อได้ทุกอย่างเหรอ  มันไม่ได้หรอกสำหรับฉัน" หญิงสาวมองดูชายหนุ่มที่เห็นผู้หญิงสามารถซื้อได้ทุกคน

"งั้นก็บอกมาซิ ว่าฉันต้องทำอะไรเธอถึงจะอยู่ต่อ" ชายหนุ่มเริ่มขึ้นเสียง เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเธอไม่รับข้อเสนอของเขา

"ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น แค่ให้ฉันไป" หญิงสาวพูดอย่างเหนื่อยใจ

"ทำไมเธอต้องไปล่ะ งานนี่มันก็สบายไม่ใช่เหรอ ถ้าน้องรินไม่ป่วย เธอก็จะไปทำอะไรก็ได้นี่" ชายหนุ่มองดูหญิงสาวรู้สึกสับสน

"ฉัน...แค่อยากสบายใจ ฉันถูกนายดูถูกตลอดเวลา ฉันไม่เคยถูกใครทำแบบนี้ ฉันทนไม่ไหวแล้ว" หญิงสาวพูดออกไปพร้อมกับปิดหน้าร้องไห้อย่างหนัก

ชายหนุ่มถึงกับอึ้ง นี่เขาจะทำยังไงดีในเมื่อผู้หญิงคนนี้ไม่สามารถซื้อได้ด้วยเงิน เหมือนที่เขาเข้าใจในตอนแรก แล้วนี่เขาจะทำอย่างไงดี

หลังจากที่หญิงสาวระบายความรู้สึกออกมาอย่างอดกลั้นอยู่นานพอสมควร หญิงสาวก็เริ่มสงบและหลับไปในที่สุดด้วยฤทธิ์ยา และความอ่อนเพลียชายหนุ่มเห็นเธอหลับไปแล้วก็เดินออกมานอกห้อง แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเดชให้มาหา ไม่นานเดชก็มาหาริวที่ร้านกาแฟในโรงพยาบาล

"มีอะไรของแก สีหน้าไม่ดีเลย" ทรงเดชทักเพื่อนเมื่อมาถึง เขาเห็นหน้าริวแล้วก็แปลกใจ

"แก้วขอลาออก" ริวพูดเรียบๆ พยายามทำสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด เขาไม่อยากให้เพื่อนเห็นว่าเขามีความรู้สึกอะไรกับแก้ว

"อ้าว แกไปทำอะไรเขา" เดชเองก็ตกใจเขาไม่เคยเห็นแก้วปฏิเสธงานที่ได้เงินดีแบบนี้

"เปล่า" เขาโกหก

"ไม่จริงอ่ะ แก้วปกติเป็นคนสู้งาน ไม่เคยขอลาออกโดยเฉพาะ เพิ่งมาทำงานได้ไม่นาน" แต่เดชไม่เชื่อเขาคิดว่าริวต้องทำอะไรให้แก้วไม่สบายใจอย่างแน่นอน

"คือ..." ริวไม่รู้จะพูดยังไงว่าเขาทำอะไรเธอไว้บ้าง จนหญิงสาวถึงกับท้อร้องไห้ออกมาแบบนั้น

"บอกมาแกทำอะไรเขา" เดชพยายามคาดคั้น เขาคิดว่าเขารู้จักนิสัยแก้วและริวดี

"ฉันก็แค่ ..เออ พูดจาไม่ดีใส่เขานิดหน่อย" ชายหนุ่มอ้ำอึ้งยกแก้วกาแฟขึ้นจิบไม่กล้าสบตาเดช

"แกแน่ใจนะว่านิดหน่อย" เดชมองดูอย่างไม่เชื่อใจ

"ใช่" ริวยืนยันหนักแน่น

"ถ้านิดหน่อยแล้วแก้วจะลาออกทำไม" หมอหนุ่มย้อนถามอย่างไม่เชื่อคำพูดของเพื่อนสนิท

"เขาบอกว่าเขาบอกว่าท้อ" ชายหนุ่มทวนคำหญิงสาวอย่างใจหาย

"งั้นเหรอ ฉันไม่เชื่อ มันต้องมีอะไรมากกว่านี้" เดชพยายามมองเพื่อนอย่างค้นหา

"ดูแกรู้จักเขาดีจังนะ" ริวมองเดชที่ห่วงใยแก้วมากเหลือเกิน

"ใช่ ฉันรู้จักเขาดี และก็เป็นห่วงเขามาด้วย" เดชเองก็ยอมรับออกไปตรงๆ

"เป็นห่วง อย่าบอกนะว่าแก.." ริวใจคอไม่ดีรู้สึกใจหายที่เดชห่วงใยแก้วเป็นพิเศษ

"ใช่ฉันชอบเขา" แล้วเดชก็สารภาพออกไปกับริว

ราเชนได้ฟังคำพูดของเพื่อนแล้วก็อึ้งรู้สึกเจ็บแปลบที่หัวใจ นี่เพื่อนของชอบ

ผู้หญิงคนนี้อีกคนแล้วเหรอ คนที่เข้ามาทำให้หัวใจที่เย็นชาของเขามีความรู้สึกได้

"ฉัน..ชอบมานานแล้ว" เดชพูดออกไปอย่างขมขื่นใจ

"แล้วเขารู้รึเปล่า" ริวถามเสียงแห่บพร่าใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ

"รู้ซิ" เดชพยักหน้ามองดูริวด้วยแววตาเจ็บปวด

"งั้นแกสองคนก็คบกันอยู่" ริวพยายามบังคับเสียงให้เป็นปกติ ทั้งๆที่ภายในใจรู้สึกเหมือนถูกอะไรทิ่มแทงอยู่ และเขาเองก็แปลกใจกับความรู้สึกที่เกิดขึ้น เมื่อฟังเพื่อนสนิทเล่าความหลังออกมา

"ก็เปล่า" เดชส่ายหน้าอีกครั้ง

"อ้าว" คำตอบของเขาทำเอาริวงง

"ฉันเคยสารภาพรักกับเขาตั้งแต่สมัยเรียน แต่เขาไม่รับรักฉัน" เดชเล่าถึงความหลังที่เขาเคยสารภารักกับแก้ว

ด้วยความรู้สึกที่เจ็บปวดปนสุข

"ทำไมล่ะ" ริวแปลกใจทำไมแก้วถึงปฏิเสธเพื่อนของเขาทั้งที่เดชก็เป็นคนดีมาก

"เขายังไม่พร้อมที่จะมีใคร เขามีภาระที่ต้องดูแลแม่ที่ป่วยหนัก เลยไม่อยากเอาเวลาไปยุ่งกับความรัก" ชายหนุ่มตอบน้ำเสียงแหบพร่า

"เหรอ" ริวเองก็ตั้งใจฟังคำพูดของเพื่อน

"แต่ฉันก็บอกเขาว่าฉันจะรอเขา รอวันที่เขาจะรับรักฉัน" รอยยิ้มจางๆปรากฏขึ้นเหมือนมีความหวัง

"แล้วเขาให้รอไหม" ชายหนุ่มถามเหมือนอยากจะฟังคำตอบ

"ก็ไม่เชิงหรอก เขาบอกว่าถ้าฉันรอไหวก็รอได้" เดชพูดแล้วใจหาย เมื่อดูเหมือนตอนนี้หญิงสาวของเขากำลังมีใครอีกคนแอบจองอยู่

"แล้วแกรอเขาอยู่เหรอ" ริวมองดูเพื่อนที่มีรักมั่นคง

"ใช่" เดชตอบอย่างหนักแน่นด้วยหัวใจที่ยังมั่นคง

"แล้วถ้าเกิดเขาเจอคนใหม่ หมายถึงเขาไปชอบคนอื่นล่ะ" ริวหยั่งใจเพื่อนสนิทโดยไม่รู้ตัว

"ฉันก็ไม่บังคับเขาหรอก แค่ถ้าเขาไม่มีใคร ก็ขอให้นึกถึงฉันไว้ก็พอ เดชพูดอย่างเข้าใจความหมายของริว ชายหนุ่มพยักหน้า รู้สึกโล่งอกนิดหน่อย

"แล้วมันเกี่ยวกะไรกับเรื่องที่แก้วขอลาออก" หมอเดชย้อนถามเรื่องของริวที่ทำให้แก้วถึงขึ้นลาออก

"แกช่วยฉันพูดกับเขาหน่อยซิ ว่าไม่ให้ออก แกก็รู้ว่าฉันพูดดีดีกับใครเป็นที่ไหน

เดี๋ยวก็ได้ทะเลาะกันตาย" ชายหนุ่มเหนื่อยใจกับคำพูดของตัวเอง

"ก็ไหนว่าไม่ชอบเขาไม่ใช่เหรอ" เดชมองดูเพื่อนอย่างรู้ความนัยของสายตา

"ก็อย่างที่แกบอกไง มองที่การทำงานของเขา เขาทำงานดี ฉันไม่อยากให้หลุดมือ" ริวพยายามหาเหตุผล

"แค่นั้นเองเหรอ" เดชมองดูเพื่อนอย่างค้นหา ริวจะโกหกเขาทำไม

"ใช่ แค่นั้น" ริวพยายามยืนยันทั้งๆ ที่หัวใจยังเต้นแรงไม่เป็นจังหวะกับเรื่องที่ได้ยิน

"ก็ได้ ฉันไม่รับปากนะ เพราะถ้าลองแก้วตัดสินใจแล้วฉันก็พูดอะไรมากไม่ได้" สุดท้ายเดชก็ยอมตกลง ที่เขายอมช่วยเพราะเขาเองก็ห่วงรินไม่แพ้กัน

"ขอบใจมาก เดช" ริวบอกเดชอย่างซาบซึ้ง รู้สึกดีใจจนออกหน้าออกตา

"แล้วนี่ เขาทำอะไรอยู่ล่ะ"

"น่าจะหลับอยู่"


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha