บ่วงร้ายซ่อนรัก

โดย: รมย์ธีรา



ตอนที่ 10 : คารมเป็นต่อ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป



            



 “งั้นรอเดี๋ยวฉันจะไปดูถ้าตื่นอยู่ จะได้คุยเลย" เดชลุกขึ้นเดินไปที่ห้องของแก้ว ริวทำท่าจะลุกตามไป แต่เดชหันกลับมาห้ามไว้

"ไม่ต้องไปเลยแกนะ เดี๋ยวเสียเรื่องหมด" เดชพูดอย่างรู้ทันนิสัยของทั้งสองคน ริวเข้าใจความหมาย เขาก็นั่งลงที่เดิม แล้วคิดถึงเรื่องที่เดชเล่าให้เขาฟัง เดชเดินเข้ามาหาหญิงสาว ที่ดูเหมือนกำลังรู้สึกตัวอยู่พอดี พยาบาลกำลังวัดไข้ให้อยู่

"เป็นไงคนป่วย ดีขึ้นรึยัง" เดชถามแก้วที่ดูเหมือนเธอจะตื่นอยู่

"ดีขึ้นแล้วค่ะ" แก้วพยักหน้าพยายามฝืนยิ้ม

"โทษนะครับ ไข้กี่องศา" เดชหันไปถามพยาบาลสาวที่กำลังเดินจากไป

"อ้อ 38 องศาค่ะ เกือบปกติแล้ว"

"ขอบคุณครับ"

งั้นเดี๋ยวแก้วก็กลับบ้านได้แล้วล่ะค่ะ พี่หมอ" หญิงสาวพูดอย่างร่าเริง

"อือ ใช่ รอให้หายสนิทก่อนนะ แล้วค่อยออก เดี๋ยวแก้วเอาไข้ไปติดน้องริน" เดช

ทำพูดเหมือนไม่รู้เรื่องว่าเธอจะลาออก

"เออ แก้วอยากกลับบ้านที่กรุงเทพนะคะ" แก้วก้มหน้าก้มตาพูดไม่อยากสบตากับเดช

"ทำไมล่ะ" ชายหนุ่มขมวดคิ้วมองดูหญิงสาวอย่างค้นหา

"คือ แก้วเหนื่อยค่ะ" หญิงสาวพยายามบังคับเสียงให้เป็นปกติ

"เหนื่อย เหนื่อยอะไรแก้ว" เดชเดินมานั่งลงที่เก้าอี้ข้างเตียงของเธออย่างพร้อมจะรับฟัง

"คือ ที่นี่ไม่มีอะไรเลย อยู่บ้านบนเขาก็มีแต่ป่า แก้วไม่ชอบนะคะ" หญิงสาวโกหก เธอไม่อยากเดชรู้ว่าเธอมีปัญหากับเพื่อนเขา

"ใหม่ๆ ก็แบบนี้แหล่ะ เดี๋ยวก็ชิน" เดชพยายามไม่สนใจคำพูดของเธอ

"นะคะ พี่หมอหาคนอื่นมาแทนแก้วเถอะ" หญิงสาวเอ่ยปากท่างวิงวอน

"จะดีเหรอแก้ว น้องรินต้องการแก้วมากเลยนะ" เดชพูดถึงรินเพื่อให้แก้วรู้สึกสงสาร เพราะเขารู้ดีว่าจะพูดยังไงให้แก้วยอมตกลงทำงานต่อ

"น้องรินก็ดูไม่เป็นอะไรมากนี่คะ" หญิงสาวมองดูเดชที่ทำไมถึงไม่ยอมให้เธอไป

"ก็เพราะมีแก้วคอยดูแลไง ก่อนหน้านี้นะ แย่กว่านี้อีก" ชายหนุ่มอ้าง

"ยังไงคะ" เธอไม่เข้าใจเพราะเธอรู้สึว่าเธอมาที่นี่ก็ไม่ได้ดูแลอะไรมากมาย เวลาส่วนใหญ่ก็ทะเลาะกับเจ้านายหนุ่มมากกว่า

"ก็ไม่สบายบ่อย ไม่ค่อยสดใส แต่พอแก้วมา รินดูดีขึ้นเยอะเลย แก้วจะทิ้งรินไปได้ลงเหรอ เสียชื่อพยาบาลมือหนึ่งของพี่หมด" ชายหนุ่มกล่าวอย่างเอาใจ

"แต่ว่า..." คำพูดของเดชทำเอาเธอลังเลใจ

"น่านะ สงสารเด็ก ก็แค่เบื่อเดี๋ยวก็ชิน เอางี้นะ เดี๋ยวพี่จะบอกให้ริวหรือณัฐพา

แก้วลงมาที่ในเมืองบ่อยๆ จะได้ไม่เบื่อไง" ชายหนุ่มหาเรื่องเอาใจเธอสุดกำลัง รู้ดีว่าความเบื่อไม่ใช่เหตุผลของเธอ

"ถ้าเป็นคุณณัฐก็ยังพอได้คะ แต่ถ้าเป็น อีตา..เอ้ย คุณริวนะ แก้วว่าไม่ดีกว่า" หญิงสาวชักสีหน้าใส่ เธอจนต่อตำของของหมอหนุ่ม

"ทำไมละ" เดชไม่เข้าใจว่าทำไมแก้วถึงดูไม่ชอบหน้าริวเหมือนกัน

"ก็พี่หมอก็เห็น แก้วพูดดีดีกับเขาไปนานเกิน 5 นาทีที่ไหน จ้องแต่หาเรื่องแก้ว" หญิงสาวทำหน้าบูดเมื่อพูดถึงริว แต่นัยตาเป็นประกาย

"ฮ่าๆๆ..มันก็เป็นแบบนี้แหล่ะ แต่จริงๆ แล้วมันไม่มีอะไร มันเป็นคนอ่อนโยนคนหนึ่งนะ เห็นแกพี่เถอะ" ชายหนุ่มขำมองดูหญิงสวที่ทำท่าเหมือนกำลังงอนแฟนให้เขาเห็น

"แหม เข้าข้างกันเชียวนะ" หญิงสาวทำค้อนปะหลักปะเหลือก

"แล้วพูดแบบนี้นะ ตกลงอยู่ต่อนะ" ชายหนุ่มรู้ใจหญิงสาว

"ก็ได้ค่ะ เห็นแก่น้องรินแล้วก็พี่หมอที่ดีกับแก้วมานาน แต่ถ้าแก้วทนไม่ไหวจริงๆ

พี่หมอต้องพาแก้วกลับนะ" หญิงสาวจำใจทำงานต่อ เธอเองก็ไม่อยากไปนัก เพราะเธอยังอยากดูแลรินอยู่ แต่ที่ต้องรับมือกับริวผู้ชายปากร้ายยังเขา เธอก็เหนื่อยใจเหลือเกิน

"ได้จ๊ะ งั้นพี่ไปบ้านบนเขาก่อนนะ พักผ่อนมากๆ ล่ะ พี่เป็นห่วงนะรู้ไหม" ชายหนุ่มลูบหัวหญิงสาวอย่างเอาใจ

"ค่ะ ขับรถดีดีนะ" แล้วเดชก็จากไป หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่นี่เธอต้องอยู่เผชิญหน้ากับคนๆ นั้นอีกแล้ว ทำยังไงดี เดชเดินออกมาหาริวที่นั่งรอคำตอบอย่างอารมณ์ดี

"ว่าไง ตกลงไหม" ริวร้อนใจรีบถามเพื่อนสนิท

"อือ ตกลง" เดชพยักหน้ามองดูแววตาของริวที่ดูดีใจที่แก้วยอมอยู่ต่อ

"เหรอแล้วเขาบอกแกว่าไงบ้างล่ะ" ริวสนใจสิ่งที่แก้วพูดออกมาให้เดชฟัง

"ก็ไม่นี่ แค่บอกว่าเบื่อ" หมอเดชยักไหล่

"แล้วร้องไห้ไหม" ริวมองดูเดชอยารู้ว่าเธอร้องไห้ให้เดชเห็นรึเปล่า

"ไม่นะ แล้วแก้วจะร้องไห้ทำไม" เดชส่ายหน้ามองดูริวอย่างงงๆ

"เปล่าๆ ตกลงอยู่ต่อใช่ไหม" ราเชนดูลุ้นมากกับคำตอบของแก้ว

"เออ อยู่ต่อ แต่แกต้องพาเขาไปเที่ยวบ้าง เขาบอกว่าไม่ชินกับการอยู่ในป่า" ทรงเดชหาเรื่องให้แก้วและริวได้มีโอกาสปรับความเข้าใจกัน

"เหรอ เรื่องเล็กน้อยฉันทำได้อยู่แล้ว" ริวรับปากอย่างง่ายๆ

"แล้วก็เลิกหาเรื่องชวนเขาทะเลาะด้วย" เดชดักทางริวต่ออย่างรู้ทัน

"เขาบอกแกเหรอ" ริวใจหายคิดว่าแก้วฟ้องเรื่องของเขา

"ฉันนี่แหล่ะบอก ฉันดูท่าทางเขาน่าจะทนแกไม่ได้ มากกว่าที่จะทนอยู่ในป่าในเขานะ เพราะแก้วไม่ใช่คนยึดติดกับในเมือง เธอชอบธรรมชาติซะมากกว่า แต่ที่เธอไม่กล้าบอกฉันตามตรงก็คงเพราะเห็นแกเป็นเพื่อนฉัน" เดชเองก็ฉลาดพอที่จะรู้ว่าหญิงสาวโกหก

และเขาก็อยากให้ริวรู้ว่าเขาเองก็ดูออกว่าหญิงสาวถูกกดดันจากใคร ทำไมเธอถึงคิดแบบนั้นริวหยักหน้า เขาเองก็ตั้งใจว่าถ้าหญิงสาวยอมตกลงเขาจะเริ่มทำดีกับเธอบ้าง เพราะเขารู้สึกเหมือนเป็นยักษ์เป็นมารเหลือเกิน ที่แกล้งให้เธอร้องไห้ ไข้ขึ้นขนาดนี้

"งั้นฉันไปก่อนนะ" พูดจบเดินก็ขอตัวเขาต้องขึ้นไปที่บ้านบนเขาเพื่ออยู่เป็นเพื่อนริน

"เออ ไปเถอะ ....แต่เดี๋ยว แก้วจะออกจากโรงพยาบาลได้เมื่อไร" แต่ก่อนที่เดชจะไปริวเอ่ยถามเรื่องของแก้วก่อน

"ก็พรุ่งนี้จะลงมาตรวจให้อีกที ถ้าไม่มีไข้แล้วก็ออกได้เลย"

"OK งั้นฝากบอกรินด้วยนะ" ริวพยักหน้ารู้สึกโล่งใจที่เธอกำลังจะหายดี เดชพยักหน้าแล้วเดินจากไป ชายหนุ่มเดินไปที่ห้องจะไปเฝ้าต่อแต่ไม่กล้าเข้า ได้แต่เดินไปเดินมาอยู่หน้าห้องเขากลัวว่าถ้าเข้าไปแล้วหญิงสาวจะร้องไห้อีกหรือไม่ก็อดไม่ได้ที่จะพูดจากระทบกระทั่งใส่เธอ

"จะเอาไงดีละเนี่ย" ชายหนุ่มเดินไปเดินมาอยู่สักพัก พยาบาลก็เริ่มมอง เขาก็เริ่มอาย เพราะทุกคนคงคิดว่าเขากับแก้วเป็นสามีภรรยากัน และก็ทะเลาะกันเลยไม่กล้าเข้าห้อง

"เอาว่ะ เป็นไงเป็นกัน" แล้วเขาก็ตัดสินใจเปิดประตูเดินเข้าไปหญิงสาวหันไปเห็นเขาก็ทำหน้าไม่ถูก

"ฉันรู้จากเดชแล้วนะ ว่าเธอจะอยู่ต่อให้" ชายหนุ่มรีบพูดก่อนที่เธอจะไล่เขาออกไปจากห้อง

"แหม ที่เวลาฉันขอให้อยู่ รีบปฏิเสธเชียวนะ แต่พอเป็นเดชเพื่อนฉันก็รีบรับปาก" ชายหนุ่มไม่วายพูดเชิงเหน็บเธอ

หญิงสาวหันไปมองหน้าเขาตาเขียวด้วยความหงุดหงิดที่เขาทำท่าทางจะดูถูก

เธออีกครั้ง ชายหนุ่มเองก็รู้สึกว่าตัวเองพูดแรงไป ก็รีบหันหลังกลับอยากจะตบปากตัวเองให้มันจำ แล้วก็เลิกพูดจากแรงๆ ใส่เธอเสียที เขาหายใจเข้าอีกครั้งแล้วหันกลับมาหาเธอเดินมานั่งที่โชฟา

"เห็นเดชบอกว่าพรุ่งนี้เธอน่าจะออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว" ชายหนุ่มพยายามหาเรื่องคุยดีๆ

แต่หญิงสาวไม่ตอบ

"ดีแล้วล่ะ ฉันก็สบายใจที่เธอหายสักที" ชายหนุ่มเดินเข้ามาหาเธอพยายามยิ้มให้

"จะได้กลับไปให้นายดูถูกอีกไง" หญิงสาวประชดเขา เขาพยายามหยิกตัวเองไม่ให้พูดจาแรงๆ ตอบกลับไป ให้หญิงสาวเสียใจอีก

"ยังไงก็ ขอบคุณนะที่อยู่ต่อ" คำขอบคุณแรกของเขาที่พูดให้กับเธอทำเอาหญิงสาวงง ว่าเขาจะมาไม้ไหนอีก

"ฉันอยู่เพราะน้องริน" หญิงสาวฝืนใจพูดกับเขา

"ก็นั้นแหล่ะ ฉันขอบใจมาก พักผ่อนเถอะ" ชายหนุ่มรีบพูดเร็วๆ เหมือนกลั่นกรองคำพูดดีๆ ออกมาจากปากไม่ค่อยเก่ง

หญิงสาวก็ล้มตัวลงนอนแบบงง ว่าเขาจะมาไม้ไหนอีก ชายหนุ่มเองก็รู้สึกโล่งใจ ที่เธอไม่ร้องไห้อีกครั้ง

กลับมาทางด้านณัฐและณี หลังจากที่ณัฐลงมาเยี่ยมแก้วที่โรงพยาบาลเขาก็มาหาซื้อของขึ้นไปให้ณีที่บ้านบนเขา รถคันหรูคันเดิมมาจอดที่หน้าบ้าน ณัฐเดินลงมาพร้อมกับถือถุงขนมและผลไม้ที่ซื้อมาส่งให้ป้าแอ๋ว แล้วเดินไปหาณีในห้องของรินอย่างรู้งานว่าเธออยู่ที่ไหน

"พี่ณัฐ สวัสดีค่ะ" รินทักทายเสียงสดใสเหมือนเดิม รู้สึกพักหลังเพื่อนของพี่ชายจะแวะเวียนมาหาบ่อยขึ้น

"สวัสดีจ๊ะน้องริน" ชายหนุ่มทักทายน้ำเสียงร่าเริงกลับ

"ทำไมมาบ่อยจังคะ" เด็กสาวหัวไวรีบล้อเลียนเขาทันที

"ก็พี่เห็นริวมันอยู่ในเมืองไม่มีใครมาดูน้องริน พี่เป็นห่วงเผื่อเกิดอะไรขึ้นจะได้ช่วยกันทัน" ชายหนุ่มซ่อนยิ้ม

"ห่วงรินเหรอคะ" เด็กสาวมองดูอย่างไม่อยากจะเชื่อหู

"ใช่จ๊ะ" คนถูกรู้ทันตอบพร้อมกับยิ้มอย่างมีเล่ห์นัย

"รินนึกว่ามีจุดประสงค์อื่น" เด็กสาวพูดอย่างรู้ความหมายที่ณัฐมา เพราะตั้งแต่เข้ามาก็มองแต่ณี ณีทำท่าจะเดินออกจาห้อง ก็ถูกณัฐขวางไว้

"จะไปไหนล่ะครับคุณณี" ชายหนุ่มอ้าแขนขวางทางเดินหญิงสาวเอาไว้

"ณีจะไปดูอาหารให้น้องรินคะ" หญิงสาวตอบแต่ไม่ยอมหลบสายตา

"เพิ่งบ่าย 3 โมงเอง รีบไปดูจัง นี่ครับ ผมซื้อมาฝาก" ณัฐยื่นถุงที่เขาถือเอาไว้แล้วส่งให้เธอ

"ฝากณีเหรอคะ" หญิงสาวรับมาแบบงงๆ มองดูของในถุง

"ครับ มันเป็นน้ำหอม กลิ่นนี้หอมมากนะ ผมชอบ ใช้ด้วยนะครับ" ชายหนุ่มกล่าวอย่างเอาแต่ใจ

"ขอบคุณค่ะ" แล้วณีก็เดินออกจากห้องไป ด้วยหัวใจที่พองโต ณัฐมองณีออกจากห้องไปจนลับตา แล้วก็มาสะดุ้งเมื่อเสียงน้องรินดังขึ้น

"พี่ณัฐคะ แล้วของรินล่ะคะ" เด็กสาวทวงของตัวเองบ้าง มาถึงขนาดนี้ทั้งทีจะไม่มีของกำนัลมาให้ได้อย่างไร

"นี่ของน้องรินครับ" ณัฐเดินมาพร้อมส่งถุงให้เด็กสาวรินแกะดูด้วยความตื่นเต้น

"ชุดสวยจังค่ะ" เธอทาบชุดที่ตัวด้วยความดีใจ

"ชอบไหม"

"ชอบซิคะ แบบนี้ค่อยยังชั่วหน่อย"  รินพูดเหมือนได้รับของกำนัลชิ้นใหญ่

"ทำไมล่ะ" คนซื้อให้ถามกลับอย่างสงสัย

"ก็ค่าปิดปากที่ใช้รินเป็นข้ออ้าง มาจีบพี่เลี้ยงของรินไงคะ" เธอพูดด้วยความภาคภูมิใจที่รู้ความลับของทั้งสองคน

"รู้มากนักนะเรา ไปกินขนมกัน พี่ซื้อมาเต็มเลย" แล้วณัฐก็เข็นรถของรินออกมา ที่

ระเบียงหน้าบ้านป้าแอ๋วจัดของว่างเสร็จพอดี หลังจากที่ณีรับของขวัญจากณัฐแล้วก็เดินขึ้นมาในห้องเธอเปิดน้ำหอมที่เขาซื้อมาให้ แล้วลองแตะแล้วสูดดม

"หอมจัง" หญิงสาวแตะลงบางๆ ที่ซอกคอ แล้วเก็บไว้ที่โต๊ะเครื่องแป้งอย่างดี ตามประสาคนมีระเบียบแล้วเดินลงมาสมทบกับรินที่ระเบียงหน้าบ้านป้าแอ๋ว รินและณัฐกำลังนั่งทานของว่างที่ณัฐซื้อเข้ามาอยู่ ณีเดินมาถึงก็ทรุดตัวนั่งลงข้างๆ

"ทานอะไรคะ น้องริน"

"ทานผลไม้คะ" เด็กสาวตอบเสียงระรื่น

"ทานได้ไหมครับ" ณัฐหันไปมองหญิงสาวที่นั่งข้างๆ รินด้วยแววตาเป็นประกาย

"ทานได้ค่ะ ทำไมคะ" ณีพยักหน้าพลางหยิบผลไม้เข้าปาก

"ก็ผมกลัวว่าจะผิดหลักโภชนาการนะ" ณัฐชาพูดเหมือนไม่มีความรู้ด้านโภชนาการ

"ไม่ค่ะ ทานผลไม้เยอะๆ นะดีต่อสุขภาพนะ" หญิงสาวพาซื่อตอบ

"เหรอครับ แบบนี้คุณณีคงดูแลสุขภาพตัวเองน่าดูเลย" ชายหนุ่มทำท่าทางชวนคุย สนใจกับอาชีพของหญิงสาว

"ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกคะ แต่เราต้องดูแลตัวเองก่อนที่จะไปดูแลคนอื่น ถ้าเราดูแลตัวเองไม่ได้ ก็ดูแลคนอื่นไม่ได้"  หญิงสาวพูดด้วยแววตาเป็นประกายเมื่อพูดถึง หลักการของเธอที่ยึดหมั่นมานาน

"ผมอยากเป็นคนที่ถูกคุณดูแลจัง" ณัฐพูดออกมาอย่างไม่อาย แต่คนที่ฟังถึงกับสำลักน้ำที่ดื่มเข้าไป คารมของเขาช่างดีนัก สมกับที่เป็นเสือผู้หญิง แม้แต่รินเองก็ยังวางหน้าไม่ถูกที่ได้ยินณัฐพูดจาจีบณีอย่างชัดเจน

"คุณรินคะ ป้าว่าอากาศเริ่มเย็นแล้ว เข้าบ้านเถอะคะ" ป้าแอ๋วเอ่ยชวนรินเพื่อ

เปิดทางให้สองคนที่คุยกัน

"ดีค่ะ รินก็รู้สึกเย็นๆ" รินเองก็เห็นด้วย เธอเองก็ขี้เกียจฟังคารมเลี่ยนๆ ของณัฐ

"น้องรินไม่สบายรึเปล่า" ณีคิดว่ารินไม่สบายจริงๆ ก็รีบถามไถ่อาการด้วยความเป็นห่วง

"ไม่หรอกคะพี่ณี พี่ณีนั่งไปก่อนเถอะ รินไปอ่านหนังสือข้างในดีกว่า เดี๋ยวไม่สบาย" เด็กสาวออกตัวแล้วหันไปพยักหน้ากับหญิงสูงวัย

แล้วป้าแอ๋วก็พารินเข้าไป ใจหนึ่งณีก็อยากตามไปด้วย แต่จะทิ้งณัฐไว้ก็คงจะดูน่าเกลียด เธอจึงจำใจนั่งต่อณัฐได้กลิ่นอ่อนๆ ของน้ำหอมที่เขาซื้อให้ เขาจำกลิ่นได้

"หอมจัง คุณณีใช้แล้วเหรอครับ" คนซื้อให้ใจชื้นหน้าบาน

"เออ...คะ ณีลองดมดูนะคะ" เธอรู้สึกอายที่เขารู้ว่าเธอใช้แล้ว เพราะมันดูเหมือนเธอเห่อของวัญที่เขาซื้อให้เอามากๆ

"ชอบไหมครับ" ชายหนุ่มองดูหญิงสาวแววตาเป็นประกาย

"ค่ะ หอมดี" หญิงสาวพยักหน้าตอบด้วยความเขิน

"ใช้เฉพาะวันที่ผมมาหาเท่านั้นนะครับ" ชายหนุ่มหว่านคำหวานต่อเนื่อง

"เอะ..ทำไมละคะ" คนไม่ทันเกมเงยหน้าถามกลับ

"ก็ผมจะได้กลิ่นคนเดียวไง" แล้วเขาก็ขยับตัวเข้ามานั่งใกล้ๆ เธอ หญิงสาวทำท่าจะขยับตัวหนี แต่ณัฐก็ไวพอที่จะจับเธอเอาไว้ให้นั่งที่เดิม "จะไปไหนล่ะ"

"จะทำอะไรคะคุณณัฐ" หญิงสาวดึงมือของชายหนุ่มออก แล้วมองซ้ายมองขวา

เหมือนกลัวใครจะมาเห็นเข้า

"ผมขอดมหน่อยซิ ว่าคุณตัวหอมขนาดไหน อุตส่าห์ใช้ จะไม่ให้คนซื้อได้ชื่นชมเลยเหรอ" และด้วยความรวดเร็ว ณัฐก็ซุกใบหน้าไปที่ซอกคอของเธอสูดดมความหอมจากน้ำหอม และกลิ่นกายอ่อนๆ ของเธอท่าทางที่เขารุกเธอ มันช่างดูชำนาญ สายตาเหมือนเสือกำลังมองเหยือด้วยความหิวกระหาย

จนหญิงสาวรู้สึกว่าตัวเองกำลังเป็นเหยื่อให้เสืออย่างเขาตะครุบเธอรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง ไม่แน่ใจว่าณัฐจะมาไม้ไหนกับเธอ แล้วทำไมอยู่ๆ ณัฐถึงสนใจเธอขึ้นมาระหว่างที่หญิงสาวกำลังคิดอยู่ด้วยความเคลิบเคล้มชายหนุ่มก็เริ่มลืมตัว มือของเขาโอบกอดหญิงสาว ใบหน้าที่ตอนแรกแค่สูดดมก็เปลี่ยนเป็นจูบเม้นที่ซอกคอของเธอ เขารู้สึกอยากจะสัมผัสเธอมากกว่านี้

"อ่ะ...คุณณัฐอย่าคะ" หญิงสาวตื่นจากภวงค์ รีบร้องห้าม พยายามเบี่ยงตัวหนี

"คุณณี คุณหอมจัง" ชายหนุ่มบ่นพึมพำอย่างลืมตัว หญิงสาวตัวหอมจริงๆ ทำไมเขาถึงไม่เคยเห็นเธออยู่ในสายตา

"คุณณัฐค่ะ อายน้องรินกับป้าแอ๋วบ้างเถอะคะ มันดูไม่งาม" คนไม่ไวไฟออกปากเสียงสั่นๆ

"ผมอยากกอดคุณ" ณัฐยังคงรุดหน้าต่อ หญิงสาวเองก็ไม่รู้จะปัดป้องตัวเองยังไง เพราะเธอเองก็เคล้มไปกับสัมผัสของเขา

"อย่านะคะ ณีเสียหายนะคุณทำแบบนี้" หญิงสาวเริ่มกลัวใจชายหนุ่มจะรังแกเธอมาไปกว่านี้

"ไม่หรอกคนกับเองทั้งนั้น" ชายหนุ่มหน้าด้านตอบ ในบ้านนี้ใครๆ ก็เปิดทางให้เขาเข้าหาเธอ

"อย่าพูดแบบนั้นซิคะ คุณมีผู้หญิงมากมาย ทำแบบนี้ณีก็เป็นแค่.." เธอกลัวว่า

เธอจะเป็นแค่ทางผ่าน เธออยากมีความหมายกับเขามากกว่านี้มากกว่าผู้หญิงทุกคนที่เข้ามาในชีวิตเขา

"แค่อะไรครับ" คนเจ้าชู้ถามกลับ มองใบหน้างามที่หลบเลี่ยงสายตาของตน

"แค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่มีค่าอะไร" คำพูดของเธอทำให้เขาชะงัก เขาไม่กล้าทำต่อเพราะอย่างน้อยณีก็ไม่เหมือนผู้หญิงทั่วไปที่ผ่านเข้ามาในชีวิต และยังเป็นคนของเพื่อนสนิทเขา ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาแล้วเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะจริงจังกับเธอรึเปล่า มันจะมีผลกระทบกับหลายฝ่าย

"คุณณี คุณชอบผมใช่ไหม" เขาหยุดรุกเร้าเธอเปลี่ยนเป็นถามคำถามเดิมที่ยังไม่ได้คำตอบ แต่ก็ไม่ได้รุกเร้าเธอต่อ แค่กอดเธอไว้ไม่ให้หนีไปไหน

หญิงสาวเงียบไม่กล้าตอบ

"ตอบมา ไม่งั้นผมจะทำแบบเมื่อกี้อีก" ชายหนุ่มพูดจริงทำจริง

"อย่านะคะ ก็ได้คะ ณี เออ...ชอบ.." หญิงสาวลังเลที่จะบอกคำตอบแก่เขา แต่ก่อนที่เธอจะพูดออกไป รถของเดชก็เขามาจอดที่หน้าบ้าน

"คุณเดช" เสียงเรียกของเธอทำเอาเขาชะงักแล้วหันไปมองเหมือนระฆังช่วยไว้ ณีรีบลุกจากที่นั่งแล้วเดินไปหาเดชที่รถทันที

"อะไรเนี่ย กำลังเข้าได้เข้าเข้มเลย" ณัฐส่ายหน้าอย่างเสียดายแล้วก็ลุกเดินตามหญิงสาวไปหาเดชที่รถ

"สวัสัดีครับคุณณี" เดชทักทายณีที่เดินเข้าไปหาเขาด้วยความรวดเร็วจนแปลกใจ

"มาแล้วเหรอคะคุณเดช แก้วเป็นไงบ้าง" เณริณีพยายามปรับเสียงทักทายให้เป็นปกติที่สุด

"ดีขึ้นแล้วครับ พรุ่งนี้ก็ออกจากโรงพยาบาลได้" หมอหนุ่มตอบพร้อมกับส่งข้าวของที่ซื้อมาฝากให้กับเณริณีเอาไปเก็บ

"แล้วคุณเดชต้องไปตรวจแก้วอีกรึเปล่าคะ" หญิงสาวเอ้ยถามเหมือนไม่แน่ใจ

หวั่นจะต้องอยู่ลำพังกับชายหนุ่มไวไฟอีก

"ตอนแรกก็ว่าจะไป แต่คิดว่าคงไม่แล้วละ คงไม่เป็นอะไรแล้ว หมอที่โรงพยาบาลบอกว่าถ้าไข้ไม่ลดจะโทรมาบอกผมอีกทีนะ" หมอหนุ่มตอบโดยไม่รู้ความหมาย

"เหรอคะ ดีจัง แล้วนี่หอบอะไรมาอีกคะ" ณีถามเมื่อเห็นเดชหยิบกระเป๋าออกจากรถสองสามใบ

"ผมจะมานอนทีนี่นะ มาดูน้องริน แทนเจ้าริวมัน"

"งั้นเดียวณีไปบอกให้ป้าแอ๋วจัดห้องให้นะคะ"  แล้วหญิงสาวก็เดินเข้าบ้านไป ด้วยความรู้สึกโล่งอกที่เธอจะได้ไม่ต้องอยู่กับณัฐตามลำพัง

"ใจตรงกันเลยนะ ฉันก็มาดูน้องริน" ณัฐชากล่าวด้วยใบหน้าหงุดหงิดหน่อยๆ

"แน่ใจเหรอ เท่าที่เห็นเมื่อกี้ แกมาดูคนอื่นมากกว่านะ" เดชหันไปมองเจ้าของเสียงที่เข้ามาทัก เพราะมาทันพอที่จะเห็นอะไรดีๆ

"ก็ว่าไป" ณัฐสอดมือล้วงกระเป้าแล้วผิวปากอย่างอารมณ์ดี

"แกนี่ คุณณีเขาเรียบร้อยอ่อนหวาน แกจะทำอะไรว่ะ" เดชมองดูณัฐอย่างไม่แน่ใจ เพราะเชาเห็นชัดเจนตอนที่เขาขับรถเข้ามาจอดมาว่าเพื่อนกำลังนั่งโอบกอดณีอยู่และยังทำสายตาเจ้าชู้อีกด้วย

"ไม่ได้ทำอะไรนี่" ณัฐยักไหล่เขายังไม่ได้ทำอะไรเธอจริงๆ

"ก็ฉันเห็นอยู่ ชอบเขาเหรอ" หมอหนุ่มจ้องมองอย่างจับผิด

"ก็สนใจอยู่นะ" ณัฐตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้

"เขาไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นที่แกเคยคั่วมานะ จำไวด้วย เดี๋ยวจะเข้าหน้ากันไม่ติด" เดชเตือนณัฐจะทำตัวเป็นพ่อปลาไหลจนต้องปิดใจกับริว

"เออๆๆ รู้แล้ว" ณัฐพยักหน้าเขารู้ดีเพราะถ้าไม่คิดแบบนั้นเขาก็คงพาเธอเข้า

โรงแรมไปแล้วตั้งแต่วันที่เธอเมา

"แล้วนี่มาค้างเหรอ" เดชมองดูณัฐที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะกลับดูเหมือนจะติดลมอยากคุยกับเขาต่อด้วยซ้ำไป

"ฉันเหรอ ตอนแรกก็ว่าไม่ แต่เห็นแกมา กะว่าค้างด้วยดีกว่า จะได้นั่งดื่มกันด้วย"

                "ดีเหมือนกัน ไม่ได้ดื่มกับแกนานแล้ว มีที่เชียงใหม่คราวนี้มีแต่เรื่อง คนนั้นป่วย คนนี้ป่วย" ทรงเดชยกมือขึ้นตบบ่าเพื่อนสนิท

"ดี งั้นเข้าบ้านเถอะ" ณัฐคว้ากระเป๋าของเดชขึ้นมาช่วยถือไว้ แล้วพากันเดินเข้าบ้าน

ขณะที่สองชายกำลังเดินเข้าบ้าน หญิงสาวที่กำลังนั่งทอดอารมณ์อยู่บนรถเข็น เธอเห็นเดชถือกระเป๋าเข้ามาในบ้านก็หัวใจพองโต พี่เดชของเธอจะมาค้างที่นี่ เด็กสาวละสายตาจากหนังสือแล้วแอบมองชายหนุ่มอยู่นาน จนเขาเข้ามาในบ้าน

หญิงสาวตื่นขึ้นมาอีกครั้งในยามดึก เธอหันไปเห็นชายหนุ่มกำลังนอนเหยียดขาอ่านหนังสืออยู่ที่โชฟา เขาได้ยินเสียงเตียงของเธอขยับ ก็หันมามองเห็นหญิงสาวทำท่าจะลุกขึ้น ก็รีบปิดหนังสือแล้วเดินไปหา

"จะไปไหนนะ" ชายหนุ่มเข้าประครองหญิงสาวอย่างหวังดี

"ฉันจะไปห้องน้ำ ไม่ต้องประครองเดินไปได้" หญิงสาวสะบัดตัวออก

"ก็เธอไม่สบายอยู่" ชายหนุ่มพยายามใจเย็น

"ฉันดีขึ้นแล้ว ปล่อย" หญิงสาวพูดเสียงเข้ม ชายหนุ่มจึงปล่อย เขาไม่อยากมีปากเสียงกับเธอไปมากกว่านี้ เขาคิดว่าตอนนี้เธอกำลังอ่อนแอ ทั้งร่างกายและจิตใจหญิงสาวเขาไปสักพักก็เดินออกมา ยืนที่ริมหน้าต่างมองดูบรรยากาศของเชียงใหม่ยามค่ำคืน

"สวยดีจัง" หญิงสาวพึมพำออกมา ชายหนุ่มเดินเข้ามาใกล้ๆ แต่เขาไม่ได้มองดูบรรยากาศ เขามองดูเธออยู่

หญิงสาวหันกลับไปก็ชนกับเขาเข้าอย่างจังจนเธอเซ เขาตกใจกลัวเธอจะล้มก็รีบประครอง

"ปล่อย"

"ไม่ปล่อย" เขาอดไม่ได้ที่จะแกล้งเธอ เขาช้อนตัวเธอขึ้นมาอุ้มไว้

"นี่นาย ปล่อยฉันนะ" หญิงสาวพยายามดิ้น

ชายหนุ่มอุ้มเธอมาวางลงที่เตียงนอน แต่ยังไม่ถอนมือออกจากตัวเธอ จึงเหมือนเขากำลังกอดเธออยู่บนเตียง หญิงสาวหลับตาเบี่ยงหน้าหนี ใจของเธอเต้นแรงเมื่อเขาอยู่ใกล้ๆ เธอกลัวว่าเขาจะปล้นจูบเธออีก หรืออาจจะทำอะไรมากกว่านี้

"กลัวเหรอ" ชายหนุ่มถามซ่อนรอยยิ้มไว้ภายใต้ใบหน้าที่เคร่งขรึมของเขา แล้วเขาก็นึกถึงคืนที่เขาจูบเธอ เขาอยากจะจูบเธออีกทำไมนะ เขาถึงติดใจรสจูบของเธอแบบนี้ทั้งที่เธอก็จูบตอบสนองเขาแบบไม่ได้เรื่อง

"เปล่า" หญิงสาวพยายามบังคับเสียงให้เป็นปกติที่สุด

"แล้วหลบหน้าหนีทำไม" คนอยากจ้องตาถามกลับ

"ฉันขยักแขยงนาย" หญิงสาวฝืนหันหน้ามาเผชิญหน้าเขาตรงๆ พูดช้าๆ ชัดๆ ใส่หน้าเขา ซึ่งตรงกันข้ามกับความรู้สึกจริงๆ ของเธอ

ชายหนุ่มพยายามสงบอารมณ์ไม่ให้โกรธที่เธอพูดแบบนั้นออกมา เขายังคงกอดเธออยู่ และขยับตัวให้กอดแน่นขึ้น

"อย่านะ จะทำอะไรนะ" เธอพยายามขยับตัวให้ออกห่างจากเขา แต่ก็ทำไม่ได้เธองงกับท่าทีของเขา ทำไมถึงมาทำเป็นอ้อนเธอแบบนี้

"ขอนอนด้วย" ชายหนุ่มซุกหน้าลงมาที่อกนุ่มของเธอ เหมือนกำลังซบอกมารดา หญิงสาวตัวแข็งด้วยความตกใจ ใจของเธอเต้นไม่เป็นจังหวะ จนเธอกลัวว่าเขาจะได้ยินใบหน้าของเธอแดงและร้อนผ่าว เหมือนตอนมีไข้เขาเองก็รู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยไปกว่าเธอ

"อะ..อะไรของนายนะ" หญิงสาวพยายามเรียกชายหนุ่ม เพราะเขากำลังเลื่อนใบหน้าขึ้นมาใกล้เธอมายิ่งขึ้น

"อย่าทำอะไรบ้าๆ นะ" เสียงเธอสั่น เธอเริ่มบังคับเสียงของตัวเองไม่ได้

"นาย..อุบ.." ก่อนที่หญิงสาวจะเปล่งคำพูดออกมา ก็ถูกปิดด้วยปากของเขา เขาจูบเธออย่างไม่อาจห้ามใจตัวเองได้ เขาสอดลิ้นเข้าไปในช่องปากของเธอเกี่ยวกระหวัดเล่นกับลิ้นของเธอ นำเธอเกี่ยวเล่นกับลิ้นของเขา ช่างหวานเหลือเกินจูบของผู้หญิงคนนี้

"อึ...อือ...อืม..." ชายหนุ่มครางอย่างพอใจ เขาตั้งใจตอนแรกแค่อยากจะจูบเธออีกสักครั้ง แต่ด้วยความหวานของรสชาดทำเอามือของเขาเริ่มขยับไปตามธรรมชาติ สองมือของเขาลูบไล้ทั่วหลังของเธอหญิงสาวเองก็สะท้านไปทั้งร่างกาย เธอรู้สึกอ่อนแรงทั้งๆ ที่อยากจะกรี๊ดร้องออกมา

นี่เธอกำลังจะถูกเขาลวนลามจริงๆ หรือนี่ ทำไมร่างกายของเธอถึงยอมตอบสนองเขาเป็นอย่างดี ลิ้นของเธอตอบโต้เขาเธอเริ่มกลัวในสิ่งที่จะตามมา กายของเธอเริ่มสั่น แล้วชายหนุ่มก็หยุด เมื่อรู้ว่าเธอสั่นด้วยความกลัว

"ไหนบอกรังเกียจไง ทำไมเรียนรู้ไวจัง" ชายหนุ่มกระซิบข้างหูเธอ รู้สึกสมใจที่ได้จูบเธออีกครั้งถึงแม้ว่าเธอจะพูดว่ารังเกียจ แต่ดูเหมือนร่างกายเธอจะไม่ได้รังเกียจเขาตามที่เธอพูด

หึ ผู้หญิงปากแข็ง

หญิงสาวกำมือแน่ด้วยความโกรธและอาย จะโทษเขาอย่างเดียวก็ไม่ได้ เพราะ

ร่างกายเธอ มันทรยศหญิงสาวหันหลังให้เขาแล้วนอนห่มผ้าด้วยความโมโหเจ็บใจตัวเองที่จูบตอบเขา อยากจะตัดลิ้นออกไปซะให้หายแค้น ทำไมนะ เราถึงได้ใจสั่น

และรู้สึกแบบนั้นกับผู้ชายคนนี้ คนที่เธอน่าจะเกลียดคนที่ทำให้เธอว้าวุ้นใจ ทำไมต้องใส่ใจนัก ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนเป็นผู้ชนะ ที่เขาแกล้งเธอสำเร็จเขาเดินไปที่โชฟา

แล้วก็ล้มตัวนอนลงอย่างมีความสุขโดยที่เขาไม่ได้ใส่ใจเลยว่าทำไมถึงอยากแกล้งเธอนัก

"สงสัยคืนนี้จะฝันดี" และเขาก็ไม่วายแหย่ประสาทเธอก่อนนอน

เช้าวันรุ่งขึ้น ชายหนุ่มตื่นขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวแต่เช้า แล้วมานั่งมองดูหญิงสาวที่กำลังหลับอย่างสบาย สักพักพยาบาลก็มาปลุกวัดไข้ให้กับหญิงสาว

"วันนี้ไม่มีไข้แล้วนะคะ กลับบ้านได้แล้วค่ะ" แล้วพยาบาลก็เดินออกไป ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนด้วยความรู้สึกโล่งใจ

"งั้นเธอก็เตรียมตัวเลยแล้วกัน เดี๋ยวฉันจะไปจัดการค่ารักษาก่อน" ชายหนุ่มหยิบกระเป่าแล้วทำท่าจะเดินออก

"ไม่ต้อง ฉันจะจัดการเอง" เธอไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณเขาเท่าไรนัก

"อย่าเลยเธอไม่สบายเพราะฉัน ฉันขอรับผิดชอบ" แล้วเขาก็เดินออกไปโดยไม่ฟังเสียงท้วงของหญิงสาวหลังจากทีเขาจัดการเรื่องค่ารักษาเสร็จ ก็เดินเข้ามาหาเธอในห้อง แต่หญิงสาวยังไม่ได้เปลี่ยนชุด เธอยังคงอยู่ในชุดของโรงพยาบาล ริวเดินเข้ามาก็แปลกใจ

"นี่จะไม่กลับเหรอ" ชายหนุ่มคิดว่าเธอจะแผลงฤทธิ์ประท้วงอะไรเขาอีก

"กลับซิ" หญิงสาวตอบสั้นๆ ตวัดสายตามองหน้าเขากลับ

"แล้วทำไมไม่เปลี่ยนชุดล่ะ" ชายหนุ่มองดูเธออย่างไม่เข้าใจ ไหนว่าอยากกลับแต่ไม่เปลี่ยนชุด

"ก็ฉันไม่มีชุดนี้ ตอนมายังไม่รู้เลยว่ามายังไง" หญิงสาวตอบมองดูตัวเองในสภาพ

สุดโทรมอย่างหงุดหงิดใจ

ชายหนุ่มก็ลืมนึกไป ว่าเขาไม่ได้เตรียมชุดเผื่อให้เธอกลับเขาเดินไปหยิบเสื้อกับกางเกงเลในกระเป๋าแล้วยื่นให้เธอ

"เอาไปใส่ซะ ฉันยังไม่ได้ใส่หรอก"

"ไม่เอาหรอก ฉันไม่อยากใส่เสื้อนาย" หญิงสาวทำท่าทางรังเกียจเสื้อผ้าของชาย

หนุ่ม

"ไม่ใส่ก็ได้ ก็เดินไปทั้งแบบนี้แหล่ะ หรือไม่ก็แก้ผ้าไป" ชายหนุ่มเองก็ไม่รู้จะช่วยเธอยังไง ในเมื่อเขาไม่ได้เอาชุดมาเผื่อเธอ

"นายนี่" หญิงสาวกัดปากชายหนุ่มไม่วายกวนประสาทเธอ

"จะใส่ไม่ใส่" ชายหนุ่มยืนยันหนักแน่นส่งเสื้อให้หญิงสาวอีกครั้ง

"...หึ..." หญิงสาวรับมาแล้วเข้าไปใส่ในห้องน้ำ สักพักเธอก็เดินออกมา พร้อมกับเสื้อตัวโคร่งๆ กับกางเกงเล เธอรวบผมที่มักจะปล่อยสยาย ใบหน้าสะอาดสะอ้าน ไม่มีเครื่องสำอางปกปิด ดูน่ารักไปอีกแบบ เขาเองก็เพิ่งสังเกตเห็น ว่าหน้าจริงของเธอดูเด็กกว่าอายุมากนัก

"เธอแต่งตัวแบบนี้แล้วสวยกว่าอีกนะ" ชายหนุ่มชมจากใจ

"ก็นายไม่ชอบผู้หญิงแต่งตัวจัดนี่ เวลาฉันแต่งแบบนี้นายก็ต้องพอใจเป็นธรรมดา" หญิงสาวเองก็อายพยายามพูดจากวนๆ แก้เขิน

"มันก็ใช่ แต่ฉันว่าผู้หญิงทุกคนสวยแบบธรรมชาติอยู่แล้ว ไม่ต้องแต่งมากหรอก"  

หญิงสาวไม่ตอบรู้สึกใจวูบวาบกับคำชมของชายหนุ่ม

"ไปเถอะกลับบ้านกัน" แล้วเขาก็เดินนำหน้าหญิงสาวไป


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha


อารมณ์ค้าง...อยากอ่านต่ออ่ะ
โดย Anonymous | 1 year, 2 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
บอกว่าอ่านฟรีแล้วจะให้เติมเหรีญทำไม่
โดย Anonymous | 1 year, 7 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
เติมเหรียญมะเป็นซวยละเรา😅
โดย Anonymous | 1 year, 9 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
น่ารักมากทำให้อารมย์คนอ่านเปนนางเอกแล้วค่ะ
โดย Anonymous | 2 years, 2 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
เติมเหรียญยังไง
โดย Anonymous | 2 years, 8 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
อ่านต่อไม่ได่อ่ะ
โดย Anonymous | 2 years, 10 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
ไม่ได้อะ
โดย Anonymous | 2 years, 10 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
อ่านแบบไม่ใช้เหรียญทำไงจะ
โดย Anonymous | 2 years, 10 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
งง เหรียญฟรี
โดย Anonymous | 2 years, 10 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha