บ่วงร้ายสัมพันธ์สวาท [จบแล้ว]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ตอนที่ 4 : ตอนที่ 2 [2] rewrite


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

        “ค่ะป้าอ่อน เวจะลองกลับไปคิดทบทวนดู” เวธการับปาก เพราะทุกวันนี้เธอก็เหนื่อยจนไม่รู้จะเหนื่อยอย่างไรแล้ว เหนื่อยกายไม่เท่าไหร่ แต่เหนื่อยใจนี่สิ มันทรมานเสียยิ่งกว่าอะไร ถูกใส่ร้ายสารพัด ทั้งๆ ที่เธอแทบไม่ได้ออกไปไหนเลย นอกจากไปหาซื้อข้าวของตามคำสั่งของย่าหนิม แต่ทุกครั้งที่ไปก็จะมีคนใช้ไปด้วยสองคน หรือไม่ก็ไปกับป้าอ่อนและคนขับรถ

        “ป้าอ่อน!” อิ๋งที่แอบฟังอยู่นานแล้วเดินออกมาขานเรียกด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์

        “นังอิ๋ง เอ็งอย่ามาทำหน้าทำตาแบบนี้ใส่ข้า”

        “ทำไมจะทำไม่ได้ แล้วป้าก็ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ ไปยุให้คุณเวหนีออกไปจากบ้านแบบนั้น” อิ๋งที่ไม่กลัวใคร เพราะมีเจ้านายอย่างศิวรรณคอยให้ท้าย มองไปที่หลานสาวย่าหนิมด้วยสายตาเกลียดชัง เพราะเวธกากำลังจะแย่งผู้ชายของเธอที่ทำงานในโรงสี

        “อิ๋ง มองฉันแบบนี้หมายความว่าไง” เวธกาถามเสียงเรียบ ทีแรกก็ไม่อยากจะถามหรอก แต่เพราะสายตาที่สาวใช้มองมานั่นมันทำให้เธอคิดสงสัยว่าอิ๋งจะมาเกลียดเธอทำไม ในเมื่อเธอไม่ได้ไปทำอะไรให้เจ็บแค้น

        “คุณเวอย่าไปพูดกับคนชอบเลียอย่างแม่คนนี้เลยค่ะ ป้าว่าคุณเวไปหาข้าวหาปลากินเถอะ” ป้าอ่อนใช้มือดุนหลังเวธกาให้ออกไป เพราะไม่อยากให้มาถกเถียงกับเรื่องไม่เป็นเรื่องกับพวกคนใช้ที่คิดว่าตัวเองใหญ่คับเรือน เพราะมีเจ้านายคอยถือหาง

        “ป้าอ่อน! นี่ป้าว่าฉันเป็นหมาเหรอ”

        “เออ! แล้วเอ็งจะทำไม แล้วที่ข้าพูดมันก็จริง เพราะเอ็งมันชอบเลียแข็งขาเจ้านาย เพื่อหวังเงิน”

        “ก็ดีกว่าป้าแหละที่ทำงานจนจะแก่ตายอยู่แล้ว แต่เจ้านายก็ไม่รัก ผิดกับฉันที่มาทำงานไม่กี่ปี คุณศิรักฉันจะตาย” อิ๋งกอดอกยิ้มเย้ย

        “ข้าไม่สน ส่วนเอ็งรีบๆ ไปให้พ้นหน้าข้า แล้วถ้าเอ็งอยากจะเอาเรื่องที่ข้าพูดไปฟ้องใครก็ฟ้องไปเลย ข้าไม่กลัว!” แต่ขออย่างเดียวให้คุณเวธกาไปให้พ้นที่นี่ เพราะยิ่งอยู่ก็ยิ่งไม่มีความสุข

        “ฉันฟ้องแน่ ป้าเตรียมเก็บข้าวเก็บของออกไปจากที่นี่ได้เลย”

        “ข้าว่าเอ็งก็ด้วยล่ะมั้งที่ต้องเก็บข้าวเก็บของไปจากที่นี่” ป้าอ่อนยิ้มนิดๆ แล้วหันหลัง ไปทำงานในครัวต่อ โดยมีลูกมือเป็นหญิงคราวลูกอีกคนหนึ่ง ที่คนนี้ดีหน่อย ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด

        “ป้าอ่อนพูดอะไร”

        “อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าค่ำๆ มืดๆ เอ็งแอบออกไปไหน เอาสิไปฟ้องเลย ข้าจะได้บอกเรื่องเอ็งกับย่าหนิมด้วย เอ็งก็รู้ว่าย่าหนิมเกลียดเรื่องพวกนี้ ยิ่งเอ็งลักลอบไปดึกๆ ย่าหนิมยิ่งเกลียด” พูดจบแล้วป้าอ่อนก็สนใจกับงานของตัวเอง ส่วนอิ๋งก็เดินปึงปังออกไป ใจก็คิดว่าหากไม่มีเรื่องไปรายงานเจ้านาย มีหวังโดนตบแน่

 

 

        เผียะ!!

        “แกนี่มัน... เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ นังอิ๋ง” เสียงตบและเสียงต่อว่าด้วยอารมณ์ขุ่นมัวของศิวรรณกระทำต่อสาวใช้คนสนิททำให้ อิ๋งน้ำตาร่วง หน้าเสียไปเลย เพราะตนขึ้นมาบอกว่าไม่มีข่าวอะไรเลย แล้วป้าอ่อนก็ไม่ได้พูดอะไรด้วย เลยโดนฤทธิ์ฝ่ามือของเจ้านายไปหลายฉาด

        “เดี๋ยวอิ๋งไปสืบมาให้ใหม่นะคะคุณศิขา”

        “ถ้าคราวนี้แกสืบไม่ได้เรื่องอีก ฉันจะเอาขวดฟาดหัวแกแตกแน่นังอิ๋ง” พูดจบแล้วก็ถอยไปนั่งบนเตียง สีหน้าครุ่นคิด เนื่องจากมารดาไม่เร่งจัดการแม่หลานสาวสุดชังเสียที ทั้งๆ ที่ตนก็บอกไปแล้วว่ามันลักลอบคบหากับคนงานที่โรงสี

        “ได้เรื่องแน่ๆ ค่ะคุณศิ อิ๋งรับรอง” อิ๋งเช็ดน้ำตาแล้วก็คลานออกไป ตามคำสั่งของศิวรรณ ที่สั่งให้คนใช้ทุกคนต้องคลานมาหาตน รวมถึงเวธกาด้วย

        “เดี๋ยว!

        “คุณศิมีอะไรจะใช้อิ๋งเหรอคะ” อิ๋งคลานกลับมานั่งใกล้ๆ รอคำสั่ง

        “ฉันมีงานให้แกทำ”

        “คุณศิสั่งมาได้เลยคะ อิ๋งยินดีทำตามคำสั่งคุณศิทุกอย่าง” อิ๋งรับคำแข็งขัน ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้อีกนิด แล้วก็พยักหน้ากับคำสั่งของผู้เป็นเจ้านาย

        “ไปบอกนายก้านให้เตรียมรถไว้ให้ฉัน ฉันจะขับเอง แล้วแกก็ไปกับฉัน” พูดจบศิวรรณก็เปิดกระเป๋าหยิบเงินแบงก์สีเทาออกมาสองใบแล้วส่งให้สาวใช้ “แกเอาไปพันหนึ่งแล้วที่เหลือก็เอาไปให้คนงาน”

        “ได้ค่ะคุณศิ” อิ๋งรับเงินมาด้วยใบหน้าเบิกบานต่างจากเมื่อครู่ลิบลับ ก่อนจะรีบเปิดประตูลงไปเรียกให้นายก้านเตรียมรถ มาจอดไว้ข้างตึก กระทั่งศิวรรณลงมาแล้วก็เจอกับมารดาที่กำลังมองมาอย่างสงสัย

        “นั่นหล่อนจะออกไปไหน แม่ศิ”

        “ศิว่าจะออกไปหาซื้อของใช้นิดหน่อยค่ะคุณแม่”

        “จะขับรถไปเองรึ ถึงได้สั่งให้นายก้านเอากุญแจรถมาให้” ย่าหนิมนึกห่วง ลูกสาวไม่น้อยที่จะขับรถเอง เพราะเจ้าตัวเพิ่งจะหัดขับได้ไม่นาน แม้จะคล่องแล้ว แต่ถ้าขับออกไปถนนใหญ่อาจเกิดอันตรายเอาได้       

        “ค่ะคุณแม่ เดี๋ยวศิไปก่อนนะคะ จะได้รีบไปรีบกลับ”

        “งั้นก็ขับให้ระวังๆ หน่อยแล้วกันนะแม่ศิ”

        “ค่ะคุณแม่” ศิวรรณเข้าไปใกล้มารดาแล้วยกมือไหว้ ตาก็เหลือบไปเห็นหลานสาวกำลังขนต้นไม้อยู่ไม่ห่าง

        “ว่าแต่คุณแม่จะไม่จัดการยัยเวหน่อยเหรอคะ ศิว่าปล่อยไว้แบบนี้ไม่ดีแน่ๆ เกิดมันหนีตามคนงานไป คุณแม่จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”

        “ฉันขี้เกียจไปต่อว่า แล้วถ้ามันใฝ่ต่ำอยากได้ผัวเป็นคนงานก็ปล่อยมันไป ไหนๆ ฉันก็อับอายขายหน้าชาวบ้านละแวกนี้ไปไม่รู้กี่รอบแล้ว จะโดนอีกสักรอบจะเป็นไรไป”

        “นี่คุณแม่กำลังจะรื้อฟื้นเรื่องของศิเหรอคะ”

        “ฉันไปพูดถึงตอนไหนแม่ศิ หล่อนอย่ามาหาความฉัน แล้วจะรีบไปซื้อของก็ไปเถอะ แล้วอย่ากลับให้มันมืดค่ำนัก คนสมัยนี้ไว้ใจได้ที่ไหนกัน”

        “ค่ะคุณแม่” ศิวรรณบอกเสียงกระแทกกระทั้น แล้วหันไปสั่งให้อิ๋งขึ้นรถด้วยน้ำเสียงห้วนจัด จากนั้นก็ขับรถออกไปยังบ้านร้างหลังหนึ่ง ห่างไกลบ้านคน แต่เมื่อมาถึงแล้วคนที่นัดไว้ก็ไม่มาเสียที จนศิวรรณเริ่มหงุดหงิด

        “นังอิ๋ง!! เมื่อไหร่มันจะมา”

        “ใจเย็นๆ นะคะคุณศิขา เดี๋ยวก็คงจะมาค่ะ” ตอบจบแล้วก็เดินออกไปยืนมองหน้าบ้าน รอให้คนงานหนุ่มมาพบ หลังจากตนเพิ่งโทรไปนัดให้ออกมาพบที่บ้านร้างแห่งนี้ แต่รอมาเกือบยี่สิบนาทีแล้วอีกฝ่ายก็ยังไม่มา

        “ฉันไม่รอมันแล้ว!” ศิวรรณเดินหน้าบูดบึ้งออกไปขึ้นรถ ทว่ายังไม่ทันปิดประตูรถเสียงรถก็มอเตอร์ไซด์ก็ขับเข้ามาแล้ว ศิวรรณมองด้วยหางตา แล้วเหยียดปากใส่ เพราะคนงานที่มานั่นหน้าตาก็ดีอยู่หรอก แต่ติดที่ผิวคล้ำ ตัวเหม็นบุหรี่ แต่เพราะต้องการใช้งานมันเลยต้องทน ก่อนจะสั่งงานมันพร้อมเสนอเงินให้ห้าพัน

        “น้อยเกินไปหรือเปล่าคุณนาย”

        “ก็แล้วแกจะเอาหรือไม่เอา ถ้าไม่เอาฉันจะได้ให้นังอิ๋งไปหาคนอื่นมาทำแทน”

        “เอาครับคุณนาย แล้วคุณนายจะให้ผมเริ่มงานเมื่อไหร่”

        “เดี๋ยวฉันจะให้นังอิ๋งมาบอกแกเอง นังอิ๋ง เอาเงินให้มันสิ” จบคำสั่งของผู้เป็นนาย อิ๋งก็เอาเงินหนึ่งพันส่งให้ แล้วให้มารับที่เหลือตอนงานเสร็จ ก่อนจะแยกย้ายกัน โดยที่อิ๋งก็ทำตาละห้อย ไม่อยากจากคนงานหนุ่มไป ที่แม้มันจะไม่หล่อ แต่ก็ถือว่าหน้าตาดีใช้ได้ แถมหุ่นก็กำยำล่ำบึก


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha