[จบ] จังหวะรักมาเฟีย I ( Mafia's Rhythms Of Love )

โดย: รุ่งอรุโณทัย



ตอนที่ 3 : ชีวิตประจำวัน (ต่อจากนี้)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

  





273x387

  




 







III

< ชีวิตประจำวัน (ต่อจากนี้) >


เช้าของอีกวันของหนูนา  รถไฟใต้ดินเป็นยานพาหนะที่เธอใช้เดินทางจากหอพักไปสตูดิโอเหมือนอย่างทุกวัน  นิวยอร์กเป็นเมืองใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกาความเจริญมากที่สุด เมืองที่ไม่เคยหลับไหลซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจรวมถึงบันเทิง แต่สำหรับหนูนาตั้งแต่เธอได้เป็นสมาชิกเมืองที่ไม่เคยหลับใหลชีวิตต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดต้องประหยัดและต้องหางานที่สามารถเรียนไปด้วยได้นั้นเวลาในแต่ละวันของเธอก็ไม่พออยู่แล้ว  เธอมีเป้าหมายในชีวิตสำหรับเด็กกำพร้าที่ไม่รู้จักพ่อแม่  เติบโตมาในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้บั่นทอนชีวิต กับเป็นแรงกระตุ้นให้เธอต้องเติบโตมาอย่างคนมีคุณภาพ และปัจจุบันเธอก็สามารถมาเรียนต่อระดับปริญญาโทที่อเมริกา อีกสองปีเท่านั้นเธอบอกกับตัวเองว่าเธอต้องทำให้ได้

หนูนาเมื่อมาถึงสตูดิโอก็จัดการงานตามหน้าที่ แต่วันนี้เธอได้หอบหิ้วถุงอาหารมื้อเช้าสำหรับกลุ่มศิลปิน  

“ไม่แน่ใจว่าปกติพวกเขากินอะไรเป็นมื้อเช้า เอาน่า!...ถือซะว่ากองทัพต้องเดินด้วยท้อง มี ดีกว่าไม่มีอะไรเลย” คิดได้แบบนั้นก็จัดวางทุกอย่างที่โต๊ะกลางตรงมุมโซฟาที่ทั้งเธอและกลุ่มศิลปินชอบมานั่งพักผ่อนและนั่งคุย เพราะมุมนี้จะอยู่ริมห้องใกล้หน้าต่างเห็นวิวแห่งนครนิวยอร์ก และหยิบกระดาษเขียนอะไรบางอย่างวางไว้ที่โต๊ะและคว้าเป้ออกจากห้องไป

“WOW!!!!”  ทันทีที่ปีเตอร์ผลักประตูสตูดิโอเข้ามาก็ได้ยินเสียงของพอล กับเห็น ไรอัล ยืนกอดอกมองบางสิ่งที่วางอยู่และกระดาษ...............

“สวัสดีตอนเช้าค่ะ  นีน่าขอโทษค่ะ เมื่อวานไม่ได้แจ้งให้ทราบว่าช่วงสายวันนี้  มีเรียน ขออนุญาตนะคะ ถ้าหากพวกคุณต้องการทานมื้อเที่ยงที่นี้ รบกวนแจ้งให้ทราบได้ที่....ตามเบอร์นี้นะคะ ทานอาหารเช้าให้อร่อยนะคะ  

นีน่า”

หลังจากที่อ่านแล้วปีเตอร์นั่งลงทันที และเริ่มจัดการกับอาหารตรงหน้าไม่ได้พูดอะไรกับสองหนุ่มที่ยืนมองพฤติกรรมของเขาอย่าง งงๆ แต่ก็นั่งลงและจัดการกับอาหารเช่นเดียวกัน แต่เมื่อสองคนเริ่มให้ความสนใจกับอาหารตรงหน้า ปีเตอร์ก็หยิบกระดาษโน้ตโดยที่อีกสองหนุ่มไม่ทันสังเกตและเป็นที่สนใจเลย

ในห้องเรียนของหนูนา จู่ๆโทรศัพท์ของหนูนาก็สั่นเป็นสัญญาณข้อความเข้า  “พวกเรารอมื้อเที่ยงจากหนูนา ตามสบาย” ข้อความเพียงเท่านี้ หนูนาก็รู้ได้ทันทีว่ามาจากใคร แต่ที่ทำให้หนูนาจ้องตาไม่กะพริบคือคำว่า ‘หนูนา’ เป็นภาษาไทย ครั้งแรกที่ได้ยินจากปากของนักร้องนำของวง และนี้ก็เป็นข้อความอีกได้แต่เก็บความสงสัยไว้ก่อนและบ่นกับตัวเอง “ไม่ได้...ไม่ได้.!! ตั้งใจเรียนสิยายหนูนา” 

เมื่อจบชั่วโมงหนูนาก็รีบเก็บของ และกล่าวลาขอตัวกับเพื่อนร่วมคราสต่างชาติอีกหลายคน ไม่มีใครที่นี้ทราบว่าเธอทำงานที่ค่ายเพลงดังของที่นี้ และเธอก็ไม่คิดจะบอกให้ชีวิตต้องวุ่นวาย ทุกคนทราบเพียงว่าเธอมีงานพาร์ททามเท่านั้น

🎸🎤🎶🎼

หนูนาเคาะประตูเป็นสัญญาณพร้อมผลักประตูเข้าไปอย่างไม่ต้องรอขออนุญาต หนูนาเข้ามากับสัมภาระเต็มมือ ทุกคนอยู่ในห้องซ้อมประจำตำแหน่งของแต่ละคน แต่ “เอ๊ะ!.” เพลงนี้ไม่เคยได้ยิน คงเป็นเพลงใหม่สินะหนูนาหันไปมองแค่แว็บเดียวก็จัดการหน้าที่ของตัวเอง  เมื่อทุกคนในห้องซ้อมเห็นเธอตั้งแต่เดินเข้ามาแต่ก็ยังซ้อมกันต่อ แต่เมื่อเธอจัดเตรียมมื้อเที่ยงเรียบร้อยต่างก็ออกจากห้องซ้อม แต่ยังพูดคุยกันถึงแนวดนตรีสำหรับเพลงใหม่

“สวัสดีค่ะทุกคน ทานให้อร่อยนะคะ” ทักทายเท่านั้น และกำลังจะเดินออกไปยังทิศทางของประตู ปล่อยให้พวกเขาทานมื้อเที่ยงกันตามสบาย ก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงที่สุดแสนจะห้วนเยือกเย็นยังกับน้ำแข็งขั้วโลกราดลงบนศีรษะ “จะไปไหน?!!!” 

“ไปพบคุณเอียนค่ะ” ตอบเท่านั้น และกำลังจะก้าวเท้าออกไปตามความตั้งใจแรกก็ต้องชะงักอีกครั้ง “ไปนานเหรอเปล่า?” คำถามที่สอง น้ำเสียงไม่ต่างกันเท่าไหร่ตามสวนกลับมาทันที แต่คราวนี้สำหรับคำถามนี้ทุกคนหยุดการสนทนาระหว่างกันทันทีทำให้ทั้งห้องเงียบสนิท เมื่อสมาชิกในวงต่างก็หันไปมองเจ้าของคำถามเมื่อสักครู่ เพราะทุกคนต่างคิดตรงกันโดยไม่ต้องนัดหมาย  การกระทำที่แปลกอีกอย่างของปีเตอร์ ปกติเขาเป็นคนที่ทุกคนเข้าถึงยากแต่ก็เข้าใจได้ เพราะร่วมงานกันมานานและเป็นที่ทราบกันดีว่านักร้องนำคนนี้แทบจะไม่เปิดบทสนทนากับใครก่อน แต่พฤติกรรมหลายอย่างสองวันมานี้ของปีเตอร์ทำให้ทุกคนคิดว่า เขาอาจจะกำลังจะกลายมาเป็นมนุษย์แล้วมั้ง

“ไม่นานค่ะ คุณต้องการอะไรเพิ่มเหรอเปล่าคะ?” หนูนาตอบคำถามพร้อมตั้งคำถามกลับ เพราะเริ่มจะไม่ค่อยเข้าใจ นายปีเตอร์คนนี้ยังไงก็ไม่รู้ แต่ก็แค่คิดว่าเขาคงอยากได้อะไรเพิ่มมั้ง...แต่สิ่งที่หนูนาเห็นตอนนี้ คือสีหน้าที่เหมือนเมื่อวานก่อนที่เขาจะผลุนผลันออกไป  “อะไรของเขา” ซึ่งเธอได้แต่คิดในใจ 

“พูดมาได้ว่าคุณต้องการอะไรเพิ่ม ถ้า...ตอบว่า อยากได้หนูนาละ...จะได้มั้ย?” ได้แต่คิดในใจอย่างโมโห ไหนจะสมองกลับความจำเสื่อมเหรอไง? เขาบอกให้เรียกเขาว่า ‘พีท’ แต่จนแล้วก็ไม่ได้พูดตอบกลับเธอไป...ได้แต่ส่ายหัว เพราะไม่อยากเป็นที่สนใจของเพื่อนๆมากกว่านี้ เพราะรู้สึกได้ถึงความเงียบของบริเวณโดยรอบ  ซึ่งในความรู้สึกของเขาตอนนี้คือ อยากตะโกนบอกไปว่า “คิดถึง อยากหอม อยากกอด อยากจูบ”  ก็ได้แค่คิด ณ เวลานี้ยิ่งทำให้อารมณ์ขุ่นมัวมากขึ้น  

“เป็นไรมากมั้ยเนี้ยะ!!! ตาพีท” ทันทีที่ออกจากห้อง หนูนาก็บ่นพึมพำกับตัวเองเป็นภาษาไทย  แต่ถ้าคำบ่นของหนูนาได้ยินถึงผู้ที่ถูกกล่าวถึง แทนที่เขาจะโกรธคงดีใจยิ้มแก้มแตกแน่นอน

🎸🎤🎶🎼

“ก๊อกๆ...” เสียงเคาะประตูทำให้เอียนเงยหน้าจากแฟ้มงาน แล้วกล่าว  อนุญาตเพราะรู้ดีอยู่แล้วคนที่เคาะจะเป็นใครไปไม่ได้ คือ นีน่า  

“สวัสดีคะคุณเอียน” หนูนาเดินเข้ามาทันทีหลังจากได้รับอนุญาตและก็มานั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามหน้าโต๊ะของเอียนตามคำเชิญของเขา และเขาก็หยิบแฟ้มตารางงานของกลุ่มศิลปินให้หนูนา  

“นีน่า คุณเหลือเวลาอีกนานแค่ไหน ที่ต้องเรียนปรับพื้นฐาน”  ถามออกไปอย่างเป็นทางการ

“อีกสองสัปดาห์คะ” 

“อืม!…เยี่ยม!...งั้นเดี๋ยวคุณไปเช็คตารางนะ เพราะผมจะให้คุณเดินทางไปกับพวกเขาดูแลความเรียบร้อยที่จะไปแสดงคอนเสิร์ตอีกสามอาทิตย์ข้างหน้า ที่แมนฮัตตั้น ยังไงก็ฝากคุณแจ้งพวกเขาและให้เตรียมงานได้เลยนะ”

“ค่ะ” หลังจากรับแฟ้มงานหนูนากำลังจะขอตัวกลับแต่เสียงของเอียนก็พูดมาซะก่อน   

“อ้อ! อย่าลืมไปที่ฝ่ายการเงินด้วยนะ เขาแจ้งว่าคุณยังไม่ได้เข้าไปรับค่าแรงนะ ผมเซ็นเอกสารแล้ว” พูดไปและมองหน้ายิ้มๆ  

“ขอบคุณค่ะ”  และกำลังจะออกจากห้องอีกครั้ง  

“เดี๋ยว! นีน่า คุณมีงานด่วนอะไรมั้ย? ผมยังไม่ได้ทานมื้อเที่ยงเลย พอดีผมให้เจสสิก้าไปทำธุระ คุณพอจะมีเวลาไปทานข้าวมื้อเที่ยงกับผมหน่อยได้ไหม?”

“อืม...ได้ค่ะ” ตอบตกลงไปโดยลืมคำพูดที่บอกกับ คุณชายชาเย็น ไปเลยว่ามาไม่นาน  

“โอเค งั้นเดี๋ยวคุณไปจัดการธุระของคุณที่ฝ่ายการเงินนะ เดี๋ยวผมไปรอที่ร้านอาหารด้านล่างไม่อยากไปไหนไกล ผมมีงานด่วนเยอะเลยวันนี้” 

“ค่ะ”

🎸🎤🎶🎼

หลังจากนั้นประมาณชั่วโมงกว่าๆ หนูนาก็กลับเข้ามาที่ห้องสตูดิโอ เดินเข้ามาโดยที่ไม่หันไปมองในห้องซ้อมที่กั้นแค่กระจกใส เก็บทำความสะอาดโต๊ะที่จัดเตรียมมื้อเที่ยงไว้ ตั้งแต่ที่เธอจัดเตรียมอาหารให้เหล่าศิลปินมาสามครั้งพวกเขาจะไม่เคยมีอาหารเหลือทิ้งเลย ซึ่งเป็นที่น่าชื่นชมมากที่พวกเขาไม่กินทิ้งกินขว้าง 

ในขณะที่เธอกำลังเก็บทำความสะอาด หนูนากลับรู้สึกได้ถึงกระแสบางอย่าง คือเธอกำลังถูกจับตามอง แต่เธอเลือกที่จะทำเป็นไม่สนใจ ไม่แม้แต่จะเหลือบตาไปมอง เพราะเดาได้ไม่อยากความรู้สึกแบบนี้ เธอทราบได้ทันทีต้องเป็นสายตาของนักร้องนำแน่นอน  แต่ เอ๊ะ! ทำไมเธอถึงรับรู้ถึงความรู้สึกของเขาด้วยนะ บอกไม่ถูกว่าเขาไม่ชอบหรือเฉยๆหรือยังไงกับเธอ เพราะรู้สึกถึงอารมณ์แปรปรวนของเขาแล้ว เธอได้แต่ตอบตัวเองว่าไม่เข้าใจเลยสักนิด  

อย่างเคยเมื่อทุกอย่างเรียบร้อย หนูนาก็หยิบ MacBook คู่ใจขึ้นมา และนั่งประจำตำแหน่งเหมือนเดิม เหมือนเมื่อวาน  

“ขอเช็คเมลล์หน่อยแล้วกัน” ตอนนี้ในห้องสตูดิโอแห่งนี้ ทุกคนก็เข้าสู่โลกของตัวเอง หนุ่มๆซ้อมเพลงพวกเขาต่อ ส่วนหนูนาก็เข้าสู่โลกของตัวเองเช่นกัน เมื่อเปิดเมลล์ก็เห็นเมลล์จากเพื่อสาวที่รักเหมือนพี่น้อง ที่เติบโตมาด้วยกันอย่างเคยคือ คิดถึง,สบายดีมั้ย? หนูนาตอบกลับเพื่อนสาว  “นีออน หนูนาสบายดี ขอโทษที่ไม่ได้เขียนหา แค่ยุ่งๆนะ รักและคิดถึงนีออนเพื่อนรักมากๆ...”ตอบเพียงเท่านั้น เพื่อที่เพื่อนสาวจะได้คลายกังวลความเป็นห่วง

และอีเมลล์ฉบับต่อมาจากสำนักพิมพ์ที่เมืองไทย  ตอบรับกับนิยายเรื่องใหม่ของเธอ ตอนนี้แววตาของหนูนาที่เมื่อสักครู่ดูเศร้าเพราะคิดถึงเพื่อนรัก ก็กลับมาสดใสมีชวิตชีวาทันที โดยที่ตอนนี้เธอไม่รู้ตัวว่าปฎิกิริยาของเธอไม่ได้รอดพ้นสายตาคนบางคนที่อยู่ในห้องซ้อมเลย  “ผู้หญิงอะไร แสดงอารมณ์ทางแววตาได้อย่างง่ายดาย เดี๋ยวเศร้า เดี๋ยวดีใจ ออกมาอย่างชัดเจน น่ารักแฮะ!”  ปีเตอร์คิดในใจอย่างที่ปรากฎแก่สายตา

แล้วอยู่ๆหนูนาก็เงยหน้าขึ้นมองไปยังห้องซ้อม ก็ต้องสบตากับผู้ที่มองมาก่อนอย่างไม่ตั้งใจ อยู่ๆเธอก็ร้อนวูบๆที่ใบหน้า เมื่อสบสายตากับนักร้องนำ ตอนนี้หนูนารู้สึกว่าไม่สามารถหลบสายตาเขาได้ เพราะแววตาของเขาเหมือนสามารถสะกดเธอไว้ แค่จ้องตากันในระยะที่ห่างกันตั้งหลายเมตรเธอยังใจเต้นแรง ลืมหายใจจนปีเตอร์ยิ้มและขยับปากอ่านได้ว่า ‘หายใจ’ หนูนาตกใจและรีบทำตามเพราะเธอลืมหายใจจริงๆ เธอรีบก้มหน้า คืนสายตาของตัวเอง จ้องที่หน้าจอ   MacBook ทันที  

“เมื่อกี้มันอะไร?” หนูนาได้แต่ถามตัวเองแต่ไร้ซึ่งคำตอบ เพราะตัวเธอเองก็ไม่ค่อยเข้าใจ   เอามือมากุมหน้าตัวเองและตบหน้าตัวเองเบาๆสลับไปมาทั้งสองมือแบบเบาๆ เพื่อเรียกสติของตัวเองกลับมาและมาให้ความสนใจกับหน้าจอ MacBook ต่อ เพราะตอนนี้เธอกำลังจะขึ้นเรื่องนิยายเรื่องใหม่ของเธอแล้ว ทันทีที่ได้รับคำตอบ ‘เซย์เยส’ จากสำนักพิมพ์ ซึ่งท่าทางที่แสดงออกมาของหนูนาอยู่ในสายตาของปีเตอร์ตลอดจนอดแอบขำ จนต้องยิ้มออกมาเมื่อได้เห็นแบบนั้น 

หนูนาค่อยๆเหลือบมอง นักร้องนำอย่างไม่ให้เขารู้ตัว จะไม่ให้แอบมองได้อย่างไรละ ในเมื่อเขาเป็นพระเอกในนิยายเรื่องใหม่ของเธอ แต่แล้วก็ต้องหลบตาอีกครั้งเมื่อสายตาคู่นั้นยังมองเธออยู่และยิ้มขำเธอด้วย “โอ้ย!!!.....”  หนูนาร้องออกมาและตัดสินใจไม่แอบมองแล้วไปเปิดหาภาพในลุงกู (google) เพื่อบรรยายลักษณะของพระเอกในนิยายของเธอดีกว่า 

“อเมริกันโดยกำเนิด  นักร้องชายที่กำลังถือไมค์บนเวที วาดลวดลายลีลา ทั้งร้องทั้งเต้น สร้างความสนุกสนานให้กับเหล่าแฟนเพลง บนเวทีนั้นเขาช่างดูมีชีวิตชีวามีความสุขกับสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่ เขาช่างเพียบพร้อมไปทุกด้านสามารถมองเห็นด้วยตา นอกจากน้ำเสียงที่ฟังแล้วน่าหลงไหล รูปร่างที่สมบูรณ์ด้วยความสูง 1.85 เมตร หน้าตาที่สาวๆเห็นแล้วเพียงได้เข้าใกล้แทบจะเป็นลม ชาวอเมริกันที่มีใบหน้าหวาน คิ้วเข้มเป็นธรรชาติเหมือนได้รับการตกแต่งจากช่างโดยอาชีพ รับกับดวงตาสีดำ เพียงแค่ถ้าได้สบตากันแล้วเหมือนคนมองถูกสะกดจนไม่สามารถละสายตาไปได้ จมูกที่โด่งได้รูปแบบชาวตะวันตกรับกับริมฝีปากได้รูปน่าหลงไหล ผิวกายละเอียดสีน้ำผึ้งแบบเอเชีย”

ขณะนี้หนูนากำลังอยู่ในโลกของเธอซึ่งเป็นเอกลักษณ์ในการเขียน  เพราะขณะที่เธอเขียนนิยายสิ่งที่เธอเห็นและรู้ตอนนี้คือโลกแห่งจินตนาการ โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าตอนนี้กลุ่มศิลปินได้มายืนมองเธอได้เกือบครึ่งนาที มีแต่นักร้องนำของวงที่เดินมานั่งข้างหลังเธออย่างที่เคยทำ  

ทุกคนที่เหลือในวง ไรอัล สตีฟ จอนนี่ พอล ได้แต่จ้องมองคนทั้งสองตรงหน้าอย่างสนใจ ทั้งท่าทางของเพื่อนที่มักจะทำตัวเข้าหานีน่าตลอดเวลา  

เมื่อรับรู้ถึงสิ่งผิดปกติใกล้ตัว เพราะปีเตอร์กำลังมองมาที่หน้าจอ MacBook ของเธอ เขาเห็นรูปของเขามากมายในอิริยบถต่างๆที่เธอเปิดดูจากกูเกิล       ปีเตอร์ยิ้มสงสัยไปพร้อมๆกันด้วย และเอื้อมมือไปดึงหูฟังออกจากหูเธอข้างหนึ่งซึ่งเขาเลือกข้างที่อยู่อีกด้านจากที่เขานั่งเหมือนเขาจะโอบเธอ แต่ไปดึงหูฟังออกเป็นการให้หนูนากลับเข้าสู่โลกความเป็นจริง และอีกครั้งที่เธอสบตากับสายตาที่เธอพึ่งจะบรรยายไปในนิยายของเธอ หนูนาตกใจตาโตหน้าแดงก่ำและก็เหมือนเคยปีเตอร์พูดกับเธอเบาๆ ‘หายใจ’ พร้อมกับรอยยิ้มที่สองสามวันนี้ออกมาง่ายจนปีเตอร์เองก็ไม่รู้ตัว

หนูนารีบทำตามนั้นทันที เพราะเธอตกใจจนลืมหายใจอีกครั้ง เมื่อเริ่มได้สติหนูนาก็รับรู้ได้ว่าตอนนี้กลุ่มศิลปินมายืนอยู่ตรงหน้า และอีกหนึ่งคนที่นั่งอยู่ข้างหลัง  

“ซ้อมเสร็จแล้วเหรอคะ?” หันไปถามไรอัล   

“ใช่”   

“สักครู่นะคะทุกคน” พูดพร้อมกับเก็บของ และลุกออกจากตรงนั้นเลือกที่จะไปนั่งที่เก้าอี้ไกลจากคนที่นั่งข้างหลังเธอที่สุด พร้อมหยิบแฟ้มที่รับมาจากเอียน เมื่อตอนบ่ายส่งให้กับไรอัล 

“นี่เป็นตารางงานของพวกคุณต่อจากงานคอนเสิร์ตพรุ่งนี้ อีกสามสัปดาห์พวกคุณจะต้องไปแสดงคอนเสิร์ตที่แมนฮัตตั้น เป็นเวลาสิบวันการแสดงมีสามรอบ ตามรายละเอียดในแฟ้ม”  หนูนาอธิบายสรุป พร้อมส่งแฟ้มงานให้เหล่ากลุ่มศิลปิน

“สนุกกันละคราวนี้”  พอลพูดขึ้นมาด้วยความมีชีวิตชีวา  

“โอเค! หลังจากงานวันพรุ่งนี้ ทุกคนหยุดพักผ่อนอีกหนึ่งวัน หลังจากนั้นก็มาวางแผนการแสดงใหญ่ครั้งนี้กัน” เมื่อไรอัลสรุปให้ทุกคนทราบ และพูดต่อถึงงานวันพรุ่งนี้อีกนิดหน่อย เป็นที่เข้าใจกันของทุกคนก็เตรียมจะแยกย้ายกันกลับ

“อืม!...ว่าแต่นีน่าช่วงเวลาที่พวกเราไปแมนฮัตตั้น แล้วคุณละ?” สตีฟถามด้วยความอยากรู้ ถึงแม้จะรู้จักกับเธอเพียงแค่ไม่กี่วัน แต่ทั้งเขาและสมาชิกทุกคนในกลุ่มต่างก็ชื่นชอบนีน่าสาวไทยคนนี้ แต่ในแบบเพื่อนร่วมงานคนหนึ่ง ยกเว้นเพียงสมาชิกหนึ่งเดียวที่เขาแอบมองดูปฎิกริยากับคำถามที่เขาถามนีน่า ซึ่งตอนนี้ในมือถือแฟ้มตารางงานและกำลังก้มดู แต่เชื่อเถอะตอนนี้สมาธิของนักร้องนำกำลังรอและตั้งใจฟังคำตอบจากนีน่า

หนูนาเมื่อได้ยินคำถามเหมือนรับรู้กระแสบางอย่างจากปีเตอร์ เหลือบมองไปที่เขา ก็พบว่าตอนนี้เขามองมาก่อนแล้วด้วยสายตาที่บอกให้รู้ว่า คำตอบของเธอนั้นควรเป็นแบบไหนก่อนตอบออกไป “อืม...คือนีน่าต้องร่วมเดินทางไปดูแลพวกคุณด้วยค่ะ”  

“เยี่ยม!!” พอลและสตีฟ ร้องออกมาด้วยความดีใจพร้อมกัน พอลก็เดินเข้ามากอดหนูนาเบาๆ ด้วยความดีใจ  

“คุณเอียนช่างเลือกคนได้เก่งเหมือนเดิม” เนื่องด้วยพอลกับหนูนาอายุเท่ากันจึงคุยกันในแบบเพื่อนสบายๆ และด้วยพอลเป็นคนมีบุคลิกร่าเริงสดใส ยิ้มง่ายกับทุกคน เข้าหาได้ง่ายจึงทำให้เวลาอยู่ใกล้แล้วรู้สึกสบายๆ

แต่พฤติกรรมของพอลที่ปฎิบัติกับหนูนาอยู่ในสายตานักร้องนำและสร้างความไม่พอใจอย่างมาก ไหนจะยิ้มที่หนูนาให้กับพอล เพราะเขาคิดว่ามันควรเป็นของเขาเท่านั้น “ฝากไว้ก่อนหนูนา เธอต้องถูกลงโทษ” ปีเตอร์คิดในใจ  

และเมื่อเป็นที่เข้าใจและรับรู้ของทุกคนในสมาชิกในวงต่างแยกย้ายกันกลับ แต่ก็มีเพียงหนึ่งคนที่ยังนั่งอยู่ที่เดิม ยังไม่มีการพูดอะไรเลยจากคำสุดท้ายที่เขาบอกให้หนูนา ‘หายใจ’ เมื่อเห็นแบบนั้นหนูนาไม่ได้พูดหรือถามอะไรทั้งสิ้น เธอก็ไปทำหน้าที่ของเธอคือทำความสะอาดห้องเครื่องดนตรี  และทุกอิริยาบถของเธออยู่ในสายตาเขา  ซึ่งเธอก็รับรู้ได้แต่ก็ทำเป็นไม่สนใจตั้งหน้าตั้งตาทำงานของเธอต่อไป

ปีเตอร์สังเกตุเห็นกระเป๋าเป้ของเธอไม่ได้ปิด เห็นหนังสือเล่มหนึ่งก็ถือวิสาสะหยิบออกมาเปิดดู และให้ความสนใจกับเนื้อหาในหนังสือ ส่วนหนูนาเมื่อทำงานของเธอจนเสร็จไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน เธอก็เดินมาที่สัมภาระที่เธอวางไว้เพื่อเตรียมกลับเช่นกัน

“ขอหนังสือคืนด้วย” พูดพร้อมกับยื่นแขนในระยะห่างกันพอสมควร แต่ก็สามารถหยิบหนังสือคืนจากปีเตอร์ได้หากเขายื่นสุดแขนส่งให้เธอ แต่ เงียบ!!!!! ไม่มีปฎิกริยาใดตอบกลับมา

“คุณ...ขอ...หนังสือ...คืน...ด้วย...” พูดอีกครั้งดังกว่าเดิมและย้ำเน้นทุกคำ แขนก็ยังยื่นค้างเหมือนเดิม แต่ก้าวเข้าไปใกล้อีกสองก้าว  

“สอง” พูดพร้อมยื่นมือออกไปจับมือของหนูนาและกระชากดึงตัวหนูนาเข้าหาตัวเองเบาๆ แต่ทำให้หนูนาเสียหลักเซถลาล้มมานั่งอยู่บนตักเขา 

“ว้าย!!!” เสียงร้องของหนูนาด้วยความตกใจ 

ตอนนี้หน้าทั้งสองคนห่างกันแบบปลายจมูกชนกัน ดวงตาประสานกัน คู่หนึ่งจ้องมองด้วยอาการตื่นตกใจ ส่วนอีกคู่จ้องมองด้วยแววตาหวานเคลิ้มและค่อยๆลดสายตามาที่ริมฝีปากอิ่ม พร้อมกับขยับปากของตัวเองไปประกบปากอิ่มทันทีตามความรู้สึกที่ไม่อาจกักกั้นมันไว้ได้อีกต่อไปแล้ว

หนูนาหลับตาลงอย่างรวดเร็วด้วยอาการตกใจทำอะไรไม่ถูกที่จู่ๆโดนขโมยจูบ ‘จูบแรก’ ตามความเข้าใจของเธอ ซึ่งเธอรับรู้ได้ถึงสัมผัสอุ่นที่ริมฝีปากอย่างนุ่มนวลเมื่อเขาค่อยๆส่งลิ้นเลียริมฝีปากอิ่มนั้นอย่างนุ่มนวล เพราะปีเตอร์รับรู้ได้ถึงความสั่นเทาของร่างเล็กที่อยู่ในวงแขน  หนูนาไม่รู้จะทำอย่างไรมือไม้ดูเกะกะไปหมด แต่แทนที่เธอจะขัดขืนกลับปล่อยให้เขาทำตามอำเภอใจ ปีเตอร์ค่อยๆส่งลิ้นเข้าไปหาความหอมหวานอย่างนุ่มนวลในโพรงปากอิ่ม หนูนาเปิดทางให้กับเขาอย่างเผลอไผลไปกับความอ่อนโยนที่เขามอบให้

ปีเตอร์หยอกล้อกับลิ้นในโพรงปากอิ่มนั้นอย่างผู้ชำนาญ ทำให้หนูนาตอบสนองกลับแบบไม่ประสา สร้างความพึงพอใจให้กับนักร้องหนุ่มอย่างมาก ไม่แน่ใจผ่านไปนานแค่ไหนปีเตอร์ค่อยๆถอนริมฝีปากออกมาอย่างเสียไม่ได้ 

“หายใจ” เขากระซิบเบาๆบริเวณริมฝีปากอิ่ม    หนูนาเมื่อได้ยินแบบนั้นก็ทำตามอีกครั้ง พอสติเริ่มกลับมา ก็เตรียมจะลุกออกไปจากตักที่แสนจะอบอุ่นนี้ ก็ถูกวงแขนรัดแน่นพร้อมกับประกบปากเธออีกครั้ง เปลี่ยนไปจากคราวแรก     เพราะปีเตอร์ทั้งเรียกร้อง  เร้าร้อนจนหนูนาต้องยกแขนโอบรอบคอเขาทันที กระตุ้นให้เขาต้องรุกหนักขึ้นทำให้หนูนาหายใจหายคอไม่ทันและตั้งรับกับความรู้สึกใหม่นี้ยังไม่ได้ ปีเตอร์จึงต้องถอยออกอีกครั้งอย่างเสียดาย และอดไม่ได้ที่จะก้มมองริมฝีปากอิ่มนั้นที่เจ่อแดงด้วยฝีปากของตัวเอง และแอบยิ้มอย่างมีความสุขกับสิ่งที่ได้ทำ

“จะกลับเหรอยัง?” ตั้งคำถามแต่ก็ยังไม่ยอมคลายวงแขน  หนูนาได้แต่พยักคอ เพราะตอนนี้เธอต้องหายใจทางปาก เพื่อช่วยเอาอากาศเข้าไปในปอด เหมือนตัวเองกำลังจะจมน้ำหมดแรงไปดื้อๆ และรู้สึกถึงความร้อนบนใบหน้าเหมือนจะเป็นไข้

ปีเตอร์มองอย่างขำๆและคิดไปด้วยว่า “นี้แค่จูบ...หนูนาเหมือนคนจมน้ำ หายใจด้วยตัวเองแทบไม่ได้ แล้วถ้าเขาจะไปต่อมากกว่านี้เธอจะน่ารักแค่ไหนนะ”  

“งั้นกลับกัน” พูดพร้อมพยุงเธอให้ยืนขึ้นพร้อมกับเขา แต่ยังไม่ปล่อยมือมองจนแน่ใจว่าเธอสามารถยืนได้ตัวเอง  และก้มไปหยิบหนังสือของเธอที่วางไว้ ใส่เข้าไปในเป้พร้อมปิดให้เรียบร้อย และไปหยิบเสื้อโค้ชทั้งของเธอและของตัวเอง เอาเสื้อของเธอมาสวมให้เธอ แต่ในมืออีกข้างก็มีเป้ของเธอกับเสื้อของตัวเองที่หยิบมาพาดไหล่ และมืออีกข้างก็เอื้อมไปจับมือเธอและจูงออกจากตรงนั้น

“เปิดประตูสิ” จูงมือหนูนาเดินไปที่ประตูและก็หันมาพูดกับเธอ 

“คุณก็เปิดเองสิ” หนูนาที่ตอนนี้สติของเธอยังไม่กลับมาร้อยเปอร์เซ็นต์ ได้แต่มองตามพฤติกรรมของเขาจนมาถึงหน้าประตูแบบ งงๆ เงยขึ้นไปมองหน้าเขากับคำสั่งนั้นของเขา   

“สาม...มือไม่ว่าง”  เขาตอบออกไปและก้มลงมามองที่หน้าเธอ  

“อะไรของคุณเนี้ยะ ตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ สอง สาม คืออะไร?”  ถามออกไปด้วยอารมณ์เคืองๆ ในความไม่เข้าใจและพยายามบิดมือออกจาการเกาะกุมของเขา

“สี่” ปีเตอร์พูดพร้อมกระชับร่างบางเข้ามาใกล้หันหน้าเข้าหากัน  

“พีท ผมบอกให้หนูนาเรียก ‘พีท’ ไม่ใช่คุณอย่างนั้นคุณอย่างนี้ จำไว้และต่อไปอย่าให้ได้ยินอีก” พูดน้ำเสียงเรียบๆ เหมือนเป็นเรื่องปกติที่คนทั่วไปเขาคุยกัน 

หนูนาเมื่อได้ฟังคำตอบก็จ้องเขาตาโตอย่างคาดไม่ถึงว่าปีเตอร์จะให้ความสำคัญกับเรื่องเล็กๆแค่นี้   

“เปิดประตูสิ!” ปีเตอร์พูดออกคำสั่งอีกครั้ง แบบนุ่มนวล 

“เดี๋ยวก่อน ฉันมีคำถามที่จะถาม คุ......พีท อีกอย่าง” เกือบไปแล้ว ‘คุณ’ เกือบหลุดออกจากปากของหนูนาอีกครั้งไม่งั้นป่านนี้คงได้ยิน ‘ห้า’ ออกมาจากปากแสนเซ็กส์ซี่นั้นอีกแน่ 

“พีท รู้ได้ยังไงว่าฉันมีชื่อเล่นเป็นภาษาไทยว่า ‘หนูนา’ เพราะฉันไม่เคยบอกใครเลย แม้แต่คุณเอียนยังไม่ทราบ?” ถามอย่างเอาเรื่อง เพราะหนูนาเริ่มสงสัยพวงกุญแจที่หายไป หัวขโมยอาจอยู่ตรงหน้าเธอก็ได้ หนูนามองหน้าปีเตอร์ด้วยสายตาจ้องจับผิดอย่างเห็นได้ชัด

ปีเตอร์เมื่อเห็นสายตาแบบนั้น เขาก็เดาได้ทันทีว่าหนูนากำลังจับพิรุธเขาเรื่องตุ๊กตาพวงกุญแจแน่ เขาก็เลื่อนสายตาไปมาอย่างใช้ความคิด แต่ก็เฉไฉเปลี่ยนไปพูดเรื่องอื่นที่เกี่ยวข้องกัน...

“ต่อไปนี้ ขอสั่งห้ามให้หนูนาแทนตัวเองกับผมว่า ฉันอย่างนั้นฉันอย่างนี้ ให้แทนตัวว่า ‘หนูนา’ เท่านั้นเข้าใจตามนี้และเปิดประตูได้แล้ว” พูดไปและก้มหน้าลงมา คิดว่าถ้ายังไม่ยอมจบและเปิดประตู จะจูบสูบวิญญาณกันไปเลย

หนูนาเมื่อเห็นอย่างนั้น ก็ยื่นมือที่ว่างอยู่อีกข้างไปเปิดประตูทันที เมื่อทั้งสองกำลังจะออกจากห้องปีเตอร์ก็หยิบแว่นที่เกี่ยวไว้กับคอเสื้อตรงหน้าด้วยมืออีกข้างที่ถือเสื้อโค้ชเอามาสวม โดยที่ยังไม่ยอมปล่อยมือจากหนูนา และก็จูงเดินไปยังลิฟท์เพื่อลงไปลานจอดรถที่ประจำ โดยที่ไม่มีใครได้พูดคุยอะไรกัน เมื่อเข้ามาอยู่ในลิฟท์ปีเตอร์แอบชำเลืองมองสาวน้อยข้างกายตลอดและยิ้มที่มุมปากน้อยๆ  ตลอดเวลาที่ลิฟท์เลื่อนลงไปชั้นที่ต้องการสีหน้าหนูนาดูออกจะบูดบึ้งคิ้วขมวดอย่างคนอารมณ์ไม่ดี ตั้งแต่เดินออกจากสตูดิโอแล้ว 

“เอ๊ะ!!!” หนูนาอุทานออกมา เมื่อนึกอะไรมาได้ทันทีที่ประตูลิฟท์เปิดที่ชั้นจอดรถและกำลังถูกจูงไปยังทิศทางที่นักร้องนำพาไปนั้นคือที่จอดประจำของเขา  

“คุ......อืม...พีท....” เรียกไปพร้อมกับก้าวตามแรงจูงไปด้วย  เดี๋ยว! นี้พีทจะพาหนูนาไปไหน”  

“ไปกินมื้อเย็นกัน หิวแล้ว” ปีเตอร์เมื่อได้ยินแบบนั้น ตอบคำถามแบบเป็นเรื่องปกติ และเมื่อเดินมาถึงรถก็ไปเปิดประตูฝั่งคนนั่ง ปล่อยมือจากหนูนาอย่างเสียดายและดันให้เข้าไปนั่งปิดประตูและตัวเองก็เดินมานั่งประจำตำแหน่งคนขับ โดยเอาเป้กับเสื้อที่ถือมาวางไว้เบาะหลัง  สตาร์ทรถและขับออกไปโดยไม่มีการอธิบายหรือพูดอะไรอีก

❅❈❅❈❅❈❅❈






 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha


ชอบมากคะ แนวนี้ หาอ่านมานาน พึ้่่งเจอ
โดย Anonymous | 10 months ที่ผ่านมา
  • ^^ โดย RungArunoThay | 9 months, 1 week ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
ชอบมากค่ะ
โดย Anonymous | 1 year, 1 month ที่ผ่านมา
  • ^^ โดย RungArunoThay | 1 year, 1 month ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
อ่านจบไปแล้ว ผ่านไปสองอาทิตย์กลับมาอ่านอีก 555. สนุก เหมือนเพิ่งเริ่มอ่าน ฟินนนนน
โดย Maprangmit | 1 year, 9 months ที่ผ่านมา
  • ดีต่อใจ ไปอีกรอบเนอะๆๆๆ 5555 โดย RungArunoThay | 1 year, 8 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
เค้ามีชื่อวงไหมคะคุณไรท์
โดย Anonymous | 1 year, 9 months ที่ผ่านมา
  • นั่นสิ ไม่มี แต่จะใช้ชื่อนักร้องนำ เป็นชื่อวง ว่า ปีเตอร์ มาร์ส โดย RungArunoThay | 1 year, 8 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
โอ้ยยย...ฟินเหลือเกิน...อยากมีโมเม้นท์ แบบนี้
โดย Anonymous | 1 year, 9 months ที่ผ่านมา
  • 5555 ^^ โดย RungArunoThay | 1 year, 9 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
น่าร้ากกกก
โดย Anonymous | 1 year, 11 months ที่ผ่านมา
  • ขอบคุณค่ะ แทนหนูนาเนอะ เพราะคงไม่ได้ชมคนเขียนหรอกเนอะๆๆๆ 55555 โดย RungArunoThay | 1 year, 11 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
ฟิน~~
โดย Anonymous | 2 years ที่ผ่านมา
  • ~~ [ดีต่อใจ] โดย RungArunoThay | 2 years ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
ฟินนโครตตอนนี้
โดย Anonymous | 2 years, 9 months ที่ผ่านมา
  • 5555 ^^ โดย RungArunoThay | 2 years, 9 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
อยากเป็นหนูนาจังเลย แฮ่ะๆ
โดย Anonymous | 2 years, 11 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
น่าร้ากกก~😚
โดย Anonymous | 3 years ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
None
โดย Anonymous | 3 years ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
ทั้งพีทเเละหนูนาน้ารักมาก
โดย Anonymous | 3 years, 1 month ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
อร๊ายยยยย น่าร๊ากก
โดย Anonymous | 3 years, 1 month ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
น่าร๊าค
โดย Anonymous | 3 years, 1 month ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
💓👍💓
โดย Anonymous | 3 years, 2 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
โรแมนติกสุดๆ
โดย Anonymous | 3 years, 2 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
น่ารักอะ
โดย Anonymous | 3 years, 2 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
กริ๊ดดดด
โดย Anonymous | 3 years, 2 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
ิติดตามๆ
โดย Anonymous | 3 years, 2 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha