[จบ] จังหวะรักมาเฟีย II ( Mafia's Rhythms Of Love )

โดย: รุ่งอรุโณทัย



ตอนที่ 1 : ในพิธี


ตอนต่อไป

  





273x387

  




 







XXIX

 < ในพิธี >


“เอ่อ...คุณตา...อย่าให้หนูสะดุดขาตัวเองล้มกลางงานนะคะ”  ตอนนี้   หนูนารู้สึกตื่นเต้นมากจนหันไปพูดกับคุณตาไมเคิล ผู้ที่จะนำพาเจ้าสาวเข้าสู่โบสถ์และเป็นผู้ส่งต่อเธอให้กับปีเตอร์ เจ้าบ่าวของเธอซึ่งเป็นหลานแท้ๆของชายที่ยืนข้างๆเธอ เนื่องจากหนูนาเป็นเด็กกำพร้า ทางคุณตาไมเคิลจึงขอรับหน้าที่นี้ด้วยความเต็มใจและยินดีเป็นอย่างยิ่ง

“มันไม่มีทางเกิดขึ้น" ไมเคิลตอบกลับหนูนาด้วยรอยยิ้มและแววตาที่อ่อนโยนพร้อมกุมมือน้อยๆที่คล้องอยู่ที่แขนข้างหนึ่งและส่งกำลังใจและความมั่นใจไปให้สาวน้อยข้างกายที่เป็นดั่งดวงใจของหลานชายเพียงคนเดียวของตน

หนูนายิ้มรับและหายใจเอาอากาศเข้าปอดกับกำลังใจที่คุณตาไมเคิลส่งต่อมาให้ทันที เมื่อได้ยินเสียงดนตรีบรรเลง และหันไปยิ้มให้กับเพื่อนเจ้าสาวทั้งสาม แคทรีน เจนนี่ และนีออน ที่สร้างความประหลาดใจและดีใจให้กับหนูนาที่สุด เพราะปีเตอร์จัดการทุกอย่าง ส่งคนเข้าไปเรียนแจ้งต่อคุณแม่วันดีและเชิญให้มาร่วมเป็นสักขีพยานในความรักของเขาและเธอ

🎸🎤🎶🎼

...ย้อนกลับไปเมื่อสามวันก่อนหนูนาต้องอยู่ในคอนโดกลางใจเมืองนิวยอร์กเข้าสู่วันที่สามโดยปราศจากปีเตอร์ ถึงแม้ทั้งเขาและเธอจะไม่ได้เจอหน้ากันแต่ก็โทรคุยกันตลอดเวลาที่ปีเตอร์เว้นว่างจากการทำงาน เพราะหลังจากที่เขาได้พักรักษาตัวและพักผ่อนยาวนานเป็นเวลาสองสัปดาห์ ปีเตอร์รวมถึงสมาชิกในวงทุกคนก็ต้องไปพบปะแฟนเพลงโชว์ตัวตามที่ต่างๆ และสถานีวิทยุมากมายเป็นปกติอีกครั้ง ส่วนหนูนาก็นั่งเร่งทำงานของเธอปั่นต้นฉบับส่งสำนักพิมพ์ หลังจากที่เตรียมพร้อมกับงานแต่งที่จะมาถึงในอีกสามวันข้างหน้า แต่จะว่าไปทั้งเธอและปีเตอร์ก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรมากมาย เพราะมีคนจัดการให้ทุกอย่าง เธอกับปีเตอร์ก็มีหน้าที่แค่ตอบว่าชอบหรือไม่ชอบ จึงทำให้เธอสามารถมีเวลาและเรื่องราวที่จะเป็นข้อมูลในการปิดต้นฉบับ "จังหวะรักมาเฟีย ” ได้ก่อนเวลาที่กำหนด

“คุณนีน่าครับ" เสียงของมาเซลเอ่ยเรียกหนูนาเบาๆ 

“คะ?” หนูนาหันกลับไปตามเสียงเรียกนั้น เพราะเธอยังชอบมานั่งเล่นและทำงานตรงโซนที่รับแขกกลางห้องที่ปีเตอร์จัดให้ใหม่ เป็นที่สำหรับหนูนา

หนูนาเบิกตากว้างทันทีเมื่อได้เห็นสิ่งที่ตัวเองหันไปตามเสียงเรียก "นีออน คุณแม่วันดี" หนูนาจะโกนออกมาเป็นภาษาไทยอย่างลืมตัว ลุกจากที่นั่งพุ่งตัวเข้ากอดคุณแม่วันดีและนีออนเพื่อนรักเพียงหนึ่งเดียวที่มาปรากฎตัวที่นี้อเมริกาและในห้องคอนโดของนักร้องชื่อดัง และทำความเคารพคุณแม่วันดีผู้ที่เปรียบเสมือนพ่อและแม่ของเธอ มาเซลเมื่อเห็นดังนั้นจึงก้มศีรษะเล็กน้อยและกล่าวขอตัวออกมา 

หนูนาดีใจเป็นที่สุดดวงตาพร่ามัวโดยทันที “พีท...น่ารักที่สุดเลย" หนูนาคิดในใจ เป็นของขวัญที่วิเศษที่สุด  เธอเองก็รู้อยู่แล้วว่าปีเตอร์ให้ความใส่ใจในตัวเธอทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ ยิ่งทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้หญิงที่  โชคดีที่สุดอีกหนึ่งคนเลยว่าได้

และยิ่งทำให้หนูนายิ่งประหลาดใจอีกครั้งเมื่อคุณแม่วันดีกับนีออนบอกว่าทั้งสองได้รู้ถึงความสัมพันธ์ของเธอกั ปีเตอร์ตั้งแต่สองเดือนก่อน

“เอ่อ...คือหนูนาต้องขอโทษด้วยนะคะ” หนูนากล่าวอย่างรู้สึกผิด

“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิหนูนา” นีออนกล่าว

“ที่แม่เล่า...แม่ไม่ได้โกรธหนูนาเลย...แม่เข้าใจและรู้จักหนูนาดี...อย่าได้กลุ้มใจ” คุณแม่วันดีกล่าวอย่างใจเย็นพร้อมรอยยิ้ม เพราะเธอมีหรือจะไม่รู้จักเด็กที่เธอเลี้ยงมาว่าเป็นคนแบบไหน หนูนาเป็นคนฉลาดและเป็นเด็กดี เธอเองดีใจด้วยซ้ำที่หญิงสาวที่เธอเลี้ยงมาเหมือนลูกสาวคนหนึ่งได้เจอคนที่รักและเป็นคนดี

และหนูนาได้รับข้อมูลเพิ่มเติมอีกด้วยว่าปีเตอร์ยังบริจาคเงินช่วยเหลือและตั้งทุนการศึกษาให้กับน้องๆที่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าของคุณแม่วันดีทุกคนอีกด้วย หนูนายิ่งดีใจมากกับเรื่องราวที่ได้รับรู้วันนี้ 

“ว่าแต่ทำไม...คุณปีเตอร์ไม่บอกให้หนูนารู้เลยละจ๊ะ” นีออนถามออกด้วยความแปลกใจ

“นั้นแหละคือ "พีท" เขาแหละ เขาเป็นผู้ชายที่ไม่ค่อยพูดอยู่แล้ว แต่เรื่องแบบนี้ที่เขาไม่ได้บอกส่วนหนึ่งมันก็คงมาจากนิสัยของเขาเอง แต่หนูนารู้และเข้าใจดี พีทเขามักจะกระทำมากกว่าพูดนะจ๊ะ ผู้ชายคนนี้ยังมีอะไรอีกมากมายเลยละ   ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวเขา หนูนามักจะรู้จากคนอื่นมากกว่า เพราะพีทเขาไม่เคยพูดถึงสิ่งดีๆที่ตัวเองได้ทำเพื่อคนอื่นเลย” หนูนาพูดไปยิ้มไปและภูมิใจในตัวว่าที่   สามีใอนาคตอันใกล้เป็นที่สุด

คุณแม่วันดีและนีออนเมื่อได้ยินแบบนั้นต่างก็ยิ้มให้กันและสวมกอดกันช่างเป็นภาพที่ถ้าใครได้เห็นจะรับรู้ถึงความรักและความอบอุ่นที่ต่างมอบให้แก่กันและกัน

🎸🎤🎶🎼

เมื่อเสียงบรรเลงเพลงเริ่มพิธีดังขึ้น คุณตาไมเคิลหันมายิ้มกับหนูนาอีกครั้งเป็นสัญญาณถึงความพร้อมของคนทั้งคู่ หนูนาพยักหน้าและเดินเข้าสู่โบสถ์ด้วยอย่างก้าวที่สง่างามและมั่นคงตามการนำของไมเคิล ทุกคนในโบสถ์ล้วนแล้วแต่หันหลังมามองเจ้าสาว ถึงแม้งานในครั้งนี้ผู้คนจะไม่มากมายสมกับเป็นการแต่งงานของนักร้องดัง ซึ่งแน่นอนถูกปิดข่าวเป็นความลับ อาจจะดูแปลกสักหน่อยสำหรับหนูนา เพราะเธอคิดว่าการ์ดในงานมากกว่าแขกในงานเสียอีก

หนูนาเห็นชายคนหนึ่งคลับคล้ายเหมือนคนที่เธอเห็นในภาพฝาผนังที่คอนโดปีเตอร์ ถึงจะไม่ชัดเจนแต่ก็มั่นใจได้เลยว่าคือคนเดียวกัน อีธาน เบนเน็ต พ่อของปีเตอร์นั้นเอง เพียงแค่ได้สบตากันช่วงเวลาอันสั้นเธอรับรู้ได้ถึงอำนาจของชายคนนี้ ถึงแม้สายตาของเขาไม่ได้บ่งบอกถึงอารมณ์ใดๆ แต่ก็ไม่ได้ทำให้หนูนาประหม่าแต่อย่างใดช่วงที่ได้สบตากันเล็กน้อยหนูนายิ้มรับกับสายตาคู่นั้นโดยทันที

อีธานถึงกับผงะเล็กน้อย เพราะปกติตัวเขาเองไม่ใช่คนที่จะยิ้มกับใครได้ง่ายๆ อย่าว่าแต่จะยิ้มกับใครแม้แต่กับคนที่จะยิ้มให้เขายังไม่มีใครกล้าเลย       เจ้าสาวของลูกชายคนเดียวของเขาเป็นผู้หญิงคนที่สองที่ยิ้มให้กับเขาก่อน โดยที่ไม่มีเงื่อนไขหรือความนัยที่แอบแฝงไว้ ซึ่งผู้หญิงคนแรกที่ทำให้เขาประทับใจในรอยยิ้มและเขาไม่เคยลืม  ได้จากเขาไปแล้วอย่างไม่มีทางกลับคืนมาได้ก็คือ        บาบาร่า แม่ของลูกชายเพียงคนเดียวของเขานั้นเอง

แขกในงานต่างยืนขึ้นอย่างพร้อมเพรียงโดยทันที เมื่อเจ้าสาวเริ่มเดินเข้ามาในพื้นที่ภายในโบสถ์ แขกที่ได้มาร่วมงานนอกเหนือจากสมาชิกในวงแล้วก็ยังมีคุณเอียน โคล ที่ได้รับเชิญ หนูนากับโคลก็ยังได้คุยกันบ้างตามประสาเพื่อนทางโทรศัพท์และแน่นอนปีเตอร์ต้องอยู่ด้วยทุกครั้ง แต่แขกที่เหนือการณ์คาดหมายของหนูนา คือคุณวุฒิ หรือเอกวุฒิ เจ้าของฟาร์มไข่มุกทางใต้ที่ติดตามนีออนขอมาร่วมงานในครั้งนี้ พร้อมด้วยของขวัญชุดสร้อยคอ,ต่างหู,สร้อยข้อมือ ที่ทำด้วยไข่มุกคัดสรรพิเศษสำหรับเจ้าสาวในวันนี้ ซึ่งทำให้หนูนาคาดการณ์ได้เลยว่าอีกไม่นานเธอต้องเดินทางกลับประเทศไทย เพื่อไปเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้กับนีออนอีกไม่นานนี้แน่นอน

ปีเตอร์ขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อมองมาทางเจ้าสาวของตัวเอง แต่สายตาของเจ้าสาวของเขากลับมองอยู่ที่แขกนามว่าโคล ที่เขาไม่ยากให้มาร่วมงานแต่ก็ไม่อยากหักหามน้ำใจของหนูนาที่รัก ถึงแม้เขาจะรู้ดีว่าหนูนาไม่ได้รู้สึกอะไรกับโคลเลยมากไปกว่าความเป็นเพื่อน แต่เขาก็รู้สึกหวงเธออยู่ดี “ฝากไว้ก่อนหนูนาที่รัก...สายตาของหนูนาต้องมีไว้มองพีทของหนูนาคนนี้คนเดียว...ต้องได้รับโทษ!...เตือนความทรงจำกันหน่อย” ปีเตอร์คิดในใจ

และเมื่อหนูนาเดินเข้าใกล้ปีเตอร์ สายตาคนทั้งสองจับจ้องกันพอดีเพราะปีเตอร์มองหนูนาตั้งแต่เธอย่างก้าวเท้าแรกเข้าสู่โบสถ์แล้ว เมื่อหนูนามายืนตรงหน้าปีเตอร์ ศาสนาจารย์ก็เริ่มพิธีต่อทันที

“คู่บ่าวสาวที่รักท่านทั้งสองมาในโบสถ์นี้เพื่อขอพระเจ้าประทับตราตราศักดิ์สิทธิ์ ปกป้องคุ้มครองความรักของท่าน ต่อศาสนาบริกรของศาสนจักร และต่อหน้าสัตบุรุษที่ชุมนุมกันอยู่ ณ ที่นี้ พระคริสต์เจ้าทรงอวยพรความรักของท่านอย่างอุดมสมบูรณ์ และเพื่อช่วยให้ถือสัตย์ต่อกันตลอดไป และปฎิบัติหน้าที่อื่นๆของการสมรส พระองค์จึงโปรดให้ท่านซึ่งเป็นภาพลักษณ์ของพระองค์แล้วด้วยศีลล้างบาป เป็นผู้มั่งคั่งและเข้มแข็งด้วยศีลพิเศษที่จะรับอยู่นี้ ฉะนั้นข้าพเจ้าจะขอถามเจตจำนงของท่านต่อหน้าพระศาสนจักร.......

เอียน มาร์ส และ นันทิชา ท่านทั้งสองมาที่นี้โดยไม่ถูกบังคับ แต่มาโดยสมัครใจใช่อย่างแท้จริงเพื่อเข้าสู่พิธีสมรสใช่หรือไม่”

“ครับ / คะ”

เมื่อเข้าสู่พิธีสมรสเช่นนี้แล้วท่านทั้งสองพร้อมที่จะรักและยกย่องให้เกียรติแก่กันจนตลอดชีวิตหรือไม่”

“ครับ / คะ”

โดยที่ท่านทั้งสองมีเจตจำนงที่จะสมรสกันขอให้ท่านจับมือของกันและกันและแสดงความสมัครใจต่อหน้าพระเจ้า และพระศาสนจักรของพระองค์”

ปีเตอร์กับหนูนาจับมือกันตามคำกล่าวของศาสนาจารย์

“ข้าพเจ้า เอียน มาร์ส ซาวันเดอร์ ขอรับคุณนันทิชา เป็นภรรยาและขอสัญญาว่าจะปกป้องคุณทั้งร่างกายและจิตใจด้วยชีวิตของตัวข้าพเจ้าและจะถือซื่อสัตย์ต่อคุณทั้งในยามสุขและยามทุกข์ทั้งในเวลาป่วยและเวลาสบาย เพื่อรักและยกย่องให้เกียรติคุณจนกว่าชีวิตจะหาไม่” ปีเตอร์กล่าวคำปฎิญาณด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงและชัดเจน จนคนที่ได้ฟังต่างรู้สึกไม่แตกต่างกันว่านั้นหมายถึงความจริงที่ไร้ถึงข้อกังขาทุกอย่างที่ออกมาจากความรู้สึกของชายคนนี้ หนูนาเองถึงแม้เธอจะเชื่อมั่นในความรู้สึกของชายตรงหน้ามากแค่ไหน แต่ทันทีที่ได้ยินคำ           ปฎิญาณของปีเตอร์ก็อดไม่ได้ที่จะน้ำตาซึมด้วยความซาบซึ้งใจ 

“ข้าพเจ้า นันทิชา ขอรับ คุณเอียน มาร์ส ซาวันเดอร์ เป็นสามีและขอสัญญาว่า จะเป็นผู้ได้รับการปกป้องจากคุณทั้งร่างกายและจิตใจ และจะปกป้องคุณทั้งร่างกายและจิตใจด้วยชีวิตของตัวข้าพเจ้าด้วยเช่นกัน และจะถือซื่อสัตย์ต่อคุณทั้งในยามสุขและยามทุกข์ ทั้งในเวลาป่วยและเวลาสบาย เพื่อรักและยกย่องให้เกียรติคุณจนกว่าชีวิตจะหาไม่” 

“ขอพระเจ้าเสกแหวนสองวงนี้   ซึ่งท่านทั้งสองจะสวมให้แก่กันและกัน เพื่อเป็นเครื่องหมายแสดงความรักและความซื่อสัตย์”

“อาเมน / อาเมน”

“คุณนันทิชา ขอให้รับแหวนวงนี้เป็นเครื่องหมายแสดงความรักและความซื่อสัตย์ของผม เดชะพระนาม พระบิดา พระบุตร และพระจิต” ปีเตอร์กล่าวพร้อมกับค่อยๆบรรจงสวมแหวนให้หนูนานิ้วนางข้างซ้าย

“คุณเอียน มาร์ส ขอให้รับแหวนวงนี้เป็นเครื่องหมายแสดงความรักและความซื่อสัตย์ของดิฉัน เดชะพระนาม พระบิดา พระบุตร และพระจิต” เมื่อหนูนาสวมแหวนให้ปีเตอร์ที่นิ้วนางข้างซ้ายพร้อมกับกล่าวเรียบร้อย ศาสนาจารย์ประกาศให้คนทั้งคู่เป็นสามีภรรยากัน 

ปีเตอร์ก้มจุมพิตหนูนาทันทีอย่างอ่อนโยนและตราตรึง เป็นการประกาศให้ทั้งโลกได้รับรู้ว่าเขารักเธอคนนี้มากแค่ไหน “ผมรักหนูนา” ปีเตอร์กระซิบเบาๆที่ริมฝีปากอิ่มนั้นหลังจากที่ถอนจุมพิตให้หนูนาได้ยินเพียงคนเดียวและสบตากลมโตคมนั้นอย่างอ่อนโยน หนูนาทำได้แต่พยักหน้าและหยดน้ำตาก็ไหลลงมาอย่างซาบซึ้งและดีใจจนไม่สามารถหาคำบรรยายใดมาอธิบายถึงความรู้สึกนี้ได้ 

🎸🎤🎶🎼

หนูนายืนมองเพื่อนเจ้าสาวทั้งสามคนที่มีคิวจะต้องเข้าพิธีแบบเธอกันอีกไม่นาน แตกต่างกันตรงที่แคทรีนกำลังจะเข้าสู่พิธีอาทิตย์หน้าแน่นอน ส่วนเจนนี่คงอีกสักพักเพราะเธอยังเรียนไม่จบ “เพี้ยง!” หนูนาภาวนาในใจขอให้เป็นดั่งใจคิดด้วยเถอะ

“หนูนาคิดจะทำอะไร?” ปีเตอร์ก้มหน้าไปถามเมื่อมองหน้าภรรยาของ   ตัวเอง เหมือนเธอกำลังวางแผนอะไรไว้สักอย่าง

“พีท!...หมายความถึงอะไร” หนูนาเงยหน้าขึ้นไปถามแบบหยั่งเชิงว่า   เขาจะรู้จริงดั่งที่เธอคิดหรือเปล่า

“ผมรู้...ว่าหนูนารักเพื่อน...แต่เรื่องแบบนี้ต้องให้เจ้าตัวได้ตัดสินใจด้วย ตัวเองนะ...เพราะมันคือชีวิตของพวกเขาทั้งคู่”

“…….” หนูนาจ้องปีเตอร์ตาโต เหมือนเขาเข้ามานั่งในใจเธอเลย “ร้ายกาจขึ้นทุกวันแล้วคุณสามีที่รัก”

🎸🎤🎶🎼

หนูนานั่งอมยิ้มตลอดการเดินทางที่อยู่ในรถ ซึ่งมีปีเตอร์นั่งอยู่ข้างๆมองสีหน้าและแววตานั้นตลอดเวลาและอดยิ้มไปกับภรรยาสาวของเขาไม่ได้ หนูนาขยับเบียดเข้าหาปีเตอร์มากขึ้นและเอียงหน้าลงกับไหล่แข็งแกร่งนั้นให้เป็นที่พักพิง ปีเตอร์กระชับมือน้อยๆที่เขานั่งกุมมาตลอดเส้นทาง 

เพราะรอยยิ้มแห่งความสุขครั้งนี้ของหนูนามันมีสาเหตุมาจากที่เธอภาวนาขอต่อพระเจ้าว่าให้นีออนได้รับช่อดอกไม้ที่เธอโยนออกไป และเหมือนพระเจ้าจะได้ยินคำขอของเธอเมื่อหนูนาหันหลังกลับมา ช่อดอกไม้ของเธอก็ไปตกในมือของนีออนจริงๆตอนนั้นหนูนาดีใจมาก กระโดดกอดปีเตอร์อย่างลืมตัวจนปีเตอร์รับเธอไว้เกือบไม่ทัน  หนูนาแอบมองแววตาของคุณเอกวุฒิที่เขามองไปยังนีออน ทำให้หนูนาต้องได้กลับประเทศไทยเร็วๆนี้แน่นอน

พฤติกรรมความน่ารักของหนูนา นอกจากจะทำให้ปีเตอร์ยิ้มได้ตลอดเวลาแล้ว ยังส่งผลให้กับมาเซลที่ขับรถให้กับคนทั้งคู่ ลอบมองจากกระจกมองหลังก็แอบอมยิ้มยินดีไปกับคนทั้งคู่ไปด้วย

“พีท...หนูนาขอกลับเมืองไทยไปร่วมงานแต่งงานของนีออนกับคุณวุฒิได้มั้ยคะ?” ปีเตอร์เลิกคิ้วมองหนูนาอย่าง งงๆ

“งานแต่งงาน?” 

“ใช่...งานแต่งงาน”

“ผมไม่เข้าใจ...”

“ก็ตอนที่นีออนได้รับช่อดอกไม้ของหนูนา...หนูนาเห็นสายตาของคุณวุฒิ...หนูนาว่าเขาต้องขอนีออนแต่งงานแน่นอนและเร็วๆนี้ด้วย” หนูนาขยายต่อข้อสงสัยของปีเตอร์

“มั่นใจ?”

“อื้ม!” หนูนาพยักหน้ายืนยันคำตอบ

“ขออนุญาตเตือนนะครับคุณภรรยา...จงเป็นผู้ดูอย่างเดียวนะ”

“เจ้าคะ...คุณสามีที่รัก”

“และถ้าเวลานั้นมาถึงจริงๆ...ผมจะไปกับหนูนาด้วย”

“จริงหรือคะ...พีทไปได้จริงๆหรือคะ...” หนูนาดีใจอย่างมาก และหันไปขอคำยืนยันอีกครั้งจากปีเตอร์ ปีเตอร์พยักหน้ายืนยันเป็นคำตอบ ใช่เขาต้องไปด้วยแน่นอน สาเหตุหลักคือตัวเขาคงไม่สามารถห่างเธอคนนี้ได้อีกแล้ว


“ปึก..ปึก..ปึก../ว้าย!.....”  เสียงบางอย่างปะทะกับรถพร้อมกับเสียงร้องด้วยความตกใจของหนูนา หนูนาซุกตัวเข้าหาอ้อมกอดของปีเตอร์อัตโนมัติ

“นาย...เราถูกลอบยิง!” มาเซลรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทันที

ปีเตอร์กอดหนูนาไว้ทันทีและให้หนูนาหมอบให้ต่ำที่สุด และมองไปรอบๆนอกรถ มีรถคันสีดำขับจี้ขนานกับรถเขาและเล็งปืนกลขนาดเล็กยิงใส่กระจกรถพอดี แต่มือปืนนั้นคงไม่รู้ว่ารถที่เขาใช้รวมถึงกระจกเป็นวัสดุกันกระสุน แต่ถ้ายังโดนยิงแบบนี้เรื่อยๆคงต้านได้อีกไม่นาน 

มาเซลเร่งเพื่อหนีการตามล่า และขณะเดียวกันก็รายงานเหตุการณ์ให้ทีมของนิกส์ ที่ตามมาห่างๆรู้ถึงสถานการณ์ เพราะตอนนี้รถคันสีดำคันเดิมพยายามจะเบียดเข้ามาและแซงเพื่อตัดหน้าล้อมรถของพวกเขา เพราะจากที่มองมีรถสีดำเหมือนกันอีกสามคันกำลังจี้ตามและพยายามจะล้อมพวกเขา

“เลี้ยวขวา” ปีเตอร์ออกคำสั่งมาเซลปฎิบัติตามทันที ทางที่เลี้ยวมาอย่างกระทันหันเป็นเส้นทางวันเวย์และค่อนข้างแคบทำให้รถที่ตามล่าพวกเขาชะลอตัวและไม่ได้เลี้ยวตามมาทันที ตอนนี้ทำให้พวกปีเตอร์ทิ้งห่างแต่ก็ยังไม่สามารถวางใจได้ เพราะพวกที่ตามล่าอาจจะไปดักรอข้างหน้า 

“หนูนากำไล...” ปีเตอร์พูดพร้อมกับจับข้อมือของหนูนาขึ้นมาดูทันทีว่าวันนี้เธอได้ใส่กำไลที่เขาให้ไว้หรือเปล่า ปีเตอร์ดูทั้งสองข้างว่างเปล่า ก็เข้าใจได้เพราะวันนี้เป็นวันแต่งงานกำไลที่เขาให้ใส่ มันไม่เข้ากับชุดแต่งงาน แล้วคงไม่มีใครได้คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นแม้แต่ตัวเขาเอง 

“บ้าจริง!” ปีเตอร์สบถออกมาอย่างหัวเสีย และตอนนี้เขายังคิดไม่ออกว่าเป็นฝีมือใคร และมันไม่ใช่เวลาที่ต้องคิดตอนนี้

“พีท...” หนูนาเงยหน้ามองปีเตอร์ได้เห็นสีหน้าตอนนี้ของเขาช่างน่ากลัวนัก หนูนายกมือไปกุมแก้มทั้งสองข้างของปีเตอร์ และจ้องเข้าไปในดวงตา “พีท...หนูนายังไหว...ใจเย็นๆนะคะ” หนูนารับรู้ได้ว่าความกังวลในสีหน้าและ    แววตาของปีเตอร์เกิดจากความเป็นห่วงเธอ เพราะเขาเอาตัวป้องกันเธอทุกอย่างจนตัวเธอแทบจะกลืนหายเข้าไปในตัวเขาอยู่แล้ว และหนูนาก็หยิบบางอย่างออกมาจากขอบเอวกระโปรงชุดแต่งงานมันคือกำไลที่ปีเตอร์ให้เธอไว้ 

“หนูนาให้ช่างตัดเย็บกระเป๋าลับเพื่อที่จะได้ใส่กำไลนี้ไว้...มันเป็นกำไลที่พีทให้หนูนาและพีทย้ำให้หนูนาติดตัวไว้ตลอด...และหนูนาก็ต้องการให้มันติดตัวหนูนาตลอดเช่นกันคะ”

ปีเตอร์ยิ้มให้กับใบหน้านั้นและรับกำไลนั้นมาและสวมกลับไปยังข้อมือของเจ้าของนั้นทันที

“นี้ครับนาย” มาเซลส่งบางอย่างให้ปีเตอร์ ปีเตอร์รับมาและตรวจเช็คอย่างรวดเร็วทุกอย่างพร้อม เขาก็เหน็บไว้ที่เอวทันที

“หนูนาเราต้องลงจากรถตรงแยกหน้า” ปีเตอร์หันไปบอกให้หนูนาเตรียมตัว

“แล้ว...มาเซลละคะ?” หนูนาหันไปถามปีเตอร์พร้อมหันไปมองมาเซลที่ตอนนี้ทำหน้าที่ขับรถอยู่

“ไม่ต้องกังวลครับ...ผมไม่เป็นไรครับ” มาเซลเป็นฝ่ายตอบคำถามของ  หนูนาเอง “เตรียมตัวนะครับ...” มาเซลชะลอรถเล็กน้อยเปิดล็อคประตู ปีเตอร์เปิดประตูและก้าวลงไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับรับหนูนาใช้เวลาอันสั้น และเมื่อปีเตอร์ปิดประตู มาเซลเหยียบคันเร่งและเร่งออกไปทันทีอย่างรวดเร็ว

“หนูนาวิ่ง!” หนูนาวิ่งตามแรงจูงของปีเตอร์ เพราะพวกเขาทั้งสองต้องเร่งฝีเท้าวิ่งเข้าไปในตรอกเล็กให้เร็วที่สุดเพื่อหาที่ซ่อนตัวก่อนที่รถของพวกที่ตามล่ามาถึงและทันได้เห็นว่าเขาและเธอได้ลงมาจากรถที่กำลังตามล่าอยู่   ปีเตอร์ดึงเธอและตัวเองหลบด้านหลังถังใบใหญ่ในตรอกนั้น มันคือถังขยะที่วางไว้ตามตรอกนั้นเอง เฉียดเวลาเดียวกันกับที่รถที่ตามล่ามาผ่านตรอกนั้นพอดี 

หนูนานั่งอยู่บนตักของปีเตอร์หลับตาก้มศีรษะลงตามแรงรัดของเขาที่ให้ศีรษะเธอแนบกับหน้าอกแกร่งนั้น รอฟังเสียงให้รถนั้นผ่านไปและมั่นใจว่าไม่มีใครเอะใจและลงจากรถมาและเข้ามาตรวจพื้นที่บริเวณนี้

“หนูนา...” ปีเตอร์กระซิบเรียกหนูนา เมื่อมั่นใจว่าไม่มีใครที่น่าสงสัยบริเวณใกล้ๆ หนูนาลืมตาและหันไปมองหน้าเจ้าของเสียงเรียก 

“เราปลอดภัยเหรอยังคะ?” 

“ยัง!...เดี๋ยวพวกมันคงจะรู้ว่าเราสองคนไม่ได้อยู่ในรถ...และคงย้อนกลับมาแน่นอน...เราต้องรีบออกจากที่นี้...หนูนาไหวมั้ย?” ปีเตอร์แจง และถามออกไปอย่างเป็นห่วง แน่นอนเขาต้องเป็นห่วงหนูนามากเพราะเธอไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนคงตกใจและกลัวมาก

“คะ”  ปีเตอร์เลิกคิ้วกับคำตอบของหนูนา เพราะหนูนาสงบนิ่งเกินกว่าที่เขาคาดไว้ แต่ตอนนี้เขายังไม่มีเวลาหาคำตอบต่อข้อสงสัยนี้ เพราะต้องรีบออกจากทีนี้ 

เมื่อปีเตอร์ช่วยพยุงให้หนูนายืนขึ้น เขาถอดเสื้อนอกออกสวมให้หนูนาทันทีและคุกเข่าลงฉีกชายกระโปรงของหนูนาส่วนที่ยาวให้สั้นเพื่อสะดวกในการขยับตัว 

หนูนาได้แต่ยืนมองคิดอย่างปลงๆชุดแต่งงานสวยๆของเธอและวันแต่งงานของเธอ และต้องขอบคุณปีเตอร์กับรองเท้าสั่งตัดและออกแบบพิเศษที่ทำให้เธอไม่มีปัญหาในการวิ่ง เพราะรองเท้าที่ปีเตอร์ช่วยเลือกเป็นแบบกึ่งบู๊ทมีส้นและตกแต่งด้วยคริสตัลอย่างลงตัว อย่างกับมาเพื่อรองรับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดอย่างตอนนี้

“ไปกันเถอะ” ปีเตอร์เอาเศษผ้าทิ้งลงถังปิดฝาเรียบร้อยเข้ามาจูงมือให้หนูนาเดินไปตามทิศทางที่เขาจะนำพาไป ปีเตอร์พาเดินลัดเลาะตามซอกทางเดินเล็กเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาจนมาถึงโฮเต็ลเล็กๆ เขาหันมาบอกเธอว่าที่นี้น่าจะปลอดภัยชั่วคราว 

ปีเตอร์มองภรรยาสาวถึงแม้หนูนาจะไม่แสดงออกว่าเธอเหนื่อยแค่ไหนแต่ดูแล้วเธออ่อนเพลียมาก เพราะนี้ก็เย็นมากแล้ว หนูนายังไม่ได้ทานอะไรเลยตั้งแต่เที่ยง ปีเตอร์บอกให้หนูนารอตรงประตูทางออก ส่วนตัวเขาเดินเข้าไปเพื่อติดต่อขอเปิดห้องพัก เพียงเวลาไม่นานปีเตอร์เดินมาตรงประตูและเปิดให้หนูนาเข้ามาโดยที่เขาเอาตัวบังเธอไว้และโอบกอดเธอพาเดินตามเจ้าของโฮเต็ลขึ้นชั้นสอง

และเมื่อมาถึงห้องเจ้าของโฮเต็ลไขเปิดประตูและส่งกุญแจให้เขา ปีเตอร์ดันตัวให้หนูนาเข้าไปในห้องทันที และต่อจากนั้นเขาก็ถอดนาฬิกา Rolex ไม่ต้องพูดถึงราคาระดับปีเตอร์ มาร์ส ส่งให้กับเจ้าของโฮเต็ลนั้น

“อย่าลืมตามที่ตกลงกันไว้” ปีเตอร์ย้ำคำพูดกับเจ้าของโฮเต็ลนั้น และได้รับการพยักหน้าเป็นคำตอบ ชายตรงหน้าของปีเตอร์ชำเลืองมองหญิงสาวเล็กน้อยแต่ไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆ และเดินจากไป

ปีเตอร์เข้าห้องและปิดประตูพร้อมกับล็อคให้เรียบร้อย และเดินเข้าไปหาหนูนาที่กำลังมองสำรวจห้องพัก ก็ไม่แย่อย่างที่คิด ถึงแม้โฮเต็ลนี้จะอยู่ในตรอกที่ต้องเดินด้วยเท้าเข้ามาจากถนนใหญ่ซอยซอกแซกเพราะเธอกับปีเตอร์ใช้เส้นทางที่ไม่เป็นที่จุดสนใจ ซึ่งแตกต่างที่โฮเต็ลแห่งนี้มีทางเข้าของยานพาหนะขนาดใหญ่เช่นกัน และภายในดูสะอาดกว่าที่เห็นจากภายนอก ปีเตอร์พยุงให้หนูนามาที่เตียงนอนและนั่งลงบนเตียงโดยให้หนูนานั่งบนตัก

“หนูนาตกใจมากมั้ย?” ปีเตอร์ถามออกไปพร้อมสบตาคมนั้น

“คะ...พีทแล้วมาเซลจะเป็นอะไรหรือเปล่า”

“มาเซล...ได้รับการฝึกมาเพื่อเหตุการณ์เหล่านี้...เขาเอาตัวรอดได้แน่นอน” หนูนายิ้มสบายใจขึ้น ถึงแม้เธอรู้จักมาเซลได้ไม่นานแต่มาเซลก็ดูแลเธอเป็นอย่างดีมาโดยตลอด

“คืนนี้เราต้องพักที่นี้หรือคะ?”

“ก๊อก...ก๊อก...”  ยังไม่ทันตอบเสียงเคาะประตูดังขึ้น ทั้งสองคนหันไปตามเสียงนั้นทันที หนูนาและปีเตอร์ลุกขึ้นยืนโดยทันที

“หนูนาเข้าไปซ่อนในห้องน้ำก่อน” ปีเตอร์พูดพร้อมกับจูงมือหนูนาเข้าไปในห้องดังกล่าว “อยู่ในนี้นะ...” ปีเตอร์พูดพร้อมกับผลักหน้าต่างบานเล็กของห้องน้ำและดูบริเวณด้านนอก และหันกลับมากุมไหล่ทั้งสองข้างของหนูนา

“หนูนาฟังให้ดีนะ...ถ้าสถานการณ์มันแย่...หนูนาปีนออกจากทางหน้าต่างนี้โดยทันที” หนูนาส่ายหน้าปฎิเสธน้ำตาเจ้ากรรมไหลมาโดยทันทีพร้อมกับยกมือดึงแขนปีเตอร์ไว้

“ก๊อก...ก๊อก...” 

“ได้โปรดหนูนา...รออยู่ในนี้นะ”  ปีเตอร์พูดพร้อมแกะมือหนูนาออก และดึงบางอย่างที่เหน็บไว้ที่เอวออกมา และเดินออกจากห้องน้ำไปพร้อมล็อคประตูเรียบร้อย

หนูนาเดินไปที่ประตูอย่างเงียบๆและคอยฟังเสียงข้างนอก ตอนนี้เธอรู้สึกกลัวมากจริงๆแล้ว เพราะให้ต้องเจออันตรายแค่ไหนถึงต้องตายเธอก็ไม่หวั่น ขอแค่ให้เขาอยู่ในสายตาเธอตลอดเวลา ให้เธอได้เห็นว่าเขายังปลอดภัย  หนูนาพยายามเงี่ยหูฟังแต่ทุกอย่างข้างนอกเงียบมาก 

“ก๊อก...ก๊อก...” จู่ๆเสียงเคาะประตูดังขึ้นสร้างความตกใจให้กับหนูนา 

“หนูนาออกมาเถอะ” แต่แล้วความโล่งอกก็ตามมาทันที เมื่อได้ยินเสียงของปีเตอร์ เธอรีบเปิดประตูออกไปและวิ่งเข้าไปสวมกอดปีเตอร์ทันที

ปีเตอร์สวมกอดรัดวงแขนปลอบขวัญหนูนาทันที พร้อมจุมพิตแผ่วเบาที่ศีรษะ “ไม่มีอะไรแล้ว...แค่เจ้าของโฮเต็ล...เขานำอาหารและเสื้อผ้าชุดใหม่มาให้หนูนา”

หนูนาเมื่อได้ยินอย่างนั้นเงยหน้ามองมาที่ปีเตอร์ พร้อมขมวดคิ้วอย่างแปลกใจและมองเลยไปที่โต๊ะริมห้อง แซนวิส น้ำส้ม วางอยู่ในถาด หนูนากลืนน้ำลายทันที ตั้งแต่เที่ยงเธอกับปีเตอร์ยังไม่ได้ทานอะไรกันทั้งคู่ เพราะตั้งใจว่าหลังจากเสร็จพิธี จะกลับไปทานกันที่งานเลี้ยงฉลองของพวกเขาทั้งสองคนแต่ก็ดันเกิดเรื่องเสียก่อน

“หิวมากมั้ย?” หนูนาตอบคำถามด้วยการพยักหน้า ปีเตอร์ยิ้มและดึง    หนูนาให้ไปนั่งที่โต๊ะที่วางมื้อเย็นของพวกเขาทั้งสองคน ปีเตอร์หยิบแซนวิสขนาดชิ้นพอดีคำป้อนให้หนูนา 

“พอทานได้มั้ย?” ปีเตอร์ถามออกไปด้วยความเป็นห่วง ว่าอาหารจะไม่ถูกปากภรรยาที่รัก หนูนาพยักหน้ายิ้มพร้อมกับเคี้ยวแซนวิสที่ปีเตอร์ป้อนให้ เมื่อหนูนากลืนแซนวิสคำแรกที่เขาป้อนให้ ปีเตอร์ก็กำลังส่งชิ้นที่สองให้หนูนา 

“พีท...ทานด้วยสิคะ” หนูนาจับมือเขาไว้และส่งกลับแซนวิสชิ้นที่สองไปที่ปากของปีเตอร์ 

“ผมยังไม่หิว”

“ไม่จริง!” หนูนารู้และเข้าใจว่าปีเตอร์ต้องให้เธอกินให้อิ่มก่อนแน่นอน “พีททานสิ...หนูนาไม่ชินและคิดถึงพีทมาก...เราสองคนไม่ได้นั่งทานอาหารกันแบบนี้หลายวันแล้วนะคะ” หนูนาพูดพร้อมรอยยิ้ม ใช่!เธอกับปีเตอร์โดยปกติถ้ามีเวลา ปีเตอร์จะทำอาหารทานเองที่คอนโดและทั้งเขาและเธอจะมานั่งทานอาหารด้วยกันจากจานเดียวกันสลับกันป้อน ตั้งแต่กลับมาจากบ้านของเขาที่ ซอลท เลค ซิตี้ ที่เกิดเรื่องวุ่นวายมากมายที่นั้น  ทำให้ปีเตอร์มีอะไรหลายอย่างที่ต้องทำ      ทั้งหน้าที่ของนักร้องดัง,เตรียมตัวสำหรับการเป็นสามีของเธอ,และเคลียปัญหาของการเป็นทายาทของพ่อของเขา ภาระที่มากมายและหนักหนาสาหัส แต่เขาก็พยายามที่จะจัดเวลาให้กับเธอจนหนูนาไม่รู้สึกเลยว่ามีช่วงเวลาที่ห่างจากเขา จะมากสุดที่ไม่ได้เห็นหน้ากันเลยคือช่วงเวลาก่อนวันแต่งงานห้าวันนี้เท่านั้น

ปีเตอร์ยิ้มพร้อมรับแซนวิสเข้าปากและหยิบอีกชิ้นป้อนให้หนูนาทันที บรรยากาศตอนนี้ทำให้ทั้งสองคนคลายความตึงเครียดกับเหตุการณ์ที่พึ่งจะเกิดขึ้นทันที 

“พีท...มาเซลติดต่อกลับมามั้ยคะ” หนูนาเอ่ยถามหลังจากดื่มน้ำส้ม และทุกอย่างที่ทางเจ้าของโฮเต็ลจัดมาไม่มีอะไรเหลือทิ้ง...

“อืม!...มาเซลปลอดภัยดี” ปีเตอร์พูดพร้อมกับหยิบโทรศัพท์เปิดข้อความที่มาเซลส่งมาให้หนูนาดู “และทางนั้นทุกคนปลอดภัยอยู่ภายใต้การดูแลเป็นอย่างดี...คืนนี้เราสองคนคงต้องพักที่นี้จนกว่าทุกอย่างจะเคลียแล้ว”

“แล้วจับพวกที่ตามล่าเราได้มั้ยคะ” หนูนาพยักหน้ารับทราบและคลายความกังวลใจและความเป็นห่วง คุณแม่วันดีกับนีออนลงได้ 

ปีเตอร์ส่ายหน้าบอกว่ามาเซลยังไม่ได้รายงานอะไรมาเพิ่มเติม คงต้องรอเพราะคาดการณ์ว่าทางมาเซลคงกำลังจัดการและเคลียปัญหาเหล่านั้นอยู่ 

“หนูนาไม่ต้องกังวลใจ...ทุกคนได้รับการฝึกมาเป็นอย่างดี...และทุกคนล้วนแล้วแต่มีประสบการณ์กันทุกคน...” ปีเตอร์อธิบายและละคำพูดต่อว่า “แม้แต่ตัวเขาเอง...” และเขาคิดว่ามันยังไม่จบ มันแค่เริ่มต้นเท่านั้น... 

“พีท...คิดว่าเป็นฝีมือใครคะ?” หนูนาสงสัยเพราะก่อนจะถึงวันแต่งงาน ก็อย่างที่บอกว่าเขามีภาระที่ต้องสะสางกับการเป็นทายาทของ อีธาน เบนเน็ต         หนูนาย้อนกลับไปคิดถึงเมื่อสามสัปดาห์ก่อน....

ณ เมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนียเป็นอีกรัฐของอเมริกาที่หนูนาได้มาเยือนเป็นครั้งแรก เพราะเธอยืนยันที่จะตามปีเตอร์มาด้วยไม่ใช่เหตุผลที่จะมาท่องเที่ยวใดๆแต่เนื่องจากว่า อีธาน เบนเน็ต พ่อของปีเตอร์อยู่ที่นี้ และปีเตอร์ต้องการมาสะสางปัญหาและส่งมอบหลักฐานการจ้างวานฆ่าของแมรี่ให้กับพ่อของเขา 

“หนูนารอในห้องนี้นะ” หนูนาพยักหน้าหลังจากมาถึงทั้งเธอและเขา เข้าห้องพักที่โรงแรมโดยทันที และเมื่อมาถึงได้ไม่นาน มาเซลก็มารายงานว่าคุณอีธานได้เดินทางมาถึงและรออยู่อีกห้องที่เป็นจุดนัดพบระหว่างพ่อลูก 

“พีท...จะไม่เป็นอะไรใช่มั้ย?” ปีเตอร์พยักหน้าพร้อมกับสบตาคมนั้นที่จับจ้องมาอย่างบอกให้รู้ว่า “เอาความจริงนะ”  

“ไม่มีอะไร”   ปีเตอร์ตอบสั้นๆ พร้อมจุมพิตแผ่วเบาที่หน้าผากนูนนั้น และเดินออกไปจากห้อง ซึ่งทำให้ในห้องเหลือเพียงหนูนากับมาเซลที่ยืนอยู่ห่างๆ 

การเดินทางมาครั้งนี้นอกจากมาเซลแล้วทำให้หนูนารู้จักกับมือขวาของ  ปีเตอร์อีกคนคือ นิกส์ ถ้าไม่บอกว่าเป็นการ์ดของปีเตอร์ หนูนาคิดว่ามีอาชีพเป็นนายแบบ ชาวอเมริกันโดยแท้อีกคน เพราะทั้งรูปร่างหน้าตาของการ์ดคนนี้สามารถเป็นนักแสดงที่สาวๆเห็นแล้วคงต้องกรี๊ด และเป็นอีกคนที่ปีเตอร์ไว้วางใจอย่างไม่มีเงื่อนไข และหนูนายังทราบข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า การ์ดส่วนใหญ่ของปีเตอร์ล้วนแล้วแต่เป็นเด็กกำพร้าภายใต้การดูแลและเลี้ยงดูอุปถัมภ์จากคุณตาไมเคิล แต่ทุกคนไม่ได้ถูกบังคับล้วนแล้วแต่สมัครใจ แต่ทุกคนก็มีอาชีพอื่นที่สุจริตตามแต่ที่เลือกและชอบ ทุกคนจะแฝงตัวอยู่ในที่ต่างๆใช้ชีวิตเหมือนคนทั่วไป เพราะคุณตาไมเคิลให้การศึกษากับทุกคน แล้วแต่ใครต้องการอะไรท่านไม่เคยปฎิเสธ บางคนเป็นถึง     ซีไอเอก็มี จึงทำให้หนูนาเข้าใจแล้วว่าข้อมูลความเป็นตัวตนของปีเตอร์ถึงสามารถปกปิดเป็นความลับได้อย่างมิดชิด 

“มาเซล” จู่ๆหนูนาก็เรียกบอร์ดิการ์ดส่วนตัว ใช่ตอนนี้มาเซลมีหน้าที่หลักคือดูแลตัวเธอในเวลาที่ปีเตอร์ไม่สามารถอยู่ข้างกายเธอได้ 

“ครับ”

“คือ...นีน่าต้องการความช่วยเหลือ...และขอร้องให้คุณปิดเป็นความลับ...ห้ามบอกพีท...” หนูนาก็ให้รายละเอียดและความต้องการของเธอขอความร่วมมือกับมาเซล......

“เอ่อ...คุณนีน่าครับ...ผมว่า...ถ้านายทราบคงไม่เห็นด้วย...คุณนีน่าอาจกำลังจะทำให้นายโกรธนะครับ...และเรื่องนี้ผมเองก็ต้องถูกลงโทษแน่นอน”

“ก็อย่าให้นายของมาเซลทราบสิคะ...นีน่าสัญญาว่าจะใช้เวลาให้น้อยที่สุด...และมาเซลก็สามารถอยู่กับนีน่าได้ตลอดเวลา...นะคะนีน่าขอร้อง” หนูนาใช้สายตาอ้อนวอน เพราะจริงอย่างที่มาเซลพูดถ้าปีเตอร์รู้เข้า เขาต้องโกรธมากเพราะอารมณ์แบบนั้นเธอเองก็เคยสัมผัสกับตัวมาบ้างแต่นั้นมันก็แค่น้อยนิด ตัวเธอยังไม่เคยเห็นเวลาที่ปีเตอร์โกรธจริงๆสักครั้ง เพราะเขามักจะอ่อนโยนกับเธอตลอดเวลาและเมื่อเวลาที่เธออยู่ด้วย เขามักจะไม่แสดงอารมณ์หรือพฤติกรรมที่น่ากลัวใส่คนรอบข้างเลยสักครั้ง

ปีเตอร์ได้แต่ส่ายหน้า เพราะตัวเขาเองก็ยังไม่แน่ใจว่าเป็นใครหลังจากที่เขาตัดสินใจแล้วว่าจะสืบทอดสิ่งที่พ่อของเขาสร้างมา ต้องมีทั้งคนที่สนับสนุนและไม่เห็นด้วย

“ไปอาบน้ำกัน” หนูนาตาโตใส่ปีเตอร์ทันทีกับการเปลี่ยนเรื่องแบบไม่ตั้งตัวของสามีที่รักตรงหน้า 

“ว้าย!!!!....พีท” หนูนาร้องออกมาอย่างตกใจ เพราะกำลังอึ้งกับการเปลี่ยนเรื่องแบบฉับพลันทันด่วนของเขา แต่จู่ๆเขาก็เข้ามาช้อนตัวเธอและอุ้มเดินตรงไปที่ห้องน้ำทันที หนูนายกแขนโอบรอบคอเขาอัตโนมัติโดยทันที

ปีเตอร์วางหนูนาลงเมื่อเข้ามาในห้องน้ำและจัดการกับชุดแต่งงานของหนูนาออกทันที ปลดปล่อยดอกไม้ตูมที่เขาไม่เคยอิ่มและเบื่อเลยจ้องมองล่องรอยสัมผัสของเขาที่ยังคงให้เห็นจางๆ 

หนูนายกแขนขึ้นมาปิดบังทันที “ให้ตายเถอะ...เธอยอมรับกับตัวเองว่ายังไม่ชินกับสายตาของชายตรงหน้าที่เปลี่ยนสถานะเป็นสามีที่ถูกต้องของเธอแล้ว...ทุกครั้งที่เขาใช้สายตาแบบนี้มองเธอ ทำให้เธอร้อนวูบวาบไปทั้งตัวเลย” 

ปีเตอร์ยิ้มกับอากัปกริยาเขินอายของภรรยาที่รักตรงหน้า เพราะทำให้ทั้งตัวและใบหน้าของหนูนาแดงอย่างเห็นได้ชัด 

“สวยงามมาก” ปีเตอร์พึมพำเบาๆและเอื้อมมือไปแกะมือเธอออกพร้อมส่ายหน้าเป็นเชิงเตือนเมื่อหนูนาพยายามขัดเขิน

“คนบ้า...สถานการณ์แบบนี้ยังคิดจะ...” หนูนาได้แต่คิด

“พีทจะอาบน้ำให้หนูนา...ในฐานะภรรยาของพีท...เป็นครั้งแรก”หนูนาตาโตมองปีเตอร์ เพราะรู้ดีว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ 

“ทำไมเงียบไปละ” ปีเตอร์เลิกคิ้วถามอย่างแปลกใจ เพราะค่อนข้างจะผิดวิสัยของหญิงสาวตรงหน้าหนูนาส่ายหน้าเป็นการปฎิเสธแบบมีเลศนัยว่าไม่มีอะไร ทั้งๆที่มีบางอย่างที่ต้องการต่อรองเขา 

ปีเตอร์ขมวดคิ้วจ้องหน้าหนูนาทันที เพราะเขารับรู้ได้ว่าหนูนาต้องมีอะไรแน่นอนและเธอกำลังคิดจะต่อรองเขาอยู่

“เงื่อนไขคืออะไร” ปีเตอร์พูดออกไปทันที

“ยกโทษ” หนูนาตอบออกไปทันที 

“เรื่อง?” ปีเตอร์หลี่ตาจ้องตากลับทันที แสดงว่าหนูนาต้องทำอะไรบางอย่างไปแล้ว และเป็นเรื่องที่เขาต้องไม่พอใจเป็นอย่างมาก

“รับปากก่อนสิ....” หนูนาใช้น้ำเสียงอ่อนเชิงเว้าวอน

“แกะกระดุม” ปีเตอร์พูดพร้อมกางแขนออก เพื่อให้หนูนาทำตามสั่งได้สะดวก “คงสร้างเรื่องอะไรไว้สินะ...หนูนาที่รัก บทลงโทษได้ถูกกำหนดไว้แล้วเพื่อหนูนาคนเดียวเท่านั้น”  

“เล่ามา” ปีเตอร์พูดออกมาเมื่อหนูนายื่นมือไปแกะกระดุมเม็ดแรกให้

“รับปากมาก่อนสิ...ว่าจะยกโทษให้กับทุกคน”

“มีผู้ร่วมชะตากรรมด้วยสินะ”

“พีท!!!” หนูนาหยุดชะงักภารกิจและเงยหน้าขึ้นมองปีเตอร์ ซึ่งเขาก้มหน้ามองอยู่ก่อนแล้ว

“ก็ขึ้นอยู่กับต่อจากนี้...ครับ...ภรรยาที่รัก” หนูนาเมื่อได้ยินแบบก็ทำแก้มป่องใส่ปีเตอร์ทันที จนปีเตอร์อดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นไปบีบจมูกรั้นนั้นอย่างมั่นเขี้ยว “อย่าไปทำหน้าแบบนี้ให้ใครเห็นนะ” ปีเตอร์พูดเป็นเชิงเตือน เพราะภรรยาสาวของเขาเพิ่มพูนด้วยความน่ารัก จนเขาเองอยากจะเก็บเธอไว้ไม่ให้ชาวโลกคนไหนได้เห็นเลย

“ได้!ถ้าหนูนาทำให้พีทมีความสุข...พีทต้องยกโทษให้มาเซลและหนูนา นะคะ” ปีเตอร์เลิกคิ้วอย่างแปลกใจ เพราะไม่คิดว่ามาเซลจะมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย 

“หนูนาชนะใส...สำหรับความสุขที่ผมจะได้รับจากหนูนา...แต่โทษ...ผมคงยกให้ได้แค่คนเดียว...เลือกมาและเล่ามา” หนูนาทำตาโตใส่ชายตรงหน้าอีกครั้ง นี้เขาคงอยากจะลงโทษเธอมากสินะ 

“ขอยังไม่บอกรายละเอียด...แต่โทษ...หนูนาขอให้ยกโทษให้มาเซลในทุกกรณี” ปีเตอร์ยิ้มและพยักหน้าเป็นการรับปาก พร้อมกางแขนอำนวยความสะดวกให้หนูนาสานต่อภารกิจที่ค้างไว้อีกครั้ง

หนูนาขยับเข้าไปใกล้ปีเตอร์มากขึ้น และเริ่มแกะกระดุมเสื้อเชิตทีละเม็ดต่อทันที ปีเตอร์ก็โอบรอบเอวเปลือยเล็กของหนูนาทันที และเอื้อมมือเข้ากอบกุมสะโพกกลมเล็กนั้น เพราะตอนนี้หนูนาเหลือปราการชิ้นเดียวที่ปกปิดความเป็นหญิงไว้ เมื่อกระดุมเม็ดสุดท้ายหลุดออกจากกัน ปีเตอร์ละมือออกจากสะโพกนั้นอย่างเสียดายเพื่อให้หนูนาถอดเสื้อออกจากตัวเขา 

ตอนนี้ช่วงบนของปีเตอร์เหลือเสื้อกล้ามสีขาว หนูนาดึงขึ้นจนพ้นศีรษะเขาไป และขยับเข้าไปใกล้เบียดตัวเองจนความเป็นหญิงของเธอเสียดสีกับบางอย่างภายใต้กางเกงนั้น แต่หนูนาเลือกที่จะไม่สนใจกลับใช้ปากอิ่มเข้าครอบครองหน้าอกแกร่งนั้น เรียกเสียงครางด้วยความพึงพอใจจากสามีที่รักตรงหน้าได้ทันที

หนูนากัดหยอกล้อและดูดยอดหน้าอกแกร่งนั้นสลับไปมา ปีเตอร์แอ่นหน้าอกเข้าหาปากอิ่มนั้นอย่างอัตโนมัติ และมือก็ลงต่ำไปบีบขย้ำสะโพกกลมนั้นตามอารมณ์ของตัวเองที่หนูนาเป็นผู้สร้างขึ้นมา หนูนาใช้ความเป็นหญิงเบียดเข้าแก่นกายภายใต้กางเกงนั้นมากขึ้นเมื่อรับรู้ได้ถึงความตื่นตัว 

ปีเตอร์ก็ไม่รอช้าสอดนิ้วมือเข้าไปหาสิ่งที่เขารอคอยจากทางด้านหลังโดยที่ยังคงเก็บปราการชิ้นน้อยไว้ เขาสัมผัสได้ถึงความชื่นแฉะที่ดอกกุหลาบงามที่มีเพียงเขาเท่านั้นที่จะได้ครอบครอง เขาค่อยๆสอดใส่นิ้วเข้า หนูนาสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อรับรู้ถึงการเข้าไปในตัวเธอ

“ต่อสิที่รัก” ปีเตอร์กล่าวเตือนด้วยเสียงที่สั่นพร่า

หนูนาเข้าครอบครองยอดหน้าอกแกร่งนั้นอีกครั้ง และเพิ่มหน้าที่ให้กับ  ตัวเองต่อคือเข้าไปปลดเข็มขัดของชายตรงหน้า ในขณะที่เธอต้องรับกับอารมณ์ที่      ปีเตอร์ได้กระทำขึ้น เพราะเขาไม่ได้เพียงแค่สอดใส่นิ้วร้ายเข้าไปในตัวเธอ เขายังขยับเป็นจังหวะสร้างความเสียวซ่านให้เธอยิ่งนักจนเธอกำลังจะไม่สามารถยืนด้วยขาของตัวเองได้ 

“พีท” หนูนาร้องเรียกเขาทันที 

“ล้างตัวกันดีกว่า” ปีเตอร์ถอดนิ้วออกและเอาเข้าปากตัวเองดื่มกินธารน้ำของหนูนาที่ติดมากับนิ้วของตัวเอง และจัดการกับกางเกงของตัวเองต่อจากที่      หนูนาได้จัดการไว้ก่อนหน้านี้ รวมถึงปราการชิ้นสุดท้ายของหนูนาด้วยเช่นกัน  

ปีเตอร์ยิ้มให้กับใบหน้าคมหวานของภรรยาเมื่อสายน้ำจากฝักบัวไหลผ่านร่างกายเปลือยเปล่าของทั้งสองและค่อยๆโน้มหน้าลงมาให้ปากหนาประกบปากอิ่มนั้นทันที หนูนายกแขนโอบรอบคอปีเตอร์โดยอัตโนมัติเปิดรับการสัมผัสจากเขาพร้อมเบียดร่างกายเปลือยเปล่าเข้าหากันอกอิ่มเบียดเสียดสีไปกับอกแกร่ง สร้างความรู้สึกเสียวซ่านให้กับคนทั้งสอง หนูนารับรู้ถึงแก่นกายตรงบริเวณหน้าท้องแบนเรียบของเธอที่ค่อยๆเปลี่ยนขนาดตามแรงการสัมผัสบดขยี้ที่ริมฝีปากอิ่ม 

ปีเตอร์ร้องครางในคออย่างพึงพอใจเมื่อหนูนากลับเป็นฝ่ายรุกลิ้นน้อยๆในโพรงปากหนาเคลื่อนไหวดูดกลืนความหวานอย่างโหยหา สองมือของปีเตอร์ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนละเอียด หนูนาไล่ริมฝีปากมาตามลำคอหนาหยอกล้อกัดเบาๆสลับกับจูบดูดสร้างความเสียวซ่านให้กับปีเตอร์ยิ่งนัก 

“หนูนา...ของพีท...” ปีเตอร์เปล่งเสียงครางเหมือนคนเพ้อตกในภวังค์สวาท หนูนาไล่ต่ำลงมาเลื่อยๆ เปลี่ยนสัมผัสนุ่มนวลเป็นร้อนแรงปากอิ่มทำหน้าที่ไม่ขาดตกบกพร่องสร้างตีตราจองทุกจุดการสัมผัส สองมือลดต่ำลงมากอบกุมครอบครองให้ความอบอุ่นแก่นกายที่ขยายตัวอย่างแข็งแรง 

ปีเตอร์เสียวซ่านแอ่นหน้าอกแกร่งพร้อมแหงนหน้าระบายความร้อนที่สุ่มภายในร่างกาย สองมือประคองเอวคอดของหนูนา สายน้ำที่กำลังไหลผ่านไม่สามารถช่วยบรรเทาความร้อนในร่างกายที่มีแต่จะเพิ่มมากขึ้น 

หนูนาไล่ต่ำลงมาเลื่อยๆ จนย่อเข่าลงกับพื้นจับจ้องแก่นกายนั้น ปีเตอร์มองตามหนูนาที่กำลังจุมพิตอย่างแผ่วเบาแก่นกายนั้นและปล่อยลิ้นน้อยๆทักทายหยอกล้อ และเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้กับเขา 

“สาวน้อยเจ้ากำลังเล่นกับไฟ” ปีเตอร์กล่าวและยิ้มตอบกลับนางฟ้าของเขา หนูนาครอบครอง “ไฟ” ที่ปีเตอร์กล่าวเปรียบเทียบนั้นด้วยปากอิ่มของเธอ      ปีเตอร์กัดกรามทันทีสองมือเข้าประคองศีรษะน้อยๆนั้น หนูนาค่อยๆดูดกลืนแก่นกายนั้นเข้าไปอย่างช้าๆ แต่ด้วยความแตกต่างกันมากของขนาด ทำให้หนูนาไม่สามารถครอบครองได้ทั้งหมด 

ปีเตอร์ยิ้มทั้งๆที่อารมณ์ความเสียวซ่านกำลังเพิ่มพูนขึ้น เพราะรับรู้ได้ถึงอารมณ์ความขัดใจของหนูนาที่ไม่สามารถครอบครองเขาได้ทั้งหมด ปีเตอร์ไปกอบกุมมือเล็กข้างหนึ่งให้ไปกอบกุมแก่นกายเขาและนำวิธีที่จะจัดการกับเขา โดยการที่ให้มือของหนูนาและการขยับปากเข้าออกเป็นจังหวะเดียวกัน ปีเตอร์สอนอย่างใจเย็น ลูกศิษย์ของเขาจะรู้บ้างมั้ยว่าตอนนี้เขาแทบจะคลั่งอยู่แล้ว

ปีเตอร์ปล่อยให้หนูนาทำด้วยตัวเธอเอง และทุกครั้งการขยับแก่นกายของเขาเข้าไปในปากอิ่มนั้นหนูนาจะดูดเหมือนกับว่าเขากำลังโดนตอดรัดไปในตัว และหนูนาเริ่มเร่งจังหวะเร็วขึ้น เมื่อชินและจับจังหวะการขยับ  สองมือของปีเตอร์ประคองศีรษะเล็กที่ตอนนี้ขยับไปตามจังหวะ ปีเตอร์เริ่มเกิดอาการเกร็งกัดกรามเมื่อตัวเขากำลังจะเข้าแดนสวาท หนูนารับรู้ได้ทันทีว่าสามีใกล้ถึงจุดปลดปล่อย เธอเร่งจังหวะให้เร็วขึ้นพร้อมกับดูดแก่นกายรุนแรงขึ้น

“หนู...นา...โอ้ววววว...” ปีเตอร์ร้องออกมาเสียงสั่นและหายใจถี่เร็ว เมื่อเขาได้ปลดปล่อยธารน้ำในโพรงปากอิ่ม หนูนารับไว้และกลืนลงไปในคอทันที รับรู้ถึงรสชาติของสามีที่รักเป็นครั้งแรก ปีเตอร์มองภาพนั้นพร้อมกับยิ้มถอดแก่นกายออกจากปากอิ่มและย่อเข่าลงมานั่งลงกับพื้นห้องโดยให้สายน้ำไหลผ่านพวกเขาทั้งคู่ 

“เก่งขึ้นทุกวันเลยนะ...” ปีเตอร์พูดพร้อมกับดึงจมูกรั้นนั้นอย่างหยอกล้อและดึงหนูนาเข้ามานั่งบนตักเขา   หนูนายิ้มตอบและยกมือขึ้นไปเกลี่ยเส้นผมของปีเตอร์ที่ค่อนข้างจะยาวกว่าปกติตามคอนเซ็ปอัลบั้ม

“รักพีทที่สุด” 

ปีเตอร์ยิ้มและประกบปากอิ่มนั้นอีกครั้งและขยับให้หนูนานั่งคร่อมเขาไว้ และสองมือกอบกุมที่ดอกไม้ตูมนั้นทันทีบีบเคล้นตามความต้องการ ปากและมือทำงานกันอย่างลงตัว ด้านล่างเสียดสีจนหนูนารู้ถึงการตื่นตัวอีกครั้งของเขา ปีเตอร์ปล่อยมือข้างหนึ่งออกจากดอกไม้ตูมอย่างเสียดายย้ายไปสัมผัสที่ดอกกุหลาบงามเบื้องล่าง ลูบไล้กรีดกรายตามความรู้สึกที่เกิดขึ้นอยู่ตอนนี้...

ปากหนาและปากอิ่มต่างดูดกลืนความหวานของกันละกัน ความรู้สึกอิ่มเอมที่มอบให้กันและกัน ทำให้สามารถลืมเลือนเหตุการณ์ร้ายเมื่อช่วงเย็น ปีเตอร์ให้หนูนาขยับเพื่อที่เขาจะย้ายตัวตนของเขาเข้าหาความอบอุ่นที่คุ้นเคยอีกครั้งอย่างไม่รู้สึกเบื่อ มีแต่จะเพิ่มความต้องการมากขึ้น

“ขยับ...” ปีเตอร์กระซิบแผ่วเบาที่ริมฝีปากอิ่ม หนูนาทำตามเสียงเซ็กส์ซี่นั้นทันที เกิดเสียงกังวาลจากการสัมผัสและการขยับผ่านสายน้ำที่ไหลผ่านพวกเขาทั้งสอง ปีเตอร์ครอบครองดอกไม้ตูมตรงหน้าด้วยปากหนาสลับกับการบีบขย้ำตามอารมณ์เสียวซ่านที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามการขยับและเสียดสีระหว่างดอกกุหลาบงามของหนูนาและแก่นกายที่ขยายตัวเรื่อยๆ 

“ที่รักเร็วอีก” หนูนาเร่งตามเสียงนั้นทันที ตัวเธอเองก็ย่างก้าวเข้าสู่ดินแดนสวรรค์และกำลังจะพุ่งสู่จุดสูงสุด โดยการนำพาของชายตรงหน้าไปพร้อมๆกับเธอ ความร้อนภายในร่างกายของพวกเขาปลดปล่อยพร้อมกันทันที เมื่อหนูนาขยับต่อได้อีกเพียงไม่กี่ครั้ง เสียงหอบหายใจเข้าแทนที่เสียงการสัมผัสนั้นทันที หนูนาซบอกแกร่งนั้นทันทีและหลับตาลงเหมือนกำลังเข้าสู่นิทราได้แม้จะมีสายน้ำไหลผ่าน

ปีเตอร์โอบรับตัวหนูนาไว้ และค่อยๆถอดแก่นกายออกสู่อากาศภายนอก ฝ่ามือลูบแผ่นหลัง “หนูนา...” ร้องเรียกหนูนาเพราะเธอกำลังจะเข้าสู่นิทราแล้วจริงๆ หนูนาแค่ครางเบาๆในลำคอ ปีเตอร์ขยับและพยุงตัวหนูนาให้ยืนขึ้นพร้อมกับไปปิดน้ำ และผลักให้หนูนาเดินออกจากห้องอาบน้ำ หนูนาขยับตามการนำของ     ปีเตอร์โดยที่ไม่ลืมตาแม้แต่น้อยเขาเอื้อมมือข้างหนึ่งไปหยิบผ้าเช็ดตัว และแขนอีกข้างคอยพยุงภรรยาของเขาไว้ เพราะหนูนากำลังเข้าสู่โหมดการหลับไหลแล้วจริงๆ 

ปีเตอร์เอาผ้าเช็ดตัวคลุมศีรษะของหนูนาไว้ เพราะต้องการให้ซับผมที่เปียกของเธอ เพราะเขาไม่ได้รับความร่วมมือใดๆจากหนูนาเลย และหยิบอีกหนึ่งผืนพันรอบเอวของตัวเองไว้อย่างหลวมๆ และอีกหนึ่งผืนพันตัวหนูนาไว้อย่างหลวมๆเช่นกัน และช้อนตัวหนูนาขึ้นอุ้มทันที หนูนาเบียดใบหน้าของตัวเองเข้าสู่อกแกร่งนั้นโดยอัตโนมัติ

ปีเตอร์เดินมานั่งที่เตียงและให้หนูนานั่งบนตักและค่อยๆบรรจงเช็ดผมที่เป็นลอนหยิกตามธรรมชาตินั้นอย่างเบามือ ปีเตอร์ยิ้มอย่างเอ็นดูในความน่ารักของภรรยา ที่เขามั่นใจได้แล้วว่าเธอได้เข้าสู่นิทราไปแล้วอย่างสนิท วันนี้เธอเจออะไรมามากมายเกินกว่าหญิงสาววัยยี่สิบห้าทั่วไปควรได้รับ 

ปีเตอร์ย้อนคิดไปถึงก่อนเข้าพิธีแต่งงานที่เขาบุกเข้าห้องนอนที่คอนโดของเขาที่ใช้เป็นสถานที่ในการแต่งตัวให้กับเธอ เขาคิดถึงหนูนามากจริงๆ เป็นความรู้สึกที่ตัวเขาเองก็ไม่อยากเชื่อว่ามันจะเกิดขึ้นกับตัวเขา หนูนาช่างมีอิทธิพลกับเขามาก แค่ไม่เห็นหน้าเธอ รอยยิ้มของเธอ ติดกันหลายวันมันทำให้เขาไม่มีสมาธิในการทำงานเลย

จอนนี่เหมือนดูเขาออก พยายามประกบเขาตลอดเวลาหลายวันถึงแม้เขาเองจะไม่แสดงอาการอะไรให้ใครเห็น แต่ก็ยังทำให้สมาชิกในวงรู้ได้อัตโนมัติ ว่าเขาคิดถึงหนูนามาก ปีเตอร์แอบยิ้มและขำทั้งตัวเองและเพื่อนๆในวงที่เขาหลอกล่อทุกคนจนหนีออกมาหาหนูนาและรักเธอก่อนเข้าพิธีเพียงไม่กี่ชั่วโมง ปีเตอร์ก้มมองหญิงสาวที่ทำให้เขาไม่เป็นตัวของตัวเอง หญิงสาวที่ทำลายกำแพงความหว้าเหว่ในชีวิตเขาจนหมดสิ้น หญิงสาวที่เรียกคืนรอยยิ้มและเสียงหัวเราะในตัวเขากลับมา ตอนนี้เธอคนนั้นอยู่ในอ้อมแขนของเขาและเป็นภรรยาของเขาต่อจากนี้ไปจนลมหายใจสุดท้ายของเขา

“หนูนา...ผม...รัก...คุณ” ปีเตอร์กระซิบแผ่วเบาเป็นภาษาไทยที่หูน้อยๆนั้น เกิดรอยยิ้มบนใบหน้าหวานที่กำลังหลับไหลนั้น

“ตืด...ตืด...ตืด” เสียงโทรศัพท์ของปีเตอร์ดังขึ้น เขาเอื้อมมือข้างหนึ่งไปหยิบและอีกมือยังประคองกอดหนูนาไว้ 

“นิกส์” ปีเตอร์เรียกชื่อตามหน้าจอแสดงรายชื่อที่โทรเข้ามา

“นาย...อีกครึ่งชั่วโมงพวกเราจะไปถึงนาย”

“โอเค” ปีเตอร์กดวางทันทีเมื่อได้รับแจ้งดังนั้น และค่อยๆวางหนูนาลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา ปีเตอร์ลุกขึ้นไปแต่งตัวกับชุดเจ้าบ่าว แต่เขาหยิบเสื้อกล้ามของเขาติดมือมาหลังจากที่ตัวเองแต่งตัวเรียบร้อย เดินมาที่เตียงนอนนำเสื้อกล้ามของตัวเองค่อยๆบรรจงสวมให้หนูนาอย่างแผ่วเบา โดยไม่รบกวนเวลานิทราของนางฟ้าแม้แต่น้อย และเดินไปหยิบเสื้อผ้าที่เจ้าของโฮเต็ลนำมาให้เป็นเสื้อยืดคอกลมแขนสั้นสีน้ำเงินกับกางเกงขาสั้นที่ดูเหมือนจะเล็กถ้าสำหรับสาวๆชาวตะวันตกแต่สำหรับหนูนาก็ยังดูใหญ่กว่าตัวเธอ แต่ก็เข้าใจได้เพราะเจ้าของโฮเต็ลคงหาได้เท่านี้จริงๆ เขาเองก็รู้สึกขอบคุณในความมีน้ำใจนั้นรวมถึงมื้อเย็นด้วย

🎸🎤🎶🎼

“นายครับ” นิกส์เคาะประตูพร้อมให้สัญญาณเสียงและผลักเข้าไปเมื่อได้ยินเสียงอนุญาตจากคนข้างใน ปีเตอร์เดินออกมาพร้อมกับหนูนาที่หลับสนิทในอ้อมแขน เขาหยุดและส่งสายตาให้กับนิกส์ นิกส์มองตามและเอื้อมไปดึงสิ่งที่มาเซลส่งให้นายตอนเหตุการณ์ขับขันในรถเหน็บอยู่ที่เอวของเจ้านาย และเดินตามหลัง     เจ้านายทั้งสองไปอย่างเงียบๆ อย่างที่รู้กันว่าไม่ควรรบกวนเวลานิทราของนายหญิง

ปีเตอร์เดินลงบันไดมาถึงชั้นล่างเจอมาเซลยืนอยู่ และข้างๆเป็นเจ้าของโฮเต็ล ปีเตอร์หันไปมองมาเซลซึ่งได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยบริเวณแก้มคงเกิดขึ้นตอนการปะทะกัน

“บาดเจ็บตรงไหนอีกหรือเปล่า?” ปีเตอร์ย้ำถามมาเซล มาเซลส่ายหน้าเป็นคำตอบและก้มศีรษะเล็กน้อยเป็นการแสดงความขอบคุณที่นายเป็นห่วง         ปีเตอร์พยักหน้ารับเล็กน้อย และเขาหันไปที่เจ้าของโฮเต็ลที่ยืนมองเขาและหญิงสาวภายใต้เสื้อคลุมอาบน้ำอีกชั้นที่มิดชิดในอ้อมแขนเขา ที่ตอนนี้ไม่รู้สึกตัวใดๆเลย 

ปีเตอร์ก้มศีรษะเล็กน้อยเพื่อแสดงการขอบคุณ และเดินออกไปยังรถตู้ที่เปิดรอพวกเขาทั้งสองคนอยู่แล้ว และเวลาต่างกันไม่นานมาเซลและนิกส์ก็ตามออกมา เพราะทั้งสองคนต้องแน่ใจทุกอย่างว่าชายเจ้าของโฮเต็ลเข้าใจและไม่แพร่งพรายสิ่งที่่ได้เห็นในวันนี้ทั้งหมด มาเซลขึ้นนั่งประจำข้างคนขับรถตู้สีดำ ส่วนนิกส์นั่งข้างหน้าปีเตอร์ที่มีหนูนาอยู่บนตักซบอกหลับสนิทอยู่ตอนนี้

เมื่อรถเข้ามาจอดที่คอนโดใจกลางเมืองนิวยอร์ก ปีเตอร์ลงมารถและหันไปพูดกับมาเซลและนิกส์ “ขึ้นไปรอที่ห้อง ทั้งสองคน” 

ปีเตอร์ค่อยๆพาหนูนาสู่เตียงอันแสนอบอุ่นและคุ้นเคย และเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดนอนให้กับหนูนาเรียบร้อยพร้อมผ้าห่มคลุมกาย และจุมพิตแผ่วเบาที่หน้าผากนูนนั้นและเดินออกจากห้องไป


❅❈❅❈❅❈❅❈



">



">


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha


รอตอนใหม่อยู่นะค่ะ
โดย Anonymous | 2 years, 10 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
อ่านไม่ได้เลยค่ะรออยู่น๊าาาาพีทททททท =o^o=
โดย Anonymous | 2 years, 11 months ที่ผ่านมา
  • ตอนที่ล๊อคไว้ ต้องเติมเหรียญ ของหน้าเว็บนี้เลยค่ะ จะสามารถอ่านได้จนจบค่ะ ^^ โดย RungArunoThay | 2 years, 11 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
สนุกมากๆเลยคะ
โดย Anonymous | 2 years, 11 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
เข้าอ่านยังไงคะ่?
โดย Anonymous | 2 years, 11 months ที่ผ่านมา
  • ลองดูใหม่นะค่ะ โดย RungArunoThay | 2 years, 11 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
เข้าเว็บก็ไม่ได้
โดย Anonymous | 2 years, 11 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
ทำไมอ่านไม่ได้ละค่ะ
โดย Anonymous | 2 years, 11 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
ทำไมอ่านไม่ได้ค่ะ
โดย Anonymous | 2 years, 11 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
None
โดย Anonymous | 3 years ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
ตอนแรกยังอ่านไม่จบเลยจะมีต่ไหมค่ะ
โดย Anonymous | 3 years ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
งงอ่าา คือเพราะตีพิมพ์แล้วเลยตัดตอนออกบางส่วนกริ
โดย Anonymous | 3 years ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
ฟินจนต้องได้รับบริจาคเลือด
โดย Anonymous | 3 years ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
ชอบมากๆๆๆๆๆๆเลยยค่ะ
โดย Anonymous | 3 years, 1 month ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
ฟินมากๆๆ
โดย Anonymous | 3 years, 1 month ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha