[จบ] จังหวะรักมาเฟีย II ( Mafia's Rhythms Of Love )

โดย: รุ่งอรุโณทัย



ตอนที่ 2 : ความสงสัย (100%)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

  





273x387

  




 








XXX

< ความสงสัย >


ปีเตอร์ฟังเรื่องราวที่มือขวาทั้งสองคนรายงานมา เขาเกิดความสงสัย “แมรี่” แต่เธอใช้วิธีอะไรที่สามารถหาคนและสั่งการงานครั้งนี้ได้ ในเมื่อพ่อได้ประกาศอย่างเป็นทางการในการปลดแมรี่ออกจากตำแหน่งทายาทอันดับหนึ่ง ด้วยเหตุผลที่แมรี่ผิดเงื่อนไขเรื่องการลอบฆ่าเขา แต่แน่นอนถ้าตัวเขาไม่มีชีวิตอยู่สิทธิและอำนาจของเขาจะตกต่อทายาทของเขา แต่เนื่องจากว่าตอนนี้เขายังไม่มีทายาทต่อจากเขาคือภรรยา “หนูนา” ปีเตอร์ทบทวนพร้อมกับหันไปมองประตูห้องนอนเหมือนจะทะลุเข้าไปเห็นหญิงสาวที่อยู่ในความคิดตอนนี้ได้

ปีเตอร์บอกให้มือขวาทั้งสองคนกลับไปพักผ่อนก่อนสำหรับวันนี้ แล้วค่อยมาคิดและหาทางออกกันต่อไป เพราะฝ่ายโน้นทำพลาดคงมีเวลาให้พวกเขาได้สืบหากันพอสมควร เพราะพ่อเขาเองก็คงไม่อยู่เฉย ถึงแม้พวกเขาจะอยู่ในที่แจ้งแต่อำนาจก็เหนือกว่ายังห่างไกลกันอีกเยอะ การที่ฝ่ายโน้นจ้างมือปืนรับจ้างชาวต่างชาติที่ทำงานบุ่มบามแบบนี้ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าอำนาจบารมีคงไม่มาก เพราะถ้าใช้ระดับฝีมือเรื่องคงถึงพ่อเขาก่อนแน่นอนและคงไม่มีใครกล้ารับงานนี้แน่นอน

🎸🎤🎶🎼

หนูนาเริ่มรู้สึกตัวในเช้าวันใหม่และรับรู้ถึงบางอย่างที่พาดอยู่บนหน้าท้องแบนเรียบภายใต้ผ้าห่ม หนูนาค่อยๆลืมตาเพราะเธอรู้สึกถึงความคุ้นเคยของบริเวณโดยรอบ ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศกลิ่นน้ำหอมปรับอากาศภายในห้อง แตกต่างกับตอนที่เธอยังไม่ได้เข้าสู่นิทราของเมื่อคืนนี้หลังเหตุการณ์ร้ายต่อด้วยสถานการณ์วาบหวามระหว่างเธอกับปีเตอร์ แต่เมื่อหนูนาปรับสายตาเข้ากับแสงสลัวภายในห้อง 

“เอ๊ะ!...” มันคือห้องนอนของเธอกับสามีที่รักในนิวยอร์กนี้เอง แล้วหนูนาเหลือบตามองมาที่เจ้าของสิ่งที่พาดอยู่บนตัวเธอ และแอบยิ้มเมื่อเห็นใบหน้ายามหลับสนิทของสามีที่รัก นี้เป็นอีกครั้งในไม่กี่ครั้งที่เธอได้เห็นใบหน้ายามหลับของ    ปีเตอร์ เพราะเขามักจะนอนหลับทีหลังเธอเสมอและมักจะตื่นก่อน แค่คิดถึงตรงนี้หนูนาก็แอบยิ้มและขำตัวเองไม่ได้ เพราะะทั้งๆที่เธอเป็นผู้หญิงไทยถึงแม้จะเป็นหญิงไทยยุคใหม่แต่สิ่งที่เคยได้ยินมาเรื่องการออกเรือนที่ว่า “ผู้หญิงที่ออกเรือนแล้วต้องปรนนิบัติสามีนอนทีหลังและควรตื่นก่อน” เธอตกบททดสอบข้อนี้ และเรื่องเสน่ห์ปลายจวักก็เป็นอีกหนึ่งข้อที่เธอก็ไม่ผ่าน เพราะสิ่งเหล่านี้มันมีอยู่ในตัวสามีที่รักทั้งหมด “ทำไมหนอผู้ชายคนนี้ถึงเลือกเธอ?” หนูนาได้แต่คิดและยังไม่เคยถามปีเตอร์เลยสักที 

“จะทำมากกว่าแอบมองก็ได้นะ” หนูนาตกใจตาโตทันที เมื่อเข้าใจว่าชายที่ตัวเองจับจ้องอยู่นั้นหลับ เพราะจู่ๆเสียงเซ็กส์ซี่ของปีเตอร์ก็ดังขึ้นมาพร้อมกับค่อยๆลืมตาสบตากับดวงตาคมโตที่แสดงออกชัดเจนว่าเข้าสู่โหมดตกใจและความแดงบนแก้มเนียนๆนั้น  “น่ารักเป็นที่สุด”  ปีเตอร์คิดตามความรู้สึกจริง

“คนบ้า...หื่นที่สุด” ปีเตอร์เลิกคิ้วทันทีพร้อมกับสายตาใสซื่อ

“หื่น?...หนูนาคิดอะไร...ผมไม่ได้หมายถึงอะไรเลย...แค่คิดว่าหนูนาอาจจะต้องการ...Morning Kiss...ผมก็ได้” หนูนาทำตาโตใส่อีกแล้ว เธอคงจะเชื่อหรอกนะว่า “นายพีทคนนี้” จะคิดแค่นี้

“เหรอออออ...” 

ปีเตอร์ยิ้มกับใบหน้ารู้ทันนั้นและมือที่พาดสงบนิ่งอยู่บนหน้าท้องแบนราบเริ่มขยับไปมาทันที เพราะความจริงแล้วเขารู้สึกตัวตื่นทันทีที่รับรู้ว่าหนูนาตื่นแล้วแต่แกล้งทำเป็นหลับแค่นั้น หนูนายังไม่รู้อีกเรื่องเกี่ยวกับตัวเขาหลังจากที่แม่เขาเสียชีวิตได้ไม่นานตอนนั้นชีวิตเขาแย่มากในเรื่องของการยอมรับความจริงในเรื่องที่เกิดขึ้น เขารู้สึกโกรธคนทั้งโลกไม่เว้นแม้ตาคุณตาไมเคิลที่ท่านไม่มีความผิดอะไรเลย เขาตัดสินใจหนีออกจากบ้านพร้อมกับจอนนี่ที่ขอตามเขาไปด้วยในฐานะเพื่อนตาย เขาใช้ชีวิตอย่างยากลำบากและเมื่อข่าวเรื่องที่เขาหนีออกจากบ้านรับรู้ถึงแม่เลี้ยงของเขา เธอก็สั่งคนให้ติดตามและลอบฆ่าเขาตลอดเวลาสองปี 

เพราะตอนนั้นทั้งคนของพ่อ ของคุณตาไมเคิล และแม่เลี้ยง ตามหาเขาจนเขาไม่รู้ว่าใครเป็นใคร ใครดีใครเลวทำให้เขาหลบซ่อนตัวเองจากทุกคนยาวนานถึงสองปี เขาใช้ชีวิตอย่างคนที่ต้องเอาตัวรอด เรียนรู้หลายอย่างทั้งการป้องกันตัววิธีการต่อสู้การใช้อาวุธทุกแบบเท่าที่จะหาและเรียนรู้ได้ในเมืองดีทรอยต์ที่ปัจจุบันมีคำเปรียบเปรยเป็นเมืองผีจนถึง ณ เวลานี้ แม้แต่ช่วงเวลาที่เขาอาศัยอยู่ก็ไม่ได้ดีนัก เพราะการอยู่ที่นั้นของเขากับจอนนี่ต้องอาศัยความเชื่อใจซึ่งกันและกันอย่างสนิทใจ เพราะเวลากลางคืนประสาทคุณต้องไว ให้ภายใต้ชายคาที่คุณนอนหลับอยู่จะล็อคไว้อย่างแข็งแรงแค่ไหนก็ไม่สามารถสร้างความปลอดภัยให้คุณได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ จนทำให้เขาเป็นคนประสาทไวในเรื่องการระแวดระวังสิ่งรอบข้างแม้แต่เรื่องเล็กๆน้อยๆถึงตอนนี้

“พีท...คิดอะไรอยู่คะ” ปีเตอร์หลุดออกมาจากภวังค์ความคิดนั้นทันทีเมื่อได้ยินเสียงหวานๆของภรรยา 

“ไม่มีอะไรมาก...ก็แค่เรื่องที่ผ่านมานานมากแล้ว...ว่างๆผมจะเล่าให้ฟัง...” หนูนายิ้มพร้อมพยักหน้า เพราะรู้ถึงนิสัยข้อนี้ของปีเตอร์ดีว่าถ้าเขาไม่ต้องการจะบอกให้เอาปืนมาจ่อเขาก็ไม่มีทางได้อะไรเลยจากเขา และเลยไปดูนาฬิกา เพราะเมื่อเห็นเวลาแสดงว่าสิบนาฬิกา หนูนาตาโตตกใจอีกครั้ง

“ว้าย!...พีทกำลังจะสายแล้ว...วันนี้ต้องไปอัดรายการนี้คะ” หนูนาลุกพรวดพลาดและวิ่งเข้าห้องน้ำทันที ปีเตอร์มองตามและอดขำท่าทางน่ารักนั้นไม่ได้ พร้อมถอนหายใจออกอย่างเสียดายที่ต้องปล่อยให้หนูนาวิ่งเข้าห้องน้ำไป และตัวเขาก็ลุกขึ้นจากเตียงเก็บเตียงให้เรียบร้อยและเดินตามหนูนาเข้าห้องน้ำไปที่นำหน้าไปก่อน

🎸🎤🎶🎼

“เป็นไงบ้าง” จอนนี่เข้ามาถามทันทีเมื่อปีเตอร์และหนูนามาถึงสตูดิโอของรายการหนึ่งที่ขอสัมภาษณ์พวกเขา เพราะจอนนี่มองนีน่าภรรยาสาวของเพื่อนที่มีคนเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ เพราะการแต่งงานของคนทั้งสองถูกปิดเป็นความลับแม้แต่ทางต้นสังกัดเอง รู้เพียงแค่คุณเอียนที่เป็นผู้จัดการกับโคลเท่านั้น ซึ่งทั้งสองคนนี้ไม่เป็นปัญหาใดๆในการเก็บความลับในเรื่องนี้ เพราะคำถามของเขานั้นเขาหมายถึงนีน่าไม่ใช่เพื่อนเขา เพราะเรื่องแบบนี้สำหรับพวกเขาสองคนยังเล็กน้อยมาก

“ก็อย่างที่เห็น...ตอนถามว่าตกใจมากมั้ย...‘ค่ะ’...แค่นั้น” จอนนี่เลิกคิ้วมองหน้าปีเตอร์อย่างแปลกใจ และเมื่อภรรยาของเพื่อนรักเดินมาพร้อมแฟ้มในมือจากทีมงานของสตูดิโอแห่งนี้ ทั้งสองคนก็เลิกคุยกันถึงเรื่องนี้

หนูนาหรือนีน่ายังคงทำงานให้กับต้นสังกัดของปีเตอร์เหมือนเดิม    ถึงแม้     ปีเตอร์จะบอกให้เธอไม่ต้องทำแล้วก็ได้ แต่หนูนาเองยืนยันที่จะทำและเหตุผลที่ปีเตอร์ยอมจริงๆก็คือ หนูนาสามารถอยู่ใกล้ชิดกับเขาได้ตลอดเวลาเพราะในสตูดิโอของทางต้นสังกัดนั้น ถ้าไม่ใช่ทีมงานหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง คนนอกไม่สามารถเข้าไปได้

เวลาอยู่ในสตูดิโอของต้นสังกัดบรรยากาศยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงถึงแม้สถานภาพของคนจะเปลี่ยน เพราะก่อนหน้านี้ทุกคนในวงก็ชื่นชอบและให้เกียรติหนูนาหรือนีน่าอยู่แล้ว กลับตรงกันข้ามความรู้สึกที่ดีกลับมีมากขึ้น และมีกิจกรรมใหม่ๆ ทำให้การทำงานเป็นไปราบรื่นสนุกสนานและคับแน่นด้วยคุณภาพ และสมาชิกในวงทุกคนยกเว้นจอนนี่กลับรู้ความลับของนักร้องนำอีกอย่างคือ ปีเตอร์ มารส์ ทำอาหารได้เก่งมาก และตั้งแต่กลับมาจากการพักผ่อนที่ ซอลท เลค ซิตี้ บ้านของนักร้องนำ  ทุกคนจะได้ทานฝีมือของนักร้องนำเป็นครั้งแรกและหลังจากนั้นอีกต่อหลายครั้งไม่เว้นแม้แต่แซนวิสที่นักร้องนำมักจะทำเป็นอาหารเช้ามาให้บ้างถ้าพอมีเวลา แต่การที่หนูนาได้ทำงานที่นี้ต่อนั้นจะมีเงื่อนไขคือ หนูนาต้องมาพร้อมกันกับเขาทุกครั้งที่เขาต้องเข้าสตูดิโอ แต่ถ้าทุกคนต้องออกโชว์ตัวหรือไปสถานีวิทยุถ้า หนูนาไม่จำเป็นต้องไปจะเป็นหน้าที่ของมาเซลขับรถรับส่ง 

“...นี้คือรายละเอียดส่วนของพีท...ก็ไม่มีอะไรมากคะ...หนูนาตรวจสอบให้หมดแล้วคะ” หนูนาพูดเป็นการเป็นงานและส่งแฟ้มที่ได้รับมาส่งให้ปีเตอร์อ่านอีกครั้ง 

การถ่ายทำเป็นไปอย่างราบรื่นกว่าสองชั่วโมงรวมทั้งการแสดงสดอีกสองเพลงและมีการแจกลายเซ็นต์ให้กับแฟนเพลงด้วย หนูนานั่งมองภาพเหล่านั้นเหมือนฝันจริงๆ ตอนนี้เธอเองยังไม่อยากจะเชื่อว่าผู้ชายที่กำลังแจกลายเซ็นต์ให้กับแฟนเพลงนั้นเขาคือสามีที่รักของเธอ รอยยิ้มของเขายังคงสดใสมีเสน่ห์และนับวันจะเพิ่มขึ้นมากขึ้นด้วยในความรู้สึกของเธอ ทำให้หนูนาอยากรู้จังว่าความรักที่เรียกว่า “รักมาก” มันจะมากได้ขนาดไหนกันนะ และความรู้สึกแบบนั้นมันใช่ความรู้สึกที่เธอเป็นอยู่ตอนนี้มั้ย

“อุ้ย!” หนูนาตกใจ เมื่อจู่ๆปีเตอร์ที่กำลังวุ่นวายกับการแจกลายเซ็นต์ถ่ายรูปกับเหล่าแฟนเพลง ก็หันมาทางเธอที่นั่งอยู่ห่างออกมา พร้อมสายตาเซ็กส์ซี่เจ้าเล่ห์แฝงบางอย่างที่หนูนาเข้าใจดี ทำให้เธออุณหภูมิที่หน้าสูงขึ้นและแดงขึ้นมาอย่างทราบถึงสาเหตุทันที ปีเตอร์แอบยิ้มและขำท่าทางแบบนั้นของหนูนาและให้มองกี่ครั้งเขาก็ไม่เคยเบื่อเลย  “สาวเปิ่นของพีท” 

และเมื่อทุกอย่างจบลง ไรอัลแจ้งให้ทุกคนเข้าสตูดิโอเพราะทางคุณเอียนแจ้งมาว่าจะมีประชุมด่วน เพราะตัวคุณเอียนเองก็พึ่งออกมาจากห้องประชุมผู้จัดการมีข่าวจะแจ้งให้ทุกคนทราบ 

เมื่อทุกคนรวมถึงหนูนาและที่เพิ่มมาอีกหนึ่งคนคือโคล ที่ต้องเข้าร่วมประชุมกับพวกเขาด้วย และเมื่อทุกคนพร้อมกันแล้ว

“ทุกคนมาครบแล้ว...ช่วงเช้าผมเข้าประชุมและทางผู้ใหญ่แจ้งว่าให้มีการถ่ายทำมิวสิคเพลงAngel ใหม่อีกครั้งโดยให้ถ่ายใหม่ในส่วนที่ยังไม่ได้ถ่าย...         พีทนายจะว่ยังไงบ้าง” เอียนแจ้งรายละเอียดให้ทุกคนฟังจนจบและหันไปถาม      นักร้องนำควบตำแหน่งนักแสดงนำชายมิวสิคเพลงนี้ เพราะเอียนรู้ดีว่าผู้ มีอำนาจในการตัดสินใจคือใคร

ทุกคนคิดไม่ต่างไปจากเอียน เพราะตอนนี้ความสนใจทั้งหมดอยู่ที่ปีเตอร์เพียงคนเดียว ปีเตอร์สบตากับเอียน ความจริงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นไม่ใช่ความผิดของทางทีมงานทั้งหมด แต่ทางต้นสังกัดก็แสดงความรับผิดชอบอย่างเต็มที่และแม้แต่คนในที่ทำเรื่องนี้ทางต้นสังกัดไล่ออกอย่างไม่ลังเล เมื่อคนของเขาสืบจนรู้ว่าเป็นใครที่เป็นสายให้กับเจซี จะว่าไปสาเหตุความเสียหายหลักของเรื่องนี้ก็คือตัวเขาเองต่างหาก

“ตกลง” ปีเตอร์ตอบสั้นๆแต่สร้างรอยยิ้มให้กับทุกคน หนูนากลับไม่แสดงความรู้สึกใดๆ เพียงแค่หันมามองหน้าปีเตอร์ด้วยความเป็นห่วง เพราะเธอมองออกว่าปีเตอร์มีอะไรในใจกับการตัดสินใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ และหลังจากนั้นการประชุมเตรียมงานก็ดำเนินต่อจนได้ข้อสรุป อีกสองวันการถ่ายทำต่อก็จะเริ่ม ปีเตอร์ยืนยันว่าเขาจะทบทวนท่าเต้นให้กับหนูนาเอง และยืนยันว่าวันถ่ายทั้งเขาและหนูนาพร้อมและให้ทุกอย่างต้องจบภายในหนึ่งวัน เป็นที่รับทราบของทุกคนและต้องถือปฎิบัติตามนั้น

🎸🎤🎶🎼

ระหว่างการเดินทางกลับหนูนาและปีเตอร์ต่างไม่ได้พูดคุยอะไรกัน แต่ช่วงที่นั่งอยู่ในรถนั้นหนูนาคอยแอบชำเลืองมองมายังคนขับตลอดเวลา หลังจากเหตุการณ์เมื่อวานปีเตอร์เปลี่ยนรถคันใหม่ แต่ทุกอย่างเหมือนเดิมแตกต่างกันที่สีเพราะคันนี้เป็นBMWสีน้ำเงินเข้ม แต่ถ้ามองในตอนกลางคืนก็ไม่ต่างกับสีดำเลย 

ปีเตอร์รับรู้พฤติกรรมของหนูนาตลอดแต่เขาก็เลือกที่จะเฉยๆ เพราะถ้าเพลงนี้ออกสู่สาธารณะหนูนาจะต้องเป็นที่สนใจและจับตามองเป็นอย่างมาก ถึงแม้ทางต้นสังกัดจะไม่เปิดเผยต่อสื่อว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร แต่เขาไม่ได้กังวลถึงคนทั่วไป ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าทุกอย่างจะจบลงหรือไม่น่าเกิดขึ้นอีกหลังจากเขาและหนูนาแต่งงานกัน แต่กลายเป็นว่าหนูนากลายเป็นเป้ามากขึ้น เพราะการกำจัดจะไม่ใช่แค่เขาคนเดียวแต่รวมถึงหนูนาด้วย ถ้าตราบใดเขายังไม่สามารถถอนรากถอนโคน “แมรี่...ใครกันนะที่กล้าเสี่ยงกับเธอ” ปีเตอร์คิดแต่คิดอย่างไงก็คิดไม่ออก

เมื่อทั้งสองคนขึ้นมาถึงห้อง ปีเตอร์ก็บอกให้หนูนาเข้าไปในห้องนอน ส่วนเขาก็โทรเรียกมาเซลกับนิกส์ขึ้นมา เขามีเวลาไม่มากคงต้องปรึกษาหารือกันและช่วยกันคิดว่าเป็นใคร

หนูนาทำตามที่ปีเตอร์บอกและเดินเข้าห้องนอนไป แต่ก็อดไม่ได้ที่จะคอยหันกลับมามองปีเตอร์ ที่นั่งบนโซฟากลางโซนห้องนั่งเล่นมุมโปรดของเธอ หนูนาเดินเข้าห้องนอนและเหมือนจะนึกขึ้นได้จึงวิ่งไปเปิดประตูห้องนอนและเดินกึ่งวิ่งออกไปหาปีเตอร์ ซึ่งตอนนี้องค์ประชุมของปีเตอร์พร้อมแล้ว แต่พวกเขายังไม่ได้เริ่มต้นอะไรกัน สายตาของคนทั้งสามหันมาหาหนูนาอย่างไม่ต้องนัดหมาย

“เอ่อ...ขอโทษคะ...คือ...พีท...หนูนาโทรหาคุณแม่วันดีกับนีออนได้มั้ยคะ” หนูนาหันไปพูดกับประธานในที่ประชุม ปีเตอร์เพียงพยักหน้าเล็กน้อยเป็นการอนุญาต

“ขอบคุณนะคะ...เอ่อ...คือ” ปีเตอร์เลิกคิ้วเล็กน้อย มองหนูนาอย่างสงสัย “หนูนาไม่รู้จะติดต่อพวกเขายังไงคะ” ปีเตอร์ยิ้ม ใช่!เขาก็ลืมไปเพราะปกติทั้งสองคนจะเป็นฝ่ายมาหาหนูนาที่นี้ และเขาก็หันไปทางมาเซล

“เบอร์นี้ครับคุณนีน่า” มาเซลพูดพร้อมกับเปิดเบอร์โชว์ในโทรศัพท์ให้     หนูนาดู หนูนาหยิบโทรศัพท์ของตัวเองออกมาและกดเบอร์ตามที่แสดงนั้นทันที กล่าวขอบคุณและกึ่งวิ่งเข้าห้องนอนไป ปีเตอร์อดไม่ได้ที่จะต้องมองตามความ     น่ารักนั้น หนูนาช่างสดใสจริงๆอยู่ใกล้ๆแล้วเขารู้สึกสบายใจ จนอยากจะยกเลิกการปรึกษาหารือครั้งนี้และตามภรรยาไปที่ห้องนอนนัก

หนูนาเมื่อเข้ามาในห้องนอนก็กดโทรออกตามเบอร์นั้นทันที 

“Hello” เสียงผู้ชายตอบรับเป็นภาษาอังกฤษ หนูนาแปลกใจที่เสียงที่ได้ยินน่าจะเป็นนีออนเพื่อนรักแต่เป็นเสียงผู้ชายก็คุ้นๆแต่นึกไม่ออก

“This is NEON’s phone or not.”

ใช่คุณหนูนาหรือเปล่าครับ?” เอกวุฒิถามกลับเป็นภาษาไทยทันที เพราะที่ตอนแรกเขาพูดเป็นภาษาอังกฤษ เพราะเบอร์ที่โทรเข้ามาเป็นเบอร์ในอเมริกา แต่เมื่อเสียงปลายสายถามถึงหญิงคนรักของเขา ก็เป็นใครไปไม่ได้นอกจากเพื่อนรักของคนรักเขานั้นเอง

“ค่ะ...ใช่ค่ะ...คุณวุฒิใช่หรือเปล่าคะ”

“ครับ...คุณหนูนาเป็นอย่างไรบ้างครับ...” เอกวุฒิเบาเสียงพูดลง

“ไม่เป็นไรคะ...เอ่อ...คือ...” หนูนาไม่รู้จะพูดอะไรดี เพราะคิดว่าเหตุการณ์เมื่อวานนี้ ปีเตอร์คงไม่ได้บอกกับพวกเขาแน่นอนว่าเกิดอะไรขึ้น 

“พวกเราสามคนที่นี้ไม่ทราบรายละเอียดอะไรหรอกครับ...เพราะเมื่อวานจู่ๆได้รับแจ้งแค่ว่าขอยกเลิกงานเลี้ยงฉลองของคุณทั้งสอง...เหตุผลที่พวกเขาบอกผมคือคุณปีเตอร์มีงานด่วนต้องบินไปอังกฤษและคุณหนูนาก็ต้องตามไปด้วย...แต่” เอกวุฒิอธิบายด้วยเสียงเบา “พวกเราที่นี้เป็นห่วงคุณหนูนาโดยเฉพาะคุณแม่วันดีกับนีออน...ผมว่าพวกเขาเองคิดว่าเหตุผลที่คนของคุณปีเตอร์มาบอกไม่ใช่ความจริง เพราะหลังจากนั้นพวกเราที่นี้ขอให้อยู่แต่ในห้องพักตลอดตั้งแต่เมื่อวาน...พึ่งจะได้ออกมาเมื่อเที่ยงๆของวันนี้เองครับ...แต่ก็คอยมีคนคอยติตามอยู่ห่างๆ”

หนูนาเมื่อได้ฟังก็ถอนใจ “คุณวุฒิคะ...หนูนาต้องขอโทษด้วยนะคะ...เอ่อ...หนูนายังไม่สามารถอธิบายอะไรได้มาก...แต่หนูนาปลอดภัยดีค่ะ...     หนูนารบกวนคุณดูแลพวกเขาทั้งสองคนด้วยนะคะ...และหนูนาฝากขอโทษด้วยเรื่องที่ไปหาไม่ได้...หวังว่าคุณวุฒิคงเข้าใจรวมถึงเรื่องที่หนูนาไม่สามารถคุยโทรศัพท์กับทั้งสองคนได้”

“ครับ...ผมเข้าใจ...ดูแลตัวเองดีๆนะครับ...อยากให้คุณคิดว่าผมเป็นเพื่อนคุณ...มีอะไรถ้าผมช่วยได้...ผมยินดีครับ” หลังจากนั้นหนูนาก็วางสาย ใช่ถ้าเธอได้คุยกับคุณแม่วันดีและนีออนทั้งสองคนต้องรู้โดยทันทีว่าตัวเธอนั้นไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ 

หนูนานั่งเงียบๆน้ำตาซึมเล็กน้อย และถอนหายใจอีกครั้งและเรียกกำลังใจให้กับตัวเอง“ไม่ได้จะร้องไห้ไม่ได้มันไม่ใช่เวลานี้...ต้องเข้มแข็งไว้สิ...ยายหนูนา”  หนูนาบ่นพึมพำกับตัวเองเรียกกำลังใจให้กับตัวเอง และหันไปมองประตูห้องนอนอีกครั้ง เหมือนมันจะทะลุไปเห็น ‘ลมหายใจของเธอ’ ที่อยู่ข้างนอกประตูนั้น

หนูนาค่อยๆเดินไปเปิดประตูและแอบมองเห็นด้านหลังของสามีแต่จากสีหน้าของมาเซลและนิกส์แล้วทั้งสามคนกำลังเข้าโหมดแห่งความเครียดอยู่แน่นอน หนูนาตัดสินใจเปิดประตูและเดินไปหา ‘ลมหายใจของเธอ’ ของเธอ และสายตาสามคู่หันมามองเธอโดยไม่ได้นัดหมาย 

“เอ่อ...ขอโทษอีกครั้งนะคะ” หนูนาพูดพร้อมเดินไปนั่งข้างๆปีเตอร์ “...ทราบคะว่าผู้หญิงไม่ควรมาวุ่นวาย...แต่จากสีหน้าของพวกคุณทั้งสองคน...และพีทด้วย” ประโยคหลังหนูนาหันกลับมาจ้องที่ปีเตอร์ 

“ฟังหนูนาสักนิดนะคะ” หนูนายังคงหันไปพูดกับปีเตอร์ที่ขมวดคิ้วมองภรรยาอย่างสงสัย หนูนาพูดต่อทันที เมื่อได้รับการอนุญาตจากสามีโดยการพยักหน้าเป็นสัญญาณ

“ตอนนี้พวกคุณ...และอาจรวมถึงคุณพ่อของคุณด้วย...ว่าทำไมคุณแมรี่ถึงยังสั่งการเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานได้ใช่มั้ยคะ?” ทั้งสามคนที่นั่งฟังขมวดคิ้วเข้าหากันและจับจ้องมาที่หญิงสาวเพียงหนึ่งเดียว

“พวกคุณทุกคนมั่นใจว่าเป็นฝีมือของเธอ...แต่ขาดซึ่งหลักฐานที่จะไปถึงตัวเธอ...แล้วเธอทำอย่างไรถึงสั่งการได้โดยที่หลุดพ้นสายตาของพวกคุณ” ทั้งสามคนฟังอย่างตั้งใจเพราะหนูนาเข้าประเด็นได้ตรงประเด็นมาก

“สมมุตินะคะ...คือหนูนาไม่ได้มั่นใจอะไรเลย...แต่หนูนาคิดในฐานะที่เป็นผู้หญิง...ก่อนอื่นหนูนาขอถามก่อนนะคะว่าคุณแมรี่หน้าตาเป็นแบบไหนคะ”   ปีเตอร์หันไปทางนิกส์ นิกส์หยิบโทรศัพท์ออกมาและเปิดรูป“แมรี่” ให้หนูนาดู หญิงสาวผิวสีผสมแสดงว่าแม่เลี้ยงของสามีเธอก็เป็นคนผิวขาวเพราะดูจากแมรี่ หน้าตารูปร่างเธออย่างกับนางแบบและคลับคล้ายคลับคลาปีเตอร์ บุคคลิกทั้งสองคนดูองอาจมากและฉลาดถึงแม้แมรี่จะเป็นผู้หญิง เมื่อเห็นแล้วทำให้หนูนาหดหู่ในจิตใจพี่น้องในสายเลือดแท้ๆแค่ต่างแม่แต่ก็ยังมีสายเลือดเดียวกันไม่น่าเลยแค่สิ่งที่เรียกว่า อำนาจ,เงิน แค่สองสิ่งนี้ซึ่งมันไม่ได้เป็นปัจจัยหลักของการดำรงอยู่อย่างมีความสุขที่แท้จริงของชีวิต แต่ทุกคนต่างก็ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มันมาจนลืมเลือนความสุขที่แท้จริง 

“คนรัก” หนูนาเอ่ยออกมาสั้นๆ หลังจากที่ได้เห็นภาพของ แมรี่ ทำให้ชายทั้งสามสบตากันทันที 

“จริงด้วยสิ!...เรื่องง่ายๆ...ทำไมถึงลืมคิดถึงประเด็นนี้” นิกส์เอ่ยออกมา

ปีเตอร์ขมวดคิ้ว ทุกคนที่ได้รู้จักกับแมรี่เห็นว่าเธอเป็นผู้หญิงแกร่งค่อนข้างโหดเหี้ยม นั้นสาเหตุอาจเกิดจากการเลี้ยงดู จนในบางช่วงเวลาทำให้ลืมไปว่าเธอก็ยังเป็นผู้หญิง และเธออาจมีคนรักและสถานะภาพคนรักของเธอก็ไม่ได้ต่างกับหนูนาที่เป็นทายาทเช่นเดียวกัน ถ้าพวกเขาสองคนแต่งงานกัน แล้วผู้ชายคนนั้นใครกัน

“ไปสืบมา” ปีเตอร์ออกคำสั่งสั้นๆ มือขวาทั้งสองคนยืนขึ้นพร้อมก้มศีรษะเล็กน้อยและเดินออกจากห้องไป


เมื่อมือขวาทั้งสองคนเดินออกไป ปีเตอร์ก็ดึงหญิงสาวข้างๆขึ้นมานั่งบนตักแบบที่หนูนาร้องออกมาแบบไม่ทันตั้งตัว

“ว้า...อื้ออออ...” หนูนาถูกกลบเสียงร้องด้วยปากหนาที่เข้าล่วงล้ำเข้าหาปากอิ่มนั้นทันทีและเปิดปากอิ่มให้ลิ้นหนาล่วงล้ำเข้าไปดูดกลืนความหวานปานน้ำผึ้ง หนูนาโอบรอบคอปีเตอร์อัตโนมัติเปิดรับลิ้นหนาอย่างเต็มใจและตอบกลับอย่างโหยหาไม่แพ้กัน ลิ้นหนานำพาหยอกล้อหลอกล่อลิ้นบางนั้นสลับกันไปมาต่างกลืนกินความหวานของกันและกันอย่างไม่มีใครจะยอมถอยออกจากกัน จนไม่แน่ใจว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนปีเตอร์ต้องเป็นฝ่ายถอยออกอย่างเสียดาย

“ถ้ายังไม่หยุด...มื้อเย็นคงต้องเป็นอย่างอื่นที่ไม่ใช่อาหาร” ปีเตอร์กระซิบเบาๆที่ริมฝีปากอิ่มที่เจ่อบวมนิดๆ เพราะปากอิ่มนั้นคอยแต่จะตามเขาเหมือนเด็กที่ต้องการอะไรแล้วต้องเอาให้ได้ หนูนาได้แต่ยิ้มสัมผัสหน้าผากปีเตอร์ด้วยหน้าผากของเธอ จมูกโด่งกับจมูกรั้นชนกัน ตาคมทั้งสองคู่จับจ้องกัน

“คนบ้า!ตามอารมณ์ไม่ทันเลย” หนูนากระซิบแผ่วเบาที่ริมฝีปากหนานั้น

“ไปทำอะไรกินกัน” ปีเตอร์พูดพร้อมกับพยุงตัวหนูนาให้ยืนขึ้นและจูงมือเดินไปยังครัวสไตล์โมเดิ้ล สถานที่แสดงฝีมือของพ่อครัวหัวป่าก์

“หนูนา”

“ค่ะ” หนูนาตอบรับอย่างแปลกใจ เพราะจู่ๆปีเตอร์ก็เรียกชื่อเธอและจ้องมองมาที่ใบหน้าของเธอ

“วันนี้...หนูนาจะรับโทษ...ในความผิดที่ทำไว้...หรือ...จะรับรางวัล...กับสิ่งที่ทำไว้เมื่อสักครู่”  

“พูดยาวอีกแล้วนะคะ...คุณสามีที่รัก...ความผิดคือ?”

“ผมรู้ทุกอย่างแล้ว” พูดพร้อมกับดึงหนูนาเข้ามาในอ้อมแขน และคิดถึงตอนที่เขาถามมาเซล

“มาเซลช่วงห้าวันก่อนวันแต่งงานเกิดอะไรขึ้นกับคุณนีน่า”     ปีเตอร์ถามพร้อมสายตาจับจ้องไปที่มาเซล เพราะไม่มีช่วงเวลาไหนที่เขากับหนูนาจะห่างกันเลย แค่ช่วงเวลานั้นเท่านั้น 

“คุณนีน่า...ต้องการเรียนเปียโนครับ” ปีเตอร์หลี่ตามองมาเซล ในคำตอบที่มีนัยยะ และนิกส์ก็หันไปมองมาเซลและใช้สายตามองแบบที่คิดไม่ต่างไปจากเจ้านายเลย มาเซลจึงต้องบอกความจริงว่า หนูนาขอให้โคลมาสอนเธอเรียนเปียโน และหนูนาค่อนข้างมีพรสวรรค์ เพราะแค่สี่วันหนูนาสามารถจดจำคีย์เพลงและการเล่นเพลง Angel ได้เพราะแม้แต่ตอนกลางคืนหนูนาซ้อมตลอด จนโคลมาสอนและต่อเพลงให้จนจบภายในสี่วันแต่มาเซลก็เสริมว่าตลอดเวลาเขาจะอยู่ด้วยเมื่อโคลมาสอนที่นี้ ปีเตอร์พยักหน้ารับรู้แค่นั้น และผ่อนคลายความรู้สึกที่สงสัยมาตลอดตั้งแต่ที่ภรรยาที่รักพูดจาแปลกๆตั้งแต่เมื่อคืน สร้างความแปลกใจให้กับมือขวาทั้งสองคนถึงแม้เจ้านายจะไม่ใช่คนบุ่มบาม แต่รับทราบเรื่องนี้แล้วแค่พยักหน้า    มันแปลกในความคิดของมือขวาทั้งสองคน 

ปีเตอร์เองใช่ว่าจะมองไม่ออกว่า สร้างความแปลกใจให้กับมือขวาแต่จะให้เขาทำอย่างไร ในเมื่อเขาต้องละโทษทั้งหมดให้กับมาเซลตามคำมั่นที่ให้ไว้กับหนูนา แต่โทษก็ยังมีอยู่และนักโทษก็ได้ถูกกำหนดไว้เรียบร้อยแล้ว


“รู้ทุกอย่าง...พีทรู้อะไร” หนูนาถามกลับแบบใจดีสู้เสือ ก็ถ้าเขาไม่พูดมาตรงๆ อาจจะไม่ใช่เรื่องที่เธอคิดอยู่ในใจ แต่ปีเตอร์กลับตอบคำถามเธอโดยการหันไปมองที่ประตูห้องดนตรีแทน หนูนาตาโตใส่กลับทันทีด้วยความตกใจ “รู้ได้ยังไงกัน”  หนูนาคิดอย่างสงสัย

“ตกลงจะรับโทษ...หรือรับรางวัล” 

“เอ่อ...ขอเป็นรับ...อาหาร...ก่อนได้มั้ยคะ...คือหิวแล้ว...” ปีเตอร์ยิ้มกับ  คำตอบและหันไปเปิดลิ้นชักครัวหยิบผ้ากันเปื้อนมาสวมให้หนูนาและตัวเอง

“เราจะมาเล่นเกมทำอาหารกัน” ปีเตอร์พูดไปพร้อมแววตาที่ทำให้หนูนาขนลุกทั้งตัว

“เกม?” 

“กติกามีอยู่ว่า...หนูนาเป็นผู้ช่วย...คงรู้หน้าที่ของผู้ช่วยนะ?” หนูนาพยักรับเล็กน้อย

“ไม่ต้องกังวล...ไม่มีอะไรซับซ้อน...หนูนาทำไปตามบทบาทผู้ช่วย...ตามคำสั่งของผม...ถ้าหนูนาพลาด...จะมีบทลงโทษ...ตามแต่ใจผม”

“แล้วถ้าไม่พลาด”

“ก็ผ่านไป...รอคำสั่งใหม่...”

เฮ้ย!...เอาเปรียบกันมากไปมั้ย” หนูนาโวยวายกับกติกาไม่มีความยุติธรรมสักนิด

อ๊ะ!...อะ...นักโทษไม่มีสิทธิร้องขอหรือต่อร้อง” ปีเตอร์พูดพร้อมกับส่ายหน้าเป็นเชิงปฎิเสธคำกล่าวหาของหนูนา และเขาแอบยิ้มกับอาการแก้มป่องเวลาโดนขัดใจของหนูนาไม่ได้

“ขี้โกงที่สุด” หนูนาบ่นพึมพำเบาๆ

“ว่าไงนะ”

“เปล่า” หนูนาตอบแบบเสียไม่ได้ ปีเตอร์อดยิ้มออกมาอีกไม่ได้ ไม่ว่าจะเวลาไหน อารมณ์ไหนหนูนาเหมือนจะเป็นดั่งสายน้ำที่คอยทำให้จิตใจเขาชุ่มฉ่ำได้ตลอดเวลา

เกมทำอาหารก็เริ่มต้นทันที แต่เป็นที่น่าแปลกใจของหนูนา เพราะในตอนแรกเธอคิดว่าจะเจอกับอะไรที่แปลกๆแบบไม่คาดคิด เพราะสามีที่รักคนนี้ช่างคิดอะไรแปลกๆ สรรหาวิธีเบี่ยงเบนความสนใจในเรื่องที่เขาไม่อยากให้เธอได้รับรู้ได้ เก่งมากๆ แต่คราวนี้ “เกมทำอาหาร” ของปีเตอร์ก็แค่ให้เธอชิมอาหารไทยที่เขาพยายามจะทำมันคือ “ต้มยำกุ้ง” 

“เป็นไงบ้าง...รสชาติได้ในแบบอาหารไทยหรือยัง?”

“อืม!...พีทเก่งจัง...ไม่น่าเชื่อว่าทำครั้งแรก” หนูนาให้ความเห็นหลังจากที่ปีเตอร์ตักให้เธอได้ชิม

“เราควรมีอีกอย่าง...หนูนาว่าควรเป็นอะไรดี?” ปีเตอร์มองต้มยำกุ้ง ที่เสร็จกระบวนการพร้อมเสิร์ฟ แต่ก็หันไปถามความเห็นกับภรรยาที่รัก

“ไข่เจียวค่ะ...มันต้องคู่กัน...หนูนาทำเองค่ะ เมนูง่ายๆแบบนี้หนูนาถนัด” หนูนาพูดพร้อมกับเดินไปหยิบไข่ไก่ “พีทถอยไปสิ” หนูนาดันตัวปีเตอร์ออกไป เมื่อเขายังยืนอยู่ที่เดิมมองตามเธอตลอดการเคลื่อนไหว และต้องเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ เพราะคาดไม่ถึงว่าภรรยาที่รักจะทำอาหารเป็นด้วย

“หนูนาก็บอกแล้วไงคะว่าเป็นเมนูง่ายๆ...” หนูนาย้ำอีกครั้งด้วยสีหน้าไม่พอใจ เมื่อมองหน้าและแววตาแปลกใจของปีเตอร์ “ไม่เชื่อหรือไง...ว่าทำได้...      หนูนาทำไข่เจียวนะคะ...ไม่ใช่ไข่ลอยฟ้าถึงต้องแปลกใจขนาดนั้น...คนบ้า!...เว่อร์ไปแล้ว”

ปีเตอร์ยิ้มอีกครั้งและพยักหน้าและเดินอ้อมออกมาจากบริเวณครัวมานั่งที่เก้าอี้ตรงท๊อปฝั่งตรงข้าม เพื่อให้พื้นที่ให้กับหนูนาแสดงฝีมืออย่างเต็มที่ ปีเตอร์นั่งกอดอกมองหนูนาเริ่มต้นที่การตอกไข่ไก่สองฟองเป็นไปอย่างราบรื่น หนูนาถือถ้วยที่ตอกไข่ไก่เรียบร้อย ย้ายไปตรงจุดขวดเครื่องปรุงต่างๆที่วางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ และจับจ้องขวดเหล่านั้นมองหาอะไรบางอย่าง หนูนาหยิบมาทีละขวดอ่านฉลากและวางกลับลงไปที่เดิมทำอย่างนั้นหลายต่อหลายครั้ง จนได้สิ่งที่ต้องการ เธอยิ้มและเยาะน้ำปลาใส่ไปในถ้วยไข่ไก่นั้นปริมาณที่พอใจ หลังจากนั้นเธอก็นำนมสดที่เหลือจากการใส่ต้มยำกุ้งใส่ไปด้วย และทำการตีไข่    ปีเตอร์มองอากัปกริยาทุกอย่างของหนูนาถึงแม้ว่าดูแล้วเธอจะไม่ค่อยถนัด แต่การกระทำทุกอย่างของเธอบ่งบอกถึงความมั่นใจ และทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะต้องเอ่ยถามสิ่งที่อยู่ในข้อของความรู้สึกที่เขาเองไม่เข้าใจและสงสัย

“หนูนา...ทำไมถึงดูไม่ค่อยตกใจกับเรื่องเมื่อวานนี้” หนูนาตกใจเล็กน้อยที่จู่ๆ ปีเตอร์ก็ถามถึงความรู้สึกของเธอถึงเหตุการณ์ร้ายเมื่อวานนี้ หนูนาค่อยๆตักไข่เจียวที่ฟูและสุกได้ที่ใส่จานที่นำมาวางรอใกล้ๆแล้ว

“อืม” หนูนาตอบแค่นั้นปีเตอร์ขมวดคิ้วทันทีเมื่อได้ยินคำตอบของหนูนา 

“หนูนา..../...หิวแล้วทานกันดีกว่าเดี๋ยวเย็นไม่อร่อยคะ” ปีเตอร์พูดได้แค่นั้น หนูนาก็พูดแทรกและยกจานไข่เจียวฝีมือตัวเองมาวางไว้ตรงหน้าปีเตอร์และยกถ้วยต้มยำกุ้งมาวางพร้อมกับตักข้าวมาหนึ่งจาน ใช่!ตั้งแต่เธอมาอยู่ที่นี้กับ       ปีเตอร์ ทำให้นิสัยการทานของปีเตอร์เปลี่ยนไปคือการทานข้าว เพราะเขามักจะกินตามหนูนา ถึงแม้จะไม่ใช่ทุกมื้อแต่ก็เป็นส่วนใหญ่จนทำให้ปีเตอร์ชื่นชอบการทานข้าวอาหารแบบไทยๆไปโดยปริยาย

“หนูนาหิวแล้วคะ...ทานกันเถอะคะ...นะๆ” หนูนาพูดพร้อมตักไข่เจียวและข้าวป้อนปีเตอร์ที่ตอนนี้ไม่พูดอะไร ได้แต่มองหนูนา พร้อมถอนหายใจและอ้าปากรับข้าวที่หนูนาป้อนให้ 

“อร่อยมั้ย?” หนูนาถามออกไปทันที

“ที่สุด...ผมคงอยากกินไข่เจียวฝีมือหนูนาคนเดียวไปตลอดชีวิต”  หนูนายิ้มรับกับคำชมของปีเตอร์ และตักอาหารเข้าปากตัวเอง ปีเตอร์ดึงช้อนส้อมมาจากหนูนาและทำหน้าที่ประจำของเขา โดยตักป้อนเธอและเขาสลับกันไปมาอย่างเคย ช่างเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขของคนทั้งคู่


                                                                     ❅❈❅❈❅❈❅❈


">



">


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha


555 เหมือนกันเลย. สอบตก
โดย Maprangmit | 1 year, 9 months ที่ผ่านมา
  • 5555 โดย RungArunoThay | 1 year, 8 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
None
โดย Anonymous | 2 years, 10 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
None
โดย Anonymous | 3 years ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
None
โดย Anonymous | 3 years, 1 month ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
None
โดย Anonymous | 3 years, 1 month ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha