[จบ] จังหวะรักมาเฟีย II ( Mafia's Rhythms Of Love )

โดย: รุ่งอรุโณทัย



ตอนที่ 12 : วันคริสต์มาส


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

  





273x387

  




 








XXXVI

< วันคริสต์มาส > 


“คนขี้เซาตื่นได้แล้ว” ปีเตอร์ก้มมองใบหน้าเนียนใสสีน้ำผึ้งไร้การตกแต่งสวยงามอย่างเป็นธรรมชาติ ที่ตอนนี้ดวงตาปิดสนิทปากอิ่มเผยอนิดๆ ดั่งเหมือนกำลังเชิญชวนให้เขาล้วงล้ำเข้าไปในยามหลับไหลด้วยลิ้นหนามากด้วยประสบการณ์อย่างร้ายกาจของเขาที่จะเป็นของเธอเพียงคนเดียว

“อื้ม..”หนูนาครางในคอแบบไม่พึงพอใจเพราะถูกรบกวนยามหลับไหล 

“หนูนาตื่นได้แล้ว...”

“พีท...ขอสิบนาที” ปีเตอร์ยิ้มพร้อมส่ายหัวไปมา เพราะบรรยากาศตอนนี้ของเขากับหนูนา เหมือนดั่งว่าพ่อแม่กำลังปลุกลูกให้ตื่นตอนเช้าเพื่อไปโรงเรียนก็ไม่ป่านแล้วลูกน้อยก็งอแงเหลือเกิน “ลูก” คำคำนี้รู้สึกสกิดในใจเขา แต่เขารู้ว่าตอนนี้เขายังไม่พร้อมเกี่ยวกับเรื่องนี้ ปีเตอร์หยุดคิดดึงตัวเองกลับมาสู่โลกแห่งความจริง 

“Merry Christmas” ปีเตอร์กระซิบที่หูน้อยๆ หนูนาอมยิ้มและค่อยๆลืมตาขึ้น และหันหน้าไปตามเสียงนั้น

“Merry Christmas” หนูนาตอบกลับและมองหน้าคมเข้มนั้น “วันนี้พีท น่ารักจัง!...”  ปีเตอร์ยิ้มแบบเขินๆ เพราะตั้งตัวไม่ทันที่จู่ๆหนูนาก็ชมเขาซึ่งๆหน้า และนี้คงเป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินคำแบบนี้จากหนูนา ทำให้เขารู้สึกแปลกๆ

หนูนามองอาการเขินของปีเตอร์และยิ้มขำๆนี้เป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็นปีเตอร์เขิน

“หันหลัง” หนูนาหุบยิ้มทันที เพราะปีเตอร์พูดอะไรออกมาแบบที่เธอไม่เข้าใจ และเมื่อหนูนายังนั่งเฉย ปีเตอร์ก็มาหมุนตัวหนูนาเสียเอง 

ต่อจากนั้นปีเตอร์ก็ค่อยๆหย่อนสร้อยคอตรงหน้าหนูนา หนูนามองสร้อยนั้นเป็นทองคำขาวและจี้เป็นรูปหัวใจสองดวงซ้อนกัน โดยที่หัวใจดวงเล็กอยู่ตรงกลางของหัวใจดวงใหญ่ ปีเตอร์ค่อยๆบรรจงสวมใส่ให้หนูนาที่ลำคอเล็กนั้น หนูนาเอื้อมมือหยิบจี้ขึ้นมาดู เพราะตรงกลางจี้หัวใจดวงเล็กนั้นมีเพชรฝังตัวอยู่และค่อนข้างจะใหญ่มาก หนูนาขมวดคิ้วและเพ่งมองเข้าไปในจี้เพชรนั้นผลิกซ้ายผลิกขวา กลับหน้าหลัง ปีเตอร์มองพฤติกรรมของหนูนาอย่างไม่เข้าใจ หนูนาแปลกมากเพราะถ้าเป็นผู้หญิงโดยทั่วไปต้องดีใจกับสิ่งนี้เป็นเรื่องปกติ และถ้าคนที่มีความรู้เรื่องเพชรก็จะมองออกทันทีว่าเพชรนี้ไม่ต่ำกว่าเจ็ดกะรัต แต่สีหน้าและแววตาของหนูนากลับไม่ได้แสดงอารมณ์ในแบบที่เขาคิดไว้เลยสักนิด

“หนูนามองหาอะไร” ปีเตอร์ตัดสินใจถามออกไปในที่สุด

“ห๊า...อ้อ!...เปล่าๆค่ะ...ขอบคุณนะคะ” หนูนาหลุดจากภวังค์ความสงสัยทันที และกล่าวขอบคุณพร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปหอมแก้มปีเตอร์อย่างรวดเร็วและวิ่งเข้าห้องน้ำทันที

ปีเตอร์หลี่ตามองการกระทำของหนูนาอย่างเงียบๆ และยิ้มที่มุมปากออกมา เมื่อนึกขึ้นได้ว่าหนูนามองหาอะไร และในสร้อยเส้นนี้ไม่มีสิ่งที่หนูนาค้นหา แต่ที่กำไรข้อมือยังคงเหมือนเดิมและที่เพิ่มมาคือที่โทรศัพท์ของเธอ  ปีเตอร์ได้มีการตั้งระบบติดตามไว้ด้วย 

หนูนาเมื่อเข้ามาในห้องน้ำก็จ้องมองสร้อยคอผ่านกระจก พร้อมกับยกข้อมือข้างที่ใส่กำไรขึ้นมาหาความแตกต่าง หนูนาเห็นบางสิ่งที่เธอคิดว่าเป็นแค่สิ่งประดับตกแต่งกำไรเพื่อความสวยงามแต่ความจริงแล้วมันคือเครื่องติดตามตัวแสดงตำแหน่งของเธอ หนูนาส่ายหัวไปมาเพื่อเลิกคิดและสนใจไปปฎิบัติภารกิจให้เสร็จเรียบร้อยดีกว่าขืนช้าไปกว่านี้สามีสุดที่รักคงเข้ามาจัดการเธอแน่นอน

🎸🎤🎶🎼

“นีน่า” โคลกระซิบเรียกหนูนาเบา และกวักมือให้เธอเดินเข้าไปหา  หนูนาหันไปตามเสียงเรียกนั้นและหันไปมองทางปีเตอร์ที่ตอนนี้กำลังแต่งตัวเพื่อเตรียมตัวขึ้นแสดงในเวทีกลางแจ้ง และค่อยๆขยับตามเสียงเรียกนั้นอย่างไม่ผิดสังเกตุของปีเตอร์ 

“โคลเป็นไงบ้างคะ...นีน่าออกไปได้มั้ย”

“ไม่มีปัญหา...ผมจัดการให้ตามที่ขอแล้ว”

“ขอบคุณมากนะคะ” หนูนากล่าวขอบคุณพร้อมยิ้มดีใจในแบบเธอ โคลมองใบหน้านั้นอย่างเสียดาย แต่ก็รีบสลัดความคิดนั้นออกไปทันทีสิ่งที่หนูนาขอจากโคลคือเธอแค่อยากดูการแสดงของสามีสุดที่รักแบบเต็มๆสักครั้งโดยเธอต้องการสนุกไปกับแฟนเพลงของเขา แต่ถ้าเธอขอกับปีเตอร์เขาคงไม่อนุญาตเธอแน่นอน คงจะมีเหตุผลในการคัดค้านการกระทำครั้งนี้มากมาย แต่อย่างเขาคงเลือกแค่บอกว่า “ไม่ได้” หนูนาจึงไปขอความช่วยเหลือจากโคลในวันที่เธอไปถ่ายมิวสิควีดีโอเพลง Angel 

เนื่องจากการแสดงครั้งนี้เข้าชมฟรีที่ลานกว้างของสวนสาธาณะริมน้ำพุ เพราะเป็นการแสดงในคืนวันคริสต์มาส เพื่อเป็นของขวัญให้กับแฟนเพลงของ      ปีเตอร์ มาร์ส ทางต้นสังกัดแค่เปิดประมูลให้สปอนต์เซอร์สนับสนุนทำสื่อโฆษณาเข้าร่วมการแสดงครั้งนี้เท่านั้น จึงทำให้ผู้คนหลั่งไหลเข้ามาชมกันมากมายและตอนนี้ก็เต็มลานหน้าเวทีแล้ว

“เดี๋ยวนีน่าตามคนของผมไปได้เลยทันที หลังจากที่ปีเตอร์ขึ้นแสดงแล้ว เพราะคนของผมจองที่ไว้ให้เรียบร้อยแล้วเดี๋ยวนีน่าไปแทนที่ได้เลย” หนูนาพยักหน้าและรีบเดินกลับไปนั่งที่เดิม เพราะเดี๋ยวคุณสามีหันมาแล้วจะไม่เห็นเธอ มันจะเป็นเรื่องไม่เป็นเรื่องตามนิสัยหวงเกินมาตราฐาน

“ปีเตอร์...ปีเตอร์...ปีเตอร์...” เสียงเรียกของเหล่าแฟนเพลงประสานกึกก้องหานักร้องหนุ่ม หนูนาตื่นเต้นมากตอนนี้เธอมาอยู่ด้านหน้าเวทีปะปนไปกับเหล่าแฟนเพลง โคลจองที่ให้อยู่แถวหน้าเลย ทำให้เธออยู่ห่างกับปีเตอร์แค่สิบเมตร รับรองเขาต้องเห็นเธอแน่นอน อากาศเย็นมากและเธอโชคดีมากที่ปีเตอร์เป็นผู้เลือกเสื้อผ้าให้กับเธอเมื่อเช้านี้ และหมวกไหมพรมที่เธอใส่อยู่มันเป็นของปีเตอร์เขารักหมวกใบนี้มาก เพราะเป็นของขวัญวันคริสต์มาสชิ้นสุดท้ายที่แม่เขาถักให้ในปีสุดท้าย วันนี้เขาหยิบออกมาให้เธอใส่เข้ากับชุดเสื้อสีน้ำเงินและพร้อมด้วยถุงมือสีขาวให้ความอบอุ่นกับร่างกายเธออย่างดีมาก

และเมื่อปีเตอร์ออกมาเสียงกรี๊ดดังลั่นจนหนูนาต้องเอามืออุดหูไว้อีกชั้นถึงแม้หมวกจะป้องกันให้แล้วหนึ่งด่าน และหนูนาก็ได้สบตากับนักร้องหนุ่มทันที    ปีเตอร์ขมวดคิ้วส่งสายตาเชิงดุใส่หนูนาแต่ก็แค่แว็บเดียว เพราะตอนนี้เขาต้องเป็นปีเตอร์ มาร์ส ของเหล่าแฟนเพลงที่คลั่งไคล้เขา

เพลงแรกของปีเตอร์เริ่มที่เพลงจังหวะสนุกแบบเบาๆ การแสดงเป็นลานกว้างบริเวณเวทีจึงเป็นพื้นระดับเดียวกันกับแฟนเพลง เพียงแค่มีรั้วเล็กๆกั้นเท่านั้น ปีเตอร์จึงสามารถเดินเข้ามาหาแฟนเพลงได้อย่างใกล้ชิด และเขาก็เดินไล่มาเรื่อยๆ ส่งไมค์ให้แฟนเพลงร่วมร้องเพลงไปกับเขาด้วย และเมื่อเขาเดินมาถึงตรงที่หนูนายืนอยู่ เขาก็ทำคล้ายๆกับแฟนเพลงคนอื่นๆอย่างไม่ให้ผิดสังเกตุ แตกต่างที่เขายังคงร่ายเนื้อเพลงไปตามทำนองใส่ไมค์ และเลือกที่จะยื่นหน้าเข้าไปใกล้หนูนาและให้ปลายนิ้วของเขาสัมผัสแก้มแดงๆของหนูนาอย่างจงใจ

หนูนายิ้มและร่ายร้องเพลงตามปีเตอร์อย่างสนุกสนานไปกับแฟนเพลงที่ยืนอยู่ข้างๆ การแสดงจะยืดยาวออกไปหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ปีเตอร์จะได้พักเบรคสิบนาทีหลังจากที่แสดงไปสี่สิบนาที และตอนนี้ขึ้นเพลงที่สองหนูนาก็ร้องและเต้นไปตามจังหวะเพลงและมีสบตากับปีเตอร์เป็นครั้งคราว

“อุ้ย!” จู่ๆหนูนาก็รู้สึกเหมือนมีของแหลมมาจิ้มที่ด้านหลังทะลุเสื้อสองตัวที่เธอใส่อยู่ หนูนาหันกลับไปด้านหลังทันที แต่เธอก็ทำอย่างที่ต้องการไม่ได้ เพราะมีเสียงกระซิบของผู้หญิงพูดบางอย่างกับเธอ หนูนาหันไปทางปีเตอร์ทันทีพร้อมขมวดคิ้วและทำสายตาเหลือกไปด้านหลังส่งสัญญาณบางอย่างให้เขาทันทีเมื่อได้สบตากัน 

แต่หนูนาทำได้เพียงแค่นั้น เพราะเธอต้องขยับตัวถอยหลังออกมาตามคำสั่งเสียงกระซิบนั้น และเธอรู้สึกถึงของเหลวจากร่างกายเธอตำแหน่งที่หญิงเจ้าของเสียงกระซิบเอาบางอย่างทะลุเสื้อผ้าจนโดนผิวเนื้อของเธอและคงทะลุเข้าไปเพียงเล็กน้อยเพื่อเป็นการบังคับเธอว่าถ้าเธอไม่ทำตามคำสั่งนั้นของแหลมชิ้นนั้นจะทะลุเข้าไปในกลางตัวของเธอในคราวเดียว และไม่ใช่แค่เธอจะมีแฟนเพลงของปีเตอร์ที่ยืนอยู่ใกล้ๆเธอด้วย

ปีเตอร์มองหนูนาและเห็นสิ่งผิดปกติและตอนนี้เธอก็เริ่มขยับห่างสายตาเขาออกไปเรื่อยๆ ปีเตอร์เร่งฝีเท้าเข้ามาเหมือนกับที่เดินเข้ามาทักทายแฟนเพลงแต่มุ่งตรงมาที่จุดที่หนูนายืนอยู่ แต่เธอก็หายไปจากตรงนั้นแล้ว ความเป็นมืออาชีพของเขาทำให้ไม่มีใครจับพิรุธความผิดปกติในตัวเขาได้เลย แต่ตอนนี้ปีเตอร์จิตใจเขาเริ่มรุกเป็นไฟแล้ว เพราะสีหน้าและแววตาสุดท้ายที่เขาได้เห็นจากใบหน้าภรรยาเขานั้นไม่ใช่เรื่องปกติเลย ปีเตอร์ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงและกดปุ่มบางอย่าง และเพียงไม่ถึงสามสิบวินาที มาเซลก็มาปรากฎตัวให้เขาเห็นและก้มศีรษะเล็กน้อยและออกไปจากตรงนั้นทันที 

🎸🎤🎶🎼

“โอ๊ย!!!!” หนูนาร้องออกมาเพราะความเจ็บปวดจากการถูกผลักดันเข้าไปในรถตู้สีดำ ที่มีชายสองคนเปิดประตูรอไว้อยู่แล้ว ตัวของหนูนากระแทกกับที่นั่งด้านในรถตามแรงผลักอย่างแรงจนเธอรู้สึกจุกมาก และผู้หญิงคนที่ไปเอาตัวเธอมาจากลานคอนเสิร์ตก็ตามเข้ามาพร้อมเปลี่ยนอาวุธที่สร้างรอยแผลด้านหลังเธอเป็นสิ่งที่บรรจุลูกตะกั่วออกมาและเล็งมาที่กลางหน้าผากเธอ และบอกให้เธออยู่นิ่งๆ ทำให้หนูนากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเป็นครั้งแรกในชีวิต สายตาของเธอจับจ้องอยู่ที่หน้าของหญิงสาวที่ดูแล้วไม่ใช่คนอเมริกันเธอน่าจะเป็นชาวอินเดีย เพราะเธอมีใบหน้าที่สวยมากและเป็นเอกลักษณ์ของเชื้อชาติแต่แววตาของเธอช่างน่ากลัวนัก

“มีสัญญาณรบกวน” เสียงผู้ชายจากด้านหน้ารถกล่าวออกมาทันที เมื่อรถเคลื่อนตัว

“อุปกรณ์ติดตามตัวแกอยู่ไหน” หญิงสาวที่ถือสิ่งบรรจุลูกตะกั่วเล็งที่กลางหน้าผากเธอกล่าวออกมาอย่างดุดัน หนูนาสั่นหัวไปมาเป็นการปฎิเสธข้อกล่าวหานั้น

“มันอยู่ไหน?” หนูนาถูกถามอีกครั้ง จากหญิงสาวคนเดิมที่ต้องใช้ความอดทนอย่างสูง

“ฉันไม่รู้” หนูนาตอบออกไป เพราะเธอต้องถ่วงเวลาไว้ให้นานที่สุดเพราะตอนนี้เธอมั่นใจว่าทางปีเตอร์คงกำลังติดตามเธออยู่

หญิงชาวอินเดียก้มสำรวจมองหนูนา และเธอก็ไปสดุดตาที่กำไลข้อมือเอื้อมมือไปกระชากแขนของหนูนาขึ้นมาทันที หนูนาขัดขืนไม่ยอมแต่โดยดี เกิดการยื้อแย้งกัน ชายหนึ่งในสองคนที่อยู่ด้านหน้าหันหลังมามองคอยสังเกตุการณ์ หนูนาขัดขืนอย่างเต็มที่ไม่ยอมให้ถอดกำไลนั้น เพราะเธอรู้แล้วว่ามันจะสามารถชี้ตำแหน่งของเธอได้

“โอ๊ย!”  หนูนาร้องออกมาอีกครั้งเมื่อเธอขัดขืนไม่ยอมให้สาวนักฆ่าคนนี้ถอดของรักเธอออกไปได้ง่ายๆ หนูนาจึงโดนฟาดด้วยด้ามปืนในมือของสาวนักฆ่าอย่างแรงจนศีรษะของเธอไปกระแทกกับขอบหน้าต่างอีกด้าน และตอนนี้หนูนาได้ถูกเพิ่มตำแหน่งของเหลวสีแดงออกจากร่างกายอีกหนึ่งจุดคือศีรษะบริเวณข้างหน้าผากตรงจุดที่โดนฟาด สาวนักฆ่าเมื่อเห็นหนูนาหยุดการขัดขืนก็ดึงเอากำไลข้อมือออกมาจากหนูนาทันที และส่งให้ชายที่นั่งอยู่ด้านหน้า

“เฮ้ย!...ตายหรือเปล่าว๊ะ...นิ่งไปเลย...แกยิ่งมือไม้นักซะด้วย” ชายคนที่รับกำไลไปหันไปมองหนูนาที่ตอนนี้หยุดดิ้นรนขัดขืนใบหน้าพิงอยู่ที่ขอบหน้าต่าง ตาปรือๆและมีน้ำสีแดงไหลออกมาจากศีรษะอย่างต่อเนื่อง

“ยังไม่ตาย” สาวนักฆ่ายื่นมือไปจับที่คางของหนูนาให้หันมาทางเธอ และเมื่อเห็นว่าหนูนายังหายใจอยู่ เธอก็สบัดมือออกจากใบหน้าคมสีน้ำผึ้งนั้นทันที

ชายที่รับกำไลมาลดกระจกข้างลงและยื่นมืออกไปนอกหน้าต่าง ก็มีชายสองคนขับมอเตอร์ไซด์วิบากสวนขึ้นมาและรับกำไลที่ชายในรถตู้ส่งให้ และเร่งความเร็วออกจากรถตู้คันนั้นไปอีกทางโดยทันทีอย่างรวดเร็ว

หนูนาตอนนี้เธอรู้สึกเจ็บแผลบริเวณศีรษะอย่างมากจากการโดนกระแทกอย่างแรง แม้แต่จะลืมตาขึ้นมาสำหรับเธอตอนนี้ยังยากลำบากและความมืดมิดกำลังเกาะกินเธออย่างได้รับชัยชนะ และก่อนที่ทุกอย่างจะมืดมิด “พีท” คำสุดท้ายที่หนูนาเปล่งเสียงออกมาได้ และเธอคิดว่ามันดังมากแต่แท้จริงแล้วกลับได้ยินเพียงแค่เธอคนเดียว

“หนูนา” ปีเตอร์พึมพำออกมาและหันมองออกไปยังท้องฟ้าอันไกลโพ้น ดั่งว่าเขาได้ยินเสียงร้องเรียกจากเธอเข้ามาในหัวใจเขา 

ปีเตอร์อยู่ในช่วงเบรคสิบนาทีและตอนนี้ทุกคนในวงทราบเรื่องถึงการถูกลักพาตัวไปของหนูนาแล้วต่างร้อนใจ และเป็นกังวลไม่แพ้กัน ปีเตอร์ยืนกัดกรามอย่างพยายามสกัดกั้นความโกรธเป็นอย่างมาก เพราะเขายังไม่สามารถออกจากที่นี้ได้ตอนนี้ หนูนาหายตัวไปกว่าครึ่งชั่วโมงเขาต้องแสดงต่ออีกสี่สิบนาที ซึ่งเป็นการแสดงที่ทรมานใจเขาที่สุดอย่างที่ไม่เคยเกิดเขึ้นมาก่อน และเหลือเวลาพักอีกห้านาที “ตื๊ด...ตื๊ด...”

“โธ่โว้ย!” ปีเตอร์ร้องออกมาหลังจากที่เขารับโทรศัพท์ ฟังการรายงาน จอนนี่เข้าไปชาร์ทจับปีเตอร์ไว้ทันที เมื่อเขาโยนโทรศัพท์ทิ้งและหันไปต่อยกำแพงอย่างรวดเร็วหลายครั้งกว่าที่จอนนี่จะเข้าไปห้ามทัน พร้อมด้วยสตีฟที่เข้าไปช่วย

จอนนี่หยิบโทรศัพท์ของปีเตอร์ขึ้นมา เมื่อไรอัลเข้ามาช่วยห้ามปีเตอร์อีกแรง “เกิดอะไรขึ้นมาเซล?” จอนนี่กรอกเสียงเข้าไปในโทรศัพท์นั้น 

“เราโดนหลอกครับ...เราเจอแต่กำไลครับไม่มีวี่แววของคุณนีน่าเลยครับ...และที่กำไลมีคราบเลือดครับ” มาเซลรายงานให้จอนนี่ฟังอีกครั้ง จอนนี่ขบกรามแน่นสงสารเพื่อนตรงหน้าและเป็นห่วงภรรยาของเพื่อนยิ่งนัก

เสียงร้องเรียกปีเตอร์ดังกึกก้องอีกครั้ง สมาชิกทุกคนในวงเดินเข้าไปแตะไหล่ปีเตอร์อย่างให้กำลังใจ เพราะต่างเข้าใจถึงความรู้สึกของนักร้องนำ พอล ยืนมองสีหน้าและแววตาของปีเตอร์มันช่างน่ากลัวและเศร้าโศกในคราวเดียวกันเพราะถ้าเป็นเขาเจอเหตุการณ์เข้าไปขนาดนี้เขาไม่แน่ใจว่าจะระบายอารมณ์เพียงแค่ต่อยกำแพงหรือเปล่า 

เมื่อสมาชิกในวงเดินออกไปกันแล้ว ปีเตอร์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและต่อสายหาใครอีกคนและพูดสองสามคำวางสายและเดินตามสมาชิกออกไป “หนูนารอผมนะ...ผมจะไปรับหนูนากลับมา” ปีเตอร์พูดกับตัวเองเบาๆ แต่เหมือนกับว่าเขาจะฝากข้อความไปกับสายลมถึงคนที่เขากล่าวถึง

‘ทางหนูนา...’

“พี...ท....พีท....” หนูนาร้องพึมพำออกมาอย่างคนอ่อนแรง เมื่อเธอกลับมารู้สึกตัวอีกครั้งหลังจากที่รถตู้จอดสนิทที่ไหนสักแห่งที่เธอไม่อาจรู้ได้ และมีใครบางคนกำลังช้อนตัวเธอและเอาออกมาจากรถ ถึงแม้หนูนาจะมีเสื้อผ้าที่อบอุ่นแต่หมวกไหมพรมของเธอหายไป คงล่วงหล่นไปตั้งแต่ที่เธอแหวกฝูงชนออกมาจากลานคอนเสิร์ต เพราะเธอถูกสาวชาวอินเดียฉุดกระชากลากถูออกมาจากที่นั้นอย่างไม่ปราณีผู้หญิงร่างเล็กบอบบางอย่างเธอเลย หนูนารู้สึกถึงความเหน็บหนาวและความชาตามร่างกายนั้นอาจจะมาจากแผลที่ด้านหลังที่ยังคงเลือดซึมไหลออกมาทีละน้อยอย่างต่อเนื่องและที่ศีรษะเองก็เช่นกัน และดูเหมือนกลุ่มคนที่ลักพาตัวเธอมาจะไม่ยี่หระกับอาการที่ย่ำแย่ของเธอเลยสักนิด

“อุ๊บ!” หนูนาร้องออกมาอีกครั้ง เมื่อชายคนที่เคลื่อนย้ายเธอ โยนเธอลงกับพื้นแข็งๆอย่างไม่ปราณี เธอรู้สึกเจ็บไปทั้งร่างกาย แม้แต่การหายใจเธอยังรู้สึกทรมาน 

“ทิ้งไว้ที่นี้แหละ...และซุ่มกองกำลังของเราไว้...เพราะถ้าพวกมันมาก็ฆ่าพวกมันทั้งหมด” หนูนาได้ยินชายอีกคนพูดออกคำสั่ง และต่อจากนั้นเธอก็ได้ยินเสียงกึกกักเหมือนที่ที่เธออยู่ถูกปิดลง และความมืดมิดของสถานที่ก็ปกคลุมเธออีกครั้ง หนูนาไม่ได้ยินแม้แต่เสียงลมและเธอรู้สึกว่าในนี้อากาศค่อนข้างน้อย และตัวเธอเองก็ไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะขยับแขนขา หนูนาค่อยๆปิดเปลือกตาลงให้ความมืดเข้าครอบคลุมเธออีกครั้งอย่างจำยอม



“กรี๊ด...กรี๊ดดดด”  เสียงกรี๊ดร้องของแฟนเพลงออกมาอย่างสุดซึ้ง เมื่อทางต้นสังกัดปล่อยเอ็มวีตัวล่าสุดของปีเตอร์เป็นครั้งแรกทางหน้าจอทั้งเล็กทั้งใหญ่ที่ติดตั้งไว้ในลานคอนเสิร์ต ปีเตอร์ร่ายเนื้อร้องไปกับทำนองเพลงเคล้าคลอไปกับการบรรเลงคีย์บอร์ดไฟฟ้า พร้อมด้วยน้ำใสๆที่ไหลออกมาจากดวงตาสีดำคู่นั้น ซึ่งเหล่าแฟนเพลงเข้าใจกันว่าปีเตอร์อินไปกับอารมณ์ของเพลง แตกต่างกับสมาชิกในวงที่รู้ดีว่าน้ำตานั้นเกิดจากสาเหตุใดและนั้นเป็นเพลงสุดท้ายของการแสดงคืนนี้ 

โคลเมื่อการแสดงใกล้จบลงเขากลับมาที่ลานคอนเสิร์ตอีกครั้งและทราบจากเอียนผู้จัดการของวงนี้ถึงเรื่องที่เกิดกับนีน่า ความรู้สึกผิดเกาะกินจิตใจเขาเป็นอย่างมาก “คุณเอียนนี้ผมทำอะไรลงไป” เอียนให้กำลังใจโคลเพราะมันไม่ใช่ความผิดของโคลเลย เพราะทั้งเขาและโคลก็ไม่รู้ถึงสถานการณ์ของปีเตอร์มากนัก แต่โคลก็รู้สึกไม่สบายใจเลย และเป็นห่วงนีน่าเพื่อนสาวชาวไทยที่น่ารักคนนี้เป็นที่สุด และเมื่อได้เห็นว่าปีเตอร์ยังคงทำการแสดงต่อไปอย่างยอดเยี่ยมเขาก็รู้สึกทึ่งในความอดทนของปีเตอร์อย่างมาก และเมื่อเขามองเห็นน้ำตาที่ไหลออกมาจากดวงตาคมคู่นั้นเขาก็เข้าใจโดยทันทีถึงความเจ็บปวดที่เกาะกินนักร้องนำคนนี้

“เดี๋ยวนายช่วยไปกันปีเตอร์ออกมาจากที่นั้นทันที...หลังจากจบเพลงนี้และเดี๋ยวฉันจะออกไปให้สัมภาษณ์กับนักข่าวเอง” เอียนบอกสิ่งที่โคลพอจะช่วยได้ เพราะปีเตอร์คงต้องรีบไปจากที่นี้เพื่อไปตามหาหัวใจของเขาที่ถูกขโมยไป


“เจฟ...รีบไป” ปีเตอร์บอกกับบอดิการ์ดที่เข้ามารับหน้าที่แทนมาเซลที่ตอนนี้ล่วงหน้าไปนานแล้ว เจฟรับคำสั่งและรีบปิดประตูให้ปีเตอร์ทันที เพราะเขากับปีเตอร์กำลังจะไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์ที่ดาดฟ้าของตึกที่ค่ายเพลงที่ปีเตอร์แจ้งให้เตรียมพร้อมก่อนขึ้นเวทีเมื่อสี่สิบนาทีก่อน การจราจรค่อนข้างหนาแน่น เพราะเหล่าแฟนเพลงก็ทยอยกลับในเวลาเดียวกันทันที เมื่อมีการประกาศว่าปีนี้จะไม่มีการถ่ายรูปกับศิลปินเหมือนอย่างทุกปี

ปีเตอร์นั่งเงียบๆ อย่างอดทนต่อความรู้สึกของตัวเอง นี้ก็เกือบสองชั่วโมงแล้วที่หนูนาถูกจับตัวไป และตามรายงานล่าสุดจากมาเซลที่มีเลือดติดอยู่ที่กำไลนั้นทำให้จิตใจเขาค่อนข้างว้าวุ่น แต่ไม่ว่าใครก็ตามที่เป็นสาเหตุของเรื่องนี้มันจะได้รับการตอบแทนอย่างสาสมและคุ้มค่าที่สุดเขาให้คำมั่นสัญญา

“นายครับ...ท่านไมเคิลโทรเข้ามาครับ” ปีเตอร์ย้ายสายตามองสบตากับเจฟที่กระจกส่งหลัง พยักหน้ารับรู้เล็กน้อย เจฟ มองสบตากับนายมันช่างเป็นแววตาที่สงบนิ่งอย่างน่ากลัว เขาไม่อยากจะเชื่อว่าคนที่นั่งอยู่ข้างหลังรถที่เขาขับจะเป็นคนคนเดียวกับที่พึ่งลงมาจากเวที เจฟเข้ามารับหน้าที่แทนมาเซลที่ก่อนหน้านี้มีหน้าที่ติดตามปีเตอร์ แต่เนื่องจากมาเซลต้องไปเป็นบอดิการ์ดของนายหญิงหรือคุณนีน่า เขาจึงได้มีโอกาสได้ใกล้ชิดนายมากขึ้น 

“ครับคุณตา” ปีเตอร์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและต่อสายหาคุณตาโดยทันที และคิดว่าทางนั้นคงเป็นฝ่ายพูด เพราะนายของเขานั่งเงียบโทรศัพท์แนบอยู่ที่หู แต่แววตาไม่ได้เปลี่ยนไปเลย และผ่านไปประมาณสามสี่นาทีปีเตอร์ก็วางสาย และหันออกไปนอกรถที่ตอนนี้หลุดฝูงชนมาแล้ว แต่เนื่องจากคืนนี้เป็นคืนวันคริสต์มาสบนท้องถนนคร่าคร่ำไปด้วยผู้คน การตกแต่งสถานที่สวยงามแต่ทุกอย่างสำหรับเขาตอนนี้มันช่างมืดมนสิ้นดี

ปีเตอร์ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงหยิบบางอย่างออกมา เขาจับจ้องมันอย่างกับว่ามันจะช่วยให้หนูนากลับเข้ามาสู่อ้อมกอดเขาได้ในตอนนี้ มันคือตั๋วหนังที่เขาเตรียมไว้เพื่อที่หลังจากการแสดงคืนนี้แล้วเขาจะพาหนูนาไปดูหนังเป็นครั้งแรก ปีเตอร์ทั้งกำและบีบตั๋วหนังสองใบอย่างปวดใจ 

“หนูนา...อย่าเป็นอะไรไปนะ” ปีเตอร์พึมพำเบาๆ

🎸🎤🎶🎼

“พีท...พี..ท” หนูนาเริ่มรู้สึกตัวแต่ตอนนี้เธอรู้สึกว่าร่างกายของเธอขยับไม่ได้ หนูนาเจ็บร้าวเป็นทั้งร่างกายและที่หนักมากคือเธอปวดหัวอย่างรุนแรงจนน้ำตาไหลคลอออกมา เธอมีเรี่ยวแรงแค่ตะโกนร้องหาปีเตอร์เท่านั้น ซึ่งเสียงที่เปล่งออกไปนั้นเธอเข้าใจว่าเป็นการตะโกนแต่แท้จริงแล้วแค่เป็นเพียงเสียงครางออกมาจากคอได้ยินแค่เธอคนเดียว และในสถานที่แห่งนี้คงมีแค่เธอคนเดียวเพราะเธอไม่ได้ยินเสียงอื่นอีกเลย หนูนาค่อยๆหลับตาลงอีกครั้งอย่างรอคอย หนูนามั่นใจว่าสามีที่รักของเธอจะต้องมารับเธอกลับไปแน่นอน 


ปีเตอร์มาถึงลานจอดเฮลิคอปเตอร์แล้ว แต่เขายังไม่สามารถออกเดินทางได้ เพราะเขาต้องรอจอนนี่ที่ใกล้มาถึงแล้วตามคำสั่งของคุณตาไมเคิล และตอนนี้มาเซลและคนของเขากว่าสามสิบคนกำลังจะไปถึงคฤหาสน์พ่อของเขาที่ฟิลาเดลเฟีย

“พีท” จอนนี่กล่าวเรียกเพื่อน ปีเตอร์หันมาและเดินขึ้นเฮลิคอปเตอร์ที่พร้อมออกเดินทางอยู่แล้ว พวกเขาจะไปถึงที่หมายไม่เกินสี่ทุ่มครึ่ง จอนนี่ลอบมองเพื่อนอย่างเป็นกังวล เพราะตัวเขาเองก็ไม่รู้เช่นกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ และตามที่ได้รับรายงานจากทีมของมาเซลที่รอปีเตอร์ไปถึง แจ้งว่าแมรี่อยู่ที่นั้นเพราะการหายตัวไปครั้งนี้ของหนูนาไม่ต้องเสียเวลาสืบค้น เพราะเขามั่นใจได้เลยว่าต้องเป็นฝีมือของแมรี่

เฮลิคอปเตอร์ลงจอดที่ลานจอดของสนามของคฤหาสน์ของอีธาน เหล่าบอดิการ์ดของอีธานออกมาพร้อมอาวุธในมือ แต่ไม่มีการโจมตีเนื่องจากว่ามาเซลได้เดินทางมาถึงก่อนและแจ้งเพียงว่านายของตนกำลังจะมาถึงและเมื่อปีเตอร์ลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ เหล่าบอดิการ์ดของอีธานต่างทำความเคารพ เพราะทุกคนทราบดีว่าปีเตอร์จะเป็นทายาทคนต่อไป แต่เหล่าบอดิการ์ดยังไม่มีใครทราบถึงวัตถุประสงค์ของการมาเยือนครั้งนี้

“นี้ครับนาย” มาเซลส่งบางอย่างให้ปีเตอร์ เขารับมาและตรวจสอบสภาพก่อนใช้งานตามความเคยชินอีกครั้ง ตั้งแต่ที่ปีเตอร์ได้ย้ายหนูนาเข้ามาอยู่ด้วยกันกับเขา ปีเตอร์ก็มอบอาวุธคู่กายไว้กับมาเซลเป็นผู้ดูแล เพราะเขาไม่ต้องการเก็บไว้เองเพราะเกรงว่าหนูนาจะไม่สบายใจ แต่ใช่ว่าเขาจะไม่ได้ซ้อมมือ เขาจะหาเวลาหลังจากการทำงานแล้วก็จะแวะไปสนามซ้อมเป็นประจำเมื่อมีเวลา ก่อนกลับมาหาหนูนาเพื่อมาทำมื้อเย็นให้เธอได้กินทันเวลา

“ด้วยความเคารพครับคุณเอียน...ท่านอีธานยังเดินทางมาไม่ถึงครับ” หัวหน้าของเหล่าบอดิการ์ดคนหนึ่งรายงาน 

“ฉันมีธุระกับแมรี่” หัวหน้าบอดิการ์ดมองปีเตอร์อย่างไม่เข้าใจ แต่ก็ไม่กล้าถามและไม่กล้าขวางทาง พร้อมหลีกทางและบอกทิศทางของที่อยู่ของแมรี่ ถึงแม้ตอนนี้จะเป็นเวลาเกือบห้าทุ่มแล้ว ปีเตอร์รีบสาวเท้าไปตามทิศทางที่หัวหน้า บอดิการ์ดแจ้งให้ทราบ   เพราะเขามีเวลาไม่มาก แค่เขาคิดถึงการรายงานว่ามีเลือดติดอยู่ที่กำไล มันยิ่งทำให้เขารู้สึกว่าการก้าวขาของเขามันช้าไม่ทันใจเขาเลย

“โครม!”   ปีเตอร์ถีบประตูห้องของแมรี่ทันทีไม่ลังเล โดยไม่มีการขออนุญาตเจ้าของห้อง ประตูเปิดออกปีเตอร์เดินเข้าไปอย่างไม่สนใจพร้อมด้วยจอนนี่ มาเซล และผู้ติดตามอีกห้าคน ส่วนที่เหลือกระจายอยู่ตามพื้นที่ตามที่ได้รับการฝึกมาในด้านการป้องกันอันตรายไม่ให้มาถึงนายของตน

“แก!” แมรี่หันมาตามเสียงของประตูนั้น และร้องออกมาอย่างคาดไม่ถึงว่าจะเห็นคนคนนี้ที่ในห้องนอนของเธอ

ปีเตอร์ย่างสามขุมแบบคุกคามเข้าไปหาแมรี่ ด้วยแววตาที่เขาไม่เคยใช้กับผู้หญิงคนไหนมาก่อนพร้อมอาวุธในมือที่มันสามารถที่จะบรรดาลความต้องการของเขาได้

“เมียฉันอยู่ที่ไหน” ปีเตอร์ถามอย่างช้าๆ ชัดๆ เสียงต่ำในคอแต่ก็ได้ยินกันทุกคนภายในห้องนี้

“ไอ้นอกคอก...แกคิดว่าแกเป็นใคร” แมรี่มองกลับสายตานั้นอย่างไม่เกรงกลัวเช่นกัน

ปัง!.../...โอ้ย!...โอ้ย!...” สิ้นเสียงคำพูดของแมรี่ เสียงอาวุธที่ต้องใช้เพื่อเผยความจริงจากแมรี่ดังออกมาทันทีอย่างไม่มีการต่อรองและคิดก่อนทำ แมรี่ร้องออกมาพร้อมกับทรุดลงไปนั่งกุมโคนขาที่พื้นห้องอย่างเจ็บปวด และต้องร้องออกมาอีกครั้งเมื่อปีเตอร์เอาลำกล้องกระบอกปืนที่ผ่านการยิงขาเธอไปหนึ่งนัดไปแนบกับแก้มของเธอ แมรี่ร้องออกมาอย่างทรมานและปวดแสบปวดร้อนที่แก้ม 

“แก!...โอ้ย!...” แมรี่ร้องอย่างเจ็บปวดต่อหน้าชายทั้งแปดคนที่ยืนมองอย่างไม่สะทกสะท้านต่อสิ่งที่ได้เห็น

“เมียฉันอยู่ที่ไหน” ปีเตอร์ย้ำและถามคำถามเดิมอีกครั้ง สายตาจับจ้องเข้าไปในดวงตาของแมรี่อย่างน่ากลัว

“พี่แมรี่” ก่อนที่แมรี่จะได้พูดอะไร มาเรียน้องสาวของแมรี่ และเป็นน้องสาวต่างแม่ของปีเตอร์ด้วย วิ่งฝ่าวงล้อมของทุกคนเข้าไปหาแม่รี่ที่เลือดนองพื้นดิ้นทุรนทุรายอย่างเจ็บปวด

“เกิดอะไรขึ้นคะ...พี่เอียน” มาเรียเงยหน้าขึ้นไปถามปีเตอร์ แต่ตัวเองกอดพี่สาวและเอาตัวเองปกป้องพี่สาวไว้

ปีเตอร์มองมาเรีย เธอเป็นหญิงสาวที่มีผิวน้ำผึ้งแบบเขาใบหน้าเธอก็ค่อนข้างคล้ายเขามากกว่าแมรี่ เพราะแมรี่จะเหมือนผู้เป็นแม่มากกว่า ส่วนเขากับมาเรียจะค่อนมาทางพ่อ ความจริงมาเรียไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องร้ายๆที่เกิดขึ้น เธอแตกต่างกับแมรี่และมอนย่าแม่ของพวกเธอ แต่ด้วยที่พวกเธอเป็นแม่เป็นลูกเป็นพี่เป็นน้องกัน เขาก็จะเหมารวมมาเรียไปกับเหตุการณ์ร้ายๆทั้งหมดกับพี่สาวและแม่ของเธอด้วย

“ฉันแค่ต้องการที่อยู่ของเมียฉัน” จอนนี่และมาเซลหันมามองปีเตอร์อย่างแปลกใจ เพราะพวกเขาไม่คิดว่าคนอย่างปีเตอร์จะตอบคำถามใครไม่ว่าจะกรณีไหน 

“พี่แมรี่บอกไปสิคะ” มาเรียได้ฟังแค่นั้นก็เข้าใจสถานการณ์โดยทันที เพราะใช่ว่าเธอจะไม่รู้ว่าแม่และพี่สาวของเธอทำอะไรไว้กับปีเตอร์บ้าง แต่เธอไม่มีอำนาจและความสามารถในการห้ามการกระทำเหล่านั้นได้

“ฉันไม่บอก...มาเรียน้องอย่ามายุ่งกับเรื่องนี้” แมรี่หันมาทางมาเรียไม่ว่าเธอจะเลวร้ายยังไง แต่เธอก็รักน้องสาวคนนี้ของเธอมากไม่ต่างไปกับมาเรียก็รักพี่สาวเธอมากเช่นกัน

ปัง!.../...โอ้ย!..../ว้าย!...” และเมื่อสิ้นเสียงแมรี่ เสียงปืนนัดที่สองที่ต้นขาอีกข้างของแมรี่อย่างแม่นยำเฉียดมาเรียไปนิดเดียว มาเรียร้องออกมาอย่างตกใจ เงยหน้ามองปีเตอร์น้ำตาไหลพราก แต่ปีเตอร์ไม่มีแววตาของความเมตตาเลยสักนิด

ฮืออออ....ฮือๆๆๆ....พี่แมรี่บอกพี่เอียนเถอะนะคะ....” มาเรียร้องไห้อ้อนวอนกับแมรี่ เพราะเธอค่อนข้างมั่นใจว่านัดต่อไปนั้นอาจเป็นนัดที่ปริดลม หายใจของพี่สาวเธอได้เลย เพราะแววตาของปีเตอร์บ่งบอกอย่างนั้น

แมรี่มองหน้าน้องสาวที่ร้องไห้ดั่งว่ากลัวเธอจะจากไป สองมือของมาเรีย กดแผลพยายามห้ามเลือดที่ไหลออกมา แม่รี่กัดฟันอดทนต่อความเจ็บปวด เธอไม่อยากร้องออกมาแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น โดยเฉพาะผู้ชายที่เธอเกลียดที่สุด

“เอามาเรียออกไป” จอนนี่เข้ามาดึงมาเรียออกไปตามคำสั่งของปีเตอร์ มาเรียขัดขืนร้องไห้กอดพี่สาวไว้ แต่ก็สู้แรงจอนนี่ไม่ได้ที่ดึงเธอออกมาพร้อมล็อคตัวเธอไว้ และเมื่อมาเรียพ้นทางปีเตอร์ก้าวขาไปยืนตรงหน้าแมรี่ด้วยแววตาไร้ซึ้งความเมตตา เพราะตอนนี้เขามีเวลาไม่มากยิ่งนานไปนั้นหมายถึงความเป็นความตายของหนูนา เพราะวินาทีนี้ให้เขาต้องกลายเป็นปีศาจร้ายเขาก็ยอมเพื่อช่วยเหลือหญิงเดียวที่เขารัก

“ฉันให้โอกาสเธอครั้งสุดท้าย” ปีเตอร์พูดออกไปพร้อมอาวุธจ่อที่กลางหน้าผากของแมรี่

“แก...ฆ่าฉันได้เลย...ไอ้นอกคอก...แกจะไม่มีทางรู้ว่าเมียแกอยู่ไหน” แมรี่ยังไม่ยอมแพ้ ปีเตอร์ยิ้มที่มุมปากพร้อมสับไกปืนเพื่อจะเหนี่ยวไกปืนอีกครั้งและคงเป็นนัดสุดท้าย มาเรียร้องโวยวายอ้อนวอนปีเตอร์เสียงดัง เพราะเธอมั่นใจว่าเขาลงมือแน่นอน 

“หยุดนะ!....” ปีเตอร์หยุดการกระทำตามเสียงนั้นได้ทัน แต่เขาไม่แม้แต่จะหันหลังกลับไปมอง และยังคงจ่ออาวุธร้ายนั้นกลางหน้าผากของแมรี่ 

อีธานเข้ามาทันเวลาและเขารู้สถานการณ์ทุกอย่างดี แต่ก็ช้าไปเพราะตอนนี้แมรี่กำลังเสียเลือดมาก มาเรียดิ้นออกจากจอนนี่วิ่งไปหาอ้อมกอดอีธานและร้องขอให้รีบพาแมรี่ส่งโรงพยาบาล เพราะตอนนี้แมรี่ใบหน้าซีดเซียวมากและถ้าช้ามากไปกว่านี้แมรี่อาจจะช็อคเพราะเสียเลือดมาก 

“เอียน...” อีธานกล่าวออกไปได้แค่นั้น เพราะเขากำลังจะเดินเข้าไปหาแมรี่กับปีเตอร์ แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดคือ ดอม มือขวาคนสนิทของเขาที่ติดตามเขามานานกว่าสี่สิบปีเข้ามาขวางเขาไว้ อีธานหันไปมองคนสนิททันที “ดอม”  อีธานเอ่ยออกมาและมองเข้าไปในดวงตา

“ผมต้องขออภัยครับท่าน...ผมยังเคารพและจงรักภักดีกับท่าน ตัวของกระผมจะยังเป็นเกราะคุ้มกันท่านทุกครั้งเมื่อยามมีภัย...แต่ผมมีสัญญาที่ต้องรักษาไปจนกว่าชีวิตผมจะสิ้นลมหายใจ” ดอม ก้มศีรษะอย่างเคารพอีธาน ซึ่งเรื่องนั้นเขาไม่เคยสงสัยแต่พยักหน้าอย่างเข้าใจ

“บาบาร่า...” อีธานเอ่ยออกมาเบาๆเขาไม่แปลกใจเลย เพราะไม่ว่าผู้ชายคนไหนที่ได้ใกล้ชิดเธอต้องหลงรักเธอกันทั้งนั้น ดอมเป็นคนสนิทที่เขาไว้วางใจมากที่สุด ช่วงหนึ่งที่เขาต้องเดินทางไปรัสเซียนานเกือบสองเดือน โดยครั้งนั้นเขาให้ดอมที่เขาเชื่อใจในฝีมือให้คอยดูแล บาบาร่า 

“คุณบาบาร่า...รักท่านเพียงคนเดียวครับ...” ดอม บอกนายอย่างชัดเจนและเป็นความจริง ในตอนนั้นที่เขาได้ดูแลและใกล้ชิดกับบาบาร่า หญิงสาวเป็นคนที่น่ารักไม่ถือตัวมีน้ำใจกับพวกเขาเป็นอย่างมาก เธอให้เกียรติพวกเขาและความเป็นตัวเธอ จึงไม่แปลกใจที่เขาจะตกหลุมรักเธอ แต่เขาก็รับรู้และรู้ดีว่าในหัวใจของบาบาร่าไม่เคยมีใครนอกจากเจ้านายของเขาเพียงคนเดียว และนั้นก็เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้เขารักเธอจนมาถึงทุกวันนี้ เขายังจำคำมั่นสัญญาที่เขาเคยให้ไว้กับเธอในยามที่เคยคุยกัน เพราะตอนนั้นที่นายของเขาไปรัสเซีย อีธานยังไม่รู้ว่าบาบาร่าได้ตั้งครรภ์แล้ว ดอม เป็นคนที่ทราบเรื่องก่อนใครเพราะสังเกตุว่าเธอมีอาการเหมือนไม่สบายอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้เขาได้ทราบและบาบาร่าขอว่าอย่าพึ่งบอกกับ      อีธาน เพราะเธอจะรอเขากลับมาและแจ้งให้เขาทราบด้วยตัวของเธอเอง

ดอมจึงให้คำมั่นสัญญา และวันนั้นบาบาร่าก็ฝากลูกของเธอให้ดอมช่วยดูแลปกป้องเขาเหมือนอย่างที่ปกป้องเธอ ซึ่งตอนนั้น ดอม ก็ให้คำมั่นสัญญา และเขาเองที่เป็นผู้คอยสอดส่งความเคลื่อนไหวของแมรี่ให้กับเอียนลูกชายเพียงคนเดียวของอีธานมาโดยตลอด ชีวิตของเขายอมตายให้กับคนเพียงสามคน และหนึ่งในนั้นได้จากเขาไปแล้วอย่างไม่น่าเชื่อซึ่งทำให้เขาเสียใจเป็นอย่างมาก ตั้งแต่วันนั้นเขาสัญญากับตัวเองว่าจะดูแลปกป้อง ลูกชายคนเดียวของผู้หญิงที่เขารักอย่างสุดความสามารถแม้ต้องแลกด้วยชีวิตเขา

อีธานพยักหน้าและเขาเองก็ยังเชื่อมั่นในตัวดอม แต่เพียงแค่วันนี้เขาได้เห็นแล้วว่า ถ้าดอมต้องเลือกระหว่างเขากับลูกชายอย่างเอียน ดอมเลือกใคร อีธานจึงตัดสินใจมองไปที่แมรี่

“แมรี่...ลูกต้องบอกน้องไปเดี๋ยวนี้..เจ้าไม่มีทางเลือก...นอกจากเลือกที่จะมีชีวิตต่อไป” อีธานพูดออกไปอย่างเจ็บปวด เพราะแค่เขาผู้เป็นพ่อต้องมาเห็นลูกฆ่ากันเองก็ทรมานในความรู้สึกเป็นอย่างมาก 

“มันไม่ใช่น้องของหนู” แมรี่ตอบออกไปอย่างเดือดดาล 

“พ่อบอกให้บอกที่อยู่ของนีน่ามาเดี๋ยวนี้” อีธานย้ำอีกครั้งอย่างเจ็บปวด 

“พี่แมรี่ค่ะ...ได้โปรดเถอะค่ะ” มาเรียขอร้องอีกคน เพราะแท้จริงแล้วเธอรักพี่ทั้งสองคนของเธอ แต่เรื่องนี้พี่สาวเธอเป็นฝ่ายผิด และความจริงแล้วแม่กับพี่สาวเธอเป็นฝ่ายกระทำพี่ชายเธอมาตลอด 

มาเรียไม่รู้เรื่องของหญิงสาวที่ชื่อว่านีน่ามากนัก เธอรู้แค่ว่าพี่ชายเธอแต่งงานกับเธอผู้นี้ ตอนที่ทราบเรื่องนี้เธอเองก็อยากเจอและอยากเห็นว่าผู้หญิงแบบไหนที่ทำให้พี่ชายที่เย็นชาขอแต่งงานด้วย และคิดว่าเธอต้องวิเศษมากที่ชนะใจพี่ชายคนนี้ของเธอได้ และในวันนี้ที่เธอได้เห็นพี่ชายของเธอสามารถฆ่าคนได้เพราะเธอผู้นี้ หญิงสาวนามว่านีน่าต้องเป็นหญิงสาวที่เปรียบได้กับนางฟ้าได้เลย เพราะวันนี้เธอเห็นอีกอย่างหนึ่งว่าพี่ชายเธอรักภรรยาของเขามากกว่าชีวิตเขาเอง

“หนึ่ง....สอง..../...H7539...” แมรี่ยอมเอ่ยออกมาในที่สุด เมื่อปีเตอร์เริ่มนับอย่างหมดความอดทน ซึ่งในห้องเงียบสนิทต่างลุ้นว่าจะได้ยินเสียงปืนนัดที่สามและคงเป็นนัดสุดท้ายของลมหายใจสุดท้ายของแมรี่แน่นอน

ปีเตอร์ขมวดคิ้วกับตัวเลขดั่งกล่าว แต่แล้วเขาก็นึกออกเพราะเขาเองก็ต้องศึกษาข้อมูลธุรกิจของพ่อ ปีเตอร์ลดอาวุธที่จ่ออยู่ที่หน้าผากของแมรี่ และหันหลังเดินผ่านทุกคนเพื่อไปยังจุดหมายที่ได้รับแจ้ง เพราะเขาไม่คลางแคลงใจในเรื่องสถานที่ว่าเป็นการโกหกของแมรี่ 

จอนนี่เดินตามปีเตอร์ไปติดๆ และปีเตอร์หันมาทางจอนนี่และกระซิบบอกอะไรบางอย่าง จอนนี่พยักหน้าและหยิบโทรศัพท์ออกมาโดยทันที ปีเตอร์เดินออกมาจากคฤหาสน์พร้อมขึ้นรถตู้ที่จอดรอพร้อมอยู่แล้ว จุดหมายปลายทางต่อไปคือนิวเจอร์ซีย์ 

“ทุกอย่างจะพร้อม...ทันทีที่เราไปถึง” จอนนี่รายงานออกไป และในขณะที่รถตู้ที่พวกเขาออกจากบริเวณคฤหาสน์สวนกับรถพยาบาลที่ขับสวนมาอย่างรวดเร็ว 


❅❈❅❈❅❈❅❈


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha