[จบ] จังหวะรักมาเฟีย II ( Mafia's Rhythms Of Love )

โดย: รุ่งอรุโณทัย



ตอนที่ 13 : ความฝันหรือความจริง?


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

  





273x387

  




 








XXXVII

 < ความฝันหรือความจริง? >


ปีเตอร์นั่งอยู่ในรถตู้ที่เคลื่อนตัวไปอย่างรวดเร็วด้วยดวงใจที่บอบช้ำ เพราะนี้ผ่านมาหลายชั่วโมงหลายนาทีและทุกนาทีที่ผ่านไปนั้นคือความเป็นความตายของหนูนา กว่าเขาจะไปถึงนิวเจอร์ซี่ประมาณสองชั่วโมง ปีเตอร์ย้อนคิดไปตอนเช้าที่นั่งรถมาด้วย เขาอยากได้ยินเสียงเจ้าหนูทำไมของเขายิ่งนัก

“พีท...หนูนาถามอะไรได้ปะ” หนูนาพูดพร้อมหันหน้าไปมองด้านข้าง     ปีเตอร์ที่ประจำตำแหน่งหลังพวงมาลัยรถ ที่กำลังมุ่งหน้าสู่ลานคอนเสิร์ตตามเวลาที่ถูกนัดหมาย

“ก็ได้นะ...แต่เงื่อนไขที่เคยตกลงกันยังอยู่นะ” ปีเตอร์ตอบออกมาหันมาสบตาภรรยาที่นั่งอยู่ข้างๆ เพียงแวบเดียว และหันกลับไปมองถนนด้านหน้าต่อ 

“คนบ้า...แล้วทุกวันที่เป็นอยู่มันไม่ชดเชยอะไรบ้างหรือไง”  หนูนาพูดออกไปกึ่งงอนกึ่งไม่พอใจ 

“โอเค...ถ้ารู้ก็จะตอบ” ปีเตอร์จับกระแสความงอนของหนูนาได้ เขาหันไปมองหนูนาที่หันหน้าไปมองด้านหน้าและมือกอดอกแก้มป่อง เป็นอาการที่บ่งบอกว่าเธองอนเขานั้นเอง 

“แน่นอน...พีทตอบได้อยู่แล้ว...หนูนาก็แค่สงสัยนะคะ” หนูนาหันกลับมาพร้อมรอยยิ้มของผู้มีชัย เพราะความจริงเธอไม่ได้งอนสามีหรอก แต่ถ้าไม่ใช้วิธีนี้คนอย่างปีเตอร์ไม่ยอมพูดอะไรออกมาง่ายๆ ปกติถ้าไม่มีใครถามเขาจะไม่ค่อยพูดอยู่แล้ว แต่คนที่จะตั้งคำถามกับปีเตอร์ได้นั้นบนโลกใบนี้มีถึงสิบคนหรือเปล่า     หนูนาเคยคิดจะถามเขาเหมือนกันว่าตั้งแต่เกิดมาจนถึงปัจจุบันเขารู้จักคนกี่คนและคุยกับคนที่รู้จักมากสุดความยาวกี่บรรทัด 

“แล้ว?”ปีเตอร์กล่าวออกมาเพราะจู่ๆหนูนาก็นั่งเงียบจ้องหน้าเขา

“ทำไมพีทไม่รับงานถ่ายแบบคะ...” ที่หนูนาต้องถามออกไปมันน่าสงสัยจริงๆ เพราะเขาเพียบพร้อมมากในเรื่องหน้าตาและรูปร่าง และมีอยู่วันหนึ่งที่เธอไปพบคุณเอียน ผู้จัดการเขากำลังให้รายละเอียดเพิ่มเติมกับเลขาคนใหม่แทนคนเดิมที่ขอลาออกเนื่องจากเธอแต่งงานและต้องติดตามสามีไปอยู่ที่อิตาลี่ และหนูนาเผอิญได้ยินข้อกำหนดเพิ่มเติมของปีเตอร์ว่าเขาจะไม่รับงานถ่ายแบบ เล่นหนัง และรับเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของสินค้าตัวไหนทั้งสิ้น แต่เขาจะใช้สินค้าของผู้สนับสนุนในยามที่ขึ้นแสดงคอนเสิร์ตเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเสื้อ เข็มขัด หมวก นาฬิกา แว่นตา และนั้นเป็นสิ่งใหม่ที่หนูนาพึ่งรู้ และเธอก็เคยถามคุณเอียน แต่คุณเอียนก็บอกเพียงแต่ว่าปีเตอร์เขาขอไว้แบบนี้ เหตุผลที่แท้จริงคืออะไรตัวคุณเอียนเองก็ไม่ทราบ แต่เขาก็บอกว่าอาจจะไม่มีอะไรซับซ้อนก็เป็นได้ เพราะปีเตอร์เขาไม่ชอบความวุ่นวายและเขาก็อยากมีเวลาส่วนตัวเหลือบ้าง

“ทำไมจู่ๆถึงถามและอยากรู้ขึ้นมา” ปีเตอร์ยังไม่ได้ตอบคำถาม แต่กลับตั้งคำถามกลับ หนูนาจึงให้รายละเอียดตามที่ได้ยินมาบางส่วนให้ ปีเตอร์ได้รู้

“ทุกอย่างก็มีเหตุผล...ถ่ายแบบอันนี้ไม่ซับซ้อนแค่ไม่ชอบ...เพราะผมไม่ชอบฟังและทำตามคำสั่งของใคร...และอีกอย่างไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงิน...”

“แล้วงานอื่นๆละคะเช่นพวกเล่นหนัง และเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์” คำถามต่อมาของหนูนาต่อทันทีเมื่อได้คำตอบแรก

“เล่นหนัง...มันเสียเวลาเกินไปสำหรับผม...เพราะผมต้องทำงานเพลง...ต้องคำนึงถึงสมาชิกในวงนะ...ตราบใดที่ผมยังเป็นนักร้องนำ พวกเขาจะขาดผมไม่ได้” หนูนาพยักหน้าเข้าใจและจริงอย่างที่ปีเตอร์บอก 

“ส่วนแบรนด์แอมบาสเดอร์...ที่ไม่ก็เพราะว่าผมมีธุรกิจส่วนตัวหลายอย่าง...ผมจัดหาคนและจ้างนักบริหารที่มีความสามารถมาบริหารแทน...เพราะเรื่องนี้น้อยคนจะรู้และไม่อยากให้ใครรู้มากนัก...เพื่อเป็นการตัดปัญหาว่าต้นสังกัดไปรับแบรนด์สินค้าที่มีส่วนแบ่งการตลาดของกลุ่มสินค้าเดียวกันกับธุรกิจของผม” หนูนาฟังอย่างด้วยดวงตาที่โตเป็นไข่ห่านกับเรื่องนี้ นี้เป็นเรื่องใหม่ของเธอเลยว่าได้

“พึ่งรู้เลยนะเนี้ยะ...แล้วพีทจัดการทุกอย่างยังไงคะ” หนูนามองปีเตอร์อย่างทึ่งๆ 

“นิกส์...จะเป็นผู้ดูแลและสายตรงมาที่ผม...กรณีที่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามที่วางไว้...รายงานทุกอย่างจะส่งเข้าเมลล์...เพราะมีคนเพียงไม่กี่คนที่รู้ว่าเจ้าของที่แท้จริงเป็นใคร...แต่คนที่เป็นผู้บริหารหลักล้วนแล้วแต่เป็นคนของผมที่ไว้วางใจได้...พวกเขามีความรู้และความสามารถในสิ่งที่พวกเขาดูแล”

“เอ่อ...แล้วพีทไปหาคนเหล่านั้นมาจากไหนคะ” หนูนาถามเข้าประเด็นด้วยความอยากรู้

“สมัยที่ผมยังเป็นเด็กๆ...ผมจะเดินทางไปประเทศที่ลำบากกับคุณตาไมเคิลเพื่อนำอาหารเสื้อผ้าไปช่วยเหลือพวกเขา...และมีเด็กๆมากมายที่ท่านรับอุปการะเลี้ยงดูให้ทุนการศึกษาพวกเขา...พวกเขาเหล่านั้นบางคนก็ถือว่าเป็นเพื่อนของผมเช่นกัน ผมรู้จักพวกเขาตั้งแต่เด็กๆ” หนูนายิ้มออกมาอย่างดีใจเพราะสิ่งที่เธอคิดไว้ผิด เรื่องที่สามีสุดที่รักของเธอมีคนรู้จักมากกว่าที่เธอเคยคาดคะเนไว้

“ยิ้มอะไร?” ปีเตอร์หันไปเห็นภรรยายิ้มแป้นอย่างมีความสุขก็อดถามไม่ได้

“ก็หนูนาดีใจนี้คะที่มีคนอย่างคุณตาไมเคิลบนโลกใบนี้...พีทอย่าลืมสิค่ะหนูนาก็เป็นเด็กกำพร้านะคะ...และหนูนาก็เป็นหนึ่งในเด็กผู้โชคดีที่ได้รับความรักความเมตตาจากพีท”  หนูนาตอบอีกอย่างแต่ก็เป็นเหตุผลที่ใช่อีกเหตุผลหนึ่ง

“หนูนาเป็นมากกว่านั้น” ปีเตอร์พูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง

🎸🎤🎶🎼

“หนูนาเป็นมากกว่านั้น”  เสียงสุดท้ายในห้วงความคิดของปีเตอร์ ก่อนที่เสียงของมาเซลจะดังขึ้น เรียกปีเตอร์กลับสู่เวลาปัจจุบัน

“นายครับ...นาย....เราถึงแล้วครับ” ปีเตอร์พยักหน้ารับรู้ตามรายงานนั้น และลงจากรถตอนนี้และคนของเขาที่มาเสริมอีกกว่าหกสิบคน  

“นี้ครับนาย” มาเซลส่งเสื้อเกราะให้ปีเตอร์ และจอนนี่ และคนของเขาทุกคนสวมไว้ ปีเตอร์จะให้ความสำคัญกับชีวิตของคนของเขาทุกคน เขายอมจ่ายเงินมหาศาลกับสิ่งเหล่านี้และนี้ก็เป็นครั้งแรกที่เขาได้ใช้มัน เสื้อเกราะนี้เขาสั่งซื้อมาจากหุ้นส่วนของเขาที่รัสเซีย และเป็นเสื้อเกราะสั่งทำพิเศษกันได้ตั้งแต่กระสุนขนาดเล็กถึงขนาดกลางที่มีอนุภาพสูง

ปีเตอร์ จอนนี่ มาเซล เจฟ เปิดแผนที่ดูอนาบริเวณโดยรอบ และชี้จุดที่  หนูนาอยู่ ปีเตอร์แบ่งออกเป็นสามทีม โดยจอนนี่และผู้ติดตามอีกสิบห้าคนอ้อมไปทางเหนือ ทีมเจฟพร้อมด้วยผู้ติดตามอีกยี่สิบคนอ้อมไปทางใต้ และให้ทิ้งช่วงเวลาอีกประมาณอีกสามถึงห้านาทีให้เพิ่มกำลังไปอีกฝั่งละห้าคนเพื่อเป็นกำลังเสริม   ถ้าหากมีการโจมตี เพราะเขาคิดว่าต้องมีคนของแมรี่ซุ่มอยู่ด้านบนของตู้คอนเทนเนอร์แน่นอน และสถานที่ที่นี้มีมุมอับมากมายและเหมาะกับนักแม่นปืนที่แอบซุ่มยิงได้เป็นอย่างดี

ปีเตอร์กับมาเซลจะมุ่งหน้าทางหลักสู่จุดที่กักขังหนูนาโดยทันที พร้อมผู้ติดตามอีกสิบคน ปีเตอร์มักจะเป็นผู้ที่ปฎิบัติงานที่มีความเสี่ยงสูง เพราะเส้นทางหลักของเขานั้นเป็นเส้นทางปืนของนักแม่นปืนได้เป็นอย่างดี แต่ถ้านักแม่นปืนคนไหนก็ตามแต่ ที่ตัดสินใจยิงออกมาแล้วนั้นก็เป็นแสดงตำแหน่งออกมาและบอกได้เลยว่าหลังจากนั้นเพียงสามสิบวินาที จะเป็นลมหายใจสุดท้ายของนักแม่นคนนั้นทันที

“ทุกคนระวังตัว...” ปีเตอร์บอกกับทุกคนและเมื่อเข้าใจกันต่างก็แยกย้ายกระจายออกไป  ปีเตอร์รอสักสองสามนาทีให้ทีมของจอนนี่ และ เจฟ เคลื่อนกำลังออกไปและเขาก็ส่งสัญญาณเตรียมพร้อมและก่อนที่เขาจะเคลื่อนไหวเขาหันไปทางมาเซลเพื่อยืนยันการมาถึงของรถพยาบาลที่จุดนัดหมาย ปีเตอร์มั่นใจมาเซลในการจัดการเรื่องนี้และความแน่นอนที่มีมากขึ้นเพราะทีมของนิกส์มือขวาอีกคนของเขาเป็นผู้คุ้มกันรถพยาบาลมายังจุดนัดหมาย ด้วยการวางแผนและกำลังคน   ปีเตอร์คาดหวังร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย

ปีเตอร์ค่อนข้างมั่นใจอีกอย่างว่า คนที่แมรี่หรือชายคนรักว่าจ้างมาคงมีแค่กำลังคนแต่ไร้ฝีมือ เพราะถ้าคนมีฝีมือก็จะเป็นที่รู้จักของพ่อและคุณตาคงไม่มีใครกล้ารับงานนี้แน่นอน และค่าจ้างที่สูงทำให้แมรี่ไม่อาจจัดหาคนฝีมือดีได้มากมายอย่างดีก็แค่คนสองคนและที่เหลือก็เป็นปลายหางแถว

🎸🎤🎶🎼

“อื้อ...” หนูนารู้สึกตัวอีกครั้งหลังจากสลบไปอีกครั้งนานกว่าสามชั่วโมง หนูนาค่อยๆลืมตาขึ้นมาเพราะตอนนี้สำหรับเธอทำได้เพียงแค่นั้น แต่เธอกลับเห็นแต่ความมืดมิดและเธอเริ่มรู้ตัวแล้วว่าเวลาของเธอกำลังจะหมด เพราะตอนนี้เธอทรมานเหลือเกินแต่ความเจ็บปวดที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิดเพราะมันเป็นสิ่งที่ย้ำเตือนว่าเธอยังมีชีวิตอยู่ แต่เมื่อคิดว่าเธอจะอดทนได้อีกนานแค่ไหนก็ทำให้น้ำใสๆไหลออกมา เพราะถ้าการหลับตาลงของเธอครั้งนี้เกิดขึ้นอีกครั้งนั้นคงหมายถึงเธอคงไม่มีโอกาสลืมตาขึ้นมาได้อีก

“พีท...พีท....” หนูนาร้องครางเรียกหาชายเพียงคนเดียวที่เธออยากเจอเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะสิ้นลม เมื่อคิดมาถึงตรงนี้น้ำใสๆก็ไหลออกมาอย่างกับเขื่อนแตก แต่ไร้ซึ้งเสียงสะอื้น 

“โอ้ย...” หนูนากัดฟันตัดสินใจขยับตัวเธอยอมรับความเจ็บปวดดีกว่าให้มันชนะแล้วคร่าชีวิตเธอไป ในนี้มืดมากและพื้นก็ครุขระ หนูนาค่อยๆคลานและเธอก็สัมผัสได้ถึงกำแพงหนูนาเคาะเบาๆ เสียงก้อง เธอมั่นใจได้ทันทีว่าเธอน่าจะอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์ และเธอรู้สึกถึงความเย็นเข้าครอบครองร่างกายเธอมากขึ้น ความเจ็บปวดมาพร้อมกับความอ่อนเพลียและง่วงนอนเป็นที่สุด การเคลื่อนไหวของ     หนูนาเพียงน้อยนิดทำให้น้ำสีแดงจากศีรษะและด้านหลังเริ่มซึมออกมาเยอะขึ้น หนูนาคิดว่าเธอกำลังจะเข้าภาวะช็อคจากการเสียเลือดมาก

“พีท...” หนูนานอนลงไปอีกครั้งอย่างเชื่องช้า และอาการปวดหัวของเธอก็เพิ่มมากขึ้น แต่มีบางอย่างที่ผิดปกติมากคือเธอไม่สามารถมองเห็นอะไรเลยหรือในนี้จะมืดสนิท หนูนาร้องเรียกปีเตอร์อีกครั้งอย่างแผ่วเบาและรอคอยอย่างมีความหวังและเชื่อมั่นในตัวสามี ถึงแม้การหายใจเพื่อให้ตัวเองอยู่รอดจะทรมานเธอก็จะอดทน เพื่อรอเขา “พีท...”

“นาย...ประตูถูกล็อคครับ” มาเซลรายงาน เมื่อมาถึงตู้คอนเทนเนอร์เลขที่ H7539

“ถอยมา.../ปัง..ปัง” ปีเตอร์บอกมาเซล และเขาก็ยิงสองนัดไปที่กุญแจที่ล็อคตู้คอนเทนเนอร์อย่างแม่นยำอย่างไม่ลังเล

ประตูถูกเปิดและทุกคนก็เตรียมอาวุธพร้อมปฎิบัติการไม่ว่าอะไรก็ตามที่อยู่ในนั้นถ้ามาแบบไม่เป็นมิตรก็หมดสิ้นของการดำรงชีวิตต่อแน่นอน แต่ทุกอย่างว่างเปล่าของผู้ต่อต้าน ปีเตอร์มองเข้าไปด้วยแสงสว่างจากด้านนอกที่มีอยู่น้อยนิดในยามวิกาลตามเวลาท้องถิ่นประมาณตีสองกว่าๆเห็นจะได้ 

ปีเตอร์เห็นบางอย่างเขาวิ่งเข้าหาร่างนั้นอย่างรวดเร็วด้วยหัวใจที่เต้นผิดจังหวะดั่งกลองที่รัวออกมา เพราะเสียงปืนและเสียงด้านนอกไม่ทำให้ร่างนั้นไหวติงเลยซึ่งมันผิดปกติมาก 

“หนูนา” ปีเตอร์ประคองร่างนั้นพร้อมร้องเรียก ปีเตอร์หัวใจกระตุกวาบเพราะหนูนาเต็มไปด้วยเลือด ปีเตอร์หยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาพันลอบศรีหนูนาไว้เพื่อห้ามเลือด หนูนายังอยู่กับเขาแต่เธอเสียเลือดมาก ปีเตอร์สำรวจร่างกายหนูนาด้านหลังมีเลือดไหลแต่เขาดูบาดแผลไม่ลึกมากแต่เลือดยังคงไหลอยู่

“มาเซลต้องรีบแล้ว...” ปีเตอร์หันไปแจ้ง มาเซลต่อสายหานิกส์ทันทีและแจ้งว่าพวกเขาจะไปตามที่นัดหมาย

“นาย...นิกส์มาถึงแล้วครับ” ปีเตอร์พยักหน้ารับรู้และถอดเสื้อเกราะของตัวเองออกและสวมให้หนูนาโดยทันที 

“พี...ท....พีท....มาแล้ว” หนูนาพยายามเปล่งเสียงเรียกคนที่รอคอยมาตลอด เธอไม่ได้หมดสติเพียงแต่ไร้เรี่ยวแรง ปีเตอร์ได้ยินเสียงนั้นเขายิ้มและก้มจุมพิตที่ปากอิ่มนั้นทันที

“ใช่...ผมมาแล้ว...ขอโทษนะที่มาช้า” ปีเตอร์กระซิบแผ่วเบาบริเวณริมฝีปากอิ่มนั้น หนูนาลืมตาแต่สิ่งที่แปลกเธอยังมองเห็นแต่ความมืด

“พี...ท...พีท” หนูนาครางออกมาและพยายามยกมือขึ้นหาใบหน้าที่เธอรอคอยที่จะได้เห็นแต่เธอกลับมองไม่เห็นอะไรเลย หนูนาเริ่มมั่นใจในความผิดปกติของดวงตาของเธอแล้ว

“มาเซลไป...” ปีเตอร์เร่งทันที เพราะเขาเองก็มองเห็นถึงความผิดปกตินั้นเหมือนกัน แต่เวลานี้เขาต้องนำหนูนาถึงมือหมอให้เร็วที่สุด หนูนาหลับตาลงพร้อมแนบใบหน้าที่มีน้ำใสๆไหลออกมาจากดวงตาคมนั้น ถ้าเธอต้องตายไปตอนนี้เธอก็พร้อมยอมรับเพราะเธอได้อยู่ในอ้อมกอดของสามีสุดที่รักของเธอแล้ว “เพียงแค่นี้ก็เพียงพอ” หนูนาพึมพำออกมาเบาๆ 

“ปังงงงงง...ปังงงงง....” เสียงปืนกระทบกับผนังตู้คอนเทนเนอร์ดังสนั่นหวั่นไหวออกมาทุกทิศทางแต่เป้าหมายเดียวกันทันที เมื่อปีเตอร์กำลังจะออกจากตู้คอนเทนเนอร์ ทุกคนต่างหลบหาที่กำบังและหาช่องเพื่อตอบโต้กลับ

“นาย!” มาเซลร้องออกมาอย่างตกใจ เพราะทั้งปีเตอร์และหนูนามีน้ำ     สีแดงไหลออกมาจากหัวไหล่ของปีเตอร์และจากต้นแขนของหนูนา การเคลื่อนไหวของปีเตอร์ช้าลงตอนที่โดนสาดกระสุนมาเพราะเขาคอยระมัดระวังหนูนา 

“คงโดนลูกหลง...ห้ามเลือดคุณนีน่าก่อน” มาเซลมองตามนั้นฉีกชายเสื้อของตัวเองและพันแขนห้ามเลือดนายหญิงของเขาและจากที่ดูแล้วนายหญิงของเขาแค่กระสุนถากแขน 

“นายส่งคุณนีน่าให้ผมได้มั้ยครับ...นายโดนยิงและกระสุนฝังอยู่นะครับ” 

“ไม่เป็นไร...ฉันไม่เป็นไร...บอกคนของเรารีบจัดการโดยทันที” ปีเตอร์สั่งถึงแม้เขาจะบาดเจ็บแต่เขาทนได้ และไม่ใช่ว่าเขาจะไม่ไว้ใจมาเซลแต่เขาไม่อยากห่างจากเธอต่างหาก

มาเซลมองอย่างเข้าใจและแจ้งต่อทุกคน การตอบโต้กลับของฝ่ายปีเตอร์เกิดขึ้นทันที และเนื่องจากที่เขาวางแผนไว้ทำให้ทางด้านจอนนี่ และทางด้านเจฟ เข้ามาเป็นกำลังเสริมในทันที มาเซลและเจฟเข้ามาประกบตัวปีเตอร์ไว้โดยทำตัวเองเป็นเกราะป้องกันปีเตอร์ทางด้านหน้า ส่วนจอนนี่คอยระวังหลังให้ และต่างรีบเคลื่อนย้ายไปตามจุดที่นัดไว้กับนิกส์ และตลอดการเคลื่อนไหวคนของปีเตอร์ก็จัดการกับฝ่ายตรงข้ามและคงได้รับบาดเจ็บหรือไม่ก็ได้ใช้ลมหายใจสุดท้ายไปกับการรับจ้างครั้งนี้ เพราะการตอบโต้กลับจากฝ่ายตรงข้ามเบาบางลงไปและเมื่อใกล้ถึงจุดหมายที่นัดกับนิกส์ไว้เสียงการโจมตีของฝ่ายตรงข้ามก็เงียบลง

นิกส์พร้อมด้วยคนคุ้มกันรถพยาบาลกว่ายี่สิบคนพร้อมอาวุธครบมือ เมื่อเห็นนายทั้งสองพร้อมทุกคนมาถึงจุดนัดหมาย เขาเตรียมเรียกบุรุษพยาบาลและพยาบาลลงมาจากรถพยาบาลทันที ปีเตอร์วางหนูนาไว้บนเตียงและเข้าไปในรถพยาบาลไปอย่างรวดเร็ว และเขาถอยออกไปนั่งห่างๆให้เจ้าหน้าที่ทำหน้าที่และนายแพทย์หนุ่มที่ร่วมมากับการเดินทางครั้งนี้ทำความเคารพปีเตอร์เหมือนคนอื่นๆ ปีเตอร์พยักหน้ารับทราบ และการแสดงแบบนั้นเขารู้โดยทันทีว่านายแพทย์หนุ่มคนนี้คงเป็นผู้ที่ได้รับการอุปการะมาจากคุณตาไมเคิลแน่นอน

รถพยาบาลเคลื่อนตัวออกจากที่นี้ทันที ถึงแม้อุปกรณ์ในรถคันนี้จะพร้อมแต่ก็ควรให้ไปถึงโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด นายแพทย์หนุ่มให้พยาบาลที่ร่วมเดินทางมาด้วยให้แจ้งทางโรงพยาบาลเตรียมห้องผ่าตัดพร้อมใช้ภายในยี่สิบนาที

“คนเจ็บไม่หายใจคะ” พยาบาลแจ้งต่อนายแพทย์หนุ่ม ปีเตอร์ลืมตามองหนูนาโดยทันที นายแพทย์หนุ่มทำการปั้มหัวใจ ปีเตอร์มองภาพนั้นอย่างทรมานแต่เขาต้องมีสติและยับยั้งตัวเองไม่เข้าไปหาหนูนา เพราะนั้นจะเป็นการขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ ที่ตอนนี้กำลังทำการช่วยเหลือไม่ให้หนูนาจากเขาไป

“ได้โปรดหนูนาอย่าทิ้งผมไป...ได้โปรด” ปีเตอร์บ่นพึมพำพร้อมน้ำใสๆจากดวงตาดำนั้นค่อยๆไหลออกมา “แม่ครับ...ได้โปรดช่วยผมด้วยครับ...ผมอยู่ไม่ได้ถ้าขาดเธอคนนี้” ปีเตอร์หลับตาลงอีกครั้งและภาวนาในใจ และถึงแม้เขาจะหลับตาลงแต่ปีเตอร์ก็ตั้งใจฟังเสียงสัญญาณชีพจากภรรยาที่รักว่าเธอจะต้องไม่ทิ้งเขาไป

กลับมา...หนูนา...ผมสั่งให้คุณกลับมาเดี๋ยวนี้”

“สัญญาณชีพกลับมาแล้วคะ” เสียงนางพยาบาลกล่าวออกมาทันที เมื่อสิ้นเสียงที่หนักแน่นและเอาแต่ใจมีพลังของปีเตอร์ที่ตะโกนออกมาลั่นรถพยาบาล สร้างความตกตะลึงให้กับทุกคนภายในรถ พร้อมกับข่าวดีที่พยาบาลได้แจ้งออกมา 

รถพยาบาลค่อยๆชลอความเร็วและจอดสนิทในที่สุดพร้อมด้วยประตูรถถูกเปิดออกทุกอย่างเตรียมพร้อมหนูนาถูกนำส่งเข้าห้องฉุกเฉินเพื่อทำการผ่าตัดทันที

“ผมจะพยายามให้ถึงที่สุด” นายแพทย์หนุ่มพูดกับปีเตอร์แต่....

“ไม่!...นายต้องทำให้ได้...ให้สำเร็จ...” ปีเตอร์พูดด้วยน้ำเสียงต่ำสายตาดุดันจ้องเข้าไปในดวงตานายแพทย์หนุ่ม พร้อมกระชากคอเสื้อแพทย์หนุ่มนั้น     จอนนี่และมาเซลต้องเข้ามาห้ามและให้ปีเตอร์ปล่อยแพทย์หนุ่มให้ไปทำหน้าที่แพทย์หนุ่มเมื่อได้รับอิสระโค้งให้กับปีเตอร์และเดินเข้าห้องฉุกเฉินไปทันที


“พีท...นายถูกยิง..นะ” จอนนี่พูดกับเพื่อนรัก และเรียกให้บุรุษพยาบาลนำเตียงมา เพราะปีเตอร์เองก็ต้องเข้ารับการผ่าตัดนำกระสุนออกมาเช่นกัน ปีเตอร์ยังคงยืนอยู่ที่เดิมสายตาหยุดอยู่ที่ประตูห้องฉุกเฉินไม่ได้สนใจต่อคำพูดของเพื่อนที่เป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัด

จอนนี่ส่งสัญญาณบางอย่างให้กับมาเซล มาเซลหันไปกระซิบกับนางพยาบาล เธอพยักหน้ารับทราบและเดินออกไปจากตรงนั้น 

จอนนี่ยืนมองปีเตอร์ที่ตอนนี้ถึงแม้เลือดจะไหลออกมาไม่เยอะ แต่ก็ยังคงไหลอยู่นั้นคงเป็นเพราะกระสุนฝังใน เขาเข้าใจว่าแผลภายนอกร่างกายเจ็บไม่เท่ากับแผลในใจ เขาก็ขอภาวนาว่าอย่าให้นางฟ้าประจำกายของเพื่อนรักอย่าได้เป็นอะไรไปเลย เพราะคงไม่ใช่แค่สูญเสียเพียงหนึ่งชีวิตแน่นอน

ปีเตอร์ใช่ว่าเขาจะไม่เข้าใจถึงความเป็นห่วงจากคนรอบข้าง แต่เขาอยากเจ็บเขาอยากลงโทษตัวเอง ที่เขาไม่สามารถดูแลหนูนาให้ปลอดภัยได้ อยู่ๆ ปีเตอร์ก็คุกเข่าลงไปกับพื้นน้ำใสๆไหลออกมาจากดวงตาคมทั้งสองข้างอย่างไม่อาจจะเก็บกักมันได้ เพราะตอนนี้เขารู้สึกกลัวเหลือเกิน เขากลัวเหลือเกิน 

“หนูนา...อย่าทิ้งผมไปนะ...คุณทำให้ผมกลัวเหลือเกิน” ปีเตอร์คร่ำครวญเหมือนเด็ก จอนนี่และมาเซลมองภาพนั้นแล้วต้องเสมองไปทางอื่น เพราะทั้งสองกำลังรู้สึกสงสารชายตรงหน้าและเสียใจที่ไม่อาจช่วยอะไรได้นอกจากยืนอยู่ข้างๆอย่างเงียบๆ  จอนนี่ยกมือห้ามพยาบาลที่กลับมาอีกครั้งด้วยบางอย่างที่อยู่ในมือ 


“พีท...หนูนาไม่อยากเห็นพีทร้องไห้เลย...ฮือๆๆฮืออออ” หนูนานั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าชายที่กำลังเสียน้ำตาปากพึมพำร้องเรียกแต่เธอ สองมือของหนูนากอบกุมที่แก้มที่ชื้นเปียกไปด้วยน้ำตาลูกผู้ชาย

“หนูนีน่า...” หนูนาเงยมองตามเสียงนั้นอย่างแปลกใจ เพราะเธอพยายามร้องเรียกทุกคนที่ยืนอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน แต่ก็ไม่มีใครตอบรับเธอเลยเหมือนทุกคนมองไม่เห็นเธอ 

“คุณแม่บาบาร่า...” หนูนาเงยหน้าและเอ่ยอย่างตกใจ แต่เธอก็จำหญิงสาวในชุดขาวได้ เธอคือแม่ของสามีที่รักของเธอนั้นเอง “นี้หมายความว่า...หนู...หนู...ฮือๆๆๆ” จู่ๆหนูนาเสียงก็หายไป เพราะการที่คนยังมีชีวิตไม่ได้ยินเสียงเธอ มองไม่เห็นเธอ แต่เธอกลับมองเห็นคนที่ไม่มีชีวิต 

“…อย่าเศร้าไปเลย...เวลาของหนูยังไม่หมด” บาบาร่าพูดออกมาอย่างใจดี

“แล้วทำไมหนูถึงมาอยู่ที่นี้คะ”

“หนูต้องกลับเข้าไป...แต่หนูเลือกได้...ถ้าหนูกลับเข้าไปหนูจะต้องทนต่อความเจ็บปวด...เพื่อที่จะกลับมายืนอยู่ข้างๆลูกชายของแม่...แต่แม่ก็ยังขอให้หนูกลับเข้าไปเช่นกัน” หนูนาพยักหน้าแต่นั้นไม่ได้หมายความว่าเธอทำเพราะคำขอร้องของคุณแม่บาบาร่า แต่เธอต้องการที่จะอยู่กับสามีที่เธอรักยิ่งนัก ให้ต้องเจ็บปวดเท่าไหร่เธอก็ทนได้เพราะถ้าจุดหมายปลายทางของเธอคือชายที่อยู่ตรงหน้า


“โอ๊ย!”   ปีเตอร์ร้องอุทานออกมาเล็กน้อย เพราะเมื่อจู่ๆ จอนนี่ก็ปักเข็มที่แขนฝั่งที่ไม่ได้ถูกยิง ปีเตอร์ค่อยๆสลึมสลือและภาพใบหน้าของจอนนี่ค่อยๆเลือนลาง แต่ก่อนความมืดจะครอบคลุมเขา เขาสาบานเลยว่าเขาเห็นหนูนานั่งคุกเข่าร้องไห้สองมือกอบกุมอยู่ที่แก้มทั้งสองข้างของเขา และก่อนที่ความมืดจะชนะและอยู่เหนือเขา มาเซลเข้ามารับร่างของปีเตอร์ไว้ 

“ขอโทษนะพีท” จอนนี่พึมพำเบาๆ และช่วยกันรวมถึงบุรุษพยาบาลนำ    ปีเตอร์ขึ้นเตียงผู้ป่วยและรีบเคลื่อนย้ายเพื่อนรักเข้ารับการผ่าตัด บุรุษพยาบาลมองอย่างไม่อยากเชื่อว่านักร้องหนุ่มคนดังจะสามารถอดทนต่อแผลถูกยิงกระสุนฝังในได้นานขนาดนี้


“พีท...พีท...”   ปีเตอร์ได้ยินเสียงใสๆที่คุ้นเคยของภรรยาที่รัก ปีเตอร์ค่อยๆเปิดเปลือกตาทีละน้อย ใบหน้าของหนูนายิ้มรอเขาอยู่แล้วสายตากำลังจ้องมองมาที่เขา

“ตื่นเถอะคะพีท...ดีใจจังเป็นครั้งแรกเลยนะเนี้ยะที่หนูนาเป็นฝ่ายปลุกพีท” หนูนาพูดอย่างล้อเลียน

“แบบนี้เขาไม่เรียกว่าปลุกหรอก...คุณภรรยา” ปีเตอร์พูดพร้อมกับขยับตัวและเป้าหมายที่หญิงสาวข้างกาย

“อุ้ย!” หนูนาร้องออกมาอย่างตกใจ จากการเคลื่อนไหวของปีเตอร์ทำให้หนูนาอยู่ภายใต้ร่างกำยำของปีเตอร์ที่เปลือยเปล่าท่อนบนอย่างรวดเร็ว

“จะสอนให้...ที่เรียกว่าปลุก...เขาทำกันแบบไหน” ปีเตอร์พูดจบประกบปากอิ่มด้วยปากหนาของของตัวเองและลิ้นร้ายล้วงล้ำเข้าไปอย่างร้อนแรงสองมือต่างทำหน้าที่ข้างหนึ่งกอบกุมอยู่ที่ดอกไม้ตูมภายใต้เสื้อนอนแขนยาวของเขาที่เข้าชุดกับกางเกงนอนที่เขายังคงสวมอยู่ ส่วนอีกมือเลื่อนลงไปสู่ดอกกุหลาบงามที่คุ้นเคยภายใต้ปราการตัวจิ๋ว

“อืม...อ้าซ์...” หนูนาร้องครางในคออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในความรู้สึกที่รุมเร้าอยู่ตอนนี้ ลิ้นร้ายทั้งหยอกล้อโลมเลียในโพรงปากอิ่มของตน อกเต่งตึงก็ถูกมือหนาทั้งบีบทั้งเคล้นปลุกอารมณ์ของยอดเกสรแข่งขันกันชูชันตามความสามารถของชายผู้ที่กระทำการอย่างอุกอาจ เบื้องล่างก็ไม่น้อยหน้าถึงแม้จะมีปราการตัวจิ๋วปกป้องอยู่แต่ไร้ซึ่งอุปสรรคการก่อตัวของความเสียวซ่านที่ได้รับ นิ้วร้ายของมือหนาทั้งห้าต่างทำหน้าที่กันอย่างลงตัว บางนิ้วของสามีสอดนิ้วเข้าไปด้านในสัมผัสกับกุหลาบงามโดยตรงทั้งถูไถกรีดกรายบนกลีบเนื้อกุหลาบงาม จนตอนนี้กุหลาบงามของเธอชื้นแฉะด้วยธารน้ำที่ไหลออกมาตามความเรียกร้องจากเขาอย่างไม่ลดละ

“หิวจัง” ปีเตอร์ถอนริมฝีปากออกจากริมฝีปากอิ่มและกระซิบเบาๆ พร้อมกับขยับกาย เพื่อต้องการกำจัดความหิวนั้นด้วยวิธีของเขา ปีเตอร์เริ่มที่การปลดปล่อยดอกไม้ตูมด้วยการถอดเสื้อนอนของเขาที่หนูนามักจะชอบใส่นอนเสมอและต่อด้วยปลดปล่อยดอกกุหลาบงามจากการปราการตัวจิ๋ว เขานำหมอนมารองที่สะโพกมนกลมนั้นและขยับตัวเองไปอยู่ระหว่างขาเรียวเล็กนั้นพร้อมแยกขาหนูนาและพาดที่ไหล่เขา และลิ้นร้ายก็ทำในสิ่งที่เอาแต่ใจแบบฉบับของปีเตอร์

หนูนามองการกระทำของปีเตอร์ด้วยหัวใจที่เต้นแรง เธอตื่นเต้นและมีความสุขทุกครั้งที่ได้ใกล้ชิดและร่วมรักกับชายคนนี้ และทันทีที่ลิ้นร้ายของสามีโลมเลียความเป็นหญิงของเธอ  หนูนาเกิดอาการเกร็งและความเสียวซ่านก่อตัวขึ้นมากมาย ยามที่ลิ้นหนานั้นละเลียดบริเวณกลีบดอกไม้งามของเธอ หนูนาร้องครางออกมาอย่างพึงพอใจและยิ่งเสียงครางของหนูนาดังมากขึ้นเท่าไหร่ก็เป็นดั่งเครื่องยนต์หล่อลื่นให้กับปีเตอร์ ทำให้เขาเร่งจังหวะของลิ้นผสมกับดูดกลืนธารน้ำจากปากถ้ำสวรรค์นั้นไม่ให้ตกหล่นเลยแม้แต่หยดเดียว 

“พีท...หนูนา...ไม่ไหวแล้ว” เสียงหวานๆของภรรยาดังออกมา ปีเตอร์สอดใส่ลิ้นเข้าๆออกๆในถ้ำสวรรค์อย่างรวดเร็วและถี่ๆ เสียงครางของหนูนาร้องออกมาตลอดการกระทำนั้นสลับกับเรียกชื่อสามีที่รัก “อ่าซ์...พีท...พีท...อ่าซ์...กรี๊ดดดดดด” และเมื่อสิ้นเสียงกรี๊ดร้องก็ตามด้วยเสียงดูดกลืนกินของปีเตอร์แทนที่      ปีเตอร์ดื่มกินสิ่งที่ดับความหิวโหยของเขาอย่างไม่เกรงใจว่าดอกกุหลาบงามนั้นจะเปลี่ยนสีเป็นสีแดงสดและอาจทำให้กลีบดอกบวมหนาขึ้นตามแรงดูดดึงนั้น หนูนาหอบหายใจปรือตามองใบหน้าของสามีที่ยังคงเก็บเกี่ยวผลสำเร็จของตัวเองอยู่ และสายตาของเธอก็ลดต่ำลงตรงจุดที่ตอนนี้ถึงแม้จะอยู่ภายใต้กางเกงนอนขายาวนั้น แต่เธอก็รู้ได้ทันทีว่าสิ่งนั้นพร้อมหาที่อยู่ใหม่ที่อบอุ่นและสร้างความสุขให้กับเจ้าของแล้ว เพราะตอนนี้สิ่งที่อยู่ภายใต้กางเกงนอนนั้นมันชูชันแสดงตนออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน 

ปีเตอร์เมื่อเขาเก็บเกี่ยวจนพอใจแล้ว สายตาของเขาก็มองตามสายตาของภรรยาที่ตอนนี้กำลังจับจ้องตัวตนเขา ปีเตอร์ยิ้มและปล่อยขาทั้งสองข้างของหนูนาลงให้เป็นอิสระแค่เสี้ยวเวลานิดเดียวเพื่อที่เขาจะปลดปล่อยตัวตนของเขาออกมาประจักษ์ต่อสายตาของเธอ

ปีเตอร์จับหนูนาผลิกตัวและช้อนสะโพกเธอขึ้นเล็กน้อย สองมือของเขานวดเคล้นสะโพกเล็กเบาๆและเพิ่มแรงมากขึ้น หนูนาเคลิ้มไปกับการปรนเปรอของสามีและเธอก็ร้องอุทานออกมาเล็กน้อย เมื่อปีเตอร์สอดใส่ตัวตนเข้าไปความเป็นหญิงของเธอคราวเดียวจนสุดทั้งเร็วและแรง หนูนาตอดรัดเขาทันทีทำให้ปีเตอร์ถึงกับครางเสียงดังออกมาอย่างพึงพอใจ และเขาก็ขยับเข้าออกนั้นโดยทันทีความเสียวซ่านที่เกิดขึ้นทำให้เสียงครางของคนทั้งสองดังกึกก้องประสานกันเป็นดั่งตัวโน๊ตที่ลงตัวไพเราะเสนาะหูของคนทั้งสองเป็นอย่างมาก

ปีเตอร์ไม่เพียงแต่ขยับสะโพกกระแทกการเข้าออกดอกกุหลาบงามนั้นเพียงอย่างเดียวสองมือของเขาสอดเข้าไปด้านล่างบีบเคล้นดอกไม้ตูมของหนูนาที่ขยับตามแรงการเคลื่อนไหวของสะโพกหนา และปากหนาฟันที่เรียงตัวสวยงามทั้งดอมดมและจูบดูดจนผิวเนื้อบริเวณไหล่เป็นรอยแดงอย่างตีตราแสดงการครอบครองพื้นที่อย่างชัดเจน 

หนูนาหอบหายใจพร้อมกับร่างกายชื้นไปด้วยน้ำแห่งอารมณ์สวาทที่กำลังถูกโหมกระหน่ำอย่างไม่ลดละจากสามี 

“พีท....กรี๊ดดดดดดด” หนูนาร้องกรี๊ดออกมาอีกครั้ง พร้อมด้วยเสียงแห่งการปลดปล่อยของสามีที่ดังออกมาอย่างสุขสมในอารมณ์ที่ปราถนา

🎸🎤🎶🎼

“หมอครับ...อีกนานมั้ยครับกว่าเขาจะฟื้น” จอนนี่ถามหมอที่ทำการผ่าตัดปีเตอร์และย้ายเขามาที่ห้องพักฟื้นเมื่อการผ่าตัดเป็นไปอย่างเรียบร้อย

“คนไข้เสียเลือดมาก...แต่คงไม่นานครับเพราะคนไข้มีร่างกายที่แข็งแรง...และกระสุนไม่ได้โดนจุดสำคัญพักฟื้นแค่สองถึงสามวันก็กลับบ้านได้แล้วครับ” จอนนี่พยักหน้ารับรู้ตามที่หมอแจ้ง ตอนนี้ผ่านมาสองชั่วโมงกว่าแล้วการผ่าตัดของปีเตอร์เป็นไปอย่างเรียบร้อย แต่ของภรรยาของเพื่อนรักสิที่ยังไม่รู้ ตอนนี้มาเซลกลับไปประจำตำแหน่งเดิมคือที่หน้าห้องผ่าตัดแล้ว

จอนนี่มองนาฬิกาเวลาเกือบหกโมงเช้าของวันที่ยี่สิบหกธันวาคม และใกล้เวลาที่คุณตาไมเคิลจะมาถึงแล้ว จอนนี่มองหน้าเพื่อนรักและก็อดถอนใจไม่ได้ว่าทำไมเพื่อนรักเขาคนนี้ถึงโชคร้ายนัก ความสุขของเพื่อนรักมันต้องแลกมาด้วยกับเรื่องร้ายๆ ทั้งๆที่ต่างก็ทำใจและรู้แล้วว่ามันต้องเกิดขึ้นแต่พอมันเกิดจริงก็อดสงสารเพื่อนไม่ได้ เรื่องร้ายเกิดขึ้นแบบเดือนเว้นเดือนจากเหตุการณ์ครั้งที่แล้วที่     ปีเตอร์เจ็บหนักถึงขั้นความจำเสื่อม และนีน่าภรรยาของเพื่อน ณ ปัจจุบันตอนนั้นก็ได้รับบาดเจ็บไปด้วย และครั้งนี้นีน่าได้รับบาดเจ็บสาหัสเพื่อนของเขาก็เช่นกันเพียงแต่ไม่หนักกับภรรยา “พระผู้เป็นเจ้าจะต้องพิสูจน์ความรักของสองคนนี้ไปถึงเมื่อไหร่กัน” จอนนี่พึมพำออกมา

“หนูนา...หนูนา....” จอนนี่ลุกจากเก้าอี้เงี่ยหูไปฟังเสียงเพื่อนรักที่ครางออกมา แต่เขาได้ยินไม่ถนัดและแปลกใจและไม่แน่ใจว่าเพื่อนจะฟื้นแล้วหรือยังเพราะมันเร็วไป อย่างน้อยๆก็น่าจะเกือบชั่วโมงที่ยาสลบจะหมดฤทธิ์ แต่ก็นะ! อะไรก็เกิดขึ้นได้กับเพื่อนพลังหินคนนี้

จอนนี่ได้ยินเพียงแค่นั้นและมองหน้าเพื่อนที่ถึงแม้จะออกจากห้องผ่าตัดมาและพึ่งผ่านเรื่องเลวร้ายมาแต่ใบหน้าของปีเตอร์ดูผ่อนคลายนัก “สงสัยคงกำลังฝันดีอยู่สินะ” จอนนี่พึมพำเบาๆ และกลับไปนั่งที่เก้าอี้ข้างๆเตียงอีกครั้ง พร้อมกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ข้อความบางอย่างและกดส่งถึงแคทรีนแฟนสาวที่กำลังจะเป็นภรรยาที่รักอีกไม่นานนี้ 

❅❈❅❈❅❈❅❈


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha


ทำไมต้องร้องไห้.. เราคนอ่านเนี่ยะร้องทำไม555. อินมากไปแน่ๆ
โดย Maprangmit | 1 year, 8 months ที่ผ่านมา
  • 55555 อินนนนน โดย RungArunoThay | 1 year, 8 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha