เชลยรักซาตานร้าย

โดย: ณรีรัช



ตอนที่ 11 : ขอบคุณนะ...ที่รัก


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่11

เฮคเตอร์นั่งทำงานต่อจนถึงเวลาอาหารกลางวัน เขาลุกออกจากเก้าอี้แล้วเดินไปที่ห้องนอนของเขาและชาริมา การ์ดที่เฝ้าอยู่หน้าห้องเปิดประตูให้เฮคเตอร์ เขาก้าวเข้าไปเห็นชาริมายังนอนหลับอยู่ เฮคเตอร์สั่งให้เบลล่าจัดอาหารสำหรับเขาและชาริมา เบลล่ารีบลงไปจัดการตามคำสั่ง

เฮคเตอร์เดินมาหยุดที่ข้างเตียง เขานั่งลงข้างๆ กายชาริมาที่ยังคงนอนหลับไม่รู้สึกตัว แล้วเอื้อมมือเกลี่ยปอยผมที่หล่นลงมาบดบังใบหน้างาม เฮคเตอร์ก้มจุมพิตที่ริมฝีปากบาง และหอมแก้มนวล เขานั่งมองเธอสักพัก ชาริมาก็ลืมตาตื่นขึ้นมา

“คุณมานานรึยังคะ” ชาริมาถามเขาที่เอาแต่จ้องมองเธอ

“ผมเพิ่งมาได้สักพัก คุณหิวรึยังผมให้เด็กจัดอาหารมาแล้ว มาทานกันเถอะ” เฮคเตอร์ค่อยๆ ประคองชาริมาให้ลุกขึ้น เขาไม่กล้าที่จะจับเธอแรงๆ เพราะตามร่างกายของชาริมา มีแต่รอยจ้ำเขียวช้ำเต็มไปหมด เพิ่งรู้ตัวเองว่าทำกับเธอรุนแรงไป เห็นแล้วนึกสงสารจับใจ แต่เขาก็บอกเธอแล้วนะว่าเขาโมโหร้ายและระงับอารมณ์ไม่อยู่ เธอก็น่าจะระวังตัวเอาไว้บ้าง เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เธอก็มีส่วนผิด!!!!

ชาริมาค่อยๆลุกขึ้น  อาการไข้ของเธอดีขึ้นมากแล้ว แค่ก็ยังคงเจ็บระบมตามรอยช้ำที่ขึ้นทั่วๆร่าง เฮคเตอร์พาเธอออกมาที่โต๊ะอาหารนอกระเบียง เขาบริการเอาใจเธอแทบทุกอย่าง เพื่อไถ่โทษที่ทำร้ายเธอ

หลังจากทานอาหารเสร็จเฮคเตอร์พาชาริมา มานั่งที่โซฟา เขาจัดการหายาให้เธอกิน ชาริมายังคงคิดถึงมาเรียเพื่อนรักของเธอ ป่านนี้คงเป็นห่วงเธอแย่แล้ว เมื่อครั้งที่เธอลำบากไม่มีใคร ชาริมาก็ได้มาเรียนี่แหละคอยช่วยเหลือเธอแทบทุกอย่าง แล้เธอจะทิ้งให้มาเรียเป็นห่วงเธอได้ยังไง ชาริมามองหน้าเฮคเตอร์อย่างครุ่นคิด.....

“ริมามีอะไรอยากบอกผมรึเปล่า” เฮคเตอร์มองหน้าคนรักที่มองหน้าเขาอย่างกล้าๆกลัว

“ฉันอยากไปหาเพื่อนฉันค่ะ” ชาริมาพูดออกไปไม่เต็มเสียงนัก เธอยังคงเกรงเฮคเตอร์อยู่ อารมณ์ยิ่งขึ้นง่ายอยู่ด้วย

“ไม่ได้! มีเรื่องอะไรสำคัญถึงขนาดที่จะต้องออกไปหา ไหนลองพูดมาซิ” เฮคเตอร์สวนกลับชาริมาเสียงเข้ม เขาจ้องหน้าเธอคาดคั้นเอาคำตอบ

“ฉันก็แค่อยากบอกให้เพื่อนของฉันรู้ว่าฉันไม่ได้เป็นอะไร ยังสุขสบายดี ไม่ต้องห่วง เพื่อนฉันจะได้คลายกังวลก็แค่นั้นเองค่ะ”

“ผู้หญิงหรือผู้ชาย” เฮคเตอร์ถามชาริมาเสียงเข้ม

“ผู้หญิงค่ะ ชื่อมาเรีย ทำงานที่เดียวกัน”ชาริมารีบตอบเขา

“พรุ่งนี้ผมจะให้ลูซิโอ้จัดการให้ ริมายังไม่สบาย ไม่ต้องออกไปหรอกนะ” เฮคเตอร์พูดเสียงเรียบมองหน้าเธอนิ่ง จนชาริมานึกกลัว

“ค่ะ” ชาริมาตอบเขาเสียงอ่อยๆ เธอทำใจไว้แล้วว่าเขาจะต้องไม่ให้เธอไปแน่ๆ

“เดี๋ยวผมจะให้เทเรเซ่ามาเช็ดตัวให้”

“ไม่เป็นไรค่ะฉันทำได้ ฉันดีขึ้นมากแล้วรบกวนเธอเปล่าๆ”

“ก็แล้วแต่คุณนะ พักผ่อนเถอะ ผมจะลงไปทำงานต่อสักหน่อย” เฮคเตอร์พูดจบ เขาลุกเดินออกทันทีไม่หันกลับมามองเธอเลยซักนิด เขานึกเคืองชาริมาอยู่ที่นี่ก็สบายดีอยู่แล้ว ทำไมจะต้องออกไปหาเพื่อน แค่อยู่กับเขาทั้งวันก็ไม่น่าจะมีเวลาว่างให้คิดถึงใครแล้วนะสงสัยจะต้องทำให้ไม่ว่างซะแล้ว...

ชาริมางุนงงกับท่าทีเมินเฉยของเฮคเตอร์ “นี่เราทำอะไรผิดอีกเนี่ยะ ...โอ๊ย... นอกจากจะโมโหบ้าระห่ำแล้วยังขี้งอนไร้เหตุผลอีก โอ๊ย..จะบ้าตาย แล้วจะต้องง้อมั๊ยเนี่ยะ ...เฮ้อ” ชาริมาบ่นพึมพำเธอตามอารมณ์ของเขาแทบไม่ทัน คนอะไรเอาแต่ใจจริงๆ...

เฮคเตอร์เดินลงบันไดมาหน้าตายับยู่ยี่ตามอารมณ์ ลูกน้องและเด็กรับใช้ต่างหนีออกห่างเขา ด้วยกลัวอารมณ์ที่จะยับตามหน้าของเจ้านาย ลูซิโอ้และวินเซนเต้มองหน้ากันงง ก่อนขึ้นไปยังผิวปากอารมณ์ดี ไงตอนขากลับลงมาหน้ายับยู่ยี่จนไม่น่าเข้าใกล้ เจ้านายเขานี่อารมณ์แปรปรวนยิ่งกว่าพายุซะอีก แล้วแบบนี้เขาจะเข้าไปรายงานเรื่องของไอ้เอลดีมั๊ยเนี่ยะ ลูซิโอ้กับวินเซนต์เดินตามเฮคเตอร์เข้าไปในห้องทำงาน พวกเขาทั้งสองคนส่งซิกกันยุกยิกไปมา ต่างคนต่างเกี่ยงให้อีกฝ่ายเป็นคนบอก จนเฮคเตอร์รู้สึกรำคาญจึงถามออกไปเสียงเข้ม

“แกสองคนมีอะไรจะบอกฉันมั๊ย” เฮคเตอร์หยิบเอกสารบนโต๊ะขึ้นมาเปิดอ่าน แต่หูของเขารอฟังคำบอกเล่าของคนสนิท ทั้งวินเซนเต้และลูซิโอ้ยังคงพยักหน้าใส่กันไปมา ไม่กล้าที่จะรายงานเขา เฮคเตอร์รอฟังจนเริ่มหงุดหงิด ที่ลูกน้องไม่พูดออกมาซะที

“เอ้า! ว่ายังไงจะพูดมั๊ย ถ้าไม่พูดก็ออกไป ฉันรำคาญ” เฮคเตอร์ตะวาดเสียงเข้ม จนวินเซนเต้รีบรายงานเขารวดเดียวจบข่าว

“เรารู้มาว่าไอ้เอลมันยังไม่ออกจากโตรอนโต้ครับ มันหลบไปอยู่ที่โรงแรมใกล้ๆกับที่ทำงานของคุณชาริมาครับ”

เฮคเตอร์เงยหน้ามองวินเซนเต้ทันที เขาปิดเอกสารในมือและโยนมันทิ้งบนโต๊ะ “แกไปจัดการเอาตัวมันไปไว้ที่โกดัง เดี๋ยวฉันจะไปจัดการมันด้วยตัวเอง ไป!” เฮคเตอร์สั่งลูกน้องเสียงเข้ม ในเมื่อให้โอกาสแล้วยังไม่รีบไขว่คว้า แต่กลับอยากจะลองดี ได้เดี๋ยวเขาจะจัดให้สมใจเลย

ทางด้านเอลเขาอยู่แต่ในโรงแรม พยายามกดโทรศัพท์หาชาริมา แต่ก็ต่อไม่ติด เขากดส่งข้อความไปกี่ครั้งชาริมาก็ไม่ตอบกลับ จนนึกสงสัย

“รึว่าเฮคเตอร์จะจับได้นะ ปกติจะต้องรีบโทรกลับทุกครั้งนี่นา ลองลงไปถามที่ร้านดูดีกว่า” เอลลุกขึ้นแต่งตัว เขาใส่หมวกปิดหน้าแต่งตัวมิดชิด แต่พอมาถึงหน้าล็อบบี้ เอลต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นวินเซนเต้กำลังสอบถามบางอย่างกับพนักงาน เอลรีบวิ่งกลับไปที่ห้องพัก คว้ากระเป๋าแล้วรีบออกไปทางด้านหลังของโรงแรม เขาเหลือบตาไปเห็นคนของเฮคเตอร์เดินมาพอดี จึงหันซ้าย หันขวามองหาทางหนี นั่น เอลเห็นพนักงานเข็นรถที่มีถังใบโต และกำลังจะเดินผ่านเขา เอลเรียกพนักงานและขอร้องให้เขาช่วย พนักงานจึงให้เอลเข้าไปแอบในถังใบใหญ่ พอกำลังจะเดินผ่านคนของเฮคเตอร์ พวกเขาเรียกให้พนักงานหยุด

“เดี๋ยวก่อน นั่นถังอะไร ขอดูหน่อยได้มั๊ย”

“ถังใส่ชุดเครื่องนอนที่ใช้แล้วครับ เรากำลังจะเอาไปส่งซัก เชิญดูได้ครับ” พนักงานเปิดให้ลูกน้องของเฮคเตอร์ดู ลูกน้องของเฮคเตอร์ก้มดูแล้วใช้มือเขี่ยไปมา เอลพยายามก้มหัวให้ต่ำลงที่สุดเท่าที่จะทำได้ ดีที่ว่าพวกพนักงานเอาผ้าวางไว้ข้างบนหนามาก ลูกน้องของเฮคเตอร์เลยไม่โดนตัวเอล

“ไปได้ ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ” ลูกน้องของเฮคเตอร์บอกแล้วเดินเลี่ยงไปทางอื่น

พนักงานรีบเข็นผ้าไปที่ส่งซักด้านหลัง พอไปถึงเขามองซ้ายขวาเมื่อไม่เห็นใคร เลยปล่อยให้เอลออกมา “คุณออกมาได้แล้ว”

“ขอบคุณมากครับที่ช่วยผม ผมจะไม่ลืมคุณเลยเอาไว้โอกาสหน้าผมจะกลับมาตอบแทนคุณ” เอลบอกแล้วรีบวิ่งหนีไปยืนโบกรถแท็กซี่อยู่ริมถนน

วินเซนเต้เดินตามหาลูกน้องรอบๆ เขามองซ้ายขวาสอดสายตามองหาไปทั่ว วินเซนเต้เดินเลาะไปทางด้านหลัง และมองไปที่ถนนด้านนอก เขาเหลือบไปเห็นเอลกำลังโบกแท็กซี่ “ นั่น มันอยู่นั่น เร็วรีบไปเอาตัวมันมา” วินเซนเต้สั่งลูกน้องเสียงดังลั่น เอลกำลังเรียกแท็กซี่ได้พอดี เขารีบเปิดประตูและกระโดดขึ้นรถแล้วปิดประตูอ่างรวดเร็ว “ออกรถ เร็ว”

“ครับ ว่าแต่คุณจะไปที่ไหนครับ” คนขับแท็กซี่หันหลังมาถามเขา

“สนามบิน เร็ว เร็วที่สุด เดี๋ยวฉันให้ทิพ”

“ได้ครับ ผมจะจัดให้ได้อย่างใจคุณ” คนขับแท็กซี่ออกรถอย่างรวดเร็ว

วินเซนเต้และลูกน้องวิ่งออกมาไม่ทันรถแท็กซี่ที่เพิ่งออกตัวไป พวกเขาได้แต่มองตามอย่างเจ็บใจ  “ฮึ่ยคราวหน้าฉันจะไม่ให้แกรอดไปได้เลย ไอ้เอล ไปกลับ” วินเซนเต้สั่งลูกน้องเสียงเข้ม และเดินนำไปที่รถ

เมื่อถึงสนามบิน เอลก้าวลงจากรถและเดินไปที่เคาเตอร์ของสายการบินที่เขาโทรจองเอาไว้ “เครื่องจะออกอีกสองชั่วโมงนะคะ พนักงานของสายการบินบอกเขาพร้อมรอยยิ้ม เอลรับตั๋วมาแล้วเดินไปนั่งรอที่ร้านกาแฟใกล้ๆ เขาสั่งกาแฟแล้วมานั่งมุมด้านใน “เอาใว้ฉันจะกลับมาเอาแฟนฉันคืน ฮึ่ย!” เอลขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ฮึ่มฮั่มในใจ

รถของวินเซนเต้และลูกน้องเคลื่อนเข้ามาจอดที่หน้าคฤหาสน์  พอรถจอดวินเซนเต้รีบก้าวเท้าไปหาเฮคเตอร์ที่สวนด้านหลังตึก

“ไง เรียบร้อยมั๊ย” เฮคเตอร์ถามวินเซนเต้ทันทีที่เจอหน้า

“มันหนีไปได้ครับ” วินเซนเต้พูดจบแล้วก้มหน้านิ่งรอรับโทษที่กำลังจะตามมาในไม่กี่วินาที

“ ตุบ...ผลั่ก...” เฮคเตอร์คว้าด้ามปืนตบไปที่หน้าของวินเซนเต้สุดแรง จนลูกน้องคนสนิทล้มลงไปนอนกลิ้งที่พื้น เฮคเตอร์เตะซ้ำอีกที จนวินเซนเต้งอตัวด้วยความเจ็บและจุก

“ไปกันตั้งสี่ห้าคนยังปล่อยให้มันรอดไปได้ ฮึ่ย! มันน่านัก ไป! ไปให้พ้นหูพ้นตาฉัน” เฮคเตอร์ตะวาดลั่น ลูกน้องคนอื่นๆ ต่างเข้ามาพยุงตัวของวินเซนเต้แล้วพาออกไป  เหลือแต่ลูซิโอ้ที่ยังคงยืนเฝ้ารอรับคำสั่งของเจ้านายเพียงคนเดียว

“แกไปพักเถอะ ฉันจะขึ้นไปข้างบนซะหน่อย” เฮคเตอร์หันมาบอกลูซิโอ้แล้วก้าวยาวๆ เดินกลับเข้าไปในคฤหาสน์

เฮคเตอร์เดินมาที่ห้องนอนของเขา เขามุ่งไปที่เตียงนอน เห็นชาริมานอนหลับอยู่เลยก้าวขึ้นเตียงไปนอนกอดเธอ เฮคเตอร์กดจูบที่ริมฝีปากแดงระเรื่อ แล้วหอมแรงๆที่แก้มนวล “ฉันจะไม่ยอมเสียเธอไปให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น ฉันรักเธอชาริมา...จุ๊บ” เฮคเตอร์กดจูบซ้ำที่ริมฝีปากบางแล้วกอดเธอไว้แนบอกแกร่ง เขาหลับตาลง และเริ่มหายใจสม่ำเสมอ

ชาริมาลืมตาขึ้นในอ้อมกอดของเขาเธอได้ยินที่เขาพูดทุกคำ เธอเงยหน้าขึ้นไปมองหน้าเฮคเตอร์ที่หลับสนิท “ฉันก็จะรักและซื่อสัตย์ต่อคุณค่ะ” ชาริมาจูบไปที่ริมฝีปากหนาของเฮคเตอร์ แล้วหลับตาลงในอ้อมกอดของเขา

ชาริมาสับสนและไม่รู้ตัวว่าเธอเริ่มรักเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ เธอรู้แต่เพียงว่า ตอนนี้เธอเป็นเมียของเขาแล้ว เธอจะต้องรักและซื่อสัตย์กับเขา เธอจะไม่ยอมถูกตราหน้าว่าเป็นผู้หญิงหลายผัว ถึงแม้ว่าผัวของเธอคนนี้จะอารมณ์รุนแรง และขึ้นๆ ลงๆ ยิ่งกว่าเฮอริเคนก็ตาม............

เดือนผ่านไป ชาริมาใช้ชีวิตอยู่แต่ในฤหาสน์หรู เฮคเตอร์แทบไม่ปล่อยให้เธอออกไปไหน เขาสั่งลูกน้องตามดูเธอทุกฝีก้าว จากแรกๆ ชาริมารู้สึกอึดอัด จนตอนนี้เธอเริ่มจะชินชาที่มีคนคอยตามตลอด

สายๆของวันหนึ่ง ชาริมากำลังเดินเล่นในสวน อยู่ๆ เธอเริ่มรู้สึกหน้ามืดคล้ายๆจะเป็นลม เธอยืนเซไปมาจะล้มลง ลูกน้องของเฮคเตอร์วิ่งเข้ามารับไว้ได้พอดี แล้วพาเธอกลับเข้าไปในตึก และรีบโทรรายงานเจ้านายทันที

“ครืด...ครืด ลูซิโอ้คว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดดูเห็นว่าเป็นเบอร์ของลูกน้องของตนเองเลยรีบกดดู “มีอะไร” 

“คุณชาริมาเป็นลมครับ แต่ตอนนี้คุณแม่บ้านมาดูแลแล้วครับ”

“แล้วตามหมอรึยัง”

“เรียบร้อยแล้วครับ”

“อืม เดี๋ยวฉันจะบอกนายเอง ขอบใจมาก” ลูซิโอ้รีบเดินไปเข้าไปรายงานเฮคเตอร์ในห้องทำงาน

“มีอะไรลูซิโอ้” เฮคเตอร์เอ่ยถามคนสนิทโดยที่สายตาของเขายังจดจ้องที่จอคอมพิวเตอร์อยู่

“คุณชาริมาเป็นลมครับ”

“อะไรนะ แล้วตามหมอรึยัง เป็นอะไรมากรึเปล่า” เฮคเตอร์เงยหน้าขึ้นมองลูกน้องคนสนิททันทีทันได  

“ตามแล้วครับ ตอนนี้คุณแม่บ้านดูแลอยู่ครับ”

“ฉันเสร็จงานพอดี เรากลับกันเลยดีกว่า ฉันห่วงเมียฉัน” เฮคเตอร์พูดจบ เขาลุกขึ้นเดินออกไปทันที ลูซิโอ้เดินตามเจ้านายไปติดๆ

ที่คฤหาสน์

เทเรซ่าเอาผ้าชุบน้ำเช็ดหน้าเช็ดตาและเช็ดตามเนื้อตัวให้ชาริมา  สักพักเบลล่าก็เดินนำหมอหนุ่มเข้ามา คุณหมอหยิบอุปกรณ์ขึ้นมาตรวจชาริมา แล้วเอามือจับชีพจรของเธอ แล้วพยักหน้าเบาๆ

เฮคเตอร์เดินเข้ามาเห็นหมอตรวจอยู่เขารีบเดินเข้าไปใกล้ๆ ดูว่าหมอหนุ่มตรวจจับตรงไหนของเธอบ้าง เขาหึงแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่มองหน้าหมอหนุ่มตาดุๆ

“คุณผู้หญิงไม่เป็นอะไรมากหรอกนะครับ เธอเพียงแค่เป็นลม อาจจะพักผ่อนน้อยไปหน่อย ตามประสาคนท้องน่ะครับ” หมอหนุ่มพูดยิ้มๆกับเฮคเตอร์

“อืม.. ครับ ห๊า...อะไรนะ เมียผมท้องเหรอหมอ เมียผมท้อง ผมกำลังจะมีลูก” เฮคเตอร์ยิ้มกว้าง เขาหันไปมองชาริมาที่นอนหลับอยู่บนเตียง

“ครับ เธอตั้งครรภ์อ่อนๆ ได้ 7 สัปดาห์แล้วครับ ยินดีด้วยนะครับคุณพ่อคนใหม่ นี่ครับยาและข้อควรการดูแลครรภ์” หมอหนุ่มยิ้มและยื่นถุงยา เอกสารเกี่ยวกับการดูและครรภ์ให้เฮคเตอร์ และลากลับไป

เฮคเตอร์เดินมานั่งลงข้างๆ ขาริมา เขาดีใจมากจนทำอะไรไม่ถูก เฮคเตอร์ก้มจูบแก้มนวลและล้มตัวลงนอนกอดเธอเอาไว้แนบอก

 “ขอบคุณนะ ริมาที่รักของผม” เฮคเตอร์กระซิบข้างหูของชาริมาแล้วกดจูบที่แก้มนวล

ชาริมายิ้มตอบเขาแล้วหลับตาลงด้วยความอ่อนเพลีย

 

…………………………………………………………………..


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha


ท้องแล้วๆ
โดย Anonymous | 3 years ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha