เพื่อนรักปรารถนา LGBTQ

โดย: ไตรติมา



ตอนที่ 10 : Chapter 10 Boy meet Boss


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

โหลดนิยายไบเซ็กชวลเกย์กันค่ะ รักสามเส้าสนุกสมควรอ่าน >> 

เพื่อนรักปรารถนา
ไตรติมา
www.mebmarket.com
นิยายไบเซ็กชวลเกย์ รักสามเส้า "เธอเคยพูดจะไม่เก็บความสาวไว้ให้เขาคนนั้น ถ้าเธอจะเสียมันไปขอให้ฉันได้ไหม ฉันคือเพื่อนที่เธอวางใจได้ไปตลอดกาล จะไม่ทำให้เธอเสียใจเหมือนเขาคนนั้น" เขาเป็นเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ ส่วนเธอมีเพื่อนหญิงที่ถูกใจหลงรัก ลังเลเรื่องรักกับเพศไหน?

..........ตึกที่ทำการใหญ่หลังคาทรงโดมกระจกสีฟ้า

ผนังหินอ่อนสีขาวความสูงสองชั้นของห้องโถงกว้าง พื้นปูหินแกรนิตสีมรกตเป็นเงาวาวราวกระจกส่องสะท้อนดูใหญ่โตโอ่อ่าหรูหรา

มีทางขึ้นบันไดหินอ่อนเป็นชั้นลอย ป้ายหน้าห้องติดชื่อไว้ว่า...

Chief executive officer

Mr. Maxime Douglas Loic

ชยาในมาดสาวทอมบอยรู้จากการศึกษาสนใจศิลปะฝั่งตะวันตก เกี่ยวกับนามสกุลที่นิยมใช้กันมากในฝรั่งเศส สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นคนฝรั่งเศสรุ่นใหม่ ซึ่งอายุอยู่ราวยี่สิบกว่าไม่เกินสามสิบ

เธอตามคาคบมาเพื่อรับงานโปรเจ็คพิเศษ

ทั้งสองคนกำลังนั่งรออยู่ที่โซฟาชุดรับรองแขกของทางบริษัท

“บอสเป็นคนฝรั่งเศส แต่เรียนจบจากลอนดอน เพิ่งมารับตำแหน่งไม่ถึงปี ตอนนี้อายุยี่สิบหก ใช้ภาษาอังกฤษพูดกับเขาก็ได้นะชยา”

คาคบเพิ่งบอกรายละเอียดเกี่ยวกับ CEO หรือกรรมการผู้จัดการใหญ่ของกลุ่มบริษัท ซึ่งมีงานโปรเจ็คน่าสนใจที่ชยาน่าจะรับไปทำได้

เลขาหน้าห้องเป็นหนุ่มฝรั่งเศสหน้าละอ่อนเพิ่งส่งสัญญาณมือให้เดินขึ้นบันไดไปที่ห้องผู้บริหารขณะกล่าว

Boss waiting for you.

สาวทอมเก็กมาดแมนให้ดูจริงจังทุกท่วงท่าอิริยาบถ ค่อยเดินก้าวขึ้นบันได ผลักประตูเข้าไปในห้องผู้บริหารใหญ่

คาคบเดินตามหลังมาติดๆ ในฐานะผู้แนะนำงานให้เพื่อน

เปิดประตูเข้าไปภายในห้องทำงานก็เห็นวิวจากหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่เกือบเต็มผนังห้องทางด้านหลังโต๊ะทำงานของซีอีโอ มองเห็นทะเลและระรอกคลื่นอยู่ไม่ไกล

โต๊ะทำงานตัวใหญ่สีดำเป็นมันดูเคร่งขรึมกับเก้าอี้ผู้บริหารสีดำ ผนังห้องสีขาวสะอาดตา พื้นปูพรมสีน้ำเงินเข้ม

มุมทางซ้ายมือมีโซฟายาวสีเทาสำหรับต้อนรับแขก ผนังด้านนั้นประดับภาพเหมือนจริงรูปปลาทะเลสีสวยสดใสว่ายน้ำอยู่เหนือแนวปะการังสวยงาม

ผู้บริหารลุกขึ้นยืนและผายมือเชื้อเชิญให้นั่งเก้าอี้ด้านหน้าโต๊ะผู้บริหาร

การเจอหน้ากันทำให้ทั้งสาวทอมทั้งผู้บริหารทำสีหน้าไม่ต่างกัน คือ เอียงหน้ากับกระพริบตาปริบๆ

นั่นเพราะรู้สึกเหมือนเคยเห็นหน้ากันที่ไหนมาก่อน แต่ดันนึกไม่ออกเหมือนกัน

หนุ่มฝรั่งเศสส่วนสูง 184 เซนติเมตร ผิวขาวผมสีน้ำตาลทรงผมสุภาพตัดสั้น คิ้วตรงขนคิ้วดกหนาดวงตาสีน้ำตาลอ่อน จมูกโด่งแต่ดั้งหักมุมเล็กน้อย เรียวปากค่อนข้างบางแต่ปากกว้างคางมนในกรอบหน้ายาวคล้ายรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า โดยรวมทั้งใบหน้าจัดว่าเป็นฝรั่งที่ค่อนข้างหน้าตาดี

This’s my friend. Chaya

คาคบพูดแนะนำเพื่อนของเขาเป็นภาษาอังกฤษ

ต่อไปจึงสนทนากันโดยใช้ภาษาอังกฤษตลอด

เนื้อหาของบทสนทนาเกี่ยวกับงานที่จะให้ทำคือวาดรูปสีน้ำมันบนผืนผ้าใบขนาดใหญ่ประมาณ 80x120 เซนติเมตรจะแนวนอนหรือแนวตั้งก็ได้

ต้องเป็นภาพเหมือนจริง Realistic paintings

ดังนั้นบอสจึงต้องมีการดูผลงานของชยาที่ผ่านมา

เธอถ่ายรูปที่เคยวาดเก็บไว้ในมือถือจึงเปิดให้บอสได้ดูผลงานที่เคยวาดภาพแนวนี้ เช่นภาพคนเหมือนหรือที่เรียกว่า Portrait

ฝีมือการวาดรูปของเธอเป็นที่ยอมรับจากบอส เขาพยักหน้าช้าๆ หลังได้ดูผลงานหลายรูปแล้ว

ประเดิมด้วยการสั่งงานแรกให้วาดสิ่งที่มีในเกาะแห่งนี้

ชยาจึงบอกว่าจะวาดรูปลำธารน้ำจืดของเกาะนี้ที่เธอเคยไปโดดน้ำเล่น

ซึ่งถ้าวาดสวยงามเหมือนจริงแล้วเสร็จจะได้รับค่าจ้างต่อรูปหนึ่งหมื่นบาท และจะมีงานวาดภาพแนวนี้ตามมาอีกนับสิบภาพ

ซึ่งภาพพวกนี้จะไว้ใช้สำหรับประดับตกแต่งผนังห้องของคอนโดหรูราคาแพงนั่นเอง

ไม่ต้องห่วงเรื่องเฟรมผ้าใบหรือขาตั้งเฟรมกับสีน้ำมันหรือน้ำมันลินซีดผสมสี เพราะอุปกรณ์การวาดรูปเหล่านั้นทางบริษัทมีให้เบิกได้

หลังจากพูดคุยงานกันเรียบร้อยแล้ว ชยาจึงได้รับเฟรมผืนผ้าใบสีขาวกับขาตั้งและอุปกรณ์การวาดรูป ซึ่งที่จริงเธอมีพู่กันของตัวเองอยู่หลายเบอร์อยู่แล้ว

ระหว่างที่ชยาเก็บของโดยมีคาคบช่วยถือของ แต่ทั้งสองคนยังไม่ได้กลับออกไป

♩♪♫♬♭♮♯…

จู่ๆ ได้มีเสียงดังขึ้นจากสายเข้ามือถือของบอส ซึ่งเจ้าของมือถือกดรับสายด้วยสีหน้าเบิกบาน ยิ้มจนเห็นฟันขาวเรียงเป็นระเบียบ

“ซาหวาดดีจีรา ดีใจนะที่ยูโทรมาหาไอ”

ทั้งชยากับคาคบหันมามองหน้ากันด้วยความประหลาดใจ

อย่างแรกตรงที่บอสพูดภาษาไทย ถึงมันจะออกสำเนียงฝรั่งพูดภาษาไทยไม่ชัดก็ตามที ให้น่าสงสัยว่าไปเรียนพูดภาษาไทยมาจากไหน

ประหลาดใจอย่างที่สองคือชื่อ จีรา

ชื่อนี้นี่ล่ะคือชื่อที่ชยาหวั่นกลัวและขอภาวนาในใจ...

ขออย่าให้ใช่คนคนนั้นเลย

บอสเห็นว่าเป็นเรื่องคุยส่วนตัว เขาจึงเป็นฝ่ายเดินออกจากห้องทำงานของตัวเอง เพื่อออกไปคุยตามลำพัง

ดังนั้นทั้งชยากับคาคบจึงไม่ได้ยินอะไรมากไปกว่าการกล่าวทักทายไม่กี่คำ

 

..........คาคบเดินมาส่งชยา เขาช่วยเธอถือขาตั้งเฟรมทำจากไม้อันยาวเกะกะใส่ไว้ให้ในรถพ่วงข้าง

อีกเดี๋ยวเธอจะได้ไปเริ่มงานวาดภาพลำธารน้ำจืด

“ฉันไม่อยากเจอพี่จีราเลยนะ ไม่อยากให้เขามาเจอเราที่เกาะนี่ เชื่อว่าเขาจะต้องตามฉันให้กลับไปอยู่กรุงเทพฯ แน่ ฉันอึดอัดไม่เป็นอิสระเลยเวลาอยู่ใกล้พี่จีรา ...น่าเบื่อ พี่คบคิดว่าบอสนั่นคุยกับผู้ชายหรือผู้หญิง”

ชยาถามเพื่อนชาย เธอหวั่นใจกังวลกลัวเป็นคนเดียวกันกับพี่จีรา แต่อีกใจยังหวังว่าคนที่บอสคุยด้วยนั้นอาจเป็นผู้หญิง เพราะผู้หญิงใช้ชื่อจีรามากกว่าผู้ชาย

“บอสคุยกับผู้ชายอยู่แล้ว ดูสีหน้าเหมือนคุยกับแฟนคงไม่ใช่ผู้หญิงหรอก เพราะบอสชอบผู้ชาย”

คาคบคาดเดาได้ไม่ผิดความจริงอันมีทางเป็นไปได้สูง

“ผู้ชายไทยที่ชื่อจีราจะมีชื่อซ้ำกันได้ซักกี่คน หวังว่าคงไม่ใช่พี่จีรา ถ้าใช่แสดงว่าโลกมันกลมมากจนน่าเกลียดเลยล่ะ”

ว่าพลางสาวมาดทอมทำเบ้ปากให้กับคนนั้น เขาคือคนที่ชยาไม่อยากเจอที่สุดในโลก

จากนั้นคาคบเดินกลับไปยังแผนกของตนทำงานตามหน้าที่

ส่วนสาวทอมขับมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างไปยังลำธารน้ำใส

ไม่มีผู้คนมาที่นี่เพราะไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยว และผู้คนในเกาะจะมาเที่ยวที่นี่บ้างนานทีปีหน

ชยาจัดการตั้งขาตั้งไม้ใส่เฟรมผ้าใบ สเก็ตโครงร่างคร่าวๆ ด้วยดินสอไว้ก่อนจะวางแผนลงระบายสีน้ำมัน

เธอชอบธรรมชาติแมกไม้สายน้ำอันร่มรื่นชื่นเย็น เสียงนกกาส่งเสียงคุยกันประปราย รอบกายล้วนเป็นมิตรไม่มีพิษภัยต่อผู้คนสัญจร ไม่มีสัตว์ใหญ่ดุร้ายอย่างเสือหมีหรือสิงโต ในลำธารไม่มีจระเข้ อย่างมากจะมีก็พวกตัวมังกร

แต่มีงูพิษตามธรรมชาติ แม้กระนั้นพวกมันก็อาศัยหากินอยู่ในส่วนของพวกมัน ไม่ได้เลื้อยเผ่นพ่านออกมาตามพื้นที่โล่งแจ้ง

 

..........บ่ายสามโมงชยาเลิกวาดรูปด้วยว่าคอแห้ง จึงเก็บของพวกอุปกรณ์วาดรูปกลับออกจากลำธารน้ำใส

แล้วขับมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างไปตลาดกลางเกาะ นั่งพักเหนื่อยหาเครื่องดื่มเย็นๆ ดื่มกินให้ชื่นใจ

รอเวลาห้าโมงเย็นชยาถึงได้ขับมอเตอร์ไซค์ไปรับเพื่อนหลังเลิกงาน แล้วถึงพากันมาทานข้าวมื้อเย็นในตลาดอีกครั้ง

ร้านข้าวแกงตั้งอยู่ใกล้ต้นหูกวางต้นสูง ใต้ต้นเป็นโต๊ะไม้มีเก้าอี้เหล็กพับได้ ให้นั่งทานอาหาร

ชยานั่งอยู่ข้างด้านขวามือของคาคบ มีน้ำดื่มคนละขวดตั้งอยู่ก่อนจะสั่งอาหารมาทาน

เขาให้เธอเปิดดูในมือถือเป็นรูปที่โหลดมาจากกล้องถ่ายภาพใต้น้ำ ซึ่งเขาถ่ายไว้เองในตอนที่ไปสำรวจและดูแลเก็บขยะใต้น้ำบริเวณแนวปะการัง

“ปะการังสีสวยเนอะ มีหลายรูปแบบเลย”

สาวทอมมัวสนใจดูรูปถ่ายและกล่าวชื่นชม

ส่วนเพื่อนชายนั่งท้าวคางมองหน้าเพื่อนสาวทอมใบหน้าสวยใสให้เพลินตาเพลินใจ

แม้ไม่ได้แต้มแต่งเครื่องสำอางมาก แต่เห็นได้ชัดว่าเธอกรีดอายไลน์เนอร์รอบขอบดวงตาส่งเสริมให้ดวงตาคมเฉี่ยว แพขนตางอนงามผ่านการปัดมาสคาร่าขนตายาว

“อุ๊ย...”

สาวทอมอุทาน ท่าทางเหมือนจะใช้นิ้วมือขยี้ตาตัวเอง แล้วชะงักค้างไปคงเนื่องมาจากไม่อยากให้ดวงตาบาดเจ็บ

“เป็นอะไร? อะไรเข้าตาล่ะสิ”

ผู้เป็นเพื่อนคาดเดาพร้อมยื่นหน้ามาจ้องมองใกล้ๆ จึงพบว่ามีขนตาหักแทงเข้าไปในดวงตา จึงค่อยๆ กรีดนิ้วใช้สองนิ้วมือช่วยหยิบออกจากแพขนตายาวของสาวทอมเพื่อนสนิท

“หายเจ็บตาหรือยัง”

“อื้ม... หายเจ็บตาแล้ว”

สาวทอมตอบทั้งขณะกำลังหลับตาพริ้ม

เพราะสายลมเอื่อยๆ ที่ระบัดพัดรอบกายได้โชยกลิ่นหอมของครีมอาบน้ำหรือเครื่องหอมอะไรอะไรบางอย่างจากตัวชายผู้เป็นเพื่อนมากระทบนาสิกให้ชวนเคลิ้มใจ เธอรู้ดีว่าเพื่อนชายของเธอคนนี้พิเศษจริงๆ ตรงเนื้อตัวมีกลิ่นกายที่หอมน่าดอมดมกว่าชายธรรมดาพื้นๆ

เพื่อนชายให้หัวใจเต้นแรงขึ้นมาอีกหน่อยกับท่าทางของเพื่อนสาวทอม ที่เชิดหน้าขึ้นน้อยๆ กับรอยยิ้มอ่อนๆ หลับตาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ดูเป็นใบหน้าที่เปี่ยมสุขสวยงามตามธรรมชาติของวัยสาว

ช่างทำหน้าตาน่าจูบสักฟอด

แต่เขาคงไม่สามารถทำอย่างใจปรารถนา

เนื่องจากที่นี่เป็นที่สาธารณะ การกระทำที่เรียกว่าประเจิดประเจ้อจะไม่ได้รับการยอมรับจากลูกสาวคุณหญิงผู้ได้รับการเลี้ยงดูอบรมมาอย่างดี

สาวทอมลืมตาขึ้นมาอย่างผู้ไม่คิดอะไรมาก เห็นของน่ากิน หิวแล้วตามปกติเวลามื้ออาหารเย็น

“อยากกินข้าวโพดต้มนั่น”

เธอชี้มือไปยังทิศทางร้านข้าวโพดต้ม ฝานเม็ดออกแล้วใส่เนยราดนมข้นหวานกับนมสด

คาคบไปซื้อมาให้เธอหนึ่งถ้วย

ส่วนของตัวเขาชอบกินทั้งฝักที่ยังไม่แกะเม็ด มันจะมีรสชาติเค็มจากการต้มในน้ำเกลือ นำมานั่งกัดแทะ ท่าทางไม่ต่างจากตัวบีเวอร์ที่ชอบใช้ฟันสองซี่หน้าแทะอาหารกัดกินอย่างน่าเอ็นดู

“แหมช่างแทะได้น่ารักจังพี่คบ อ้าว... ข้าวโพดเลอะข้างปากแล้วเดี๋ยวเช็ดให้นะ”

สาวทอมช่างเอาใจ นำกระดาษทิชชู่มาซับบริเวณข้างมุมปากให้

นั่นล่ะที่ทำให้ใจของเขาเฝ้าหลงละเมอ เพราะเธอทำน่ารักกับเขา ทำไมใจเขาจะไม่ฝันใฝ่ปรารถนาตัวเธอ

“ข้าวกระเพราไข่ดาวสองใบ จานเดียวแบบพิเศษแถมเยอะๆ นะครับ”

สาวทอมมองหน้าแม่ค้าข้าวแกงวัยเกษียณ แล้วเพิ่งสั่งข้าวมื้อเย็น

พอกินข้าวโพดหมด ข้าวพัดกระเพราก็มาตั้งวางตรงหน้าพอดี และเหมือนที่เคย เธอเขี่ยข้าวแบ่งส่วนของเธอไว้บนขอบจานซีกหนึ่ง แล้วทานส่วนนั้นซึ่งนับได้ประมาณสี่คำกับไข่ดาวฟองเดียว

ส่วนของชายผู้เป็นเพื่อนคือได้ทานทั้งหมดจานนั้น

ความสนิทสนมทานอาหารจานเดียวกันทั้งชยากับคาคบมีให้เห็นทุกเย็นเป็นปกติ

พวกแม่ค้าชอบมองจ้องด้วยความเอ็นดู เพราะความสวยงามน่ารักของชยาและความหล่อเฉียบขาดบาดใจของคาคบดึงดูดสายตาใครต่อใครให้อยากมอง

อิ่มข้าวแล้วสาวทอมก็ไปต่อร้านขนม ซาลาเปาไส้หมูสับ สาคูไส้หมู ขนมกุยช่าย ตบท้ายด้วยเครื่องดื่มคือน้ำมะนาวปั่นใส่โซดาคนละแก้วกับเพื่อน

ระหว่างนั้นมีเสียงมือถือของแม่ค้าข้าวแกงดังขึ้น

ลูกสาวของแม่ค้าข้าวแกงโทรมาคุยปรึกษาปัญหารักๆ ใคร่ๆ

“หือ... นี่เอ็งโดนเพื่อนปล้ำ? ผู้ชายใช่ไหมวะ”

ชยากับคาคบได้ยินถนัดเต็มสองหู หากแต่ไม่ได้ยินเสียงคู่สายอีกฝ่ายพูดมาว่าอย่างไรเท่านั้น

เสียงของแม่ค้าข้าวแกงเบาเสียที่ไหน ประกอบกับแกเป็นคนเปิดเผยโผงผางจึงพูดทวนย้ำคำพูดของลูกสาว เลยทำให้ทุกคนได้รู้ตามแกไปพร้อมกัน

“อย่างนี้เอ็งก็ตกเป็นเมียมัน เอ็งไม่คิดอะไรกับมัน แต่ตอนนี้มันไม่ใช่เพื่อนเอ็งแล้ว เขาเรียกว่าผัวโว้ยไม่ใช่เพื่อน”

ลูกสาวแม่ค้าข้าวแกงโดนกรณีคล้ายกันกับชยา โดนเพื่อนชายปล้ำทำให้เสียตัวตกเป็นเมีย แต่สาวเจ้าไม่ได้คิดอะไรด้วยเลยโทรมาปรึกษาแม่ เพราะไม่รู้ต่อไปจะต้องทำตัวอย่างไร

สาวทอมทำสีหน้าวางเฉยไม่สนิทเสียแล้ว เครียด...

ในฐานะผู้เสียหาย เสียสาว เสียศักดิ์ศรีลูกสาวคุณหญิงผู้มียศถาบรรดาศักดิ์ซึ่งเธอนั้นแบกรับมันไว้เต็มสองบ่าไหล่ สามัญสำนึกบอกเตือนตัวตนว่าตนเองไม่ใช่ลูกสาวชาวบ้านจะได้จัดการให้ทุกเรื่องมันง่ายดาย

สำหรับคาคบเมื่อมีเธออยู่ด้วยกันดังเพื่อนสนิทชิดเคียงใกล้ เขาอยากได้ฐานะเป็นสามีเปิดเผยจริงจัง ไม่หวังเป็นแค่เพียงเพื่อน

สองหนุ่มสาวที่นั่งฟังเรื่องของลูกสาวแม่ค้าข้าวแกงอยู่ในอารมณ์ต่างกัน คนหนึ่งรู้สึกถึงการได้มา กับอีกคนรู้สึกว่าสูญเสียไป

“เอ็งต้องให้ผู้ชายคนนั้นมาทำพิธีขอขมาแม่ แม่เรียกเงินแค่สามหมื่น แล้วค่อยอยู่กินเป็นผัวเมียกันต่อไป”

ดูเหมือนคู่สนทนาอีกฝ่ายคงจะปฏิเสธ

แม่ค้าข้าวแกงถึงได้เสียงดังว่าลูกสาว

“เอ็งไม่อยากยุ่งกับมัน แต่มันได้เอ็งแล้วมันไม่เลิกง่ายๆ หรอก อยู่ใกล้กันเดี๋ยวมันได้ไล่ปล้ำเอ็งอีก จะอยู่ให้มันกินฟรีรึ”

ชยาทนนั่งฟังอยู่เฉยไม่ได้ เธอวางเงินค่าข้าวแกงไว้บนโต๊ะ แล้วรีบลุกเดินจากไป ไม่อยากฟังอะไรต่อแล้ว

ที่ผ่านมาเสียตัวไปเพียงครั้งเดียว แต่ดูจากสีหน้ายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ของคาคบแล้วให้นึกหมั่นไส้เขา ทั้งอับอายและหวั่นกลัวตัวเขาจะทำอะไรเธอซ้ำอีก

คาคบรีบเดินตามและกล่าวถามเธอ

“ทำไมรีบกลับล่ะ”

“ไม่อยากฟังเรื่องลูกสาวแม่ค้านั่น”

“อ๋อ... ลูกสาวแม่ค้าได้เพื่อนเป็นผัว เหมือนเรื่องของเราสองคนเลย อย่างนั้นเราสองคนก็เป็น... ผัวเมียกันแล้วนะสิ”

เสียงพูดเว้นวรรคจงใจเน้นย้ำท้ายประโยคและเพื่อนชายทำสีหน้ายิ้มกริ่มกระหยิ่มใจ ยินดีและพึงพอใจกับสรรพนามเรียกขานอันใหม่ ผัวกับเมีย

“ไม่ใช่นะ เราไม่ใช่... แค่ครั้งเดียวไม่เรียกว่า... อย่างนั้นหรอก”

ชยาหมดมาดสาวทอม ไม่กล้าแม้แต่จะกล่าวคำนั้น ผัวเมีย มีแต่หน้าแดงซ่าน โลหิตสูบฉีดขึ้นมาเป็นปื้นผื่นแดงบนผิวใบหน้าด้วยฤทธิ์ความอาย

อายจนกลายโกรธเมื่อได้ยินเพื่อนชายคนสนิทหัวเราะขึ้นมาลึกๆ ในลำคอ

“ครั้งเดียวไม่เรียกผัวเมีย งั้นคงต้องหลายครั้งละสิ ...หึ ...หึ.”

“เพี้ยะ!

เสียงฝ่ามือน้อยของสาวตัวเล็กฟาดโดนใบหน้าเพื่อนคนสนิท

“หยุดหัวเราะแบบนั้น มันเหมือนหัวเราะเยาะให้ฉันอับอาย ฉันเป็นตัวตลกเหรอ ฉันลูกสาวคุณหญิงนะ พี่คบก็แค่ผู้ชายที่ฉวยโอกาสตอนร่างกายฉันอ่อนแอ ถ้าพี่คบยังพอมีความเป็นเพื่อนที่ไว้วางใจได้ ช่วยกรุณาเก็บเรื่องของเราไว้เป็นความลับที่สุด”

คาคบให้นึกเคืองโกรธและเจ็บใจขึ้นมาบ้างเหมือนกัน ราวกับตัวเขาต่ำต้อยด้อยค่าจนเธอยอมรับในตัวของเขาไม่ได้

“ฉันมันไม่สมศักดิ์ศรีลูกคุณหญิง ฉันจะต้องเจียมหัวกบาลตัวเอง”

น้ำเสียงกระแทกกระทั้นกระทบกระเทียบ ในฐานะของคนที่ต้องจำทนอยู่ในสถานะ เพื่อน

ใช้มือกุมข้างแก้มซ้ายของตัวเองที่รู้สึกเจ็บ ใบหน้าหล่อเหลาของเขาตอนนี้มีรอยช้ำเป็นตำหนิ มันคงเป็นรอยนิ้วมือแดงตรงบริเวณที่โดนตบด้วยฝ่ามือของผู้หญิงที่เขาหลงใหลคลั่งไคล้ในตัวเธอ

เธอผู้ไม่มีความปรานีต่อตัวเขาเลย

ลูกผู้ชายน้ำตาซึม...

.


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha