เพื่อนรักปรารถนา LGBTQ

โดย: ไตรติมา



ตอนที่ 14 : Chapter 14 เพ้อถึงเธอ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

..........คอนโดมิเนียมแบบลักชัวรี่ดูหรูหราราวคฤหาสน์สองชั้น ตั้งอยู่กลางกรุงเทพมหานครในย่านถนนวิทยุ

ยามเย็นมีฝนตก ละอองเกาะกระจกแต่ละหยาดหยดรดไหลเป็นทางลงไปรวมกันเป็นเส้นสายเรียงรายเต็มแผ่นกระจกหน้าต่างกรอบสีขาว

ปลายจมูกโด่งดั้งใหญ่ในใบหน้าหนุ่มสำอางสะอ้านปานหนุ่มสะรุ่นนั้นกำลังสูดอากาศเข้าปอดอย่างลึกสุดลมหายใจ หลับตาพริ้มชั่วครู่หนึ่ง

ลักษณะโหวงเฮ้งของใบหน้ามีบุญบารมีอำนาจวาสนาด้านการเมือง จะได้เป็นใหญ่เหนือผู้คนทั้งปวง

รูปลักษณ์ใบหน้านั้นเป็นไปตามกรรมพันธุ์ที่ได้รับจากทางบิดาซึ่งเป็นลูกครึ่งจีนไทยสายเลือดตระกูลพ่อค้าผู้มั่งคั่งร่ำรวยติดอันดับเศรษฐีปักษ์ใต้

เขาปรือตาขึ้นมามองออกไปภายนอกเห็นวิวท้องฟ้าครึ้มไกลๆ มือใหญ่รั้งกระชับชายผ้าม่านสีอ่อนออกฟ้า แววตาหม่นเหมือนคนเหงาแม้ว่าเขาจะมิได้อยู่เพียงลำพัง

“ผัวจ๋าทำหน้าน่าสงสาร กำลังคิดถึงใครอยู่”

สาวเซ็กซี่หุ่นอวบอัดน่ากอดฟัดเข้ามาสวมกอดรัดเอวชายหนุ่มหุ่นสูงใหญ่อย่างพิศวาสรักใคร่

“ฉันให้ความสุขเธอไม่ได้แล้ว ความรู้สึกที่มีกับเธอไม่ต่างจากเพื่อนคนหนึ่ง กลับไปอยู่กับบรรดาผัวๆ ของเธอเถอะพราวพรรณราย”

เมื่อถูกเอ่ยชื่อจริงเป็นทางการนั้นมันหมายความว่าจีราไม่อยู่ในอารมณ์จะเล่นด้วยกับเธอ

ในเมื่อเขาตั้งตัวเป็นเพื่อนทั้งที่ความจริงตลอดมาลึกซึ้งกันถึงขั้นผัวเมียโดยพฤตินัย เธอจำใจต้องปล่อยเขาไปในทางที่เขาปรารถนา

“หล่อขนาดเป็นถึงเดือนมหาลัยยังมีหน้ามาเหงาหงอยได้อีก คงคิดถึงชยาล่ะสิ ฉันไปสืบจากสถานทูตมาแล้ว ชยากะคาคบทำวีซ่าท่องเที่ยวกัมพูชา ถ้าคิดถึงก็ไปตามหาที่นั่นละกัน”

คำพูดของพราวพรรณรายได้ผล เรียกร้องความสนใจจากจีราให้หันขวับมามองจ้องตัวเธอ

“แล้วลีนินล่ะไม่อยู่ด้วยกันเหรอ”

“ลีนินเพิ่งทำวีซ่าไปเรียนต่อที่อเมริกา”

“นี่หมายความว่าชยากับคาคบอยู่กัมพูชากันสองคน?”

“นั่นล่ะที่น่าเป็นห่วง คาคบแอบชอบชยาอยู่มันอันตรายจริงหนา อย่าลืมสัญญากับฉันนะจีรา พาคาคบกลับมาเป็นผัวฉันให้ได้ ฉันจะกลับบ้านละ บ๊าย บาย...”

พราวพรรณรายโบกมือลาจีรา

ไม่ว่าเมื่อไหร่ในใจเธอหื่นกระหายหิว... อยากได้อยากมีสามีมากมายหลายคน กี่ครั้งกี่หนไม่เคยอิ่มไม่เคยพอกับเรื่องรักใคร่ตัณหากามารมณ์

จีราส่ายหน้าระอาใจ มองตามหลังเธอที่เดินจากไป

แต่ก่อนตอนคบกันใหม่ๆ เคยหลงรักพราวพรรณรายอยู่พักหนึ่ง เพียงเพราะเธอถูกสเป็ครูปร่างหน้าตาท่าทางเซ็กซี่ยั่วยวนชวนหลงใหล ตัวสูงหุ่นสวยอวบอัดน่าฟัดอย่างยิ่ง

แต่พอรู้ว่าเธอมีใครต่อใครมากมายข้องเกี่ยวพัวพัน ความพิศวาสพลันมลายค่อยเลือนหายคลายจาง

แตกต่างอย่างตรงกันข้ามกับชยา เมื่อแรกที่ได้พานพบเธอทำให้เขาต้องทึ่ง... ตะลึงงันกับความงามทั่วสรรพางกายตั้งแต่ปลายเส้นผมจรดปลายเท้า แม้เธอจะไม่ได้ถูกสเป็คนักตัวเล็กแต่น่ารัก และวงหน้าน้อยๆ ปากนิดจมูกหน่อยนั้นสวยงามอย่างล้ำเลอค่ากว่าผู้หญิงคนไหนๆ ที่เขาเคยเจอมาทั้งชีวิต

ยังจำได้...

ในค่ำคืนจันทร์เต็มดวงลอยเด่นสาดแสงส่องต้องเรือนกายนวลผ่องพรรณ เห็นกระทั่งสองเต้าถันกลมกลึงเอวคอดสะโพกผายถึงเรียวขาเพรียวได้สัดส่วนสวยงามลออตา ชยาเปลือยกายลงว่ายเล่นในอ่างน้ำวนจากุชชี่ที่ตั้งอยู่บนดาดฟ้าชั้นสาม ณ ตึกเล็กฝั่งตรงกันข้ามกับตึกของพราวพรรณรายเมื่อครั้งก่อนตอนเขาได้รับเชิญไปค้างคืนที่บ้านเธอ

นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมายามใดได้หลับตาจะเห็นเพียงภาพติดตาตรึงใจ

อยากใคร่ได้สัมผัสชิดใกล้อยู่ทุกลมหายใจ คิดถึง... คิดถึงแต่เธอ

และลูกสาวคุณหญิงผู้เย่อหยิ่งรักเกียรติยศศักดิ์ศรีแบบเธอเท่านั้นคู่ควรเหมาะสมสมฐานะทายาทนักการเมืองอย่างเขา

เขาได้เข้าไปตีสนิททางฝ่ายคุณหญิงจันทร์เจ้าผู้เป็นแม่พระใจบุญสุนทาน

คุณหญิงนั้นชอบช่วยเหลือชาวบ้านผู้ประสบเหตุเดือดร้อน ไม่ว่าจะอยู่ภาคไหนทั้งเหนืออีสานกลางใต้ขอให้รู้ว่ามีผู้ประสบภัยคุณหญิงจะระดมกำลังไปช่วยเหลือ ทั้งเรี่ยไรรับบริจาคผ่านมูลนิธิ

อีกทั้งยังมีสมบัติเก่าอีกมาก ตลอดทั้งมีที่ดินเลือกสวนไร่นาตามต่างจังหวัดอีกหลายแปลงที่แบ่งให้คนยากจนได้เช่าทำมาหากิน

และชยามักชอบติดตามมารดาตนไปปฏิบัติสาธารณะประโยชน์ ทำให้เขาได้ใกล้ชิดกับเธอ

ครั้งนั้นเกิดเหตุอุทกภัยดินโคลนถล่มภาคใต้ เขารับอาสาจัดหารถบรรทุกข้าวของที่นำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย

ผู้มีจิตอาสาหลายคนเดินกันกวักไขว่สวนทางกันเกือบชนกันระหว่างทางที่ขนของขึ้นรถบรรทุก

ชยาเป็นคนออกความคิดให้จัดตั้งแถวยืนส่งของต่อกันเป็นทอดๆ เพื่อจะได้ไม่ต้องเดินชนกัน น่าชื่นชมเธอผู้มีปัญญา

ทุกคนเชื่อฟังทำตามความคิดของเธอ งานลำเลียงของจึงลุล่วงแล้วเสร็จภายในเวลาไม่นานและไม่เหนื่อยหนักอะไรนัก

ปิดท้ายด้วยตัวเธอที่ลืมลังบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอีกสามถึงสี่ลัง

ในขณะที่ทุกคนเลิกยืนตั้งแถวแล้วไปพักกันหมด

เธอจึงต้องแบกไปส่งที่รถบรรทุกเองโดยไม่ได้ขอให้ใครช่วยแบกด้วยเห็นเป็นของไม่หนักหนา หากแต่ว่ามันเกะกะเมื่อซ้อนกันถึงสี่ชั้น ระหว่างเดินนั้นลังมันไม่สามัคคีทำท่าจะแยกย้ายพากันหล่น เธอต้องหยุดยืนประคองกล่องจัดวางให้ได้น้ำหนักบาลานซ์กัน

จีราหันมาเห็นจึงเข้าช่วยเหลือ โดยบอกกับชยาว่า

“จับลังไว้ให้ดีๆ อย่าให้หล่นนะ เดี๋ยวพี่ยกเอง”

หลังจากนั้นเขาเข้ามายกทั้งตัวเธอพร้อมทั้งลังบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไปในคราวเดียว ใช้วงแขนช้อนแผ่นหลังอีกทั้งสอดใต้ขาพับทำอย่างกับอุ้มเจ้าสาวกันเลยทีเดียว แสดงถึงตัวเขานั้นมีพละกำลังที่แข็งแรงมาก

พอถึงรถบรรทุกจึงวางตัวเธอลง ให้คนลำเลียงบนรถบรรทุกรับลังนั้นขึ้นไปจัดวาง

ส่วนตัวเขายืนอมยิ้มอิ่มใจได้กำไรใกล้ชิดถึงเนื้อถึงตัวเจ้าของเรือนร่างน้อยนุ่มนิ่มอบอุ่นและหอมกรุ่นกลิ่นอ่อนบางอย่างกับแป้งเด็กให้ชื่นใจได้อีกต่างหาก

ชยายังไม่รู้ตัวว่าโดนค้ากำไรจากชายหนุ่มรุ่นพี่ที่นับถือกัน ถึงได้หันกลับมาเอ่ยชื่นชมตัวเขา

“พี่จีรานี่แข็งแรงจังเลย อุ้มฉันตัวลอยเลยอย่างกับเบา”

“สบายอยู่แล้วถ้าผู้หญิงน้ำหนักแค่สี่สิบกว่าโลถือว่าเบามาก พี่ยกได้ปลิวเลยล่ะ ยังเคยไปช่วยอุ้มผู้หญิงท้องหนักเกือบเจ็ดสิบโลส่งโรงพยาบาลเลยด้วย”

“โอโห... พี่จีราเป็นฮีโร่จริงๆ เลย นับถือ นับถือ...”

คำชื่นชมที่มาจากเรียวปากจิ้มลิ้มพริ้มเพราและดวงตาแจ่มใสกระจ่างแก้มอิ่มที่แย้มยิ้มให้มานั้นมันช่างประทับจิตติดตรึงใจของจีรา

เขาไม่เคยลืมช่วงเวลานาทีที่ได้มีเธอเคียงใกล้กาย

ยิ่งพ่อแม่ผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย ตลอดจนบริวารแวดล้อมคอยสนับสนุนลุ้นเชียร์ให้เขาและเธอเป็นแฟนกัน เขายิ่งยึดมั่นถือมั่นหมายใจไว้ว่าจะต้องเอาตัวเธอมาคู่ครองของเขาจริงแท้แน่นอนในวันข้างหน้า

มิใยที่ตัวเธอจะปฏิเสธเพียงใดก็ตามว่านับถือเขานั้นฉันท์พี่ชายที่แสนดี

แต่เขาไม่มีใจอยากเป็นเพียงแค่พี่ชายสักนิด ใจมันคอยคิดเพ้อไปอยากได้เธอเป็นแฟน

“เธออยู่ที่ไหนนะชยา ฉันจะไปตามหาเธอ ต่อให้ไกลแสนไกลที่ไหนบนโลกใบนี้ เธอหนีฉันไม่พ้นหรอก”

จีราพึมพำกับตัวเอง

ค่ำคืนแผ่ครอบคลุมท้องฟ้ายามราตรี จีรายังคงนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างท่ามกลางความมืด จนกระทั่งมีเสียงมือถือดังขึ้นมา

บิดาของเขาโทรเข้านั่นเอง

“ฮัลโหลครับพ่อ”

“ค่ำนี้จะมาทานข้าวที่บ้านใหญ่หรือเปล่าจีรา จะได้ให้แม่ครัวเขาจัดเผื่อลูก”

“ไม่ล่ะครับ ผมทานข้าวที่คอนโดนี่แล้ว คืนนี้ผมอยากอยู่เงียบๆ คนเดียว พรุ่งนี้ผมถึงจะกลับบ้านใหญ่ พ่อช่วยหาคนมีฝีมือพูดภาษาต่างประเทศได้ให้ผมสักหกคนสิครับ”

ไม่ใช่เรื่องหนักหนาสำหรับผู้มีอำนาจและกำลังคนที่พออาศัยไว้วานได้อยู่ในมือของนักการเมืองอย่างสกล เหมันตรา แต่สงสัยมากกว่าว่าบุตรชายของตนจะนำกำลังคนไปทำการอันใด

“จะเอาไปทำอะไรล่ะลูก”

“ผมว่าจะเช่าเหมาลำเรือเฟอร์รี่เดินทางไปกัมพูชาเพื่อตามหาตัวชยาตามเกาะต่างๆ ผมรู้แล้วว่าเธอไปที่นั่นครับ ผมจำเป็นต้องใช้ผู้ช่วยที่พูดได้หลายภาษาด้วย”

“พ่อพอรู้จักคนพูดภาษาเขมร ฝรั่งเศสและภาษาไทยได้ ตกลงพ่อจะหาคนให้”

คำตอบรับที่ดีจากบิดาส่งประกายความหวังสำหรับจีรา เชื่อว่าไม่นานจะต้องได้เจอตัวชยาเป็นแน่

รอคอยความหวังกว่าวันนั้นจะมาถึง แต่ตอนนี้ไม่มีเธออยู่ใกล้ให้รู้สึกซึมเซา...

ดึกดื่นคืนนี้จีราจึงล้มตัวลงนอนตะแคงขดตัว อย่างเหงาเปลี่ยวเดียวดาย

 

..........แตกต่างจากห้องเช่าชาวเล ที่นี่มีแต่ความอบอุ่นของคนรักกันได้นอนอยู่ร่วมห้องเดียวกัน

เปิดไฟฟ้าสลัวจากหลอดตะเกียบแปดวัตต์

“นอนแต่หัวค่ำเลยเหรอชยา”

“ใช่... พี่คบไม่สบายได้กินยาหลังอาหารแล้ว ควรนอนหลับพักผ่อนได้แล้วนะ”

“ไม่เข้ามานอนมุ้งเดียวกันหน่อยเหรอ”

“ไม่ล่ะ ไม่อยากรบกวนคนป่วย มุ้งใครมุ้งมันนั่นล่ะดีแล้ว”

เสียงชยานอนอยู่แล้วเอ่ยตอบจากในมุ้งเธอ

“หนาว... ไม่มีคนมานอนเป็นเพื่อนให้ความอบอุ่น”

“หนาวก็ปิดพัดลม ห่มผ้าไปเดี๋ยวก็หายหนาว”

ชยาคิดเพียงว่ามีพัดลมอยู่ในมุ้งคนละตัวจะกลัวอะไร ร้อนขึ้นมาก็เปิด พอหนาวก็ปิดแค่นั้นไม่น่ามีปัญหา

“ห่มผ้าแล้วเหงื่อออกเหนียวตัว”

“ถ้าเหงื่อออกก็เปิดพัดลมเป่าตัวจะได้แห้ง”

คาคบเห็นว่าพอเธอพูดจบแล้วเริ่มเงียบไปไม่ต่อปากต่อคำด้วย ท่าทางจะไม่ได้ผลเรื่องอ้อนขอให้เธอมานอนร่วมเรียงเคียงหมอน

“ท้องอืด... ปวดท้องอ่ะ มีลมในกระเพาะเยอะ ชยามานอนทับพุงให้หน่อยได้ไหม”

มันมีวิธีทำอย่างนั้นได้ด้วยเหรอ

ชยาเริ่มครุ่นคิดงุนงง รู้สึกว่าเพื่อนเพศชายท่าทางอ้อนจะเอาเรื่องให้เธอต้องไปนอนเป็นเพื่อนให้ได้

“เอ... มันไม่มียาแก้ท้องอืดด้วยสิ”

ครืนนน...

เสียงฟ้าร้องไกลๆ ได้ยินเพียงเบาๆ พร้อมกับมีละอองฝนหล่นโปรยปรายจากฟากฟ้าลงมากระทบแผ่นหลังคาห้องเช่า

“ได้ยินเสียงฟ้าร้องหรือเปล่า เดี๋ยวมันจะดังแรงขึ้นนะไม่กลัวเหรอชยา มานอนด้วยกันเหอะ”

สุดท้ายคือผลสรุปของหนุ่มหล่อขี้อ้อน

เขาป่วยอยู่ย่อมอยากอ้อนเธอต้องเข้าใจเขา แถมอีกอย่างเธอไม่ชอบเสียงฟ้าร้องดังแรงๆ งานนี้คงต้องยอมตามใจเพื่อนเพศชาย

เธอรู้ว่าเขากำลังป่วยไข้คงไม่มีอารมณ์หรือเรี่ยวแรงลุกขึ้นมาไล่ปล้ำทำอันตรายเธอเป็นแน่

คิดรอบคอบแล้วจึงตอบ

“ตกลง จะเอาหมอนไปนอนด้วยเดี๋ยวนี้แหละพี่คบ”

ชยาฉวยมือไปเปิดมุ้งคาคบ วางหมอนลงนอนข้างเคียงกายชายหนุ่มหล่อจอมอ้อน

ถึงได้ยินเสียงหัวเราะชอบอกชอบใจ

“หึ หึ... นอนกอดกันด้วยสิ”

ยังคงอ้อนได้อีกไม่สร่างซา คาคบจับข้อมือพาให้วงแขนของเธอพาดผ่านแผ่นพุงของเขา

เธอเลยต้องพลิกตัวตะแคงกึ่งนอนทับหน้าอกซีกซ้ายข้างหัวใจของเขา และเหมือนได้ยินเสียงหัวใจเขาเต้นเป็นจังหวะร่าเริงยินดี

ท่ามกลางความสลัวเลือนรางนั้นเธอชันศีรษะขึ้นเพื่อมองใบหน้างดงามยามหลับของเขา เห็นขนตายาวเป็นแพปิดทับกันสนิทหลับตาพริ้ม เขานอนอมยิ้มสุขใจ

นี่ล่ะที่ชยาให้รู้สึกดีที่ได้มีโอกาสอยู่ชิดเคียงกายชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาล้ำเลิศ แค่มองยังเพลิดเพลินใจ คืนนี้เธอคงได้นอนหลับฝันดี

“อยากอยู่ด้วยกันอย่างนี้ไปนานๆ เลยหนาพี่คบ”

“อื้ม... เหมือนกันแหละฉันก็คิดอย่างนั้นล่ะ”

เอื้อนเอ่ยวาจาจากกลีบปากรูปดอกไม้พร้อมรอยยิ้มอิ่มเอมใจ ชวนให้ชยาสุขใจไปพร้อมกันด้วย

ศีรษะของเธอเอนลงแนบแอบอกอุ่นของเขาอีกครั้ง นอนฟังเสียงหัวใจเขาเต้น...

ผสมผสานเสียงสายฝนโปรยปรายจากภายนอกห้องเช่าชาวเล คล้ายท่วงทำนองของเพลงหวานขานขับกล่อมทะนุถนอมขวัญ

.


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha