เสน่หารักนี้คือเธอ

โดย: กนกรส มาศอุไร กัมพู



ตอนที่ 4 : Ep2/2 : อานนท์ บูรณกำจร( วางจำหน่ายแล้ว)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

พร้อมโหลดซื้อแล้ววันนี้...


เสน่หารักนี้คือเธอ
กนกรส
www.mebmarket.com
ความในใจของผู้ชายที่ชื่อ...อานนท์ บูรณกำจร…“นนท์คะ ช่วยหยิบตะกร้าหวายตรงโต๊ะมุมห้องมาให้หน่อยสิคะ มุขจะจัดตะกร้าขนมหวาน เอาไปให้คุณแม่ของนนท์เย็นนี้” อ้า...เสียงหวานของภรรยาตัวน้อยของผมดังมาจากห้องครัว 

เสน่หาสายใยรัก
กนกรส
www.mebmarket.com
ฝ่ามือน้อยหยุดชะงักกึก เมื่อได้ยินคำเรียกขานลูกในท้องของเธอในทางหมิ่นแค้น คำพูดของคนเป็นพ่อใช้เรียกขานลูกของตัวเองเป็นเพียงสิ่งต้อยต่ำเช่นนี้เลยหรือ ดวงตาเคยหวานจึงตวัดขึ้นมองไปทางคนใจดำอย่างไม่พอใจ เขาไม่รับผิดชอบตัวเธอ เธอทนได้ แต่ไม่ใช่มาเรียกสิ่งมีค่านี้ว่าเป็นเด็กหัวขน.. “ถ้าหากนายจะกรุณาเราสองคนแม่ลูกจริงๆ ฉันขอแค่เรื่องเดียวเท่านั้น และหวังว่านายจะให้เราสองคนแม่ลูกได้สบาย” 


ต่อจากตอนที่แล้ว...


อานนท์เอียงคอกะพริบตาเพื่อมองใบหน้ามอมแมมนั้นอย่างพิจารณามากยิ่งขึ้น

“ปล่อยนะ...” คนถูกบีบหัวไหล่ร้องประท้วง เพราะรู้สึกเจ็บ พยายามแกะมือเขาออกแต่ไม่เป็นผล

“เธอ...ยัยหนูหริ่ง!...” พอนึกถึงน้องเขยใบหน้าของแม่ผู้หญิงตัวเท่าหนูหริ่ง ผู้อาจหาญยอมกล้ากางปีกปกป้องเจ้านายในวันนั้นสาดเข้ามาในส่วนของความทรงจำเขาทันที อานนท์เบิกตาสีนิลขึ้น ไม่คิดว่าโลกจะเล่นตลก เขาสู้อุตส่าห์ส่งคนเข้าไปตามหาตัวแม่นี่ถัดจากวันเกิดเรื่องประมาณอาทิตย์กว่า แต่ทว่าเจ้าหล่อนไม่ได้อยู่ที่บ้านสวนของไอ้ปวีณนั้นอีกแล้ว ไม่มีใครรู้เจ้าหล่อนไปทำงานต่อที่ไหน รู้ว่าเป็นเพียงผู้ช่วยพยาบาลที่น้องสาวเขาเป็นคนจ้างมาพิเศษเท่านั้น

ช่วงนั้นเขาก็กำลังยุ่งๆกับหลายเรื่องที่ต่างประดังประเดกันเข้ามาให้เขาจัดการสะสางเลยไม่ได้ติดตาม พอลูกน้องมารายงานว่าไม่เจอเจ้าหล่อนที่นั่น เขาจึงลืมๆเรื่องนี้ไปเสียสนิท พอยิ่งนานวันเข้าความสนใจในตัวของหญิงสาวกลับถูกลบเลือนจางหายไปจากความสนใจเขาในที่สุดนั่นเอง

คนถูกจำได้เอาแต่หลบสายตาวูบ รู้สึกตกใจไม่น้อย

“ใช่เธอจริงๆด้วย...” อานนท์คลี่ยิ้มมุมปากอย่างลืมตัว ตอนหาดันไม่เจอพอไม่หาแม่หนูหริ่งตัวหอมกลับเดินเข้าหากรงดักของเขาเสียเอง

 “นั้นถ้าฉันให้เธอห้าหมื่น เธอจะยอมไปกับฉันคืนนี้ไหม” อานนท์มีความคิดบางอย่างผุดขึ้นมา เขาอยากทำบางอย่างให้ตัวเองหายสงสัยเสียที มุขธิดาฟังข้อเสนอของเขาได้แต่เม้มปากแน่น คิดจะเอาเงินมาฟาดหัวเพื่อซื้อศักดิ์ศรีของเธออย่างนั้นเหรอ เหอะ!ฝันไปเถอะไอ้ผู้ชายจิตไม่ปกติ

“ฉันไม่ไปไหนกับคุณทั้งนั้น ปล่อยมือของคุณเถอะ ฉันจะกลับบ้านของฉัน และฉันก็ไม่ใช่หนูหริ่งอะไรนั่นของคุณด้วย คุณคงจำคนผิดแล้วละค่ะ” มุขธิดาส่ายหน้าหวือ รีบแกะมือหนาออกจากหัวไหล่ตัวเองพัลวัน

 “ฉันจะกลับบ้าน ปล่อยฉันเถอะ เดี๋ยวรถเมล์มันจะหมดเสียก่อน ฉันไม่เอาเงินของคุณหลอกนะ ฉันเดินซุ่มซ่ามเอง ฉันขอโทษคุณก็ได้แต่อย่ามายุ่งกับฉันเลย”

 “ไอ้เรื่องนั้นมันแน่นอนอยู่แล้ว เธอผิดไม่ใช่ฉัน แต่ฉันยังไม่ให้เธอกลับ ฉันอยากให้เธอไปต่อกับฉันคืนนี้...”

 “ทำไมฉันต้องไปกับคุณด้วย ฉันไม่ไป ฉันจะกลับบ้านของฉัน”

มุขธิดายืนยันเสียงเข้มพร้อมกับสะบัดตัวให้หลุดจากการเกาะกุม อยู่ดีๆจะให้เธอไปไหนกับเขา ถึงเธอจะรู้ว่าเขาเป็นใครและมีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับเจ้านายเก่าแสนสวยแถมใจดีมากๆอย่างคุณนิ่มก็ตาม แต่การที่จู่ๆมาบังคับให้ไปไหนด้วยแล้วคิดเอาเงินมาฟาดกันแบบนี้ อย่าหวังว่าเธอจะตาโตรีบตะครุบรับมันไว้จนตัวสั่น แล้ววิ่งแจ้นกระโดดขึ้นรถตามเขาไปทันทีที่ได้ยินราคา

“ฉันจะซื้อเวลาเธอคืนนี้ ไปกินข้าวเป็นเพื่อนฉันหน่อย...น่ะ” ท้ายประโยคคำสั่งคลับคล้ายเหมือนจะอ้อนวอนเสียมากกว่า เจ้าของเสียงเองยังมึนงงกับตัวเอง แต่ไหนๆก็ดันหลุดปากพูดดีๆออกไปแล้ว นัยน์ตาสีสนิมดั่งราชสีห์เลยทอดมองใบหน้าขาวอย่างรอคอยคำตอบอ่อนแสงลงกว่าที่เป็น

มุขธิดาส่ายหัวแรง เธอไม่ไปกับเขาเด็ดขาด...

“แค่ไปนั่งกินข้าวเป็นเพื่อนเองน่า ไปนั่งเฉยๆไม่ต้องทำอะไร ฉันให้เธอตั้งห้าหมื่นเลยนะ เธอไม่ต้องเสียเหงื่อทำอะไรเลยด้วยซ้ำ แค่นั่งเฉยๆแค่นั้น”

 คนเสนอหรี่ตารอคอยคำตอบ เขายอมให้ถึงขนาดนี้ถ้าเจ้าหล่อนยังคิดปฏิเสธอีกก็โง่ตาย แต่จะได้นั่งเฉยๆหรือเปล่านั้น เรื่องนี้เขาไม่รับประกัน ถึงแม้เจ้าหล่อนจะดูห่างไกลกับคำว่าสเปคสาวบนเตียงของเขาอยู่มากโข ไม่ได้มีความสวยสะดุดตา ทรวดทรงองเอวนั้นผอมแห้งจนแทบปลิวลมได้ แถมการแต่งตัวยังดูมอมแมมซอมซ่อ ถ้าไม่ใช่แม่หนูหริ่งตัวหอม หางตาเขาไม่เคยคิดจะแลเลยด้วยซ้ำไป แต่มันเหมือนมีอะไรบางอย่าง ซึ่งเขาก็ไม่เข้าใจมันเลย ทำไมเขาถึงได้อยากใกล้ชิดกับผู้หญิงคนนี้ด้วยนักก็ไม่รู้ มันดึงเขาให้เข้าใกล้นับจากวินาทีแรกที่ได้เจอกับเจ้าหล่อนที่บ้านสวนของปวีณนู่นแล้วก็ว่าได้

เขาอยากคลุกวงในเจ้าหล่อน ความต้องการมันเร่งเร้าเขา และเขาต้องได้...

“แต่ถ้าฉันอยากไปต่อกับเธอ ฉันจะเพิ่มเงินให้อีก” ยิ่งฟังข้อเสนอของชายหนุ่ม มุขธิดายิ่งนึกรังเกียจผู้ชายคนนี้จนแทบอยากอาเจียนใส่หน้า แต่เมื่อรู้ตัวเองดีว่าเธอไม่อาจสู้รบกับเขาได้ มุขธิดาจึงเลือกจะยืนฟังนิ่งสงบ ปล่อยให้ชายหนุ่มพล่ามข้อเสนอน่าขยะแขยงต่อไปเพียงคนเดียว

“เงินไม่ใช่น้อยๆ ทำงานทั้งชาติเธอจะหาได้เท่าที่ฉันเสนอให้หรือเปล่าก็ไม่รู้”

มุขธิดาไม่คิดสนใจ เธอเหลือบมองเห็นแสงไฟจากหัวรถเมล์สายที่ตัวเองนั่งประจำ มันวิ่งมาแต่ไกล หัวใจดวงน้อยเริ่มชื้นขึ้นมาได้หน่อย ถ้าเธอออกแรงสะบัดตัวแล้วผลักเขาตอนเผลอ เธอคงหลุดรอดเงื้อมมือเขาได้ ถึงเขาจะตัวโตกว่าหลายเท่า แต่ถ้าทำตอนเขาเผลอ เขาคงไม่ทันระวังตัวนัก

พอวาดแผนการไว้ในหัว หญิงสาวจึงเริ่มต้นปฏิบัติการทันที ขืนรอช้ากว่านี้ มีหวังเธอคงถูกเขาหิ้วปีก บังคับให้ไปตกนรกกับเขาเป็นแน่...

“ปล่อยฉันเถอะ! ฉันจะกลับบ้าน” หญิงเอ่ยคำพูดเพื่อถ่วงเวลา

“ก็บอกว่าไม่ปล่อย จะซื้อตัวไปกินข้าวด้วยไง” คนขี้หงุดหงิดย้ำขึ้นเสียงเข้ม ดึงร่างเล็กเข้ามาชิดกายกำยำมากขึ้น  มุขธิดารีบขืนตัวออกห่างอย่างอัตโนมัติก่อนจะเผลอตัวตวาดแว๊ดใส่ชายหนุ่ม

“ เอ๊ะ!ก็บอกว่าฉันไม่ไปไหนกับคุณทั้งนั้นไง นี่คุณฟังภาษาไทยไม่รู้เรื่องหรือฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องกันแน่คะ”  อานนท์เริ่มดวงตาลุกเป็นดวงไฟเล็กๆ บีบรัดร่างเล็กเข้าหารำกายแน่นหนาขึ้นอีกก่อนจะผ่อนแรงเมื่อเห็นสีหน้าของยัยหนูหริ่งเหยเก เจ้าหล่อนคงรู้สึกเจ็บสินะ

“แล้วอีกอย่างฉันก็เป็นคนเหมือนกับคุณไม่ใช่ผักปลาที่จะมาหาซื้อกันง่ายๆ ด้วย”

“แล้วไงอีกหึ!...” อานนท์ถามเสียงยัวะโน้มใบหน้าลงประสานสายตากลมโตที่ดูจะเอาเรื่องขึ้นมาเล็กน้อย ชายหนุ่มผ่อนลำแขนข้างหนึ่งลงไปเกาะกุมสะโพกกลมกลึงเล่นพร้อมกับลูบไล้ไปมาอย่างนึกสนุก แล้วแอบคอยดูปฏิกิริยาของหญิงสาว เขาอยากทำสอบ ไอ้ที่ทำเป็นไม่สนใจจำนวนเงินนั้นเรื่องจริงหรือเป็นการแสดงของสาวเจ้ากันแน่ แต่การกระทำดังกล่าวมันไม่ใช่ผลดีสำหรับตัวเขานัก เพราะคนที่ทรมานดันเป็นเขาไม่ใช่ยัยหนูหริ่ง เมื่อความคับตึงตรงเป้ากางเกงมันเริ่มขยายพองตัวออกด้วยสัญชาตญาณตามธรรมชาติใฝ่ต่ำของบุรุษเพศเช่นเขา

 อานนท์กดฝ่ามือซุกซนลงน้ำหนักบนสะโพกกลมกลึงเมื่อความต้องการก่อตัวอย่างห้ามไม่อยู่ ก่อนดันมันเข้าหากึ่งกลางลำตัวเมื่ออารมณ์เริ่มแตกกระเจิง

 ส่วนมุขธิดาผวาดิ้นหนีสัมผัสจาบจ้วง มองเขาตาเขียวปัด อานนท์หัวเราะอย่างนึกสนุก แต่ท้ายที่สุดเขาก็ยอมรามือยืนอยู่นิ่งๆไม่ขยับฝ่ามือลูบไล้ความนุ่มนิ่มนั้นอีก เขาไม่อยากทำให้หนูหริ่งเตลิดหนีไปไกลก่อนเจ้าตัวจะยอมตกปากรับเขาเพื่อไปกับเขาในค่ำคืนนี้

 “ฉันไม่ได้ขายตัว คุณไปหาซื้อคนอื่นเถอะ อย่ามายุ่งกับฉันเลยนะ” เธอส่งสายตาเว้าวอน ปัดอารมณ์โกรธทิ้งเมื่อไตร่ตรองดูแล้วมันคงไม่เป็นการดีแน่ถ้าหากเธอจะเอาไม้ซีกไปงัดกับไม้ซุงอย่างผู้ชายที่ชื่อ อานนท์ เพราะใจนั้นนึกกลัวจะถูกเขาบังคับฉุดเธอไปทำเรื่องอย่างว่าจับใจ ผู้ชายคนนี้ใจร้าย ใจดำ เขาคงทำได้ทุกอย่าง เพื่อสนองความต้องการของตัวเอง

“แล้ว...” อานนท์เลิกคิ้วเข้มทำสีหน้านิ่งเรียบเพื่อหยุดรอฟังเจ้าหล่อนจะพรรณนาโวหารอะไรเรื่อยเปื่อยออกมาอีก ถึงจะรำคาญหูเพราะไม่เคยต้องทนฟังใครพูดเรื่องไร้สาระได้นานๆสักที ทว่าตอนนี้เขากลับทนฟังเจ้าหล่อนพูดได้เป็นวรรคเป็นเวร หงุดหงิดแต่ก็อยากฟังเสียงเจื้อยแจ้วของเจ้าหล่อนต่อ อาจเป็นเพราะกลิ่นตัวหอมๆที่ลอยฟุ้งออกมาจากข้างในตัวของแม่หนูหริ่ง มันสะกดเขาเอาไว้หรือเปล่าข้อนี้เขาเองไม่รู้ตัวเหมือนกัน

ร่างสูงโน้มใบหน้าเข้าหาความอ่อนละมุนจากกลิ่นกายสาวมากขึ้นกว่าเดิม ความหอมที่ไม่ได้เกิดจากน้ำหอมยี่ห้อดังที่เขามักคุ้นชินจากบรรดาสาวๆรอบกาย กลิ่นหอมเฉพาะตัวของหญิงสาวทำให้เขารู้สึกถูกใจ ดมเท่าไหร่ก็ไม่รู้สึกเบื่อ

“ก็ไม่แล้วไงหรอกค่ะ ฉันแค่อยากจะกลับบ้านเท่านั้น”

“เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าจะให้คนของฉันส่งเธอกลับบ้านอย่างปลอดภัย” อานนท์พูดแล้วกวาดสายตามองร่างบอบบางตั้งแต่หัวจรดเท้า

“ฉันกลับเองก็ปลอดภัย เพียงแต่แค่คุณยอมถอยห่างแล้วปล่อยมือออกจากตัวฉันแค่นั้นพอ” ตอบเขาด้วยน้ำเสียงเครียดเครือ เมื่อหญิงสาวมีความรู้สึกโกรธกับสายตาดูแคลนยามเมื่อเขามองสำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าเมื่อสักครู่ สายตาที่เธอมักเห็นจนชินชาจากคนรอบข้างที่มีกินและร่ำรวยกว่า

มุขธิดาไม่อยากเห็นมันอีก เธอจึงเลื่อนสายตาตัวเอง มองเลยใบหน้าหล่อเหลาของคนจิตใจไม่ปรกติไปทางเป้าหมายแทน พอเห็นแสงไฟจากไกลๆเริ่มใกล้เข้ามาทุกที มุขธิดาเตรียมกะจังหวะตอนเขาเผลอ ไม่ใช่เธอไม่กลัวเขา ใจเธอยังกลัวแสนกลัวอยู่เต็มอก แต่รอบตัวเธอนั้นไร้ผู้คนเดินผ่าน ไม่รู้จะเรียกหาให้ใครช่วยเหลือ นอกจากตนเป็นที่พึ่งเห็นตนเท่านั้นในเวลานี้

โปรดติดตามตอนต่อไป...



ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha