เสน่หารักนี้คือเธอ

โดย: กนกรส มาศอุไร กัมพู



ตอนที่ 9 : Ep6 : คนเลว


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


พร้อมให้โหลดซื้อแล้ววันนี้



เสน่หารักนี้คือเธอ
กนกรส
www.mebmarket.com
ความในใจของผู้ชายที่ชื่อ...อานนท์ บูรณกำจร…“นนท์คะ ช่วยหยิบตะกร้าหวายตรงโต๊ะมุมห้องมาให้หน่อยสิคะ มุขจะจัดตะกร้าขนมหวาน เอาไปให้คุณแม่ของนนท์เย็นนี้” อ้า...เสียงหวานของภรรยาตัวน้อยของผมดังมาจากห้องครัว “ครับมุข...” ผมหยุดความคิดลง พร้อมวางอัลบั้มรูปภาพของเธอไว้ในกล่องอย่างดี ผมชอบแอบถ่ายรูปตอนเธอทำงานบ้านยามเผลอ มันทำให้ผมรู้สึกดีอย่างแปลกประหลาด ทุกครั้งที่ผมเห็นเธอเดินป้วนเปี้ยนอยู่ในบ้าน ผมจะถ่ายรูปเธอเก็บไว้ เพราะรูปภาพเหล่านี้ก็เหมือนตัวแทนของความทรงจำในอดีต ให้ระลึกถึงแม้ยามที่เราแก่เฒ่า นี่คือภรรยาสุดที่รักของผม ชีวิตของผมที่ถูกเติมเต็มด้วยเธอคนนี้คนเดียว เสน่หารักนี้คือเธอ...



ภายในตัวคฤหาสน์หลังใหญ่ในพื้นที่มากกว่าห้าไร่ สองสามีภรรยาซึ่งเป็นประมุขแห่งบ้าน บูรณกำจร กำลังนั่งดูแบบห้องเพื่อใช้สำหรับตบแต่งภายในล่าสุด เรียกได้ว่าเป็นการจัดเตรียมเอาไว้เพื่อต้อนรับสมาชิกใหม่ ที่กำลังจะลืมตาขึ้นมาดูโลกกลมๆใบนี้อีกไม่นานเกินรอ

 หลานคนแรกของบ้านบูรณกำจร ทุกคนเลยพลอยตื่นเต้นยินดีไปตามๆกัน

 นาทยสุรีมีกำหนดคลอดเหลือเพียงไม่ถึงเดือนดีด้วยซ้ำ พูดตามจริงเหลือเพียงไม่กี่วันนั่นแหละ หากทว่าตอนนี้เจ้าตัวยังคงเก็บตัวเงียบยังต่างจังหวัดทางภาคใต้ ยังไม่เดินทางกลับเข้าบ้านบูรณกำจรเสียที ขอผัดผ่อนอยู่ต่ออีกสักหน่อย ถ้าใกล้ถึงวันคลอดจริงๆถึงจะเดินทางกลับขึ้นกรุงเทพฯ ทั้งสองท่านไม่ได้นิ่งนอนใจ สั่งเตรียมเครื่องบินเล็กส่วนตัว เพื่อบินไปรับลูกสาวทันที หากเกิดคลอดก่อนกำหนดขึ้นมา แถมยังมีนมแจ่มติดตามไปดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งสองท่านเลยอนุญาตเพราะไม่อยากขัดใจคนท้องแก่ใกล้คลอด รำพันเรื่องหัวใจนั้นดูช่างหนักหนาพอดู

 นัยว่าอีกเรื่องสำคัญ นาทยสุรีจะไม่ขอกลับมาอยู่ที่บ้านหลังนี้เป็นการถาวร ขอเพียงมาเยี่ยมเยียนบ้างเป็นครั้งคราวเท่านั้น ด้วยกลัวปวีณอาจมาเจอเข้าสักวัน หญิงสาวยังไม่พร้อมสำหรับการเผชิญหน้ากับพ่อของลูกในท้อง อานนท์ไม่อยากขัดใจผู้เป็นดั่งแก้วตาดวงใจ ชายหนุ่มจึงสั่งการสร้างบ้านใหม่ให้น้องสาวกับหลานที่จะเกิดมาในอนาคตใหม่ทั้งหลัง ถึงแค่จะไปๆมาๆแต่คุณตากับคุณยายยังสั่งทำห้องใหม่ไว้รอหลานรักดุจเดิม ทุกอย่างเป็นความลับ แต่ก็ทำให้ทุกคนในบ้านที่เหลือ ต่างวิ่งวุ่นตระเตรียมข้าวของเครื่องใช้สำหรับเด็กอ่อนกันชุลมุน ถึงแม้กระนั้นในความชุลมุนที่เกิดขึ้น ล้วนเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขจนล้นปรี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คุณตากับคุณยายสองประมุขแห่งตระกูล บูรณกำจร ดูจะเห่อหลานคนแรกหนักกว่าใครเพื่อนก็ว่าได้

 ส่วนเรื่องราวปัญหาชีวิตคู่ ระหว่างนาทยสุรีกับปวีณ คุณหญิงละไมกับเจ้าสัวนาททั้งสองได้ปรึกษากันตั้งแต่รู้ความจริงทุกอย่าง ท่านทั้งสองจะขอรามือ ปล่อยทุกอย่างให้นาทยสุรีเป็นคนตัดสินใจด้วยตัวเอง รวมถึงเรื่องที่ลูกสาวได้ขอร้องทั้งสอง ให้ช่วยปกปิดเรื่องที่อยู่ของตนกับคนในครอบครัวของปวีณไว้เป็นความลับสุดยอด เพราะไม่อยากให้ฝั่งนั้นเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับสายเลือดอีกครึ่งหนึ่งในตัว

ถึงแม้ว่าผู้เป็นย่าอย่างปานดาว มารดาของปวีณซึ่งพ่วงท้ายความสัมพันธ์เป็นเพื่อนสนิทที่สามารถตายแทนกันได้ของคุณหญิงละไม ชอบมาอ้อนวอนถามไถ่ถึงลูกสะใภ้ตลอดเวลา ทว่าคุณหญิงละไมเองยังเอาแต่ปิดปากรูดซิปเงียบ ทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้แก่ลูกสาวอย่างเคร่งครัด แม้บ่อยครั้งที่ปานดาวมาเรียบๆเคียงๆถามถึงลูกสะใภ้คนงาม ด้วยใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเป็นห่วงเป็นใยไม่แพ้กัน คุณหญิงละไมได้แต่ปฏิเสธไม่ขอกล่าวถึงเรื่องนี้

“น้องว่าเราใช้สีเหลืองอ่อนเป็นแกนหลักสำหรับตกแต่งห้องนอนของหลานก็น่าดูไปอีกแบบนะคะ ดูสบายตาแล้วก็ดูสว่างดีด้วย”

 คุณหญิงละไมชี้ชวนเจ้าสัวนาทมองโมบายปลาตะเพียนสานดัดแปลงให้ดูเก๋ทันสมัย ห้อยเป็นพวงระย้าสีเหลืองอ่อน เด็กเล็กๆเห็นคงชอบใจ ถ้าใช้โทนสีเหลืองจะทำให้ห้องดูสว่างตา กะจะตบแต่งห้องนี้เอาไว้เป็นการรับขวัญเจ้าตัวน้อย หลานคนแรกของบ้าน บูรณกำจร ถึงตอนนี้พวกท่านยังไม่รู้เพศของหลานด้วยซ้ำ เมื่อคนเป็นแม่อยากไปลุ้นเอาตอนคลอดมากกว่า เครื่องใช้เด็กอ่อนมากมายจนล้นห้อง โดยอภินันทนาการจากทั้งคุณตาคุณยายรวมถึงคุณลุงนนท์ ต่างเลือกซื้อแบบกลางๆที่สามารถใช้ได้ทั้งเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชาย

“ตามใจคุณหญิงเถอะ คุณหญิงเห็นว่าดีพี่ก็ว่าตามนั้น” ประมุขของบูรณกำจรพูดเอาใจคู่ชีวิต พร้อมด้วยรอยยิ้มอบอุ่นอ่อนโยน อะไรยอมได้เขาไม่เคยคิดขัดใจ ชีวิตคู่นั้นเป็นสิ่งละเอียดอ่อน มันจะมั่นคงหรือเปราะบาง ล้วนขึ้นอยู่กับคนสองคน ว่าจะจับมือฝ่าฟันอุปสรรคหลากหลายที่เข้ามาทดสอบเหนี่ยวแน่นมากขนาดไหน

เขาเคยสอนเรื่องนี้แก่บุตรสาวยามเห็นความเศร้าเสียใจในแววตาคู่นั้น ตอนนี้นาทยสุรียังถือเอาทิฐิเป็นหลักยึดในใจ คงอยากจะให้อภัยพ่อของหลานในท้องลูกสาวได้...

“นี่เจ้านนท์มันหายหัวไปไหนเป็นเดือนๆ พี่ไม่เห็นหน้ามันเลย หรือว่าตามหนูนิ่มลงไปเที่ยวด้วยกัน”

“นอนที่เพนท์เฮ้าส์นั่นแหละค่ะ คุยกันครั้งสุดท้ายบอกว่าตอนนี้กำลังลงทุนกับเพื่อนจะสร้างห้างสรรพสินค้าอะไรสักแห่ง นี่น้องกะว่าบ่ายๆจะเข้าไปหาสักหน่อย คุณพี่จะไปด้วยกันไหมล่ะคะ จะได้ไปช่วยน้องจับผิดพ่อตัวดีด้วยกันเลย...” ผู้เป็นนายหญิงของครอบครัวบูรณกำจร วางหนังสือแบบลวดลายน่ารักไว้บนตัก ดวงตาเคลือบความอ่อนโยนไว้เป็นนิจวาววับ อานนท์ไม่กลับเข้าบ้านนานเป็นเดือน ได้ข่าวล่าสุดไปหาเรื่องอะไรกับปวีณอีกแล้วไม่รู้ นั่นเป็นเรื่องเดียวที่ทำให้นางหนักใจที่สุดในตอนนี้

“คุณหญิงไปคนเดียวเถอะ ตอนบ่ายพี่มีนัดกับพวกก๊วน จะไปส่องพระที่บ้านเจ้าราพมันเสียหน่อย มันโทรมาอวดว่าได้ของดีมาจากเมืองสุพรรณ หรือคุณหญิงคิดเปลี่ยนใจจะไปกับพี่ก็ได้นะ จะได้ไม่เหงาด้วยไง”

“ไม่ล่ะค่ะ น้องมีเรื่องต้องจัดการกับลูกชายของคุณพี่” คุณหญิงปฏิเสธติดจะเสียงแข็งหน่อยๆเมื่อเอ่ยถึงบุตรชายคนโต น้ำเสียงฟังดูแง่งอนนั้นผู้เป็นสามีเข้าใจ คงเป็นเรื่องที่เจ้าตัวดีไม่ยอมกลับเข้าบ้านมาให้เห็นหน้านานนับเดือน แต่นั่นเป็นเรื่องปกติมากกว่าจะเอามาคิดมาก หรือยังมีเรื่องอื่นที่เจ้าตัวดีแอบไปทำมา

“น้องอยากจะฟาดก้นให้เจ็บๆสักที...”

 “เรื่องอะไรกันอีกล่ะ แม่ลูกคู่นี้” ท่านเจ้าสัวถึงกับหัวเราะคู่ชีวิตเสียงพลิ้ว แม่ลูกคู่นี้มักสรรหาแต่เรื่องมาแง่งอนใส่กันตลอดเวลาสินะ

“จะเรื่องอะไรเสียอีกล่ะ ก็เรื่องที่ลูกชายตัวดีบุกไปหาเรื่องชกต่อยกับพ่อเสือเขาอีกแล้วนั่นแหละค่ะ น้องต้องรีบไปห้ามปรามเอาไว้เสียหน่อย เพราะอย่างน้อยฝ่ายนั้นก็เพื่อนรักกันมาตั้งแต่เล็กจนโต ไม่รู้จะแค้นเคืองกันไปถึงไหน คนกันเองทั้งนั้น” ท่านเจ้าสัวนาทพยักหน้าเห็นพ้องด้วยกับผู้เป็นภรรยา เรื่องมันเกิดขึ้นมาแล้ว เราควรจะหาทางแก้ไขให้มันดีขึ้น ไม่ใช่มัวใส่อารมณ์เดือดทำร้ายกันไปมา

เมื่อผลสุดท้ายผลกระทบทุกอย่างคงหนีไม่พ้นหลานตาดำๆที่กำลังจะเกิดมาอยู่ดี...

“นั้นรีบไปจัดการเถอะคุณหญิง” ผู้เป็นสามีเห็นดีเห็นงาม กุมมือของเมียรักมาไว้บนตัก

“ให้เด็กตั้งโต๊ะได้แล้วละ คุณหญิงจะได้ทานยาหลังอาหาร” พออ่อนใจกับปัญหาของลูกๆแต่ไม่อาจช่วยเหลืออะไรได้มากนัก ด้วยเห็นว่าโตๆด้วยกันหมดทุกคน ท่านเจ้าสัวนาทจึงหันกลับไปให้ความสำคัญกับคู่ชีวิตข้างกาย ท่านไม่เคยลืมความห่วงใยต่อกันและกัน ภรรยาของเขาไม่ค่อยแข็งแรง การดูแลเอาใจใส่ทุกเวลาถือเป็นหน้าที่ของผู้เป็นสามีอย่างตนต้องดูแลอย่างใกล้ชิด

“เมื่อวานพี่เห็นคุณหญิงหน้าซีดๆ เป็นอะไรอีกหรือเปล่า” ว่าจบมือเหี่ยวย่นแต่แฝงไว้ด้วยความอุ่นซ่านแตะลงบนหน้าผากของภรรยา คุณหญิงละไมส่ายหน้าเล็กน้อย

“มึนหัวนิดหน่อยเองค่ะ ไม่ได้เป็นอะไรมาก” คุณหญิงละไมแตะมือสามีแผ่วเบา นางส่งยิ้มให้เพื่อยืนยันอาการหน้ามืดเมื่อวานหายเป็นปกติ มันเป็นเรื่องชินชาสำหรับคนขี้โรคอย่างนาง สามวันดีสี่วันไข้นั่นแหละจะมีอะไร

“ถ้าอาการกำเริบ คุณหญิงต้องรีบบอกพี่นะ อย่าปล่อยให้เป็นหนัก” แม้จะคลายกังวลลงได้บ้าง แต่เจ้าสัวนาทยังอดห่วงภรรยาไม่ได้ ยิ่งเวลานี้ทั้งลูกชายกับลูกสาวต่างคนต่างแยกย้ายกันออกไปใช้ชีวิตหนุ่มสาวนอกบ้านด้วยกันทั้งคู่ บ้านหลังใหญ่โตราวราชวังนั้นจึงเงียบเหงา เหลือเพียงตาแก่กับยายแก่ไว้เฝ้าบ้านลำพัง ประมุขเจ้าของคฤหาสน์หลังงดงามจึงทุ่มเทเวลาเพื่อดูแลเอาใจใส่คู่ชีวิตของตนเอง เนื่องจากคุณหญิงละไมนั้นมีสุขภาพไม่แข็งแรงมาตั้งแต่ตอนเป็นสาวๆ

“ค่ะคุณพี่ นั้นไปทานข้าวกันนะคะ วันนี้น้องสั่งให้เด็กๆเขาทำก๋วยเตี๋ยวแห้งของโปรดของคุณพี่ ได้ยินคุณพี่บ่นว่าอยากทานเมื่อวันก่อน”

“ไปสิ ทานข้าวเที่ยงเสร็จเดี๋ยวเราสองคนนั่งรถออกไปคันเดียวเสียเลย พี่จะให้ไอ้หมิ่งมันขับรถไปส่งคุณหญิงหาเจ้านนท์มันก่อน แล้วพี่ค่อยเลยไปบ้านไอ้ราพอีกที ส่วนตอนขากลับ คุณหญิงรอที่บ้านเจ้านนท์ไปมันก่อนก็แล้วกันนะ เดี๋ยวพี่ตีรถจากบ้านไอ้ราพ รอรับน้องกลับบ้านพร้อมกันเลยทีเดียว”

“ก็ดีเหมือนกันค่ะคุณพี่”

ประมุขแห่งบ้านบูรณกำจรร่ายยาวบอกแผนกำหนดการของช่วงบ่าย พลางเดินจับจูงกันไปยังโต๊ะอาหาร คนไม่ค่อยขัดใจสามีพยักหน้าตกลง คิดเอาไว้ในใจตอนเย็นนี้ถ้าหากสามีขับรถไปรับ นางจะได้ให้เด็กทำอาหารรอแล้วตั้งโต๊ะทานมื้อเย็นที่เพนท์เฮ้าส์ลูกชายเลยทีเดียว...

 

 

รถเบนซ์สีบลอนด์ต่างทยอยเลี้ยวเข้ามาจอดเรียงคันเป็นแนวยาวตลอดแนวด้านหน้าตึกสูงตระหง่าน ก่อนชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำเข้มผลักบานประตูรถเบนซ์แล้วรีบลงจากรถคันดังกล่าวมายืนตัวตรงแน่วมือประสานไว้ด้านหน้าเล็กน้อย เพื่อรอคอยคำสั่งจากเจ้านาย

อานนท์ขับรถมาถึงเป็นคันสุดท้าย เนื่องด้วยต้องเสียเวลาจอดเข้าข้างทางเพื่อปราบพยศแม่หนูหริ่งให้สงบปากสงบคำ ไม่ใช่มาแหกปากส่งเสียงเหมือนคนบ้าข้างๆหูเขาจนเสียสมาธิในการขับรถ จนเกือบพาทั้งตัวเขาและเจ้าหล่อนลงไปเสยกับเกาะกลางถนนตั้งหลายที ก็เจ้าหล่อนเล่นส่งเสียงแว้ดสลับกับเสียงด่าทอเขาแข่งกับความเร็วของรถมาตลอดทาง เขาเลยต้องชะลอความเร็วของเจ้าแรมโบ้จอดเทียบเข้าข้างทาง โดยไม่ลืมโบกมือไล่ให้เหล่าบอดี้การ์ดขับแซงหน้าเขาขึ้นไปก่อนได้เลย  

พอรถสปอร์ตสีเงินดับเครื่องยนต์จอดตรงตำแหน่งที่ประจำของมันเสร็จปุ๊บ สันติเป็นคนแรกที่วิ่งตรงรี่เข้าไปหาเพื่อเปิดประตูรถให้เจ้านายโดยไม่รอช้า การทำงานกับอานนท์ ต้องรวดเร็วว่องไวเท่านั้น ถ้ามัวชักช้านั้นหมายถึงการรนหาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัวเอง ดังนั้นบอดี้การ์ดทุกคนที่เขาเป็นผู้เลือกเฟ้นคัดสรรมาเองกับมือ ล้วนถูกฝึกอบรมมาอย่างเคร่งครัดจนเป็นที่น่าพอใจทั้งสิ้นแล้วนั่นเอง

อานนท์ทำเสียงจิในลำคอตอนเหวี่ยงเท้าลงมายืนบนพื้นคอนกรีต  ใบหน้าหล่อบูดบึ้งหนักกว่าเก่า ชายหนุ่มสะบัดมือของตนไปในอากาศ ตวัดสายตาขุ่นคลักมองลูกน้องคู่ใจจนสันติสะดุ้งรีบถอยล้นไปยืนอีกฝั่ง อานนท์กระแทกกำปั้นลงบนฝากระโปรงรถเมื่อเขาลงกับใครไม่ได้ เพราะตอนนี้เขารู้สึกหงุดหงิดจนอยากจะฟาดปากใครสักคนให้คลายอารมณ์โมโห ก็จะมีอะไรเสียอีกละ ถ้าไม่ใช่เกิดจากแม่หนูตัวเล็กแสนสกปรกในรถเขา เจ้าหล่อนออกฤทธิ์เดชจนเขาเกือบจะจับร่างขาวโพลนโยนออกนอกรถมันเสียหลายครั้ง มีอย่างที่ไหนเอาปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมมากัดฝ่ามือเรียวยาวของเขาที่ต้องจับปากกาเซ็นชื่ออนุมัติวงเงินจำนวนหลายสิบล้านในแต่ละวันเสียได้

“ให้ผมอุ้มเธอขึ้นไปไว้บนห้องเลยไหมครับ”

สันติที่เดินเลี่ยงมายังอีกฝั่งส่งเสียงถามอย่างกล้าๆกลัวๆ ก่อนทอดสายตามองผ่านกระจกหนาเข้าไปด้านในตัวรถ สะดุดเข้ากับร่างเล็กบนพื้นรถ ชายหนุ่มผู้รั้งตำแหน่งมือขวาของผู้ชายจอมขี้หงุดหงิดต้องเพ่งสายตามองภาพด้านในให้ชัดเจนอีกครา เมื่อร่างขาวโพลนซึ่งถูกพันธนาการไว้ด้วยเศษผ้า ถูกมัดมือมัดเท้าจนเหมือนก้อนอะไรสักอย่าง ตอนนี้เจ้าหล่อนนอนงอตัวคุดคู้อยู่บนพื้นจนดูน่าสงสาร พอมองเรื่อยไปจนถึงใบหน้าเรียวเล็กรูปไข่ขาว รอยแดงเป็นปื้นจากผลฤทธิ์ฝ่ามือร้ายกาจจากชายร่างสูงยังอยู่ครบทั้งห้านิ้ว สันติมองภาพนั้นสลับกับใบหน้าของผู้เป็นเจ้านายรักด้วยความรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

ผู้หญิงคนนี้กระทำความผิดอะไรไว้กับคุณนนท์นักหนา ถึงสามารถเปลี่ยนเจ้านายเขาให้กลายร่างเป็นยักษ์เป็นมารขึ้นมาได้ จนถึงขั้นลงไม้ลงมือตบตีผู้หญิงได้ลงคอ มันไม่เคยปรากฏอยู่ในนิสัยคุณอานนท์สักครั้ง นี่ถ้าเกิดคุณผู้หญิงมารู้เห็นเรื่องนี้เข้า รับรองได้คุณอานนท์ของเขาคงถูกไม้เรียวฟาดก้นเอาเมื่อตอนอายุสามสิบกว่าๆอย่างไม่ต้องสงสัย

“ไม่ต้อง เดี๋ยวกูจัดการกับแม่นี่เอง มึงไปสั่งลูกน้องให้กลับบ้านพักผ่อนได้เลย วันนี้กูจะอยู่ที่นี่ไม่ออกไปข้างนอกอีกแล้ว...”

“ได้ครับคุณนนท์” สันติโค้งร่างหนาลงเพื่อรับคำสั่ง แต่สายตาเข้มจัดยังไม่อาจละห่างจากสาวร่างเล็กด้านในรถได้

“มึงจะมองแม่นั่นอีกนานไหมหะ!ไอ้ติ” อานนท์ตวาดถามพร้อมส่งสายตาขุ่นคลัก มันจะมาสนใจอะไรแม่นี่อีกคนวะ หรือมันอยากจะลองดี

อานนท์ตบฝ่ามือลงบนกระโปรงรถเสียงดัง เล่นเอามือขวาสะดุ้งโหยง

“อ้า...ไม่ครับเจ้านาย” คนถูกดุลนลาน ก่อนเร่งฝีเท้าออกห่าง พอลับหลังคนขี้หงุดหงิดสันติจึงลอบถอนหายใจหนักหน่วง พร้อมสั่งความกับพวกบอดี้การ์ดทั้งหลายตามที่อานนท์สั่งการมา

 เขารู้จักนิสัยของอานนท์พอๆกับรู้จักนิสัยของตัวเองดีนั่นแหละ ผู้หญิงคนนี้คงได้เผลอทำอะไรขัดใจเจ้านายมากกว่าเรื่องของคุณปลา แต่จะเป็นเรื่องอะไรนั้น เอาไว้เขาค่อยตามสืบหาความกระจ่างเอาทีหลังก็ได้ อย่างไรเสียตอนนี้น้ำกำลังเชี่ยวกราก เขาไม่อยากเอาเรือเข้าไปขวางทางจนมันพังเอาได้นะสิ

อานนท์เดินย้อนมาอีกฝั่งด้วยท่าทางเกรี้ยวกราด ความเจ็บจากฟันคมไม่ทำให้เขาเจ็บปวดอะไรมากไปกว่าการเจ็บใจ ฝ่ามือหนากระชากฝาประตูรถเปิดออกกว้าง จ้องมองร่างงอเป็นกุ้งถูกน้ำร้อนนั้นด้วยนัยน์ตาลุกวาว พลางจับข้อเท้าที่ถูกมัดด้วยเศษเสื้อผ้า กระชากเข้าหาตัวแรงๆ จนร่างเล็กนั้นปลิวมาเกือบตกขอบประตู มุขธิดานิ่วหน้าเจ็บจนน้ำตาคลอเบ้า ตอนนี้ร่างกายเธอเจ็บระบบไปหมด จะขยับแต่ละทีความเจ็บร้าวนั้นมันจู่โจมเข้าเล่นงานจนเธอแทบหมดแรง แต่เธอไม่คิดยอมแพ้ ฮึดขึ้นสู้ไม่ยอมให้เขาเข้าถึงตัวเธอง่ายๆ จึงยื่นเท้าเตะถีบไปแบบสะเปะสะปะ โดนบ้างไม่โดนบ้าง

“ฤทธิ์มากนักนะแม่หนูหริ่ง” คนถูกเตะเข้าที่หน้าขาขบกรามแน่น หาทางรวบปลายเท้าที่ทำเขาเจ็บอีกจนได้

“คุณก็อย่าสะเออะมายุ่งกับฉันสิ มาจับฉันไว้ทำไมไอ้คนเลว” มุขธิดาหลับหูหลับตาตะโกนด่าเขาลั่นรถ เท้ายังคงเตะถีบไปด้านหลังโดยไม่ยอมหยุด สร้างความเดือดดาลให้คนตัวสูงยิ่งนัก เห็นตัวเล็กแค่นี้แต่ฤทธิ์เดชเยอะเหลือเกิน

“ฉันบอกให้เธอหยุดดิ้น”

“หยุดให้โง่สิไอ้หน้าตัวเมีย...”

“อย่ามาทำเป็นปากดีกับฉัน ถ้ายังไม่อยากตายแบบศพไม่สวย”

“อยากฆ่าก็ฆ่าเลยสิ ใครกลัว” คนไม่กลัวตายแห้วกลับ

“อยากลองดีนักก็ได้ ฉันจะช่วย”

อานนท์ที่ใกล้หมดความอดทนยิงฟันแยกเขี้ยว ดวงตาเขาลุกวาว พร้อมยื่นมือรวบเรียวขาเรียวภายใต้กระโปรงสั้นมาไว้ในอุ้งมือ แล้วบีบเข้าหากันแน่นเพื่อเป็นการทำโทษคนปากกล้า จนมุขธิดาเบ้หน้าบิดเบี้ยวเพราะรู้สึกเจ็บกระดูกตรงข้อเท้าที่ถูกเขาบีบแน่น ดวงตาหวานที่เคยสุกสกาวยามมองคนไข้ของตัวเองเสมอมานั้น มาบัดนี้มันฉายแววชิงชังส่งไปยังผู้ชายนิสัยเลวโดยเปิดเผย ถ้าเป็นไปได้หากเธอมีมีดสักเล่ม เธออยากจะเฉือนหัวใจดำๆของเขาออกมาดูนัก ทำไมถึงได้ใจร้ายผิดคนเป็นน้องราวฟ้ากับเหวได้เยี่ยงนี้นะ คุณนิ่มของเธอทั้งสวยทั้งแสนดีจะตาย ความอ่อนหวานจริงใจของเจ้าตัวจึงทำให้มีแต่คนรักเธอด้วยกันทั้งนั้น คุณนิ่มมีแต่น้ำใสใจจริง ไม่ได้ร้ายกาจอย่างกับยักษ์มารเหมือนพี่ชายของเธอสักนิด   

“นั้นคุณก็ช่วยไปตายเสียสิ ไอ้คนหนักแผ่นดิน...”

“ทำปากเก่งนักใช่ไหม นั้นมานี้เลยแม่ตัวดี เธอไม่ได้ตายดีแน่วันนี้ เพราะว่าคนที่ต้องตายก่อนมันต้องเป็นเธอ ไม่ใช่ฉัน ยัยผู้หญิงสกปรก...” อานนท์หมดความอดทนกับคำด่าทอ เขาตะคอกเสียงดังตอกกลับ อารมณ์เขาพุ่งเกินร้อยองศา

 ชายหนุ่มลากเรียวขาขาวนั้นเข้ามาหาตัวเองอีกที พลางยื่นมือว่างอีกข้างดึงลำแขนเล็กเรียวกระชากขึ้นมาจากพื้น ก่อนร่างหนาจะออกแรงรั้งร่างเล็กเท่าพริกขี้หนูของแม่หนูหริ่งขึ้นมาไว้บนบ่า หันหน้ากระแทกเท้าเดินหน้าบอกบุญไม่รับพร้อมกับร่างดิ้นขลุกขลักบนบ่าตรงไปยังตัวตึกสูงตระหง่านด้านหน้า

สันติที่คอยลอบดูสถานการณ์อยู่เงียบๆ รีบเดินนำหน้าเจ้านายหนุ่มเพื่ออำนวยความสะดวกให้ แม้ในใจไม่เห็นด้วยนักที่เห็นเจ้านายกำลังข่มเหงผู้หญิงไม่มีทางสู้คนนี้อยู่ก็ตาม แต่หน้าที่ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัดไม่ต่างกัน  

“แกเองก็กลับไปได้เลย ที่เหลือฉันจัดการเองได้”

อานนท์เอ่ยปากไล่ลูกน้องคู่ใจเสียงตึง รู้สึกเกลียดสายตาของมันอย่างบอกไม่ถูก เห็นแล้วมันอดหงุดหงิดไม่ได้ ยิ่งร่างบนบ่าเขาดิ้นรนมากเท่าไหร่ ไอ้ความขาวยั่วยวนสายตาตรงเรียวน่องสวยยิ่งโชว์ให้ทั้งเขาและไอ้สันติได้เห็นจินตนาการไปได้ไกลมากขึ้นเท่านั้น ถึงแม้เขาจะพยายามดึงรั้งไอ้กระโปรงตัวสั้นลงมาปกปิดบั้นท้ายกลมกลึงเรื่อยไปจนถึงเรียวขางดงามแล้วก็ตาม ทว่ามันยังไม่สามารถปิดบังสายตาสอดรู้สอดเห็นของไอ้สันติมันอยู่ดี

สันติเกิดอาการลังเลเล็กน้อยเลยได้แต่ยืนทื่อ สร้างความไม่พอใจแก่อานนท์มากยิ่งขึ้น

“ไปสิไอ้ห่านี่ มัวมายืนทำตาละห้อยเหมือนหมาเห็นเนื้อตากแดดอยู่นั่นแหละ เอาไว้กูเบื่อแม่นี่เมื่อไหร่ กูจะยกให้มึงก็แล้วกัน...” อานนท์แกล้งพูดยั่วออกไปแบบนั้นเอง เขาแค่ต้องการข่มขวัญหญิงสาวไปในตัว พร้อมกับถลึงสายตาดุดันขับไล่คนอิดๆออดๆให้ออกไปจากตัวลิฟต์เสียโดยเร็ว ก่อนที่ความอดทนของเขาจะขาดผึงแล้วชกหน้ามันเข้าให้สักหมัดให้หายอาการสาระแนไม่เข้าเรื่อง ไอ้นี่มันวอนเท้าเขาเสียแล้วไหมล่ะ...

คนถูกขับไล่ถอนหายใจ สุดท้ายต้องจำยอมถอยห่าง

 “เธอก็เหมือนกัน เลิกดิ้นเลิกพยศได้แล้วก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนไปมากกว่านี้”

 “นั้นก็ปล่อยฉันลงสิไอ้คนเลว คุณจะพาฉันไปไหนตามอำเภอใจไม่ได้ทั้งนั้น เพราะสิ่งที่คุณกำลังทำมันผิดกฎหมาย เพราะมันหมายถึงคุณลักพาตัวฉันมาเพื่อกักขังหน่วงเหนี่ยว” มุขธิดาแหวใส่ พยายามยกกำปั้นที่ถูกมัดไว้แน่นหนาขึ้นทุบตีแผ่นหลังกว้างไม่หยุดหย่อน จนอานนท์เกิดความรำคาญ ชายหนุ่มเลยยกฝ่ามือหนาของตนขึ้นแล้วจัดการหวดลงบนก้นงอนงามเสียงดังป๊าบจนคนดิ้นรนขัดขืนถึงกับหลุดเสียงร้องคร่ำครวญด้วยความเจ็บแปลบตรงบริเวณที่เขาตี

“โอ้ย!

“ถ้าขืนเธอยังคิดทำร้ายร่างกายฉันอีกเพียงปลายก้อย เธอได้ถูกฉันจับปล้ำมันในลิฟต์ตรงนี่แหละ โอ๊ะ!ว่าไปแล้วความคิดนี้ก็ดูไม่เลวเหมือนกันนะ การได้โรมรันกับร่างขาวๆของเธอในลิฟต์ซึ่งมีกล้องวงจรปิดบันทึกภาพเอาไว้ทุกท่วงท่า จนอาจทำให้ภาพบางอย่างมันหลุดรอดเผยแพร่ไปทั่วโลก มันอาจทำให้เธอเผยธาตุแท้บางอย่างออกมาให้ฉันเห็นแทนคำพูดสวยหรูของเธอก็ได้นะแม่หนูหริ่ง”

“อย่านะคนเลว” เสียงหวานสั่นเครือ รู้สึกมือเท้าเย็นเยียบเมื่อคิดตามคำพูดของชายหนุ่ม ถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริงแล้วเธอยังจะกล้ามีลมหายใจอยู่เพื่อทนมองสายตาผู้คนได้อย่างไร

“แล้วก็อย่าบังอาจมาเรียกฉันด้วยคำพูดหยาบคายเหมือนกับบรรดาผู้หญิงชั้นต่ำทั้งหลายเขาใช้เรียกขานอีก ถ้าเธอยังไม่อยากเป็นนางเอกหนังโป๊ะเร็วๆนี้ ก็หัดเรียกฉันเสียใหม่ด้วยคำพูดไพเราะฟังแล้วเสนาะหูฉันหน่อย”

มุขธิดาเบิกตาโต นึกกลัวคำขู่ของเขา

“ฉัน...เอ่อ...ฉันไม่ผิด ทำไมคุณถึงไม่ยอมเชื่อคำพูดของฉันบ้าง” มุขธิดากลั้นใจพูดกับเขาดีๆ พยายามดึงสติเพื่อใช้แก้ปัญหา

“ผิดหรือไม่ผิดมันขึ้นอยู่กับฉันคนเดียวที่เป็นคนตัดสิน แล้วอีกอย่างเรื่องนั้นมันก็จบไปตั้งนานแล้วด้วย มันจบไปตั้งแต่เธอยินดียอมรับเพียงเงินหมื่นจากน้องชายของฉันนั่นแหละ ไหนๆไอ้ปลามันก็ยอมเสียเงินให้เธอโดยได้แค่ลูบๆคลำๆเท่านั้น ฉันในฐานะพี่ชายของมัน จะขอเรียกใช้บริการต่อจากมันสักครั้งจะเป็นไรไปล่ะ จริงไหม...” พูดจบฝ่ามือหยาบแสร้งลูบไล้ไปตามเรียวขาขาว มุขธิดาขยับดิ้นขลุกขลักไม่ยอมให้มือสกปรกของชายหนุ่มแตะต้องล่วงเกินเธอได้ง่ายๆ

“ขาวจนน่าฟัดไปทั้งตัวแบบนี้ไงเล่า เจ้าปลามันถึงลงทุนยอมจ่ายเงินให้เธอเป็นหมื่น”

คนพูดแสยะริมฝีปากดูแคลน ชักสีหน้าบึ้งตึง นึกไม่ชอบใจกับสิ่งที่ตัวเองพูดออกมาเมื่อกี้สักเท่าไหร่ ทำไมเขาต้องรู้สึกห่วงแหนผู้หญิงที่เขาเพิ่งเคยเห็นหน้าเพียงไม่กี่ครั้ง แถมเจ้าหล่อนยังอยู่ห่างไกลกับคำว่าผู้หญิงของนายอานนท์ชนิดที่เรียกว่า ไกลโข

มุขธิดาได้ฟังคำโอ้โลมของชายหนุ่มพาลทำเอาขนลุกซู่ หัวใจเธอแทบหล่นหาย ต้องรีบดึงสติของตัวเองกลับมาอีกครั้ง ลองพูดจากับเขาใหม่ คิดว่าเขาน่าจะใจอ่อนยอมปล่อยเธอ

“คุณนนท์ คุณกำลังเข้าใจฉันผิดอยู่นะคะ เพราะฉันยังไม่ได้รับเงินอะไรจากน้องชายของคุณตามที่เขาโกหกสักบาทเดียว เขาลวนลามฉัน แล้วฉันก็แค่มาทำงานพิเศษเป็นเด็กเสิร์ฟเท่านั้น ฉันไม่ได้มาขายตัวอย่างที่คุณเข้าใจผิด” มุขธิดาโต้กลับเสียงนิ่งขึ้นอย่างมีความหวัง เขาอาจจะเชื่อเธอขึ้นมาบ้าง ยิ่งตัวเลขบนแผงไฟเลื่อนขึ้นไปเรื่อยๆหัวใจของเธอเหมือนยิ่งถูกบีบด้วยมือที่มองไม่เห็นเข้าไปทุกที

“ขายไม่ขายเดี๋ยวเราได้รู้กันแม่หนูหริ่ง” ดวงตาคมกริบหรี่มองบั้นท้ายงอนงาม อดใจไม่ไหวจึงยกมือขึ้นฟาดลงไปแต่หนนี้แผ่วเบาไม่รุนแรงเพราะเป็นการหยอกเอินไม่ได้ตีเพื่อลงโทษเหมือนก่อนหน้านี้

“ไม่ๆ คุณต้องฟังฉันบ้าง โธ่! คุณนนท์” คำตอบของเขาทำเอาร่างบางสั่นเทา ความสิ้นหวังค่อยๆคืบคลานเข้ามา มุขธิดารำพันเสียงเบา น้ำตาใสคลอเบ้า

ติ๋ง!!!

และแล้วเสียงกรีดหัวใจหญิงสาวก็ดังขึ้น พร้อมกับการเลื่อนเปิดอ้าของประตูลิฟต์ มุขธิดาถึงกับน้ำตาหยดแหมะไปตลอดทางเดิน กรรมใดหนอถึงทำให้เธอต้องมาเจอะเจอกับความอดสูใจได้เช่นนี้ มันน่าสมเพชตรงที่เธอไม่อาจลุกขึ้นสู้เพื่อทวงความยุติธรรมให้กับตนเองได้เลยนี่สิ ทำให้เธอยิ่งเกลียดตัวเอง เกลียดที่เกิดมาเป็นผู้หญิงอ่อนแอ ไม่อาจช่วยเหลือตัวเองได้ยามถูกคนอื่นเขารังแก

 เขาไม่แม้แต่จะฟังเธอสักคำ เอาแต่หลงเชื่อคำพูดของญาติตัวเองฝ่ายเดียว ความเจ็บปวดยิ่งตอกย้ำหนักหน่วง ทำไมครอบครัวของเธอต้องมาเจอกับคนประเภทนี้ด้วยก็ไม่รู้ ในขณะที่อานนท์ไม่ฟังคำพูดของเธอ พี่โมชเองก็ถูกคนอื่นเขาใส่ร้าย โยนความผิดให้อย่างไม่รู้ตัว เพียงแค่เจ้าของโรงงานรับรู้ความจริงญาติของตัวเองเป็นคนผิด ขโมยชิ้นส่วนเหล่านั้นออกไปขายเอง ไม่ใช่ใครอื่นไกลที่ไหน พวกนั้นเลยกลับคำให้การทุกอย่างใหม่ แล้วโยนความผิดทั้งหมดให้พี่ชายเธอเป็นแพะรับไปอย่างหน้าด้านๆ

อานนท์จำใจต้องวางร่างเล็กบนบ่าลงบนพื้นหน้าประตูทางเข้าเพนท์เฮ้าส์ชั้นบนสุดของคอนโดหรู หนึ่งในโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ตระกูลเขาเป็นเจ้าของ แล้วรวบเอาร่างของหญิงสาวมากักกันไว้ด้วยร่างหนาของตัวเองแทน เมื่อแม่หนูหริ่งจอมดื้อด้านเอาแต่ดิ้นรนประทุษร้ายร่างกายเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย ฝ่ามือใหญ่ข้างที่ว่างจึงจัดการดึงคีย์การ์ดออกจากเสื้อสูท รีบประทับมันลงตามสัญญาณเซนเซอร์ไฟ ประตูแผ่นหนาสีนิลจึงเปิดอ้าออกโดยอัตโนมัติ...

“ดื้อนักใช่ไหมแม่ตัวดี เข้ามานี่เลย” อานนท์รวบเรียวแขนเล็กไว้ด้วยมือข้างเดียว พลางดึงรั้งหญิงสาวเข้าด้านใน แต่มุขธิดาไม่ยอม เธอฝืนร่างเล็กกว่าไว้สุดแรง แต่สุดท้ายต้องยอมพ่ายแพ้ให้คนแรงเยอะกว่า เพราะถูกเขากระชากพรวดเดียวร่างบางถึงกับเซล้มก้นจ้ำเบ้า

มุขธิดายกมือขึ้นกุมหน้าท้องตัวเอง ด้วยรู้สึกจุก พร้อมกับหันรีหันขวางมองรอบห้องใหญ่ที่ประกอบไปด้วยเฟอร์นิเจอร์ครบครันด้วยสายตาตื่นกลัว พอเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของห้อง เขายืนจังก้าดวงตาลุกโชน เธอถึงกับสะดุ้งเฮือกตาลีตาเหลือกคลานหนีเขา เมื่อเจ้าของห้องราคาแพงยับขยับคุกคามเข้าหาเธอ

“คุณ!ปล่อยฉันไปเถอะนะ ให้ฉันกราบก็ยอม แต่อย่าทำอะไรฉันเลย ฉันไม่ได้มีอะไรกับน้องชายคุณจริงๆ แล้วฉันก็ไม่ได้คิดจะขายตัวให้กับใครหน้าไหนทั้งนั้นด้วย”

แม้จะรู้สึกจุกทุกครั้งยามขยับตัว แต่หญิงสาวยังพยายามตะเกียกตะกายกระเถิบร่างของตัวเองหนีจนชิดติดกับโซฟาหรูกลางห้องกว้าง โดยที่ริมฝีปากอิ่มเอาแต่ร่ำร้องอ้อนวอนขอให้ชายหนุ่มปล่อยเธอกลับบ้าน อานนท์เลิกคิ้วเข้มมองร่างเล็กที่เอาแต่คลานหนีเขาหัวซุกหัวซุนไม่ต่างจากหนูหริ่งตัวเล็กๆวิ่งหนีเจ้าแมวอ้วนพีเช่นเขา ชายหนุ่มแสยะยิ้มร้ายเมื่อภาพนั้นยิ่งกระตุ้นเร้าอารมณ์นักล่ารีดเค้นเอาความปรารถนาร้อนแรงในกายเขาให้ผุดขึ้นมาสู่ตรงกลางลำตัว จนเขาอยากกระโจนกระแทกความคับแน่นภายใต้กางเกงคับติ้วนี้เข้าสู่ร่างขาวราวน้ำนมตรงหน้าจนแทบขาดใจ แล้วปลดปล่อยความซ่านเสียวรุนแรงโดยไม่ต้องใส่ใจอะไรรอบข้างทั้งนั้น

ชายหนุ่มเดาะลิ้นในปากโดยที่สายตาไม่คลาดเคลื่อนจากร่างบนพื้น ในสมองขาวโพลนเมื่อจินตนาการถึงบทรักร้อนแรงระหว่างเขากับเจ้าหล่อน เนื้อเข้าเริ่มเต้นระริก...

“กรุณาฉันด้วยเถอะ...ปล่อยฉันไปนะคะ” มือที่ยกขึ้นไหว้โน้มลงพื้นเพื่อหวังให้เขาเห็นใจ แต่ทว่าพอเธอเงยหน้าขึ้นมาจากพื้นพรมสีขาวสะอาดตา ซึ่งดูมันน่าจะสะอาดกว่าชุดที่เธอสวมใส่ติดตัวอยู่ตอนนี้ด้วยซ้ำ และสิ่งที่เธอเห็นจากสีหน้าและแววตาไม่แยแสของเขา กลับยิ่งตอกย้ำความเข้าใจก่อนหน้าของเธอเป็นอย่างดี ผู้ชายคนนี้จิตใจไม่ปกติจริงๆนั่นแหละ จิตใจของเขามันดูหยาบกระด้างเกินกว่าจะเยียวยารักษาให้หาย เพราะต่อให้เธอต้องฆ่าตัวตายต่อหน้าต่อตาเขาตอนนี้ เขาก็คงไม่สนใจจะแลมองหรือแม้จะเสียเวลาเอ่ยปากห้ามเธอให้เสียเวลา

เหอะ! แล้วนี่เธอยังมีหน้ากล้าคิดหวังขอความเมตตาจากเขาอีกอย่างนั้นเหรอ เขาคงจะยอมปล่อยเธอไปง่ายๆอยากที่ร้องขอหรอกนะ ยัยมุขเอ่ย เธอสิ้นคิดขนาดยอมยกมือไหว้ขอร้องพญาเสือให้ยอมคลายเหยื่อออกจากปากเชียวหรือเนี่ย...

 “จะรีบไปไหนล่ะแม่หนูหริ่ง สู้อยู่หาอะไรสนุกๆเร้าใจทำแก้เบื่อกันก่อนดีกว่า ฉันว่า เธอน่าจะชอบกว่าการร้องขอโดยเปล่าประโยชน์นะ”

อานนท์พูดพลางถอดเสื้อสูทสีดำเหวี่ยงทิ้งบนโซฟาโดยไร้ความสนใจกับมัน แล้วค่อยๆเลื่อนนิ้วมือแกะกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวออกทีละเม็ดจนแลเห็นแผงหน้าอกกว้างบรรจุไปด้วยหน้าท้องเป็นลอนงามหลายลูกอย่างคนออกกำลังกายสม่ำเสมอ โดยที่นัยน์ตาพญาเสือร้ายจับจ้องมองเหยื่อด้วยความรู้สึกหิวโซ เขาเองก็ยังไม่เข้าใจตัวเองอยู่เหมือนกัน ทำไมถึงต้องอยากได้ผู้หญิงตรงหน้าจนเนื้อตัวสั่นไปหมดเช่นนี้ด้วย และไอ้ความไม่เข้าใจตัวเองนี่แหละ ที่ทำให้เขาต้องรู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่านจนต้องหาทางระบายออกรุนแรงกับตัวต้นเหตุแบบนี้ไง

 ทำไมเขาจะต้องอยากได้ผู้หญิงคนนี้จนเนื้อตัวสั่นขนาดนี้ด้วยนะ ทั้งที่รอบกายเขามีผู้หญิงเข้าหาไม่เว้นว่าง เขาต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ ทั้งที่เจ้าหล่อนนั้นไม่ได้มีอะไรน่าสนใจเลยแม้แต่น้อย เพราะแม้แต่เสื้อผ้าไม่ต่างจากผ้าขี้ริ้วที่เจ้าหล่อนชอบห่อหุ้มกายหรือแม้กระทั่งหน้าตาของเจ้าหล่อนเอง ยังห่างไกลกับคำว่าผู้หญิงของนายอานนท์ บูรณกำจน จนไม่เห็นฝุ่นก็ว่าได้

 เขายอมรับ ตอนนี้เขาชักหน้ามืดจนมองไม่เห็นศีลธรรมอันใดตามที่มารดาเขาอุตส่าห์เพียรพร่ำสอนมาตั้งแต่เล็กจนโต ไม่รู้และไม่คิดจะสนใจฟังคำพูดปฏิเสธของเจ้าหล่อน จะขายหรือไม่ขายตัวเป็นอาชีพก็ช่าง ในเมื่อตอนนี้เขาคิดอยู่อย่างเดียวในหัว เขาต้องนอนกับเจ้าหล่อนให้ได้...

“ฉันทำผิดอะไรนักหนา คุณถึงได้ทำกับฉันแบบนี้”

“ความผิดที่ฉันอยากให้เธอผิดไงละ นั่นคือความผิดของเธอ”

“คนเลว!” มุขธิดากัดฟันพูด

 “แล้วเธอจะได้รู้ซึ้งเชียวละ ยัยหนูหริ่ง ว่าคนเลวจริงๆ ตอนมันเข้าไปอยู่ในร่างกายเธอ ทำรักกับเธออย่างสุขสมจนต้องร้องขอไม่หยุดปากมันเป็นยังไง”

“ไม่มีทางที่ฉันจะรู้สึกอย่างนั้นเด็ดขาด ต่อให้ฉันต้องตาย คุณก็อย่าหวังว่าคุณจะได้ยินมันออกจากปากของฉัน”

“ของแบบนี้ไม่ลองแล้วจะรู้ได้ยังไง จริงไหม?” อานนท์หรี่ตามองคนอวดดี พลางวาดมือหนาขึ้นลูบใบหน้าขาวก่อนบีบกลีบปากอิ่มจนบิดเบี้ยว พลางพูดใส่หน้า

“แต่ก็เอาเถอะ...พูดไปคงไม่เห็นภาพ เอาไว้ทำจริงให้เห็นเลยดีกว่า แต่จะบอกอะไรไว้สักอย่างเพื่อเอาบุญ เธอไม่ต้องกลัวว่าฉันจะใช้บริการเธอซ้ำ สำหรับเธอหนเดียวคงเกินพอ และฉันจะไม่เก็บเธอไว้บนเตียงแสนแพงของฉันนานๆแน่ ฉันกลัวกลิ่นสาบในร่างเน่าๆของเธอจะติดเตียงฉันมากกว่า... “

มุขธิดาไม่ได้รู้สึกอะไรมากกับคำพูดของชายหนุ่มนอกจากความเกลียดชังเท่านั้น เธอรู้สึกขยะแขยงเขาจนแทบอาเจียน

“ใช่...ตัวฉันมันทั้งสกปรกแล้วก็มีกลิ่นเหม็นสาบสารพัดอย่างที่คุณพูดนั่นแหละ ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วคุณจะมัวเสียเวลามากักขังฉันไว้ทำไม สู้คุณเอาเวลากระดิกนิ้วเรียกสาวๆของคุณมาปรนเปรอไม่ดีกว่าเหรอ ฉันรู้อำนาจเงินของคุณทำได้ เพียงไม่ถึงนาทีผู้หญิงเหล่านั้นต่างก็พร้อมใจให้บริการคุณถึงเตียงนอนอยู่แล้ว ”

“แล้วทำไมฉันจะต้องกระดิกนิ้วเรียกใครต่อใครมาให้เสียเวลา ในเมื่อตรงหน้าฉันนี่ก็มีที่สำหรับให้ระบายอารมณ์อยู่แล้วทั้งคน” พอพูดจบประโยคกระดุมเม็ดสุดท้ายนั้นหลุดออกจากรังของมันพอดี อานนท์ปล่อยให้เสื้อเชิ้ตแบรนด์ดังหลุดร่วงสู่พื้นโดยไร้การสนใจอีกตามเคย ร่างกายทรงพลังนั้นเหลือเพียงกางเกงสแล็คสีดำเพียงตัวเดียวติดตัวเอาไว้ พร้อมไร้สายตาเร่าร้อนมองเรือนร่างบอบบาง  

“ฉันจะจ่ายให้มากกว่าไอ้ปลาสองเท่า” อานนท์เสนอราคาอย่างใจป้ำ

มุขธิดาเบื่อจะเถียงสู้ พูดจนปากจะฉีกเขายังไม่เชื่อ เธอจึงเลือกที่จะนิ่งแล้วเบือนสายตาหนีภาพตรงหน้าพร้อมหยดน้ำตาไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ยกมือปาดมันทิ้งก่อนซุกร่างเล็กเบียดเข้าหาโซฟามากยิ่งขึ้น ต้องการใช้มันเป็นเกาะป้องกันตัวเองให้เท่าที่จะทำได้  

อานนท์นึกไม่ชอบใจเลยกระเถิบกายเบียดชิดร่างเล็ก แล้วบีบปลายคางมนบังคับให้หญิงสาวหันหน้ามามองที่เขา

 “หึ...แล้วเธอจะติดใจ”

 “ฉันไม่มีทางติดใจผู้ชายสารเลวอย่างคุณเด็ดขาด เพราะว่าฉันขยะแขยงคุณเหลือเกินโปรดจงรู้เอาไว้เสียด้วย ”

“ปากกับใจเธอให้มันตรงกันหน่อยสิแม่หนูหริ่ง”

อานนท์กัดฟันกรอด รู้สึกฉุนเฉียวกับคำพูดของหญิงสาว แววตาของเขาวาวโรจน์ขึ้นด้วยความหงุดหงิดหัวใจ ชายหนุ่มรู้สึกเดือดปุดๆขึ้นมา เมื่อเขาดันสัมผัสได้ถึงสิ่งที่หญิงสาวพ่นคำผรุสวาทออกมานั้นมันเป็นไปตามคำพูดของเจ้าหล่อนจริงทุกประการ ยิ่งมองลึกเข้าไปในดวงตาแดงก่ำ ไอ้คำว่าขยะแขยงยังดูจะน้อยเกินไปเสียด้วยซ้ำในตอนนี้

“ฉันเกลียดคุณ”

“ฉันก็ไม่ได้ชอบเธอ อย่าได้คิดหลงตัวเองเชียวนะ”

“นั้นคุณก็อย่ามายุ่งกับฉันสิ”

“ทำไงได้ก็ยุ่งไปแล้วนี่”

 “คุณมันไอ้หน้าตัวเมีย ชอบรังแกแต่กับผู้หญิงไม่มีทางสู้” เมื่อรู้ว่าตัวเองคงพ่ายแพ้ต่อพละกำลังของเขาเป็นแน่แท้ ถ้าหากเขาจะขืนใจเธอ เธอก็คงสู้แรงเขาไม่ได้ ดังนั้นก่อนที่จะต้องเสียอะไรให้ไอ้ซาตานชั่วร้ายคนนี้ไป  ขอเธอด่าเขาให้สาแก่ใจหน่อยเถอะ

“ปากดีนักใช่ไหม ดี...พยศหนักๆแบบนี้ละ ที่ฉันชอบ”  อานนท์เค้นเขี้ยวคุกคาม เขากระชากร่างเล็กด้วยมือทั้งสองข้าง จนหญิงสาวลอยหวือเข้าประชิดอกแกร่ง ดวงตาสองด้วยสอดประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร

“ไอ้โรคจิต”

“เออ...แล้วอย่ามาร้องครางให้ไอ้โรคจิตคนนี้สนองให้แรงๆก็แล้วกัน” อานนท์เม้มริมฝีปากแน่น นัยน์ตาพญาเสือร้ายเบิกโพลงดุดัน เมื่อตอนนี้ชายหนุ่มรู้สึกหมดความอดทนจนอยากจะฉีกเนื้อขาวๆนี้ออกเป็นชิ้นๆ ไม่รู้ปากดีแบบนี้ตรงอื่นจะดีเหมือนปากด้วยหรือเปล่า ตัวเล็กพริกขี้หนูแค่นี้จะทนลองรับอารมณ์ของเขาได้สักกี่นาทีกันเชียว

 และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลานาน อานนท์จึงขยุ้มปลายเล็บเข้ากับเนื้ออ่อนตรงลำแขนเรียว ก่อนจะผลักร่างเล็กกระแทกล้มลงไปกับพื้นพรมสีขาวนุ่ม แล้วตัวเองโถมร่างหนาเข้าหาร่างน้อยตามไปติดๆ ไม่ให้เวลาหญิงสาวได้ลุกหนีไปไหนได้ เขาจัดการกักกันร่างเล็กนั้นไว้ด้วยกายกำยำของตนเอง บดเบียดร่างเข้าหาพร้อมกับโน้มใบหน้าหล่อคมลงต่ำบดขยี้ริมฝีปากอิ่มเต่งอย่างหื่นกระหาย

มุขธิดาหลับตาปี๋เมื่อเธอรู้สึกเจ็บจี๊ดตรงบริเวณต้นแขน แม้แต่ริมฝีปากอิ่มของเธอเองที่ตอนนี้กำลังถูกซาตานร้ายกระแทกเข้าหาพร้อมบดขยี้อย่างไม่ปรานีกันสักนิดนั้น เธอรับรู้ได้ถึงกลิ่นคาวของเลือดภายในโพรงปากคละคลุ้ง ได้แต่เจ็บใจเมื่อต่อต้านเขาไม่ได้

 อานนท์ยอมตัดใจถอนจูบ ดันร่างหนาขึ้นคร่อมร่างบาง ก่อนดึงทึ้งสิ่งกีดขวางเมื่อรู้สึกไม่ทันใจ

แควก...

เสียงเนื้อผ้าถูกฉีกขาดกระจุยออกเป็นชิ้นส่วน ช่างบาดลึกเข้าสู่จิตใจเหลือจะรับได้ มุขธิดานอนหายใจรวยรินอย่างสิ้นหนทางต่อสู้ ยอมสยบแทบเท้าแด่อสูรร้ายไร้หัวใจ เพราะไม่รู้จะสรรหาอะไรมาใช้ต่อกรกับเขาอีกแล้ว อานนท์เองถึงกับตะลึงตะลานกับความขาวของร่างสาวที่ดูเหมือนไม่มีอะไรดึงดูดเมื่อคราแรก แต่พอถูกเขาลอกคราบออกจนหมดเกลี้ยง จากร่างที่ไม่มีอะไรน่าพิสมัย กลับดึงดูดสายตาจนเขาไม่อาจเลื่อนมองอะไรได้อีกแล้ว โดยเฉพาะความเต็มอิ่มตรงกลางกายสาวสะพรั่ง กลีบอูมของเจ้าหล่อนนั้นยังปิดสนิทเหมือนยังไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน แต่จะเป็นอย่างนั้นได้ยังไงกัน ในเมื่อเจ้าหล่อนรับทำอาชีพอย่างว่ามาก่อนนี่นา  

หรือว่า...ไอ้ปลามันจะเล่นตลกแล้วพูดโกหกเขาอย่างที่แม่นี่พยายามบอกตั้งแต่ทีแรก แต่ก็ช่างหัวมันสิ เพราะไม่ว่าสุดท้ายแม่หนูหริ่งจะทำอาชีพอะไรก็ตาม อย่างไรเสียเขาจะจ่ายให้หญิงสาวอย่างสมน้ำสมเนื้อก่อนจะเฉดหัวแม่นี้ออกไปจากชีวิตเขาอยู่แล้วนี่ เขาคงไม่เก็บเจ้าหล่อนเอาไว้นาน นอนด้วยไม่กี่ครั้งเดี๋ยวเขาก็คงจะเบื่อ

และด้วยผิวพรรณขาวราวเด็กอ่อน ทำเอาอานนท์เผลอกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เมื่อภาพทรวดทรงองเอวของแม่หนูหริ่งนั้นช่างเรียกเลือดลมเขาให้พลุกพล่านดีเหลือเกิน ยิ่งไอ้ผิวขาวโพลนไร้ที่ติของเจ้าหล่อน ยิ่งกระตุ้นเป้ากางเกงของเขาให้ขยายพองตัวจนคับติ้ว มันช่างดูกลมกลืนไปกับพื้นพรมในห้องพักของเขาอย่างน่ามอง เจ้าหล่อนดูขาวสะอาด บริสุทธิ์ไม่ต่างจากน้ำค้างกลางหาวก็ว่าได้

หรือเจ้าหล่อนยังบริสุทธิ์อยู่ แวบหนึ่งในความคิดของคนขี้หงุดหงิดผุดขึ้นมาสะกิดใจให้เขาได้คิด แต่เพียงแวบเดียวเท่านั้น อานนท์ก็จัดการปัดมันทิ้งไปอย่างไม่ไยดี ตอนนี้คงไม่มีอะไรสำคัญมากกว่าการทำรักกับผู้หญิงเบื้องล่างเขาอีกแล้ว กว่าจะปราบพยศเจ้าหล่อนได้สำเร็จ เล่นเอาเขาเสียเหงื่อไปมิใช่น้อย

ของแบบนี้ มันต้องเอาคืนบ้างสิ มันถึงจะแฟร์กันทั้งสองฝ่าย...

มุขธิดาได้แต่นอนตัวแดงเป็นกุ้งสุข หมดเรี่ยวแรงจะต้านทานไหว ปัดป้องมือปลาหมึกเขายุบยับทั่วกายเธอ สุดท้ายเขาก็ทำมากกว่านั้นจนเธออ่อนใจ

อานนท์อดชื่นชมผิวขาวของผู้หญิงที่เขานึกดูแคลนไม่ได้ จนเผลอรำพึงออกมา และแน่นอนคนถูกชมไม่ได้รู้สึกดีสักนิด มีแต่จะสะอิดสะเอียนเสียงด้วยซ้ำไป

“ผิวเธอสวยมาก”

มันสวยจนความเป็นเขาเต้นตุบประท้วงอยู่ภายในกางเกง มันอยากจะเข้าไปทักทายในร่างกายนี้เหลือคณา เขารู้สึกมวลไปทั่วท้องจนต้องขยับกายลุกขึ้นนั่งชันเข่าเพื่อบรรเทาความร้อนรุ่มให้เบาบาง พลางรูดซิปกางเกงออกปลดปล่อยปราการชิ้นสุดท้ายออกจากเรือนร่างกำยำสมชายชาตรี ซึ่งตอนนี้ทั้งเขาและหญิงสาวเหลือเพียงร่างกายเปลือยเปล่า เส้นเอ็นอวบใหญ่ชี้ตั้งเพื่อประกาศศักดานุภาพแก่คนใต้ร่างตั้งผงาด มุขธิดารีบเบือนสายตาหนีกับความมโหฬารปลดปล่อยน้ำตาให้ไหลรินออกมาอาบสองข้างแก้มนวล เพราะนึกสมเพชตัวเองที่ไม่อาจช่วยเหลือให้รอดพ้นจากเงื้อมมือปีศาจร้ายตนนี้ได้แล้วจริงๆ

เธอกำลังจะถูกเขาขืนใจ...

อานนท์จับเรียวขาแยกห่าง ลำกายสาวเกร็งขึ้นรับการบดเบียด ก่อนกายหนาจะแทรกตัวทาบทับลงบนร่างน้อย สอดมือดันร่างเล็กให้แอ่นขึ้นรับการเสียดสี ก่อนฉกริมฝีปากชื้นของตัวเองแนบสนิทกับกลีบปากหวานฉ่ำ ละเลียดชิมกลีบเนื้อปากด้านล่างพร้อมกับสอดปลายลิ้นเข้าไปหยอกเอินปลายลิ้นเล็ก เกี่ยวกระหวัดลิ้นน้อยเอาไว้ ก่อนบังคับให้มุขธิดาตอบสนองเขากลับบ้างด้วยการโอบร่างเขาไว้

ส่วนมือว่างอีกข้างนวดเคล้นเต้างามขนาดพอดีมือ ความนุ่มหยุ่นไม่เหลวสร้างความพึงพอใจแก่เจ้าของฝ่ามือร้อนยิ่งนัก อานนท์หลงเพลิดกับเพลิงตัณหาที่ตัวเองเป็นฝ่ายจุดขึ้น พร้อมจับจูงคนไร้ประสบการณ์ให้เดินทางไปด้วยกันได้อย่างลงตัว

หญิงสาวไร้ประสบการณ์ไม่กล้าขัดขืนดื้อรั้นอีกต่อไป เพราะถ้าเธอขืนยังดื้อดึงไม่ยอมตามใจเขา ปลายถันสีสดของเธอก็จะถูกเขารังแก โดยการฝังรอยฟันลงบนฐานเนื้อเต็มเต่งจนเกิดรอยช้ำเป็นจ้ำม่วงเขียว

อานนท์พรมจูบไปทั่วเรือนร่างระหง เขาใช้ปลายจมูกโด่งลากไล้สัมผัสจนมาถึงแอ่งผลิตน้ำทิพย์ชั้นดี แล้วซุกใบหน้าเข้าหา

 “โอ๊ะ! คุณนนท์ ฉันเจ็บนะคะ”

 มุขธิดาเบ้หน้าเมื่อถูกเขาใช้ซี่ฟันลากไล้ไปบนผิวเนื้ออ่อนไวต่อสัมผัส กลีบผกามาศถูกชำแลกด้วยปลายนิ้วแข็งแรง มุขธิดากระสับกระส่ายร่างกายหนี แต่หนีไม่พ้น กลีบปากอิ่มบวมเจ่อหอเข้ากัน ดวงตาสุกสกาวเหม่อลอยเคว้งคว้างไร้จุดหมาย เมื่อกลีบสาวถูกรุกรานด้วยปลายนิ้วผลุบหายเข้าไปทั้งนิ้ว อานนท์บิดปากเพราะนิ้วเรียวถูกตอดรัดจากความใหม่เอี่ยมภายใน

“หนูหริ่ง...แน่นเหลือเกิน” เขาขยับนิ้วเข้าออกแรงขึ้นเมื่อถูกตอดรัดหนักเข้า

คนถูกรุกรานสิ่งสงวนครวญครางไม่เป็นภาษา ผมยาวกระจายแผ่เต็มพื้นพรมส่ายไปมา ยิ่งทำให้หญิงสาวดูเซ็กซี่จนอานนท์อดใจไม่ไหวดึงร่างขึ้นด้านบนแล้วบดจูบกลีบปากหอมหวานอย่างเอาเป็นเอาตาย พอหนำใจแล้วจึงวกกลับลงด้านล่าง จูบฟัดความอวบอูมด้วยริมฝีปากแทนนิ้วมือ

“อืม!...อืม!” เสียงหวานครางเสียงกระเส่า เธอรู้สึกทั้งเจ็บทั้งเสียวซ่านอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน  ยิ่งตอนถูกฝ่ามือร้อนเคล้นคลึงบนเต้าอวบสลับกับการแซะฉิมความเป็นเธอ กายสาวรู้สึกร้อนระอุสุดแสนทรมาน มันเหมือนมีเข็มนับร้อยนับพันเล่มทิ่มแทงหัวใจเธอจนพรุนไปหมดแล้วตอนนี้   

“ของเธอทั้งคับ ทั้งแน่นดีจัง”

 คนกำลังตาบอดด้วยฤทธิ์ราคะในรสรักผงกศีรษะขึ้นจากกลีบสาว ส่งสายตาพึงพอใจกับความสดแสนบริสุทธิ์ ก่อนก้มใบหน้าลงต่ำอ้างับเม็ดทับทิมสีอ่อนเข้าไปในปากร้อนชื้น  ดูดดึงยั่วเย้าอย่างคนตะกละตะกลาม สร้างความปั่นป่วนซ่านสยิวให้แก่คนตัวเล็ก ร่างงามดิ้นพล่านเมื่อถูกกระตุ้นตรงจุดกระสัน ติ่งน้อยถูกปลายลิ้นตวัดจนสุดท้ายร่างงามกระตุกเกร็งก่อนจะปล่อยน้ำรักสีขาวขุ่นออกมาจนไหลเยิ้มปากกลีบผกามาศ

“อร๊าย!” อานนท์ไม่คิดผละห่างจากสิ่งที่เขารอคอย  ชายหนุ่มปาดปลายลิ้นบนกลีบสวย จัดการดื่มกินน้ำหวานของหญิงสาวด้วยความเอร็ดอร่อยจนสะอาดเอี่ยม ส่วนมุขธิดารู้สึกอับอายจนไม่กล้าขยับตัวก้มลงมองตรงหว่างขา เธอได้แต่นอนอ้าขานิ่งให้เขาจัดการกับตรงนั้นของเธอต่อไป

อานน์กระตุกยิ้มภูมิใจ นี่แค่ถูกปลายลิ้นกับนิ้วเขาแค่นั้นเจ้าหล่อนยังดิ้นพล่านขนาดนี้ ถ้าหากโดนไอ้ลูกชายตัวเขื่องของเขากระแทกเข้าใส่ มีหวังเจ้าหล่อนคงแดดิ้นสิ้นชีวาคาอกเขาแน่

อานนท์ขยับกายขึ้นเหนือร่างอิ่มขาว ใช้มือลูบไล้หน้าท้องแบนราบของหญิงสาวไปมา มันให้ความรู้สึกลื่นมือเขาเป็นบ้า แววตาขุ่นมัวแห่งเพลิงราคะหรี่ลงมองเรือนร่างงดงามด้วยไฟปรารถนาอย่างยิ่งยวด ยิ่งผิวตรงเนินเนื้ออวบอิ่มสองทรวงงามของเจ้าหล่อนนั้นยิ่งแล้วใหญ่ มันทั้งขาวละเอียดราวกับน้ำนม ขนาดของมันนั้นก็ใช่ย่อย ใหญ่โตพอดีมือเขาก็ว่าได้ พอได้สัมผัสด้วยปลายลิ้น เลือดในกายเขาเดือดพล่าน ต้องการครอบครองหญิงสาวมันเสียเดียวนั้น...

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha