เสน่หารักนี้คือเธอ

โดย: กนกรส มาศอุไร กัมพู



ตอนที่ 15 : Ep12 : ชะตาชีวิตพลิกผัน (จบบท)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


พร้อมให้โหลดซื้อแล้ววันนี้...

เสน่หารักนี้คือเธอ
กนกรส
www.mebmarket.com
ความในใจของผู้ชายที่ชื่อ...อานนท์ บูรณกำจร…“นนท์คะ ช่วยหยิบตะกร้าหวายตรงโต๊ะมุมห้องมาให้หน่อยสิคะ มุขจะจัดตะกร้าขนมหวาน เอาไปให้คุณแม่ของนนท์เย็นนี้” อ้า...เสียงหวานของภรรยาตัวน้อยของผมดังมาจากห้องครัว “ครับมุข...” ผมหยุดความคิดลง พร้อมวางอัลบั้มรูปภาพของเธอไว้ในกล่องอย่างดี ผมชอบแอบถ่ายรูปตอนเธอทำงานบ้านยามเผลอ มันทำให้ผมรู้สึกดีอย่างแปลกประหลาด ทุกครั้งที่ผมเห็นเธอเดินป้วนเปี้ยนอยู่ในบ้าน ผมจะถ่ายรูปเธอเก็บไว้ เพราะรูปภาพเหล่านี้ก็เหมือนตัวแทนของความทรงจำในอดีต ให้ระลึกถึงแม้ยามที่เราแก่เฒ่า นี่คือภรรยาสุดที่รักของผม ชีวิตของผมที่ถูกเติมเต็มด้วยเธอคนนี้คนเดียว เสน่หารักนี้คือเธอ...


เสน่หาสายใยรัก
กนกรส
www.mebmarket.com
ฝ่ามือน้อยหยุดชะงักกึก เมื่อได้ยินคำเรียกขานลูกในท้องของเธอในทางหมิ่นแค้น คำพูดของคนเป็นพ่อใช้เรียกขานลูกของตัวเองเป็นเพียงสิ่งต้อยต่ำเช่นนี้เลยหรือ ดวงตาเคยหวานจึงตวัดขึ้นมองไปทางคนใจดำอย่างไม่พอใจ เขาไม่รับผิดชอบตัวเธอ เธอทนได้ แต่ไม่ใช่มาเรียกสิ่งมีค่านี้ว่าเป็นเด็กหัวขน.. “ถ้าหากนายจะกรุณาเราสองคนแม่ลูกจริงๆ ฉันขอแค่เรื่องเดียวเท่านั้น และหวังว่านายจะให้เราสองคนแม่ลูกได้สบาย” “เธอจะขออะไร?...” 




แรงรัดจากทางด้านหลัง อีกทั้งกลิ่นกายของบุรุษเพศน่าสะอิดสะเอียน ทำให้มุขธิดาเบ้หน้า รีบดันร่างของตนเองออกห่างกายชายพัลวัน เธอพยายามแกะข้อนิ้วมือใหญ่ออกจากข้อรอบเอวตัวเอง ทว่ามันไม่ต่างจากการเอาไม้ซีกไปงัดกับไม้ซุง โดนเขาบีบไว้จนแน่นขนัด รู้สึกร้าวระบมไปหมดทั้งลำแขน มันเหนียวหนึบยากต่อการแกะออกอย่างใจคิด แรงเธอมีแค่นี้ จะอาจหาญสู้อะไรกับแรงผู้ชายตัวโตกว่าได้ ตอนนี้มีหนทางเดียวที่อาจทำให้เธอรอดพ้นจากความอัปยศอดสู่ นั่นคือ รีบตั้งสติตนเองให้มั่น ละทิ้งความกลัว แล้วใช้สติปัญญาคิดหาทางแก้ไข เพราะอย่างไรก็ตาม เธอจะไม่มีวันยอมตกเป็นเบี้ยล่างให้ผู้ชายบ้านนี้คิดรังแก ย่ำยีกันได้ง่ายๆ แค่เธอตกเป็นของนายอานนท์ ผู้ชายจิตไม่ปกติ แค่หนเดียวมันก็ทำให้ชีวิตเธอนั้นแทบไม่เหลือค่าอะไรให้ภูมิใจ ถ้าวันนี้เธอต้องตกเป็นของผู้ชายคนน้องอีกคน เธอคงไม่อาจทนใช้ชีวิตได้อีกต่ออีกไป  เธอขอตายเสียยังดีกว่า

“กลิ่นตัวน้องหอมจัง”

ประภาวิธรัดร่างนุ่มนิ่มแนบกาย พลางโน้มใบหน้าลงสูดดมกลุ่มผมหอมนุ่ม แล้วเอ่ยปากชม ใบหน้าหล่อใสยิ้มกรุ้มกริ่ม สมหวัง สวรรค์กำลังรอเขาอยู่อีกไม่ไกล เขาจะกินแม่เนื้อขาวรสหอมละมุนนี้ให้เสียเต็มคราบ ชดเชยให้คุ้มกับวันนั้นที่เขาพลาดจากเนื้อหงส์อย่างเจ้าหล่อน แล้วต้องทนกลืนกินเนื้อห่านเหม็นคาวอย่างสาวพลอยแทน

เมื่อคิดถึงเจ้าของแผนการนี้ ประภาวิธต้องนึกขอบคุณเจ้าหล่อนในใจเป็นอย่างสูง เพราะแผนของสาวพลอยแท้ๆ เขาถึงได้ตัวของมุขธิดามาอย่างง่ายดาย เอาไว้พรุ่งนี้ก่อน เขาคงต้องโอนเงินสมนาคุณแม่นั่นเพิ่มให้อีกสักก้อนใหญ่ แผนการของเจ้าหล่อนนั้นกำลังเป็นผลดีงาม ทำให้เขาสมใจอยากเสียที โดยไม่ต้องใช้สมองให้เปลืองแรงอีกต่างหาก

“รู้ไหมพี่คิดถึงน้องมุขมากแค่ไหน”

“ปล่อย...” มุขธิดาสะบัดร่างอย่างนึกขยะแขยงลมหายใจอุ่นเหนือศีรษะ นิสัยคนเป็นพี่ชายเลวอย่างไร ดูเหมือนคนเป็นน้องชายนั้นเลวไม่ต่างกันสักนิด หญิงสาวเม้มปากสนิท นัยน์ตากระจ่างใสเรืองแสงด้วยความโกรธ เธอได้ทำกรรมเวรอะไรไว้กับผู้ชายตระกูลนี้หนอ ถึงได้ตามจองเวรจองกรรมไม่มีที่สิ้นสุด หลุดพ้นจากคนเป็นพี่ได้ไม่นาน วันนี้เธอกลับต้องมาตกอยู่ในเงื้อมมือของคนเป็นน้อง ทั้งที่เธอไม่เคยทำอะไรให้พวกเขามาก่อน จะโทษอะไรได้ นอกจากเวรกรรมของตนเองเท่านั้น

 “เราคุยกันนะครับน้องมุข อย่าเพิ่งปฏิเสธพี่เลย ลองฟังข้อเสนอกันก่อน น้องมุขอาจคิดเปลี่ยนใจก็ได้นะครับ” ประภาวิธกระชับอ้อมแขน รั้งร่างงามบังคับให้นั่งลงบนโซฟา โดยมีเขานั่งเบียดขนาบข้าง ลำแขนกำยำยังคงรัดร่างหอมละมุนไว้อย่างเหนี่ยวแน่น ไม่คิดสนใจแรงขัดขืนของหญิงสาว ปล่อยให้เจ้าหล่อนดิ้นไป เดี๋ยวพอหมดแรงก็คงเลิกดิ้นไปเองนั่นแหละ

“พี่ไม่คิดเอาเปรียบน้องอยู่แล้ว” พูดจบเขาฝังจมูกลงบนแก้มขาวอย่างอดใจไม่ไม่อยู่ เมื่อมุขธิดาทั้งหอมละมุนทั่วเรือนกาย เขาไม่ค่อยได้กลิ่นแบบนี้จากผู้หญิงคนไหน อีกทั้งรูปร่างของหญิงสาวยังดูอวบอิ่มถึงจะตัวเล็กไปนิดแต่แบบนี้สิเขาชอบ มันดูน่าขยำจับกินเป็นบ้า ปฏิกิริยาทางกายสัมผัสเสียดสี ยิ่งเร่งเลือดร้อนในกายเขาให้เดือดพล่าน แต่เขาต้องการเจรจาต่อรอง มากกว่าบังคับขืนใจหญิงสาว

มุขธิดาแทบอยากร้องไห้ เธอกัดปากตัวเองจนเจ็บ พร้อมรีบขยับร่างหนีออกห่างจากบ่วงรัด เบี่ยงใบหน้าหลบปลายจมูกโด่งวูบ เมื่อเขากำลังจะฝังมันลงมาอีกซีกแก้มของเธอ

“อย่านะ!” หญิงสาวร้องห้าม รีบเอนตัวหลบสัมผัสจาบจ้วง

“พี่ไม่คิดจะทำอะไรมุขหรอกน่า ขอแค่ชื่นใจเล็กๆน้อยๆก่อนเท่านั้นเอง”

ประภาวิธรั้งร่างงามเข้าหาลำตัว พร้อมยกมือขึ้นลูบไล้ข้างแก้มขาวลออไร้ไฝฝ่าอย่างนึกเอ็นดู เขาคลี่ยิ้มตรงมุมปาก กวาดสายตาโลมเลียมองใบหน้างามจนถึงรูปร่างอรชร อกเป็นอก เอวเป็นเอว สายตาหื่นกระหายของชายหนุ่มทำเอามุขธิดาผวาเฮือก กระถดตัวเองหนีห่าง หัวจิตหัวใจแตกกระเจิงสิ้นท่า

“แต่ตอนนี้พี่อยากนอนกับมุขมากกว่าเสียแล้วสิ”

“ไปตายเสียเถอะ ไอ้คนเลว คิดว่าคนอย่างฉันจะยอมแกง่ายๆหรือไง...” มุขธิดาตวาดเสียงข่ม นึกชิงชังชายหนุ่มอย่างแสนสาหัส แววตาหื่นกระหายของเขาดูน่าสะอิดสะเอียนชวนให้อ้วกใส่เหลือเกิน

 ประภาวิธไหวไหล่ เขาไม่คิดถือสากับท่าทางรังเกียจของหญิงสาว หล่อนแสดงออกมาโจ่งแจ้งก็ช่างหัวปะไร ประภาวิธคิดใช้น้ำเย็นเข้าลูบมากกว่าการใช้กำลังเข้าข่มเหง มันคงเป็นการดีกว่าแน่ ถ้าหากเขาทำให้หญิงสาวสมยอม โอนเอนตามเขายามระเริงรักกันบนเตียงนอน คิดแล้วก็รู้สึกกระชุ่มกระชวย เนื้อชายเต้นตุบตับภายใต้กางเกงยีนเนื้อดี

 เพราะมันคงน่าสนุกสุดเหวี่ยงกว่าเป็นไหนๆ ยามเขากับเจ้าหล่อนผัวพันนัวเนียกันอยู่บนเตียงนอน หรืออาจทุกที่ในบ้านหลังนี้ แล้วโยกโยนความหฤหรรษ์เข้าพันตรูใส่กันและกันอย่างถึงพริกถึงขิง พร้อมส่งเสียงกรีดร้องคร่ำครวญรัญจวนใจ สนุกสุดเหวี่ยง  

ประภาวิธเนื้อเต้นระริก กระสันอยากครอบครองหญิงสาวโดยไว เขาจึงไม่รีรอ รีบเสนอในสิ่งที่คิดว่าคงเป็นเรื่องดีสำหรับผู้หญิงจนๆคนหนึ่ง ในเมื่อเขาทำแบบนี้มาบ่อย และมันก็ได้ผลเสมอมาเสียด้วย

 “ผมให้คุณครั้งละหมื่น หนึ่งน้ำก็หนึ่งหมื่น ถ้าคุณบริการผมถึงใจ ผมมีเงินพิเศษให้คุณอีกต่างหาก” ชายหนุ่มเริ่มต้นเสนอในสิ่งที่คิดว่าตนเองนั้นมีเหนือกว่า และข้อเสนอของเขาคงทำให้หญิงสาวโดยทั่วไปถ้าหากได้ยินเป็นต้องตาโตไปตามๆกัน สาวเสิร์ฟจะต้องการอะไรมากไปกว่าเรื่องของเงินทอง ยิ่งนี่เป็นงานสบายเคยทำกันมาก่อน เจ้าหล่อนคงไม่คิดปฏิเสธเขาอย่างแน่แท้

ถ้าเขาเดาไม่ผิด พี่อานนท์คงใช้บริการจากเจ้าหล่อนไปเป็นที่เรียบร้อย ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ถูกคำสั่งห้ามเด็ดขาด ถึงขั้นประหารชีวิต ถ้าหากพี่นนท์จับได้ว่าเขายังไม่เลิกตอแยกับมุขธิดา

แต่ใครจะโง่พอให้จับได้ เขาบอกแล้วอะไรที่พี่นนท์ห้าม เขาจะต้องฝ่าฝืนทำมันให้สำเร็จนั่นแหละเขาถึงจะพอใจ

มุขธิดากัดปากจนเจ็บ นึกชิงชังผู้ชายตระกูลนี้ คิดเอาไว้ไม่มีผิด สันดานผู้ชายบ้านนี้เหมือนกันไม่ผิดเพี้ยนจริงๆ

“เป็นไงครับกับข้อเสนอของพี่ น้องมุขนึกสนใจขึ้นมาบ้างหรือยัง ถ้ายัง ไหนลองเสนอความต้องการของมุขมาสิครับ พี่พร้อมจะทำตามข้อเสนอทุกอย่าง ถ้ามันจะทำให้เราสองคนได้สนุกกันสุดเหวี่ยง” ชายหนุ่มหลิ่วตาถาม บีบข้อแขนในอุ้งมือตนเอง

คนถูกเสนอยังคงนิ่งเงียบ

“ว่าอย่างไรครับ น้องมุขคนสวย”

 “ฉันไม่สนใจอะไรทั้งนั้น...”

 เสียงเยียบเย็นดังขึ้นสวนกลับ มุขธิดากำมือเข้าหากันแน่น ตวัดสายตาขุ่นเขียวจับจ้องใบหน้าหล่อใสแล้วไพล่นึกถึงอีกคน ข้อเสนอทุเรศนะสิ ทำไมพี่กับน้องถึงได้มีนิสัยสันดานเดียวกันไม่ผิดเพี้ยน มองคนอื่นเป็นเพียงแค่สินค้าชิ้นหนึ่งเพื่อเอาไว้ซื้อขายต่อรอง โดยไม่เคยคำนึงถึงความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกันของคนคนนั้นเลยสักนิด เธอมีหัวใจ มีความรู้สึกเหมือนกับเขาทุกอย่าง รักเป็นเจ็บเป็น และในตอนนี้ เธอเองก็รู้สึกเกลียดชังผู้ชายตรงหน้าเข้ากระดูกดำเสียด้วย

“ฉันจะกลับ...” เมื่อความรู้สึกเกลียดมันไหลวนดั่งสายน้ำป่า มุขธิดาจึงรวบรวมแรงอันน้อยนิดสะบัดร่างอีกครั้ง

“ไม่เอาน่าน้องมุข พี่ยังไม่อยากใช้กำลังบังคับกันตอนนี้” ประภาวิธแสดงสีหน้าขัดใจ พลางกดร่างบอบบางไว้กับโซฟา ไม่ยอมให้หญิงสาวลุกขึ้นหนี

“ฉันไม่มีอะไรจะตกลงกับคุณทั้งนั้น เก็บเงินของคุณไปซื้อผู้หญิงคนอื่นกินเถอะ ฉันไม่คิดจะขายตัวเอง” เธอมองตอบเขาด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว

“หรือมันยังน้อยไป พี่เพิ่มให้อีกก็ได้นะ”

“ต่อให้สิบล้านร้อยล้านฉันก็ไม่เอา เพราะฉันไม่เคยคิดขายตัว”

“แต่พี่นนท์บอกกับผมว่าคุณขายให้กับเขานี่ครับ” ประภาวิธเจ้าเล่ห์ เขาหยิบยกเอาสิ่งที่คาดคิดเองขึ้นค้านคำพูดของหญิงสาว มุขธิดาตัวชาวาบ ใบหน้าแดงก่ำชาดิก นัยน์ตากระจ่างใสขยายโตขึ้น หัวใจดวงน้อยกระตุกสั่นสะเทือนอย่างไม่รู้สาเหตุ

“เขาบอกคุณว่าอะไรนะ” เธอเค้นเสียงถาม ความร้อนในกายไหล่เอ่อจนน้ำตาคลอเบ้า ทั้งน้อยใจและเจ็บใจ

“พี่นนท์ให้ผมลองเสนอเงินกับคุณเพื่อคุณสนใจ เพราะเขาก็ทำอย่างนั้นมาก่อนเหมือนกัน หรือคุณจะเถียงว่าไม่จริง...” ประภาวิธหยั่งเชิงถามโดยที่เขาคอยจับสังเกตแววตาสับสนของมุขธิดา และดูเหมือนข้อสันนิษฐานของเขาจะแม่นเอาเสียด้วย พี่นนท์กับมุขธิดาคงเคยซื้อขายกันมาก่อน  เมื่อทุกอย่างกำลังดำเนินการตามแผน ประภาวิธจึงเริ่มกระพือเปลวไฟให้โหมหนัก  

“เขาบอกว่าคุณเด็ด ลีลาบนเตียงถึงใจ เร่าร้อนและทำให้เขาอิ่มเอม เขาเลยเสนอให้ผมลองกับคุณดูสักครั้ง เผื่อว่าจะติดใจ”

มุขธิดากำหมัดแน่น   

“และเขายกบ้านหลังนี้ให้ผมเพื่อเอ่อ...เอาไว้นอนกับคุณ” ชายหนุ่มแกล้งตีหน้าละอายใจ เพื่อเพิ่มน้ำหนักในคำพูดของตนเองให้ดูน่าเชื่อถือ

และนั่นเท่ากับเป็นการสาดน้ำมันลงกองเพลิงดีๆนี่เอง มุขธิดาตวัดสายตาขุ่นคลัก ได้แต่นึกเจ็บใจ สาปส่งผู้ชายนิสัยชั่วช้าอย่างนายอานนท์อยู่ในใจ เขาทำเลวกับเธอแค่นี้ยังไม่พอใจใช่ไหม เขาถึงได้ยัดเยียดเธอให้กับผู้ชายสันดานเดียวกันอย่างเด็กหนุ่มคนนี้

 เธอสูดลมหายใจเข้าปอด ขับไล่ความรู้สึกบางอย่าง ไม่ต้องการให้มันไหลเอ่อออกมาอย่างไร้คุณค่า ผู้ชายเฮ็งซวยคนนั้นจะไม่มีวันได้สมใจปรารถนา เธอจะไม่มีวันยอมให้เขาได้สมหวังกับสิ่งที่เขาต้องการอยากเห็นมันแน่นอน

มุขธิดาเริ่มตั้งสติเพื่อหาทางรอดให้กับตัวเอง  เธอพอจะรู้ว่าอานนท์นั้นมีนิสัยเลวร้ายแค่ไหน แต่เธอไม่คิดว่าเขาจะเลวระยำถึงขั้นเอาความเป็นคนของเธอจับมันโยนลงพื้นแล้วเหยียบซ้ำด้วยฝ่าเท้าขยี้จนมันแหลกลาญโดยไร้จิตสำนึก

นี่เขาคงย่ำยีความบริสุทธิ์ของเธอไม่หนำใจสินะ ถึงได้เอาเธอมาเที่ยวโยนขายต่อให้กับญาติของตนเองเช่นนี้ แต่เขาจะไม่มีทางสมหวัง เธอจะขัดขวางอย่างสุดแรงเกิด จะไม่มีทางยินยอมมอบความสะใจให้กับผู้ชายเลวอย่างนายอานนท์ บูรณกำจรอีกเป็นครั้งที่สอง

เธอจะสู้จนถึงลมหายใจสุดท้าย สู้จนกว่าจะไร้ลมหายใจ ถ้าเขาอยากได้ร่างที่ไร้วิญญาณ เธอก็พร้อมยินยอมยกมันให้แก่เขา...

 มุขธิดาเพ่งสายตามองออกไปยังด้านนอกประตูห้องรับแขก เธอเห็นเงาของใครบางคน ผลุบหายอยู่ตรงนั้น และคงไม่ใช่ใคร นอกจากสาวรับใช้คนที่พาเธอเข้ามาในบ้านหลังนี้ ดูเหมือนเจ้าหล่อนไม่ค่อยชอบหน้าเธอสักเท่าไหร่ และเธอไม่คาดหวังว่าจะได้รับความช่วยเหลืออะไรจากสาวใช้คนนั้นสักนิด สองคนนี้คงรู้เห็นเป็นใจให้กัน และหนึ่งในอีกคนนั้น ก็คือพี่พลอย พี่สาวที่เคยมีน้ำใจกับเธอมาเสมอ

มุขธิดาเม้มริมฝีปากแน่น เมื่อความรู้สึกผิดหวัง ปนเปความเสียใจแล่นลิ่วขึ้นมาอีกละลอก พี่พลอยมีเหตุจำเป็นอะไรถึงขนาดต้องทำกับเธอแบบนี้ เพื่อเงิน หรือว่า เพื่อเอาใจผู้ชายคนนี้กันแน่

“พี่นนท์เขายังบอกว่าน้อง...”

“คุณช่วยปล่อยตัวฉันก่อนได้ไหม ฉันอึดอัด หายใจไม่ออก” หญิงสาวขัดขึ้นเสียงแข็ง เพราะไม่อยากทนฟังความเลวของผู้ชายคนนั้นอีกสักประโยคเดียว พร้อมดันร่างถอยห่างจากอ้อมแขนรัดรึง เธอรู้สึกขยะแขยงสัมผัสจากเขาพอๆกับสัมผัสจากผู้ชายสารเลวคนนั้น

 ทว่าประภาวิธยังคงเหนี่ยวรั้งเอาไว้ไม่ยอมปล่อยง่ายๆ มีแต่เขาจะยึดร่างเธอไว้ยิ่งกว่าลูกลิงเกาะแม่ลิงเสียอีก ทั้งสายตาท่าทาง หื่นกระหาย บ่งบอกยี่ห้อผู้ชายตระกูลนี้ นิสัยนั้นเลวร้ายแค่ไหน

“ฉันไม่หนีคุณไปไหนหรอกน่า นี่มันบ้านของคุณแท้ๆนะคะ ถ้าฉันคิดจะหนีจริงฉันคงไปไหนไม่พ้นประตูรั้วด้วยซ้ำ เดี๋ยวคงถูกคุณลากกลับเข้ามาในบ้านใหม่อีกจนได้นั่นแหละ คุณยังจะต้องกลัวทำไมหนักหนา”

“ผมจะปล่อยคุณ ก็ต่อเมื่อคุณยอมตกลงเท่านั้น” ประภาวิธยังคงดื้อดึงกอดรัดร่างอรชรไว้ไม่ยอมห่าง ปลายจมูกโด่งเฝ้าคลอเคลียพวงแก้มนวล มุขธิดาต้องคอยปัดป้องพัลวัน  แต่อ่อนลงกว่าตอนแรก เมื่อสมองเริ่มวางแผนเอาตัวรอด

เธอหลับตากลั้นโทสะ จนกายสั่นเทานั้นเริ่มทุเลาเบาบางลง ยอมปล่อยให้ตนเองตกอยู่ในอ้อมแขนของหนุ่มรุ่นน้อง ลดอาการขัดขืนเพื่อหลอกให้เขาตายใจ

“เอาละคุณปลา...ฟังฉันก่อนนะคะ” มุขธิดากลั้นใจก่อนพูด ถ้าเธอจำไม่ผิดวันนั้นเขาบอกว่าเขาชื่อนี้ พร้อมกับเอี้ยวตัวเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าขาวตี๋ด้วยแววตาแน่วนิ่ง เยือกเย็น เพราะนี่อาจเป็นหนทางเดียวที่เหลือ  เธอต้องยอมโอนอ่อนผ่อนตามเขาไปก่อน ต้องทำให้เขาหลงเชื่อว่าเธอยอม แล้วจากนั้นค่อยหาโอกาสเผ่นหนี ออกจากที่นี่

ประภาวิธรู้สึกพึงพอใจกับอาการอ่อนลงของหญิงสาว เขาคลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์รอฟังสิ่งที่มุขธิดาเสนอ

 “ว่าไงครับน้องมุข มีข้อเสนออะไรก็บอกพี่มาได้เลย” ชายหนุ่มลากฝ่ามือลงมากุมข้อมือน้อยไว้หลวมๆ เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงออดอ้อน เมื่อไม่เห็นแรงต่อต้านจากหญิงสาว ประภาวิธเลยเริ่มเบาใจ แผนการนี้กำลังไปได้สวย เขากำลังสมหวังกับสิ่งที่ต้องการมานาน

 “ถ้าฉันยอม ฉันจะได้เท่าไหร่” มุขธิดาเริ่มเล่นไปตามน้ำให้สมบทบาท ใบหน้าบึ้งตึงก่อนหน้า คลี่ยิ้มหวาน โปรยเสน่ห์

“พี่ยอมให้มุขมากกว่าพี่นนท์ให้” ประภาวิธเหยียดริมฝีปากเยาะ พร้อมรีบเสนอเงินก้อนโตขึ้นอย่างใจป้ำ เขาจงใจอยากหักหน้าไอ้ลูกพี่ลูกน้องจอมโหด พี่นนท์เคยให้ค่าตัวมุขธิดาเท่าไหร่ เขายอมจ่ายให้เจ้าหล่อนมากกว่าเป็นหลายเท่าตัว

มุขธิดาแสร้งยิ้มหวาน  ฝืนใจลูบไล้หน้าอกยั่วยวนให้ชายหนุ่มตายใจ

“ถ้าแบบนั้น ฉันตกลงค่ะ แต่ว่าคุณต้องจ่ายเงินค่าตัวให้ฉันก่อนจะเอ่อ...นอนกับฉันนะคะ” หญิงสาวใบหน้าร้อนวูบ ถึงจะทำใจกล้า แต่ทว่าหน้าเธอไม่หนาพอสำหรับพูดเรื่องทำนองนั้น  เธอคิดหาทางถ่วงเวลา เมื่อเห็นเขายอมไว้ใจเธอมากขึ้น

“ไม่ใช่ปัญหาอยู่แล้วครับคนสวย นั้นเราขึ้นข้างบนห้องกันดีกว่า พี่ปลาอยากนอนกับน้องมุขจะลงแดงตายอยู่แล้วเห็นไหม” ชายหนุ่มเจ้าของบ้านเอ่ยปากชวนโต้งๆ โดยไม่คิดรอเอาคำตอบใดจากหญิงสาว ตอนนี้เลือดภายในกายของเขามันร้อนระอุ อยากคลอเคลียแนบชิดกับร่างนุ่มนิ่มนี้เต็มแก่ ชายหนุ่มจึงรั้งร่างขาวผุดผ่องกลิ่นกายหอมเย้ายวนใจลุกขึ้นยืน ก่อนย่อตัวหมายจะอุ้มหญิงสาวขึ้น มุขธิดาใจหายวาบเธอถอยเท้าหนี ไม่ยอมถูกชายหนุ่มอุ้มขึ้นง่ายๆ

“น้องมุขครับ” ประภาวิธขึ้นเสียง ส่งสายตาไม่พอใจ

“เอ่อ...ขอฉันเดินไปเองดีกว่าค่ะ” มุขธิดาแกล้งส่งยิ้มหวาน ประจบ กลัวเขาจะใช้กำลังบังคับเธอขึ้นมาอีก

“คือว่า...ฉันอายคนของคุณ” หญิงสาวหาคำแก้ตัว เพราะเมื่อกี้ด้วยที่ยังไม่ทั้งตั้งตัว เธอเลยตกใจถอยหนีตามสัญชาตญาณ แต่เพียงแวบเดียวเท่านั้น ก่อนหญิงสาวรีบตั้งสติตนเองใหม่อีกครั้ง แล้วทำท่าทางเขินอาย ก้มใบหน้าลงต่ำ หลบพิรุธทางสายตา

“จะอายทำไมกันละครับ เดี๋ยวเราสองคนก็กลายเป็นคนคนเดียวกันแล้ว มุขไม่ต้องรู้สึกอายอะไรคนของผมเลยสักนิด มาครับคนสวย ขอพี่อุ้มน้องนะนะ พี่อยากพาน้องเดินขึ้นสวรรค์ด้วยตัวเอง...” จากที่หลงคิดว่ามุขธิดายังคงเล่นตัวอยู่ แต่พอได้รู้เหตุผลของเจ้าหล่อน อารมณ์ขุ่นมัวนั้นเริ่มกลับมาดีเหมือนเดิม ที่แท้ก็เป็นคนขี้อายนี่เอง

ประภาวิธส่งสายตาเร่าร้อน หมายใจอยากฟัดร่างงามมันเสียในห้องรับแขกให้รู้แล้วรู้รอด แต่ต้องห้ามใจ เมื่อบ้านหลังนี้ยังมีคนของเขาอาศัยอยู่ด้วย

เขากำลังจะมีความสุขสมหวังกับความหอมหวานบนเรือนร่างขาวผุดผ่อง  หญิงสาวที่เขาหมายตาเอาไว้ตั้งแต่แรกเห็นในร้านอาหารพี่พิต้า เขาอยากได้เจ้าหล่อนมาปรนเปรอทางกาย เสพสมราคะให้ถึงใจ ดูจากภายนอกเจ้าหล่อนช่างอ่อนเดียงสาถูกใจเขายิ่งนัก แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ใครจะรู้ ลีลาคงจะเด็ดไม่ใช่ย่อย ไม่อย่างนั้นไอ้พี่นนท์จะสั่งห้ามเขายุ่งเกี่ยวกับมุขธิดาอีกเด็ดขาดทำไม ถ้าหญิงสาวคนนี้ไม่มีอะไรดีติดตัว พี่นนท์ไม่มีทางห่วงห้ามยิ่งกว่าจงอางหวงไข่แบบนี้เป็นแน่นอน

 นี่เขายังนึกเจ็บใจไอ้พี่นนท์ไม่หาย หมูเขากำลังจะหามดันเอาคานเข้ามาสอดเสียได้ แล้วที่น่าโมโหหนักจนอยากจะต้อยหน้าขี้เก๊กให้เจ็บสักที ก็ไอ้พี่ตัวแสบดันคว้าผู้หญิงคนนี้ไปกินหัวกินหางตัดหน้าเขาก่อนนี่สิ มันถึงได้ยอมกันไม่ได้

“ฉันเอ่อ...ก็ได้ค่ะ” มุขธิดาตัดใจ อนุญาตให้ประภาวิธอุ้มเธอขึ้นไปข้างบน เอาไว้ค่อยหาทางหนีตอนเขาเดินพ้นจากห้องนี้ก็ได้ เพราะถ้าเธอดิ้นหนีตอนชายหนุ่มไม่ทันระวังตัว เขาคงวิ่งตามเธอไม่ทัน

แต่ก่อนที่ร่างบอบบางจะลอยขึ้นเหนืออากาศ เสียงหอบหายใจของสาวรับใช้กลับดังขัดขึ้นมาพอดี

“คุณปลาคะ...คุณนนท์มาค่ะ”

ฉิบหายแล้ว! ประภาวิธหน้าซีด รีบวางร่างของมุขธิดาลงพื้นมือไม้สั่น หัวใจเต้นกระเด็นกระดอน

“จะเอาอย่างไรดีคะ”

สาวใช้เอ่ยถามท่าทางลุกลี้ลุกลนไม่ต่างจากคนเป็นนาย...

 

 

อานนท์พกพาเอาใบหน้าบูดบึ้งเข้ามากระแทกก้นนั่งบนโซฟาราคาแพง สายตาคมกริบตวัดมองลูกพี่ลูกน้องตนเองอย่างคนอารมณ์เสียสุดๆ เขาได้รับรายงานจากลูกน้องเมื่อไม่กี่นาที เห็นมุขธิดามาที่บ้านหลังนี้ เพียงแต่เขาไม่รู้ เจ้าหล่อนถูกล่อลวงมาหรือมาเองด้วยความเต็มใจ

เพราะไม่รู้เลยยิ่งทำให้เขาหงุดหงิด งุ่นง่าน จนต้องเบี่ยงเบนทิศทางหักล้อรถตีวนกลับมาทางถนนเส้นบ้านหลังเก่าของเขาแทน เพื่อมาให้เห็นกับตา มุขธิดาเป็นผู้หญิงประเภทไหนกันแน่ เธอบอกไม่ได้ขายตัวให้กับใคร เขาเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ไอ้ที่เชื่อเพราะความบริสุทธิ์ผุดผ่องที่เขาได้รับจากเจ้าหล่อนในวันนั้น มันเป็นตัวช่วยยืนยันคำพูดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ร้านอาหาร ไอ้ปลาเป็นฝ่ายผิด มันตอแหล เล่าเรื่องเท็จให้เขาฟัง และมันทำให้เขาเกิดความวุ่นวายใจ ใช้ชีวิตตามปกติไม่ได้ จนต้องท่อสังขารไปหาเจ้าหล่อนจนถึงหน้าบ้าน เพื่อเอาเงินชดเชยสำหรับความผิดที่เขาเป็นฝ่ายก่อ ทว่ากลับไม่อยากยอมรับมันสักนิดให้กับเจ้าหล่อน ถึงกระนั้น มุขธิดาก็ทำให้เขาไม่พอใจ เมื่อเจ้าหล่อนดันตั้งเงื่อนไข ถ้าหากรับเงินจำนวนนั้นจากเขาแล้ว เขาต้องเลิกยุ่งเกี่ยวกับเจ้าหล่อนในทุกกรณี

ได้ฟังเงื่อนไขคราแรกเขาถึงกับนิ่งอึ้ง ฉุนกึก จนแทบอยากยื่นมือบีบคอขาวๆของเจ้าหล่อนให้หักนักเชียว มีอย่างที่ไหนบอกให้เขาไม่ต้องมายุ่ง เลิกตามตอแยเธอเสียที ถ้าเจอไม่ต้องมาทัก ให้ทำเหมือนเป็นคนแปลกหน้าต่อกัน และเธอกับเขาไม่เคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งอันใดต่อกันทั้งสิ้น ทั้งที่วันนั้นเขาปลดปล่อยอารมณ์ใคร่ลงกับมุขธิดาตั้งหลายครั้ง ถ้าป้องกันไม่ดีก็น่าจะท้อง และนั่นคือสาเหตุสำคัญ ทำไมเขาถึงยังส่งลูกน้องตามประกบหญิงสาวไม่ห่าง แม้นปากบอกไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเจ้าหล่อนแล้วก็ตาม

 เพราะคืนนั้นเขาเองไม่ได้ป้องกันสักครั้ง ร่วมรักกับเจ้าหล่อนปลดปล่อยเข้าใส่ภายในตลอด โดยไม่คิดกังวลเรื่องใดทั้งสิ้น แม้แต่เรื่องความไม่สะอาดของหญิงสาวเองก็ตาม ทั้งที่เขาเที่ยวพูดใส่หน้า หยิบยื่นอาชีพขายตัวให้กับเจ้าหล่อน

นั่นสิ...ทำไมเขาถึงไม่คิดกลัวสักนิดนะ

หรืออาจเป็นเพราะเขากำลังหน้ามืด หลงใหลมัวเมากับร่างกายหอมละมุน กลิ่นกายสาวหอมตราตรึง สูดดมเข้าโพรงจมูกทีไรมันทำให้เขารู้สึกฮึกเหิม อยากฝากฝังตัวตนเข้าในร่างกายนี้เร็วๆ บวกรวมกับผิวพรรณโนมเนื้อละเอียดจนเห็นเส้นเลือดฝอย ซึ่งปราศจากไฝฝ้าให้รำคาญตา  ไม่ว่าเขาจะลากไล้สัมผัสตรงส่วนไหนบนเรือนร่างอรชรนี้ มันทำให้เขารู้สึกถูกใจไปเสียหมด ถึงแม้นดูภายนอกเจ้าหล่อนจะตัวผอมบาง มีแต่หนังหุ้มกระดูก แต่ใครจะรู้ มุขธิดาซ่อนรูปเอาไว้เสียมิดชิด เมื่อเจ้าหล่อนนั้นทั้งอวบอิ่ม เต็มไม้เต็มมือ จนเขาขาดความยับยั้งชั่งใจ ตั้งหน้าตั้งตาข่มเหงรังแกหญิงโดยไม่คิดฟังเสียงทักท้วงใดสักคำ สมองมันอื้ออึง รับรู้ได้ถึงแต่ความสุข อิ่มเอมกับทุกรสสัมผัสที่เขาได้รับจากเรือนร่างหอมจรุงของหญิงสาวในช่วงเวลานั้น เท่านั้นเอง 

ตอนฟังเจ้าหล่อนพล่ามในรถ เกี่ยวกับเงื่อนไขโลกแตก เขาโมโหหนักมากจนต้องดึงมุขธิดาเข้ามาทำโทษด้วยรสจูบเร่าร้อน ดุเดือด ก่อนตัดใจปล่อยตัวหญิงสาวลงจากรถ แต่ทว่าแม่นั่นยังมิวาย ยังมีหน้าหันกลับมาขอคำยืนยันจากปากของเขาอีกครั้ง เขาเองร่ำๆ อยากลงจากรถตามลงไปนัก แล้วกระชากร่างของแม่นั่นเข้ามาบดจูบให้หายขุ่นเคืองใจอีกสักรอบ

มีอย่างที่ไหน กลัวเขาจะตามตอแย ผู้หญิงสิ้นคิด เธอมีดีอะไรมิทราบ ทำไมเขาต้องทำแบบนั้นด้วย ซื่อบื้อไม่เจียมกะลาหัว ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ เพราะมันต้องเป็นฝ่ายของเขานี่ ที่ต้องกลัวถูกเจ้าหล่อนตามจับต่างหาก

“ฝนทำท่าจะตกหนักแฮะ ที่พี่นนท์มาหาผมถึงบ้านวันนี้” ผู้อาศัยที่ทำตนเป็นเจ้าของบ้านเปรยวาจากวนโทสะคนฟัง ก่อนจะเดินเข้ามานั่งลงฝั่งตรงข้าม ยักคิ้วให้คนเป็นพี่ชาย

“เก็บปากแกไว้กินน้ำพริกเถอะไอ้ปลา” อานนท์คาดโทษตาเขียวปั๊ด ก่อนกระชากเนกไทร่นลงมาด้านล่างด้วยอารมณ์หงุดหงิด อย่าให้เขาเจอว่ามุขธิดามาที่นี่เพราะถูกหลอก รับรองได้ ไอ้ปลามันไม่ได้ตายดีแน่ งานนี้เขาต้องจัดการกับมันขั้นเด็ดขาด มุขธิดาจะได้ปลอดภัย

แต่ในทางตรงกันข้าม เช่นเดียวกัน ถ้าหากเขารู้ว่ามุขธิดามาที่นี่ด้วยความสมัครใจแล้วละก็ เขาจะไม่มีทางยอมปล่อยให้เจ้าหล่อนได้สมหวัง ในเมื่อมุขธิดาตกเป็นเมียของเขามาครั้งหนึ่ง มันสมควรจะหยุดลงที่เขาแค่คนเดียว ไม่สมควรรวบมาทั้งพี่ทั้งน้อง ถ้าหากเจ้าหล่อนยังคิดเสนอตัวไขว่คว้าอยากเป็นเมียของไอ้ปลาขึ้นมาอีกคน งานนี้คงจบแบบศพไม่สวย คิดว่าเขาจะยอมอยู่นิ่งไม่ลงมือทำอะไรเลย นั่นไม่ใช่นายอานนท์แน่นอน

ทั้งที่เขาเองยอมถอยห่าง ฝืนความรู้สึกซ่อนเร้นไม่เข้าไปหาเรื่องวุ่นวายใดๆกับมุขธิดาอีก เขาต้องคอยเฝ้าย้ำเตือนตนเองอยู่ทุกวัน อย่าเผลอใจให้กับผู้หญิงคนนั้น เจ้าหล่อนไม่มีอะไรเหมาะสมหรือคู่ควรกับเขาสักอย่างเดียว ไม่ใช่ผู้หญิงที่เขาควรเก็บเอามาใส่ใจ ไม่แม้แต่จะต้องเก็บมาครุ่นคิด นึกถึงด้วยซ้ำ ในเมื่อสิ่งที่เขาทำเลวกับเจ้าหล่อนเอาไว้ เขาได้ชดใช้ให้แก่หญิงสาวด้วยเงินจำนวนหนึ่ง มันสมควรต้องจบสิ้นกันนับตั้งแต่วันนั้น แต่มันก็อดไม่ได้ เขาเฝ้าแต่คิดถึง ห่วงหา อยากเสพสุขกับร่างกายหอมละมุนจนไม่เป็นอันทำงาน อยากมีเธอเข้ามาในชีวิต แต่ด้วยทิฐิหลายอย่าง ยับยั้งให้เขาถอยห่าง ราชสีห์อย่างเขาจะไม่กินเนื้อสัตว์ที่ไม่คู่ควรกัน

เขาต้องการเนื้อหงส์มาเคียงคู่ไม่ใช่เนื้อห่านอย่างมุขธิดา

 “ทำไมวันนี้ถึงไม่ไปมหาลัย พี่โทรไปหาไอ้ม่อนกับไอ้หรั่งมันบอกว่าแกขาดเรียน” อานนท์ถามพร้อมจับพิรุธ

“ผมปวดหัว เหมือนจะไม่สบาย ว่าแต่พี่นนท์ตามหาผมทำไม มีเรื่องอะไรหรือเปล่า หรือจะเป็นเรื่องของคุณพ่อ” คนป่วยย้อนถามเสียงเนิบนาบ แสร้งเบี่ยงเบนความสนใจถามถึงเรื่องอื่นแทน ทว่าสายตานั้นคอยแต่หลุกหลิก ลอบมองแต่ด้านนอกห้องรับแขก กลัวมุขธิดาเกิดเปลี่ยนใจลุกขึ้นมาอาละวาดจนพี่นนท์จับได้ ขืนเป็นแบบนั้นจริง เขาถึงจุดอวสานของชีวิตในวันนี้แน่

ไอ้พี่ชายจอมโหดมันยิ่งสั่งห้าม ไม่ให้เขาเข้าใกล้มุขธิดา มันคงหวงก้าง อยากเก็บเนื้อหวานเอาไว้กินคนเดียว ทำไมเขาจะไม่รู้ ทีกับหญิงสาวคนอื่นที่เขาเคยมีปัญหาด้วย พี่นนท์กลับไม่เคยสั่งห้ามหนักสักรายเดียว ถ้ามีปัญหาอีกก็แค่จ่ายเงินปิดปาก เรื่องก็เงียบ ไม่มีอะไรต้องปวดหัว

“เอาไว้พรุ่งนี้ผมจะเข้าไปหาท่านเองก็แล้วกัน” เขาไม่กลับเข้าบ้านเลยหลังจากก่อปัญหาครั้งล่าสุด แล้วมาขออาศัยบ้านริมน้ำของพี่นนท์กลบดาน ขืนกลับเข้าไปตอนเรื่องยังสด ได้ถูกแพ่นกบาลซ้ำพอดี พ่อรักเขามากก็จริง แต่เขาไม่ขอเสี่ยงจะดีกว่า

“ก็ตามใจ แต่กลับเข้าไปหาท่านบ้างก็ดี คนแก่จะได้สบายใจ”

อานนท์ปรายหาตามองคนบอกว่าป่วย เขาไม่เชื่อน้ำคำมันสักนิด แต่ไม่อยากซักไซ้ให้วุ่นวาย ปวดหัว เลยทำตีเนียนตามน้ำ พยักหน้าแล้วชวนไอ้น้องชายตัวแสบคุยเรื่องที่พ่อมันฝากเขามาบอกแทน ตอนนี้เขาสั่งลูกน้องเดินสำรวจรอบบริเวณบ้าน แล้วส่งสันติให้แอบขึ้นสำรวจด้านบน ตามหาตัวมุขธิดาให้เจอ...

ส่วนทางด้านหญิงสาวผู้ถูกล่อลวงมา เธอเดินตามหลังสาวใช้คนเดิมออกมายังอีกทาง ถูกสั่งให้อยู่ภายในนี้ ห้ามออกไปข้างนอกจนกว่าจะได้รับสัญญาณ ใครเชื่อก็โง่เต็มทน เธอจึงพยายามกวาดสายตาหาทางหนี ข้างนอกเห็นมีชายฉกรรจ์หลายรายเดินเพ่นพ่านอยู่โดยรอบ มันเลยทำให้เธอต้องคิดให้รอบคอบมากขึ้นกว่าเดิม

คนพวกนั้นคงเป็นคนของนายอานนท์ ตัวอันตรายเบอร์หนึ่งสำหรับเธอ จะให้วิ่งทะเล่อทะล่าออกไปตอนนี้เลยคงไม่ปลอดภัย ดังนั้นทางที่ดี เธอต้องรอเวลาอีกสักเล็กน้อย และตัวช่วยหนึ่งเดียว กำลังเดินนำหน้าเธอ สังเกตดูจากสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีสักเท่าไหร่ ดูเหมือนกำลังหลบใครอยู่เหมือนกัน

“เอ่อ...คุณคะ” มุขธิดาซอยเท้าเดินตีข้างขยับเดินเคียงมากับสาวใช้หน้าบึ้ง

“ฉันรู้ว่าคุณเองก็ไม่พอใจที่ฉันมาที่นี่”

“คุณรู้ได้ยังไง” สาวใช้ตวัดดวงตาคมเข้มมองเธอ เอ่ยถามเสียงติดไม่พอใจ

“สีหน้ากับแววตาของคุณมันฉายชัดออกขนาดนั้น ทำไมฉันจะดูไม่รู้ล่ะคะ”

“เก่งดีนี่” สาวใช้เอ่ยชมแกมประชด ก่อนพ่นลมหายใจแล้วหยุดยืนแอบตรงมุมเสา พลางหันร่างเล็กผอมบางกว่ามาเผชิญหน้ากับมุขธิดา

“และมันต้องมีเหตุที่ทำให้คุณไม่ชอบขี้หน้าของฉัน ใช่ไหม...” มุขธิดาหยั่งเชิงถาม หรี่ตามองคนผอมบางตรงหน้า

“คงไม่มีเมียคนไหนอยากเห็นผัวตัวเองนอนเอากับผู้หญิงคนอื่นต่อหน้าต่อตาหลอกนะ มันเจ็บ แต่มันก็ห้ามไม่ได้”

“หมายความว่าคุณ...คือเมียของนายนั่นสินะ” มุขธิดาเลิกสงสัยในทันที ว่าเหตุใดหญิงสาวรับใช้คนนี้ถึงได้ชอบตีหน้าบึ้งใส่เธอตั้งแต่แรกเห็น

“จะเรียกแบบนั้นก็ได้มั้ง เมียที่อยู่ในสถานะคนรับใช้ เมียที่ไม่เคยอยู่ในสายตา ไม่เคยมีตัวตนมากกว่าเป็นเครื่องระบายอารมณ์อยู่บนเตียง เขาจะเรียกว่าเมียหรือเปล่าก็ไม่รู้...” เธอก้มหน้าพูดงึมงำและท้ายประโยคสาวร่างเล็กกว่าแฝงไว้ด้วยความรู้สึกเจ็บปวด แววตาของเจ้าหล่อนสลดวูบ มุขธิดาเองสัมผัสได้ถึงความขมขื่นได้ในน้ำเสียง ในเมื่อเธอเองก็เป็นผู้หญิงเหมือนกัน

“ถ้าฉันจะบอกว่าฉันไม่ได้เต็มใจมาที่นี่ คุณจะเชื่อฉันไหม” มุขธิดาส่งสายตาแน่วนิ่งให้สาวรับใช้ก้ำกึ่งเมียของนายปลาบ้าตัณหา

“เชื่อสิ...ก็คุณปลาบอกฉันเกี่ยวกับเรื่องของคุณ แล้วขอให้ฉันช่วย”

“คุณก็ยอมอย่างนั้นเหรอ...” มุขธิดาอุทานเสียงหลง กะพริบตามองผู้หญิงตรงหน้าด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ

“เขาให้เงินฉันก้อนใหญ่ พร้อมคำสัญญามากมาย เพียงแค่ฉันช่วยเป็นต้นทางและพาเธอเข้ามาในบ้านนี้เท่านั้น”

“ทั้งที่ฉันไม่เต็มใจสักนิดนี่นะ” มุขธิดาย้อนถาม

“เขาสัญญาว่าจะหยุดทุกอย่าง แล้วเริ่มต้นใหม่กับฉัน เขาจะยอมบอกเรื่องของฉันกับครอบครัวของเขา เพียงแค่ได้นอนกับเธอสักครั้ง เพื่อให้หายแค้น”

คราวนี้มุขธิดาถึงกับอึ้งหนักจนพูดไม่ออก ได้แต่ยืนนิ่ง ส่งสายตามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกขุ่นเคืองใจ มันมีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอในชีวิตความเป็นจริง ที่จะมีผู้หญิงคนหนึ่งยอมร่วมมือกับผู้ชายคนหนึ่ง แล้วคิดทำร้ายผู้หญิงอีกคนได้อย่างเลือดเย็น เพียงเพื่อตอบสนองเรียกร้องการมีตัวตนในสายตาผู้ชาย โดยไม่คำนึงว่าสิ่งที่ทำนั้น จะสร้างความเจ็บปวด เสียหายให้กับคนอื่นมากน้อยเพียงใด

“ฉันไม่เคยทำอะไรให้เขาแค้น...” มุขธิดากัดฟันบอก

“มีแต่เขาเป็นคนทำ สร้างความเสียหายให้กับฉันอย่างไม่คิดละอายแก่ใจ”

“ฉันไม่อยากรับรู้อะไรเพิ่มเติมอีกทั้งนั้น เดินตามฉันมานี่เถอะ อีกเดี๋ยวคุณนนท์คงกลับ เธอกับคุณปลาจะได้ขึ้นไปข้างบนด้วยกัน เธอกับเขาตกลงกันได้แล้วไม่ใช่หรือไง เพราะฉะนั้นอย่าคิดหนีหรือตุกติกกับฉัน แล้วทุกอย่างจะจบลงได้ดีทุกฝ่าย”

 สาวใช้หลบสายตาขุ่นมัว เจ็บปวดหัวใจไม่น้อยเมื่อนึกถึงคนรักกำลังคลอเคลียกับผู้หญิงคนอื่น พร้อมกับตัดบทสนทนาลง ก่อนเจ้าหล่อนยกมือข้างหนึ่งขึ้น แล้วดึงลำแขนเรียวเสลาของมุขธิดาให้เดินหลบเข้ามาอีกประตู เมื่อหางตาแอบเห็นคุณสันติกำลังเดินตรงเข้ามาทางนี้พอดี

มุขธิดาเหลือบตามองยังทิศทางเดียวกันกับสายตาของสาวใช้ เธอจำหน้าของผู้ชายคนนั้นได้ในทันที เขาเป็นคนของนายอานนท์ เลยจำต้องเดินตามภรรยาลับของนายปลาไปก่อน ไม่อยากขัดขืนจนทำให้ผู้ชายคนนั้นเห็นเข้า

 และเหมือนสวรรค์จะเข้าข้างเธอขึ้นมาบ้าง เมื่อประตูดังกล่าวต้องเดินออกมาจากด้านในเพื่อเดินเชื่อมขึ้นบันไดวนทางด้านหลัง มุขธิดาสบโอกาสงาม เธอผลักสาวใช้ด้วยแรงที่มีทั้งหมด จนเจ้าหล่อนกระเด็นชนติดข้างกำแพง มุขธิดาไม่รอช้ารีบขยับร่างหันหลังวิ่งซอยเท้าถี่เร็วตรงไปยังสวนหย่อม ด้านนอก ตรงนั้นเธอสามารถอำพรางตัวจากสายตาของชายฉกรรจ์ที่กำลังเดินเพ่นพ่านได้พอสมควร ในใจเฝ้าคิดภาวนา ขอให้เธอวิ่งจนถึงกำแพงโดยไม่ถูกจับตัวเสียก่อนด้วยเถิด

 “ว้าย!

 สาวใช้ร้องอุทานเมื่อร่างกระแทกลงกับพื้นปูน เธอหลับตาลงก่อนลืมขึ้นใหม่ พร้อมทอดสายตาสับสนมองด้านหลังของผู้หญิงคนนั้นจนสุดสายตา โดยที่ตนเองไม่คิดจะเสียแรงลุกขึ้นวิ่งตาม

ภายในใจแอบเอาใจช่วย ขอให้เธอคนนั้นหนีรอดจากเงื้อมมือผู้ชายที่เธอรักเขาสุดหัวใจ ไม่ใช่เธอไม่มีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเสียเมื่อไหร่ เธอมีมันอยู่เต็มหัวอก ทว่าเพราะรักเขาอย่างสุดหัวใจ รวมทั้งเธออยากมีตัวตนในสายตาของคนที่ตนเองรักบ้าง มันเลยทำให้เธอละทิ้งความรู้สึกนั้น แล้วยอมร่วมมือกับประภาวิธ คิดทำร้ายผู้หญิงคนนั้นนั่นเอง...

เป็นเพราะเสียงอุทานของผู้หญิงเลยดึงประสาทหูของสันติที่กำลังก้าวเดินขึ้นด้านบนให้หยุดฟัง ชายหนุ่มหันเหสายตาตามเสียงนั่น จึงได้พบเข้ากับสาวใช้ของประภาวิธ เจ้าหล่อนล้มลงนั่งกองบนพื้น ห่างออกไปด้านนอกเขาเหมือนเห็นหลังคนไวไว คลับคล้ายเหมือนหญิงสาวที่เจ้านายต้องการตัว

สันติย่นหัวคิ้วมุ่น ถอยเท้าลงบันได ก่อนรีบถลาวิ่งตามหญิงสาวคนนั้นในทันที เมื่อเขาเห็นชัดมากขึ้น ใช่เธอคนนั้นจริงๆด้วย โดยมือนั้นรีบคว้านหาโทรศัพท์ในเสื้อสูท เพื่อกดโทรรายงานกับเจ้านายหนุ่ม เขาเจอตัวหญิงสาวที่ต้องการตัวแล้ว

มุขธิดาวิ่งหน้าเริดโดยไม่หันหลังกลับไปมองสิ่งใดมากกว่าการวิ่งไปให้ถึงกำแพงรั้วบ้าน จุดมุ่งหมายอยู่ใกล้แค่เอื้อม เธอเลยผ่อนความกังวลลง เรียกพละกำลังแรงกายและใจที่มีเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนสปริงตัวลอยสูงขึ้นเพื่อกระโดดเกาะกำแพง ใช้มือโหนตัวขึ้นไปอย่างทุลักทุเลพอสมควร ดีหน่อยเมื่อสมัยเด็กๆ เธอชอบเล่นปีนป่ายต้นไม้กับพี่โมชอยู่เป็นประจำ กำแพงสูงแค่นี้จึงไม่เป็นปัญหาสำหรับคนที่เติบโตมาอย่างสมบุกสมบัน

สันติวิ่งหอบตามมุขธิดาออกมาติดๆ เขาส่งสัญญาณเรียกบอดี้การ์ดคนอื่นให้วิ่งออกไปดักหญิงสาวตรงหน้าประตูรั้วบ้านเอาไว้ แล้วตนเองนั้นวิ่งตามมาสมทบ

เกิดความโกลาหลขึ้นทันทีหลังจากร่างบอบบางกระโดดลงจากกำแพงรั้วได้สำเร็จ เธอเห็นชายฉกรรจ์กำลังวิ่งมาทางนี้หลายคน หญิงสาวจึงไม่รอช้า รีบวิ่งซอยเท้าเผ่นหนีอย่างไม่คิดชีวิต พร้อมตะโกนขอความช่วยเหลือจากบ้านหลังอื่นๆตามไปด้วยไม่ขาดปาก...

“ช่วยด้วยค่า!

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha