Ever Living Fire ไฟรักนิรันดร์

โดย: อักษรามณี



ตอนที่ 1 : บทที่ 4 เชลยแค้น



“คุณต้องกินอะไรสักหน่อย”

โธมัสตักซุปร้อนขึ้นมาแล้วเป่าเบา ๆ ก่อนจะเลื่อนไปใกล้ริมฝีปากของหญิงสาวหากแต่ดาราวดีกลับนิ่งไม่ยอมเผยอริมฝีปากออก คิ้วหนาเป็นปื้นสีน้ำตาลเข้มเหนือดวงตาสีน้ำตาลอมเทาเลิกขึ้น

“คุณควรรักษาชีวิตของตัวเองไว้ ยูบีอา ถ้าอยากกลับไปเห็นหน้าพ่อบุญธรรมของคุณอีกครั้ง”

“ทำไมคุณไม่ปลดกุญแจมือฉันออก”

“อ้าปาก”

“ฉันจะกินเอง”

“ผมบอกให้คุณอ้าปาก”

แล้วริมฝีปากอิ่มที่เริ่มเป็นรอยแตกแห้งก็เผยอออกจากกันเพื่อรับอาหารที่เขาป้อนให้ โธมัสตักซุปขึ้นมาช้อนแล้วช้อนเล่าป้อนเข้าปากหญิงสาวโดยที่เขาไม่ยอมปริปากพูดอะไรสักคำ หลังจากนั้นเขาก็หยิบแก้วน้ำแล้วป้อนมันเหมือนเธอเป็นเด็กตัวน้อยก่อนจะหยิบเม็ดยาสีแดงเข้มขึ้นมาสองเม็ด

“นี่ยาอะไร”

ดาราวดีถามอย่างไม่ไว้วางใจ รอยยิ้มเหยียดเลิกขึ้นบนมุมปากของชายหนุ่มก่อนที่เขาจะพูดขึ้น

“ผมไม่ฆ่าคุณตอนนี้หรอกน่า”

“ฉันไม่กิน”

“พอมีแรงเข้าหน่อยก็ดื้อเลยอย่างนั้นรึ จะกินเองหรือจะให้ผมป้อนให้”

“ฉันไม่...อื๊อ!

คำพูดนั้นหลุดหายไปในลำคอของหญิงสาวเมื่อเขาเอายาใส่ในปากตัวเองก่อนจะประกบปิดปากของเธอด้วยปากของเขาโดยไม่ให้เธอได้ทันตั้งตัว ดาราวดีตัวแข็งไปในวินาทีนั้น วินาทีที่เม็ดยาจากปากของโธมัสไหลลงไปในลำคอของเธอ เม็ดยาลื่น ๆ สีแดงนั้นปราศจากรสขมแต่มีรสชาติบางอย่างถูกถ่ายเทมาจากริมฝีปากหยักหนาได้รูปของเขา มือเรียวบางที่ถูกใส่กุญแจไว้กดเกร็ง นี่โธมัสจูบเธอเป็นหนที่ไม่อาจนับได้แล้ว แต่ครั้งนี้หญิงสาวกลับรู้สึกราวกับว่าเธอกำลังเริ่มคุ้นเคยกับมัน คุ้นเคยกับลิ้นหนา ๆ ที่จาบจ้วงเข้ามา มันอัดแน่นด้วยความโหยหาและเร่าร้อนจนหญิงสาวร้อนวูบวาบไปหมด

ใบหน้าของดาราวดีเริ่มมีเลือดฝาด กลีบปากอิ่มเผยอออกและรับเรียวลิ้นของชายหนุ่มที่ตักตวงความหอมหวานในอุ้งปากนั้นเนิ่นนาน กายสาวสั่นสะท้าน ความหวั่นหวามจู่โจมเธอจากริมฝีปากร้อน ๆ ของเขา เธอกำลังทุกข์ทรมานโดยไม่รู้ตัวเลยว่าแท้จริงแล้วคนที่กำลังทุกข์ทรมานยิ่งกว่านั้นคือผู้มอบจุมพิตอันเร่าร้อนให้ โธมัสรู้สึกราวกับมีบางอย่างใกล้ระเบิด ในกายของเขาราวกับมีแรงบีบอัดรุนแรงจนเขาต้องรีบยุติทุกอย่างไว้ด้วยการถอนริมฝีปากออก

“ยูบีอา...”

เสียงครางหนักในลำคอทำเอาแม้แต่ดาราวดีก็ยังตกใจ นับวันเธอก็จะยิ่งปล่อยตัวเองไปตามแรงเร่งเร้าในส่วนลึก ทั้งที่หวั่นกลัว ทั้งที่รู้ว่าโธมัสเกลียดเธอมากแค่ไหนแต่สัมผัสเร้ารึงใจจากความเป็นบุรุษเพศนั้นกำลังเร่งเร้าความรู้สึกของเธอในทุกวินาที เมื่อดึงสติกลับคืนมาได้ร่างเล็กก็เป็นฝ่ายขยับห่างแต่กลับถูกมือแกร่งจับไหล่บางไว้ ใบหน้าคร้ามเข้มเต็มไปด้วยความขึ้งเคียดอีกครั้ง

“ถ้าอยากมีชีวิตกลับไปพบพ่อบุญธรรมของคุณอีกครั้งคุณต้องไม่ขัดขืนหรือดื้อดึงในสิ่งที่ผมสั่งให้คุณทำ”

“ที่เป็นอยู่ตอนนี้ฉันก็เหมือนทาสของคุณอยู่แล้วนี่คะโธมัส หรือคุณอยากให้ฉันก้มหัวลงต่ำเหมือนพวกเชลยที่รอเวลาให้ความทุกข์ทรมานมาถึง”

รอยเหยียดหยัดขึ้นบนริมฝีปากหนาได้รูป มือแกร่งไล้ไปบนปลายผมเป็นคลื่นอ่อนสีน้ำตาลก่อนขย้ำมันไว้ในมือเบา ๆ

“มันควรจะเป็นอย่างนั้นยูบีอา...ก้มรับทุกความทรมานในทุกวินาทีที่คุณจะต้องตอบแทนมันให้ผม”

“ฉันเกลียดคุณ” เสียงหวานแห้งโหยลอดไรฟันออกมา นัยน์ตาของหญิงสาวพรายพร่าด้วยหยาดน้ำตาที่ไม่เคยเหือดแห้ง โธมัสหยันเธอด้วยการเลิกมุมปาก

“เกลียดผมให้มาก...เพราะแต่นี้ต่อไปคุณต้องอยู่ใต้อาณัติของคนที่คุณเกลียดเพียงคนเดียวเท่านั้น”

“ฉันเกลียดคุณ...มากที่สุด คุณมันคนไม่มีหัวใจ”

“จะด่าว่าผมยังไงก็เชิญ!...แต่หลังจากนี้คุณต้องจดจำคำพูดทุกคำพูดของตัวเองไว้ และผมก็จะจดจำทุกคำพูดของตัวเองไว้เช่นกัน เราต่างคนต่างต้องจำไว้ว่าเราต่างก็เกลียดชังซึ่งกันและกัน ทุกอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างเราจะไม่มีความหมาย”

สันกรามแกร่งถูกขบเข้าหากันจนนูนขึ้นมาก่อนที่ใบหน้าคร้ามเข้มจะก้มต่ำลงไปหาหญิงสาวอีกครั้ง ดาราวดีไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงไม่เบี่ยงหลบ กลีบปากอิ่มรับจุมพิตหนักจากเขาที่บดขยี้ลงไปซ้ำ ๆ จนเธอแทบไม่รู้สึกรู้สาถึงความเจ็บปวด มือแกร่งทั้งสองโอบประคอบใบหน้างามไว้เชิงบีบบังคับให้เธอต้องทนรับความเจ็บปวดจากริมฝีปากและลิ้นที่จาบจ้วงเธอในทุกครั้ง โธมัสค่อย ๆ ถอนริมฝีปากออก นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มอมเทาอัดแน่นด้วยความเจ็บแค้นจนข้นคลั่ก

“ผมก็เกลียดคุณ...ยูบีอา...จำไว้ว่าผมจะไม่มีวันแตะต้องหรือกอดคุณด้วยความรักอย่างเด็ดขาด!

ชายหนุ่มผละห่างและลุกขึ้นยืนเต็มความสูงสง่าของเขา ดาราวดีเบือนหน้าไปอีกทาง รสชาติจากริมฝีปากของเขายังติดอยู่บนกลีบปากสีชมพูเข้ม หากมันไม่ใช่ความหวานฉ่ำ มันเป็นความเจ็บช้ำในทุกวินาทีที่กำลังทิ่มแทงลงไปถึงใต้บึ้ง

“ลุกขึ้น”

เสียงห้าวดุดันออกคำสั่ง ใบหน้างามผินกลับมายังร่างสูงและขมวดคิ้ว

“ผมจะพาคุณไปอาบน้ำ”

“ฉันอาบเองได้”

“ทั้งที่ใส่กุญแจมืออย่างนี้น่ะรึ”

“แค่คุณถอดมันออกให้ฉัน ฉันสัญญาว่าจะไม่หนีไปไหน”

“ตอนนี้คุณต้องอยู่ในอาณัติของผม...ว่านอนสอนง่ายแล้วผมจะบอกว่าคุณต้องแลกอะไรเพื่อยื้อชีวิตตัวเองไว้ให้นานที่สุด...เพื่อจะได้กลับไปพบพ่อของคุณ”

นัยน์ตาคู่สวยเบิกกว้าง “คุณคิดจะทำอะไร โธมัส”

เขาไหวไหล่น้อย ๆ  “ลุกขึ้นแล้วตามผมไปที่ห้องอาบน้ำ”

เสียงนั้นเด็ดขาดและทรงอำนาจมากพอที่จะทำให้ดาราวดีลุกขึ้นและเดินตามเขาไปยังอีกห้องหนึ่งซึ่งติดกับห้องนอน มันไม่ใช่ห้องน้ำในรูปแบบอย่างที่เธอคิดแต่เป็นห้องกว้างและมีสระแบบกรีกโบราณอยู่ตรงกลางรายรอบด้วยรูปปั้นเทพธิดาและต้นเฟริน โธมัสก้าวไปหยุดยืนที่ขอบสระก่อนจะถอดเสื้อยืดออกและหันมาทางหญิงสาวที่กำลังยืนมองเงาสะท้อนของน้ำสีฟ้าใสสะอาด และในห้วงเวลานั้นดาราวดีก็อดที่จะช้อนตามองเรือนกายท่อนบนของเขาที่เปล่าเปลือยไม่ได้ มันเต็มไปด้วยมัดกล้ามแข็งแกร่ง รูปร่างสมชายชาตรีของเขาทำให้ใคร ๆ ไร้ข้อกังขาเกี่ยวกับการแฝงตัวเข้าไปเป็นบอดี้การ์ดได้อย่างชาญฉลาด และแม้แต่เธอก็ยังหัวใจเต้นแรงตอนที่เห็นโธมัสครั้งแรก เขาหล่อเหลาและกำยำเหมือนเทพบุตรกรีกไม่มีผิด

แต่แล้วหญิงสาวก็ต้องรีบดึงสติตัวเองกลับคืนเมื่อสบประสานกับสายตาคมกร้าวคู่นั้น เธอกลืนน้ำลายลงคอเบา ๆ 

“ถ้าคุณอยากอาบน้ำก่อน ฉันจะรอค่ะ”

“เราจะอาบพร้อมกัน”

เขาไม่พูดพล่ามทำเพลง ชายหนุ่มทำให้หญิงสาวตระหนกด้วยการถอดกางเกงยีนส์ออกเหลือเพียงชั้นในตัวเดียวแล้วก้าวพรวดเข้ามาช้อนร่างบางขึ้นไว้ในอ้อมแขน

“โธมัส...ฉันไม่อาบพร้อมคุณ”

“คุณอยากรู้นี่ไม่ใช่หรือยูบีอา ว่าผมจะให้คุณทำอะไรบ้างเพื่อแลกกับชีวิตของเฟอร์นันโด”

“บอกฉันตอนนี้เลยก็ได้...นี่ไง...ฉันพร้อมจะฟังอยู่แล้ว”

“ไม่!

โธมัสปฏิเสธเสียงแข็งในขณะที่ดาราวดีพยายามขืนตัวแต่ก็ทำไม่ได้เพราะมือทั้งสองยังอยู่ในกุญแจที่ล็อคไว้แน่น ชายหนุ่มช้อนร่างแน่งน้อยในอ้อมแขนเดินลงบันได้หินที่ทอดตัวลงไปในสระน้ำกระทั่งเขาปล่อยเธอลงแต่หญิงสาวกลับยึดไหล่กว้างของเขาไว้แน่น ท่าทีตื่นตระหนกตอนลงในน้ำที่ระดับความลึกแค่อกของดาราวดีทำให้ชายหนุ่มแปลกใจ

“คุณว่ายน้ำไม่เป็นหรือ ยูบีอา”

หญิงสาวหลับตาปี๋ เธอซุกหน้ากับอกของเขาแทบไม่กล้าลืมตาและมือทั้งสองก็จับบ่าข้างหนึ่งของเขาไว้ เรียวปากสั่นระริกเมื่อรู้สึกถึงความลึกของระดับน้ำ

“โธมัส...ได้โปรดพาฉันขึ้นไป...อย่าทำแบบนี้...ได้โปรด”

เสียงสั่นเครือเหมือนจะร้องไห้ทำให้เขายิ่งแปลกใจ ร่างบอบบางสั่นสะท้านในอ้อมแขนแกร่งที่กอดกระหวัดไว้แน่น ร่างนุ่มเบียดชิดกับตัวเขาจนแทบจะหลอมเป็นเนื้อเดียวกันได้ มันเป็นอาการตื่นกลัวผิดปกติ น่าประหลาดที่เสี้ยวหนึ่งของความรู้สึกเขาไม่ได้นึกสะใจแต่กลับอยากกอดหญิงสาวไว้ให้แน่นกว่าเดิม

“ยูบีอา...คุณเป็นอะไร...คุณว่ายน้ำไม่เป็นใช่มั้ย”

เสียงนั้นดังอยู่ข้างใบหูเล็กก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะหยัดตัวตรงในน้ำที่เขารู้สึกได้ว่าดาราวดีไม่กล้าหยั่งเท้าลงเหยียบพื้นสระ เขาจับไหล่บางไว้และก้มหน้าลงไปใกล้ ๆ  ชุดกระโปรงเนื้อผ้าซีฟองบนร่างอรชรเปียกปอนและแนบเนื้อกายหญิงสาวจนเห็นทรวดทรงข้างในชัดเจน

“ยูบีอา...ลืมตาสิ”

เสียงเขาแผ่วเบาลงจนเหมือนกระซิบ เปลือกตาของหญิงสาวจึงค่อยขยับเปิดขึ้น เธอมองเห็นใบหน้าคร้ามเข้มอยู่ใกล้ชิดเพียงคืบ

“ฉันเคยจมน้ำ...ฉันกลัว...”

แววตาของดาราวดีไม่อาจปิดซ่อนความหวาดหวั่น หญิงสาวคงกลัวว่าเขาจะปล่อยให้เธอจมน้ำในสระนี่ มันทำให้ความรู้สึกที่ใต้บึ้งของชายหนุ่มราวกับถูกฉุดขึ้นมาจากหุบมืด แต่แล้วทิฐิกลับทำให้เขาขึ้งเคียดอีกครั้ง

“ผมยังไม่ฆ่าคุณหรอก...ยูบีอา...เพราะคุณยังมีประโยชน์กับผมอีกมาก”

โธมัสกลบเกลื่อนความไหวหวั่นของตัวเองด้วยการทำสีหน้าบึ้งตึง ทำเหมือนไม่ใส่ใจต่อความพรั่นพรึงของหญิงสาวทั้งที่เขาอยากจูบเธอเพื่อปลอบประโลมมากกว่าจะดึงชุดสวยออกจากเรือนร่างบอบบางที่เต็มไปด้วยหยดน้ำเกาะพราวจนเธอเปลือยเปล่าอยู่ในอ้อมแขนของเขา ดาราวดีไม่รู้จะทำอย่างไร ไม่เคยอยู่ในสภาพที่ไม่สวมอะไรเลยต่อหน้าผู้ชายอย่างนี้ หน้าแดงไปถึงใบหู เธอรู้สึกอับอายหากก็ได้แต่เพียงยกแขนทั้งสองขึ้นปกปิดเนินเนื้ออกที่เผยความอวบสล้างต่อสายตาของชายหนุ่ม โธมัสขยับเข้าไปชิดร่างเล็ก มือแกร่งจับไหล่บางไว้ ผิวขาวอมชมพูเปล่งปลั่งของดาราวดีนุ่มละมุนมือจนเขาแทบไม่อยากปลดปลดปล่อย ในขณะเดียวกันหญิงสาวก็สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากเรือนกายกำยำที่แผ่ซ่านออกมา เธอช้อนตามองเขาด้วยความพรั่นใจ

“ฉันไม่เข้าใจเลยค่ะโธมัสว่าทำไมคุณถึงต้องทำแบบนี้ คุณอุตส่าห์วางแผนแฝงตัวเป็นบอดี้การ์ดแล้วพาฉันมาที่นี่ทั้งที่คุณก็สามารถจะฆ่าพ่อของฉันได้โดยที่ไม่ต้องทำอะไรให้ยุ่งยากซับซ้อนเลย”

“ผมเคยบอกคุณแล้วไงว่าคนตายจะไม่มีความทุกข์ทรมาน ถูกอย่างที่คุณว่า...ผมสามารถจะฆ่าเฟอร์นันโดได้ในเวลานั้นแต่ผมเลือกที่จะไม่ทำ ผมแค่อยากเข้าไปและเห็นหน้าไอ้คนคนนั้นชัด ๆ แค่อยากรู้ว่ามันมีชีวิตยังไง ผมไม่จำเป็นต้องใช้เวลามาก แค่ผมรู้ว่ามันให้ความสำคัญกับอะไรก็เพียงพอแล้ว และสิ่ง ๆ นั้นที่สำคัญสำหรับเฟอร์นันโดก็คือคุณ”

“คนเลือดเย็น!...คุณหลอกให้ฉันคิดว่าคุณเป็นคนดีเพื่อที่จะฆ่าฉันอย่างเลือดเย็น”

“น้อยกว่าพ่อบุญธรรมของคุณกระมัง ยูบีอา”

เสียงนั้นเข้มขึ้น แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นดุดันในฉับพลัน มือเย็นเยียบของคนใจหินบีบไหล่บางแน่นขึ้น ดาราวดีสะกดความเจ็บปวดด้วยการเม้มปากเข้าหากันแน่น ถึงตอนนี้หญิงสาวแทบจะแยกแยะความรู้สึกของตัวเองไม่ออก มันมีทั้งความหวามไหวและหวาดหวั่นในคราวเดียวกัน

“ไม่ใช่แค่พ่อแม่ของผมที่ต้องสังเวยชีวิตให้ไอ้คนระยำพันธุ์นั้น มีคนอีกมากมายที่ต้องตายเพราะขวางทางธุรกิจของมัน แม้แต่คุณเองก็เถอะยูบีอา...”

โธมัสเว้นคำพูดชั่วครู่ขณะจ้องมองหญิงสาวที่อยู่แนบชิดตัวเขาอย่างค้นคว้า เขาจ้องเธอเหมือนกับจะให้ประกายตากร้าวกล้าทะลุเข้าไปถึงใต้บึ้งของหญิงสาว มุมปากบนใบหน้าหล่อเหลาเลิกขึ้น

“คุณไม่นึกสงสัยบ้างเลยหรือไงว่าทำไมเฟอร์นันโดถึงได้รับคุณมาเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรม ไอ้คนไร้ศีลธรรมอย่างนั้นถ้ามันไม่ทำชั่วอะไรไว้ก็ต้องมีเบื้องหลังสักอย่างที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวที่แท้จริงของคุณ”

“อย่ามายุให้ฉันเกลียดคนที่มีบุญคุณกับฉันจะดีกว่า โธมัส...คุณต้องการอะไร อยากให้ฉันทำอะไรก็ว่ามาตอนนี้เลย”

เขาเลิกคิ้วสูง “แน่ใจนะที่พูด...คุณยอมทำทุกอย่างที่ผมต้องการ...อย่างนั้นใช่มั้ย”

สายตาคมวับนั้นเสมือนเป็นการตอกกลับคำพูดท้าทายของหญิงสาว ดาราวดีอยากร้องไห้ เธอไม่รู้แล้วว่าต้องทำอย่างไรกับผู้ชายคนนี้ เขาทั้งร้ายกาจและอำมหิต หลอกล่อให้เธอจนมุมแล้วยังบีบบังคับสารพัด หญิงสาวได้ยินเสียงเขาขบกรามเข้าหากันแน่น

“ฟังคำพูดของผมไว้ให้ดี ๆ...สิ่งที่ผมจะพูดไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเพราะผมไม่เคยพูดเล่น ๆ กับใครเป็น ตอนนี้คนของผมตามประกบเฟอร์นันโดที่โมนาโก”

“คุณจะทำอะไรเขา”

“ไม่...” เขาเอียงหน้าและหรี่นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มอมเทาลง “ผมก็แค่...ติดตามความเคลื่อนไหวของมัน แค่อยากให้มันอับอาย เพราะอีกไม่นานจะมีข่าวฉาวโฉ่ของลูกสาวบุญธรรมที่หนีตามผู้ชายไปแล้วซมซานกลับบ้านเพราะท้องไม่มีพ่อ!

“โธมัส...อย่า!

ใบหน้าสวยเบี่ยงหลบแต่ไม่ทันริมฝีปากหนาที่จาบจ้วงลงมาบนกลีบปากระริก เนื้อตัวของทั้งเขาและเธอเปียกปอนและชุ่มน้ำไปหมด โธมัสดึงร่างเล็กให้ลงไปในระดับน้ำที่ลึกยิ่งกว่าเก่า แต่แขนทรงพลังของเขาก็ยังกอดเกี่ยวร่างอรชรไว้แนบแน่น เขาไม่ปล่อยให้เธอจมน้ำแต่ดาราวดีกลับสำลักความเจ็บปวดที่เขาจู่โจมด้วยปากและลิ้นที่โจนจ้วง

“โธมัส...ยะ...อย่า...อื๊อ!

เสียงร้องห้ามเหมือนยิ่งยั่วยุให้เขาซุกไซ้ใบหน้าไปตามลำคอขาวเนียนหนักมากยิ่งขึ้นทุกที ลมหายใจหนักผ่าวร้อนราดรดลงบนแก้มของหญิงสาว ร่างกายร้อนรุ่มใหญ่โตเบียดชิดร่างเล็กที่ไม่มีทางดิ้นหนีไปไหนได้ มือของเธอถูกคล้องกุญแจไว้มีแต่เสียงสะอื้นให้เท่านั้นที่บอกให้รู้ว่าความเจ็บช้ำกำลังแผ่ซ่านไปในทุกอณูของร่างสาว

“โธมัส...ไม่...มะ...ไม่...”

เสียงร้องแหบโหยของดาราวดีไม่อาจหยุดยั้งความดิบร้ายของโธมัส เขากอดรัดเธอแน่นขึ้นและบีบบังคับให้เรียวปากอิ่มรับลิ้นหนาที่จ้วงเข้าไปครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่ปราณี หญิงสาวไม่ได้รู้สึกถึงความเย็นของน้ำที่กำลังท่วมตัวแม้แต่น้อยหากแต่กลับรู้สึกถึงความร้อนจากร่างกายของเขาที่กำลังผลาญเผาตัวเธอเท่านั้น

“ยูบีอา...คุณไม่มีทางหนี...ไม่มีทาง”

โธมัสครางลึกในลำคอ เสียงหนักนั้นแตกพร่าจากอารมณ์อันพลุ่งพล่าน ยิ่งเขาบดริมฝีปากบนกลีบปากนุ่มนั้นหนักเท่าไหร่หัวใจของเขาก็เริ่มถูกบางอย่างหลอมละลายมากเท่านั้น แต่ชายหนุ่มกลับพยายามปฏิเสธตัวเอง เขาทำไปเพื่อการแก้แค้น เขาจะไม่รู้สึกรู้สาหรือแม้แต่หลงเหลือความอาทรให้มันติดค้างในใจที่ต้องอยู่กับความโหดร้ายมาเกือบชั่วชีวิต

“โธมัส...ฉันเจ็บ!




เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha