Ever Living Fire ไฟรักนิรันดร์

โดย: อักษรามณี



ตอนที่ 1 : เงามัจจุราช (4)



ริมฝีปากของหญิงสาวอ้าค้างเมื่อร่างใหญ่กำยำยืดลำตัวขึ้นยืนเต็มความสูง แต่ก่อนที่เขาจะหันหลังให้กลับต้องชะงักเมื่อดาราวดียื้อขากางเกงของเขาไว้ด้วยมือที่ถูกตึงไว้ด้วยโซ่เหล็ก หญิงสาวมองเขาด้วยแววตาวอนขอ

“โธมัส...ได้โปรด...ปล่อยฉันไป...ปล่อยฉันกลับบ้าน”

ชายหนุ่มเหยียดปาก มองร่างบอบบางที่ถูกเขาจองจำด้วยโซ่ทั้งมือและเท้า ใบหน้าคร้ามเข้มเยียบเย็นและเต็มไปด้วยความอำมหิต โธมัสแค่มองลูกสาวของศัตรูที่บัดนี้กลายเป็นทาสอยู่แทบเท้าเขา

“บางทีนะยูบีอา...คุณอาจเหมือนนางเงือกในตำนาน ที่ต้องอยู่อย่างทุกข์ทรมานในโลกแห่งความเป็นจริง”

“โธมัส...โธมัส!

หญิงสาวร่ำร้องเมื่อไม่อาจยื้อเขาไว้ได้ ชายหนุ่มก้าวออกจากห้องนั้นและปิดประตูซึ่งทำจากกรงเหล็กโดยไม่สนใจที่จะหันมองหญิงสาวซึ่งส่งเสียงร่ำไห้เพราะไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรและคิดไม่ถึงว่าชีวิตของตัวเองจะพลิกผันได้ถึงเพียงนี้ เพียงแค่ความไว้วางใจที่บิดาของเธอมีให้ชายคนหนึ่งโดยไม่รู้เลยว่าเขามีภูมิหลังดำมืดเช่นไร

แม้ว่าโธมัสจะไม่ได้ใส่กุญแจประตูเอาไว้แต่หญิงสาวก็ไม่อาจเอื้อมไปเปิดมันออกได้เพราะขาของเธอถูกพันธนาการไว้ด้วยโซ่ขนาดใหญ่ที่ความยาวของมันไม่เพียงพอให้เธอขยับไปถึง ดาราวดีร้องไห้นานนับชั่วโมงก่อนที่เธอจะเริ่มรู้สึกอ่อนล้า ภายในจิตใจตอนนี้เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและไม่เข้าใจผู้ชายคนนั้นอย่างยิ่งยวด

โธมัส เอเฟซัส...

เธอยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเขาเป็นใคร แต่สิ่งที่ชายหนุ่มทิ้งเอาไว้คือปมปัญหาที่เธอไม่ได้เป็นคนก่อ นั่นคืออดีตอันเจ็บปวดของเขาที่ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยความเคียดแค้น เขาอาฆาตเฟอร์นันโดแต่กลับกลายเป็นเธอที่ถูกดึงเข้าสู่วังวนแห่งความเจ็บปวดของเขา แล้วหลังจากนี้ล่ะ...เธอจะเป็นเช่นไร ผู้ชายใจร้ายคนนั้นจะทำอะไรกับเธอบ้าง ดาราวดีจมลึกเข้าไปในห้วงความคิดของตัวเองกระทั่งหลับไปอีกครั้งทั้งตำตาเจิ่งนองใบหน้า

แอ๊ด...

เสียงประตูเหล็กที่เปิดออกทำให้ร่างบางซึ่งนอนคุดคู้อยู่บนพื้นห้องที่เป็นพื้นปูนหนาวเหน็บสะดุ้งตื่นในฉับพลัน ดาราวดีมีอาการตกใจอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นร่างของใครคนหนึ่งก้าวเข้ามาในห้องนั้น เป็นผู้หญิงซึ่งน่าจะเป็นชาวกรีกอายุราวสี่สิบกว่า ๆ อยู่ในชุดแม่บ้าน ในมือถือถาดเข้ามาก่อนจะวางลงตรงหน้าร่างเล็กที่มองด้วยความประหลาดใจ

“สวัสดีค่ะ...คุณยูบีอา”

หญิงผู้นั้นกล่าวทักทายด้วยใบหน้าที่ดูเสมือนราบเรียบแต่ดาราวดีรู้สึกว่าผู้หญิงร่างสูงระหงคนนี้ไม่ได้มีความอาฆาตมาดร้าย ใบหน้าใต้กรอบเรือนผมยาวหยักศกสีน้ำตาลเข้มซึ่งถูกรวบไว้ด้านหลัง เธอมองหญิงสาวร่างเล็กที่ถูกพันธนาการไว้ด้วยความประหลาดใจที่ฉายออกมาจากดวงตาสาน้ำเงินคู่นั้น  หญิงสาวชาวไทยขยับถอยไปด้านหลังจนชิดผนังปูน ถึงอย่างไรเธอก็ยังไม่ไว้วางใจทุกอย่างในสถานที่ซึ่งไม่ต่างจากแดนคุกนี้อยู่ดี

“ดิฉันชื่ออเล็กซา เป็นแม่บ้านของที่นี่ค่ะ...คุณท่านให้ดิฉันนำอาหารมาให้คุณค่ะ”

ดาราวดีเลื่อนสายตาของเธอลงต่ำเพื่อจะเห็นอาหารในถาดที่อเล็กซานำมาให้ มันเป็นอาหารแบบแปลก ๆ ที่มีลักษณะเป็นก้อนกลม ๆ ในจาน เธอเอียงหน้ามองและดูเหมือนคนนำมาให้จะเข้าใจในความสงสัยของอีกฝ่าย

“นี่คือคอฟต้า...ทำจากเนื้อสับปั้นเป็นก้อน ทานซะนะคะ แล้วเดี๋ยวดิฉันจะเข้ามาเก็บถาดค่ะ”

“อเล็กซา...ที่นี่ที่ไหนคะ”

คำถามนั้นทำให้แม่บ้านสาวใหญ่หยุดชะงักขณะลุกขึ้น หากแต่เธอก็ตอบด้วยน้ำเสียงเป็นปกติ

“ที่นี่คือคฤหาสน์ของตระกูลเอเฟซัสค่ะ...และนี่คือหอคอยที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยโบราณ คฤหาสน์หลังนี้สร้างไว้บนเกาะครีตมาร้อยกว่าปีแล้วค่ะ”

“เกาะครีต...อย่างนั้นเหรอ”

ดาราวดีทวนคำนั้นอย่างเลื่อนลอยและลู่ไหล่ลงอย่างสิ้นหวัง น้ำตาของหญิงสาวไหลลงมาอีกครั้งเมื่อสำนึกนั้นถูกกระชากเข้าสู่ความเป็นจริงอันโหดร้ายด้วยคำยืนยันของอเล็กซา... โธมัสไม่ได้โกหกเธอ ที่นี่คือเกาะครีต หมู่เกาะในประเทศกรีซจริง ๆ หญิงสาวสำเหนียกได้ถึงกลิ่นเจือจางของสายลมที่หอบเอากระไอบางเบาของน้ำทะเลเข้ามา เธอได้มาเยือนสถานที่ในฝันแล้วหากแต่มันหาใช่ความตั้งใจอันแท้จริง ผู้ชายใจร้ายคนนั้นล่อลวงเธอมาที่นี่

“อเล็กซา”

“คะ”

“ช่วยบอกฉันหน่อยได้ไหมคะ...ว่าโธมัส เอเฟซัส...เป็นใครกันแน่”




เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha