หนี้ร้ายพันธนาการรัก (ซีรีส์ รักพันธนาการ) มีหนังสือทำมือ

โดย: อติญา / เก-ลิน / เราพิมพ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน / มะลิก้านแดง



ตอนที่ 3 : 1 (3/3)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

เมื่อชายหนุ่มกลับมาถึงห้องนอนเขาต้องใช้เวลานั่งนิ่งๆ เพื่อระงับสติไปอีกพักใหญ่ ภาพของหญิงสาวตัวเล็กบอบบางยังคงติดตา ร่องรอยการโดนทำร้ายชัดเจนบนผิวเนื้อนุ่มนิ่มนั่น ไหนจะรอยแผลถลอกปอกเปิกที่เขามั่นใจว่ามันเกิดจากคำสั่งของตนเอง นี่ขนาดเขาเห็นแค่ส่วนนอกร่มผ้าแล้วส่วนอื่นที่เขาไม่เห็นล่ะ? ใครจะไปคิดว่าการที่เขาสั่งให้โยนผู้หญิงคนนึงออกมาจากบ้านเพราะขัดใจที่เธอไม่ใช่คนที่ต้องการ จะทำให้เธอต้องมาเจอกับเหตุการณ์ระยำหมาแบบนี้ ยิ่งคิดสิงหายิ่งเจ็บใจจนต้องสบถคำหยาบออกมาเป็นชุด
“อยากจะยิงพวกมึงด้วยมือของกูเอง ไอ้พวกชั่ว เลว!!!” แต่จะตีอกชกหัวไปก็ใช่จะย้อนเวลากลับไปได้ นี่เขาควรเอาเวลามาคิดดีกว่าว่าจะเอายังไงกับเธอต่อไปดียัยขนมผิง นี่คงต้องให้ทำงานตามที่สั่งไปก่อนแล้วหาทางตามตัวคุณนายปานระพีมาให้ได้ เพราะในใจเขายังอยากจะได้ลูกสาวตัวจริงของคุณนายมาขัดดอกบนเตียงให้คุ้มกับเงินที่เสียไป...
เงินห้าสิบล้านสำหรับเขามันเรื่องเล็ก แต่เขาเกลียดคนสับปลับพูดแล้วคืนคำ เงินต้นและดอกเบี้ยของคุณนายปานระพีถูกผลัดมาเป็นเวลาจะสองปีแล้ว ไม่ได้ว่าเขาจะใจดีอะไรหรอก เขาแค่เห็นถึงความสนิทสนมของผู้ใหญ่เพราะสามีเก่าของคุณนายที่สิ้นบุญไปเป็นเพื่อนรักของคุณพ่อซึ่งไปมาหาสู่กันในครอบครัวมาตั้งแต่ตอนเขาเล็กๆ จะมาห่างเหินกันตอนที่ชายหนุ่มไปเรียนต่างประเทศหลายปี
เมื่อกลับมาเมืองไทยก็ทราบข่าวว่าเพื่อนรักของคุณพ่อจากโลกนี้ไปแล้ว จะมีก็เพียงคุณนายปานระพีที่แวะเวียนมาหาถี่กว่ายามที่สามีมีชีวิตเพราะคุณนายนิยมไปเข้าบ่อนการพนันในประเทศเพื่อนบ้าน บ่อยครั้งที่หมดตัวกลับมาต้องเอาทรัพย์สินมาจำนองบ้าง มาขอหยิบยืมบ้าง ประกอบกับนิสัยที่ฟุ้งเฟ้อจมไม่ลงของสองแม่ลูก จนเมื่อคุณนายแต่งงานใหม่ก็ยังตามเอาสมบัติคุณคฑาวุธ ผู้เป็นบิดาของพิมพ์อุมา มาผลาญจนเธอต้องเข้ามาวนเวียนในวงจรอุบาทว์ที่สองแม่ลูกสร้างขึ้น
ในเมื่อบิดายกเรื่องหนี้สินของคุณนายปานระพีให้บุตรชายคนเล็กเป็นผู้ดูแล สิงหาก็ต้องจัดการเรื่องนี้ให้เด็ดขาด แต่มันก็เป็นวิธีการจัดการในแบบของเขา สิงหา กรคุณานนท์
“โอยย...” วันดีหันหน้าไปตามเสียงที่ได้ยิน ครางแผ่วเบาจากปากของร่างที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงบ่งบอกว่าเธอได้สติแล้ว
เมื่อพิมพ์อุมาขยับตัวความเจ็บหน่วงๆ กระจายไปตามร่างกายจนต้องครางออกมาเพื่อระบายความเจ็บปวด โอ๊ย... ที่นี่มันที่ไหน แล้วไอ้พวกเวรตะไลพวกนั้นล่ะ
“กรี๊ดดดดดดดดดดดด!!!” ทันทีที่ความทรงจำสุดท้ายย้อนกลับเข้ามาในหัว พิมพ์อุมาก็กรีดเสียงร้องด้วยความหวาดกลัว ภาพกลุ่มชายฉกรรจ์ที่ทำร้ายเธอ เสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งพวกนั้นมันทำให้เธอผวา
“คุณ คุณคะ คุณไม่เป็นไรนะ” วันดีพุ่งตัวเข้าหาหญิงสาวพลางเอามือลูบแขนเธอเพื่อปลอบประโลม
“ไม่ ไม่ ทำไมฉันมาอยู่ที่นี่” หน้าสวยถอดสีจนซีดขาว นัยน์ตารื้นขึ้นด้วยหยาดน้ำ เธอกัดริมฝีปากบางเพื่อกลั้นเสียงสะอื้นไว้ วันดีเห็นท่าไม่ค่อยดีจึงรีบเอ่ยปาก “เมื่อวันก่อนโน้น คุณชาครกับคุณนัยไปช่วยคุณไว้ คุณไม่เป็นไรแล้วนะ ถ้าไม่เชื่อฉันจะไปตามป้าผกามา รอแป๊บเดียวนะคุณนะ ไม่ต้องตกใจ” พูดจบวันดีก็พุ่งตัวออกไปนอนห้องตะโกนตามหาคุณแม่บ้านใหญ่ทันที
“โหวกเหวกโวยวายแต่เช้านะแม่วันดี ถ้านายน้อยอยู่คงโดนเอ็ดลั่นบ้าน” แม่บ้านใหญ่กล่าว
“ป้าไปเร็ว คุณคนนั้นฟื้นแล้ว รู้สึกตัวได้ก็กรี๊ดลั่นห้องเลย ป้าไปดูเลยเร็วๆ ฉันไม่รู้จะทำยังไง” วันดีรายงานด้วยน้ำเสียงรัวเร็วด้วยความเหนื่อยหอบจากการวิ่งถลามาตามหาผกาถึงในครัว
“แม่คุณเอ๊ย!!! ฟื้นซักที วันดีเอ็งไปโทรบอกพ่อนัยนะ ป้าจะไปหาแม่หนูนั่นก่อน” หญิงสูงวัยเอ่ยสั่งก่อนจะรีบผละจากงานครัวตรงไปยังห้องรับรองที่พิมพ์อุมาพักอยู่ทันที
“ฟื้นแล้วหรือคะคุณหนู” ผการ้องทักเสียงอ่อนโยนเมื่อเห็นเธอนั่งกอดเข่าอยู่ตรงหัวเตียง บนแก้มยังชื้นไปด้วยคราบน้ำตา ดวงตาสีดำขลับมองยังผู้มาใหม่ด้วยแววตาหวาดระแวง
“ไม่ต้องกลัวป้าหรอกจ๊ะ ป้าชื่อผกาเป็นคนของที่ไร่นี่ ป้าเป็นคนดูแลหนูวันที่พ่อนัยเค้าพามา” พูดจบนางก็ทรุดนั่งบนขอบเตียง ยื่นมืออวบกลมของนางไปลูบหลังลูบไหล่หญิงสาวอย่างอ่อนโยน
“ไม่กลัวนะหนูปลอดภัยแล้ว ป้าไม่ได้พูดเองนะ คุณหมอมาตรวจหนูเมื่อวานก่อนเป็นคนบอก แล้วหมอก็ให้น้ำเกลือตอนหนูหลับไปด้วย”
“ฮือ ฮือ...” พิมพ์อุมากลั้นสะอื้นไว้ไม่อยู่โผร่างบอบบางเข้าหาผกาทันที เธอกลัว กลัวมาก กลัวว่าสิ่งที่เธอรักและหวงแหนมาตลอด 24 ปีจะถูกพรากไปด้วยน้ำมือคนใจสัตว์พวกนั้น
“ผิง คือ...ผิงต้องกลับบ้าน เจ้านายป้าเค้าไล่...ไล่ผิงไปเจอคนพวกนั้น ผิงจะกลับบ้าน ป้าจ๋า ป้าช่วยผิงนะ ถ้าอยู่ที่นี่ผิงต้องเจอพวกมันอีก ผิงกลัว ผิงเจ็บ...ฮือ....”
“ตอนนี้ไม่มีใครมาทำอะไรหนูได้แล้วลูก ผิงเป็นคนของไร่กรคุณานนท์ นายน้อยจะปกป้องคนของนายเป็นอย่างดี” นางกอดตอบพลางปลอบหญิงสาวให้คลายกังวล
“รอนายน้อยกลับมาค่อยว่ากัน ตอนนี้หนูผิงต้องฟังป้า กินข้าว กินยา จะได้หายไวๆ ” พิมพ์อุมาพยักหน้าช้าๆ เพราะไม่รู้ว่าจะทำอะไรได้ดีไปกว่านี้ อย่างน้อยการที่เธอว่าง่ายอาจจะทำให้ได้กลับบ้าน
พิมพ์อุมาใช้ชีวิตอยู่ในไร่กรคุณานนท์ได้หนึ่งสัปดาห์แล้ว จากการที่มีวันดีอยู่เป็นเพื่อนเธอได้รู้ว่าหลังจากโดนทำร้ายตัวเองสลบไปถึงสองวัน พอถามถึงคนชั่วพวกนั้นวันดีได้แต่บอกว่าคนสนิทของนายน้อยลงโทษตามกฎของไร่ไปเรียบร้อยแล้ว 
แต่ละวันของหญิงสาวผ่านไปอย่างเชื่องช้า...เช้ามาเธอจะช่วยป้าผกาทำงานเล็กๆ น้อยๆ ในครัว ด้วยความที่เคยเรียนรู้มาจากมารดาและการไปอยู่ตัวคนเดียวในกรุงเทพฯ มาเป็นเวลานานทำให้งานบ้านงานเรือนไม่ใช่ปัญหาสำหรับเธอ พอถึงช่วงสายยาวไปถึงช่วงบ่ายหญิงสาวก็มักจะทำตัวติดกับวันดีสาวใช้รุ่นน้องที่สนิทสนมกันดีถึงขั้นเรียกชื่อเล่นกันอย่างคุ้นเคย ตามไปช่วยทำความสะอาดห้อง ซักรีดเสื้อผ้า แต่ก็ไม่เคยได้ก้าวขาพ้นอาณาเขตบ้านหลังใหญ่หรือไปไกลกว่าห้องซักรีดท้ายเรือนเลย
“วันดี ผ้าเก็บมาหมดรึยังตรงนี้พี่รีดหมดแล้วนะ” เสียงใสปานระฆังแก้วทำให้ร่างของนายน้อยเจ้าของไร่ที่กำลังเดินตามหาป้าผกาเพื่อสั่งงานเล็กน้อยถึงกับก้าวขาไม่ออก มาอยู่ตรงนี้เองหรอแม่ขนมผิง มิน่าล่ะเขาถึงไม่เคยพบหน้าเธอเลยเล่นหลบอยู่กันแต่ในห้องซักรีดนี่เอง
“หายไปไหนของเค้านะ เรียกก็ไม่เห็นขานรับ” พิมพ์อุมาบ่นอุบระหว่างที่พาร่างเล็กของเธอเดินออกมาจากห้องซักรีด ด้วยความไม่ระวังก็ชนโครมเข้ากับคนตัวใหญ่ที่มาหยุดยืนดูเธอได้ซักพักแล้ว
โครม!!! ว๊าย!!! พอสายตามองเห็นว่าตัวเองชนเข้ากับใครสาวเจ้าก็สะดุ้งสุดตัว แรงปะทะทำให้เธอแทบหงายหลังโชคดีที่ชายหนุ่มมีแก่ใจคว้าเอวของเธอไว้
“ขอโทษค่ะ ช่วยปล่อยมือด้วย” พอสติมาปัญญาก็เกิด นี่เขาโอบเอวเธออยู่นะยัยผิง ยังจะมายืนอ้าปากหวอทำไมอีก
“ใจคอจะไม่ขอบคุณซักคำ ถ้าฉันไม่จับไว้เธอไม่ล้มหัวฟาดไปแล้วหรอ” พูดพลางกระชับวงแขนให้แน่นขึ้น ยัยนี่ถึงจะตัวเล็กแต่นุ่มนิ่มมีเนื้อมีหนังอยู่เหมือนกันนะ
หญิงสาวหน้านิ่วคิ้วขมวดกับการกระทำของชายหนุ่ม แต่ก็ต้องเอ่ยปากเพื่อเอาตัวรอด ทะเลาะกับหมอนี่มีแต่เสียกับเสียเชื่อสิ หูตาแพรวพราวมองแล้วรู้สึกแปลกๆ พิกลยังไงไม่รู้ “ขอโทษที่ฉันเดินไม่ดู แล้วก็ขอบคุณนายน้อยที่ช่วยค่ะ”
“รู้ด้วยว่าฉันเป็นใคร” ชายหนุ่มยักคิ้วขึ้นข้างนึงทำหน้าเป็นเชิงถาม แถมยกยิ้มน้อยๆ ที่พิมพ์อุมาเห็นแล้วแข้งขาพาลจะสั่นฉันเป็นคนไม่ใช่ปลาทองจะได้ความจำสั้น นายเองเป็นคนที่สั่งโยนฉันออกไปนอกบ้านใครจะลืมยะ!!! หญิงสาวบ่นในใจ
“ทำหน้าแบบนี้อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะขนมผิง เธอแอบด่าฉันในใจ” กระชับวงแขนเข้ามาอีกนิด พร้อมเลื่อนมือเรียวยาวไปเชยคางเธอขึ้นมา พิมพ์อุมายิ่งขัดขืนพยายามก้มหน้าหนี แต่เขาก็ใช้มือสวยๆ นั้นบีบคางบังคับเธอให้เงยหน้ามาสบตาจนได้
ให้ตายเถอะทำไมตานี่ไม่รู้จักแต่งตัวให้เรียบร้อย อายุสามขวบรึไงถึงติดกระดุมเสื้อไม่ครบ นั่นมันอะไร? เธอมั่นใจว่าเห็นรอยสักที่อกข้างซ้ายของชายหนุ่ม เอ๊ะ ที่ต้นคอด้วย เขามีอะไรแปลกประหลาดกว่าที่เธอคิดนะ
“หลบตาแสดงว่าจริง เธอไม่รู้หรอคนที่ทำให้ฉันหงุดหงิดจะได้รับผลยังไง คราวที่แล้วมันยังน้อยไปสินะ” เสียงเขาดึงเธอออกมาจากกล้ามอกแน่นๆ และรอยสักที่เธอเห็นแว๊บๆ  
นี่เขากำลังขู่เธอ? แต่เขาคงจะไม่จับเธอโยนออกไปอีกใช่มั๊ย ถ้าเขาทำแบบนั้นอีก แล้วเธอต้องเจอไอ้เลวพวกนั้นเธอจะโชคดีเหมือนคราวก่อนมั๊ย ความกลัวที่ยังเกาะกุมในหัวใจเล็กๆ ของเธอตีขึ้นเป็นน้ำใสๆ คลอนัยน์ตาสวย เธอสบตาชายที่โอบเอวเธอผ่านม่านน้ำตาที่พร่ามัว
“ผิงขอโทษค่ะ” เสียงสั่นเครือแผ่วเบาลอดริมฝีปากสีชมพูบอบบางออกมา นี่ถ้าเธอไม่ยืนน้ำตาร่วงแบบนี้สาบานได้เลยว่าเขาคงจับเธอจูบตรงนี้แน่ๆ  ริมฝีปากจิ้มลิ้มนี่ รสชาติมันจะหวานเหมือนสีชมพูที่แต่งแต้มรึปล่าวนะ ไหนจะตาสีดำสนิทคู่นี้อีก ยามปกติจะเต็มไปด้วยชีวิตชีวา แต่ยามที่เศร้าโศกเขารู้สึกว่ามันเป็นดวงตาที่น่าสงสารที่สุดในโลก...เฮ๊ย สิงหา มันก็แค่ม้าแคระร้องไห้แกจะอินอะไรกับหล่อนนักหนาวะ
“ไม่ต้องมายืนสำออย แล้วเธอมาทำอะไรที่นี่” ชายหนุ่มคลายวงแขนอย่างลังเล พิมพ์อุมาดันตัวออกห่างถอยไปจนหลังชิดกำแพงห้องซักรีด ขู่เสร็จก็ทำเสียงแข็งใส่กันเลยทีเดียว
“ฉันถาม...เป็นใบ้กะทันหันหรอ...หรือมาเดินให้ท่าใครแถวนี้” เจ้าของดวงตาคู่เศร้าน้ำตารื้นขึ้นมาอีกครั้ง แต่ยังกลั้นใจกลืนก้อนสะอื้นลงคอ “ฉันมาช่วยงานป้าผกากับวันดีค่ะ”
“อ๋อ ช่วยงานคนอื่นได้แล้ว แสดงว่าเธอพร้อมจะเริ่มงานของตัวเองแล้วสินะ” ชายหนุ่มเดินกลับเข้ามาหาก้มต่ำ พูดชิดริมฝีปากบางที่ตอนนี้เม้มเป็นเส้นตรง หญิงสาวพยายามกระพริบตาถี่ๆ เพื่อไล่น้ำในตา
“คือคนที่คุณต้องการไม่ใช่ฉัน คุณบอกเองว่าคุณต้องการคุณรวิ ฉันคิดว่า...ฉัน...”
“เงียบปาก!!!  นี่เธอคิดว่าฉันจะใช้เธอขัดดอกแทนรวิหรอ ตลกแล้วยัยจิ๋ว...เธอต้องใช้หนี้แน่แต่มันเป็นคนละวิธีกับของรวิเค้า...ไปเก็บเสื้อผ้าข้าวของเธอให้หมดแล้วออกไปรอหน้าบ้าน ฉันจะให้คนพาเธอไปทำงาน...เธอมีเวลาสิบห้านาที” พูดจบนายน้อยแห่งไร่กรคุณานนท์ก็เดินสะบัดหน้าจากไปทันที ทิ้งให้พิมพ์อุมายืนอ้าปากค้างเพราะเถียงไม่ทัน
“อีกอย่างเธอไม่ต้องกลัว ฉันไม่ได้พิศวาสเธอซักเท่าไหร่ เธอมันไกลมาตรฐานผู้หญิงของฉัน”
“ฉันยังไม่อยากขึ้นเตียงกับม้าแคระ” ชายหนุ่มหันมาทิ้งท้ายด้วยประโยคที่คนฟังได้ยินแล้วระคายหู

             

 

อยากเม้าท์กับติญา <<<CLICK

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha


สิงหาร้ายจัง
โดย Anonymous | 2 years ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
💞💞💞💞
โดย Anonymous | 2 years, 3 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
ดีดม้าจะดีดปากให้ 555
โดย Anonymous | 3 years, 3 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
None
โดย Anonymous | 3 years, 3 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
ม้าแคระ!!! 5555
โดย Anonymous | 3 years, 4 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
หูย ฟิน
โดย Anonymous | 3 years, 4 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
None
โดย Anonymous | 3 years, 4 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
None
โดย Anonymous | 3 years, 4 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
ม้าแคระแล้วมันทำไมว่าาาาา
โดย Anonymous | 3 years, 4 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
อินตามค่ะ ร้องให้ตามเบย
โดย Anonymous | 3 years, 4 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
รักเลยจุฟป๊อก
โดย Anonymous | 3 years, 5 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
สิงหาปากร้าย ไม่ยอมรับว่าสนใจขนมผิงสุดอร่อยอยู่
โดย Anonymous | 3 years, 5 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
ผชปากร้าย
โดย Anonymous | 3 years, 5 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
None
โดย Anonymous | 3 years, 5 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
ขอบคุณค่า
โดย Anonymous | 3 years, 5 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
ขอบคุณค่า
โดย Anonymous | 3 years, 5 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
:D
โดย Anonymous | 3 years, 5 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha