หนี้ร้ายพันธนาการรัก (ซีรีส์ รักพันธนาการ) มีหนังสือทำมือ

โดย: อติญา / เก-ลิน / เราพิมพ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน / มะลิก้านแดง



ตอนที่ 7 : 3 (1/3)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

“อืมม อ๊ะ............” เสียงครางจากริมฝีปากบางของสาวลูกครึ่งผมแดง  ที่ขยับตัวส่ายสะบัดอย่างยั่วยวนอยู่บนร่างสิงหา  เป็นตัวกระตุ้นอารมณ์ดิบของชายหนุ่มให้เร่งสะโพกแกร่งเข้าหาร่างขาวอวบอย่างเร่งเร้า  จนมือบางของหญิงสาวต้องจิกลงบนบ่าหนาที่ประดับไปด้วยรอยสักลายเส้นคมเข้มเพื่อตั้งหลัก
รอยสักของชายหนุ่มเป็นผลงานที่เขาภาคภูมิใจ  เพราะรอยสักตั้งแต่แผนหลังต่อมายังลำคอ  และบ่าหนาไล่ยาวมาจนถึงบริเวณหน้าอกซ้าย  ทั้งหมดเขาใช้เวลาออกแบบสรรสร้างร่วมกับ สเตฟานช่างสักหนุ่มมืออาชีพเพื่อนสนิทที่เรียนมาด้วยกันเมื่อตอนที่บิดามารดาส่งเขาไปศึกษาต่อยังเมืองผู้ดี 
เรื่องราวน่าประทับใจในช่วงชีวิตของเขาเกือบทั้งหมดถูกถ่ายทอดเป็นเรื่องราว  ร้อยเรียงอย่างมีศิลปะชั้นเชิงบนผิวหนัง งานนี้เขาเจ็บตัวไปก็มาก  แถมผลงานนี้ใช้เวลาไปไม่ไม่ต่ำกว่า 5 ปี  สิงหาจะมีความอดทนเป็นพิเศษ และยอมทุ่มเทเวลาทั้งหมดที่เขามีให้กับสิ่งที่เขาหลงใหลได้เสมอ
หลายคนที่ไม่มีความชื่นชอบในจิตรกรรมบนเรือนร่างอาจมองชายหนุ่มด้วยสายตาประหลาด  ชายหนุ่มร่างกำยำผิวสีแทนเนื่องจากการทำงานและออกกำลังกายกลางแจ้ง ความสูงกว่าร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตร  นัยน์ตาและเรือนผมตัดเข้าทรงสีน้ำตาลเข้ม  บวกเข้ากับรอยสักที่ยึดพึ้นที่ไปเกือบครึ่งร่าง...ช่างขัดแย้งกับตำแหน่งผู้บริหารที่ชายหนุ่มถือตำแหน่งอยู่เหลือเกิน
ยามใส่สูทผูกไทต์ออกงานสังคม  หรือสวมเสื้อเชิ้ตทำงานประจำในไร่...มักไม่มีใครได้เห็นผลงานชิ้นเอกบนเรือนร่างเขา  เวลาที่จะได้เห็นรอยสักของชายหนุ่มเต็มๆ ตา คือเวลาที่สิงห์หนุ่มออกล่าเหยื่อบนเตียง...เช่นในเวลานี้
“อ๊ะ........สิงห์คะ!!!” อกอวบกระเพื่อมขึ้นลงตามแรงกระแทกจากเบื้องล่าง...ร่างกำยำด้วยซิกซ์แพคเอื้อมมือคว้าเต้าข้างหนึ่งมากอบกุมไว้ แขนอีกข้างใช้ดันกายแกร่งขึ้นนั่ง แล้วจึงซุกไซร้ใบหน้าหล่อเข้าหายอดอกสีเข้ม  ลิ้นร้อนดูดดึง ขบเม้มจนเจ้าของอกอิ่มสูดปากร้องครางเสียงหลง...
“อุ๊ยยยย.....สิงห์ขา....อันนาจะ....จะ.....ไม่...วะ...กรี๊ด!!!” สาวลูกครึ่งยังไม่ทันจะพูดจบ...เสียงกรีดร้องด้วยความสุขสมก็หลุดออกมาจากริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีสวย
“......นำไปก่อนเลยทูนหัว...ผมมีเวลาตามคุณไปสวรรค์ได้ทั้งคืน” เจ้าของร่างสีแทนอุดมด้วยมัดกล้าม  กระซิบเสียงกระเส่าข้างเรือนผมสีแดงดกหนาที่ถูกดัดเป็นลอน  ก่อนจะพลิกร่างสาวเจ้าลงมาเบื้องล่าง  เร่งฝากฝังตัวตนจนทะยานแตะขอบฟ้าไปด้วยกัน...
กว่าเกมรักจะสิ้นสุดก็ล่วงเวลามาค่อนคืน  สิงหาขยับตัวผละออกจากหญิงสาวลูกครึ่งคู่ขาคนล่าสุดทันทีที่ระดับการหายใจเข้าสู่สภาวะปกติ...ขายาวที่แน่นด้วยกล้ามเนื้อพาเจ้าตัวเดินมุ่งไปยังห้องน้ำเพื่อชำระร่างกายก่อนเดินทางกลับ ชายหนุ่มใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาแต่งตัวข้างๆ เตียงที่สาวร้อนรักนอนอ่อนระโหยโรยแรงอยู่               
“ชาคร  เอารถมารอที่เดิมอีกสิบนาทีจะลงไป”  ยกหูสั่งมือขวาให้เตรียมพร้อมเดินทาง
หญิงสาวส่งเสียงออดอ้อนมาจากบนเตียงทั้งๆ ที่ยังคงนอนคว่ำหน้า...มีเพียงผ้านวมผืนนุ่มปิดร่างเปลือยอวบอัดซึ่งเต็มเปี่ยมไปด้วยความร้อนแรงไว้หมิ่นเหม่
“ไม่ค้างกับอันนาจริงๆ หรอคะสิงห์?......”
“...................................................”
ชายหนุ่มไม่ตอบคำถามเธอในทันที มือหนายังคงสวมเสื้อผ้าให้ตนเองจนเสร็จเรียบร้อยโดยไม่ได้เร่งรีบ
“ไม่งี่เง่าสิอันนา........ผมไม่ค้างที่อื่น...ไว้พบกันพรุ่งนี้นะคนสวย”
“ถ้าผมเสร็จธุระเร็ว  ช่วงหัวค่ำ...จะพาไปดินเนอร์” เขาพูดก่อนก้าวขาออกจากห้องพักหรูที่แปรสภาพเป็นสนามรักชั่วคราว  โดยไม่ลืมจะวางเช็คเงินสดระบุจำนวนเงินหกหลักไว้ที่โต๊ะเล็กข้างเตียงเหมือนเช่นทุกครั้ง...
ไม่ว่างานการจะเหน็ดเหนื่อย หรือการรบกับสตรีรูปงามบนเตียงจะใช้เวลาดึกดื่นแค่ไหน...ทุกครั้งที่เขาเดินทางลงมากรุงเทพฯ  มีสถานที่เพียงแห่งเดียวที่เขาจะต้องกลับไปนอนก็คือที่บ้านกรคุณานนท์  เหตุผลง่ายๆ  ที่ชายหนุ่มทำเช่นนั้น...คือเขาต้องการตื่นมารับประทานอาหารเช้าร่วมกับบิดามารดา
ครอบครัวของชายหนุ่มปลูกฝังเรื่องความสำคัญของครอบครัวให้บุตรชายทั้งสามมาตลอด  ตั้งแต่เขาและพี่ชายยังเล็กๆ คุณบดินทร์และคุณจินตนาผู้เป็นบิดามารดา มักหากิจกรรมเพื่อให้ทุกคนได้ทำร่วมกันในเวลาว่าง  รวมถึงมีกติกาเล็กน้อยที่ตั้งขึ้นเพื่อหาโอกาสอยู่ร่วมกัน  ไม่ว่าจะเป็นการทานอาหารเย็นพร้อมหน้าพร้อมตาทุกวันอาทิตย์  การโทรศัพท์หากันทุกสัปดาห์เมื่อครั้งสามหนุ่มเดินทางไปศึกษาต่อยังต่างประเทศ
จนเมื่อบรรดาชายหนุ่มเติบใหญ่มีหน้าที่ความรับผิดชอบต้องบริหารธุรกิจและดูแลกิจการของครอบครัว  ภาระหน้าที่ที่มีมากขึ้นส่งผลให้หาเวลาว่างอยู่ร่วมกันได้น้อย สิงหาจึงเลือกช่วงเวลาพิเศษใช้โอกาสยามลงมาหารือกับพี่ชาย  ทำกิจกรรมพิเศษเล็กๆ เช่นการนั่งโต๊ะรับประทานอาหารเช้าร่วมกับบิดาและมารดา  ซึ่งทุกๆ ครั้งพี่มีนและพี่ธัน  พี่ชายทั้งสองก็จะมาใช้เวลาช่วงเช้า...บนโต๊ะอาหารที่แสนอบอุ่นด้วยกัน
ฟอด!!!..........สิงหาย่องเข้าครัวขโมยหอมแก้มมารดาที่กำลังก้มๆ เงยๆ อยู่หน้าเตา  กลิ่นอาหารเช้า  และกลิ่นกาแฟจากเครื่องชงหอมฟุ้งไปทั่วบริเวณ
“วันนี้ทำอะไรทานครับคุณแม่...หอมขึ้นไปถึงห้องนอนผมเลย”
“ปากหวานตลอดนะจ๊ะ...เมื่อคืนพ่อสิงห์หนุ่มเจนสนามของแม่กลับมากี่โมงกี่ยามล่ะ” 
มารดาถามพลางกระเซ้าบุตรชายด้วยความเอ็นดู  นางทราบกิตติศัพท์ของสามหนุ่มบุตรชายดี  ว่าแต่ละคนเจ้าชู้ตัวพ่อ  โดยเฉพาะธันวาบุตรชายคนกลางที่ออกแววจะหนักกว่าใครเพื่อน  แต่ด้วยความหัวสมัยใหม่ของคุณจินตนา  นางก็ใจกว้างและมีเหตุผลพอที่จะไม่ไปนั่งกังวล หรือวิตกจริตกับพฤติกรรมห่ามๆ เหล่านั้น...นางคุยกับบุตรอย่างเปิดอกแล้วว่าหากจะรักสนุกต้องดูแลตัวเอง...อย่าให้ความสนุกชั่วครั้งชั่วคราวส่งผลร้ายหรือความเสียหายให้ตนเองและผู้อื่นโดยเด็ดขาด  เมื่อเจอผู้หญิงที่พร้อมจะร่วมชีวิต  พวกเขาต้องพร้อมจะหยุด  และที่สำคัญคือต้องสัตย์กับเธอผู้นั้นเพียงคนเดียว 
“ก็อีกหลายถึงชั่วโมงจะเช้าอยู่นะครับ  ให้ผมช่วยนะ...คุณแม่ไปนั่งรอที่โต๊ะเลย”  ชายหนุ่มกระชับวงแขนที่โอบมารดาไว้ให้กระชับขึ้น  แล้วคลายออกเพื่อให้นางเดินออกไปรอที่โต๊ะอาหาร
“ปล่อยให้เราทำก็เลอะเทอะอดกินกันพอดีสิตาสิงห์  เดี๋ยวแม่ให้เด็กยกออกไปให้  เราไปตามคุณพ่อให้แม่ทีสงสัยจะอยู่ในสวนหน้าบ้านนั่นแหละ”
เมื่อมารดาเอ่ยจบสิงหาจึงขโมยหอมแก้มมารดาอีกฟอดใหญ่  แล้วพาร่างสูงสมสวนในชุดกางเกงแบบลำลองขาสั้นแค่เข่าสีกากีพร้อมเสื้อยืดสีขาวสะอาดตาเดินออกไปตามบิดา  เมื่อเดินออกมาหน้าบ้านชายหนุ่มก็พบว่าบิดานั่งคุยอยู่กับธันวา  พี่ชายคนรอง
“อรุณสวัสดิ์ครับคุณพ่อ  พี่ธัน ตื่นเช้าจังนะครับพี่...ไหนเมื่อคืนว่าจะออกไปดื่มกับพี่มีน”  น้องคนสุดท้องเอ่ยถามพร้อมกล่าวถึงพี่ชายอีกคน
“ก็ไปดื่มนั่นแหละ..พอดีไม่ได้ไปออกแรงที่ไหนเหมือนใครบางคนแถวนี้...เลยตื่นเช้าได้สบายมาก”  พี่ชายคนรองกระเซ้าน้องชายเบาๆ เพราะทราบดีว่าน้องชายไม่เคยพลาดโอกาสสนุกกับสาวๆ ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ว่างเว้นจากการประชุมเครียดภายในครอบครัว
“มันก็ต้องมีบ้างฮะพี่ ถึงในไร่ในเขามันสดชื่น...แต่ไม่กระชุ่มกระชวยเท่าแสงสีเมืองกรุง”
“คุณแม่ให้มาตามคุณพ่อกับพี่ธันไปทานอาหารเช้าครับ นี่ไม่รู้พี่มีนตื่นรึยัง”  ชายหนุ่มกล่าวระหว่างหยุดรอให้บิดาเดินนำเข้าไปยังตัวบ้านหลังใหญ่
“พี่มีนลงมาว่ายน้ำตั้งแต่เช้าแล้ว...เพิ่งกลับขึ้นไปซักพักเดี๋ยวอาบน้ำอาบท่าเสร็จคงลงมา”

เมื่อทั้งหมดเดินมาถึงโต๊ะอาหารก็พบมีนานั่งรออยู่เรียบร้อยแล้ว
“ไงไอ้เสือ...ตื่นไหวกับเค้าด้วย”  พี่ชายคนโตยังไม่วายกระเซ้าเมื่อเห็นหน้าน้องชายคนสุดท้อง
“พวกพี่นี่ยังไง...นี่ใครครับ...ระดับสิงหาไม่มีมีทางทำตัวเหลวไหลเพราะผู้หญิงหรอกน่า”  น้องคนเล็กกล่าวยิ้มๆ
“พวกเราก็อย่ามัวแต่แซวน้อง...มากินข้าวกันลูกเดี๋ยวข้าวต้มจะเย็นซะหมด”  มารดาตัดบทพร้อมสั่งให้สาวใช้ตักอาหารเช้าซึ่งเป็นข้าวต้มปลาหอมกรุ่นเสิร์ฟให้ทุกคน
“แล้วเป็นยังไงบ้างงานการ...มีแผนงานใหม่ๆ มาเล่าให้พ่อฟังมั๊ย”  ประมุขของบ้านเอ่ยถามระหว่างทานอาหาร
คุณจินตนาปรายตามองสามี  พร้อมเอื้อมมืออิ่มของนางไปแตะข้อศอกสามีในเชิงปราม
“ไม่คุยเรื่องงานเวลาทานข้าวค่ะคุณ  ทานให้เสร็จก่อนเดี๋ยวให้เด็กเอากาแฟไปให้ที่ห้องทำงานแล้วค่อยคุยกันนะคะ”
สิ้นเสียงบุตรชายทุกคนก็อมยิ้มพร้อมๆ กัน  นี่แหละมารดาของพวกเขา  ช่างอ่อนหวานแต่เคร่งครัดด้วยกฎระเบียบ  คุณจินตนาไม่ชอบให้คุยเรื่องงานหรือธุรกิจบนโต๊ะอาหารในบ้าน  เพราะนางเล็งเห็นว่าเวลาที่ครอบครัวจะได้นั่งลงรับประทานอาหารร่วมกันพร้อมหน้าพร้อมตานั้นค่อนข้างหายาก  ดังนั้นช่วงเวลานี้ควรเป็นเวลาแห่งการผ่อนคลาย  ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบกันมากกว่าที่จะนำเรื่องราวตึงเครียดมาหารือ
ทั้งหมดจึงนั่งรับประทานอาหารเช้าต่อ โดยระหว่างนั้นสิงหาก็เล่าเรื่องราวทั่วๆ ไปของไร่ให้บิดาและมารดาฟัง  จนเมื่อทุกคนจัดการอาหารตรงหน้าเสร็จเรียบร้อย  สี่เสือแห่งตระกูลกรคุณานนท์จึงพากันย้ายไปหารือเรื่องงานต่อที่ห้องทำงานของบิดา  ส่วนมารดานั้นได้แยกไปดูแลไม้ดอกไม้ประดับในสวนที่นางชื่นชอบ

 

 

อยากเม้าท์กับติญา <<<CLICK

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha


None
โดย Anonymous | 3 years, 3 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
สนุกมากค่ะ
โดย Anonymous | 3 years, 5 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
None
โดย Anonymous | 3 years, 5 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
ตอน 7
โดย Anonymous | 3 years, 5 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha