หนี้ร้ายพันธนาการรัก (ซีรีส์ รักพันธนาการ) มีหนังสือทำมือ

โดย: อติญา / เก-ลิน / เราพิมพ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน / มะลิก้านแดง



ตอนที่ 10 : 4 (1/3)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ชีวิตในไร่กรคุณานนท์ของหญิงสาวผ่านไปเรื่อยๆ  ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น  สำหรับงานใหม่ในครัวเริ่มจะเข้าที่เข้าทางขึ้นเยอะ  กิจวัตรประจำวันของหญิงสาวจะเริ่มต้นขึ้นเวลาประมาณตีห้าของทุกวัน  เธอจะตื่นมาทำธุระส่วนตัวและซักเสื้อผ้าที่ใส่ไปเมื่อวานตากไว้ทุกวัน  ด้วยความที่เธอรีบร้อนจัดกระเป๋าเดนทางมาที่ไร่แห่งนี้  เสื้อผ้าที่โยนใส่กระเป๋ามาจึงไม่ค่อยเหมาะกับการทำงานซักเท่าไหร่  เธออยากจะออกไปหาซื้อเสื้อผ้าสำหรับใส่ทำงานในครัวและซื้อของใช้ส่วนตัวแต่ก็ไม่รู้จะออกไปยังไงเพราะยังจำคำสั่งของนายน้อยที่ฝากบอกลูกน้องมือซ้ายได้ดี 
“ห้ามเธอออกไปนอกไร่เด็ดขาด” 
จริงๆ เธอไม่ค่อยอยากจะสนใจคำสั่งของเขาเท่าไรนัก  แต่มันมีความรู้สึกลึกๆ  ในใจที่บอกกับเธอว่าอย่าริหาเรื่องไปขัดคำสั่งชายผู้เป็นเจ้าหนี้เด็ดขาด  ภายใต้หน้าหล่อเหลาและดวงตาสีน้ำตาลนั้นมันมีบางสิ่งที่เธอรู้สึกว่าเขาอันตรายกว่าภาพภายนอกที่เธอเห็น
เช้าวันอาทิตย์เช่นนี้ทั้งครัวล่างและครัวบนจะเปิดเฉพาะช่วงกลางวัน ซึ่งหมายความว่าทุกๆ วันอาทิตย์นั้นเธอจะมีเวลาว่างเป็นของตัวเองเล็กน้อย  ถ้าเธอทำความสะอาดห้องพักเรียบร้อยแล้วเธอก็จะมักไปช่วยงานป้าผกากับวันดีที่บ้านใหญ่ ระหว่างเดินลัดเลาะไปตามทางเล็กๆ  หญิงสาวก็เจอกับออมสิน
“ไปไหนแต่เช้าพี่ผิง”  เด็กสาวยิ้มถามด้วยท่าทางสดใส
“พี่จะไปช่วยป้าผกาทำงานที่บ้านใหญ่ซักหน่อยจ๊ะ”
หญิงรุ่นน้องเดินคล้องแขนเธอด้วยความสนิทสนิม  เท้าเรียวบางสองคู่พากันเดินมุ่งหน้าไปยังบ้านใหญ่
“แล้วนี่ออมกำลังจะไปไหนหรอ?”
“ออมจะไปช่วยพี่เอกซื้ออุปกรณ์สำนักงานที่ในเมืองนิดหน่อย  พอดีพี่นัยเค้าไม่ว่างเลยให้ออมไปเป็นเพื่อนพี่เอกแทน”
“พี่มีของใช้สวนตัวที่อยากได้สองสามอย่าง...จะรบกวนฝากออมซื้อได้มั๊ย”  หญิงสาวเอ่ยปากอย่างเกรงใจ
“เออ...ตั้งแต่มาที่ไร่พี่ผิงยังไม่เคยได้ออกไปไหนเลยนี่...ไปกับออมนะเดี๋ยวออมพาไปซื้อของ”
“ก็รู้ว่านานน้อยห้ามไม่ให้พี่ออกไปไหน ...พี่ไม่กล้าไปหรอกออม” หญิงสาวส่ายหน้าน้อยๆ 
“พี่ไม่พูด  ออมไม่พูด  พี่เอกไม่พูด  ไม่มีใครรู้หรอกน่าพี่...อีกอย่างนายไปกรุงเทพฯ  กว่าจะกลับมาถึงก็วันจันทร์ค่ำๆ  เพราะฉะนั้นวันนี้...ทางสะดวก  อิ  อิ”  ออมสินพูดจบก็หัวเราะคิกคัก
“งั้นออมเดินไปรอพี่ที่หน้าบ้านใหญ่ก่อนนะ  พี่ขอเดินกลับไปเอาเงินก่อนแล้วจะแวะไปขอป้าวิแกด้วย  หายไปเฉยๆ  มันไม่ดี”
ขนมผิงเดินกลับไปตามทางเดิมอย่างรีบร้อน  เธอหยิบกระเป๋าสตางค์นับเงินข้างในซึ่งมีเงินสดอยู่ประมาณพันกว่าบาท  เธอจึงเตรียมบัตรเอทีเอ็มไปด้วยเพื่อกดเงินเอามาติดไว้เผื่อใช้ระหว่างอยู่ที่ไร่  เงินเก็บที่มีอยู่น้อยนิดน่าจะพอให้เธอซื้อของใช้ส่วนตัวที่จำเป็นได้อีกนาน  เพราะอยู่ที่นี่เธอมีที่ให้นอน  มีข้าวให้กินครบสามมื้อ จึงไม่ต้องใช้จ่ายอะไรมากนัก 
แล้วก็อย่าหวังว่าจะได้เงินค่าแรงจากการทำงาน  เพราะขนาดเธอพยายามทำงานทุกอย่างขนาดนี้...ยังไม่รู้เลยว่าจะพอชดใช้หนี้ที่ติดค้างเขาอยู่ได้กี่บาทกัน
“คุณผิงอยากซื้ออะไรเป็นพิเศษมั๊ยครับ  เดี๋ยวผมจะไปส่งคุณผิงกับน้องออมซื้อของแล้วจะแยกไปซื้อของให้ไร่เสร็จแล้วจะกลับมารับ” เอกอนันต์สัตวแพทย์หนุ่มหล่อที่พ่วงตำแหน่งผู้จัดการไร่เอ่ยปากบอกหญิงสาวเสียงนุ่ม
“คุณเอกเรียกผิงว่าผิงเฉยๆ เถอค่ะ  ผิงอยากได้เสื้อผ้ากับของใช้ส่วนตัวนิดหน่อยค่ะ  น่าจะใช้เวลาไม่นาน”
“ถ้าอย่างนั้นผมจะเรียกผิงเฉยๆ แล้วผิงต้องเรียกผมว่าพี่เอกเหมือนที่ยัยออมเรียกก็แล้วกันนะครับ” เขาพูดพร้อมส่งยิ้มให้หญิงสาวอยางอ่อนหวาน  และเธอก็อมยิ้มตอบเค้าอย่างน่ารักทีเดียว
“อะแฮ่ม อะแฮ่ม!!! ลืมหรอว่าน้องมาด้วยอีกคน  พี่เอกนี่มองพี่ผิงตาหวานเยิ้มเลยนะ  ทำยังกะจะจีบกัน” เสียงแหลมๆ ของเด็กสาวทำให้ชายหนุ่มที่กำลังขับรถอยู่ถึงขั้นสำลักน้ำลาย  จนต้องรีบกระแอมกระไอกลบเกลื่อน
“งั้นเดี๋ยวพี่ส่งสองคนตรงตลาดนะ  เสร็จแล้วออมโทรบอกพี่เดี๋ยวพี่มารับ”
“โอเคพี่ชาย...มานี่พี่ผิงเดี๋ยวซื้อของเสร็จจะพาไปข้าวซอยเจ้าอร่อยในตลาด” 
สองสาวเดินจูงมือจากไป  ทิ้งให้สารถีหนุ่มมองตามด้วยความเสียดาย  ถ้าไม่ติดว่าต้องซื้อของเข้าสำนักงาน  เขาจะเป็นคนพาเธอเที่ยวตลาดด้วยตัวเองเลยทีเดียว
ใช้เวลาไม่นานก็ได้สิ่งของที่ต้องการครบถ้วน  อันดับแรกออมสินพาเธอไปเลือกซื้อเสื้อผ้า  พิมพ์อุมาซื้อกางเกงขาห้าส่วนสีสันสดใสได้ห้าตัว  และเสื้อยืดคอกลมสีเรียบๆ และเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตทั้งแขนสั้นและแขนยาวรวมๆ กันแล้วเธอซื้อเสื้อมาเกือบหนึ่งโหล  สิ่งที่ขาดไม่ได้คือชุดชั้นในอีกจำนวนหนึ่ง  ถึงหญิงสาวจะไม่ใช่คนฟุ่มเฟือยอะไร  แต่การซื้อชุดชั้นในจากตลาดนัดเป็นสิ่งที่เธอไม่เคยทำ  โดยปกติเธอจะเลือกใช้สินค้าแบรนด์ระดับกลาง ด้วยเหตุผลคือความคงทนและอายุการใช้งานที่ค่อนข้างนาน
แต่ในเมื่อมาอยู่ในไร่แบบนี้เธอจึงมีตัวเลือกไม่มาก  และยิ่งเธอไม่รู้ว่าตนเองจะต้องอยู่ที่นี่ไปอีกนานแค่ไหน  เงินทองที่เก็บไว้ก็มีน้อยนิด  การที่เลือกใช้สินค้าที่คุณภาพน้อยหน่อยแต่ราคาย่อมเยาย่อมเป็นทางออกที่ดี  ราคาชุดชั้นในในห้างเพียงชุดเดียวสามารถซื้อชุดชั้นในตลาดนัดได้ถึงสี่ห้าชุดเลย  ส่วนของใช้ส่วนตัวเป็นสิ่งที่หญิงสาวตั้งใจตุนไว้มากหน่อย เธอเลือกซื้อมาเต็มสองถุงใหญ่  เธอคงซื้อมากจริงๆ  จนคนขายยังถามว่าเธอซื้อเพื่อไปขายรึปล่าว?
“เป็นไงบ้างพี่ผิง  อร่อยอย่างที่บอกมั๊ย” ออมสินถามขณะที่มือยังไม่หยุดตักน่องไก่ชิ้นนุ่มในข้าวซอยเจ้าเด็ดส่งเข้าปาก เคี้ยวตุ้ยๆ อย่างอารมณ์ดี
“อร่อยจ๊ะ  พี่ว่าเราโทรตามพี่เอกเถอะ...เราออกมานานแล้ว”  พิมพ์อุมาบอกกับเด็กสาวตรงหน้า
ออมสินพยักหน้าอย่างเข้าใจแล้วจึงกดโทรศัพท์บอกให้เอกอนันต์กลับมารับเธอทั้งสองที่หน้าตลาด  ที่เดิมที่เขาส่งพวกเธอไว้เมื่อเช้า
“หอบของกันเต็มสองมือเลยผิงกับออมจะเปิดร้านค้าหรอครับ” ชายหนุ่มกระเซ้าสองสาวหลังจากช่วยกันขนของขึ้นรถหมดเรียบร้อยแล้ว
“แหม่..พี่เอกก็ว่าไปออมป่าวขาย...หมดนั่นน่ะของพี่ผิงคนเดียวเลย”
“พี่ยังไม่ได้กินข้าวใช่มะ  พี่ผิงเค้าซื้อขนมมาฝากพี่เอกด้วยแหละ” เด็กสาวพูดพลางชูถุงขนมในมือให้ชายหนุ่มดูผ่านกระจกมองหลัง
“ขอบคุณพี่เอกนะคะที่อุตส่าห์พาผิงมาซื้อของ”  หญิงสาวเอ่ยปากพร้อมคลี่ยิ้มอย่าจริงใจให้ชายหนุ่ม
เอกอนันต์ร็สึกหัวใจพองโตที่ได้เห็นรอยยิ้มอ่อนหวานของหญิงสาว...ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายเต้นตึกตักเหมือนพยายามจะหาทางออกมาโชว์โฉมข้างนอกอกแกร่งของเขา
“นี่จะนั่งมองหน้ากันขนาดนี้...ถ้าพี่ผิงเป็นปลากัดนี่ไม่ป่องไปละรึ...ออกรถเหอะพี่เอก” และก็เป็นเสียงของเด็กสาวจอมแก่นที่ดึงให้สติของชายหนุ่มกลับมา

“นี่เธอกล้ามากนะที่ขัดคำสั่งฉัน...พิมพ์อุมา!!!” เสียงกร้าวด้านหลังส่งผลให้หญิงสาวที่กำลังรับถุงบรรจุของใช้ส่วนตัวจากสัตวแพทย์หนุ่มชะงักมือทันที
“นายน้อย!!!”  สามเสียงอุทานออกมาพร้อมกัน
นายสัตวแพทย์หนุ่มเดินไปขวางระหว่างหญิงสาวและชายหนุ่มเจ้าของไร่  ผู้เป็นทั้งเพื่อนสนิทและเจ้านาย
“ผมชวนขนมผิงไปเองครับนายน้อย”  เขาเอ่ยปากปกป้องเธอ
สิงหาเหยียดปาก  สายตามองไปทั่วร่างบอบบางของพิมพ์อุมาอย่างประเมินค่า  วันนี้เธอดูแปลกตาไปนิดหน่อย ปกติผมยาวสีดำเคลียสะโพกของเธอจะถูกมัดรวบสูงเป็นหางม้า  แต่วันนี้เธอปล่อยผมยาวสยายมีเพียงที่คาดผมอันเล็กที่คาดผมหน้าม้าที่ยาวเสมอคิ้วสวยของเธอขึ้น เปิดให้เห็นหน้าผากเกลี้ยงนูนที่น่าประทับรอยจุมพิต
“นี่ฉันไม่อยู่สี่ห้าวันก็มีผู้ชายมาออกโรงปกป้องแล้วหรอ  ออดอ้อนกันไปถึงไหนถึงได้ซื้อข้าวของมาประเคนกันซะขนาดนั้น  ถ้าไม่อยู่ซักเดือนเธอไม่กวาดคนงานฉันทำผัวไปครึ่งไร่รึไงแม่คุณ” ชายหนุ่มพูดน้ำเสียงลอดไรฟัน  การที่เห็นหญิงสาวตรงหน้ายิ้มแย้มให้กับเพื่อนสนิท  มันทำให้เขาหงุดหงิดจนแทบเป็นบ้า
พิมพ์อุมาที่ยืนฟังเขาสบประมาทได้แต่สกัดอารมณ์ด้วยการกำถุงพลาสติกในมือจนแน่น  เล็บสวยที่ตัดสั้นจิกลงไปบนผ่ามือแต่ความเจ็บปวดของมันยังไม่เท่ากับความเจ็บปวดจากถ้อยคำที่เจ็บแสบจากปากเจ้าหนี้ของเธอ

หญิงสาวสูดหายใจเรียกความกล้า  และขับไล่หยดน้ำที่กำลังรื้นขึ้นตา  พูดเสียงเรียบเพื่อพยายามอธิบายเหตุผลให้เขาได้เข้าใจ

 

อยากเม้าท์กับติญา <<<CLICK

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha


ตาไม่ กระพริบ
โดย Anonymous | 3 years, 5 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
โอย ตาสว่าง
โดย Anonymous | 3 years, 5 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha