หนี้ร้ายพันธนาการรัก (ซีรีส์ รักพันธนาการ) มีหนังสือทำมือ

โดย: อติญา / เก-ลิน / เราพิมพ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน / มะลิก้านแดง



ตอนที่ 14 : 5 (2/3)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

     สิงหานั่งรอพิมพ์อุมาที่โต๊ะอาหารหลังจากที่เขาไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว  เขาขอให้ป้าผกาเตรียมข้าวต้มอ่อนๆ  ไว้ให้ทานรองท้องก่อนไปหาหมอ ตอนนี้เขานั่งไม่ติดที่  ผุดลุกผุดนั่ง  ชะเง้อคอมองไปทางหน้าบ้านที  หลังบ้านที จนคุณแม่บ้านใหญ่และสาวใช้ต่างขบขันในท่าทีมีพิรุธของนายน้อยที่รัก...คนหงุดหงิดงุ่นง่านพอเห็นร่างของหญิงสาวค่อยๆ  ลากขาเข้ามาในบ้านเท่านั้นแหละ  นายน้อยเจ้าอารมณ์ก็องค์ลงทันที...

     “ไปเดินชม้ายชายตาล่อตะเข้ที่ไหนมาฮะ!!!...กว่าจะมาถึงได้”

     ประโยคระคายหูดังก้องในโสตประสาท  ส่งผลให้ขาเรียวบางชะงักกึกหยุดการเคลื่อนไหวในทันที

     “ถ้าคุณจะหาเรื่อง?...ฉันขอตัวนะคะ” 

     เธอหันหลังกลับโดยไม่รอคำตอบจากผู้ชายใจร้ายตรงหน้า  เขาเป็นบ้าอะไรของเขานะ  เมื่อชั่วโมงก่อนยังบอกให้เธอไม่ต้องรีบ  แต่ตอนนี้พูดจาทำท่าทำทางเหมือนโมโหที่เธอมาช้า  เขาไม่ชายตาแลดูสังขารของเธอเลยรึไงว่ามันไม่เอื้อให้ทำอะไรตามใจเขา

     ร่างแกร่งสาวเท้ามาคว้าแขนหญิงสาว  ออกแรงดึงจนเธอหันหลังกลับมาเผชิญหน้า

     “ถ้าจะกรุณา...ดิฉันเจ็บ!!!” 

     ชายหนุ่มปล่อยมือเหมือนโดนของร้อน  ให้ตายเหอะ!!!.....เขาดันไปคว้าแขนข้างที่เจ็บของเธอเข้า...ยัยจิ๋วท่าจะเจ็บน่าดูก็เขาเล่นกำแขนเล็กนั่นซะเต็มแรง

     “จะไปไหน...ไปกินข้าว  จะได้พาไปหาหมอ”  ฟังน้ำเสียงก็รู้ว่าเขาสั่ง

     “...................................” 

     พิมพ์อุมาถอนใจพลางกรอกตาอย่างเหนื่อยหน่าย  สิ่งนึงที่สิงหายังไม่รู้เกี่ยวกับตัวเธอ  ถึงภายนอกหญิงสาวจะดูเปราะบางทั้งร่างกายและจิตใจ  แต่เมื่อคราวที่หญิงสาวโกรธ  เบื่อหน่าย  หรือเจ็บช้ำจากเรื่องใดจนถึงขีดสุดแล้ว  ความรู้สึกทั้งมวลจะแปรเปลี่ยนเป็นความเฉยชาทันที  เธอเลือกที่จะมองข้ามสิ่งที่จะเป็นเหตุให้ตัวเองไม่สบายใจไปด้วยการแสดงออกที่นิ่งและเงียบ...มันเป็นกลไกการป้องกันตัวในแบบของเธอ

     หญิงสาวเรียนรู้มันมาจากการกระทำของภรรยาคนใหม่ของบิดาและลูกติดของเธอ  ยามที่โดนรังแก  หรือโดนกล่าวโทษจากบุคคลทั้งสอง  ถ้าเธอเถียงหรือตอบโต้มันจะกลายเป็นเกมที่สนุกสนานสำหรับสองแม่ลูกนั่น  ทั้งสองจะเร่งกระพือโหมไฟริษยาใส่แบบไม่ยั้ง...จนบ่อยครั้งเธอมักจะถูกตำหนิในเรื่องที่ตนเองไม่ได้ก่อ  แต่ถ้าหากเธอทำนิ่งเฉย  ไม่แสดงกิริยาใดๆ  ทั้งสองจะรามือไปเอง

     “กินข้าวกันนะ...”  เขาพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนลง

     “ค่ะ”  รับคำแล้วค่อยๆ ตักข้าวต้มอุ่นๆ  เข้าปากช้าๆ  ด้วยแขนซ้ายที่ไม่ถนัด  แขนขวาเธอระบมจนเจ้าตัวอยากจะระงับการใช้งานมันไว้ก่อนชั่วคราว

     นายน้อยนั่งมองหญิงสาวตักข้าวเข้าปากคำ  ข้าวร่วงลงมาครึ่งคำอย่างขำขันมากกว่ารำคาญใจ  ดวงหน้าสวยนั่งเงียบๆ ทำตามคำสั่งคือกินข้าว  แต่ถ้าเธอยังมัวกินด้วยท่าทางเก้ๆ  กังๆ แบบนี้เห็นทีคงได้ไปหาหมอกันตอนหกโมงเย็นแน่ๆ 

     สิงหาจึงลุกจากที่นั่งตรงข้ามย้ายมานั่งข้างๆ  ร่างบอบบาง  มือหนาหยิบช้อนออกจากนิ้วเล็กนุ่มนิ่ม...แล้วค่อยๆ  ตักข้าวต้มป้อนเธอทีละคำ  ตักใส่ปากเธอหนึ่งคำ...ตักใส่ปากตัวเองหนึ่งคำ...ทำซ้ำไปมาเช่นนั้นจนข้าวต้มหมดชาม

                สิงหาพาพิมพ์อุมากลับมาจากโรงพยาบาลช่วงบ่ายแก่ๆ  บาดแผลที่ฝ่ามือและขาไม่น่าเป็นห่วง  มีแต่แขนขวาที่เอกซเรย์ดูแล้วพบว่ากระดูกร้าวเล็กน้อย  หมอใส่เผือกอ่อนให้  และกำชับว่าระยะนี้หญิงสาวห้ามใช้กำลังหรือขยับแขนขวาจนกว่ากระดูกที่ร้าวจะผสานติดกัน... 

     ได้ยินจากหมอแบบนี้คนต้นเรื่องถึงกับพูดไม่ออก  และแน่นอนระหว่างการเดินทางไปโรงพยาบาลทั้งขาไปและขากลับ  สาวน้อยที่นั่งข้างๆ  ไม่ได้ปริปากเอ่ยอะไรกับเขาเลย

 

                “ตายแล้วหนูผิงของป้า!!!” 

     เสียงร้องของคุณแม่บ้านใหญ่ดังขึ้นทันที่ที่หญิงสาวก้าวขาลงจากรถ

                “ถึงกับแขนหักเลยหรอลูก...เจ็บมากมั๊ย?”

                “นายน้อยนะนายน้อย...น่าตีนักเชียว!!!  หนูผิงก็ตัวแค่นี้ไม่รู้จะแกล้งอะไรกันนักกันหนา” 

     หญิงสูงวัยยังคงพร่ำบ่นอย่างต่อเนื่อง  มือไม้ก็ลูบหลังลูบไหร่คนตัวเล็กอย่างปลอบขวัญ...โถแม่คุณ!!! ตัวก็เล็กแค่นี้  นายน้อยนี่ก็ช่างกระไร...ไม่รู้จะใจร้ายใจดำไปถึงไหน

     “แขนผิงไม่ได้หักค่ะป้า แค่กระดูกร้าวนิดหน่อย  อยู่เฉยๆ เดี๋ยวมันก็ติดกันเองค่ะ” 

     หญิงสาวบอกผู้สูงวัยด้วยใบใบหน้าเรียบเฉย  แต่แววเศร้ากระจายเต็มสองตาคู่สวย

     “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว  ผิงขอตัวไปในครัวก่อนนะคะ  ป่านนี้ทุกคนคงถามถึงแล้ว”

     “อวดเก่ง!!! 

     เสียงกร้าวของสิงห์หาตรึงให้ขาเรียวของพิมพ์อุมาหยุดนิ่งอยู่กับที่  ถึงเธอจะต่อล้อต่อเถียงกับเขาไปก็ใช่จะชนะ  ร่างบางจึงหันมาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยดังเดิม

     “ฉันมีงานที่จะต้องทำค่ะ”

     “แขนเดี้ยงอย่างนี้เข้าไปก็แกะกะให้เป็นภาระคนอื่นเค้าทำไม...ระหว่างรอให้แขนหายมาช่วยทำงานที่บ้านใหญ่นี่  จะให้ช่วยดูเอกสาร”

     “พรุ่งนี้ค่อยมา  วันนี้จะไปไหนก็ไปเลยเห็นแล้วหงุดหงิด” เขายังคงพูดด้วยน้ำเสียงห้วนๆ  ดังเดิม

     “ค่ะ”  เธอรับคำสั้นๆ  แล้วเดินมุ่งหน้าไปยังโรงครัวทันที

 

     “พี่ผิงมาแล้วๆๆๆ” 

     เสียงเจื้อยแจ้วปานระฆังแตกของออมสินดังมาแต่ไกล  แม่ครัวหัวป่าทั้งหลายถึงกับวางมือทิ้งข้าวของเดินมาหาหญิงสาวทันที

     เมื่อพบหน้าทุกคนเธอก็รู้สึกอุ่นใจเหมือนได้อยู่กับครอบครัวกับเพื่อน  จะว่าไปทุกคนที่นี่ล้วนมีไมตรีกับเธอ  ไม่มีใครที่ทำให้เธอรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจและเจ็บตัวได้เท่านายน้อยของที่นี่ซักคน

     “ออมก็ตะโกนซะดัง  พี่แค่ไปหาหมอไม่ได้ไปไหนนานซักหน่อย  คนอื่นค้าได้ยินจะตกอกตกใจกันไปหมด” 

     เธอปรามสาวรุ่นน้องอย่างไม่จริงจังนัก

     “ก็ไม่รู้อ่ะ  นี่ยังตกใจไม่หาย...ตั้งแต่พี่ผิงล้มออมก็ห่วงแทบแย่  ขนาดพี่นัยบอกว่านายน้อยไปดูพี่ที่ห้องตั้งกะเมื่อคืนออมก็ยังห่วง”

      ได้ยินแบบนั้นแก้มใสก็ขึ้นสีเรื่อทันที

     “นายน้อยก็แค่เอายาไปให้กิน  ตอนนี้พี่ไม่เป็นไรแล้ว”

     “แขนก็แค่กระดูกร้าวเฉยๆ  ไม่ได้หักอะไร  อยู่นิ่งๆ มันก็ติดกันเองได้”  เธอเล่าอาการบาดเจ็บอย่างคร่าวๆ

     “แล้วต้องพักนานเลยใช่มั๊ยลูก  ไม่ต้องเข้ามาครัวหรอก...พักให้หายก่อน”  ป้าวิเอ่ยพลางลูบหัวด้วยความเอ็นดู

     “นายน้อยให้ไปช่วยดูเอกสารระหว่างที่รอแขนหายค่ะป้า ถ้าหายแล้วหนูจะรีบมาช่วยงานนะคะ”

     “พักให้หายดีก่อน  ที่นี่ไม่มีอะไรน่าห่วง...จะมีก็แต่คนงานหนุ่มๆ  ที่มากินข้าวแล้วไม่เห็นหน้าเรา...มันจะพาลกินข้าวไม่ลงกันไปซะหมด” 

     ป้าวิพูดติดตลกเรียกเสียงหัวเราคิกคักจากบรรดาแม่ครัว...เพราะตั้งแต่หญิงสาวมาทำงานในโรงครัว  คนงานหนุ่มๆ  มักจะมาที่ครัวล่างกันมากขึ้น  ความสวย  ความน่ารักรวมถึงอัธยาศัยที่แสนดีของแม่ครัวสาวสวยคนใหม่นี่ร่ำลือกระจายกันไปทั่วไร่กรคุณานนท์...

     “ แล้วกินข้าวกินปลามามั่งรึยัง  กินข้าวก่อนเดี๋ยวค่อยกลับไปพักละกัน  เดี๋ยวพี่ไปตักข้าวให้” 

     พี่สาวพูดจบก็เดินไปจัดอาหารในครัวมาให้  ตอนนี้ก็สี่โมงเย็นได้แล้ว...พิมพ์อุมาจึงเปิดถุงยาหาดูว่ามียาอะไรที่ต้องกินในช่วงเย็นบ้าง  รีบกินข้าวกินยาซะก่อนจะได้กลับไปนอนซักงีบ...วันนี้ถึงจะไม่ได้ทำงานทำการอะไร  แต่เพราะร่างกายที่ไม่สมบูรณ์เต็มร้อยก็ทำให้หญิงสาวออกจะเพลียๆ เหมือนกัน

 

     ก๊อก  ก๊อก...ก๊อก 

 

     ก๊อก  ก๊อก...ก๊อก  ก๊อก  ก๊อก  ก๊อก!!! 

     เปิดประตูหน่อยยัยจิ๋ว”

 

     ปัง  ปัง...ปัง  ปัง  ปัง...ปัง  ปัง  ปัง  ปัง  ปัง!!!

     “หลับหรือตายฮะ...ยัยม้าแคระ...ไม่ได้เอาหูกลับมาจากโรงพยาบาลรึไงวะ”

 

     ปัง  ปัง...ปัง  ปัง  ปัง...ปัง  ปัง  ปัง  ปัง  ปัง...ปัง  ปัง  ปัง  ปัง  ปัง!!!

               “ตื่นสิ!!!  ไม่เปิดฉันจะพังเข้าไปละนะ”

 
เรื่องนี้มี E-Book แล้วอย่าลืมแวะไปอุดหนุนกันนะคะ
 
 

ขอบคุณนักอ่านที่น่ารักสำหรับการติดตามและการสนับสนุน

ฝากผลงาน E-Book เรื่องที่วางจำหน่ายแล้วไว้ในอ้อมใจด้วยนะคะ

 #

 

#

 E - Book MEB Market  <<<CLICK

 

#

E - Book OokBee  <<<CLICK

 

#

E - Book Naiin <<<CLICK

 

#

E - Book Hytexts <<<CLICK

 

 #

E - Book se-ed

 

#

E - Book ebooks.in.th

 

 

อยากเม้าท์กับติญา <<<CLICK

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha


So good
โดย Anonymous | 1 year, 9 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
พระเอกเริ่มรุกหนักแล้ว อร๊าย
โดย Anonymous | 2 years, 1 month ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
None
โดย Anonymous | 2 years, 8 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
ฟินเวอร์นะพ่อสิง
โดย Anonymous | 2 years, 11 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
ฟิน 555555
โดย Anonymous | 3 years ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
None
โดย Anonymous | 3 years ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha