กลรักพันธนาการใจ (ซีรีส์ รักพันธนาการ) มีหนังสือทำมือ

โดย: อติญา / เก-ลิน / เราพิมพ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน / มะลิก้านแดง



ตอนที่ 12 : 4 (3/3)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

                มีนายืนอื้ออึงตะลึงงันเมื่อคณะเล็กๆ ของมิสเตอร์หลี่นักธุรกิจผู้มั่งคั่งจากฮ่องกงเดินทางมาถึงห้องทำงานส่วนตัวของชายหนุ่มที่ชั้นบนสุดของโรงแรมหรู หนุ่มใหญ่เดินทางมาพร้อมเลขาหนุ่มที่เขาคุ้นเคยดีเพราะเคยติดต่องานกันหลายต่อหลายครั้ง แต่ผู้จัดการฝ่ายต่างประเทศที่นาธานเคยพูดถึงนั้น มีนาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าจะเป็นเธอ คนที่เขาคิดถึงมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา

     ตอนนี้นันท์นลิน  วิจิตรากุล ตัวเป็นๆ ของเธอมาปรากฏอยู่ต่อหน้าเขาโดยที่มีนาไม่ต้องออกไปตามหาหญิงสาวเลยแม้แต่น้อย เขาเพียงแค่รอและมันก็เป็นการรอคอยที่ยาวนานแต่คุ้มค่า ชายหนุ่มเฝ้าตามข่าวคราวของสาวร่างเล็กผิวสีน้ำผึ้งอยู่ห่างๆ แม้ข่าวของเธอจะเงียบไปบ้างในระยะสี่ห้าปีมานี้แต่มันก็ไม่เคยจะมีสักนาทีที่เขาจะหยุดคิดถึงเธอ

     หนูบัวของเขาดูแปลกตาไปจากเดิมนิดหน่อย นั่นอาจจะเป็นเพราะเธอตัดผมซอยสั้นอย่างทันสมัยแถมยังแต่งหน้าแต่งตาเก่งขึ้นกว่าเมื่อก่อน ซึ่งมันทำให้เธอสวยน่ามองสมกับตำแหน่งหน้าที่การงาน แต่ก็ยังคงมีเค้าของหนูบัวคนเดิมเมื่อสิบกว่าปีก่อนอยู่

     “สวัสดีครับทุกท่าน The Grand รู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้ต้อนรับนักธุรกิจทีมีชื่อเสียงอย่างมิสเตอร์หลี่” มีนากล่าวทักทายทุกคนด้วยน้ำสียงอบอุ่นและนอบน้อมเพราะเขาถือว่าตนนั้นเป็นนักธุรกิจรุ่นหลังการที่นักธุรกิจรุ่นพ่ออย่างมิสเตอร์หลี่สนใจมาเปิดสาขาภัตตาคารที่โรงแรมของเขาถือเป็นการได้รับเกียรติและเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างมาก

     “เป็นเกียรติของผมมากกว่าที่นักธุรกิจหนุ่มอย่างคุณมีนายินดีรับนัดที่กะทันหันแบบนี้ ผมขอแนะนำให้คุณรู้จักกับนาธานเลขาส่วนตัวของผมคุณสองคนเคยได้พูดคุยมาบ้างแล้ว ส่วนนี่มิสบี นันท์นลินผู้จัดการฝ่ายต่างประเทศของเรา เธอเป็นคนไทยด้วยนะ” มิสเตอร์หลี่แนะนำคนสนิทของตนไปพลางก็ยิ้มไปพลางจนใบหน้าอวบกลมตามแบบฉบับของนักธุรกิจผู้มีอันจะกินยิ้มจนตาหยี

     “ยินดีที่ได้รู้จักอย่างเป็นทางการครับคุณนาธาน ยินดีที่ได้รู้จักครับมิสบี” ชายหนุ่มเจ้าของโรงแรมดังยื่นมือไปสัมผัสมือของเลขาหนุ่มหน้าหวานเพื่อเป็นการทักทายตามมารยาท

     “สวัสดีค่ะคุณมีนา ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” และก่อนที่เขาจะทันได้จับมือทักทายกับหญิงสาว นันท์นลินที่ไวกว่าก็พนมมือเล็กของเธอขึ้นไหว้แถมยังยิ้มและกล่าวทักทายเขาเป็นภาษาไทย

     น้ำเสียงของเธอช่างไพเราะน่าฟังแถมรอยยิ้มของแม่กระต่ายป่าก็ทำให้พรานหนุ่มอย่างเขาแทบจะใจละลาย นี่ถ้าไม่ติดว่ามีคนอื่นอยู่ในห้องนี้ด้วย มีนาสาบานเลยว่าเขาจะต้องคว้าร่างบอบบางของหญิงคนรักเข้ามากอดรัดและฟัดจูบให้หายคิดถึงกันเลยทีเดียว

                คนตัวเล็กแก้มแดงระเรื่อขึ้นอย่างที่เจ้าตัวไม่สามารถจะควบคุมอาการเอาไว้ได้ มีนาใช้สายตาแบบนี้มองเธออีกแล้วน่าแปลกที่แม้เธอกับเขาไม่ได้พบเจอกันเลยตลอดระยะเวลากว่าสิบปีที่ผ่านมาเขาก็ยังทำสายตาแบบนี้ใส่เธออยู่ มันเป็นสายตาชวนใจละลาย เมื่อก่อนชายหนุ่มมักจะใช้สายตานี้ออดอ้อนเธอเสมอและแน่นอนเธอก็ใจอ่อนกับมันเสียทุกครั้ง

                “ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับมิสบี ยินดีต้อนรับกลับบ้าน” มีนาทักทายเธอด้วยความยินดี ประโยคหลังเขาตั้งใจบอกให้หนูบัวรู้ว่าเขารู้สึกเช่นนั้นจริงๆ

                การสนทนาระหว่างมีนาและมิสเตอร์หลี่ดำเนินไปเรื่อยๆ สบายๆ เพราะด้านนักธุรกิจชาวฮ่องกงไม่ได้เร่งรีบอะไรนัก เขาเพียงแค่อยากแวะมาบอกไอเดียที่คิดเอาไว้ก่อนเท่านั้น หลังจากจบทริปพักผ่อนทั่วประเทศไทยในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าจึงจะไปหารือกันภายในและกลับมาเมืองไทยเพื่อเจรจาในแง่ธุรกิจอย่างจริงจังอีกครั้งหนึ่ง

                แต่ถึงวันนี้จะเป็นการพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการทั้งมีนาและมิสเตอร์หลี่ก็ได้ข้อสรุปเบื้องต้นเป็นที่น่าพอใจ ชายสูงวัยสนใจมาเปิดสาขาภัตตาคารที่โรงแรมของชายหนุ่มสองแห่ง จากกิจการทั้งหมดสามที่ของมีนา มีในส่วนโฮมสเตย์ที่เชียงใหม่เท่านั้นที่ไม่ค่อยเหมาะกับการไปเปิดภัตตาคารที่หรูหราเพราะที่นั่นเน้นการให้บริการแบบเรียบง่ายตามแบบฉบับของชาวบ้าน

     ส่วนที่เห็นพ้องต้องกันว่าสามารถเริ่มดำเนินการได้เลยคือที่โรงแรม The Grand สถานที่ที่พวกเขานั่งสนทนากันอยู่ในเวลานี้ ซึ่งบางพื้นที่กำลังมีการปรับปรุงพัฒนาห้องพักให้ทันสมัย เขาสามารถปรับเปลี่ยนส่วนให้บริการของโรงแรมที่มีอยู่เดิมให้เป็นภัตตาคารได้โดยที่ไม่ยุ่งยากอะไร

     และอีกแห่งคือ The Grand Royal Phuket ที่กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง หากตกลงเงื่อนไขกันได้ มีนาสามารถให้ธันวาแก้ไขปรับเปลี่ยนแบบของโรงแรมได้โดยที่ไม่กระทบกระเทือนในส่วนของโครงสร้าง ที่ภูเก็ตมีนาและมิสเตอร์หลี่มีความเห็นตรงกันว่าจะจัดการให้เป็นภัตตาคารที่หรูหราเหมือนยกต้นแบบที่ฮ่องกงมาไว้กันเลยทีเดียว

     “หากทางมิสเตอร์หลี่ไม่มีธุระอะไรต่อ ผมขอเชิญทานอาหารเย็นร่วมกันนะครับ” มีนาเอ่ยพูดเมื่อเห็นว่าการพูดคุยในครั้งนี้กินเวลามากว่าสามชั่วโมงแล้ว นี่ขนาดเป็นการพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการชายสูงวัยตรงหน้ายังสามารถพาเขาพูดคุยทั้งเรื่องธุรกิจและถ่ายทอดประสบการณ์ในการทำงานแลกเปลี่ยนกันจนแทบลืมเวลา

     “ผมยินดีเป็นอย่างยิ่งเลยครับเพราะพรุ่งนี้สายๆ ผมถึงจะบินลงไปทางใต้ เพราะผมชอบทะเลของประเทศไทยมากๆ” มิสเตอร์หลี่ตอบรับคำเชิญของมีนา ชายหนุ่มจึงไม่รอช้าจัดการพาบุคคลทั้งสามลงไปยังห้องอาหารของโรงแรมที่เขาเตรียมการต้อนรับไว้ล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว

 

     “เขาหล่อมากเลยนะหล่อน ทำไมไม่เคยเล่าให้ฟังเลยว่ามีแฟนหล่อขนาดนี้กลัวฉันปาดหน้าเค้กหล่อนรึไงยะ” นาธานแกล้งกระเซ้านันท์นลินระหว่างที่เขาและเธอขอตัวมาเข้าห้องน้ำ

     “บางทีฉันก็ไม่รู้จะเริ่มต้นพูดถึงมันยังไงดีนะแนท อีกอย่างตอนนี้เขาไม่ใช่แฟนฉันระหว่างเรามันจบลงตั้งแต่วันที่ฉันหนีมีนไปแต่งงานแล้ว อย่าพูดอะไรที่จะทำให้เขาต้องเสียหายเลยจะดีกว่านะ” หนูบัวปรามเพื่อนสาวเล็กๆ เป็นทำนองว่าไม่ควรพูดถึงมีนาและตัวเธอในแง่ของคนรักเพราะเรื่องมันจบและผ่านไปนานแล้ว

                “เชื่อฉันเถอะว่ามันยังไม่จบย่ะมิสบี ฉันดูออกว่าคุณมีนาคิดยังไงกับเธอดวงตาเขานี่เป็นประกายระยิบระยับเชียวเวลาที่มองเธอ มันไม่ใช่แววตาขงคนที่มีความโกรธความเกลียดเลยสักนิดเดียว เรื่องลางสังหรณ์ไว้ในแนทตี้เถอะค่ะ” เพื่อนชายหน้าสวยสะบัดหางเสียงเล็กๆ แสดงให้คนฟังรู้ว่าเขามั่นใจในสิ่งที่ตัวเองเห็น ตอนนี้ในหัวของชายหนุ่มมีแผนเล็กๆ ที่จะพิสูจน์ว่ามีนาต้องหาทางตื๊อนันท์นลินเพื่อนรักให้กลับไปหาชายหนุ่มอย่างแน่นอน

                ภาพของนันท์นลินที่ถูกเลขาหนุ่มของมิสเตอร์หลี่โอบประคองกลับมาที่โต๊ะอาหารนั้นอดทำให้ชายหนุ่มแอบหงุดหงิดไม่ได้ มิหนำซ้ำท้องสองคนยังดูแลกันและกันบนโต๊ะอาหารเป็นอย่างดี ผลัดกันตักอาหารและหยิบนู่นนี่ให้กันแถมยังหัวร่อต่อกระซิกกันอีก เขารู้ดีว่านันท์นลินเป็นทั้งผู้หญิงที่สวยและเก่งและงานของเธอก็มักจะต้องพบปะผู้คนมากหน้าหลายตา ย่อมจะมีชายหนุ่มหมายตาเธอบ้าง และอาจจะเป็นไปได้ว่าเธอและนาธานจะมีความสัมพันธ์ที่เกินไปกว่าคำว่าเพื่อน

                “มิสเตอร์หลี่จะเริ่มต้นเที่ยวทะเลที่ไหนก่อนครับ” มีนาถามโปรแกรมการท่องเที่ยวของชายสูงวัย

                “พรุ่งนี้สายๆ ผมจะบินไปภูเก็ตก่อนอาจจะพักที่นั่นสักสัปดาห์หนึ่ง ที่เหลือยังไม่ได้คิดเลย ฮ่า ฮ่า” นักธุรกิจหนุ่มรุ่นพ่อตอบพร้อมเสียงหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

                “ผมเคยชินกับการทำธุรกิจที่ต้องรีบเร่งต้องทำทุกอย่างแข่งกับเวลาเลยอยากจะอยู่เฉยๆ พักผ่อนสบายๆ อยากไปไหนก็ไป แต่มันก็ค่อนข้างเป็นไปได้ยากเพราะถึงแม้ผมจะอยากพักผ่อนสบายๆ แต่ก็ต้องรายล้อมด้วยการ์ดอีกนับสิบ” เขาพูดพลางปรายตาไปยังด้านนอกห้องอาหารที่มีชายในสูทสีดำยืนประจำการอยู่

                “ผมเข้าใจครับ บางครั้งก็มีบ้างที่ผมอยากจะพักแบบยาวๆ” มีนาพูดออกมาจากความรู้สึกภายในใจ กว่าสิบปีมาแล้วที่ชายหนุ่มโหมงานหนัก เหตุผลหนึ่งเพราะว่าเขาต้องการดูแลกิจการของครอบครัวให้ดีที่สุดดังเช่นตอนที่บิดาของเขาดูแลและบริหารงาน แต่อีกผลหนึ่งที่เขาต้องทำเช่นนั้นก็เพราะผู้หญิงหน้าคมที่นั่งอยู่ตรงกันข้ามกับเขานี่แหละ เธอแวะเข้ามาวนเวียนในหัวเขาบ่อยจนบางครั้งเขาแทบจะคลั่งตาย การทำงานอย่างหนักเป็นทางแก้ปัญหาที่ดีที่สุดแล้วจริงๆ

                “ผมก็คิดไม่ต่างกับคุณถึงหอบเอาคนสนิทฝีมือดีมาพักผ่อนด้วย พวกเขาทำงานหนักไม่ต่างอะไรกับตัวผมเลยแม้แต่น้อย เลยอยากให้ทั้งมิสบีและนาธานได้พักผ่อนบ้าง” มิสเตอร์หลี่พูดถึงเลขาหนุ่มและผู้จัดการฝ่ายต่างประเทศคนเก่งด้วยความสบายใจ เขายินดีมากที่ได้ทั้งสองคนมาร่วมงานเพราะคนอายุน้อยๆ ที่ขยันขันแข็งและมีความสามารถล้นเหลือหาได้ยากมากในยุคสมัยนี้

                “ถ้าไม่รังเกียจคุณมีนาอยากไปพักผ่อนกับเราไหมครับ อาจจะไปแค่ช่วงสั้นๆ ก็ได้ถือว่าเป็นการตอบแทนที่ต้อนรับพวกเราเป็นอย่างดี” นักธุรกิจชาวฮ่องกงเอ่ยปากชวนด้วยความเป็นมิตร

                “ยินดีเป็นอย่างยิ่งครับ” มีนาตอบสั้นๆ แต่ยิ้มกว้างจนนาธานแอบบีบมือของนันท์นลินใต้โต๊ะอาหาร เลขาหนุ่มหน้าหล่อคิดแล้วไม่มีผิดว่ามีนาไม่มีทางปล่อยเพื่อนรักของเขาให้หลุดมือไปอีกแน่

                นี่ขนาดนาธานยังไม่ทันได้เริ่มแผนการที่คิดไว้ในหัวเลยแม้แต่น้อย มีนาก็ทำท่าจะแบไต๋ทุกอย่างออกมาเสียชัดเจนถึงแม้ว่าชายหนุ่มจะเก่งกาจมีชั้นเชิงในด้านการบริหารธุรกิจสักแค่ไหน แต่เรื่องความรู้สึกในหัวใจนั้นมีนาคงอาจจะไม่รู้ตัวว่าเขาช่างแสดงมันออกมาอย่างเปิดเผยเสียเหลือเกิน



ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha


สนุกค่ะจะอ่านต่อนะค่ะแต่อาจจะไม่ได้แม่นนะ
โดย Anonymous | 3 years, 3 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha