กลรักพันธนาการใจ (ซีรีส์ รักพันธนาการ) มีหนังสือทำมือ

โดย: อติญา / เก-ลิน / เราพิมพ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน / มะลิก้านแดง



ตอนที่ 3 : 1 (3/3)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

“ลงมาอาบน้ำกับผมสิบัว มานวดให้หน่อย” เขาร้องเรียกเสียงห้วนเมื่อยังเห็นว่าภรรยาสาวยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่

“ขอบัวไปเอาผ้ามาเช็ดแผลก่อนนะคะ เลือดมันไหลลงมาอีกแล้ว” คนที่มีแผนการอยู่ในหัวค่อยๆ คิด ค่อยๆ พูด และทำตามแผนที่ผุดขึ้นในสมองของตัวเอง เธอไม่มีทางจะทำเรื่องน่าละอายแบบนั้นกับเขาอีกต่อไปแล้ว เขาตบตีใช้กำลังเสร็จก็จะตอแยขอร่วมรักกับเธอเหมือนที่เคยเป็นมา

ไม่มีทางที่บัวจะยอมคุณอีกต่อไปแล้วค่ะคุณแทนทัพ...

“จะทำอะไรก็เร็วๆ อย่าชักช้าให้ผมต้องหงุดหงิดอีก” คนเจ้าอารมณ์พูดอย่างไม่ใส่ใจก่อนที่จะจัดการเอนตัวพิงขอบอ่างอาบน้ำ หลับตาให้น้ำอุ่นและฟองสบู่นุ่มๆ ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ตึงแข็งและผ่อนคลายอารมณ์ที่คุกรุ่นจากฤทธิ์สุราที่ดื่มเข้าไปในปริมาณมากและการปะทะคารมกับคนตัวเล็กที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยา

หญิงสาวหันซ้ายหันขวาคว้าเสื้อคลุมตัวหลวมมาสวมไว้ ก่อนจะฉวยกระเป๋าสะพายใบเก่งย่องออกมาจากห้องนอนอย่างเงียบเชียบ เมื่อออกมาพ้นตัวคฤหาสน์หลังใหญ่แล้วนันท์นลินก็วิ่งตรงไปยังรั้วบ้าน จัดการส่งร่างบอบบางของตัวเองปีนป่ายข้ามกำแพงออกไปถึงแม้จังหวะกระโดดลงร่างเล็กจะหล่นลงไปผิดท่าแต่หญิงสาวก็ไม่ได้แยแส กลั้นใจลุกขึ้นวิ่งหนีออกไปให้พ้นจากบริเวณนั้นโดยเร็วและหาทางเรียกรถแท็กซี่เพื่อเดินทางไปตั้งหลักที่คอนโดของตัวเอง

 

                เมื่อดึงตัวเองกลับมาจากการคิดถึงเหตุการณ์แสนเลวร้ายในวันนั้นได้แล้วมือเรียวเล็กจัดการลากกระเป๋าเดินทางใบโตของตัวเองออกมาก่อนจะไปเลือกคว้าเสื้อผ้าที่จัดเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่ในตู้ออกมาพับและจัดเรียงลงกระเป๋าด้วยความว่องไว เสื้อผ้าทั้งหมดที่เธอมีสามารถบรรจุลงไปในกระเป๋าเดินทางใบเดียวได้หมดเพราะหญิงสาวยังไม่ได้ขนอะไรมาจากคอนโดมากมายนัก

                จากนั้นร่างเล็กก็เดินเข้าไปในห้องน้ำจัดการหยิบของใช้ส่วนตัวทั้งหมดออกมาโยนใส่ถุงผ้าใบย่อมที่มีติดกระเป๋าไว้ยามไปชอปปิ้ง หญิงสาวเก็บทุกอย่างไม่ให้เหลือร่องรอยว่าตัวเธอเคยใช้ชีวิตอยู่ในห้องนี้แม้กระทั่งถุงสำลีเช็ดหน้าเธอยังเก็บไปไม่ยอมทิ้งไว้เพราะตั้งใจแล้วว่าตัวเองจะหายไปจากชีวิตของแทนทัพตลอดกาล

                เมื่อจัดการของใช้ภายในห้องน้ำเรียบร้อยนันท์นลินก็เดินสำรวจไปทั่วห้องตามเก็บข้าวของเครื่องใช้ของตัวเองทุกสิ่งอย่างทั้งนิตยสาร หนังสือเล่มโปรด เครื่องเขียนที่เธอชอบพกติดตัวอยู่เสมอก็ยังเก็บไปจนเกลี้ยง ร่างของหญิงสาวผิวสีน้ำผึ้งยืนอยู่กลางห้องนอนกว้างพลางกวาดสายตาหาสมบัติส่วนตัวอีกเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อแน่ใจว่าตนเองไม่ได้ทิ้งร่องรอยอะไรไว้ที่นี่อีกแล้วเธอจึงค่อยๆ ลำเลียงกระเป๋าและถุงข้าวของลงไปใส่ท้ายรถหรูของตนเองทันที

                และก่อนที่จะก้าวขอออกจากคฤหาสน์เก่าแก่นี้ไปอย่างถาวรหญิงสาวก็เข้าไปลาบิดามารดาของแทนทัพอีกครั้ง ถึงบุตรชายของท่านทั้งสองจะทำไม่ดีไว้กับตัวเธอมันก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะต้องหมางเมินหรือแสดงกิริยาก้าวร้าวใส่ผู้ใหญ่

                “บัวมาลาคุณพ่อคุณแม่ค่ะ” ริมฝีปากอิ่มพูดช้าๆ ชัดถ้อยชัดคำทำเคนฟังอดใจวูบลงไปอยู่ตาตุ่มไม่ได้

                “หนูบัวอยู่ทานข้าวกลางวันกันก่อนดีกว่าไหมลูก แม่สั่งเด็กให้ตั้งโต๊ะเลยดีกว่า” คุณหญิงเพียงพิณพยายามจะยื้อเวลาในการอยู่ร่วมกันกับลูกสะใภ้อีกเล็กน้อย

                “บัวนัดคุณแม่ไว้แล้วค่ะป่านนี้ท่านน่าจะรอแล้ว ต้องขอโทษคุณพ่อคุณแม่นะคะที่อยู่ทานอาหารกลางวันด้วยไม่ได้จริงๆ” หญิงสาวอธิบายให้ประมุขทั้งสองของบ้านได้เข้าใจตามความสัตย์จริง ซึ่งทางด้านพลเอกเผ่าเทพผู้เคร่งขรึมทำเพียงพยักหน้าแสดงให้หญิงสาวได้รับรู้ว่าท่านเข้าใจแต่ฝั่งแม่สามีกลับทำหน้าตาในแบบที่อธิบายอารมณ์ไม่ถูก

                “แม่ขอโทษ ขอโทษแทนพี่เขาด้วยนะลูก” คุณหญิงเพียงพิณกล่าวกับลูกสะใภ้ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ หลังจากที่หนูบัวขอตัวไปเก็บข้าวของนั้นนางมีโอกาสได้หารือกับสามีถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น

                หากเป็นบุคคลอื่นมาพูดว่าบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนมีพฤติกรรมเลวร้ายเช่นนี้หัวเด็ดตีนขาดนางคงไม่มีทางจะเชื่อ แต่นี่เรื่องราวทั้งหมดออกมาจากปากของลูกสะใภ้ซึ่งนางรู้จักหญิงสาวมาตั้งแต่เป็นเด็กหญิงตัวเล็ก ไม่มีทางที่เธอจะปั้นน้ำเป็นตัวมาหลอกคนหัวหงอกอย่างนางและสามีเป็นแน่

                แถมหลักฐานทางร่างกายยังบ่งบอกว่านันท์นลินนั้นบอบช้ำจากการกระทำที่รุนแรงของแทนทัพแค่ไหน บาดแผลที่หน้าผากเนียนยังคงปิดไว้ด้วยผ้าก๊อซชิ้นเล็กเพราะบาดแผลนั้นใหญ่จนต้องรักษาด้วยวิธีการเย็บให้ปากแผลติดกัน นางไม่แน่ใจเลยว่าหลังจากแผลแห้งแล้วหญิงสาวจะยังเหลือร่องรอยของแผลเป็นอยู่หรือไม่

                “ไม่เป็นไรนะคะคุณแม่ เรื่องราวมันผ่านมาแล้วอย่าไปฟื้นฝอยหาตะเข็บให้ต้องเจ็บปวดกันทุกฝ่ายเลยนะคะ บัวเข้าใจคุณแม่กับคุณพ่อและก็ขอบคุณทั้งสองท่านเหลือเกินที่เข้าใจบัวนะคะ” หญิงสาวพนมมือไหว้แสดงความขอบคุณและยิ้มออกมาด้วยความจริงใจเพราะเธอรู้สึกขอบคุณท่านทั้งสองด้วยใจจริง

                โดยก่อนที่จะกลับมาที่บ้านของสามีนั้น หญิงสาวยังแอบกังวลใจว่าท่านทั้งสองจะตำหนิหรือโกรธเคืองในตัวเธอหรือไม่ที่ไปไม่ลามาไม่ไหว้เช่นนั้น แต่เมื่อมาพบผู้สูงวัยทั้งสองท่านเข้าจริงๆ แล้วนั้นทั้งพลเอกเผ่าเทพและคุณหญิงเพียงพิณกลับไม่ได้ทำอย่างที่เธอกังวลแม้แต่น้อย

                พ่อแม่ของสามีตั้งใจฟังคำอธิบายจากปากของนันท์นลินด้วยความตั้งใจ ท่านทั้งสองดูจะเข้าใจในความอารมณ์ร้อนของแทนทัพแต่ท่านก็คาดไม่ถึงว่าชายหนุ่มจะถึงขั้นขาดสติทำร้ายร่างกายของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาได้ลงคอ

                “ถ้าเจ้าแทนกลับมาพ่อคงต้องคุยกับมันให้รู้เรื่อง” ผู้เป็นบิดากล่าวอย่างคาดโทษในตัวบุตรชาย ถึงท่านจะเสียดายลูกสะใภ้ที่แสนดีอย่างหนูบัวแค่ไหน พลเอกเผ่าเทพก็ไม่อาจแสดงความเห็นแก่ตัวขนาดที่จะเหนี่ยวรั้งเธอเอาไว้ได้ ต่อหน้าบิดามารดาแทนทัพอาจจะแสดงท่าทางว่ารักใคร่เอ็นดูในตัวหญิงสาวแค่ไหนก็ได้ แต่สุดท้ายมันไม่มีอะไรเป็นเครื่องยืนยันได้เลยว่าไอ้ลูกชายตัวดีจะไม่ทำร้ายร่างกายของหนูบัวอีก

                “ถึงหนูจะไม่ติดใจเอาความทั้งๆ ที่จะขึ้นโรงพักแจ้งจับมันเลยก็ย่อมทำได้ หนูมีน้ำใจจนพ่อกับแม่ละอายใจ” น้ำเสียงจริงจังของพลเอกเผ่าเทพทำให้คนที่ฟังอยู่รับรู้ได้ถึงความทุกข์ใจที่ท่านทั้งสองกำลังเผชิญอยู่ได้เป็นอย่างดี

                “อย่างที่บัวบอกคุณพ่อกับคุณแม่ไปคือเรื่องราวทั้งหมดบัวไม่ติดใจเอาความ แค่ขอจากนี้ไปให้บัวได้มีอิสระและขอคุณแทนทัพว่าอย่ามายุ่งเกี่ยวกับบัวอีกเลยนะคะ” คนตัวเล็กพูดยังคงยืนยังเจตนาของตนเองด้วยความมุ่งมั่นและก็ได้แต่หวังไว้ในใจว่าแทนทัพจะยอมทำตามที่เธอขอ

                “บัวต้องลาคุณพ่อคุณแม่แล้ว ดูแลสุขภาพนะคะ” นันท์นลินพนมมือไหว้และกล่าวลาคุณหญิงเพียงพิณและพลเอกเผ่าเทพด้วยความนอบน้อมดุจเดิม

                “ส่วนเรื่องเอกสารการหย่าบัวจะให้ทนายติดต่อมาอีกทีนะคะ เรื่องทั้งหมดคุณอาประพตจะเป็นผู้ดำเนินการให้บัวทุกอย่าง” หญิงสาวกล่าวทิ้งท้ายกับผู้สูงวัยทั้งสอง

                “แม่อยากให้ติดต่อมาทางแม่ก่อนนะลูกแม่จะช่วยดูให้ไม่อยากให้คุณประพตติดต่อไปทางพี่เขาเอง กลัวว่าจะไม่สบอารมณ์ขึ้นมาซะแล้วจะไม่ยอมหย่าเอา ยังไงแม่ก็จะจัดการให้หนูบัวไม่ต้องกังวลอะไรนะลูก” มารดาของสามีพูดด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล

“ถ้ามันไม่หย่าพ่อจะให้คุณบรรพตฟ้องมันเลยหลักฐานขนาดนี้มันไม่รอดหรอก” บิดาของสามีกล่าวเสียงแข็ง ท่านรู้สึกเจ็บปวดเหลือเกินที่บุตรชายคนเดียวเกิดมาเป็นชายชาติทหารแต่ไม่มีความเป็นลูกผู้ชายเลยแม้แต่น้อย

“ขอให้การฟ้องหย่าเป็นทางสุดท้ายเถอะนะคะ บัวไม่อยากให้คุณพ่อกับคุณแม่ต้องเดือดร้อนพาลเสียชื่อเสียงกับเรื่องนี้” หญิงสาวกล่าวอย่างมาดมั่นก่อนจะขอตัวกลับและบอกลาท่านทั้งสองอีกครั้ง

 

ร่างเล็กนั่งอยู่บนเบาะหนังมันปลาบภายในรถหรูด้วยความรู้สึกหลากหลาย เรื่องราวเลวร้ายมันมาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว และนับจากวินาทีนี้ไปหญิงสาวที่ชื่อนันท์นลิน  วิจิตรากุลจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ สองมือกำพวงมาลัยรถไว้มั่นก่อนที่เท้าเล็กเหยียบคันเร่งลงน้ำหนักกำลังพอดีบังคับรถยนต์คันโตให้เคลื่อนออกจากคฤหาสน์เกริกเกรียงไกรที่เก่าแก่และแสนหรูหราโดยที่ไม่ยอมหันกลับไปมองสถานที่นั้นอีกเลย

 

 ขอบคุณนักอ่านที่น่ารักสำหรับการติดตามและการสนับสนุน

ฝากผลงาน E-Book เรื่องที่วางจำหน่ายแล้วไว้ในอ้อมใจด้วยนะคะ

 

#

 

 

#

 E - Book MEB Market  <<<CLICK

 

#

E - Book OokBee  <<<CLICK

 

#

E - Book Naiin <<<CLICK

 

#

E - Book Hytexts <<<CLICK

 

 #

E - Book se-ed

 

#

E - Book ebooks.in.th

 

อยากเม้าท์กับติญา <<<CLICK

 




ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha


None
โดย Anonymous | 3 years, 1 month ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha