กลรักพันธนาการใจ (ซีรีส์ รักพันธนาการ) มีหนังสือทำมือ

โดย: อติญา / เก-ลิน / เราพิมพ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน / มะลิก้านแดง



ตอนที่ 10 : 4 (1/3)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

            “สวัสดีครับคุณนาธาน ไม่ทราบมีอะไรให้ทาง The Grand รับใช้ครับ” มีนารีบวางมือจากงานที่กำลังทำอยู่ทันทีเมื่อเห็นว่าสายที่เรียกเข้าเป็นใคร

                “สวัสดีครับคุณมีนาเรียกว่าทางเราจะขอรบกวนมากกว่า พอดีว่ามิสเตอร์หลี่เดินทางมาพักผ่อนที่ประเทศไทยเลยอยากจะขอนัดคุณมีนาเพื่อคุยเรื่องที่เคยเกริ่นไว้ ไม่ทราบว่าคุณพอจะมีเวลาไหมครับ” นาธานเลขาของมิสเตอร์หลี่เจ้าของภัตตาคารชื่อดังในฮ่องกงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ เนื่องจากเขาทราบดีว่านักธุรกิจระดับมีนานั้นงานค่อนข้างที่จะรัดตัว การขอนัดเข้าพบแบบกะทันหันนี้โอกาสที่จะเป็นไปได้มีน้อยมาก แถมเขายังโทรหาเจ้าของโรงแรมโดยตรงแทนที่จะนัดผ่านเลขาก่อนถ้างานนี้ไม่สุดวิสัยจริงๆ เขาก็ไม่อยากจะเสียมารยาท

                “สำหรับมิสเตอร์หลี่ผมยินดีครับ” มีนาตอบอย่างอารมณ์ดี

                “มันอาจจะกะทันหันเกินไปสักหน่อย พรุ่งนี้ช่วงบ่ายคุณมีนาติดธุระอื่นอยู่หรือเปล่าครับถ้าหากผม มิสเตอร์หลี่ และมิสบีผู้จัดการฝ่ายต่างประเทศของเราจะเข้าไปพบที่โรงแรม”

                “ไม่มีปัญหาครับช่วงบ่ายสองถ้าทางคุณนาธานสะดวกเชิญที่ The Grand เลยนะครับและจะเป็นเกียรติมากหากว่าจะให้ผมเลี้ยงรับรองในตอนเย็น” มีนายื่นข้อเสนอให้กับคณะแขกพิเศษ

                “คอนเฟิร์มการนัดพบเวลาบ่ายสองวันพรุ่งนี้ ส่วนเรื่องอาหารเย็นขอเรียนถามมิสเตอร์หลี่ก่อนนะครับ ขอบคุณทางคุณมีนามากแล้วพรุ่งนี้พบกัน สวัสดีครับ”

                “สวัสดีครับ” มีนาวางสายอย่างสบายอารมณ์ เห็นทีเขาจะต้องทิ้งให้ธันวาดูงานที่ภูเก็ตไปคนเดียวพลางๆ ก่อนเพราะงานเจรจาธุรกิจกับมิสเตอร์หลี่เป็นเรื่องที่สำคัญมากพอๆ กับการสร้างโรงแรมใหม่ แต่ทางนี้มีเจ้าธันน้องชายคนรองทำหน้าที่วิศวกรใหญ่ดูแลทั้งคนก็ไม่น่าจะต้องเป็นห่วงอะไร

                มือใหญ่หนาจัดการเก็บเอกสารบนโต๊ะทำงานส่วนตัวภายในออฟฟิศชั่วคราวที่ดูดีและสะดวกสบายไม่ต่างกับออฟฟิศที่กรุงเทพฯ เลยแม้แต่น้อย ธันวาเช่าที่นี่ไว้สำหรับให้ตัวเองและพนักงานบางส่วนใช้เป็นฐานประจำการขณะที่เดินทางมาดูแลและควบคุมงานก่อสร้างโรงแรมที่ภูเก็ต

นับตั้งแต่รับช่วงต่อกิจการโรงแรม The Grand มาจากคุณบดินทร์ผู้เป็นบิดามาจนถึงวันนี้ ชายหนุ่มก็บริหารกิจการของครอบครัวมาเป็นเวลากว่าสิบปีแล้ว ซึ่งนอกจากมีนาจะพัฒนาและปรับปรุงโรงแรมแห่งแรกของครอบครัวให้ทันสมัยขึ้น เขายังขยายกิจการไปสร้างโฮมสเตย์ที่เชียงใหม่ซึ่งเปิดให้บริการไปเมื่อไม่นานมานี้ และส่วนที่ภูเก็ตมีนาตั้งใจให้เป็นโรงแรมที่ให้บริการครบวงจรทั้งห้องพัก แหล่งชอปปิ้ง ภัตตาคารชั้นเลิศ โรงภาพยนตร์ ไนต์คลับ ฟิตเนสรวมถึงสระว่ายน้ำ ซึ่งทั้งหมดนี้จะรวมอยู่ใน The Grand Royal Phuket เพียงที่เดียว 

                หนุ่มใหญ่ในวัยสามสิบห้าผู้มีรูปร่างสูงใหญ่ความสูงเกือบ 190 เซนติเมตรบวกกับหน้าที่คมเข้มเพราะไรเคราสั้นๆ ที่ชายหนุ่มขยันดูแลเป็นอย่างดีช่วยส่งเสริมให้มีนาดูหล่อเหลาและภูมิฐาน เขาเดินผิวปากอย่างอารมณ์ดีเข้ามาในคอนโดของน้องชาย ด้วยความรีบร้อนจึงวิ่งขึ้นไปหยิบกระเป๋าเดินทางของตนเองในห้องนอนบนชั้นสองก่อนจะแวะลงมาตรวจสอบข้าวของในกระเป๋าเอกสารบริเวณห้องรับแขกที่น้องชายคนรองนั่งอยู่ตามลำพัง

                “จะรีบไปไหนกันพี่” ธันวาถามพี่ชาย

     “จะกลับกรุงเทพฯ มีงานด่วนนิดหน่อยจำมิสเตอร์หลี่ที่เป็นเจ้าของภัตตาคารที่ฮ่องกงได้ไหมพอดีเขาสนใจอยากมาทำธุรกิจในเมืองไทยเลยให้เลขาของเขานัดเข้ามาแบบด่วนๆ คุยกันพรุ่งนี้ช่วงบ่ายพี่เลยต้องรีบกลับ” มีนาเล่าให้เขาฟังแบบคร่าวๆ

                “แล้ววสาเป็นไงมั่ง อยู่ไหนล่ะตอนนี้”

                “วสาเข้าไปพักในห้องเมื่อซักพักนี่เองครับ คงไปนอนอ่านหนังสืออย่างเคยแหละเห็นขนซื้อมาหลายเล่มอยู่” ธันวาพูดถึงภรรยาสาวให้พี่ชายฟังโดยเลือกพูดเท่าที่จำเป็นเพื่อไม่ให้พี่ชายสงสัยหรือซักถามจนตัวเขาเองจะเกิดพิรุธ

                “เออ ดูแลกันดีๆ อะไรแย่ๆ ที่ผ่านมาแล้วก็ให้มันแล้วไปละกันแค่อย่าไปทำซ้ำอีกก็พอ เห็นนิ่งๆ แบบนั้นอันที่จริงวสาเขาเป็นคนค่อนข้างอ่อนไหว แล้วก็คิดมากแบบสุดๆ อะไรที่ทำลายความเชื่อใจของเธอแล้วครั้งหนึ่งมันยากที่จะกู้คืนนะธัน” พี่ชายจ้องหน้าเขาด้วยแววตาที่จริงจัง

                “งานนี้คงยากหน่อยถ้าจะทำให้เขารู้สึกดีๆ กับนายได้อีกครั้งแต่พี่ก็มั่นใจว่ามันไม่มีอะไรที่ยากเกินความสามารถของเรานะ นี่อาจจะไม่ใช่ชีวิตครอบครัวในแบบที่แกเคยคิดไว้แต่ในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้วก็ต้องยอมรับและเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันอย่างมีความสุข อย่าลืมว่านี่ไม่ใช่แค่ความสุขของเราคนเดียวนะเจ้าธัน มันเป็นความสุขทั้งชีวิตของวสาเขาด้วยเหมือนกัน”

                “ครับพี่ผมจะพยายามแต่มันก็ต้องขึ้นอยู่กับวสาด้วยนะว่าเขาจะยอมให้โอกาสผมแค่ไหน”

คนเป็นน้องพูดด้วยน้ำเสียงค่อนข้างจริงจัง ก็มันจริงนี่นาต่อให้เขาเดินหน้าง้องอนไถ่โทษแต่ยายป้าหน้าเดธยังมัวแต่ขังตัวเองอยู่ในโลกอุดมคติที่ไม่มีใครเข้าถึงมันคงไม่มีทางที่จะคุยกันรู้เรื่องหรอก

                “พี่รู้ว่าเราทำได้โชคดีละกันพี่ไปก่อนนะ” มีนาบอกลาน้องชายก่อนจะเดินทางไปสนามบินเพื่อขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพฯ มาเตรียมเอกสารและข้อมูลสำหรับพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการกับเจ้าของภัตตาคารที่เลื่องชื่อเป็นอันดับต้นๆ ในฮ่องกง

 

                “นี่แนทตี้...พรุ่งนี้ที่บอสจะไปคุยงานที่โรงแรม The Grand ฉันไม่ไปได้ไหม?” น้ำเสียงที่ฟังดูแล้วประหม่าหลุดออกมาจากริมฝีปากบอบบางที่เคลือบด้วยลิปสติกสีส้มสด คนฟังแทบไม่อยากจะเชื่อว่าจะได้ยินสาวมั่นอย่างมิสบีใช้น้ำเสียงโทนนี้

                “ยังไงกันหล่อน นี่รู้สึกว่าจะหาทางหลบเลี่ยงเหลือเกินนะยะ มิสบีผู้ห้าวหาญเป็นอะไรไปพอมีงานให้กลับมาเมืองไทยทำไมต้องมีข้ออ้างได้ตลอด ประเทศนี้เป็นบ้านของหล่อนนะ” นาธาน หรืออีกชื่อคือแนทตี้ที่คนสนิทจริงๆ เท่านั้นเจ้าตัวถึงจะยอมให้เรียกชื่อนี้ได้แกล้งแหวใส่คนตัวเล็กทำท่าไม่สบอารมณ์

                “มันก็ไม่ได้มีอะไรสักหน่อย” นันท์นลินตอบไม่เต็มเสียงนักแถมยังก้มหน้าหลบสายตาหนุ่มตี๋หน้าสวยที่กำลังจ้องมาที่เธอเหมือนพยายามจะคาดคั้นอะไรบางอย่าง

                “ไม่อยากบอกตอนนี้ก็ไม่เป็นไรนะบีไว้พร้อมเมื่อไหร่ก็ค่อยเล่าให้ฉันฟัง เราเป็นเพื่อนกันมานานทำไมฉันจะดูไม่ออกว่าหล่อนมีซัมติงในใจ” นาธานเป็นเลขาส่วนตัวของมิสเตอร์หลี่ที่มักได้ทำงานเข้าคู่กับหญิงสาวที่ทำงานเป็นผู้จัดการฝ่ายต่างประเทศเสมอๆ  พูดในทำนองว่าเขานั้นพอจะเข้าใจว่าเธอมีบางอย่างที่ปิดบังเอาไว้

ดูภายนอกนั้นชายหนุ่มคล้ายๆ จะเป็นผู้ชายเจ้าสำอางแต่นอกจากความสำรวยกรีดกรายเกินชายแล้ว นาธานมีรสนิยมในเพศเดียวกันซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อความสัมพันธ์ในฐานะเพื่อนร่วมงานและฐานะเพื่อนสนิทเลย มันกลับดีเสียอีกที่นันท์นลินสามารถวางใจและปรึกษาปัญหากับชายหนุ่มได้แทบทุกเรื่อง เพราะหญิงสาวจะได้ความคิดเห็นที่ค่อนข้างแตกต่างและเป็นในแง่ที่เธอมักจะคาดไม่ถึงแถมได้เพื่อนชอปปิ้งพูดคุยเรื่องแฟชั่น เสื้อผ้า เครื่องสำอาง สถานที่แฮงก์เอาท์เก๋ๆ ทุกอย่างที่กล่าวมาหนูบัวหาได้ในตัวของนาธานคนเดียว

                “บางทีเธอก็เหมือนจะรู้จักนิสัยฉันมากกว่าตัวของฉันเองอีกนะแนทตี้... เฮ้อ!” คนตัวเล็กพูดจบก็ผ่อนลมหายใจออกมายาวเหยียด เธอเลี่ยงการเดินทางมาประเทศไทยได้แล้วครั้งหนึ่งเพราะตอนนั้นนันท์นลินติดภารกิจในการไปตรวจสอบความเรียบร้อยของภัตตาคารสาขาที่สิงคโปร์และมาเลเซีย


ขอบคุณนักอ่านทุกๆ คนที่ให้การสนับสนุนอย่างดีตลอดมานะคะ

 

 พี่สิงห์กับหนูขนมผิง และธันวากับวสาติดอันดับ E-Book ขายดีใน Meb Market 

หากใครอยากจับจองเป็นเจ้าของก็โหลดได้ตามลิงค์ด้านล่างเลยค่ะ

 

#

 

 http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/member/226671/11656855-member.jpg

E-BookMeb Market หนี้ร้ายพันธนาการรัก

E-Book OOK BEE หนี้ร้ายพันธนาการรัก

สิงหา + พิมพ์อุมา 

 

#

E-BookMeb Market ลวงรักพันธนาการร้อน

E-Book OOK BEE ลวงรักพันธนาการร้อน

ธันวา + วสา
 

อยากเม้าท์กะติญาไปหาที่เพจ 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha


อัพเร็วๆๆๆน้าาค้าาาา
โดย Anonymous | 3 years ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
สู่ๆน้าาาค้าาาาาาา
โดย Anonymous | 3 years ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
ติดตามค้าาาาาาาา
โดย Anonymous | 3 years ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha