ล่ารักสามีฝรั่ง ซีรี่ส์ผัวฝรั่ง

โดย: รมย์ธีรา



ตอนที่ 4 : แรกพบก็สยองเบาๆ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

“ก็ให้มันรู้ไปว่าจะสิ้นสุดที่แก เงินทองจะบริจาคให้หมด” คำพูดนี้คาดหวังจะให้ลูกชายหวาดหวั่นจะสิ้นเนื้อประดาตัว

“แล้วแต่เลยครับ ผมตั้งตัวได้แล้ว เงินที่เอาของพ่อมาก็คืนไปจนหมด ตอนนี้ที่มีคือเงินของผมทั้งนั้น” แต่ชายหนุ่มก็แน่พอตัว แถมท้าทายกลับอีกต่างหาก กล่าวจบก็เดินจากไปทันที

“ครูส ครูส” เสียงผู้เป็นพ่อเรียกหา แต่ร่างของลูกชายจากไปเสียแล้ว

จังหวะนั้นเองที่เจคอบกำลังออกไป ผ่านร่างบางของหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังเดินสวนกับเขา เธอเพิ่งจะออกมาจากห้องน้ำ หญิงสาวมองตามร่างหนาไปด้วยสายตาคาดหวัง การดูตัวครั้งนี้ของเธอดูเหมือนจะต้องเปลี่ยนแผนเสียแล้ว เมื่อเป้าหมายใหม่เข้าตามากกว่า

ผู้ชายคนนั้น ใครกันนะ หล่อถูกใจมาก ยูจะเป็นเป้าหมายของไอ ถ้าผู้ชายคนนี้ไม่หลงรักฉัน ก็อย่ามาเรียกแองจี้เลย

            ร่างงามเดินไปที่โต๊ะซึ่งตอนนี้นายหน้าหาคู่กำลังโบกมือเรียกอยู่ เธอนั่งอยู่ลำพัง แล้วก็มีชายชราผมขาวเดินเคียงคู่กับเธอมาที่โต๊ะเดียวกัน

อุ๊ยตาย อย่างบอกนะว่านี่คู่เดท เธอนึกในใจรู้สึกผิดหวัง

 “ผมขอโทษนะครับ ลูกชายผมเสียมารยาท เขาเป็นคนไม่ชอบเรื่องเซอร์ไพรส์แบบนี้” ครูสโซออกตัวโค้งน้อยๆ ให้กลาสเก็ต โดยไม่รู้เลยว่าคู่เดทของลูกชายยืนอยู่เคียงข้าง

“ไม่เป็นไรค่ะ เออ คุณครูสโซคะ นี่แองเจลิน่า ออโตเมทค่ะ” นายหน้าพยักหน้าอย่างเข้าใจ ลุกขึ้นกล่าวแนะนำคนทั้งสอง

“เมื่อครู่นี้ลูกชายคุณหรือคะ” แองเจลิน่าถามย้อน หรือเป้าหมายจะ

คือคู่เดทของเธอนะ ถ้าได้แบบนั้นก็ดีล่ะสิ เข้าทางเธอเลย หล่อ รวย มีระดับ มีชาติตระกูล

“ครับ หนูคงได้ยินแล้ว เราคุยกันไม่รู้เรื่อง” ครูสโซกล่าวอย่างละอายใจ เรื่องน่าอายในครอบครัวที่ต้องให้คนอื่นโดยเฉพาะเธอรับรู้

“แองจี้เข้าใจค่ะ ไม่เป็นไรนะคะ แองจี้จะหาโอกาสทำความรู้จักกับเขาเอง ถ้าชอบผู้หญิงจริงก็คงไม่ปิดกั้นตัวเองหรอกค่ะ” แองเจลิน่ากล่าวอย่างมั่นอกมั่นใจในตัวเอง

“จะทำอย่างไรล่ะ หน้ายังไม่อยากจะมอง เดี๋ยวหนีไปต่างประเทศแน่ๆ” ผู้เป็นพ่อชักจะอ่อนใจ ยังมองไม่เห็นทางที่เด็กทั้งสองจะสานสัมพันธ์ต่อ

“ก็ไม่น่าจะยาก เขาต้องไปทำงานที่ฟิตเนส แองจี้คงหาทางตีสนิทได้” หญิงสาวกล่าวอย่างมีแผนการ เธอได้อ่านประวัติชายคนนี้มาพอสมควร เมื่อครู่ที่

เห็นไม่แน่ใจว่าใช่หรือเปล่า พอรู้ว่าคนๆ เดียวกันก็เข้าทางเธอเลยล่ะ

“นั่นสิ หนูแองจี้นี่หัวไว ว่าแต่ชอบลูกชายลุงใช่ไหม” ครูสโซดีดนิ้วเห็นด้วยกับแผนการของว่าที่ลูกสะใภ้ รู้สึกโล่งใจที่เลือกมาไม่ผิดคน

“แหม ออกตัวว่าจะตีสนิทขนาดนี้ ก็คงถูกใจคุณแองจี้อยู่แล้วล่ะค่ะ” กลาสเก็ตเป็นผู้ตอบแทนหญิงสาว ก็วางแผนการเรียนรู้กันขนาดนี้ไม่บอกก็น่าจะรู้แก่ใจดี

“งั้นก็ดีเลย พ่อฝากด้วยนะ หวังว่าเราจะได้มาเป็นทองแผ่นเดียวกันในเร็ววันนี้” ชายชราตบที่บ่าของหญิงสาวด้วยความเอ็นดูและพอใจ

“ขอบคุณที่เอ็นดูหนูนะคะ" หญิงสาวยิ้มหวานใส่ ว่าที่พ่อสามีแววตาลุกวาวอย่างมีเป้าหมาย

 

            ณ พัทยา หลังจากที่พรกัลยาจัดการงานที่ภูเก็ตเสร็จ ก็ขึ้นมาดูเตรียมร้านสำหรับการต้อนรับฐานทัตเพื่อที่จะเซ็นสัญญา การทำความสะอาดร้านครั้งใหญ่จึงเกิดขึ้น ทุกอย่างต้องดูดีให้เขาเห็นว่าของเราดีจริง ไม่ให้เสียหน้าบัวบูชาที่การันตีมาอย่างดี

“จะอะไรนักหนาพี่กัล เราไปเช่าที่เขานะ ต้องมาดูการตกแต่ง และชิมรสชาติด้วยหรือ มันเกินกว่าผู้เช่าและผู้ให้เช่าไปหน่อยนะ”พรกุมภายืนเช็ดกระจกไปก็บ่นไป

ไม่เข้าใจการทำความสะอาดแบบทุกพื้นที่ขนาดนี้ เพียงเพื่อต้อนรับเจ้าของห้องเช่าที่เชียงใหม่ นึกว่าต้อนรับผู้ลงทุนรายใหม่เอามาเป็นหุ้นส่วนเสียอีก ปกติก็ทำความสะอาดเป็นประจำ แต่วันนี้เล่นทุกซอกทุกมุมงัดทุกอย่างออกมาเช็ดถูให้เอี่ยมเล่นเอาเพลียร่าง

“ก็เขาอยากให้ร้านเราอยู่นานๆ ไง จะเอาไปลงที่ของเขาก็ต้องเลือกของดีๆ หน่อยสิ เหมือนพวกอเวนิวที่ต้องใช้แบรนด์ไปลงขายเท่านั้น ถ้ากาแฟไม่มีระดับสถานที่ของเขาก็เสียชื่อได้” พรกัลยากล่าวอย่างมีเหตุมีผล เธออยากให้ฐานทัตประทับใจในร้าน และอยากให้ไปเปิดที่ตึกของตนเอง

มากกว่าจะถูกบัวบูชาขอร้อง

“เขาไม่ได้จ้างเรานะพี่ เราไปเช่าเขา จะเรื่องมากทำไม” น้องสาวลงมาจากบันได นั่งลงข้างๆ พี่สาวที่กำลังก้มหน้าก้มตาขัดพื้นที่มีคราบดำติดอยู่ ใครไม่รู้นึกว่าเป็นลูกจ้างเลยล่ะสภาพนี้

“มองในแง่ดีสิ เขาก็อยากได้ของดีๆ ไปไว้ในสถานที่เขาแค่นั้นเอง” พี่สาวถอนหายใจ น้องสาวของเธอยังอ่อนต่อโลก มองธุรกิจแคบอยู่

“อยู่ได้ไม่ได้ก็เรื่องของเรา เจ้าของตึกจะมายุ่งทำไม” คนขัดใจทำหน้ามุ่ยใส่ ยังไม่ทันจะเห็นหน้าก็นึกหมั่นไส้ขึ้นมาเฉยๆ

“อยากได้ที่เขาก็ต้องยอมทำให้เขาประทับใจสิ” พรกัลยากล่าวอย่างอารมณ์ดี เธอไม่มีความคิดแบบที่น้องสาวพูดออกมาเลยแม้แต่นิดเดียว

“อ่านสัญญาดีๆ นะพี่ เผื่อว่าเขามีสิทธิ์ยึดร้านของเราได้” พรกุมภาหันมาทำหน้าจริงจังกำชับ โชคไม่ดีที่พรุ่งนี้ติดไปมหาลัย ไม่งั้นจะอยู่ช่วยอ่าน

สัญญากับพี่สาวด้วยอีกแรง

“จ้า ไม่ต้องห่วง ถ้าเป็นแบบนั้นจริง พี่ว่าพี่บัวคงจะจัดการก่อนที่จะถึงมือพวกเรา” พรกัลยายิ้มให้น้องสาวอย่างเข้าใจ

“ว่าไป คนกันเองนี่ล่ะกินกันง่ายดี” คนมองโลกในแง่ร้ายยังไม่วางใจ เดี๋ยวพรุ่งนี้ก่อนไปเรียนถ้าเป็นไปได้ จะขอเห็นหน้าค่าตาเขาคนนี้สักหน่อยก่อนไปเรียน

“ไปทำงานได้แล้ว ลูกค้าเข้าร้าน” พรกัลยาโบกมือไล่น้องสาว เมื่อเห็นรถของลูกค้าเข้ามาจอดอยู่ด้านหน้า ตนเองก็ลุกไปเก็บกวาดส่วนอื่นต่อ พรุ่งนี้จะต้องเป็นวันที่ร้านของเธอสวยที่สุด

 

พรกัลยาลุกมาเปิดร้านตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง จัดเตรียมดอกไม้สวยๆ มาประดับให้ดูสดใหม่ต้อนรับวันที่สดใสพร้อมเซ็นสัญญา พรกุมภางัวเงียได้ยินเสียงล้างแก้วอยู่ด้านล่าง ก็เดินลงมาเห็นพี่สาวยุ่งอยู่กับการชงกาแฟ เหมือนกำลังชิมรสชาติให้ถูกใจ

“ไม่ค่อยตื่นเต้นเลยนะ” พรกุมภาปิดปากหาวพร้อมเอ่ยแซวพี่สาวที่ตื่นมาแต่เช้าตรู่เพื่อดูแลความเรียบร้อย สังเกตเห็นดอกไม้เต็มร้านดูแล้วก็สดใสตาม ซึ่งปกติเธอไม่ค่อยได้เปลี่ยนสักเท่าไร พอได้เปลี่ยนดอกไม้สดบ้างก็ดูดีขึ้นมาถนัดตาเลยทีเดียว

“นิดหน่อย มือดีติดเรียนไม่อยู่ชงให้ พี่ไม่มั่นใจมือเด็ก เลยว่าจะชงเอง” พี่สาวหันไปพูดยิ้มๆ พลางยกกาแฟเข้าปากแล้วพยักหน้ากับรสชาติอย่างพอใจ

“กุมอยู่ชงให้ก่อนไปเรียนก็ได้นะ เข้าสายหน่อยไม่เป็นไรหรอก” พรกุมภาเดินมาหยิบกาแฟในมือพี่สาวไปชิมบ้าง แล้วก็อมยิ้ม สงสัยไม่ได้ชงมานานฝีมือพี่ที่รักจะเปลี่ยนไปนิดหน่อย ชงบ่อยๆ คงเข้าที่กว่าเดิม แต่ในวันสำคัญไม่อยากให้พี่สาวพลาดจึงอาสาแทน

“จริงหรือกุม” คนรู้ดีว่ามือตกหันไปยิ้มหน้าบานใส่

“จริงสิ อยากจะเห็นหน้าหมอนั่นด้วย” พรกุมภาพยักหน้าทำสายตา

คาดหวัง เธอก็มีแผนการเหมือนกัน วันนี้จะชงให้หลงใหลในกาแฟจนลืมรสชาติไม่ลงเลย

“ชงอย่างเดียวไม่ต้องไปเสิร์ฟนะ เดี๋ยวหลุด” เห็นสายตาของน้องสาวก็นึกหวั่นใจ รีบกำชับใหญ่

“จ้ะ ไปอาบน้ำก่อนนะ” น้องสาวพยักหน้าแล้วขึ้นไปบนห้องนอนเพื่อเตรียมตัว ส่วนคนพี่ก็ยุ่งอยู่กับการตกแต่งสถานที่ต่อ

ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น รถสีขาวคนงามก็เข้ามาเทียบจอดหน้าร้าน พรกัลยาที่กำลังเสิร์ฟกาแฟให้ลูกค้าอยู่ก็ใจเต้นแรง ใช่เขาหรือเปล่านะ ชายร่างสูงผอมผิวขาว หน้าตาละม้ายคล้ายบัวบูชาลงมาจากรถ ก็ทำเอาเจ้าของร้านหันไปมองน้องสาวที่ลุ้นตามพี่สาวไปในตัว

“ที่นี่ร้านของพี่กัลหรือเปล่าครับ” เมื่อประตูถูกเปิดโดยชายน่าสงสัย เขาก็เอ่ยถามพรกัลยาที่ยืนอยู่ตรงประตูพอดี

“ใช่ค่ะ คุณฐานทัตน้องของบัวหรือเปล่าคะ” พรกัลยาแสร้งถาม ทั้งที่

มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นแล้วว่าไม่ผิดคนแน่นอน

“ครับ พี่กัลคนไหน” ชายหนุ่มพยักหน้าเบาๆ มองหาเจ้าของร้านที่เขายังไม่รู้จักหน้าตาเลย

“พี่เองนี่ล่ะค่ะ” พรกัลยาชี้มาที่ตัวเอง ยิ้มหวานเบาๆ

“อ่อ” ฐานทัตเลิกคิ้ว ไม่คิดว่าจะเป็นสาวร่างเล็กข้างหน้า เล็กกะทัดรัดไม่ต่างจากพี่สาวของตัวเอง

“เข้ามาก่อนสิคะ” พรกัลยาเปิดประตูให้กว้างต้อนรับการมาของชายหนุ่ม หันไปทำตาโตใส่น้องสาวที่กำลังแอบมองอยู่หลังเคาน์เตอร์ชงกาแฟ

“ครับ” ชายหนุ่มพยักหน้า แล้วนั่งลงที่โต๊ะตัวที่พรกัลยาเชื้อเชิญ มองดูรอบๆ รู้สึกพอใจกับการตกแต่ง

“ออกแบบร้านสวยจัง ออกแบบเองเลยหรือครับ” จนอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากชม แถมกลิ่นกาแฟหอมอบอวลไปทั้งร้าน ก็ยิ่งอยากจะรู้ว่าใช้กาแฟยี่ห้ออะไรกัน

“ค่ะ ผสมผสานความชอบของตัวเองไปด้วย” พรกัลยาบอก ยังไม่ยอมนั่งลงเพราะกำลังรอรับออเดอร์จากชายหนุ่ม อยากจะอวดกาแฟของตัวเองใจจะขาด

“ไม่เหมือนใครดี ต่างจากที่ผมคิดจะทำไว้เยอะ แต่แบบนี้น่าจะดีกว่า น่าจะขายดีนะ มีลูกค้าเข้าแต่เช้าเลย” เขายังชื่นชมเก็บข้อมูลอยู่เงียบๆ

พรกุมภามองดูก็รู้ว่าชายหนุ่มสังเกตไปทำไม คงอยากจะเอาไปทำเองล่ะสิ หน้าตาหล่อก็จริง แต่ไม่ได้ทำให้เธอหวั่นไหวสักเท่าไร ดูๆ ไปก็งั้นๆ แหละ

“รับกาแฟอะไรไหมคะ” พรกัลยาถามเบาๆ เพราะไม่รู้ว่าเขาชอบกินกาแฟแบบไหน

“ผมขอชาเขียวแล้วกันครับ” ชายหนุ่มอ้อมแอ้มตอบ ใจอยากเปิดร้านแต่เป็นคนกินกาแฟไม่เป็น รสมันขมไม่ถูกปากเท่าไร

“ชาเขียว?” คนรอรับออเดอร์ทวนคำอย่างงงๆ

“สงสัยล่ะสิ ผมไม่ทานกาแฟหรอก แต่อยากเปิดร้านกาแฟ เพราะทำเลมันได้ และชอบกลิ่นของมัน ถามว่ากินไหม ไม่กินหรอก” ชายหนุ่มสารภาพออกมาตามตรง

“อ๋อ” พรกัลยาพยักหน้ายังงงอยู่เล็กๆ เดินไปส่งออเดอร์ให้แล้วยิ้มออกมากับน้องสาว

งานนี้คงไม่ถูกหลอกก็ถูกเรียนรู้งานอย่างแน่นอน พรกุมภาคิดอยู่เงียบๆ มือก็ชงชาเขียวด้วยความตั้งใจ ดูๆ แล้วคงเป็นคนชอบกินหวาน แต่หวานมากคงไม่เหมาะ เอาหวานชาเขียวดีที่สุด บอกเลยว่าชาเขียวร้านพี่สาวเธอนั้นขึ้นชื่อมากๆ

“ดูแล้วผมเปิดเองคงไม่ไหว ต้องชิมเองด้วยใช่ไหมครับ” ชายหนุ่มเอ่ยเบาๆ คล้ายจะปรึกษาหน่อยๆ

“ค่ะ ถ้าเราทำไม่เป็น ทานไม่เป็นก็จะไม่รู้รสชาติ ว่ากาแฟมันเพี้ยนไปหรือเปล่า ไหนจะความชื้นแรงดัน มีผลต่อรสของกาแฟทั้งนั้น” พรกัลยาได้ทีก็

กล่าวให้เข้าทางตัวเองทันที

“งั้นผมก็คิดถูกแล้วล่ะ ที่ให้พี่กัลเช่าแทนที่จะทำเอง เพราะผมไม่กินกาแฟ คงรู้รสชาติไม่ได้ เข้าไม่ถึง” ชายหนุ่มถอนหายใจ ดีนะที่เชื่อพี่บัว ไม่งั้นคงลงทุนไปเสียเปล่า

พี่รู้ว่าเรานะเก่ง แต่เชื่อพี่ ทัตไม่เก่งเรื่องร้านกาแฟหรอก ปล่อยคนอื่นเช่าดีกว่า ทำเองต้องศึกษาอีกเยอะ กินกาแฟหรือเปล่าล่ะ ก็เปล่า นี่คือคำพูดของพี่สาวที่ทักมาก่อนจะทำให้เขาเปลี่ยนใจ ให้พรกัลยาเช่าทำร้านกาแฟแทนตนเอง

“ยังไงก็ขอบคุณคุณฐานทัตมากนะคะ ที่ให้โอกาสพี่” พรกัลยากล่าวอย่างนอบน้อมอีกครั้ง ทำเอาขัดสายตาพรกุมภา

จะนอบน้อมอะไรนักหนา เขามาเอาเงินเรานะพี่กัล เธอบ่นในใจ หันไปส่งแก้วชาเชียวให้พนักงานนำไปเสิร์ฟ แล้วตัวเองก็ถอดผ้ากันเปื้อน หยิบกระเป๋า

หนังสือ แล้วออกไปเรียน

 “โอ๊ย ไม่หรอกครับ อย่าพูดขนาดนั้นเลย นี่สัญญาครับ ไม่มีอะไรมาก แค่เช่าตึกทั่วๆ ไปครับ” จังหวะพอดีกับที่ฐานทัตส่งสัญญาให้อ่าน ชาเขียวก็มาถึงมือ

พรกัลยารับสัญญามาอ่าน ชายหนุ่มก็รับชาเขียวมาดื่ม แล้วก็ชะงักกับรสชาติที่หวานมันละมุนลิ้น เงยหน้าไปมองเคาน์เตอร์ชงกาแฟ อยากรู้จักว่าใครเป็นคนชงให้

“มีอะไรหรือเปล่าคะ” พรกัลยาเงยหน้าจากการอ่านสัญญา เห็นชายหนุ่มกำลังมองอะไรบางอย่าง ก็แปลกใจ หรือจะไม่ถูกปาก ตายจริง!

“เปล่าครับ ใครชงชาแก้วนี้” ชายหนุ่มดื่มชาจนเกือบจะหมดแก้วด้วยความติดใจในรสชาติของมัน

“ทำไมคะ มีอะไรหรือเปล่า” พรกัลยาใจคอไม่ดี น้องสาวตัวแสบไม่ถูก

ชะตากับชายหนุ่มถึงขั้นวางยาเขาเชียวหรือไงนะ

“อร่อยมากเลย ได้รสชาเขียวเข้มข้น หวานมัน อร่อย” ฐานทัตรีบบอกราวกับต้องมนต์ ชาแก้วนี้รสชาติติดลิ้นดียิ่งนัก ดื่มแล้วอยากดื่มอีกไม่หยุด

“คนชง...ไปเรียนแล้วล่ะคะ” พรกัลยาหันไปมองที่เคาน์เตอร์ ดูเหมือนน้องสาวจะออกไปเรียนแล้ว ตอนไหนนะทำไมเธอถึงไม่เห็น

“น่าเสียดาย ผมอยากจะชมเขาเสียหน่อย” ชายหนุ่มบ่นเบาๆ เขาไม่เคยกินชาเขียวที่รสชาติอร่อยถูกปากขนาดนี้เลย เพราะใบชา หรือเพราะอะไรกัน

“ขอบคุณค่ะ พี่จะบอกเขาให้” พรกัลยายิ้มอย่างพอใจ แล้วก้มหน้าก้มตาอ่านสัญญาต่ออย่างละเอียด

หลังจากที่เซ็นสัญญาแล้ว พรกัลยาก็จ่ายเงินค่ามัดจำและค่าเช่าล่วงหน้าให้ชายหนุ่ม พร้อมลงลายเซ็นเป็นลายลักษณ์อักษร สัญญาทำไว้สามปีด้วยกัน ซึ่งในเนื้อสัญญาก็ไม่มีอะไรมาก นอกจากสัญญาเช่าทั่วๆ ไป งานนี้พรกุมภาได้อ่านคงจะหายห่วง

แล้วฐานทัตก็จากไป โดยไม่ลืมที่จะสั่งชาเขียวอีกแก้วระหว่างเดินทางกลับ แต่น่าเสียดายที่รสชาติกลับไม่เหมือนเดิม ยิ่งทำให้ข้องใจหนักกว่าเก่า ชายี่ห้อเดิม เครื่องอื่นๆ ก็เหมือนเดิม สัดส่วนน่าจะมาตรฐาน แต่ทำไมรสชาติกลับแตกต่างนะ น่าแปลกใจ

เมื่อเจ้าของตึกกลับไป การเซ็นสัญญาเสร็จสิ้น พรกัลยาก็กระโดดตัวลอยที่ได้ตึกที่ชอบมาครอบครอง สาขาที่สามเชียงใหม่ในฝันกำลังเกิดขึ้นแล้ว ฝันของเธอกำลังจะเป็นจริง งานนี้เธอต้องทำการบ้านหนักหน่อย ไหนจะเรื่องกู้เงินมาเพื่อปรับปรุงร้านอีก มีอะไรอีกมากต้องทำ คงไม่ได้ลงไปภูเก็ตอีกนาน เพราะต้องจัดการเรื่องที่เชียงใหม่ให้เสร็จก่อน แค่กอดสัญญาก็แทบจะอิ่มแทนข้าวเลยด้วยซ้ำ เล่นเอายิ้มแก้มปริไปทั้งวัน

 

หลายวันต่อมา ณ สนามบินสุวรรณภูมิ เจคอบ ครูส โดมินิค เดินทางมาถึงในยามเย็น เขาเดินทางมาเพื่อหาเพื่อนและดูทำเลสำหรับการลงทุนครั้งใหม่  แม้จะไม่ชอบที่นี่นักแต่ตอนนี้มันก็เป็นสถานที่พักสมองของเขาจากบิดา ที่เอาแต่จับคู่ดูตัว

การมาครั้งนี้เขายังไม่ได้บอกเซดริกเพื่อนสนิท ตั้งใจว่าอยู่สักพักแล้วค่อยนัดแนะเจอกันให้แปลกใจ ขนาดบิดายังไม่รู้เลยว่าเขาไปที่ไหน มีเพียงพนักงานในฟิตเนสเท่านั้นที่เขาบอก ชายหนุ่มร่างสูงรูปร่างกำยำหน้าตาหล่อเหลาเดินลากกระเป๋าออกมาจากเกต ตรงไปยังรถเช่าเพื่อเดินทางไปยังที่พักแห่งแรก

พัทยา คือ เมืองเป้าหมายของชายหนุ่ม กว่าจะนัดเจอคิมก็อีกหลายวัน ระหว่างนี้จึงขอไปทะเลใกล้ๆ ก่อนจะได้ไม่เสียเวลา ยังไงก็ต้องเข้าเมืองเอาไว้เข้าทีเดียวจะได้ไม่ต้องย้อนไปย้อนมา เมื่อชายหนุ่มขึ้นรถและบอกจุดหมายเรียบร้อย คนขับก็ขับตรงไปยังพัทยาเมืองน่าเที่ยวทันที

โรงแรมระดับสี่ดาวที่เขาจองเอาไว้ตั้งแต่อยู่อังกฤษ ถูกเช็คอินตามเวลาที่เขาแจ้งเรียบร้อย เป็นห้องที่วิวสวยที่สุด มองเห็นท้องฟ้ากลางคืนและทะเลกว้างยามสงบ ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกพยายามที่จะผ่อนคลายอารมณ์ตัวเอง เขายังฝังใจกับเรื่องสาวไทยของบิดา

ก็สถานที่แห่งนี้ที่พ่อพบรักกับแม่ปลิงสูบเลือด แต่เขากลับมาเลือกถิ่นที่ไม่ชอบมาพัก เอาน่าแค่ไม่กี่คืนเองทนๆ เอาหน่อย ไม่หลงกลเสียอย่างใครจะมาทำอะไรเขาได้ล่ะ เมื่อคิดได้ก็หันไปหยิบกระเป๋ามาสะพาย แล้วลงไปเดินชมวิวในเมืองที่ไม่มีวันหลับ

เช้าวันรุ่งขึ้น เพราะนิสัยชอบออกกำลังทำให้ชายหนุ่มตื่นเช้าเป็นปกติ แม้ในวันพักผ่อนก็ตาม เจคอบยืดเส้นยืดสายอยู่ในห้อง แล้วลงมาเดินออกกำลังยามเช้าที่สดใส ผู้คนยังไม่ตื่นจากที่นอน เวลาที่ผู้คนไม่พลุกพล่าน ทำให้เขาพอใจที่สุดเขาแวะเข้าร้านกาแฟยามเช้าที่สดใส แต่ก็ยังไม่มีร้านไหนเปิดเลย ต้องหาต่อไป ต้องมีสักร้านที่เปิดแต่เช้าสิ

ขณะเดียวกันพรกัลยาเปิดร้านเสร็จเรียบร้อย กำลังเตรียมอุปกรณ์สำหรับชงกาแฟ เธอถือคติว่าตื่นเช้าก็ได้ตักตวงลูกค้าก่อน ทำให้ร้านของเธอจะเปิดเช้ากว่าใครในย่าน แม้จะมีคนทำตามแต่ไม่นานก็กลับไปเปิดสายเหมือนเดิม เพราะถ้าไม่ใช่เจ้าของร้านคุม ลูกน้องก็ตื่นสายเหมือนเดิม

สภาพตัวเองวันนี้ยังแต่งตัวเป็นยัยแจ๋วสุดๆ หน้าก็ยังไม่ได้แต่งอาบน้ำเสร็จก็ไม่ได้กะสวยไปไหน เพราะเดี่ยวต้องอาบน้ำใหม่เพื่อออกเดินทางอีกครั้ง เลยยังไม่เน้นสวยสักเท่าไร รอน้องสาวตื่นมาแปะมือก็จะขึ้นไปเปลี่ยนชุดบ้าง

“เฮ้อออ...สวยๆ เก่งๆ อย่างเราทำไมหาแฟนไม่ได้สักทีนะ ทำธุรกิจก็รุ่งขนาดนี้ แต่ทำไมชีวิตรักไม่รุ่งบ้าง” พรกัลยาบ่นกับตัวเองอย่างเซงๆ ทั้งที่ปลงเรื่องแฟนมาได้พักใหญ่ แต่อยู่ๆ ตอนนี้เธอกลับนึกถึงขึ้นมาได้นะ คงเพราะพักนี้ได้ยินว่าบัวบูชามีหนุ่มเข้ามาในชีวิต เธอเลยนึกย้อมมองตัวเองบ้าง

กริ๊ง... กริ๊ง...เสียงกริ่งประตูดังยามที่ถูกลูกค้าเปิด หันไปจัดหน้าตาตัวเองในกระจกแล้วส่ายหน้าเบาๆ หนังหน้าแบบนี้กล้ารับลูกค้าแต่เช้านะยัยกัล ลูกค้าไม่กลัวแย่เหรอ บ่นตัวเองเสร็จก็หันไปมองลูกค้ารายแรกของวัน นั่นๆ เข้าตา หล่อล่ำมาแล้ว

กรี๊ดดดดดดด.... เมื่อเห็นชายรูปงามตรงเป้าหมายเข้ามาในร้าน หญิงสาวก็ตาโตเป็นไข่ห่าน รีบหันไปหยิบกระดาษจัดออเดอร์มาเสนอหน้าทันที

รับอะไรดีคะเสียงหวานเอ่ยถามด้วยสายตาเย้ายวน สองแขนหนีบความอวบอิ่มของเธอให้เบียดชิดขึ้นมาเป็นร่องลึกชวนมอง

เอสเปรสโซ่ ไม่ใส่น้ำตาลแต่คนที่เป็นเป้าหมายกลับไม่ชายตามองสักนิด เขาเมินหน้าไปทางอื่นอย่างไม่ใส่ใจหญิงผิวคล้ำไม่เข้าตา

อุ้ย เข้มเชียวหญิงสาวไม่ได้สนใจว่าชายหนุ่มไม่ได้มอง แต่ออเดอร์ที่เขาสั่งทำเอาเธอรู้สึกขมคอแทน ต้องเป็นคนที่หนักแน่น เอาการเอางานมากๆ ถึงสั่งกาแฟแบบนี้ คนลึกลับน่าค้นหา หญิงสาวจัดการชงกาแฟตามที่สั่ง ไม่ลืมที่จะชม้ายชายตามองชายหนุ่มเป็นระยะ

จะมองอะไรนักหนานะ ผู้หญิงไทยนี่ใจกล้าหน้าด้านจริง ขนาดทำเป็นไม่สนใจ ก็ยังอุตส่าห์ส่งตาหวานให้อีก คนถูกหมายตาคิดอย่างหงุดหงิดใจ เขาไม่ค่อยชอบถูกมองด้วยสายตาแบบนี้เท่าไรนัก สายตาราวกับจะกลืนกินเขาให้ได้แบบนั้นมันไม่ได้น่าหลงใหลเลยไม่รู้ตัวบ้างหรือ

คอยดูนะ ฉันจะกลืนกินคุณ หญิงสาวบอกกับตัวเอง พร้อมนำกาแฟที่เป้าหมายสั่งไปเสิร์ฟให้ ไม่ลืมที่จะทอดสายตาหวานใส่ให้อีกฝ่ายรู้ตัวด้วยความตั้งใจ

เจคอบหยิบแก้วกาแฟขึ้นมา สูดดมกลิ่นหอมน่าลิ้มลองของกาแฟไทย กลิ่นหอมใช้ได้เลย ไม่เลว ชายหนุ่มคิด เมื่อกระดกกาแฟเข้าปาก ก็รู้สึกถึงความเข้มในรสชาติที่ได้รับก็ทำเอาเลิกคิ้วสูง รสชาติดีไม่แพ้แบรนด์ดัง ของไทยมีคุณภาพก็มีเหมือนกันนะ

“กาแฟถูกปากไหมคะ” พรกัลยาเอ่ยถามเป็นภาษาอังกฤษ สำเนียงเปะเพราะใช้งานเป็นประจำ

“ใช้ปากดื่มก็คงต้องถูกปาก” ชายหนุ่มยียวนกวนประสา อยากจะดื่มกาแฟเงียบๆ ไม่ได้หรืออย่างไร

“กัลหมายถึง รสชาติเป็นอย่างไรคะ” หญิงสาวยิ้มบางๆ แหมตอบกวนได้ใจจริงๆ พ่อรูปงาม แต่แค่นี้พรกัลยาไม่ท้อหรอกนะ

“ก็ดี” เจคอบตอบสั้นๆ แล้วยกแก้วกระดกเข้าปากไปจนหมด ลุกขึ้นยืนเตรียมชำระเงิน หงุดหงิดที่ถูกเซ้าซี้แต่เช้า

“จะไปแล้วหรือคะ” หญิงสาวลุกขึ้นถาม คิดสิคิด จะรั้งเขาไว้ได้อย่างไรดีโอ๊ยย... เทคนิคการจีบผู้ชายมันขึ้นสนิมคิดมุขไม่ทัน

ไม่มีคำตอบจากปากของคนไม่ถูกชะตา หันไปมองราคาค่าเครื่องดื่ม แล้วหยิบเงินส่งให้โดยไม่มองหน้า ไม่รอเงินทอนด้วยซ้ำ ก็ออกไปจากร้านทันที

“หล่อ แต่ท่าจะหยิ่งจังเลย  สาธุของให้เจอกันอีกเถอะ ถ้าเจอกันอีกละก็เนื้อคู่แน่ๆ งานนี้ไม่ปล่อยให้หลุดมือแน่นอนเลย” หญิงสาวภาวนาเชิงสาปแช่ง ท่าทางของเขาทำเอาเธออยากจะเอาชนะ หน้ายังไม่อยากจะมองเราเลย คอยดูนะฉันจะล่าคุณ ขอให้เจออีกรอบเถอะ!

“ขนลุกแต่เช้าเลย” ชายหนุ่มออกมาจากร้านก็ส่ายหน้าอย่างหงุดหงิด คิดว่าเธอคนนั้นช่วงเช้าคงทำงานร้านกาแฟ ค่ำๆ ก็คงทำงานเป็นผู้หญิงหากินสินะ แต่รสชาติของกาแฟเธอติดปากของเขาใช้ได้เลยทีเดียว ถ้าไม่ติดว่าไม่ชอบขี้หน้าคงอยากจะดื่มอีกสักแก้ว

หลังจากเจอชายหนุ่มผู้เป็นเป้าหมาย พรกัลยาที่แอบเสียดายก็ต้องเดินทางเข้ากรุงเทพ เพื่อที่จะจัดการเรื่องกู้ธนาคารต่อเติมร้านใหม่ที่เชียงใหม่ ปล่อยให้ร้านอยู่ในมือของน้องสาวเหมือนเช่นเคย

ขณะที่เจคอบยังติดใจในรสกาแฟที่ร้านกัลยา อยากจะเข้าไปซื้อดื่มอีกก็กลัวจะต้องเจอเธอ จนกระทั่งหลายวันต่อมา ก่อนที่เขาจะกลับเข้ากรุงเทพ เพื่อไปตามนัดของคิม ว่าที่หุ้นส่วนชาวสิงคโปร์ เขาตัดสินใจกลับไปที่ร้านกาแฟอีกครั้ง แต่กลับไม่เจอเธอคนนั้น

ชายหนุ่มก็แอบโล่งใจแต่กาแฟกลับมีรสชาติไม่เหมือนเดิม เงยหน้าไปดูคนชงก็เห็นเป็นผู้หญิงผมสั้นท่าทางคล้ายทอม เธอคนนั้นไม่อยู่ รสชาติถึงเปลี่ยนไปหรืออย่างไรกัน อยากรู้จริงถ้าเธอคนนั้นเป็นคนชงอีก กาแฟจะรสชาติดีเหมือนครั้งแรกหรือเปล่า

ความคิดของเขาวนเวียนด้วยความสับสน แล้วจากพัทยามาด้วยความรู้สึกบางอย่างติดมาด้วย ความรู้สึกโหยหารสชาติกาแฟของเธอคนนั้น รสกาแฟของเธอยังทำให้เขาติดใจ

 

กรุงเทพยามเย็น ณ ร้านอาหารกึ่งบาร์แห่งหนึ่ง สถานที่นัดพบของคิมและเจคอบเพื่อพูดคุยกันเรื่องธุรกิจ เขาเดินทางมาถึงร้านอาหาร เห็นว่าที่ผู้ร่วมหุ้นนั่งอยู่ก็โบกมือให้ ระหว่างเดินผ่านหลายโต๊ะ กวาดสายตามองไปรอบก็เจอเข้ากับใครบางคนที่คุ้นเคย

ก่อนจะแวะทักเพื่อนก็เข้าไปหาหุ้นส่วนก่อนสั่งอาหารเรียบร้อยก็ขอ

ตัวออกมา เซดริก เพื่อนสนิทที่เป็นคนต้นคิดเรื่องมาไทยกำลังนั่งหน้ามุ่ยรินเหล้าเพียวๆ แล้วยกขึ้นดื่ม ร่างหนาของเพื่อนสนิทสะดุ้ง เมื่อมือของเจคอบวางลงบนหัวไหล่

“ครูส” คนถูกทักหันไปมอง แล้วก็รู้สึกแปลกใจ

“อื้อไอเอง” เจคอบยิ้มให้

“มาได้ยังไง” เซดริกไม่อยากจะเชื่อสายตา ว่าคนเกลียดประเทศไทยจะมาเยือนจริงอย่างที่ตนชวน

“ก็แค่นั่งเครื่องบินมา” คำพูดกวนๆ ของครูสทำให้คนฟังส่ายหน้า เซดริคยิ้มหล่อส่งให้เพื่อน ไม่คิดว่าจะได้เจอกัน แถมยังเจอกันแบบบังเอิญอีกด้วย

ครูสหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับเพื่อนสนิท โดยไม่รอให้คนตรงหน้าเอ่ยชวนแต่อย่างใด

“ไอถามจริงๆ ลมอะไรหอบมา” เซดริกขมวดคิ้วใส่ การมาของเพื่อน

รักมันต้องมีอะไรมากกว่าการรบเร้าของตน

“ลมความรบเร้าจากยูไง หว่านล้อมไอซะขนาดนั้น ว่าไทยดีอย่างนั้น ดีอย่างนี้ ไอเลยมาให้เห็นกับตาหน่อย ว่าดีจริงไหม ถ้าไม่จะได้มาต้องมาเหยียบอีก” คนถูกถามยักไหล่ คว้าแก้วเหล้าที่ถูกรินไว้มาดื่มแทน

“แล้วเป็นไง ชอบไหม” คนอยากรู้ความคิดเพื่อนรินเหล้าให้อีกอย่างเอาใจ หวังจะให้เพื่อนรักถูกใจที่นี่เหมือนกับตน

“ประเทศอาจจะใช่ แต่คนนี่คงไม่ เหมือนเดิม” ครูสตอบอย่างมั่นใจ นั่นเพราะยังมองหาเหตุผลที่ทำให้เขาเปลี่ยนความคิดนี้ไม่ได้จริงๆ

“นี่ก็ยังไม่เลิกอคติ คนไทยดีๆ มีตั้งเยอะ” เซดริกส่ายหน้า ความคิดเพื่อนรักยังเหมือนเดิม

“แต่ที่ได้ข่าวมามันเจอแต่พวกไม่ดี โดยเฉพาะผู้หญิง อ้อเว้นไว้คนหนึ่ง คือแม่ยู” เจคอบชี้ไปที่หน้าของอีกฝ่าย ต้องยอมรับเลยว่าคนไทยจะเหลือดีๆ ไว้ก็คือมารดาของเพื่อนสนิท

“ระวังเถอะ เกลียดอะไรจะได้อย่างนั้น” เซดริกหัวเราะในลำคอ คว้าแก้วเหล้าที่เพื่อนถืออยู่ดื่มเข้าปากแทนเหมือนกำลังย้อมใจตัวเอง

“ไม่มีทาง แล้วนี่ยูมากับใคร” เมื่อเห็นจานตรงหน้าที่วางอยู่ ก็มองหาใครบางคนที่น่าจะร่วมโต๊ะด้วย

“เพื่อน” เซดริกกล่าวเสียงแผ่วๆ เหมือนไม่มั่นใจสถานะของผู้ที่มาด้วยเท่าไรนัก

“ผู้หญิงหรือผู้ชาย” ครูสยิงคำถามแบบเฉพาะเจาะจงในทันที

“ผู้หญิง” คนตอบก็ตอบตรงๆ เหมือนกัน

“ผู้หญิงแต่เป็นเพื่อน ไอชักไม่อยากจะเชื่อแล้วสิ เพราะยูคบผู้หญิงเพื่อจะเป็นแค่เพื่อนเธอเสียทีไหนกัน เห็นคบคนไหน ก็ขึ้นเตียงด้วยตลอด” ประโยคนี้ของครูส ไม่ใช่มีเพียงเซดริคเท่านั้นที่ได้ยิน แต่คนที่มากับเซดริกด้วยก็ได้ยินเต็มสองหู และแทนที่จะแสดงตัว กลับยืนหลบมุมฟังอยู่นิ่งๆ

“คนนี้เพื่อนจริงๆ ไม่มีอะไรเกินเลย เพราะเธอไม่ใช่ผู้หญิงในสเปคขอ

ไอ ยูก็รู้ว่าไอชอบผู้หญิงเซ็กซี่ ชวนมอง แต่เธอมองยังไงก็เหมือนเด็ก ไม่มีจุดไหนเซ็กซี่สักนิด” คำพูดของเซดริค ทำเอาคนแอบฟังควันออกหู แล้วก้มมองรูปร่างของตัวเองทันที เธอไม่เซ็กซี่ตรงไหนไม่ทราบ หุ่นก็ออกจะดีปานนี้ ผิดก็แค่ความสูงที่ได้มาน้อยไปหน่อยก็เท่านั้นเอง

“ให้มันจริง” เจคอบหัวเราะในลำคอ แสยะยิ้มอย่างไม่เชื่อคำพูดสักเท่าไร

“พนันกันยังได้ เพราะไอไม่ได้คิดอะไรกับเธอ” คำว่าพนัน แว่วเข้ามาให้ได้ยิน เธอเพ่งสายตาฝ่าความมืด มองไปยังเซดริคตรงๆ แววตานั้นแสดงออกว่าไม่พอใจ เขากล้าดียังไง ถึงเอาเธอไปพนันขันต่อกับเพื่อนแบบนั้น สงสัยไม่อยากแก่ตาย

“โอเค ถ้ายูเกิดหลงเสน่ห์เพื่อนสาวที่ว่าคนนี้ขึ้นมาจริงๆ ไอขอเงินสดสักล้าน” เจคอบอมยิ้มอย่างพอใจกับข้อเสนอของตนเอง

“ยูไม่มีทางได้เงินจากไอแน่นอน” นายแบบหนุ่มเอ่ยรับอย่างมั่นใจ

ส่วนอีกคนที่ยืนฟังอยู่เงียบๆ ก็มั่นใจว่าจะทำทุกอย่าง เพื่อให้เซดริคเสียพนัน

“ให้มันจริงเถอะ” เขาพยักหน้าเหมือนจะเชื่อ อยากจะเห็นหน้าตาของเธอคนนั้นแล้วล่ะสิ ว่าไม่ใช่สเปคแค่ไหน ระวังเถอะจะเข้าตัว บอกเขาไว้เมื่อครู่ว่าเกลียดอย่างไรได้อย่างนั้น เห็นทีจะไม่พ้นคนพูดเช่นกัน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha