ลวงรักพันธนาการร้อน (ซีรีส์ รักพันธนาการ) มีหนังสือทำมือ

โดย: อติญา / เก-ลิน / เราพิมพ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน / มะลิก้านแดง



ตอนที่ 10 : 4 (1/3)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

                “คุณหมอคนที่รักษาคุณเขาชื่ออะไรนะ” ธันวาเอ่ยปากถามวสาเมื่อเดินทางมาถึงโรงพยาบาล ขณะรอทำประวัติคนไข้

                “คุณหมออรรถค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะคุณธัน” หญิงสาวมองหน้าเขาด้วยความสงสัยใคร่รู้ แต่ชายหนุ่มกลับไม่ได้ตอบอะไร

                “ขอบัตรคนไข้ของคุณให้ผมหน่อยสิวสา” ถามก็ไม่ตอบแถมยังจะมีหน้ามาสั่งเสียงเรียบๆ จนเมื่อเธอส่งบัตรประจำตัวของโรงพยาบาลให้แล้วธันวาจึงหันไปให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่เวชระเบียน

                “ผมขอพบคุณหมออรรถได้ไหมครับไม่ทราบว่าวันนี้คุณหมอเข้ามาตรวจหรือเปล่า พอดีภรรยาผมเป็นคนไข้ของคุณหมอน่ะครับ” เจ้าหน้าที่พยักหน้ารับทราบก่อนตรวจสอบตารางตรวจของแพทย์ให้ชายหนุ่ม

                “คุณหมอติดเคสอยู่ต้องรอสักครู่ ในเบื้องต้นเราจะให้คุณธันวาพบหมอท่านอื่นเพื่อดูอาการบาดเจ็บที่มือก่อนส่งต่อให้กับทางอาจารย์หมอนะคะไม่ทราบว่าไปโดนอะไรมาคะ” เจ้าหน้าที่สาวสอบถามอาการเบื้องต้นก่อนส่งต่อชายหนุ่มให้เข้าไปทำการรักษา

                “อุบัติเหตุนิดหน่อยครับ พอดีว่าโดนเมียกัดไม่รู้ว่ามันเขี้ยวหรือว่ากำลังคันเหงือก” เสียงพูดของธันวาทำให้เจ้าหน้าที่บริเวณนั้นหัวเราะคิกคัก แต่คนที่เป็นคนสร้างบาดแผลกลับหน้าขึ้นสีเรื่อด้วยความเขินอาย เธอเขินที่เขาพูดออกมาว่า เอ่อ...โดน... เมียกัด

                ใช้เวลาไม่นานธันวาก็ได้รับการปฐมพยาบาลบาดแผลไม่ลึกมากแค่ต้องคอยทำความสะอาดและใส่ยาสม่ำเสมอ หมอเจ้าของไข้ทำการฉีดยาแก้อักเสบและวัคซีนบาดทะยักให้เขาเรียบร้อยแล้ว และขณะนี้ทั้งสองกำลังนั่งรอพบแพทย์เพื่อขอรับคำปรึกษาเรื่องอาการของวสา ซึ่งใช้เวลานั่งรอประมาณครึ่งชั่วโมงพยาบาลสาวหน้าตาจิ้มลิ้มก็มาเชิญทั้งสองคนเข้าไปพบอาจารย์หมออรรถ

                “สวัสดีครับคุณหมอ” ธันวากล่าวทักทายนายแพทย์ผู้สูงวัยกว่าก่อนที่จะเลื่อนเก้าอี้ให้ภรรยาที่เดินตามหลังมานั่งลงก่อน ธันวาออกจะหงุดหงิดเล็กน้อยที่ไม่ว่าจะทำอะไรวสาจะจงใจเว้นระยะห่างจากเขานิดหนึ่งเสมอ อย่างตอนมาโรงพยาบาลไม่ว่าจะเดินไปทางไหนหญิงสาวก็จะเดินตามหลังเขา นั่งเก้าอี้ก็จะเว้นที่ว่างไว้หนึ่งช่วงตัวเสมอ

                “วันนี้มาหาหมอมีอะไรหรือเปล่าครับ” นายแพทย์อรรถมองมาที่มือของคนที่เป็นสามีของหญิงสาวที่เคยทำการรักษากับเขาด้วยความสงสัย

                “อุบัติเหตุนิดหน่อยครับ พอดีผมทำให้วสาเขาตกใจก็เลยกัดผมได้เลือดเบาๆวันนี้ก็เลยตั้งจะมาปรึกษาคุณหมอเรื่องนี้แหละครับ” ชายหนุ่มแจ้งความประสงค์ของตัวเองด้วยน้ำเสียงจริงจัง

                “แสดงว่าคุณทั้งสองสามารถมีเพศสัมพันธ์กันได้แล้วหรือครับ” คำถามที่ตรงไปตรงมาของคุณหมอทำเอาวสาสำลักน้ำลาย ส่วนชายหนุ่มก็ได้แต่ยิ้มเขินๆ

                “คุณหมออย่าเพิ่งคิดไปไกลขนาดนั้นสิครับ เอาแค่ให้ผมเข้าใกล้เมียได้โดยที่เธอไม่ตกใจหรือสะดุ้งก่อนจะดีกว่าครับ”

    ธันวาอธิบายข้อมูลเพิ่มเติมจากนั้นจึงถ่ายทอดอาการของวสาที่เกิดขึ้นยามเขาถูกเนื้อต้องตัวให้แพทย์เจ้าของไข้เธอฟังอย่างละเอียดไม่ว่าจะเป็นอาการสะดุ้งหรือตกใจทุกครั้งที่ได้ยินเสียงหรือสัมผัสโดนตัวกัน รวมถึงอาการสั่น การร้องไห้รวมถึงการกรีดร้องเมื่อเธอตื่นตกใจ

    เฮ่อ... จะว่าไปตัวเขาเองยังไม่กล้าที่จะมีความสัมพันธ์ทางร่างกายกับวสาอีกเลยหลังจากวันนั้น ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากหรืออะไรความเป็นชายของเขามันพร้อมจะออกรบอยู่ตลอดเวลา ชายหนุ่มยังจำได้เลือนรางถึงสัมผัสที่เร่าร้อนหอมหวานแบบที่เขาไม่เคยได้รับจากผู้หญิงคนไหน ร่างกายทุกส่วนสัดของเขายังคงร่ำร้องหาร่างนุ่มนิ่มเต็มมือของวสาอยู่ตลอดถึงแม้จะได้ไปปลดปล่อยกับผู้หญิงอื่นมันก็ไม่อิ่มเอมเหมือนกับการได้ร่วมรักกับผู้หญิงข้างๆ นี่เลย แต่ในเมื่อหญิงสาวยังไม่พร้อมแบบนี้เขาก็คงต้องยอมอดเปรี้ยวไว้กินหวาน

    นายแพทย์วัยกลางคนรับฟังข้อมูลจากสามีคนไข้และจดบันทึกไว้อย่างละเอียด จนฝ่ายสามีพูดจบจึงหันไปขอข้อมูลกับทางฝ่ายภรรยาบ้าง

    “คุณวสาครับไม่ทราบว่าเวลาที่สามีพูดด้วยหรือสัมผัสโดนร่างกายคุณรู้สึกยังไงบ้างครับ”

    เงียบ! หญิงสาวไม่ตอบคำถาม เธอทำเพียงแค่หลุบตามองมือเล็กๆ ที่กำประสานกันไว้บนตัก ดวงตากลมโตเริ่มมีหยาดน้ำใส่รื้นขึ้นมาคลอ

    “ที่หมอต้องถามก็เพื่อประโยชน์ในการรักษาตัวคุณวสา ตามที่สามีคุณเล่ามาแสดงว่าเขามีความตั้งใจจะช่วยดูแลและรักษาอาการที่เกิดขึ้นกับตัวคุณอยู่ตอนนี้ หมอแค่อยากให้คุณพูดออกมาการถ่ายทอดความรู้สึกจะทำให้อีกฝ่ายได้เข้าใจความรู้สึกนึกคิดของเรามากขึ้นนะครับ”

    หญิงสาวพยักหน้าน้อยๆ ก่อนจะสูดหายใจเข้าเต็มปอดแล้วค่อยๆ อธิบายความรู้สึกของเธอออกมาเป็นคำพูดซึ่งระหว่างการสนทนากับคุณหมอนั้นใบหน้างามมีเหงื่อซึมเป็นระยะจนคนที่นั่งข้างๆ อดใจไม่ไหวเรียกเธอให้รู้ตัวเพื่อขอซับเหงื่อที่ใบหน้าให้

    ชายหนุ่มเอ่ยปากขออนุญาตคุณหมอก่อนเอื้อมมือไปหยิบกระดาษทิชชูบนโต๊ะมาบรรจงซับอย่างแผ่วเบาไปที่ดวงหน้าหวาน ลามมาถึงลำคอเรียวระหงถึงแม้วสาจะแสดงอาการเกร็งแต่ชายหนุ่มก็เคลื่อนไหวอย่างระมัดระวัง ปากก็กระซิบปลอบด้วยเสียงอ่อนหวานให้เธอคลายกังวล แต่แทนที่จัดการซับหน้าซับตาให้ภรรยาเรียบร้อยแล้วเขาจะรามือ สามีอย่างธันวากลับใช้มือใหญ่ของตนกอบกุมเมือเล็กนุ่มนิ่มนั้นไว้ในมือถ่ายทอดความอบอุ่นหวังให้เจ้าของมือเล็กได้สัมผัสถึงความปลอดภัย

    ตัววสาเองนั้นถึงจะตกใจกับการดูแลและสัมผัสจากชายหนุ่มแต่ก็ไม่ได้ขัดขืนหญิงสาวพยายามหายใจเข้าออกช้าๆ ยาวๆ แบบที่เขาเคยสอนเธอเอาไว้ ถึงจะยังห้ามอาการสั่นเกร็งของร่างกายไม่ได้ แต่เธอก็ยังพยายามควบคุมอาการตื่นตระหนกของตนเองเอาไว้

    ด้านนายแพทย์ผู้วางแผนการรักษาเห็นภาพที่สามีพยายามใจเย็นและเป็นห่วงเป็นใยในความรู้สึกของภรรยาก็ค่อยเบาใจ คาดว่ากรณีของหญิงสาวนั้นน่าจะไม่หนักหนาเพียงแต่ต้องใช้ระยะเวลา กำลังใจ และความอดทนเท่านั้น

    “จากที่ประเมินจากข้อมูลที่คุณทั้งสองให้หมอในเบื้องต้นอาการของคุณวสาน่าจะเป็นผลมาจากความรุนแรงของการ

มีเพศสัมพันธ์ครั้งล่าสุด อาการหวาดกลัวการสัมผัสและเสียงเรียกของสามีซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นตลอดเวลา อาการมักจะเกิดขึ้นในเวลาที่ไม่รู้สึกตัวหรือเผลอ หมอขอแนะนำง่ายๆ นะครับ” นายแพทย์เว้นวรรคการพูดแล้วมองหน้าหนุ่มสาวทั้งสองคน

                “หมออยากให้คุณทั้งคู่ใช้เวลาในการทำกิจกรรมร่วมกันให้มากขึ้น อย่างที่สามีคุณทำอยู่ตอนนี้ถือเป็นการช่วยฟื้นฟูสภาพจิตใจที่ดีมากๆ ก่อนสัมผัสร่างกายของภรรยาช่วยบอกให้เธอได้รู้ตัวก่อน ที่สำคัญคือคุณต้องใจเย็นอย่าแสดงอารมณ์ฉุนเฉียวใส่กันเป็นอันขาด คอยพูดคุยไถ่ถามความรู้สึกกันหากทางภรรยาไม่ชอบ กลัว หรือตกใจกับสิ่งใดที่ทางสามีทำก็ต้องบอกกันให้รู้ตัวนะครับ”

                “สุดท้ายความรักและความเข้าใจของคุณทั้งสองคนเท่านั้นที่จะประคับประคองชีวิตคู่และช่วยฟื้นฟูสภาพจิตใจของภรรยาคุณได้ หมอขออวยพรให้คุณทั้งสองคนโชคดีนะครับ”

                แพทย์เจ้าของไข้แนะนำวิธีการปฏิบัติตัวในการอยู่ร่วมกันให้คนทั้งคู่อีกหลายอย่างแถมยังอวยพรให้อีกยืดยาว วสานั้นไม่ค่อยมีสมาธิเท่าไรนักเพราะเกร็งกับมือใหญ่ที่กอบกุมมือเล็กของเธอไว้ตลอดเวลา ส่วนด้านธันวานั้นตั้งใจฟังเป็นอย่างดีแถมยังขอเอกสารที่น่าจะเป็นประโยชน์กลับไปอ่านที่บ้านอีกต่างหาก

                “หิวไหมวสา เมื่อเช้าเราทานแค่กาแฟคนละแก้วเองนะนี่ก็บ่ายกว่าๆ เข้าไปแล้ว” ธันวาเอ่ยถามเมื่อมาถึงที่ลานจอดรถของโรงพยาบาล

    หญิงสาวพยักหน้าน้อยๆ แทนคำตอบ ธันวาจึงขับรถพาหญิงสาวมาห้างสรรพสินค้าในตัวเมืองเพื่อทานอาหารและเผื่อว่าหญิงสาวอยากจะซื้อของใช้อะไรจะได้ไม่ต้องเหนื่อยเดินทางไปหลายที่

    “อยากทานอะไรครับ? อย่าตอบว่าอะไรก็ได้เด็ดขาดนะวสาหมอบอกไว้ว่ายังไง” ชายหนุ่มถามความเห็นเรื่องร้านอาหารและด้วยเกรงว่าเธอจะเลือกทานอะไรตามใจเขาเพราะว่าเกรงใจจึงจำเป็นต้องดักคอเอาไว้ก่อน

    “วสาอยากทานอะไรรสจัดๆ หน่อยค่ะรู้สึกว่าแรงไม่ค่อยมีอยากจะเรียกความสดชื่นสักนิด” เธอตอบเขายิ้มๆ

    ธันวามองซ้ายมองขวาหาร้านอาหารที่พอจะตรงกับความต้องการของหญิงสาวอยู่นานก็พบแต่ร้านอาหารญี่ปุ่น บุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง ชาบู ไม่ก็ฟาสต์ฟู้ด พอสายตาไปปะทะกับร้านอาหารไทยเข้าร้านหนึ่งชายหนุ่มจึงเดินไปดูเมนูที่ตั้งโชว์ไว้หน้าร้านก่อนจะกวักมือเรียกวสาเข้าไปดู

    “ผมไม่รู้ว่ารสจัดของวสามันประมาณไหน ร้านนี้มีเมนูพวกยำ ส้มตำ ต้มยำด้วยจะพอไหวไหม” เขาถามด้วยน้ำเสียงเป็นกังวลด้วยกลัวว่าหญิงสาวจะไม่ถูกใจร้านที่เขาเลือกให้

    “แค่นี้ก็พอค่ะได้ยำรสจัดๆ สักจานวสาก็โอเคแล้ว” หญิงสาวยิ้มน้อยๆ แสดงความจริงใจว่าเธอหมายความตามที่พูดจริงๆ เห็นเช่นนั้นธันวาจึงจับมือเล็กบอบบางนั้นขึ้นมาเพื่อจะจูงเธอเข้าไปในร้าน

    วสาที่ไม่ทันตั้งตัวตกใจกับสัมผัสทำให้รีบสะบัดมือเขาออกทันที คนที่ไม่ระวังตัวรับรู้ถึงแรงสะบัดก็ตกใจรีบหันกลับไปมองหน้าหญิงสาวแต่เธอทำเพียงแค่พยักหน้าน้อยๆ แล้วพูดเบาๆ ว่าตัวเธอนั้นโอเค ธันวาจึงผายมืออกให้เธอเดินนำเข้าไปในร้านแทน

    เกือบไปแล้วไหมไอ้ธันวา ถ้าเกิดวสากรี๊ดขึ้นมากลางห้างนี่งานงอกเลยนะ!

        “ทานอะไรดีคะ” วสาเป็นคนเอ่ยปากถามเขาก่อนหลังจากที่บริกรนำพวกเขาทั้งสองคนมานั่งโต๊ะว่างด้านในของร้าน

 

 



ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha


ขอบมาก
โดย Anonymous | 3 years, 4 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
None
โดย Anonymous | 3 years, 5 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
รอๆๆๆๆๆ รออยู่นะคะ
โดย Anonymous | 3 years, 5 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
None
โดย Anonymous | 3 years, 5 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha