ลวงรักพันธนาการร้อน (ซีรีส์ รักพันธนาการ) มีหนังสือทำมือ

โดย: อติญา / เก-ลิน / เราพิมพ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน / มะลิก้านแดง



ตอนที่ 12 : 4 (3/3)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

                มือน้อยค่อยๆ ปาดน้ำตาออกอย่างเชื่องช้า แต่ยิ่งเช็ดออกมามันก็ยิ่งรินไหลไม่รู้ว่าตัวเองเสียใจเรื่องอะไรนักหนา เธอเสียใจที่วันหนึ่งจะต้องหย่า หรือเสียใจที่ธันวาพาผู้หญิงเข้ามามีความสัมพันธ์ในคอนโดแบบไม่ซ้ำหน้า เตียงนอนของเขาเคยใช้รองรับร่างของหญิงสาวมาแล้วกี่คนก็ไม่อาจรู้ เธอเสียใจที่ต่อให้เขาพยายามจะแสดงออกว่าอยากจะช่วยเหลือเธอเท่าไหร่ เธอยิ่งสัมผัสได้ว่าเขาทำทุกอย่างลงไปเพียงเพราะรู้สึกว่ามันคือความรับผิดชอบ ไม่ใช่ความห่วงใยที่ออกมาจากใจจริง

                ร่างเล็กๆ ค่อยๆ คู้ตัวลงกอดตัวเองเหมือนเป็นการสร้างเกราะคุ้มภัย หญิงสาวรู้สึกปลอดภัยทุกครั้งที่นอนในท่าซุกตัวแบบนี้ ตั้งแต่คุณยายอันเป็นที่รักผู้เป็นเสมือญาติและครอบครัวคนเดียวของเธอได้จากไป วสาก็ไม่เคยรู้สึกอบอุ่นใจหรือปลอดภัยเลยสักครั้ง หัวใจดวงเล็กๆ ของเธอมันโดดเดี่ยวและโหยหาใครสักคนที่พอจะปกป้องดูแลเธอได้ เธออยากให้ใครคนนั้นมาอยู่เคียงข้างตลอดเวลา... แต่ยิ่งเธอสอดส่ายสายตามองหามันก็ไม่เจอ

                “วสาจะอยู่เป็นภาระให้อีกไม่นานนะคะคุณธันวา วสาจะรีบไปค่ะ” เสียงเล็กๆ พึงพำก่อนที่เจ้าของริมฝีปากอวบอิ่มนั้นจะทิ้งเปลือกตาปิดลงและจมเข้าสู่ห้วงนิทราด้วยความอ่อนเพลีย

               

                สำหรับหนุ่มนักรักอย่างธันวาค่ำคืนนี้ก็ยังคงเหมือนกับทุกๆ คืนที่ผ่านมาเขาอิ่มกับรสรักที่หญิงสาวข้างกายมอบให้แต่มันก็ยังรู้สึกไม่เต็ม ในความสุขสมนั้นมันแฝงไปด้วยความอ้างว้างเสมอไม่ว่าเกมสวาทจะจบไปกี่ครั้งกี่หนชายหนุ่มก็ยังรู้สึกเหมือนเดิม ตอนนี้ผู้หญิงข้างๆ นอนหลับไปนานแล้วแต่เขายังคงนอนลืมตาอยู่ในความมืดเมื่อคว้าโทรศัพท์มือถือมาดูเวลาก็พบว่าอีกไม่นานจะหกโมงเช้า ชายหนุ่มจึงปลุกหญิงสาวให้ตื่นขึ้นแต่งตัวก่อนจะเดินลงไปส่งเธอที่หน้าห้อง

                ร่างแกร่งสมชายชะงักขาเมื่อก้าวขาผ่านห้องรับแขก ไฟและโทรทัศน์ยังคงเปิดไว้และวสาก็ยังนอนอยู่หน้าทีวี ธันวาเปิดประตูออกไปส่งแขกของเขาเรียบร้อยก็เดินกลับมายังโซฟาที่มีร่างอวบๆ ซุกตัวนอนหลับอยู่หญิงสาวยังคงนอนซุกตัวอยู่ในท่าที่เขาเห็นประจำ

                “นอนแบบนี้มันจะสบายไหมล่ะยายเฉิ่มเอ๊ย ทำตัวเป็นเด็กๆ ทั้งๆ ที่เธออายุมากกว่าฉันอีกนะ แล้วเมื่อไหร่เธอถึงจะดูแลตัวเองได้สักทีวะเนี่ย” ธันวาบ่นแบบไม่จริงจังเท่าไรนัก ปากบ่นไปสายตาคมดุจพญาอินทรีย์ก็กวาดไปทั่วร่างที่ขาวกระจ่างท้าแสงไฟ

     จากนั้นจึงจัดการช้อนตัวเธอขึ้นจากโซฟาพามุ่งหน้าไปส่งที่ห้องนอน จัดการวางร่างอวบที่นุ่มนิ่มลงบนเตียงอย่างเบามือ ถอดแว่นและห่มผ้าให้เรียบร้อย แต่ก่อนที่จะเดินจากไปธันวากลับก้มหน้าลงต่ำใช้ริมฝีปากหนาของตนเองกดย้ำลงบนริมฝีปากอิ่มของคนที่กำลังหลับอย่างหน้าตาเฉย

                “คิดว่าเป็นค่าจ้างอุ้มมาส่งที่เตียงก็แล้วกันนะ” เขาพูดก่อนจะเดินออกจากประตูเพื่อกลับไปยังห้องนอนของตัวเอง ซึ่งตอนนี้ชายหนุ่มก็เริ่มจะรู้สึกเพลียๆ แถมยังปวดตุบๆ บริเวณแผลที่โดนกัดจึงเร่งเดินเข้าไปจัดการชำระคราบจากเกมรักอย่างรวดเร็วก่อนจะกลับมาล้มตัวลงนอนบนเตียงที่ยับยู่ยี่ประหนึ่งผ่านสงครามครั้งใหญ่มา

                วสารู้สึกตัวแล้ว เธอค่อยๆ ขยับร่างกายเหยียดออกช้าๆ เพื่อไล่ความเมื่อยขบมือเล็กๆ ควานหาแว่นที่น่าจะวางประจำการอยู่ที่หัวเตียง เมื่อคลำจนเจอก็สวมมันเข้าประจำที่อย่างรวดเร็ว ตอนนี้ภาพที่มองเห็นปรับโฟกัสชัดเจนภาพแรกที่ปรากฏในสายตาคือเพดานสีขาวและหลอดไฟกลมๆ ในห้องรับแขกเป็นไฟส้มนี่ เมื่อคืนเธอนอนอยู่บนโซฟาแต่เช้ามาทำไมกลับมาอยู่ที่ห้องนอน

                มือไม้ปัดผ่านสำรวจตามเนื้อตัวก็พบว่าเสื้อผ้ายังอยู่ติดกายดีไม่มีสิ่งใดหายไปหรือเพิ่มขึ้น สงสัยเธอคงตะเกียกตะกายกลับมาตอนที่ง่วงจัดเลยจำไม่ได้เองว่ากลับมาตอนไหน

                โครก... คราก! เจ้ากระเพาะเล็กๆ ของเธอครวญครางแต่เช้าเลย นี่มันเพิ่งกี่โมงกันเองยายวสา? จนเหลือบมองนาฬิกาหัวเตียงก็พบว่ามันเกือบจะเก้าโมงแล้วหญิงสาวจึงเดินเข้าห้องน้ำไปจัดการตัวเอง เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วคว้ากระเป๋าสตางค์ใบเล็กติดมือมาเพราะตั้งใจจะออกไปหาอาหารเช้าอร่อยๆ แถวนี้ทานถ้าหากมีร้านค้าหรือซูเปอร์มาร์เก็ตเปิดเธอก็จะได้แวะซื้ออาหารสดมาติดตู้เย็นเอาไว้ด้วยเลย

                หญิงสาวเดินลงจากคอนโดอาศัยสอบถามประชาสัมพันธ์ด้านล่างหาทางไปตลาดจึงได้ทราบว่าไม่ไกลจากคอนโดนี้มีตลาดอยู่แห่งหนึ่งสามารถเดินหรือเรียกรถมอเตอร์ไซค์ไปได้ เธอจึงเลือกที่จะลองเดินไปก่อนเพราะแดดยามสายยังไม่แรงเท่าไรนักซึ่งใช้เวลาในการเดินราวๆ สิบห้านาทีวสาก็เดินมาถึงตลาดขนาดไม่ใหญ่ ดวงตาหวานกวาดไปรอบๆ ตัวมองหาร้านอาหารง่ายๆ แล้วจึงตัดสินใจเดินเข้าร้านติ่มซำหรือเส่วโบ๋ยอาหารเช้าขึ้นชื่อของเมืองภูเก็ตติ่มซำจานเล็กๆ ที่มาเสิร์ฟร้อนๆ กลิ่นหอมยั่วใจจนวสาทานคนเดียวไปหลายจาน

                พออิ่มจากอาหารเช้าร่างอวบก็พาตัวเองเดินเข้าตลาดเดินซื้ออาหารสดเล็กๆ น้อยๆ ไปติดตู้เย็นไว้เดิมที่ตั้งใจจะซื้อแค่นิดหน่อยแต่พอเดินไปเดินมากลับได้ข้าวของเต็มสองมือมีทั้งอาหารสดจำพวกอาหารทะเลและผักต่างๆ อาหารปรุงสุกติดไปเผื่อมื้อกลางวันและมื้อเย็นถ้าหากขี้เกียจขึ้นมาจะได้อุ่นทาน ผลไม้ และขนมทานเล่นจำนวนหนึ่งแถมยังแวะร้านหนังสือเล็กๆ ซื้อหนังสือท่องเที่ยวภูเก็ต และนิตยสารสำหรับผู้หญิงติดมือมาหลายเล่ม เดินไปเดินมาก็ใช้เวลาไปซะเกือบเที่ยงวสาที่ทั้งหนักทั้งเหนื่อยจึงต้องเรียกรถรับจ้างให้ไปส่งที่คอนโด

                ด้านหนุ่มนักรักที่ตื่นมาแล้วหายายเฉิ่มของเขาไม่เจอก็เดินวนเป็นหนูติดจั่นอยู่ภายในคอนโด ธันวาตื่นมาเมื่อสิบเอ็ดโมงกว่าสิ่งแรกที่ชายหนุ่มทำก็คือเดินไปหาวสาที่ห้องนอนแต่สภาพของเตียงที่ถูกจัดเรียบร้อยบ่งบอกว่าเจ้าของห้องไม่ได้อยู่ในนั้น เขาทั้งตะโกนเรียกและเดินหาจนครบทุกห้องก็พบแต่ความเงียบงันและความว่างเปล่า เขายอมแม้กระทั่งลุงทุนโทรไปหาแต่โทรศัพท์ของหญิงสาวก็ไม่มีสัญญาณตอบรับ

                “หายตัวไปไหนวะ? ไม่ใช่ว่างอนจนหนีไปไหนอีกล่ะยิ่งชอบทำอะไรประหลาดๆ อยู่ด้วย” ธันวาบ่นกับตัวเองทั้งๆ ที่ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องใจหายเมื่อตื่นมาแล้วหาร่างอวบเต็มขั้นของภรรยาตัวเองไม่พบ ใจก็พาลกังวลกลัวว่าหญิงสาวจะคิดสั้นเพราะคราวก่อนที่เขาพาผู้หญิงมาคอนโดเธอก็ทิ้งตัวลงอ่างอาบน้ำ เมื่อคืนนี้เธอก็ดันมาเห็นอีกว่าเขาหิ้วผู้หญิงมาอีกคน

                “คงจะไม่ทำอะไรบ้าๆ อีกนะวสา” เฮ่อ... นี่เขากำลังเป็นห่วงแล้วก็เกรงใจยายนั่นหรือไงกันนะ อันที่จริงแล้วเรื่องนี้มันเป็นเรื่องส่วนตัวของเขาเธอไม่มีสิทธิ์จะมาก้าวก่ายอะไรสักนิด เป็นเมียก็แค่ในนามไม่ได้รักได้ชอบกันสักหน่อย

                ระหว่างที่คนตัวโตผุดลุกผุดนั่งทิ้งตัวกระแทกลงบนโซฟาด้วยแรงอารมณ์อยู่นั้น เสียงสวรรค์ก็ดังขึ้นที่หน้าประตู

                ติ๊ด! สิ้นเสียงรูดคีย์การ์ดไม่นานไหล่มนของวสาก็ดันประตูเข้ามาสองมือพะรุงพะรังไปด้วยถุงพลาสติก ดวงหน้าหวานมีเหงื่อซึมและเป็นมันเล็กน้อยเพราะเจ้าตัวไปเดินตากแดดมาพอสมควร เมื่อดวงตาหลังกรอบแว่นสี่เหลี่ยมปะทะกับสายตาคมประดุจนกอินทรีย์ของคนที่ยืนจังก้าเหมือนจะหาเรื่องอยู่กลางห้อง หญิงสาวก็จงใจหลบตาแล้วเดินเลี่ยงเอาของไปเก็บข้างในครัว

     วสารู้สึกหงุดหงิดที่เห็นหน้าธันวายิ่งเขายืนมองหน้าเธอตาเขียวปั๊ดแบบนี้มันยิ่งหงุดหงิดจนยังไม่อยากคุยกับเขาในตอนนี้ เลี่ยงเอาของไปเก็บซะให้เรียบร้อยดีกว่าจะได้เข้าไปอ่านหนังสือในห้องนอน

     ธันวามองตามขาขาวๆ ของวสาที่เร่งสาวเดินเข้าไปในครัวด้วยความไม่พอใจคูณสอง นี่เธอออกไปไหนโดยที่ไม่บอกเขามันไม่เท่าไหร่แต่ยายป้าหน้าเดธใส่ชุดอะไรออกไปข้างนอกมาวะเนี่ย? กางเกงขาสั้นสูงเหนือเข่ามาซะหลายคืบทำให้ขาขาวโอโม่นุ่มเนียนของเธออกมาเปล่งประกายแยงตาท้าทายน่าสัมผัส เสื้อตัวบางที่เธอสวมก็รัดหน้าอกหน้าใจซะล้นทะลัก คอเสื้อก็ปาดถ่วงลงมาจนเห็นเนินอกสล้างพอวับๆ แวมๆ แถมการที่เธอมัดผมเปิดช่วงคอขาวๆ มันยิ่งทำให้คนตรงหน้าเขาดูเย้ายวนอารมณ์อย่างประหลาด

     คนที่ถูกตำหนิด้วยสายตากลับไม่ได้ใส่ใจชายหนุ่มที่อารมณ์เริ่มขึ้น เรียวแขนกลมกลึงยังคงทำหน้าที่คัดแยกข้าวของที่ซื้อมาอยู่บนเคาน์เตอร์ในครัว จากนั้นก็ก้มๆ เงยๆ จัดเรียงบรรดาอาหารสดและผลไม้เข้าตู้เย็นมือเล็กทำงานแคล่วคล่อง ร่างเจ้าเนื้อเคลื่อนไหวว่องไวจนธันวายืนมองซะเพลิน แต่เมื่อเธอก้มตัวลงหยิบถุงที่ตกลงพื้นเท่านั้นแหละ หน้าอกขนาดใหญ่ขาวกระจ่างใสก็ลอดคอเสื้อออกมาทักทายสายตา

     เฮ่ย! วันนี้ยายเฉิ่มไปก้มๆ เงยๆ ที่ไหนมาบ้างวะเนี่ย... คนเขาไม่เห็นนมขาวๆ กันไปทั้งจังหวัดแล้วหรือไงวะ

     “วสา! ไปไหนมา?” ธันวาถามเสียงเครียดพร้อมพุ่งตัวมาคว้าแขนของหญิงสาวฉุดให้เธอยืนขึ้นหันมาเผชิญหน้ากับเขา ความตกใจที่ชายหนุ่มเข้ามาถึงเนื้อถึงตัวด้วยความรวดเร็วและแรงบีบที่ค่อนข้างแรงทำให้วสาเผลอสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมด้วยความรวดเร็วและแรงไม่แพ้กัน

     “โอ๊ย! เธอส่งเสียงร้องเมื่อแขนสะบัดไปโดนขอบเคาน์เตอร์ในครัว

     “เจ็บมั๊ย?” ธันวาทำท่าจะคว้าแขนของเธอขึ้นมาดูอีกรอบแต่วสากลับถอยหลังกรูดจนตัวไปติดอยู่กับตู้เย็น ตาหวานๆ ของเธอฉ่ำไปด้วยน้ำตาอีกแล้ว

     “อย่าเข้ามา! เสียงแข็งๆ ของหญิงสาวทำเอาชายหนุ่มผงะ ตอนนี้เธอกำลังตกใจกลัวเขาอีกแล้ว

     “วสา หายใจลึกๆ ก่อนอย่าเพิ่งกลัวผม” เมื่อเห็นท่าทีของหญิงสาวที่เหมือนกวางน้อยระวังภัยก็อดให้ใจด้านชาของพญาอินทรีย์อย่างเขาอ่อนยวบลงไม่ได้

     “ฉันยังไม่อยากคุยกับคุณตอนนี้” วสาพูดจบก็เร่งมือเอาของที่เหลือยัดเข้าตู้เย็นก่อนจะคว้ากระเป๋าสตางค์และถุงหนังสือที่ซื้อมา ทำใจแข็งเดินผ่านหน้าเขาเข้าห้องนอนปิดประตูลงกลอนแน่นสนิทโดยทันที

     “ไม่อยากคุยก็ไม่ต้องคุย ก็ไม่ต้องรู้เรื่องอะไรทั้งนั้นแหละถ้ายังมัวแต่เดินหนีอยู่แบบนี้ อย่าคิดว่ามีคนให้ท้ายเยอะแล้วเธอจะอยู่เหนือกว่าฉันนะวสา”

     ธันวามองการกระทำของวสาด้วยท่าทางหงุดหงิดแต่ก็ทำอะไรไม่ได้จึงตะโกนไล่หลังร่างอวบของหญิงสาวอย่างอารมณ์เสีย หากเขาผลีผลามเข้าไปหาเธอตอนนี้ก็เท่ากับไปเติมเชื้อไฟให้ตื่นตระหนกเพราะอารมณ์ของวสาไม่ค่อยเสถียรเท่าไรนัก หากเขาไม่ใจเย็นอาจจะทำให้สภาพจิตใจเธอแย่ลงไปกว่านี้ก็ได้

                เอาวะธันวานายต้องใจเย็นๆ ยายเฉิ่มหายเป็นปกติเมื่อไหร่นายก็จะเป็นอิสระไวเท่านั้น ท่องไว้ใจเย็นๆ ใจเย็น

            ชายหนุ่มพร่ำบอกตัวเองซ้ำไปซ้ำมาอยู่แบบนั้น สิ่งจำเป็นที่สุดในตอนนี้คือต้องทำให้วสาหายหวาดกลัวเขาเพราะเมื่อเธอหายเป็นปกติเขาก็มีโอกาสที่จะเจรจาเรียกร้องความโสดกลับมาเป็นของตัวเองอีกครั้งหนึ่ง เมื่อปลอบใจตัวเองจนเย็นลงแล้วร่างสูงใหญ่ก็ชักจะเริ่มหิว เมื่อคืนใช้กำลังไปพอสมควรแถมจนป่านนี้บ่ายโมงกว่าๆ ก็ยังไม่ได้เติมอะไรเข้าไปในกระเพาะอาหารเลย

            ยังไงกองทัพก็ต้องเดินด้วยท้อง ธันวาจึงตัดสินใจกดเบอร์โทรศัพท์ของร้านอาหารที่เปิดบริการอยู่ในคอนโด สั่งอาหารขึ้นมาเพื่อเติมกำลังระหว่างรอให้หญิงสาวที่ขังตัวเองอยู่ในห้องได้ใจเย็น พอเธอยอมออกมาจากห้องแล้วคงจะได้เวลาที่ต้องจับเข่าคุยกันเรื่องรายละเอียดในการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันให้ชัดเจนสักที

 



ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha