ลวงรักพันธนาการร้อน (ซีรีส์ รักพันธนาการ) มีหนังสือทำมือ

โดย: อติญา / เก-ลิน / เราพิมพ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน / มะลิก้านแดง



ตอนที่ 13 : 5 (1/3)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

                เมื่อท้องอิ่มธันวาก็ฆ่าเวลาระหว่างรอวสาออกมาจากห้องด้วยการโทรเช็คงานของบริษัทที่กรุงเทพกับกันตภพ ซึ่งทั้งหมดก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงคนสนิทของเขายังทำงานได้ดีไม่มีที่ติเสมอ

                “แล้วอาทิตย์หน้านายจะบินมาช่วยดูงานที่ภูเก็ตตามกำหนดเดิมใช่ไหม?” ธันวาถามย้ำเพื่อความแน่ใจ

                “บอกว่าไปก็ไปสิ นี่นายกลัวจะไม่ได้ไปฮันนีมูนกับเมียหรือยังไง... เอ... หรืออยากให้เราไปเร็วกว่ากำหนด” กันตภพแอบกระเซ้าเบาๆ เพราะตัวเขาเองนั้นคุ้นเคยกับภรรยาสาวของเจ้านายเป็นอย่างดีเคยร่วมงานกันมาหลายครั้ง วสาเป็นผู้หญิงเก่งรอบด้านจะติดก็แค่ว่าเธอดูนิ่งๆ เฉยๆ ไปหน่อยก็เท่านั้น

                “ตลกหรือกันต์? นายพูดเหมือนเรากับยายเฉิ่มรักกันปานจะกลืนอย่างนั้นแหละถ้าคุณแม่ไม่สั่งนายคิดว่าคนอย่างธันวาจะยอมทำไหม” คนเป็นเจ้านายพูดเสียงเนือยๆ เมื่อคิดถึงภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของตัวเอง

                “ตอนนี้ทำมาเป็นเมินคุณวสา อยู่ด้วยกันมากๆ ขี้คร้านจะหลงเขาหัวปักหัวปำแล้วจะหาว่าเพื่อนไม่เตือนไม่ได้นะโว๊ย” ปลายสายพูดเสียงติดขำเพราะอย่างน้อยเขาก็รู้จักนิสัยธันวาดีว่าถ้าเพื่อนเขาไม่ชอบใจเรื่องอะไรแล้ว ไม่มีทางเสียหรอกที่จะยอมเอาตัวเองไปพัวพันให้วุ่นวาย นี่แสดงว่าหญิงสาวน่าจะมีความน่าสนใจอยู่บ้างไม่มากก็น้อย

                “แล้วนายจะให้ใครมาช่วยงานธิตยาระหว่างที่นายมาอยู่ภูเก็ต” ชายหนุ่มอดถามถึงเลขาสาวของตัวเองไม่ได้ ลำพังเขามาประจำอยู่ภูเก็ตนี่ก็เพิ่มภาระให้หญิงสาวเยอะอยู่ แล้วนี่ยังจะดึงให้กันตภพมาช่วยงานอีกคนทางนู้นอาจจะวุ่นวายน่าดู

                “งานที่นี่ไม่มีปัญหาหรอกพวกคอนโดทั้งหลายแหล่ก็เข้าที่เข้าทางดีอยู่แล้วมีแต่งานขายเท่านั้นแหละ พวกงานก่อสร้างตกแต่งตอนนี้ไม่มีอะไรพอโรงแรมเข้าที่ก็ได้คิวเริ่มสร้างคอนโดใหม่พอดีไม่มีงานชนกันให้ต้องปวดหัวหรอก” คนปลายสายยังรายงานด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

     ปกติธันวาจะวางแผนการทำงานล่วงหน้าเป็นอย่างดีโดยจะพยายามไม่รับงานโปรเจคใหญ่ซ้อนกันอยู่แล้ว เจ้านายเขามักจะจัดคิวให้แต่ละงานมีระยะห่างกันเล็กน้อยเนื่องจากงานก่อสร้างตอนเริ่มต้นมักจะต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษ เมื่องานหนึ่งเข้าที่เข้าทางถึงจะมีคิวเริ่มงานถัดไป ปีๆ หนึ่งอาจจะรับงานไม่กี่งานแต่รับประกันได้ว่าคุณภาพคับแก้ว

                “ยังไงก็ฝากด้วยนะ ขอบใจนายมากเลยกันต์”

                “มิเป็นไรขอรับนายท่าน บ่าวยินดี” กันตภพกล่าวติดตลกก่อนที่ทั้งสองจะวางสายแยกย้ายกันไป

                และหลังจากที่คนสนิทวางสายไปไม่นานมีนาพี่ชายใหญ่ก็กลับมาที่คอนโดหลังจากหายหน้าไปสองวัน หน้าตาดูอารมณ์ดีอย่างประหลาดซึ่งคนเป็นน้องนั้นยังไม่ทันจะได้ถามอะไร พี่ชายก็วิ่งขึ้นไปหยิบกระเป๋าเดินทางจากห้องพักบนชั้นสองลงมา

                “จะรีบไปไหนกันพี่” ธันวาถามพี่ชายที่กำลังก้มหน้าก้มตาสำรวจข้าวของในกระเป๋าเอกสาร

                “จะกลับกรุงเทพฯ มีงานด่วนนิดหน่อยจำมิสเตอร์หลี่ที่เป็นเจ้าของภัตตาคารที่ฮ่องกงได้ไหมพอดีเขาสนใจอยากมาทำธุรกิจในเมืองไทยเลยให้เลขาของเขานัดเข้ามาแบบด่วนๆ คุยกันพรุ่งนี้ช่วงบ่ายพี่เลยต้องรีบกลับ” มีนาเล่าให้เขาฟังแบบคร่าวๆ

                “แล้ววสาเป็นไงมั่ง อยู่ไหนล่ะตอนนี้”

                “วสาเข้าไปพักในห้องเมื่อซักพักนี่เองครับ คงไปนอนอ่านหนังสืออย่างเคยแหละเห็นขนซื้อมาหลายเล่มอยู่” ธันวาพูดถึงภรรยาสาวให้พี่ชายฟังโดยเลือกพูดเท่าที่จำเป็นเพื่อไม่ให้พี่ชายสงสัยหรือซักถามจนตัวเขาเองจะเกิดพิรุธ

                “เออ ดูแลกันดีๆ อะไรแย่ๆ ที่ผ่านมาแล้วก็ให้มันแล้วไปละกันแค่อย่าไปทำซ้ำอีกก็พอ เห็นนิ่งๆ แบบนั้นอันที่จริงวสาเขาเป็นคนค่อนข้างอ่อนไหว แล้วก็คิดมากแบบสุดๆ อะไรที่ทำลายความเชื่อใจของเธอแล้วครั้งหนึ่งมันยากที่จะกู้คืนนะธัน” พี่ชายจ้องหน้าเขาด้วยแววตาที่จริงจัง

                “งานนี้คงยากหน่อยถ้าจะทำให้เขารู้สึกดีๆ กับนายได้อีกครั้งแต่พี่ก็มั่นใจว่ามันไม่มีอะไรที่ยากเกินความสามารถของเรานะ นี่อาจจะไม่ใช่ชีวิตครอบครัวในแบบที่แกเคยคิดไว้แต่ในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้วก็ต้องยอมรับและเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันอย่างมีความสุข อย่าลืมว่านี่ไม่ใช่แค่ความสุขของเราคนเดียวนะเจ้าธัน มันเป็นความสุขทั้งชีวิตของวสาเขาด้วยเหมือนกัน”

                “ครับพี่ผมจะพยายามแต่มันก็ต้องขึ้นอยู่กับวสาด้วยนะว่าเขาจะยอมให้โอกาสผมแค่ไหน” คนเป็นน้องพูดด้วยน้ำเสียงค่อนข้างจริงจัง ก็มันจริงนี่นาต่อให้เขาเดินหน้าง้องอนไถ่โทษแต่ยายป้าหน้าเดธยังมัวแต่ขังตัวเองอยู่ในโลกอุดมคติที่ไม่มีใครเข้าถึงมันคงไม่มีทางที่จะคุยกันรู้เรื่องหรอก

                “พี่รู้ว่าเราทำได้โชคดีละกันพี่ไปก่อนนะ” มีนาบอกลาน้องชายพลางยกมือหนาโบกให้น้อยๆ

                “เดินทางปลอดภัยครับพี่มีน” เมื่อพี่ชายออกไปจากคอนโดก็เหลือเพียงเขาคนเดียวที่ยืนอยู่ท่ามกลางความเงียบที่แสนจะเวิ้งว้าง

     ป่านนี้ยายเฉิ่มจะทำอะไรอยู่นะหายตัวเงียบกริบไปสามสี่ชั่วโมงแล้ว ตกลงวันนี้จะยอมออกมาจากห้องหรือเปล่าวะเนี่ย

     ธันวาบ่นกับตัวเองพร้อมเดินวนไปวนมาอยู่หน้าประตูห้องของหญิงสาวก่อนที่จะตัดสินใจไปหยิบกุญแจสำรองมาไขเข้าห้องของวสาเพื่อเข้าไปหาเธอด้วยตัวเอง

     ร่างอวบกลมของวสานอนคู้ตัวอย่างที่เธอชอบทำ หญิงสาวยังอยู่ในชุดเดิมที่เขาไม่ชอบใจยิ่งมามองใกล้ๆ ยิ่งเห็นว่าเธอขาวมาก ขาขาวๆ ไร้ริ้วรอยใดๆ ของเธอนั้นช่างนุ่มเนียนน่าสัมผัส ผมสีน้ำตาลแดงเป็นลอนนั้นกระจายเต็มหมอนมันดูนุ่มละเอียดมันเงาจนชายหนุ่มอดใจไม่ไหวทิ้งสะโพกลงนั่งบนเตียงนุ่ม มือแกร่งหนาเอื้อมไปลูบเส้นผมลอนนั้นอย่างเบามือ

     เหมือนร่างกายคนที่จมอยู่ในห้วงนิทราจะสัมผัสได้ว่ามีคนกำลังมาก่อนกวนห้วงฝันอันแสนหวาน ศีรษะทุยขยับน้อยๆ ยามที่มือใหญ่กดน้ำหนักลูบไล้เรือนผมของเธอ ธันวาก็ไม่ได้หยุดมือแต่ด้วยความที่กลัวหญิงสาวจะตื่นเขาจึงผ่อนน้ำหนักมือและจังหวะการลูบไล้นั้นให้ช้าลง เขาขยับมือใหญ่ไปเรื่อยๆ กลิ่นหอมจากกายสาวประกอบกับสัมผัสที่เนียนมือมันทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย

     อินทรีย์ผยองที่เคยห้าวหาญดูท่าจะพ่ายแพ้ต่อความอ่อนหวานของร่างนุ่มในมือ จากที่นั่งอยู่บนเตียงเฉยๆ ธันวากลับเอนกายแกร่งสมชายของตนซ้อนหลังร่างของวสาที่นอนตะแคง แขนซ้ายของเขาพาดผ่านเอวกลมกลึงของหญิงสาวเอาไว้ รั้งร่างนุ่มนิ่มเขาหาตัวศีรษะทุยที่มีผมยาวลอนสีเข้มสวยไม่แพ้ผู้หญิงซุกลงบนเรือนผมที่กรุ่นกลิ่นหอม ก่อนจะปิดเปลือกตาที่โอบล้อมด้วยแพขนตาสีเข้มนั้นลงและตามคนในอ้อมกอดดำดิ่งสู่ห้วงนิทราไปด้วยกัน

     วสากำลังฝันมันเป็นฝันที่ประหลาดที่สุดในชีวิตเธอเลยก็ว่าได้ หญิงสาวฝันว่ากำลังวิ่งหนีอะไรสักอย่างในความมืด

มันไล่หลังเธอมาติดๆ ความรู้สึกคือเธอกลัว กลัวเหลือเกิน กลัวจนกรีดร้องแล้วร้องไห้ออกมาอย่างคลุ้มคลั่ง เธอวิ่งจนเหนื่อยขาที่ทั้งสั้นและป้อมทั้งสองข้างไร้เรี่ยวแรงมันพันกันเองส่งผลให้หญิงสาวล้มคว่ำไม่เป็นท่า ขณะที่ความหวาดหวั่นเข้าครอบงำพลันมีเสียงเสียงหนึ่งดังขึ้นในความมืด เสียงของชายหนุ่มที่เพียงแค่ได้ยินก็ทำให้หญิงสาวอบอุ่นไปถึงขั้วหัวใจ

                “วสาผมอยู่นี่นะคุณไม่ต้องกลัวผมมาช่วยคุณแล้ว ส่งมือคุณมาให้ผมสิที่รัก ส่งมือคุณมาให้ผม” เสียงทุ้มนุ่มในความมืดบอกกับเธอ

                “ฉันมองไม่เห็นคุณเป็นใครคะ? คุณอยู่ตรงไหน?” หญิงสาวตอบกลับเสียงปริศนานั้นด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก ถ้าเขามาช่วยเธอแล้วทำไมเธอจึงมองไม่เห็นตัวของเขาล่ะ

                “ยื่นมือคุณออกมาวสาที่รักผมอยู่กับคุณตรงนี้แล้ว” เมื่อเขาบอกย้ำเธอจึงตัดสินใจยื่นมือเล็กๆ ของตนเองไปข้างหน้า ทันใดนั้นหญิงสาวก็สัมผัสได้ถึงอุ้งมืออันแสนอบอุ่นของใครคนหนึ่งเขาดึงเธอออกมาจากความมืดเข้าสู่อ้อมกอดตึงแน่นที่แสนปลอดภัย นาทีที่เธอสัมผัสโดนตัวเขาความมืดรอบตัวก็มลายหายสิ้นมันถูกกลืนด้วยแสงอาทิตย์ที่สว่างจ้า

                “ที่รักไม่มีอะไรที่คุณจะต้องกลัวอีกต่อไปแล้วนะ จากนาทีนี้ไปผมจะดูแลและปกป้องคุณเองผมสัญญาด้วยชีวิต” เสียงทุ้มนุ่มนั้นบอกกับเธอ

                ร่างอวบอุ่นในอ้อมกอดของธันวากระตุกเบาๆ และส่งเสียงครางเล็กน้อยทำให้คนที่ค่อนข้างไวกับสัมผัสลืมตาตื่น ภาพตรงหน้าคือวสานอนพลิกตัวเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เปลือกตาที่ปิดสนิทของเธอกระตุกเบาๆ เป็นระยะแถมริมฝีปากอิ่มสีแดงสดยังครางออกมาไม่เป็นภาษา

     ชายหนุ่มกลัวว่าหญิงสาวจะเจ็บตรงไหนจึงคลายอ้อมแขนปล่อยเธอเป็นอิสระจากการเกาะกุมแล้วลุกขึ้นนั่งบนเตียง สองมือแกร่งแตะไปที่แก้มยุ้ยเบาๆ พร้อมกับเรียกชื่อของหญิงสาวเพื่อปลุกให้เธอตื่น

     “วสาตื่นได้แล้ว ตื่น ตื่น ได้ยินผมไหมวสา” มือหนายังคงแตะแก้มยุ้ยของคนนอนหลับรัวๆ แก้มสีแดงระเรื่องของวสามองไปมองมามันก็เพลินตาดีอยู่เหมือนกันนะ ธันวามองแล้วก็แอบคิดในใจ

     เพียงไม่นานวสาก็ลืมตาแต่เธอยังคงงัวเงียและมองภาพไม่ชัดเนื่องจากไม่สวมแว่น ธันวามองซ้ายมองขวาเห็นอุปกรณ์ดำรงชีพของหญิงสาวอยู่บนโต๊ะเล็กที่หัวเตียงจึงหยิบมาสวมให้เธออย่างเบามือ

     “คุณธัน!” พอมองเห็นชัดเจนหญิงสาวก็นั่งจ้องหน้าธันวาตาแป๋ว แพขนตากระพือขึ้นลงรัวๆ ริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงสดอ้าน้อยๆ เหมือนต้องการจะพูดอะไรแต่เจ้าตัวพูดไม่ออก

     “ไม่ต้องตกใจวสา หายใจลึกๆ ก่อน” การบอกให้คนขี้ตกใจหายใจลึกๆ ดูจะเป็นวาจาสิทธิ์ของเขาไปแล้วสินะ แต่มันก็ยังดีที่พูดแล้วยายเฉิ่มยังยอมทำตามไม่ตั้งหน้าตั้งตากรี๊ดๆ เหมือนเมื่อวันสองวันก่อน

     “ผมเห็นคุณหายเข้ามานานเลยมาตามนี่ก็เย็นแล้วไม่หิวข้าวหิวปลาเลยหรือไงกัน” ชายหนุ่มจำต้องพูดปดเพราะหากบอกไปว่าเขาแอบมานอนกอดเธอนอนหลับไปตั้งนาน หญิงสาวคงได้แผลงฤทธิ์แน่นอน

     “คุณออกไปก่อนได้ไหมคะ... เดี๋ยววสาตามออกไป” เธอพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนแกมขอร้อง เธอไม่ชอบเลยเวลาที่

ต้องอยู่ตามลำพังกับธันวาในที่ลับตาคน มันรู้สึกไม่ปลอดภัยยังไงก็ไม่รู้




ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha


ชอบมาก
โดย Anonymous | 3 years, 4 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
ติดตามคะ
โดย Anonymous | 3 years, 5 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha