(Psychopomp) ตอน ยมทูตที่รัก <จบแล้ว>

โดย: แว่นตาใส



ตอนที่ 1 : จุดเริ่มต้น


ตอนต่อไป



-2 วันต่อมา-

'เที่ยวบินที่ 407 กรุณาเตรียมตัวขึ้นเครื่องด้วยค่ะ'

เสียงประกาศประชาสัมพันธ์เรียกไฟร์บินที่ฉันต้องเตรียมขึ้นในอีกไม่ช้านี้ แม่เดินมาส่งฉันที่ทางเข้าประตูขึ้นเครื่องพรางโอบกอดฉันด้วยความคิดถึงที่จะไม่ได้เจอกันอีกนาน

"ไปถึงสนามบินแล้วป้ามาธาเขาจะรอรับลูกอยู่ที่นั่นนะ ส่วนเรื่องโรงเรียน แม่ให้ป้ามาธาจัดการเรียบร้อยแล้ว อยู่ที่นั่น..ก็อย่าดื้อนะลูก ตั้งใจเรียน..แม่จะโทรหาลูกบ่อยๆนะ"

"ค่ะ..แม่!!"เราสองคนต่างโอบกอดกันอีกครั้งก่อนจะโบกมือลาและขึ้นเครื่องไป

ฉันใช้เวลาถึง 6 ชั่วโมง กว่าจะบินมาถึงจุดมุ่งหมาย เครื่องลงจอดอย่างปลอดภัยและสวัสดิภาพ ก่อนที่ฉันจะลากกระเป๋าตรงดิ่งมาที่สนามบินเพื่อมองหาป้ามาธา

ว่าแต่ไหนล่ะ!! ป้ามาธา!! ฉันยังไม่เห็นแม้กระทั้งเงาของเขา คนก็ไม่เยอะ ฉันไม่น่าพลาดที่จะเจอป้าเขาได้หรอกนะ

กริ๊ง..!!??

เสียงโทรศัพท์ของฉันดังขึ้นและเป็นสายที่กำลังจะโทรหาพอดี

"ฮัลโหล..ค่ะแม่!! หนูมาถึงแล้วนะค่ะ แต่ไม่เห็นป้ามาธาจะมารับหนูเลย"

"ป้ามาธาเพิ่งโทรมาบอกแม่ ว่าคงไปรับลูกไม่ได้แล้ว พอดีลูกชายเจ้าตัวเล็กเกิดป่วยขึ้นมา ถ้ายังไง..เดี๋ยวแม่ส่งโลเคชั่นบ้านป้ามาธาไปให้ แล้วหนูไปเอากุญแจที่คนข้างบ้านนะ ป้าเขาฝากไว้แล้ว ยังไงก็ดูแลตัวเองแม่เชื่อว่าหนูเอาตัวรอดได้ แค่นี้ก่อนนะลูก เดี๋ยวแม่ต้องรีบไปทำงานต่อแล้ว"

ตู๊ด...ๆๆๆๆ!!!

"ฮัลโหลแม่..!! แม่ค่ะ!!"
อะไรกันล่ะเนี่ยมาทิ้งกันดื้อๆแบบนี้แล้วฉันจะทำไงต่อล่ะที่นี่

ติ้ง!!!..

เสียงข้อความเข้ามาพร้อมโลเคชั่นบ้านป้ามาธาที่แม่ส่งมาให้ ฉันก้มดูพรางเกาหัวเดินลากกระเป๋ามา แล้วฉันจะรู้
ไหมล่ะเนี่ยว่ามันคือที่ไหนของโลกใบนี้



ปรัก..!!!

"โอ้ย..!!"

แก๊ก..แปะ..!!! 

โทรศัพท์ฉัน..!! ฉันล้มนั่งพับเพียบกองไปกับพื้นพรางอ้าปากค้างกับโทรศัพท์ที่ร่วงลงที่พื้น ฉันรีบคลานไปหยิบโทรศัพท์ที่หล่นอยู่ไม่ไกล ก่อนจะรีบเช็คว่ามันปกติดีอยู่รึป่าว

'ยังใช้ได้ปกติ ค่อยโล่งอกหน่อย'เสียงถอนหายใจฉันดังยาวออกมาอย่างลืมตัวว่ามีคนยืนอยู่ตรงหน้าฉัน

ฉันเงยมองหน้าผู้ต้องหาที่ชนฉันก่อนจะอ้าปากค้างอีกรอบอย่างลืมตัว

ชายตัวสูง ขายาว ผิวขาวละเอียดจนเห็นเส้นเลือดที่ข้อแขน หน้าคมอย่างกับพระเอกในละคร แต่งตัวตัวดูดีอย่างกับพวกดาราแถมสวมแว่นกันแดดปิดบังสายตาไว้อีกต่างหาก นี่..ฉันมองละเอียดไปป่าวเนี่ย!! แต่ก็ช่างเถอะ เขาดูดีจริงๆนี่หน่า..

"เออ..คือ..ฉันขอโทษนะค่ะ ที่เดินชนคุณ!!"จากที่จะต่อว่าเขา ทำไมฉันดันไปขอโทษเขาสะเองว่ะเนี่ย

เขายืนมองฉันไม่พูดไม่จาแต่อย่างใดก่อนจะเดินเลี่ยงออกไปทันทีที่ฉันทักทายเขา แปลกคน..เอาแต่มองหน้า
จะขอโทษกลับสักคำก็ไม่มี ผู้ชายอะไรเสียมารยาทจริงๆ

ฉันหันไปมองเขาที่เดินออกไปอย่างสงสัย ก่อนที่เขาจะหยุดและหันข้างกลับมาเหล่มองฉันอีกครั้ง

เขาได้ยินที่ฉันพูดหรอ..หรือว่าอะไร ทำไมหันมามองฉันแบบนั้น 
ไม่หรอกมั้ง!! คงไม่ได้ยินหรอก ช่างเถอะ..รีบหาทางกลับบ้านก่อนดีกว่า


หลังจากเสียเวลาที่สนามบินมานาน ชีวิตฉันก็เข้าสู่โหมดความจริงสักที ฉันนั่งแท็กซี่บอกทางมาจนมายืนอยู่หน้าบ้านของป้ามาธา ถึงจะเคยมาเมื่อสมัยเด็กแต่ก็จำได้รางๆว่า สภาพบ้านป้า
มาธาคือแบบไหน

"นี่..หนูจ่ะ!! หนู..!!"ฉันหันไปมองตามเสียงเรียกของคุณน้าข้างบ้านที่เรียกฉัน

"หนู..ใช่เด็กที่จะมาอยู่กับป้ามาธา
รึป่าว"

"ใช่ค่ะ!!"

"นี่จ่ะ!! ป้าเขาฝากกุญแจไว้ให้หนูเข้าบ้าน มาเอาสิจ่ะ"ฉันรีบวิ่งไปหาคุณน้ารับกุญแจไว้ก่อนจะกล่าวขอบคุณ



ฉันเดินกลับมาพรางลากกระเป๋ามาไขประตูที่หน้าบ้าน ก่อนจะเห็นรถจอดอยู่หน้าบ้านหลังใหญ่ ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับบ้านป้ามาธา

แปลกจัง!!..ทำไมฉันรู้สึกว่ากำลังโดนแอบมองอยู่นะ เฮ้อ!! สงสัยจะเพลียหนักแล้วเรา รีบเข้าบ้านดีกว่า

ปัง!!!

เสียงประตูปิดลงพร้อมกับร่างของฉันที่โซซัดโซเซมาที่โซฟาตัวยาวหน้าทีวี ทำไมถึงเพลียได้ขนาดนี้นะ!! ว่าแต่โทรบอกแม่หน่อยดีกว่า ว่ามาถึงปลอดภัยเรียบร้อยแล้ว

'หมายเลขที่คุณเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้..'

จบข่าว..สงสัยคงจะวุ่นทำงานอยู่แน่เลย
ส่งข้อความไปบอกแทนล่ะกัน

'แม่ค่ะ..หนูมาถึงบ้านป้ามาธาปลอดภัยแล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงนะค่ะ'

ส่งไปเรียบร้อย!!!

ครึ้งๆๆๆ....!!!~~~~~¤_¤>...<

เสียงอะไร..ข้างบนมีคนอยู่งั้นหรอ!!! บ้านนี้ทำฉันเริ่มกลัวแล้วนะ..

ขาทั้งสองข้างก้าวขึ้นบันไดไปชั้นบนพร้อมกับแจกันขนาดพอดีมือ มาวันแรกก็จะโดนรับน้องแล้วงั้นหรอ!! 

ถ้าเป็นคนไม่รู้จัก ยังพอตีให้หัวเบะได้ แต่ถ้าเป็นผี..ฉันจะทำยังไงล่ะเนี่ย

ฉันยังคงเดินไปที่ห้องปริศนาที่ได้ยินเสียงเหมือนมีใครอยู่ ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆอยู่ที่หน้าประตูพร้อมจับลูดบิดเปิดเข้าไปง้างมือเตรียมตีเจ้าต้นตอเสียงปริศนานั้น

เหมี้ยว...!!!!~~~ เหมี้ยว...!!!

ปัดโธ่เอ้ย!!! เสียงแมวเองหรอเนี่ย ฉันก็ตกใจหมดนึกว่าเสียงใคร เจ้าแมวตัวดีดันปีนขึ้นมาบนหน้าต่างที่เปิดเอาไว้ พร้อมเห็นเจ้าสิ่งของที่หล่นลงมาจากโต๊ะหัวเตียง

มันเป็นเหมือนกับตุ๊กตาคนที่มีปีกเหมือนปีศาจอะไรทำนองนี้ สงสัยห้องนี้จะเป็นห้องของลูกชายป้ามาธาสินะเพราะนอกจากตุ๊กตาที่ฉันถือ มันยังมีตัวอื่นอีกมากมายที่ตั้งอยู่บนหัวเตียง


ครืด!!!....~~~~

"หนูพาย..หนูมาถึงแล้วหรอจ่ะ!!"เสียงเจ้าของบ้านตะโกนเรียกชื่อฉัน



ฉันรีบวิ่งลงมาชั้นล่างก็เจอป้ามาธากำลังจูงมือลูกชาย วัย 6 ขวบ หน้าตาน่ารักเดินเข้ามาในบ้าน

"ป้ามาธา!!!"ฉันวิ่งเข้าไปกอดป้าเพราะไม่ได้เจอกันมานาน

"มานานแล้วหรอลูก"ป้ามาธาผละออกจากกอดก่อนถามฉันด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

"เพิ่งมาถึงเลยค่ะ ว่าแต่มีอะไรให้หนูช่วยถือไหมค่ะ เดี๋ยวหนูช่วย"

"ไม่ต้องหรอกจ่ะ พาน้องไปนั่งพักที่โซฟาก็พอ เดี๋ยวป้าทำอะไรให้กินแล้วค่อยเอาของไปจัดบนห้องกัน"

"ได้ค่ะ..!!"

"อ้อ..น้องเขาชื่อ เลโก้ นะ ทำความรู้จักกันก่อนสิจ่ะ น้องเขาจะได้ชิน!!"

"ค่ะ..!!"ฉันกลับมาให้ความสนใจเจ้าตัวเล็กที่ยืนอยู่ตรงหน้าฉันอีกครั้ง พรางนั่งคุกเข่ามองหน้าเขาใกล้ๆ

"หวัดดีจ่ะ เลโก้ พี่ชื่อ พาย นะ ยินดีที่ได้รู้จักจ่ะ"เด็กน้อยมองหน้าฉันแปลกๆก่อนจะกระซิบเข้ามาที่ข้างหูของฉัน

"พี่ชายผมกลับมาแล้ว เขายืนมองผมอยู่ตรงโน่น!!"เด็กน้อยพูดกระซิบพรางชี้นิ้วไปที่บ้านหลังใหญ่ฝั่งตรงข้าม


"คนบ้านนั้นมีพี่ชายหนูด้วยหรอ!!?"ฉันถามพรางมองไปที่บ้านหลังนั้น ก่อนจะหันกลับมามองเด็กน้อยที่พยักหน้าใส่

"ดูสองคนจะคุยเข้ากันดีนะ มาจ่ะ!! มากินข้าวกันก่อน"ฉันรีบผละสายตาไปมองป้ามาธาและโต๊ะอาหารทันทีพราง
จูงมือเลโก้มานั่งที่เกาอี้เพื่อทานข้าว

"พาย..!! วันจันทร์นี้ เธอต้องไปโรงเรียนใหม่ที่ป้าติดต่อให้แล้วนะ อย่าลืมเตรียมตัวไว้ด้วยล่ะ"

"วันจันทร์นี้หรอค่ะ งั้นก็..มะรืนนี้สิค่ะ"

"ใช่จ่ะ!! คือทางโรงเรียนเขามีการเรียนภาคฤดูร้อน ซึ่งหนูต้องไปเตรียมตัวสอบเข้าเรียนเพื่อปรับหลักสูตรก่อน ถึงจะเข้าเรียนที่นี่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ"

"ออ..ค่ะ!!"ฉันยิ้มแห้งๆออกไปแบบอยากจะร้องไห้ ฉันเพิ่งได้ปิดเทอมไปแค่อาทิตย์เดียว นี่..ต้องมาเรียนปรับหลักสูตรบ้าบอเพื่อเข้าเรียนที่ใหม่อีกหรอเนี่ย แม่เจ้า..!! อยากจะบ้า!!



หลังจากทานข้าวเสร็จ ก็ได้เวลาที่ฉันจะต้องมาจัดห้อง ซึ่งห้องของฉันก็อยู่
ติดกับห้องของเลโก้และอยู่ด้านหน้าของบ้าน มันเป็นห้องขนาดพอดี ไม่เล็กไม่ใหญ่ ลมพัดโกลกเย็นสบายจากหน้าต่างด้านหน้า ซึ่งถ้ามองออกไปก็เห็นถนนกับบ้านหลังใหญ่ฝั่งตรงข้ามพอดี

ก๊อกๆๆ

เสียงเคาะประตูดังเข้ามาพร้อมกับเจ้าเด็กน้อยเลโก้ที่เดินเข้ามาพร้อมในมือถือตุ๊กตาหุ่นยนต์

"เลโก้..เข้ามาห้องพี่ มีอะไรรึป่าวจ่ะ!!"

"ผมให้พี่ครับ..!!"เลโก้ยื่นตุ๊กตาหุ่นยนต์ตัวที่หล่นในห้องส่งมาให้กับฉัน

"นี่..มันตัวอะไรหรอ เลโก้..!!???"ฉันจับพรางพลิกดูไปมา

"ยมทูตครับ..!! พี่ชายผมเอง"เลโก้พูดพรางยิ้มให้ฉัน

"พี่ชายหรอ..แล้วทำไม..!!เลโก้ถึงยกพี่ชายให้พี่ล่ะ!!"

"ผมรักพี่ชายของผม และผมก็อยากให้พี่รักพี่ชายผมด้วย"เลโก้ตอบออกมาจนฉันยิ้มกับความใสซื่อของเด็ก ถึงจะดูเป็นเด็กแปลกๆ แต่ก็น่ารักดีนะ..

"ไว้..ให้พี่ชายของเลโก้เป็นมนุษย์ก่อนนะ แล้วพี่จะรักเขาตอบ ตกลงตามนี้นะจ่ะ"เลโก้นิ่งคิดก่อนจะพูดออกมาจนฉันงงหนัก

"ถ้าพี่เห็นพี่ชายผม รับรองว่าพี่ต้องรักเขาแน่นอนครับ"เลโก้พูดจบก็วิ่งออกจากห้องไปทันที แล้วไอ้ที่อยู่ในมือฉันไม่เห็นตรงไหนหว่า..สรุปฉันฟังไม่รู้เรื่องหรือเลโก้พูดไม่รู้เรื่องกันแน่เนี่ย
ฉันล่ะมึน..

-วันจันทร์-

และแล้ววันเริ่มต้นไปเรียนวันแรกของฉันก็มาถึง รถโรงเรียนที่ป้ามาธาติดต่อไว้ให้มารับฉันที่หน้าบ้าน

ฉันเดินขึ้นไปบนรถบัสด้วยสายตาของเด็กบนรถที่มองฉันเหมือนกับของแปลกประจำประเทศ ฉันรีบเดินหาที่นั่งริมหน้าต่างด้านหลังพรางหันมองซ้ายขวาอย่างสำรวจ

โอเค..วันนี้วันแรกและมันก็เหมือนทุกๆครั้งที่เธอต้องไปเรียนที่ใหม่ๆ ทำใจให้สบายไม่ต้องตื่นเต้นแล้วทุกอย่างก็จะผ่านไปด้วยดี สู้ๆ..



ฉันยืนอยู่หน้าโรงเรียนเป็นเวลา 10 นาที ที่มาถึงโดยไม่ก้าวเท้าเดินไปไหน
ซึ่งฉันได้แต่มองดูไปรอบๆ ทุกอย่างมันดูแปลกตาสำหรับฉันมาก ทั้งโรงเรียนที่ดูเก่าแก่จนฉันคิดว่าน่าจะมีอายุรวม 100 ปีแล้วมั้ง อีกทั้งแฟชั่นที่นี่ก็ดูไม่เบาเลยทีเดียว

เพื่อนสาววัยรุ่นแต่งตัวจี๊ดจ๊าดเดินผ่านฉันไปพรางเหล่มองด้วยสายตาเหยียดๆใส่ นี่..ฉันแต่งตัวดูไม่ได้ขนาดนั้นเลยหรอ ก็แค่เสื้อยืดบางๆกับเสื้อคลุมลายสก๊อต กางเกงยีนรองเท้าผ้าใบธรรมดาไม่เห็นต้องแต่งให้ดูเหวอวังแบบนั้นเลย

ฉันตัดสินใจเดินเข้าไปพรางสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างเต็มที่ ก่อนจะรวบผมขึ้นไปแล้วมัดรวบตึงให้ดูเข้ากับช่วงฤดูร้อน

"แฮลโล่..!! หวัดดีสาวน้อย เพิ่งย้ายมาเรียนใหม่หรอ ฉันไม่เคยเห็นเธอเลย ขอถ่ายรูปลงบอร์ดโรงเรียนหน่อยนะ"
จู่ๆชายหนุ่มท่าทางแปลกๆก็เดินมาชวนฉันคุยพรางถ่ายรูปฉันเป็นว่าเล่นจนฉันต้องยกมือกันเพื่อห้ามเขา

"โทษที!! เธอคงงงๆใช่ไหมว่าฉันเป็นใคร ฉันขอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการนะ ฉันชื่อ ชีโดร์  เป็นนักข่าวเว็บบอร์ดของที่นี่ ข่าวทุกข่าวที่แพร่ออกมาเป็นฝีมือฉันเอง พอดีฉันอยากเป็นนักข่าวนะ ว่าแต่เธอชื่ออะไรหรอ"เขารายงานตัวเสร็จพรางถามชื่อฉัน

"พายนะ ฉันชื่อพาย"

"โอ้ว..!! ชื่อน่ากินดีจัง!! ว่าแต่พายหมูหรือว่าพายไก่หรอ..ฮ่าๆๆ!!! ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้น ฉันล้อเล่น ว่าแต่พายจะไปไหนหรอ ให้ฉันพาไปส่งไหม"สิ่งที่หมอนี้พูดมามีตอนท้ายที่ดูเข้าท่าสุด งั้นก็ให้เขาพาทัวร์ไปส่งฉันที่ห้องเรียนคาบแรกหน่อยล่ะกัน..

ฉันเดินตามเขามาไม่ว่ามุมไหนๆ เจ้าหนุ่มนักข่าวที่ชื่อชีโดว์ก็บอกได้หมดจนฉันไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงอยากเป็นนักข่าว

ก็รู้หมดสะทุกเรื่องขนาดนี้ ว่าแต่เมื่อไรจะถึงห้องเรียนฉันล่ะเนี่ย เดินจนขาเริ่มล้าแล้วนะ



ชีโดว์เพื่อนชายหน้าอาเชียที่ฉันเจอคนแรกเดินอยู่ดีๆก็หยุดกึกจนฉันแทบเบรคไม่ทัน 

"ถึงแล้ว..นี่ห้องเรียนคาบแรกของเธอ โรงเรียนเราเป็นร.ร. เดินเวียน เธอต้องหาห้องเรียนในแต่ละคาบตามตารางเรียนของเธอเอง 
และก็..ที่นี่.. เธออาจ
มองดูว่ามันแปลกๆ แต่จริงๆแล้ว พวกเขาแค่มาจากคนละที่ วัฒนธรรมต่างกัน คนก็ต่างกัน เธออยู่ไปก็จะชินเองล่ะ เชื่อฉัน"

"โอเค..!! ขอบคุณนะ ที่เดินมาส่งและก็ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ"พูดจบเขาก็ส่งตาวิ้งมาหาฉัน ฉันได้แต่ยิ้มเจือนๆกลับไปพรางโบกมือลาน้อยๆ ก่อนเดินเข้าห้องไป

ฉันใช้เวลาอยู่หลายวันกว่าจะหาห้องเรียนจนครบตามตารางซึ่งมันก็ดูไม่ยากนะ แต่ก็ไม่ง่ายสำหรับเด็กใหม่ที่ยังไม่มีเพื่อนอย่างฉันเลย

และนี่ก็คือคาบเรียนชั่วโมงพละที่ดูแล้วจะไม่ถนัดสำหรับฉันเลย

ฉันอยู่ในสนามวอลเล่ย์กับเพื่อนๆที่ไม่คุ้นตา พวกเขาดูฉ่ำฉองและสนิทสนมกันเป็นปึกแผ่น เว้นแต่ฉันที่ดูจะโดดเดี่ยวสุดๆในเวลานี้

ลูกวอลเล่ย์ถูกส่งไปส่งมาอยู่หลายรอบแต่ครั้งนี้ เจ้าลูกกลมๆนั่นกลับลอยมาหาฉันจนฉันตั้งท่าไม่ถูก เลยได้แต่ตีส่งเดชออกไปจนลูกวอลเล่ย์ตกไปใส่หัวเพื่อนชายคนนึง

ฉันได้แต่ตกใจ ขออนุญาติออกจากสนามไป ก่อนจะเดินไปกล่าวขอโทษ เพื่อนชายที่ดูจะโกรธมาก

"ใครตีโดนหัวฉันว่ะ!!"เขาโวยวายออกมาจนฉันตกใจ

"เออ..ฉันเองจ่ะ ขอโทษนะ ที่ตีโดนหัวนาย"เขาหันมามองฉันพรางทำหน้าดุก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นคนละคนทันที

"อ้าว..!! เธอเองหรอกหรอ เออ..ไม่ต้องขอโทษฉันหรอกนะ ฉันไม่เจ็บเลย ว่าแต่..เธอ ชื่อพายใช่ไหม ฉันชื่อ แม็ตต์ นะ ยินดีที่ได้รู้จัก"เขาแนะนำตัวพรางยื่นมือมาทักทายฉัน

"ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันจ่ะ ว่าแต่..นายไม่เป็นไรแน่นะ"ฉันถามทวนเขาอีกรอบแต่เขาก็ได้แต่ส่ายหน้ายิ้มออกมา



"เขาไม่เป็นไรหรอก หัวหมอนี้แข็งมาก เอาหินมากระแทกยังไม่แตกเลย"จู่ๆเพื่อนสาวอีกคนก็เดินเข้ามาทักเราทั้งสอง

"เธอก็พูดเหวอไปหน่า..หัวฉันไม่แข็งขนาดนั้นหรอก"แม็ตต์เถียงกลับ

"ก็ไม่รู้สินะ!! เพราะเวลาเรียน หัวนายก็แข็งจนยัดอะไรไม่เข้าเลยนิ"

"นิ..เธอ..!!"

"อ้อ!! โทษที..ฉันลืมแนะนำตัวเองให้เธอรู้จัก ฉันชื่อ เจนนี่ นะ เรียนอยู่คลาสเดียวกับเธอหลายวิชาเลย ไว้พักเที่ยงเราไปกินข้าวด้วยกันนะ"เพื่อนสาวผมแดงแนะนำตัวให้ฉันรู้จักอีกคน

"งั้น..ฉันขอไปกินด้วยคนนะ"เพื่อนชายผมทองชื่อแม็ตต์ยกมือเสนอตัวไปกินข้าวด้วย

"ใครอนุญาติให้นายไปด้วยย่ะ"

"ฉันก็ไม่ได้ขอเธอสักหน่อย"
ทั้งสองคนยังคงทะเลาะกันต่อจนฉันอดเผลอยิ้มออกมาไม่ได้กับเพื่อนใหม่ทั้งสองคนของฉัน

-พักเที่ยง-

พวกเราเดินมาที่โรงอาหาร นั่งทานข้าวกันตามประสาเพื่อนใหม่ที่เพิ่งรู้จักกัน จริงๆก็มีฉันนี่แหละที่ใหม่สุด เพราะสองคนตรงหน้าดูจะอยู่มานานกับโรงเรียนนี่แล้ว

"อ้าว..!! หวัดดี..พาย เด็กใหม่ในคอลัมน์ข่าวดังของฉัน ฉันขอนั่งด้วยนะ"ชีโดว์นักข่าวเว็บบอร์ดเดินเข้ามาทักฉันพร้อมวางจานอาหารที่โต๊ะ

"หวัดดี..ชีโดว์!!"เจนนี่เริ่มทักชีโดว์กลับเพราะเหมือนชีโดว์จะมองไม่เห็นเขาทั้งคู่เลย

"อ้าว..หวัดดี เจนนี่!! แล้วก็..แม็ตต์ใช่ม่ะ
ฉันจำได้"ทั้งคู่พยักหน้าทักทายอย่างเป็นมิตร

"ว่าแต่..พายมีเพื่อนใหม่แล้วหรอ ดีจังเนาะ!! ฉันอยู่ที่นี่ตั้งนาน ยังไม่มีเพื่อนสักคน"ชีโดว์พูดจนพวกเราเงียบกันหมด

"งั้น..นายก็มาเป็นเพื่อนพวกเราสิ จริงไหม!! เจนนี่ แม็ตต์.."ฉันขอความเห็นจากเพื่อนทั้งสองที่นิ่งไป

"จริงสิ..!! มาเป็นเพื่อนพวกเราก็ได้นะ
กินข้าวกันเยอะๆแบบนี้ สนุกจะตาย"
แม็ตต์พูดจนฉันกับเจนนี่พยักหน้าตาม


"ดีใจจัง!! ในที่สุดฉันก็มีเพื่อนสักที ขอบคุณมากนะ ทุกคนที่ชวนฉันเข้ากลุ่ม โดยเฉพาะเธอ..!! พายไก่ของฉัน"

"เดี๋ยวนะๆ!! เรียกพายเฉยๆก็ได้มั้ง ไม่ต้องมีพายไก่มาด้วยหรอก"ฉันบอกกลับไป

"ฉันชอบกินพายไก่นะ ขอฉันเรียกเธอแบบนี้แล้วกันนะ ไม่เหมือนใครดี!!"

"เอางั้นหรอ!! โอเค งั้นเอาตามที่นายชอบเลยแล้วกัน"เขาฉีกยิ้มออกมาแทนคำพูดของฉันที่ต้องการจะบอกเขา

ในขณะที่เรานั่งกินข้าวกันอยู่ไม่นาน ก็มีเสียงซุบซิบ ฮือฮากันเสียงดังลั่นโรงอาหาร ก่อนจะมีร่างของสาวสวยถึงสองคน เดินเข้ามาในโรงอาหาร ด้วยท่าทางเชิดฉายจนทุกคนต้องจับตามอง รวมถึงคนข้างๆฉันที่ถือกล้องประจำตัวถ่ายรูปสองสาวเป็นว่าเล่น

"สองคนนั้น นั่นใครหรอ!!???"ฉันถามท่ามกลางทุกคนที่จ้องมองสองสาวอยู่

"เธอสองคนคือดาวของที่นี่ สาว
ผมบลอนด์ ตาสีฟ้า ผิวขาว เธอชื่อ ริซ่า
ส่วนอีกคนที่หุ่นแซ่บๆเดินอยู่ข้างๆ 
เธอชื่อ ไนร่า สองคนนี้คือท๊อปดาวที่ผู้ชายอยากเดทด้วยมากที่สุด"

"และยังเป็นคนที่ผู้ชายอยากได้เป็นแฟนมากที่สุดด้วย"ชีโดว์เสริมหลังจากเจนนี่เล่าให้ฟัง

"ขนาดนั้นเลยหรอ แต่พวกเธอก็ดูสวยเพอร์เฟคจริงๆแหละนะ"

"แต่ฉันว่า..เธอสวยกว่าอีกนะ"
คราวนี้แม็ตต์เล่นต่อจนฉันทำหน้าไม่ถูกเลยทีเดียว

"นายนี่มัน..กะล่อนจริงๆเลยนะแม็ตต์"

"อ้าว!! อยู่ดีๆมาว่าฉันทำไมเนี่ย"

"ก็นายมัน..!!"


"ทุกคนหยุดก่อน!!"ชีโดว์เริ่มเบรคทั้งสองที่ทะเลาะกันอยู่ให้หันไปมอง
ปรากฎการณ์ครั้งใหม่ที่เกิดกับโรงอาหารแห่งนี้อีกครั้ง

"นั่นมัน..พวก (Psychopomp)
ไซเคอร์บัพ นิ พวกนั้นมาทำอะไรที่นี่"เจนนี่เริ่มทักขึ้นด้วยท่าทางแปลกใจไม่ต่างกับทุกคนในโรงอาหารที่ดูจะตื่นเต้นกับการปรากฎตัวของพวกเขามาก


"ฉันต้องเก็บภาพนี้ไว้ นี่มันคือภาพของประวัติศาสตร์"ชีโดว์เริ่มรัวกล้องเก็บภาพไว้จนฉันแปลกใจหนักเข้าไปอีก

"พวก ไซเคอร์บัพ คือใครอีกหรอ ดูทุกคนจะตื่นเต้นที่พวกเขามาจัง"ฉันถามออกไปอีกครั้งด้วยท่าทางงงๆ

"พวกเขาก็คือ ผู้ชาย ที่สาวๆใฝ่ฝันอยากจะเดทด้วยไง และเป็นกลุ่มพวกที่หนุ่มๆอิจฉามากที่สุด อย่างคนลูกครึ่งญี่ปุ่น ผิวสีน้ำผึ้ง ท่าทางเฮฮาคนนั้น ชื่อเซนจิ ได้ยินว่าเขาเป็นพวกตระกูลที่เกิดมาจากซามูไร รวยเป็นอันดับต้นๆของประเทศญี่ปุ่นนี่แหละ ส่วนคนตัวสูงหน้าตาเหมือนหลุดมาจากนิตยาสารนายแบบชื่อดังคนนั้น เขาชื่อ เคอร์เรน
เป็นลูกเจ้าพ่อแก๊งมาเฟีย รวยมหาศาส
อันนี้ไม่ต้องพูดถึง ว่าแต่..วันนี้เขามากันแค่สองคนเองหรอ ปกติพวกไซเคอร์บัพมีสามคนไม่ใช่หรอ"เจนนี่อธิบายและหันไปถามสองคนที่นั่งอยู่ร่วมโต๊ะ

"นั่นไง!! อีกคนมาล่ะ"ชีโดว์ทักขึ้นพรางยกกล้องถ่ายรูปคนสุดท้ายที่เดินเข้ามาอย่างรัวๆ ฉันหันมองพรางเพล้งสายตาด้วยท่าทางนึกคิด

"หมอนั้น..!!!"

"ใช่..!! นั่นแหละคนสุดท้ายและไม้ตายสุด ดูดีที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นผู้ชายมาเลยแหละ เขาชื่อ ไทม์ เป็นลูกเจ้าของโรงเรียนนี้ และยังไม่รวมเจ้าของอสังหาริมทรัพย์อีกมากมายเลยนะ จัดได้ว่าเป็นผู้ชายที่ผู้หญิงใฝ่ฝันอยากจะเป็นแฟนมากที่สุดจริงๆ แต่ติดตรงที่ว่า เขาไม่สนใจใครเลย ซึ่งต่างจากสองคนก่อนหน้านี้มาก ที่ควงสาวไม่ซ้ำหน้ากันเลยทีเดียว"ฉันนั่งฟังเจนนี่เล่าให้ฟังถึงประวัติของทั้งสามคนจนฉันคิดว่า มีคนที่เพียบพร้อมขนาดนี้ด้วยหรอ ทั้งหน้าตา ฐานะ ชาติตระกูล ก็แลจะดูดีไปหมด จนฉันไม่อยากจะเชื่อจริงๆ



"ว่าแต่..ใครพอรู้บ้างไหม ว่าทำไมพวกนั้นถึงตั้งชื่อกลุ่มว่า ไซเคอร์บัพ มันแลฟังดูเหมือนพวกกลุ่มปีศาจยังไงไม่รู้"แม็ตต์ถามขึ้นในขณะที่ทุกคนต่างจ้องมองไปหาพวกที่เขาพูดถึง

"มันเป็นภาษากรีก แปลว่า ผู้นำวิญญาณ หรือยมทูตอะไรพวกนี้แหละ
พวกเขาคงตั้งเพราะมาจากกลุ่มเครือญาติเดียวกันและก็บอกถึงนิสัยของพวกเขามั้ง อันนี้ฉันก็ไม่รู้ เห็นเขาเรียกกันมา"เจนนี่ยังคงเป็นผู้อธิบายความรอบรู้นี้ได้ดีที่สุดให้พวกเราฟัง

"เธอนี่..รู้เยอะดีนะ ถามอะไรตอบได้หมด เคยเกิดเป็นอับดุนงั้นหรอ!!"แม็ตต์เริ่มการตั้งต้นวาทีกันอีกครั้ง เจนนี่ทนไม่ไหวด่าแม็ตต์กลับจนชีโดว์รีบลุกและพากันแยกย้ายไปเตรียมตัวเรียนในคาบบ่ายแทน


คาบบ่ายนี้มีฉันเรียนวิชานี้อยู่คนเดียวสินะ คงได้นั่งเรียนคนเดียวอีกตามเคย
ฉันถอนหายใจพรางเม้มปากนั่งลงที่ริมหน้าต่างด้านหลังห้อง ในคาบเรียนวิชาประวัติศาสตร์

อาจารย์เดินเข้ามาพร้อมกับทุกคนที่รีบแยกย้ายไปนั่งที่ของตัวเอง ก่อนจะมีบุคคลที่เดินเข้ามาจนทำให้สาวๆถึงกับอยู่ไม่ติด

"หมอนั้นนิ!! มาเรียนวิชานี้กับเขาด้วยหรอ"ฉันมองเขาที่จู่ๆก็เหมือนจะเดินตรงมาหาฉัน ก่อนจะนั่งลงโต๊ะว่างข้างๆซึ่งมันเป็นโต๊ะคู่ที่ฉันนั่งอยู่ ทุกคนต่างมองมาที่ฉันด้วยสายตาอิจฉาโดยเฉพาะพวกสาวๆ ที่ดูจะคลั่งเขามาก

ฉันรีบแอบหดตัวเอามือกันหน้าเอาไว้ ก่อนที่อาจารย์จะเริ่มเข้าเรื่องสอนและดุสาวๆที่อยู่ไม่สุก

"วันนี้เราจะมาเรียนกันเรื่องประวัติศาสตร์เรื่องเล่าของยมทูตกันนะเด็กๆ"อาจารย์แว่นเตอะที่ดูจะคลั่งใคร่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์โบราณเริ่มหัวข้อในการเรียนขึ้น


"อาจารย์เคยได้ไปอ่านเรื่องราวประวัติของพวกยมทูตมา ซึ่งพวกยมทูตถือเป็นสิ่งที่มีจิตวิญญาณที่แรงกล้ามาก พวกเขาเป็นผู้นำพาดวงวิญญาณที่เสียชีวิตไปยันดินแดนหลังความตาย และเป็นผู้นำวิญญาณมาเกิดใหม่บนโลกมนุษย์เช่นกัน โดยที่พวกยมทูตนั้นไม่มีสิทธิ์ตัดสินใครให้ตายได้"

"เรียกได้ว่า พวกยมทูต เป็นสื่อกลางของอีกโลกหนึ่งใช่ไหมครับ"เพื่อนชายในห้องคนหนึ่งยกมือแสดงความเห็น

"ถูกต้อง!! แล้วพวกเธอในห้องนี้ มีใครเชื่อบ้างไหม ว่ายมทูตมีอยู่จริง"อาจารย์เริ่มถามย้อนกลับมาหานักเรียน ซึ่งฉันอยากจะถามอาจารย์เหลือเกิน ว่าวิชานี้มีผลต่อการสอบเข้าของฉันรึป่าวและมันเกี่ยวอะไรกับการเรียนรู้ในครั้งนี้บ้าง

"อ้าว..!! ไม่มีใครเชื่อว่ายมทูตมีอยู่จริงบ้างหรอ งั้นอาจารย์ขอสุ่มถามหาเหตุผลหน่อยว่าทำไมพวกเธอถึงคิดว่ายมทูตไม่มีอยู่จริง งั้น...เริ่มที่เธอเลย สาวน้อย"อาจารย์ชี้ตัวสุ่มจนทุกคนในห้องต่างมองมาที่ฉัน ฉันหันมองซ้ายขวา ก่อนจะชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง

"หนูหรอค่ะ!! อาจารย์!!"

"เธอนั่นแหละจ่ะ แม่เด็กใหม่ในเว็บบอร์ด"เพื่อนๆในห้องต่างมองมาที่ฉันพร้อมเสียงซุบซิบ จนฉันต้องรีบลุกขึ้นยืนเพื่อตอบปัญญาของอาจารย์

"คือ..จริงๆหนูก็เชื่อว่ายมทูตมีอยู่จริงนะค่ะ เผลอๆอาจจะนั่งป่นกับพวกเราในห้องนี้อยู่ก็ได้"ฉันตอบออกไปพร้อมกับเสียงหัวเราะขบขันที่เพื่อนในห้องแสดงออกมา

"คือหนูหมายถึง..เหมือนกับที่เราเชื่อว่า ศาสดาของศาสนาพวกเรามีอยู่จริงนะค่ะ เพราะถ้ายมทูตคือสื่อกลางระหว่างโลกมนุษย์กับอีกโลกหนึ่ง พวกเขาก็น่าจะอยู่ไม่ไกลจากพวกเราหรอกค่ะ เหมือนกับศาสดาที่อยู่ในใจของเรา ไม่ให้เราทำชั่ว แต่ให้ก่อแต่กรรมดี"ฉันพูดจบก็เริ่มมองหน้าอาจารย์ที่ดูจะอึ้งๆกับคำตอบของฉัน ก่อนจะตบมือเป็นการบอกคำตอบว่าฉันตอบได้ดีแค่ไหน


ฉันหันมองเพื่อนๆรวมถึงผู้ชายที่นั่งข้างฉัน เพราะหลังจากที่ฉันตอบคำถามจนคาบเรียนจบลง ตาหมอนั้นก็ไม่เลิกมองฉันสักที

อาจารย์เดินออกไปพร้อมกับคาบเรียนที่จบลง ฉันก็จัดการเก็บของใส่กระเป๋าพรางแอบเหล่มองเขาที่ยังนั่งจ้องฉันไม่หยุด

"นี่..นาย..!!"ฉันที่กำลังจะอ้าปากหันไปถามเขาว่ามีปัญหาอะไรกับฉันรึป่าว แต่ยังไม่ทันได้ถามเขาก็ลุกเดินหนีออกไปจากห้องทันทีจนพวกสาวๆตามเกาะเขาแทบไม่ทัน

อย่างนี้ก็ได้หรอ!! นี่..ตาหมอนั้นเสียมารยาทกับฉันครั้งที่สองแล้วนะ มานั่งจ้องๆแล้วก็เดินหนีไปแบบนี้เนี่ยนะ รู้บ้างไหมว่าฉันคาใจสุดกับสิ่งที่นายทำอยู่เนี่ย..

ฉันเดินออกมาพรางส่ายหน้าไม่เข้าใจกับสิ่งที่เขาแสดงออกมา ตั้งแต่ฉันเจอเขาก็ยังไม่เคยได้ยินเสียงของเขาสักแอะ!! หรือแม้กระทั้งจะพูดกับคนอื่นก็ไม่มี แถมทำตัวแปลกๆ เอาแต่นั่งจ้องฉันแล้วก็ทำหน้าเครียดใส่ นี่ฉันเคยไปทำอะไรให้เขาโกรธโดยไม่รู้ตัวป่าวเนี่ย..

"พาย..!!"เสียงเรียกจากเจนนี่ดังเข้ามาจนความคิดของฉันกระเจิงหายหมด เธอวิ่งมาหาฉันพรางแซวด้วยคำพูดแปลกๆใส่ทันทีที่เจอกัน

"ตอนนี้เธอดังใหญ่แล้วนะ"

"อะไรหรอ!!"

"เธอไม่เห็นเว็บบอร์ดในโรงเรียนหรอ ที่ชีโดว์ลงรูปเธอไง"

"รูปอะไรฉันขอดูหน่อยสิ"เจนนี่ส่งโทรศัพท์มาให้ฉันดู ในเว็บมีรูปของฉันมากมาย ทั้งตอนเผลอ ตอนกินข้าว หัวเราะ ยิ้ม หรือแม้กระทั้งภาพที่ฉันสะดุดล้ม ก็มีอยู่ในบอร์ดด้วย

"นี่..ชีโดว์!! เขาเอารูปฉันไปลงในเว็บแบบนี้ได้ไงเนี่ย แถมเป็นภาพแอบถ่ายทั้งนั้น บางรูปก็น่าอายจะตาย นี่เขากะแกล้งฉันหรอ"ฉันถามเจนนี่ด้วยท่าทางซีเรียส

"กลับกันต่างหาก เธอรู้บ้างไหมว่ารูปที่ชีโดว์ลงไปให้เธอ ทำให้เธอกลายเป็นวันเดอร์เกิ้ลคนใหม่ขึ้นมาทันที"



"หมายความว่าไง ฉันไม่เข้าใจ"

"เธอก็อ่านดูที่คอมเม้นสิ มีหลายคนเข้ามาโพสรูปเธอ แถมชมเธอต่างๆนาๆมีแต่พวกขี้อิจฉาที่มาคอมเม้นเรื่องเสื้อผ้าและการแต่งตัวของเธอ ซึ่งถ้าเอาจริงๆ เธอปรับลุคการแต่งตัวนิดหน่อย ฉันว่า..เธอฮอตไม่แพ้ ริซ่ากับไนร่าเลยนะพาย!!"สิ่งที่เจนนี่พูดทำเอาเสียงปริศนาลอยเข้ามา จนเราทั้งคู่ต้องหันไปมองที่ด้านหลังทันที

"ฉันขอดูรูปนั่นหน่อยสิ"ไนร่าเดินเข้ามาคว้าโทรศัพท์เจนนี่ไปก่อนส่งให้ริซ่าดูด้วย

"ถ่ายรูปขึ้นดีดิ เว้นแต่..เสื้อผ้าเชยๆที่เธอใส่อยู่ แต่ถึงจะเปลี่ยนลุคก็ไม่ได้ทำให้เธอขึ้นมาแทนเราสองคนได้หรอกนะ"ไนร่าพูดใส่หน้าฉันพรางทำท่าจีบปากจีบคอ

"เอาคืนพวกเขาไปเถอะ ฉันขี้เกียจใส่ใจเรื่องไร้สาระพวกนี้"ริซ่าพูดอย่างไม่สนใจพรางเดินผ่านฉันไปจนดูเหมือนฉันเป็นเงา ไนร่าส่งโทรศัพท์คืนให้แล้วรีบเดินตามริซ่าไป ส่วนเจนนี่พอได้โทรศัพท์คืนก็เบะปากใส่พวกเธอตามหลังไปทันที

"คิดว่าตัวเองดีเลิศนักรึไง สวยแต่ภายนอก แต่ไร้มารยาท มาหยิบของคนอื่นเขาแบบนี้ได้ไง อิจฉางั้นหรอ!! โธ่..!!"
เจนนี่ทำท่าตะโกนบอกด้วยเสียงเบาสุดก่อนจะหันมาส่ายหน้าใส่ฉัน

"ช่างเถอะแก!! เรากลับบ้านกันดีกว่า ฉันอยากกลับบ้านแล้ว"

"โอเคๆ แล้วพายกลับไงหรอ"

"ฉันนั่งรถโรงเรียนมา แล้วเจนล่ะ"

"ฉันหรอ..มากับแม็ตต์นะ พอดีบ้านเราใกล้กัน ก็เลยมาด้วยกัน"

"เจนเนี่ยนะ มากับแม็ตต์ ทะเลาะกันทุกวันแบบนี้..เนี่ยนะ!!"ฉันแปลกใจกับสิ่งที่เจนนี่บอกมาก จนไม่อยากเชื่อว่าทั้งสองคนจะมาและกลับด้วยกันจริงๆ

"แปลกใช่ไหมล่ะ!! แต่เราก็มาด้วยกันแบบนี้มานานแล้วนะ"

"นี่..ยัยผมแดงเธอจะกลับบ้านไหมเนี่ย!!"เจ้าของชื่อที่เราพูดถึงส่งเสียงมาทันทีจนเราต้องหันไปมอง



แม็ตต์เดินเข้ามาก่อนเห็นฉันและทักทายยามเย็น

"อ้าว..พาย!! อยู่กับเจนหรอ!! ฉันก็นึกว่ายัยนี้ไปเดินเที่ยวที่ไหนให้ฉันตามหาอยู่ ว่าแต่..พายกลับไง ให้เราไปส่งไหม!!"แม็ตต์ถามพร้อมเชิญชวนฉันทันที

"เดี๋ยวๆ..ไอ้หัวทอง!! แกเอารถเครื่องมา แล้วแกก็มากับฉัน อย่าลืม!!"

"แกก็กลับเองสิ ให้หนุ่มๆแถวนี้พาไปส่งก็ได้ อย่างแกหาไม่ยากหรอก"แม็ตต์บอกจนเจนนี่เริ่มโกรธ

"แต่เราว่า..ผู้ชายที่ควรไปส่งเจนนี่ ควรเป็นแม็ตต์นะ มาด้วยกันไม่ใช่หรอ ก็กลับด้วยกันสิ"ฉันบอกพรางแม๊ตต์หันมอง

"ก็เราอยากไปส่งพายนี่หน่า เราอยากรู้ว่าบ้านพายอยู่ไหน เราจะได้ไปหาถูกไง"แม็ตต์พูดพรางยิ้มใส่ฉัน

"เออ..ไว้คราวหน้าดีกว่า เดี๋ยวเราค่อยไปที่บ้านป้าฉันพร้อมกันเลย เนาะ!! เจนนี่!!"ฉันหันไปถามเจนเพื่อให้เธอแสดงความเห็น

"อื้ม..ใช่!!"เธอตอบพรางมองไปที่แม็ตต์ก่อนจะรีบดึงหูลากแม็ตต์ออกไป

"โอ๊ย..!!! ๆๆๆ เจ็บๆๆ!! ปล่อยฉัน ยัยหัวแดง"

"แกมานี่กับฉันเลย..กลับบ้านกับฉันนี่!! พายเขามีรถกลับอยู่แล้ว แกไม่ต้องไปยุ่งเขามากหรอก"

เจนนี่พาแม็ตต์กลับไปด้วยสภาพเหมือนภรรยามาตามสามีกลับบ้าน แต่แปลกดีนะคู่นี้ ทะเลาะกันทุกวัน แต่ก็ดูห่วงใยกันดี เห็นพวกเธอแล้วฉันเหมือนลืมเรื่องบางอย่างไปทันที การได้เจอพวกเธอก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการย้ายมาเรียนที่นี่นะ ถึงแม้จะเจออะไรแปลกๆไปบ้าง แต่มันก็ทำให้ฉันรู้สึก.. ดีจัง!!...


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha