(Psychopomp) ตอน ยมทูตที่รัก <จบแล้ว>

โดย: แว่นตาใส



ตอนที่ 5 : แคมป์ดูดวิญญาณ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


ภายในห้องสี่เหลี่ยมอันมืดทึบมีเพียงแสงไฟจากหลอดนีออนเพียงหลอดเดียวแขวนอยู่ ชายหนุ่มมากมายที่มีประกายตาสีเลือดกำลังยืนรอรับคำสั่งจากหนุ่มหน้าตาที่ดูจะไม่มีพิษมีภัยแต่ภายในรูปลักษณ์นั้นกลับซ่อนความดำมืดไว้อยู่ข้างในจิตใจ

"นายท่านครับ!!! ในเมืองนี้มีดวงวิญญาณของพวกมนุษย์และยมทูตที่หอมหวานอยู่มากมาย นายท่านจะ
อนุญาติให้พวกเราออกล่าในเมืองนี้ได้รึป่าวครับ!!"ชายดวงตาสีเลือดคนหนึ่งถามขึ้น

"ได้สิ!! แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ อีกไม่นาน..ฉันจะสั่งให้พวกแกออกล่าเอง รอรับคำสั่งของฉันแหละกัน"ชายหนุ่มพูดพรางยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ออกมา

"แล้วตอนนี้พวกเราควรทำอะไรต่อดีครับนาย!!"ชายตาเลือดคนเดิมถามต่อ

"ตอนนี้..พวกแกทั้งหมดก็เก็บตัวอย่าเพิ่งออกล่าเด็ดขาด จนกว่าจะถึงเวลาที่สมควร ที่นี่!!มีพวกไซเคอร์บัพอยู่มากมาย โดยเฉพาะลูกของ 3 กษัตริย์ยมทูต พวกนี้มีพลังที่สู้ได้ยากมากอย่าเพิ่งเสี่ยงทำอะไรตอนนี้ เข้าใจที่ฉันบอกนะ"

"ครับ!!! นายท่าน!!"ชายหนุ่มทุกคนตอบด้วยน้ำเสียงที่ฉะฉานก่อนจะแยกย้ายกันออกไปจากห้องทึบอย่างพริบตา

พรึ่บ!!


ถัดมาที่โรงเรียนในยามค่ำคืนมีเสียงอีกาตัวใหญ่บินผ่านเข้ามาในห้องส่วนตัวของสามหนุ่ม

"ลุค!! นายได้ข่าวมาว่าไงบ้าง!!"เซนจิเดินเข้ามาหาพรางถามข่าวคราวจากอีกาสีดำที่บินเข้ามา

"พวกโสเลส (Soulless) ตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่ญี่ปุ่นแล้ว แต่พวกมันเคลื่อนตัวย้ายกันมาที่นี่แทน"เสียงทุ่มจากอีกาสีดำตัวใหญ่บอก

"แล้วพวกมันย้ายมาที่นี่เพื่ออะไรกัน ฉันไม่เข้าใจ!!"เซนจิพูดออกมาพรางทำท่าเคร่งเครียด


"พวกมันต้องโดนสั่งให้ย้ายมาที่นี่แทนแน่ ไม่งั้นคงไม่ย้ายกันมาแบบนี้"
เคอร์เรนบอก

"ตอนนี้เจเลอร์มันกลับมาที่นี่แล้ว พวกมันคงตามนายใหม่ของพวกมันมา"ไทม์พูดจนทั้งสองหันมอง

"อะไรนะ!! เจเลอร์มันกลับมาแล้วหรอ
ไหนมันโดนโทษหนีไปกลบดานแล้วไม่ใช่หรอ แล้วนี่มันกลับมาทำไมอีก!!"เซนจิถามด้วยท่าทางตกใจ

"มันคงกลับมาแก้แค้น ไทม์นะ เรื่องที่..ไทม์ไปเป็นพยานบอกว่ามันเป็นคนผิดที่ไปคบหากับพวกโสเลส จนตอนนี้เจเลอร์มันก็กลายเป็นพวกโสเลสไปแล้ว คงไม่มีจิตใจของยมทูตอย่างเราอีกต่อไปแล้วล่ะ!!"เคอร์เรนบอก

"ถ้างั้น..เราจะจัดการกับพวกโสเลสพวกนี้ยังไง ถ้าขื่นพวกมันแห่มาอยู่กันที่นี่รับรองได้ว่า..มีคนหรือยมทูตตายไม่เว้นแต่ละวันแน่!!"เซนจิพูดพรางมองหน้าทั้งสอง

"ลุค!! นายช่วยอะไรฉันอย่างสิ"ไทม์พูดขึ้นพรางหันมองไปที่อีกาดำตัวใหญ่

"ว่ามาเลย ไทม์"อีกาดำบอก

"นายช่วยไปตาม..โรเจอร์ให้ฉันทีสิ เขาอยู่กับพ่อฉันที่ปราสาท.."

"ไทม์!! นายจะให้ลุคไปตามโรเจอร์ที่ปราสาทเนี่ยนะ"เซนจิถามด้วยอาการตกใจ

"หรือนายจะไปเองล่ะ!!"เซนจิรีบส่าย
หน้ารัวๆใส่ไทม์

"ไม่ๆๆๆ..!!!ฉันไม่ไปเจอพ่อนายเด็ดขาด
ให้ลุคไปดีแล้ว!! พวกเขาเป็นเพื่อนกัน น่าจะตามง่าย"เซนจิรีบโยนให้ลุคจัดการต่อทันที

"ได้สิ!! เดี๋ยวฉันไปตามให้เอง ว่าแต่จะให้ฉันบอกโรเจอร์ว่ายังไงล่ะ"อีกาดำถามกลับมา

"บอกเขาว่า..ฉันมีงานให้เขาทำด่วนและเขาต้องมาโดยไม่ให้พ่อฉันรู้เรื่องเด็ดขาด บอกเขาว่าเป็นงานสำคัญที่ฉันต้องการให้เขาช่วย ฝากด้วยนะลุค!!"ไทม์บอก 

อีกาดำพยักหน้าตอบพรางบินออกไปทันทีที่รับคำสั่ง


"ไทม์!! นายจะให้ลุคไปตามโรเจอร์มาทำอะไรกันแน่!!"เคอร์เรนถามด้วยความสงสัย

"คุ้มครองคนบางคนนะ ฉันรู้สึกว่า..เจเลอร์กำลังคิดทำอะไรบางอย่างที่เป็นอันตรายต่อผู้หญิงคนนั้น!!"ไทม์บอกพรางนึกคิดแล้วนิ่งไป

"นี่..นายอย่าบอกนะ ว่าที่ให้ลุคไปตามโรเจอร์มา เพื่อให้โรเจอร์คุ้มครอง ผู้หญิงที่ชื่อพายคนนั้นนะ!!!"เซนจิบอกพรางมองหน้าไทม์

"ใช่!! ฉันเห็นเจเลอร์กำลังตามติดเธออยู่ แถมพูดอะไรแปลกๆ จนฉันไม่ไว้ใจความปลอดภัยของยัยนั้น!! และมันก็เป็นการยากด้วยที่ฉันจะตามติดเธอได้ตลอดเวลา"ไทม์บอก

"ไทม์!! นายเป็นห่วงผู้หญิงคนนี้มากไปรึป่าว เธอก็แค่มนุษย์คนนึงที่เราไม่รู้แม้กระทั้งประวัติของเธอด้วยซ้ำ ทำไม!! นายต้องลงทุนทำอะไรขนาดนี้กับเธอด้วย..ฉันไม่เห็นความจำเป็นเลยนะ"
เคอร์เรนถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
ไทม์หันไปมองทั้งสองด้วยสีหน้าที่ไม่ต่างกันก่อนจะพูดมันออกมา

"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน..ว่าจะอธิบายกับพวกนายยังไงดี ฉันรู้แค่ว่า..ฉันต้องปกป้องผู้หญิงคนนี้ไม่ให้เธอเป็นอันตรายจนกว่าฉันจะรู้ว่าเธอเป็นใครกันแน่!!"
ไทม์บอกพรางมองออกไปที่หน้าต่างในยามค่ำคืนที่มืดมิดด้วยสายตาที่ค่อนข้างจะสับสนกับสิ่งที่ตัวเองเป็น..


1 สัปดาห์ต่อมา

และแล้วแคมป์เข้าค่ายของเราก็มาถึง
ชีโดว์ เจนนี่ แม็ตต์ รวมถึงฉันที่เตรียมตัวแบกสัมภาระมาขึ้นเขาเป็นอย่างดี

พวกเราเตรียมยืนเกาะกลุ่มเพื่อรอยกของขึ้นรถและรอเวลารถออก ทุกคนก็ดูว่าจะมากันครบแล้ว


เหลือแค่พวกกลุ่มไซเคอร์บัพที่ยังเดินทางมาไม่ถึง

"นี่..ครั้งนี้แปลกมากเลยนะ ฉันว่า..!!"
เจนนี่เริ่มสนทนาขึ้น

"แปลกยังไงหรอเจน!!"ฉันถามเจนกลับ




"ก็รอยวันพันปี..พวกไซเคอร์บัพไม่เคยไปไหนกับกลุ่มนักเรียนเราแบบนี้เลย ส่วนมากก็ขอไม่ไป หรือไปกันเองสะมากกว่า"

"ใช่!! ส่วนมากพวกนี้ไม่คอยเดินทางไปไหนกับพวกเราหรอกนะ จะมีครั้งนี้แหละที่ฉันก็ว่าแปลก.."แม็ตต์เสริม

แชะ!!!

"พวกเขามาโน่นแล้วไง!! ถ้าเธอสงสัยก็ไปถามเขาได้นิ พาย!!"ชีโดว์บอกพรางกดกล้องถ่ายรูปพวกเขาเป็นว่าเล่น

"ฉันไม่ได้สนิทกับพวกเขาขนาดนั้นสักหน่อย จะไปกล้าถามได้ไง!!"ฉันบอกพรางมองหน้าทุกคนที่ให้ความสนใจกับพวกเขาอยู่

ก็จะไม่สนใจได้ไง เล่นใส่ชุดขึ้นเขามาอย่างกับพวกนายแบบนำแฟชั่นมาด้วย
คนพวกนี้ใส่อะไรก็คงดูดีไปหมดเลยสินะ!!

"นี่..ๆ!! พวกแก พวกเขามองมาทางเราด้วยอ่ะ"เจนนี่บอกด้วยท่าทางตื่นเต้นพรางสะกิดฉันที่ยืนข้างๆ พวกเขาเดินตรงมาแล้วมาหยุดอยู่ตรงหน้าฉันก่อนจะพูดทักทายจนทุกคนให้ความสนใจมาที่เรา

"หวัดดีจ่ะ!! พาย..เจอเธออีกแล้วนะ"เซนจิก้มหน้ามาใกล้ฉันพรางจ้องมองฉันแบบระยะประชิด

"เซนจิ..นายใกล้เธอมากไปแหละ เดี๋ยวเธอตกใจ"ไทม์บอกพรางมองหน้าฉัน

"นี่!! รอขึ้นรถอยู่ใช่ไหม!! ถ้างั้นเธอไปนั่งกับพวกเราสิ"จู่ๆเคอร์เรนก็ชวนฉันขึ้นมา

"เออ..พาย!! เธอไปนั่งกับเขาสิ พวกเขาอุตส่าห์ชวนเธอแล้วนะ"เจนนี่บอก

"แต่ว่า..!!"

"ไปเถอะหน่า..!! ครั้งหนึ่งในชีวิตเลยนะ ที่เธอจะได้สัมผัสพวกเขาใกล้ๆแบบนี้"ประโยคหลังเจนนี่เข้ามากระซิบที่ข้างหูฉันก่อนจะดันฉันให้เดินไปหาพวกเขา

"ป่ะ!! งั้นฉันช่วยถือของให้นะ พาย!!"
เซนจิรีบอาสาและถือกระเป๋าเป้ของฉันไปทันที

ฉันเดินไปกับพวกเขาท่ามกลางสายตาของทุกคนมากมายที่ทยอยเดินขึ้นรถไป รวมถึงพวกที่อยู่บนรถ นี่ฉันต้องเป็นข่าวดังกับคนพวกนี้อีกแล้วหรอเนี่ย!! มีเรื่องให้ติดตามไม่ซ้ำวันเชียวนะฉัน..


ฉันเดินขึ้นมาบนรถโดยเดินลึกเข้าไปนั่งที่ด้านหลัง ซึ่งแปลกมากที่ไม่มีใครนั่งอยู่บริเวณนั้น เคอร์เรนบอกให้ฉันนั่งด้านในติดกับกระจก ก่อนจะเข้ามานั่งลงที่ข้างๆฉัน ส่วนไทม์กับเซนจิก็นั่งอยู่เบาะหลังถัดจากฉันไป

รถค่อยๆเคลื่อนตัวออกไปหลังจากที่พวกเราขึ้นรถกันหมดแล้ว ฉันได้แต่นั่งเกร็งอยู่อย่างนั้น พรางแอบมอง
เคอร์เรนที่นั่งข้างฉัน

"มีอะไรรึป่าวพาย!!"เคอร์เรนถามฉันขึ้น

"ออป่าวหรอก!! ฉันแค่สงสัยว่า..พวกนายชวนฉันมานั่งกับพวกนายทำไมนะ"ฉันถามออกไป

"ก็พวกเราอยากรู้จักเธอไง!! อีกอย่าง..เธอไม่สังเกตบ้างหรอ ว่ามีคนเขาสนใจเธออยู่"เคอร์เรนพูดกระซิบใส่ฉัน

"ใครหรอ!!"ฉันถามกลับไปแต่
เคอร์เรนกับมองไปที่เบาะหลังของฉันซึ่งมีนายไทม์นั่งอยู่

"จริงๆฉันสามารถดูดวงให้เธอได้นะ ฉันขอดูดวงให้เธอหน่อยได้ไหม!!"
เคอร์เรนขอฉันดูดวงโดยการแตะที่แขนฉันแล้วหลับตาลง ฉันลองหลับตาทำตามเขา พรางเห็นภาพเรื่องราวต่างๆ ตั้งแต่ตอนที่ฉันเป่าเค้กวันเกิดอายุครบ 18 ปี จนถึงปัจจุบันนี้

ฉันลืมตาขึ้นอย่างตกใจพรางมองหน้าเคอร์เรนที่มีสีหน้าไม่ต่างกับฉัน

"พวกนายเป็นใครกันแน่!! ทำไมถึงทำแบบนี้ได้"ฉันถามพรางมองหน้า
เคอร์เรนที่เงียบใส่

"งั้น..ฉันขอตัวไปนั่งกับเพื่อนฉันก่อนนะ"ฉันรีบลุกพรางเดินไปนั่งข้างหน้ากับชีโดว์

"มีอะไรหรอพาย!! ทำไมมานั่งตรงนี้ล่ะ"
ชีโดว์ถามฉัน

"ออ..ฉันอยากมานั่งกับนายนะ นั่งกับพวกนั้นแล้วฉันรู้สึกเกร็งๆ"ฉันบอกออกไปพรางหันมองไปที่พวกเขา เคอร์เรนยังคงมองมาที่ฉันพรางทำหน้าเครียดใส่

นี่!! มันเกิดอะไรขึ้นกับฉันเนี่ย ภาพพวกนั้นผุดเข้ามาในหัวของฉันได้ไง แล้วคนพวกนั้นคือใครกันแน่ ทำไมถึงทำแบบนั้นได้!!


รถแล่นมาตามเส้นทางที่เราต้องไปขึ้นเขาเรื่อยๆจนมาจอดสถานที่ที่เราต้องเริ่มขึ้นเขาเพื่อไปดูดาวในคืนนี้

ฉันเดินลงมาจากรถบัสของโรงเรียนพรางแอบมองพวกของเคอร์เรนที่เอาแต่มองฉันแปลกๆ ฉันหลบสายตาแล้วเดินรวมไปกับเพื่อนๆเพื่อตั้งแถวคอยทุกคนเอาสัมภาระขึ้นเขากันไป


"เห้ย!! เคอร์เรน..มีอะไรป่าวว่ะ ฉันเห็นแกมองพายตั้งแต่อยู่บนรถแล้วนะ"
เซนจิถาม

"ฉันลองใช้พลังของฉันดูว่าจะดูเรื่องราวในอดีตของเธอได้รึป่าวนะ"

"แล้วสรุปดูได้ป่าวว่ะ!!"เซนจิถามต่อ

"ได้..แต่เห็นย้อนไปแค่แปปเดียว แต่ที่แปลก..คือเธอสามารถเห็นภาพนั่นด้วย
เหมือนฉันโดนดูดพลังไป"เคอร์เรนบอกจนไทม์หันมาให้ความสนใจที่
เคอร์เรนพูด


"จะเป็นไปได้ไงว่ะ!! ในเมื่อเธอเป็นมนุษย์ จะมาดูดพลังของยมทูตได้ยังไง
โดยเฉพาะพวกเราสามคนยิ่งเป็นไปไม่ได้เลยนะเว้ย!!"เซนจิพูดพรางหันมองไปที่พายด้วยความสงสัย

"เธอไม่ได้ดูดพลังของพวกเราหรอกนะแต่เธอแค่เลียนแบบพลังที่พวกเราใช้ออกไปต่างหาก ฉันสังเกตมาหลายครั้งล่ะ ตอนที่ฉันใช้พลังกับเธอ เธอก็สามารถใช้ตอบกลับมาได้เช่นกัน มันเลยยิ่งทำให้ฉัน อยากรู้ให้ได้ว่าเธอเป็นใครกันแน่!!"ไทม์พูดพรางหันมองไปที่พายอีกคน

"ถ้าเป็นอย่างที่แกว่า..เธอก็คงไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาแล้วล่ะไทม์ ทั้งประวัติของเธอที่หายไป พลังที่ดูจะหายากมากสำหรับเธอแล้ว มันคือพลังที่ยมทูตเองก็ไม่อาจมีมันได้ง่ายๆนะ"เคอร์เรนบอกพรางมองตรงไปที่พายอีกรอบ

ทั้งสามมองพายอยู่อย่างนั้นจนตลอดทางขึ้นเขา ซึ่งพายเองก็รู้ตัวและพยายามหลบสายตาของทั้งสามคนอยู่

"นี่ ..พาย!! เธอไปทำอะไรให้สามหนุ่มเขาไม่พอใจป่ะเนี่ย!! ทำไมพวกเขาถึงมองเธอตลอดทางแบบนั้นล่ะ!!"เจนนี่ถามฉันที่เดินแอบข้างเจนนี่อยู่


"ฉันป่าวนะเจน!! ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลย"

"งั้น!! ก็แปลกล่ะ..ถ้าเธอไม่ได้ทำอะไรแล้วทำไมพวกเขาถึงต้องมองแบบนั้นด้วย"เจนพูดพรางหันมองสามหนุ่มด้วยสีหน้าสงสัย

"ช่างเถอะแก!! เรารีบเดินกันดีกว่า ใกล้จะถึงจุดพักแหละ"ฉันพูดจนเจนมองหน้า

"มีอะไรหรอเจน!!"

"พาย!! เธอเคยมาที่นี่หรอ"เจนถาม

"ไม่นะ!! นี่เป็นครั้งแรก ตั้งแต่ฉันย้ายมาที่นี่ยังไม่เคยไปเที่ยวไหนเลย"ฉันบอกออกไป

"แล้วแกรู้ได้ไง ว่าจะถึงจุดพักแล้ว"เจนถามอย่างสงสัย จนฉันเพิ่งนึกได้ว่าพูดอะไรไป

"ก็..ป้ายไงแก!! มันบอกตลอดทางเลยนะ แกไม่เห็นหรอ"ฉันพูดชี้โบ้ชี้เบ้ไปเรื่อย

"ป้ายหรอ!! ฉันไม่เห็นนะ เธอเห็นหรอพาย!!"

"อื้ม..!! เห็นสิ ฉันสังเกตตลอดทางเลยนะ"ฉันบอก

"หรอ..งั้นช่างเถอะ!! ฉันคงไม่สังเกตเอง
เดินต่อเถอะ"เจนบอกพรางเดินนำหน้าไป

นี่!! ฉันมีอาการนี้อีกแล้วหรอ ไปรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าแบบนั้นได้ไงกัน

ตลอดทางเดินจนถึงจุดพักตั้งแคมป์ ฉันก็นึกมาตลอดว่าตัวฉันมีอะไรที่แปลกไปตั้งแต่ได้เจอกับพวกเขาทั้งสามคน โดยเฉพาะ นายไทม์ ที่เวลาฉันอยู่ใกล้ๆก็มีเรื่องราวแปลกๆเกิดขึ้นกับฉันตั้งมากมาย

เห็นภาพอดีตของนายไทม์ ได้ยินเสียงหัวใจเขาทั้งที่ไม่ได้สัมผัสตัว รู้ว่าเขาจะมาถึง สัมผัสภาพอดีตของตัวเองได้ แล้วนี่ยังจะรู้เหตุการณ์กับสถานที่ล่วงหน้าอีก ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกับฉันกันแน่เนี่ย!!

"นิ..เธอ!!ฉันขอคุยอะไรหน่อยสิ"จู่ๆเสียงของใครบางคนก็ดังเข้ามาแทรกความคิดของฉัน จนฉันต้องหันไปมองก็เป็นสาวฮอตอย่างไนร่าที่เรียกฉันให้ลุกไปคุยด้วยหลังจากที่ฉันกำลังกางเต้นท์อยู่


ฉันลุกไปพรางหัดมองไปที่เพื่อนๆ กำลังตั้งหน้าตั้งตากางเต้นท์กันอยู่ไกลๆ เลยไม่อยากเรียกเพื่อรบกวนพวกเขา ฉันเดินตามไนร่าออกไปตามเส้นทางในป่าที่ดูจะคดเคี้ยวเลี้ยวไปมาจนฉันหยุดเดินตาม

"ไนร่า!! เธอจะพาฉันไปไหน ไหนบอกมีเรื่องคุยด้วยไง แล้วเธอพาฉันเข้ามาในป่าแบบนี้ทำไม นี่..มันใกล้มืดแล้วนะ"ฉันบอกออกไปจนไนร่าหยุดเดิน

"เธอกลัวหรอ!! อีกนิดนึงก็จะถึงแล้วนะ อีกอย่างฉันก็ไม่ใช่คนที่จะคุยกับเธอด้วย แต่เป็นเพื่อนฉันต่างหาก"ไนร่าบอก

"เพื่อนเธองั้นหรอ!!"ไนร่าไม่พูดต่อแต่กลับเดินเข้าไปในป่าจนฉันได้มาเจอกับริซ่าที่ยืนหันหลังให้ฉันอยู่

"นี่ไง!! คนที่จะคุยกับเธอ"ไนร่าบอกพรางเดินไปอยู่ฝั่งริซ่า เธอหันมามองฉันด้วยใบหน้าไม่บอกบุญพรางสบตากลับด้วยสายตาเลือดเย็น


"พวกเธอมีอะไร ถึงลากฉันมาคุยไกลถึงขนาดนี้"ฉันถามพวกนางออกไป

"ฉันเคยบอกเธอแล้วใช่ม่ะ ว่าห้ามยุ่งกับไทม์อีก"ริซ่าบอก

ที่แท้ก็เรื่องนี้นี่เอง..นี่กะพามาตบรึไงกันถึงพามาไกลแบบนี้ ฉันมองหน้าริซ่าก่อนจะหลบตาเธอไป

"ทำไมไม่ตอบล่ะ!! หรือว่าจำสิ่งที่ฉันบอกไม่ได้"ริซ่าถามย้ำพรางเดินเข้ามา

"ฉันก็ไม่ได้ยุ่งอะไรกับคู่หมั้นเธอนิ พวกเพื่อนๆเขาชวนฉันให้เข้าไปนั่งด้วยก็แค่นั้นเอง"ฉันบอกออกไปแต่ริซ่ากลับเดินเข้ามาใกล้อีก

"เธอคิดว่าฉันไม่รู้ไม่เห็นงั้นหรอ!! ถึงได้ทำใสซื่อแบบนี้"ฉันมองหน้าเธอที่จับไหล่ฉันไว้พรางบิดตัวให้หันไปมองตีนเขาสูงที่เราเพิ่งเดินขึ้นมา

"ถ้าเกิดตกจากตรงนี้ไป คงเจ็บน่าดูสินะ เธอจะลองดูหน่อยไหม!!"คราวนี้เป็นไนร่าที่พูดขึ้นมาบ้างจนริซ่านึกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ออกมา

"ปล่อยฉันนะริซ่า!! ฉันตามพวกเธอเข้ามาเพื่อมาคุยนะ ไม่ใช่ให้พวกเธอมาทำอะไรกับฉันแบบนี้"ฉันพูดขึ้นจนทั้งสองนึกหัวเราะ


"นี่..เธอคงกลัวมากสินะ!! ถึงได้พูดแบบนี้ออกมา ฮ่าๆๆ!!"ไนร่าบอกพรางหัวเราะใส่ฉัน  ริซ่าจับไหล่ฉันแน่นขึ้นพรางบีบให้ฉันรู้สึกเจ็บ 

"โอย..!!!"ฉันร้องออกมาเพราะเธอเริ่มบีบมันแรงยิ่งขึ้นก่อนจะก้มมาพูดที่ข้างหูของฉัน

"เจ็บมากใช่ม่ะ!! แต่เธอคงเจ็บไม่เท่ากับคนที่โดนแย่งแฟนไปหรอกนะ ถ้าขืนเธอยังยุ่งกับไทม์อีก ครั้งหน้าฉันจะผลักเธอตกลงไปจริงๆ แล้วอย่าหาว่าฉันไม่เตือนนะ เพราะฉันเคยเตือนเธอแล้ว"
พูดจบริซ่าก็ปล่อยมือออกจากไหล่ฉัน ก่อนเดินหนีฉันกลับไป

ฉันถอนหายใจโล่งยาวที่ไม่โดนผลักลงไปที่ไหล่เขาเพราะถ้าตกลงไปได้มีแขนขาหักแน่ฉัน

หลังจากตั้งสติได้ฉันก็หันกลับไปทางเดินเก่ากะตามพวกริซ่าที่เพิ่งเดินหนีฉันกลับไป แต่พอยิ่งเดินออกมาเท่าไหร่ ฉันก็ยังไม่เจอพวกริซ่าอยู่ดี

ตอนนี้พระอาทิตย์ก็ตกแล้วด้วย เอายังไงดีล่ะที่นี่!! สองคนนั้นทำไมเดินไวกันจัง ทำอย่างกับหายตัวไป ยังไงยังงั้น!!

-จุดตั้งแคมป์-


"แม็ตต์!! นายเห็นพายบ้างไหม!!?? ฉันเดินหารอบแคมป์แล้วยังไม่เห็นพายเลย"เจนนี่ถามแม็ตต์ที่นั่งคุยกับเพื่อนกลุ่มอื่นอยู่

"ไม่นะ!! ฉันก็ไม่เห็นเลย ฉันก็มองหาอยู่แต่ไม่เห็นพายอยู่ที่แคมป์เลย"แม็ตต์บอก

"แต่ฉันเห็นพายเดินไปในป่ากับไนร่านะ
โน่นไง!! เธอกลับมาแล้ว ลองไปถามเธอดูสิ"เพื่อนที่ยืนข้างๆแม็ตต์บอกพรางชี้ไปทางไนร่ากับริซ่าที่เดินออกมาจากในป่า

เจนนี่เดินตรงไปถามพวกริซ่าทันที หลังจากได้รับข้อมูลมา พรางลากแม็ตต์ให้เดินเข้าไปด้วย

"ไนร่า!!! เธอพาพายไปไว้ไหน ทำไมพายไม่กลับมาด้วย"เจนนี่ถามพรางมองหาพาย

"ฉันจะไปรู้หรอ!! ว่านังนั้นไปไหน นั่นมันเพื่อนแกนะ ไม่ใช่เพื่อนฉัน"ไนร่าตอบพรางเดินหลบออกไป


"แต่เพื่อนฉันเขาไปกับเธอ!! ฉันก็ต้องมาถามเธอสิ"เจนนี่บอกพรางเดินไปดักหน้าทั้งสองคน

"ก็ไม่รู้สิ..ตอนไปนะ ไปกับฉัน!! แต่ตอนกลับสงสัยจะตามมาไม่ทัน ถ้าอยากหาเพื่อนก็ลองไปตามหาเองสิ คงอยู่ในป่านี่แหละ ไม่ไปไหนหรอก!!"ไนร่าบอกพรางผลักเจนให้หลบไป

ไทม์ที่ยืนมองสถานการณ์อยู่ห่างๆเริ่มเดินเข้ามาหาเจนนี่และเดินสวนกับริซ่าอย่างไม่สนใจจนริซ่าทำหน้าไม่พอใจก่อนสะบัดก้นเดินหนีไปอีกทาง

"พวกเธอตามหาพายงั้นหรอ!!"เสียงของไทม์ทำเอาเจนนี่สะดุ้งอย่างตกใจก่อนจะหันหน้าไปพยักหน้าใส่ไทม์เป็นการตอบ

"พายเข้าไปในป่ากับสองคนนั้น ตอนนี้เธอน่าจะอยู่ในป่า แล้วนี่..มันก็ใกล้ค่ำแล้วด้วย พายยังไม่กลับมาเลย"เจนนี่บอกก่อนจะมีเสียงของเจ้าหน้าที่ที่คอยดูแลพวกนักเรียนประกาศขึ้นมา

"นักเรียนทุกคนครับ!! ฟังทางนี้ก่อน เนื่องจากด้วยที่ว่า..มีสถานการณ์แปลกๆ เกิดขึ้นอยู่ที่ด้านล่างของเขา ผมขอให้ทุกคนอยู่ภายในแคมป์อย่างสงบ อย่าออกนอกแคมป์เด็ดขาด ขอให้ทุกคนให้ความร่วมมือด้วยนะครับ ขอบคุณครับ!!"เจ้าหน้าที่ประกาศจบก็เดินพาอาจารย์ที่ตามขึ้นเขาออกไปประชุมกันอย่างเงียบๆ พานักเรียนในแคมป์ส่งเสียงพูดคุยกันยกใหญ่

"เอาไงดีล่ะทีนี่!! จะออกไปตามก็ไม่ได้ ฉันชักเป็นห่วงพายขึ้นมาแล้วนะ"เจนนี่พูดจนไทม์หันมอง

"งั้น!! เดี๋ยวฉันไปตามหาเอง พวกเธออย่าเพิ่งบอกคนอื่น แล้วทำตัวตามปกติ
เดี๋ยวฉันพาเพื่อนเธอกลับมาเอง"ไทม์พูดพรางเตรียมเดินออกไป

"แต่เจ้าหน้าที่เพิ่งประกาศเองนะ ว่าห้ามเราออกนอกแคมป์!!"เจนนี่บอก

"ฉันไม่เป็นไรหรอกนะ!! เดี๋ยวฉันพาเพื่อนเธอกลับมาเอง"ไทม์บอก

"งั้น!!ฉันขอไปตามพายด้วย"แม็ตต์พูดขึ้นจนไทม์หันมามอง


"นายอยู่ที่นี่แหละ!! ฉันไม่อยากหาภาระเพิ่ม!!"พูดจบไทม์ก็เดินออกไปทันที ทิ้งแม็ตต์ให้ยืนฟังคำบอกกล่าวที่ดูจะแทงใจดำเขาสุดๆ เจนนี่ยื่นมือไปจับไหล่แม็ตต์แล้วส่ายหน้าไปมาแบบอดขำไม่ได้จนแม็ตต์เกิดอาการหัวเสียเดินฟัดเหวี่ยงไปหาชีโดว์

ไทม์เดินหลบไปในป่าพรางยืนฟังที่เจ้าหน้าที่พูดกับอาจารย์อยู่ไกลๆก่อนจะรีบเดินเบี่ยงหลบไปเรียกเซนจิกับเคอร์เรนให้ตามออกมาที่เชิงเขาอีกด้าน

"เกิดอะไรขึ้นหรอไทม์!! ถึงเรียกเรามาที่นี่!!"เคอร์เรนถามทันทีที่มาถึง

"ใช่ๆ ฉันได้ยินที่พวกเจ้าหน้าที่บอกแล้ว รู้สึกไม่ค่อยดีเลย"เซนจิพูดเสริม

"ฉันคิดว่า..พวกโสเลสคงมาแถวนี้นะ อีกอย่าง..พายหายตัวไปอยู่ในป่า ฉันต้องรีบตามหาตัวเธอก่อนที่พวกโสเลสจะมาเจอ"

"อะไรนะ!! พายหายไป แถมพวก
โสเลสก็อยู่แถวนี้เนี่ยนะ มันจะบังเอิญไปไหม!! ที่พวกมันจะมาที่นี่"เซนจิถามด้วยสีหน้าตกใจ

"ไม่บังเอิญหรอก..ฉันว่าพวกมันตั้งใจตามเรามา ตอนนี้มีศพไร้วิญญาณอยู่ด้านล่างเขา ซึ่งพวกเจ้าหน้าที่ปิดข่าวอยู่แต่ที่สำคัญตอนนี้คือฉันไม่รู้ว่าพายอยู่ที่ไหน!! ฉันสัมผัสอะไรเธอไม่ได้เลย"ไทม์บอกพรางทำหน้ากรุ้ม

"งั้นเอางี้!! เดี๋ยวฉันเรียก เมลโร่ ให้ออกมาตามหากับนายเอง"พูดจบเคอร์เรนก็ทำการหลับตาแล้วส่งกระแสจิตเรียกเมลโร่ออกมา

หมาป่าตัวใหญ่ขนสีขาวยาวสลวยเดินออกมาจากในป่าด้วยท่าทางสง่างาม พรางเดินเข้ามาหาทั้งสามด้วยสีหน้ายิ้มอย่างเป็นมิตร

"หวัดดี!!เมลโร่..ไม่เจอกันนานเลยนะ"เซนจิทักทายพรางโบกมือยิ้มตอบกลับ

"หวัดดีจ่ะ!! หนุ่มๆ เรียกฉันออกมามีอะไรให้ฉันช่วยงั้นหรอ"เสียงหมาป่าสาวพูดด้วยเสียงที่นุ่มนวล


"ดีใจที่เจอนะ เมลโร่!!"ไทม์ทักทายกลับไปพรางมองหน้าเคอร์เรน

"เมลโร่!! ฉันมีอะไรอยากให้เธอช่วยพวกเราหน่อย"เคอร์เรนบอกพรางมองหน้าไทม์อีกครั้ง


"คือ..ตอนนี้มีคนหายไปอยู่ข้างในป่า ฉันอยากให้เธอไปช่วยหากับไทม์!! ส่วนฉันกับเซนจิจะลงไปสืบข่าวที่ด้านล่างแล้วตามล่าพวกมันก่อนที่จะมีศพต่อไปอีก นี่..เป็นสิ่งของที่มนุษย์คนนั้นทำตกไว้ ฉันจะฝากไว้ที่ไทม์ให้เธอตามหานะ"เคอร์เรนบอกกับเมลโร่หมาป่าขนสีขาวพรางยื่นผ้าเช็ดหน้าส่งให้ไทม์

"ได้!! งั้นแยกย้ายเถอะ!!"เมลโร่บอกก่อนที่ไทม์จะรีบตามเข้าไปในป่าเพื่อตามหาพาย ส่วนเคอร์เรนกับเซนจิก็แยกย้ายไปอีกทาง




-พาย-



นี่..!! ฉันเดินมาโผล่ส่วนไหนของป่ากันล่ะเนี่ย ทั้งมืด!!ทั้งน่ากลัว!!

แอ็ก...ๆๆๆ..!!???!!!!! พรึ่บๆ!!!???

เสียงของสัตว์บางอย่างร้องดังออกมาพรางกระพือปีกเสียงดังจนฉันตกใจ วิ่งลัดเลาะไปตามป่าและเกิดไปชนกับบางอย่างเข้า

ปรัก!!!

"โอย..!!"ตัวฉันกระแทกเข้ากับใครบางคนจนล้มกองลงที่พื้น ฉันเงยมองขึ้นไป แต่ความมืดกลับทำให้ฉันไม่เห็นบุคคลตรงหน้า รู้แค่ว่า..เขาต้องเป็นคนแน่ๆ

ฉันดีดตัวขึ้นไปพรางขอความช่วยเหลือจากเขาให้พาออกจากป่านี้ แต่ชายตรงหน้ากลับนิ่ง พรางจับไหล่ฉันกดตัวลงไป

"จะทำอะไร!! ปล่อยฉันนะ!!"ชายตรงหน้าจับฉันกดพรางโชว์ตาสีแดงเลือดใส่

"กลิ่นวิญญาณของเธอหอมน่ากินจัง!!"
เขาพูดพรางสูดดมกลิ่นฉันใกล้ๆ

"นี่..!! แกทำบ้าอะไร ออกไปให้ห่างฉันนะ"ฉันทั้งผลักทั้งตี ทุบ หาของมาทำให้มันล้มลงไป แต่ดูเหมือนเขาจะไม่รู้สึกอะไรกับสิ่งที่ฉันทำลงไปเลย

"วิญญาณเธอ..ฉันขอนะสาวน้อย!!"เสียงแห้งพล่า..ของมันทำฉันกลัวจนฉันทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ขอร้อง อย่าให้เขาเข้ามาใกล้ฉันไปมากกว่านี้


"อย่าทำอะไรฉันเลยนะ นายต้องการอะไร เงิน ทอง ทรัพย์สิน ฉันจะเอามาให้แต่อย่าทำอะไรฉันเลยนะ"ฉันร้องขอชีวิตมันพรางยกมือไหว้

"ฉันต้องการวิญญาณของเธอ..เท่านั้น มันช่างหอมน่าลิ้มลองจริงๆ"ยิ่งพูดชายตรงหน้ายิ่งเข้าใกล้ฉันพรางเอามือยื่นมาเหมือนจะจับตัวฉันให้ได้


"ช่วยฉันด้วยคร่า..!! ช่วยฉันด้วย...!!!"
ฉันร้องตะโกนสุดเสียงเพื่อให้ใครสักคนหนึ่งที่ได้ยินเสียงของฉันมาช่วยพาฉันออกจากตรงนี้ที เพราะตอนนี้ขาของฉันมันก้าวไปไหนไม่รอดแล้วจริงๆ

มือหนาของมันจับมาที่หัวของฉัน
จนฉันหลับตาปรี่พรางก้มหัวตัวสั่นรอรับชะตากรรมที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า


"หยุด..!!!ออกไปให้ห่างเธอ"เสียงเข้มของชายหนุ่มที่คุ้นหูพูดขึ้น ก่อนที่มือหนานั้นจะปล่อยออกจากฉันอย่างไว


พรึ่บ....!!!! 


ฉันค่อยๆหลี่ตาขึ้นมองตรงไปที่ชายหนุ่มตรงหน้า ก็เห็นไทม์ที่กำลังเดินเข้ามาเหมือนภาพสโลว์ในสายตาฉันก่อนที่ฉันจะโอบกอดเขาอย่างไม่รู้ตัว

"นายมาช่วยฉัน!! นายมาช่วยฉันแล้ว..!! นายได้ยินเสียงที่ฉันเรียกนายจริงๆด้วย!!"ฉันกอดเขาเอาไว้ด้วยท่าทางดีใจ
ที่เขามาช่วยฉันไว้ได้ทัน 

เพราะในขณะที่ฉันกำลังโดนจัดการจากชายลึกลับคนนั้นในหัวของฉันก็พยายามเรียกหาเขาอยู่ตลอด ซึ่งไม่รู้ว่าทำไมตอนนั้นถึงนึก แต่พอได้เห็นเขาขึ้นมาจริงๆ ใจฉันมันก็รู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยขึ้นมาทันที

ไทม์ดูตกใจกับปฏิกริยาของพายมากที่จู่ๆก็โพลงมากอดเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว ก่อนที่ไทม์จะก้มมองหญิงสาวที่กอดเขาอยู่ แล้วเอามือค่อยๆยกขึ้นมาลูบหัวเธอเบาๆ


"เธอไม่เป็นอะไรใช่ไหม!!"เขาถามฉันที่ยืนกอดเขาอยู่ ฉันค่อยๆผละออกจากเขาแล้วพยักหน้ากลับไปเป็นการตอบ

"ขอบคุณนายมากนะ ที่มาช่วยฉันไว้ได้ทัน ถ้าไม่ได้นายฉันคงแย่!!"ฉันพูดพรางสบตาเขาที่กำลังมองฉันอยู่

"ถ้าเกิดเธอเป็นอะไรขึ้นมา..ฉันก็คงแย่เหมือนกัน!!"เขาพูดก่อนค่อยๆฉีกยิ้มที่อบอุ่นออกมาจนฉันยิ้มตาม

"ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วนะ เรารีบกลับไปแคมป์กันเถอะ เพื่อนๆของเธอรอเธออยู่"พูดจบเขาก็เอื้อมมือมาจับมือฉันพาเดินออกไปจากจุดที่เรายืนอยู่


ฉันเดินตามเขาไปด้วยความคิดในใจที่ว่า..ผู้ชายคนนี้ทำไมเขาถึงดูอบอุ่นได้มากขนาดนี้ แผ่นหลังของเขา มือของเขาที่จูงฉันอยู่มันบอกความรู้สึกของฉันได้ว่า..ฉันคงชอบเขาเข้าแล้ว

เขาหันมามองหน้าฉันด้วยภาพฉากหลังเป็นสีชมพู นี่ใช่ไหม!! ที่เขาเรียกกันว่าการได้ตกหลุมรักใครสักคนหนึ่ง ความรู้สึกมันเป็นอย่างนี้นี่เอง..

ฉันลืมทุกอย่างที่เพิ่งเกิดขึ้นไป รวมถึงความรู้สึกกลัว มันถูกแทรกเข้ามาเป็นความอบอุ่นและปลอดภัยแทน

ฉันมองเขาตอบกลับพรางยิ้มเดินตามเขาไปก่อนที่เขาจะกระชับมือของฉันให้เดินไปอยู่ๆข้างเขาแทน

ตึกๆๆๆ...ตึกๆๆๆ..~~~~

ตอนนี้ฉันสับสนไปหมดระหว่างเสียงหัวใจของเขากับของฉัน ของใครกันแน่ที่เต้นดังกว่ากัน ฉันแอบเหล่มองเขาจากด้านข้างเป็นพักๆจนเขาทักขึ้น

"มีอะไรติดหน้าฉันรึป่าว เธอถึงได้มองฉันแบบนั้น"เขาทักจนฉันรีบหันหน้ากลับพรางทำหน้าไม่ถูก

"เออ..ไม่มีหรอก!! ฉันแค่..สงสัยนะ!! ว่านายมาช่วยฉันได้ไง"ฉันถามไปพรางแอบมองเขา

"เสียงของเธอไง!! ที่เรียกฉันมา"

"นายหมายถึง..เสียงที่ฉันตะโกนขอความช่วยเหลือ หรือเสียงเรียก..จากข้างในของฉัน"คำถามฉันทำเขายิ้มมุมปากขึ้นมาพรางหันมามองฉัน


"เธอเรียกฉันจากตรงไหน!! ก็ตรงนั้นแหละที่ฉันได้ยิน"เขาตอบพรางหันมามองหน้า จนฉันไม่กล้าสบตาเขาในตอนนี้

"แล้วนายรู้ได้ไง..ว่าฉันหายไป!!"ฉันรีบเปลี่ยนคำถามเพื่อควบคุมอาการเขินไว้พรางเดินมาเรื่อยๆจนเห็นเพื่อนๆตั้งแคมป์อยู่ไม่ไกล

"เพื่อนเธอบอกฉันนะ ฉันเลยออกมา
ตามหา"แล้วทำไม!!เขายิ่งตอบฉันยิ่งเขินมากกว่าเดิมอีกนะ

"แล้วผู้ชายคนที่จะทำร้ายฉัน นายเห็นหน้าเขาบ้างไหม!!"ฉันถามต่ออีกแต่คราวนี้เขากลับหันมามองหน้าฉันแล้วส่ายหน้าปฏิเสธ

"นายไม่เห็นหน้าเขาหรอ!! เขาน่ากลัวมากเลยนะ ตาสีแดงเลือด แถมพูดอะไรแปลกๆ ทำนองจะดูดวิญญาณฉันอะไรประมาณนี้ ฉันกลัวมาก..มากจนคุ้มสติไว้ไม่อยู่เลย"ฉันบอกพรางหันไปมองหน้าเขาที่ทำท่านึกคิดอะไรอยู่

"ฉันว่า..มันต้องกลับมาทำร้ายเธออีกแน่
ถ้ายังไงช่วงนี้..เธอก็อยู่ใกล้ฉันไว้ล่ะกัน
จะได้ปลอดภัยจากพวกมัน!!"สิ่งที่เขาพูดมาฉันอยากจะยิ้มรับไว้นะแต่พอนึกอะไรได้ฉันก็ต้องปล่อยมือออกจากเขาทันที เขามองมือที่ฉันปล่อยพรางเงยหน้าขึ้นมองฉันอย่างสงสัย

"ฉันทำแบบนั้นไม่ได้หรอกนะ!! นายมีคู่หมั้นอยู่แล้ว ดังนั้นฉันก็ไม่ควรอยู่ใกล้นายแบบนี้อีก"เขามองนิ่งแต่ฉันก็ไม่กล้าสบตาเขาก่อนจะเดินตรงไป
ที่แคมป์อย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้น


หลังจากที่ฉันได้กลับมาที่แคมป์เขาก็หายหน้าไปแล้วไม่กลับมาที่แคมป์อีกเลย พอรู้ข่าวอีกทีก็เป็นช่วงเช้าตอนที่เราต้องเดินทางกลับ พวกเขา 3 คนกลับกันไปก่อน อ้างว่ามีธุระด่วน

ส่วนฉันก็ต้องมานั่งทำตัวรีบไม่สนใจใครเพราะขี้เกียจตอบคำถามเรื่องเมื่อคืนไปมากกว่านี้ พอกลับมาถึงบ้านได้ ฉันก็รีบนอนสลบไปที่เตียงทันทีพรางเงยมองหน้าต่างแล้วฟุบลงไปที่เตียงอย่างท้อใจก่อนจะหลับยาวไปอย่างไม่รู้ตัว..


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha