ร่านรักทัณฑ์สวาทพี่เขย นิยายชุดร่านไม่เลิก

โดย: อติญา / เก-ลิน / เราพิมพ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน / มะลิก้านแดง



ตอนที่ 1 : ร่านรักทัณฑ์สวาทพี่เขย ตอนที่ 1


ตอนต่อไป

                “ฮึ่ก พี่จิณณ์ปล่อยหญิงก่อน ไม่ไหว ไม่ไหวแล้ว!

                หนึ่งนุชอ้อนวอนด้วยน้ำเสียงแหบโหยร่างกายของเธออ่อนล้าเหลือประมาณเนื่องจากต้องคอยรับแรงอารมณ์ที่โหมกระหน่ำใส่ร่างของตัวเองนานนับชั่วโมงมาแล้ว ไม่รู้ว่าวันนี้จิณณ์ไปกินรังแตนที่ไหนมาพอเจอหน้าเธอเขาก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไรตั้งหน้าตั้งตาเสือกลำกายเข้าหาเธออย่างเดียว

 

                “พี่จิณณ์... หญิงเจ็บ!

                ข้อมือเล็กที่ถูกพันธนาการติดกับหัวเตียงด้วยกุญแจมือโลหะหุ้มขนสัตว์เทียมนุ่มฟู กลุ่มขนนุ่นนิ่มของมันไม่ได้ทำให้ประสิทธิภาพของเครื่องพันธนาการลดน้อยถอยลงแม้เพียงสักนิดแต่มันกลับมีประโยชน์ช่วยป้องกันข้อมือขาวๆ ของเธอจากรอยบาดของโลหะ

                “อดทนหน่อย ยกสะโพกดีๆ” เสียงเข้มดังออกมาจากทางเบื้องหลังดวงตาเล็กรีตามชาติพันธุ์ไม่อาจมองเห็นว่าเขากำลังแสดงสีหน้าแบบไหนเพราะชายหนุ่มก็ปิดตาของเธอไว้ด้วยผ้าผืนยาว แต่สิ่งที่หนึ่งนุชรับรู้ได้แน่ชัดคือแรงตอกอัดตรงส่วนกลางลำตัวลมหายใจที่กระชั้นถี่และกลิ่นเหงื่อปนกับกลิ่นคาวราคาที่อบอวลไปทั่วห้องนอนของชายหนุ่ม

                เซ็กซ์ของจิณณ์เร่าร้อนเสมอและมันจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นหากเขาอารมณ์เสียหรือว่าหงุดหงิด ชายหนุ่มทำประหนึ่งว่าการเอาอารมณ์ทั้งหมดมาลงที่เธอนั้นมันเป็นการระบายออกที่ดีที่สุด และถ้าจะให้เธอเดาคนเดียวที่ทำให้จิณณ์ เสนาพิทักษ์หงุดหงิดก็คงจะไม่พ้นคนเป็นป้าของเธอซึ่งมีตำแหน่งเป็นแม่ผัวของชายหนุ่ม

                “หญิง! พี่บอกให้ยกสะโพกขึ้น” ชายหนุ่มดุเสียงเข้มเมื่อหญิงสาวทรุดกายลงนอนราบไปกับพื้นเตียงทำให้จังหวะการทะยานขึ้นสวรรค์ของเขามีอันต้องสะดุดลง

                “พี่จิณณ์...” เสียงพูดที่เกือบจะเป็นเสียงครางทำให้ชายหนุ่มเลิกวอแวให้เธอทำตามใจในเมื่อหนึ่งนุชไม่หยัดกายรองรับแรงอัดกระแทกจากเขา จิณณ์เลยต้องตามไปประกบบดขยี้ร่องรูที่ฉ่ำเยิ้มด้วยตัวเอง

 

                “อ่า สุดยอด”

                เมื่อแรงอารมณ์พุ่งทะยานไปจนถึงจุดสูงสุfจิณณ์ก็สาดทุกหยาดหยดแห่งอารมณ์กระสันเข้าสู่เครื่องป้องกันที่ไม่เคยที่จะลืมใส่เพราะไม่อยากให้เกิดปัญหาตามมาเนื่องจากผู้หญิงคนนี้เป็นคนที่เขาไม่ควรแตะต้อง ทั้งๆ ที่รู้ว่าหนึ่งนุชเป็นดอกไม้ต้องห้ามแต่เขาก็ดื้อดึงที่จะโน้มเธอลงมาเชยชมมันปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทั้งตื่นเต้นและท้าทายที่ตลอดระยะเวลาเกือบสามปีที่ลักกินขโมยกินมายังไม่มีใครจับได้และเขาก็ย่ามใจเกินไปจนลืมว่าความลับมันไม่มีในโลก

                คนตัวโตถอดถอนแกนกายที่คลายความแข็งขืนออกจากร่องรักที่บวมช้ำจัดการกำจัดเครื่องป้องกันโยนลงถังขยะก่อนจะหันมาจัดการกับเด็กสาวที่นอนหายใจระทวยรวยรินอยู่บนเตียงไขกุญแจมือและแกะผ้าที่ปิดตาของเธอออก

                ที่ทางอ่อนระโหยโรยแรงของหนึ่งนุชทำให้เขารู้ว่าวันนี้ตัวเองรุนแรงกว่าปกติแต่มันก็หยุดตัวเองไม่ได้เหตุก็เพราะแม่ยายที่อยู่ในรั้วบ้านเดียวกันเข้ามาต่อว่าต่อขานเขาต่อหน้าลูกสาวคนเดียว สำหรับผู้หญิงคนนั้นไม่ว่าจะนานแค่ไหนจิณณ์ก็ไม่เคยมีความดีให้เห็นในสายตาแต่ก็ใช่ว่าเขาจะแคร์ทุกวันนี้เขาไม่มีอะไรต้องเสียอยู่แล้ว... แม้แต่หัวใจก็ยังไม่มี

                “หญิงนอนอีกหน่อยก็ได้พี่จะออกไปทำงานต่อ” วันนี้เขากลับบ้านเร็วเพราะคนโทรไปบอกว่าแม่ยายอยากเจอจึงต้องหอบบัญชีจากที่ร้านมาตรวจสอบที่บ้าน พอกลับมาก็โดนแม่ยายด่าแบบสาดเสียเทเสียเลยโทรตามให้หนึ่งนุชมาหาเพื่อกำจัดอารมณ์ขุ่นมัวของตัวเอง

                ความสัมพันธ์ของเธอกับเขาเริ่มต้นขึ้นเมื่อเกือบๆ สามปีก่อน พ่อม่ายเมียตายที่กำลังเสียหลักมีเด็กสาวแรกรุ่นเข้ามาวอแวแล้วมันจะเหลืออะไร ช่วงเวลาที่แสนทุกข์ทรมานนั้นเป็นช่วงเวลาที่เขาสูญเสียภรรยาอันเป็นที่รักไปจากการคลอดลูกสาวด้วยอะไรหลายๆ อย่างจิณณ์จึงเอาอารมณ์ทั้งหมดมาลงกับหนึ่งนุชผู้เป็นน้องเมีย

                จะพูดออกมาว่าไม่ได้ตั้งใจเขาก็พูดได้ไม่เต็มปากแต่เอาเป็นว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาหนึ่งนุชอยู่ผิดที่ผิดทางเอง เด็กผู้หญิงคนนั้นผิดที่ใจดีและอ่อนโยนจนเกินไป

 

                ก๊อก ก๊อก ก๊อก

                “คุณจิณณ์คะขอป้าเข้าไปหน่อยได้ไหมคะ” หลังจากนั่งทำงานได้ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงเสียงแม่บ้านที่ควบตำแหน่งพี่เลี้ยงของเด็กหญิงญาดาผู้เป็นลูกสาวก็มาเคาะประตูเรียก

                “เชิญครับ”

                “ป้าขอโทษค่ะที่มารบกวนคุณจิณณ์ แต่คุณหนูไม่ยอมนอนเลยแกร้องจะมาหาแต่คุณพ่อ” แม่บ้านสูงวัยพูดอย่างจนใจและในอ้อมกอดของหญิงร่างท้วมก็มีเด็กน้อยอายุเกือบสามขวบถือขวดนมซุกอกแกอยู่ ปกติญาดาจะกินนมกล่องแต่บางครั้งที่แกงอแงพี่เลี้ยงก็จะเอานมเทใส่ขวดให้ดูด

                “เดี๋ยวผมดูเองก็ได้ครับแกคงโยเยตามประสาวันนี้คงไม่มีใครมาเล่นด้วยสิท่าตัวแสบของพ่อไหนใครอยากมาหาพ่อครับ” สิ้นเสียงของบิดาเด็กน้อยที่มัดผมแกละสองข้างก็เอาแขนดันตัวเองออกจากอกพี่เลี้ยงพยายามจะโผมาหาคุณพ่อด้วยความรีบเร่ง เจ้าตัวคงกลัวหากช้าเพียงแค่หนึ่งวินาทีคุณพ่ออาจจะเปลี่ยนใจไม่ให้เธออยู่ด้วยก็เป็นได้

                “วันนี้คุณหนูหญิงก็ไม่เห็นมาเล่นกับคุณหนูญาดาแกคงเหงาน่ะค่ะ ก็ทุกวันเคยอยู่ด้วยกัน”

                “ขอบคุณนะครับป้าเดี๋ยวผมดูลูกต่อเองป้ามาอีกทีพรุ่งนี้เช้าเลยก็ได้ครับ” จิณณ์ตัดบทเมื่อแม่บ้านรู้สึกจะพูดมากเกินความพอดี เขาอุ้มลูกมายืนดีๆ บนพื้นก่อนจะหันปรับโซฟาตัวโตให้กลายเป็นที่นอนผืนใหญ่ให้ลูกสาว ตอนนี้เพิ่งจะสองทุ่มกว่าถึงจะยังไม่ดึกมากแต่ก็ถึงเวลาที่เด็กน้อยอย่างญาดาจะเข้านอนแล้ว

                “จุนพ่อขา คนฉวยไปไหน?” คนสวยที่ลูกสาวถามหาคือหนึ่งนุชแต่เพราะชื่อของคุณน้าเรียกยากเกินไปลูกสาวเขาเลยตั้งชื่อให้ใหม่ว่าคนสวย จะว่าไปแล้วก็ไม่ใช่แค่คนเป็นอาหรอกที่ญาดาตั้งชื่อใหม่ไม่ว่าจะใครเธอก็เรียกชื่อตั้งใหม่ที่ตัวเองเรียกง่ายทั้งนั้น

                “น้าหญิงไปทำงานครับเลยไม่ว่างมาหาหนู มานี่มาพ่อเตรียมที่นอนให้หนูแล้วมานอนเล่นตรงนี้ก่อนนะครับขอพ่อดูงานอีกนิดเดียวแล้วเราจะไปนอนกันนะ” เขาตบฝ่ามือลงบนโซฟาเบาๆ ญาดาก็ปรือตาเดินมาหาอย่างว่าง่ายโชคดีที่ในห้องทำงานเขามีข้าวของเครื่องนอนของลูกสาวติดตัวไว้เลยทำให้พร้อมเอาลูกเข้านอนทุกเวลา

                “จุนพ่อนอนด้วยกัน” มือเล็กตีที่นอนข้างตัวพร้อมออกคำสั่งให้คนเป็นพ่อล้มตัวนอนที่ข้างๆ เขาเลยยอมทำตามนอนกอดลูกไปสักพักจนญาดาหลับสนิทถึงลุกไปสะสางงานที่ค้างต่อ

                เกือบสี่ทุ่มงานก็เสร็จพอดีบัญชีร้านทองสาขาที่เขาดูแลในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่มีอะไรผิดพลาด กิจการร้านทองที่เขาบริหารงานอยู่นั้นเป็นของขวัญวันแต่งงานที่คุณน้ายอดคุณของภรรยามอบให้ตั้งใจให้เขาและหลานสาวช่วยกันบริหารงานกำไรหลังจากหักค่าใช้จ่ายสามารถเก็บเข้ากระเป๋าทั้งหมดส่วนทองที่หมุนเวียนในร้านก็ไปเบิกมาจากสาขาใหญ่

                ครอบครัวของนภิสภรรยาของเขาค้าทองมาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายายเมื่อก่อนก็บริหารงานแบบกงสีเงินทั้งหมดเก็บเข้าส่วนกลางแต่พอถึงสมัยของยอดคุณก็เปลี่ยนการบริหารให้เจ้าของแต่ละสาขาบริหารกันเองมีอำนาจการตัดสินใจได้เบ็ดเสร็จเพียงแต่บางอย่างก็ยังต้องขึ้นตรงต่อสาขาใหญ่แต่ก็ไม่ได้เคร่งครัดเหมือนในสมัยก่อน

                และการที่ต้องบริหารร้านทองที่เป็นของขวัญแต่งงานนี่แหละที่มันเป็นภาระผูกพันทำให้เขาตัดขาดออกจาก

ครอบครัวนี้ไปไม่ได้แม้ใจจริงจิณณ์อยากจะไปจากที่นี่ตั้งแต่นภิสจากไปแล้วก็ตาม

 

                ดวงตาเล็กรีเป็นหลักฐานของชาติพันธุ์ลืมตาขึ้นมาในความมืดความปวดร้าวทั่วร่างกายและความปวดหนึบในลำคอทำให้เธอรู้ว่าเรื่องทุกอย่างนั้นไม่ได้ฝันไป แรงราคะที่โถมอัดเข้าหาร่างกายเป็นการระบายอารมณ์ของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพี่เขยเรื่องที่เธออยากจะเลี่ยงก็ทำได้ไม่ยากแต่หนึ่งนุชไม่เคยคิดที่จะหาทางหลีกหนี มันอาจจะเป็นความโง่งมของตัวเธอเองที่เลือกมาทนกับอารมณ์ดิบของผู้ชายที่ชื่อจิณณ์

 

                แกร็ก

                เสียงไขลูกบิดประตูบ่งบอกให้รู้ว่ามีคนกำลังจะเข้ามาในห้องหนึ่งนุชจึงรีบหลับตาลงไปอย่างเดิมเพื่อแสร้งทำเป็นว่ายังไม่รู้สึกตัว แรงยวบเบาๆ ที่เตียงเหมือนมีคนขึ้นมานอน จากนั้นฝีเท้าที่ที่หนักแน่นมั่นคงก็เดินอ้อมมาทางฝั่งที่เธอแกล้งนอนหลับอยู่

                สัมผัสบางเบาของมือหนาทางทับที่หน้าผากและลำคอก่อนที่เสียงฝีเท้าจะเดินห่างออกไปกลายเป็นเสียงน้ำสงสัยว่าจิณณ์กำลังทำความสะอาดร่างกายอยู่แน่ๆ แต่จะย่องออกไปยังไงให้เขาไม่รู้ตัว ระหว่างที่หนึ่งนุชนอนคิดอะไรวุ่นวายใจอยู่คนเดียวเจ้าของห้องก็เดินกลับมาพร้อมกับผ้าชุบน้ำหนึ่งกะละมัง

                “ถ้าตื่นแล้วก็ลืมตามาต้องมาแกล้งหลับ” สิ้นเสียงดุๆ ของเขาหนึ่งนุชก็ลืมตาโพลงขึ้นมาด้วยความตกใจว่าทำไมเขาถึงจับได้ว่าเธอแล้วหลับอยู่

                “คนหลับที่ไหนเขาจะกลืนน้ำลายดังเอื้อกอย่างเธอกัน” จิณณ์จับได้ว่ามีคนแกล้งหลับตั้งแต่ได้ยินเสียงกลืนน้ำลายเบาๆ แล้ว แต่อุณหภูมิร่างกายที่ค่อนข้างอุ่นของหนึ่งนุชมันทำให้เขาไม่วางใจหากเธอไม่สบายไปลูกสาวเขาก็จะยิ่งงอแงเพราะทั้งสองคนติดกันยิ่งกว่าอะไรดี และที่เตรียมผ้ามาเช็ดตัวให้นี่เขาไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้นนอกจากแสดงความรับผิดชอบที่เป็นต้นเหตุทำให้เธอไม่สบาย


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha